My travel today :)

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

รูปภาพ



รูปภาพ



รูปภาพ




รูปภาพ


หญ้าแฝกข้างทางเดิน
ต้องเอากลับไปทำที่โรงเรียนธรรมชาติ บ้านริมน้ำ

รูปภาพ



รูปภาพ



รูปภาพ



รูปภาพ


นี่ครับ รูปภาพของเด็ก ๆ ที่วาด เข้าประกวดกันในโครงการฯ

รูปภาพ


อาจารย์ฯ คณะกรรมการตัดสินกำลังคัดเลือก

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เลือกภาพ กันสนุกสนาน..

รูปภาพ


รูปภาพ

และร่วมเป็นคณะกรรมการฯ คัดเลือกซะเลย

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ



รูปภาพ


ก็ ฝน.. เท.. ลงมาแล้ว...

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

รูปภาพ


ลูกใครหนอ..

รูปภาพ




รูปภาพ



รูปภาพ


นี่ครับ รูปที่เข้ารอบสุดท้าย
ใครบ้าง....

รูปภาพ

และฝนเริ่มหยุดแล้วครับ เราทั้งสี่ ก็เริ่มออกเดินทางต่อ ด้วยสภาพถนนที่เฉอะแฉะ
แต่พอสต๊าท ยางรถฯ ช่างเตือนรั่วซะแล้ว ปะกันเรียบร้อย บอกกันว่าปั่นฯ ไปเรื่อย ๆ ถนนเปียก อันตราย
แต่ซักพัก ความเร็วขึ้นไปถึง 40กม./ชม. อีกแล้ว

แล้วก็มาถึงร้านอาหาร ก่อนที่ฝนกระหน่ำลงมาอีก
ซึ่งเฮียแป๊ะนัด เจ๊ไร ภรรยาเฮียแป๊ะ ให้เอารถกะบะมารับพวกเรา
ก่อนกลับก็อิ่มอร่อยกันสุด ๆ ด้วยอาหารจีน รสเลิศ แถมหูฉลาม ชามใหญ่อีกหนึ่งชาม :D

วันนี้ ปั่นฯ ไปประมาณ 90กม. ใช้ความเร็วเฉลี่ย 27กม.ต่อชม. สูงสุดกว่า 42กม.ต่อชม.
ปั่นฯ เร็ว ถึงเร็ว พักเยอะ และกินเยอะกว่าปั่นฯ ซะอีก 555 :lol:
รูปช่วงการปั่นฯ มีน้อยครับ ก็ปั่นฯ กันอย่างกับจะไปแข่ง ไม่รู้จะรีบไปไหน...
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

พรุ่งนี้ไปเที่ยวบึงบัว สถานีโทรทัศน์ และ อ่าวมะนาว กัน

“ทุ่งสามร้อยยอด” (บึงบัว) อยู่ทางด้านตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนึ่งที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ทุ่งน้ำกร่อยและทุ่งน้ำจืด มีน้ำขังหรือท่วมถึงตลอดทั้งปี มีระดับเฉลี่ยน้ำลึกประมาณ 3 เมตร จึงเป็นเส้นทางเดินบนสะพานทางเดินยกระดับยาว 1,000 เมตร เพื่อให้เต็มอิ่มไปกับธรรมชาติของพันธุ์ไม้น้ำรวมทั้งบัวหลวงที่บานเต็มท้องทุ่ง ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ดูนก ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพมากมายตามแต่ละช่วงฤดูกาล ยามตะวันลับขอบฟ้าที่เหลื่อมเขาตะนาวศรี คุณจะได้ภาพที่เป็นมนต์เสน่ห์ของทุ่งสามร้อยยอดอีกแห่งหนึ่งที่งดงามไม่แพ้ที่ใด
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เช้าตรู่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 53 ที่ปราณบุรี เราจะไปบีงบัว นัดช่างเตือน และสมหวังที่ถนนใหญ่

รูปภาพ

หกนาฬิกา..

รูปภาพ

เฮียแป๊ะ นำหน้า

รูปภาพ

ปั่นฯ อย่างเดียว..

รูปภาพ

มาพบกลุ่มนักปั่นฯ สามร้อยยอด กลุ่มใหญ่ ทางเข้าบีงบัว

รูปภาพ

สวัสดีตอนเช้า ทุก ๆ คน ครับ

รูปภาพ

ขอเก็บ ภาพ กันหน่อย..

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

วันนี้เราสี่คน เอาเสือภูเขาออกมาซิ่ง แต่มาเจอเสือหมอบ :)

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


เฮียแป๊ะ นั่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครนั่งด้วย ก็พรรคพวกนักปั่นเขาสามร้อยยอด เรียก ป๋าซิ่ง กันทุกคน

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

บรรยากาศ รอบ ๆ บึงบัว...

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

รูปบรรยากาศนี้ เก็บมาจากเวปป์ฯ นะครับ ไม่ได้เก็บภาพเอง ก็พรรคพวกปั่นฯ หนึออกไปแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

บาย บาย.. บึงบัว เที่ยวหน้า จะแอบปั่นฯ มาเที่ยวคนเดียว จะได้ซึบซับบรรยากาศ..

รูปภาพ

มาเจอหนุ่มน้อย นักเรียนโรงเรียนสามร้อยยอด

รูปภาพ

ปั่นฯ คุยกัน แล้วสอนผมอีกว่าคุณครูให้ปั่นจักรยานบนไหล่ถนน ไม่ควรปั่นฯ บนถนน อันตรายครับ :)
โรงเรียนเค้า สอนกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการดำเนินชีวิต สุดยอด
แล้วเรา บาย บาย กัน..

รูปภาพ

ผมก็ปั่นฯ ตามไปเรื่อย ๆ เพราะกลุ่มใหญ่อัดกันไปถึงถนนหลักกันแล้ว
แต่สักพักก็เห็น ช่างเตือนปั่นฯ กลับมาดู กลัวผมหลงทาง ขอบคุณช่างเตือนมากครับ
เข้าถนนหลักได้ แวะปั๊ม เพื่อเติมพลังงานในตอนเช้า..

รูปภาพ


รูปภาพ

อิ่ม อร่อย เตรียมปั่นฯ ขึ้นเขา ไปเยี่ยมสถานนีโทรทัศน์ช่อง 3 และ 9

รูปภาพ

ช่างเตือนทำอะไร :lol:

รูปภาพ


วิว สวย.....
รูปภาพ

ได้เก็บภาพระหว่างทาง เพราะปั่นฯ ขึ้นชันมาก ๆ

รูปภาพ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

ถึงแล้วครับ สถานีโทรทัศน์ฯ
แต่ก่อนถึงเฮียแป๊ะหน้ามึด ความดันขึ้น หรือปั่นฯ อัดกับเสือหมอบ จากบึงบัวมาก็ไม่ทราบ หมด..
เจ้าหน้าที่บนสถานี เอารถกะบะลงมารับระหว่างทาง จากที่เสือเตือน และเสือหวัง ถึงที่หมายแล้ว

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

เฮียแป๊ะ นอนพักผ่อน สบาย....
เจ้าหน้าที่ คนขวาสุด ที่เอารถลงมารับ ขอบคุณมากครับ

รูปภาพ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

Down ลงกันมาแล้วครับ ขาขึ้น แฮ๊ก.. ขาลง แป๊บเดียว :lol:

รูปภาพ


รูปภาพ

เที่ยงกว่า เราก็แวะเติมพลังที่ปั๊ม อีกแล้วครับ..
แล้วก็ปั่นฯ ต่อไปอ่าวมะนาวทันที

รูปภาพ


รูปภาพ

แป๊บเดียว ถึง ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ แล้วครับ
ก็ปั่นฯ เสือภูเขา แต่ความเร็วเสือหมอบ :o

รูปภาพ

ฮัลโหล.. ลูกสาวตามหาช่างเตือนอีกแล้ว ก็คุณพ่อหนีเที่ยวตลอด :lol:

รูปภาพ

ลุย.. กันต่อ..

รูปภาพ

เร็ว และ เร็ว

รูปภาพ

และ เร็ว จริง ๆ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

แล้วเรามาร่ำลา ประจวบฯ ที่อ่าวมะนาว ด้วยภาพสวย... กัน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ภาพจากเวปป์ฯ
วันนี้ปั่นฯ ไป more 100km and very high speed จนผมปั่นฯ เลยทางเข้าบ้านไป ไม่ได้ยินเสียงเฮียแป๊ะเรียก
มัวแต่ปั่นฯ ตามช่างเตือน และสมหวัง ไป แถมยังเลยบ้านทั้งสองคนไปอีก จนเจ๊ไร ภรรยาเฮียแป๊ะ ขับจากกรุงเทพฯ ส่วนมาเห็นพอดี กับผมโทรกลับไปหาเฮียแป๊ะ จะถามว่าทางเข้าบ้านอยู่ตรงไหน แล้วก็ปั่นฯ กลับมาหาเจ๊ไร รออยูฝั่งตรงข้ามพอดี เอารถฯขี้นรถ ขอขับกลับบ้านดีกว่า :lol:

ขอบคุณเจ๊ไร เฮียแป๊ะ ที่ดูแลตลอดการเดินทาง ช่างเตือน และสมหวังที่อุตส่าห์ หยุดงานมาพาปั่นเที่ยวด้วย
รวมทั้ง คุณยาย คุณแม่เจ๊ไร น้องสาว และหนุ่มเอก ลูกชายเฮียแป๊ะ ที่สละห้องนอน ให้ผมได้พักตลอดทั้งสองคืน

ขอบคุณทุกคนมากครับ :D

ถ้าไม่พลาด คราวหน้าพบกับ บรรยากาศไตรกีฬา ในวันที่ 9-10 ตุลาคมที่ หัวหิน จะเอาภาพมาฝากกันนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

ขออนุญาต คุณเมธา เปรมแสง ทีม MJ Bike คัทลอกข้อความเพื่อแนะนำการปั่นฯ เดินทางไกล ซึ่งเป็นประโยชน์กับนักปั่นฯ และขอขอบพระคุณมากครับ

การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางและขณะเดินทาง
- ท่านต้องพักการขี่จักรยาน 1 วันและกินอาหารมื้อเย็นให้มากกว่าปกติครับ
-ก่อนออกเดินทางตอนเช้าไม่ต้องกินอาหารใดๆทั้งสิ้นครับ
-ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ
-อย่าดื่มเกลือแร่ ถ้าท่านยังดื่มน้ำยังไม่หมด 2ขวดที่ติดรถครับ
-เจ็บก้น เหนื่อยล้า หิว ให้บอกครับ จะหยุดทันทีครับ ไม่จำเป็นต้อง
ทนครับ เพราะไม่ได้ให้มาฝึกความอดทนครับ
-สำหรับท่านที่กินน้ำบนรถไม่ได้ เมื่อหยุดพักให้กินน้ำ 1/3ของขวดครับ
-ถ้าทุกท่านเดินทางไป-กลับ แล้วสามารถรักษาสภาพร่างกายได้เหมือน
ก่อนออกเดินทาง แสดงว่าประสบความสำเร็จในการเดินทางแบบจักรยาน
ทางไกล ถ้าไม่ได้ก็แก้ตัวใหม่โอกาสหน้าครับ

ขี่จักรยาน1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง จากชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม

ขี่จักรยานบางคนถามว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย เหนื่อยก็เหนื่อย แดดก็ร้อน จักรยานก็แพง ชุดก็แพง
เสียเวลา เอาเวลาไปทำงานดีกว่า ทำงานเหนี่อยก็ได้ออกกำลังเหมือนกัน บางคนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี
ชวนให้ขี่จักรยาน กลับบบอกว่าไม่มีเวลาอ้างสารพัดเหตุผลที่จะไม่ทำ ทั้งที่ทุกอย่างที่ว่ามาทำเพื่อตัวเอง
เวลาไปหาหมอ หมอนัด 9 โมงเช้าไปตั้งแต่ 7โมง ตรวจเสร้จกว่าจะได้กลับบ้านก็หมดไปเกือบวัน
แบบนี้มีเวลาครับ
คนอะไรไม่รักตัวเอง คอยจะพึ่งแต่คนอื่น เราต้องพึ่งตัวเองก่อน ช่วยเหลีอตัวเอง
ก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยพึ่งหมอ พึ่งโรงพยาบาล แต่ต้องสำนึกว่าต้องพึ่งพาตนเองก่อนครับ

ลองมาดูขี่จักรยานแค่1 ชม เราได้อะไรบ้าง มาดูครับ ว่าคุ้มไหมกับการเสียเวลา1ชม
ถ้าไม่คุ้มจะได้ตัดใจไม่ขี่เสียเลยครับ เริ่มต้นพิจารณาเลยครับ
-เมื่อนั่งอยู๋บนอาน กล้ามเนื้อขาทุกส่วนได้ออกกำลัง และได้สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ
แขนจับที่แฮนด์กล้ามเนื้อแขนและไหล่ รวมทั้งกล้ามเนื้อที่ยึดสันหลังได้ทำงานเคลื่อนไหวตลอดเวลาครับ
คอและตาได้เคลื่อนไหวร่วมกันได้บริหารทั้งสองส่วน ระบบการทรงตัวต้องทำงานตลอดเวลาจึงได้
บริหารระบบการทรงตัวไปโดยอัตโนมัตครับ ถ้าระบบการทรงตัวไม่ดีขี่จักรยานไม่ได้ครับ เท่ากับ
เราได้ตรวจสอบระบบการทรงตัวของเราครับ
- ปอดทำงานมาก ปอดก็แข็งแรง เมื่อหายใจมาก การแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับเลือดมากขึ้น
ทำให้ร่างกายไม่เป็นกรด เพราะเมื่อเลือดเป็นกรดเราจะป่วยครับ
-หัวใจทำงานมากขึ้น เท่ากับเราได้บริหารหัวใจให้แข็งแรงครับ แล้วยังได้สูบฉีดเลือดอย่างรวดเร็ว
ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงครับ
-การสูญเสียพลังงาน ในรูปของไกลโครเจน ทำให้เราได้เผาผลาญไขมันครับ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำ
ให้ไขมันในหลอดเลือดลดน้อยลงครับ และยังสูญเสียคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาล ก็เลย
ทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดน้อยลงครับ ถ้าท่านป่วยเป็นเบาหวานการกินยาก็ลดน้อยลง
หรือบางท่านแทบไม่ต้องกินยาเลยครับ
-เมื่อเราสูญเสียพลังงาน ร่างกายก็ต้องผลิตขึ้นมาทดแทน โดยผ่านการดูดซึมจากกระเพาะอาหาร
และลำใส้เล็ก เพราะฉะนั้นกระเพาะอาหาร และลำไส้ก็แข็งแรงขึ้นครับ
-เมื่อขี่จักรยานแล้วเกิดการระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อ ทำให้ได้ขับของเสียผ่านรูขุมขน
ทำให้ภายในร่างกายเราสะอาตขึ้นครับ
-การขี่จักรยานทำให้ข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็นได้เคลื่อนไหวครับ
-การขี่จักรยานต้องนั่งอยู่บนอานทำให้ กระดูก ข้อเท้า ข้อเข่า ไม่ต้องรับน้ำหนักตัวเองครับ
-ขี่จักรยาน ไม่เกินโซน2 ก็คีอประมาณวิ่งมาราธอน เกิน 50 นาที ทำให้เกิดการหลั่งของ แอนโดฟิน
ชึ่งช่วยซ่อมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้สดชื่นครับ
-ได้รับแสงแดดในตอนเช้า และ ได้บริหารระบบหายใจ ทำให้นักขี่จักรยานไม่เป็นหวัด
หรือถ้าเป็นหวัดก็หายเลยครับ ภูมิแพ้ก็หายเช่นเดียวกันครับ
-ขี่จักรยานทำให้สมาธิดีครับ
-ขี่จักรยานทำให้รู้สึกคำว่า พอเพียง เพราะขณะปั่นจักรยานเราต้องบริหารแรงที่มีอยู่
พอรู้สึกหิว ก็มองหาของกิน ปั่นไป่เรื่อยๆ ไม่เจอร้านของกินสักที หิวก็หิว
ปั่นต่อไปอีก ก็ยิ่งหิว แรงก็หมด สิ่งที่อยากได้เวลานั้นมีอย่างเดียว คีออาหารครับ
ความพอเพียงเกิดเลยครับ เพราะคนเราที่จริงมันก็แค่นี้จริงๆครับ

หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม

เมี่อรู้ว่ามีข้อดี ขนาดนี้แล้วทำไม ไม่ทำครับ
-บางท่านบอกว่าไม่มีเวลา คุณคิดนะครับสัปดาห์หนึ่งมี 168 ชม คุณขี่จักรยาน สัปดาห์ละ 3วันๆละ
ประมาณ 1ชม แต่งตัวอีก 20 นาที รวม3วันก็ เท่ากับ4 ชมคุณเหลือเวลาทำงาน ประกอบภาระกิจอีก 164 ชม
ที่บอกว่าไม่มีเวลา นั่นก็คือ ขี้เกียจออกกำลังกาย เอาเวลาไปนอนตากแอร์เสียมากกว่าครับ
-บางท่านบอกว่า ชุดแพง จักรยานก็แพง ที่จริงไม่แพงครับ ถ้าเรารู้จักซื้อ รู้จักใช้ เช่น จักรยานก็เอา
ราคาสักไม่เกินหมื่นบาทใช้ได้สัก 10 ปี ตกปีละ พันบาท ถูกกว่าค่ายาของบางท่านแค่ 1เดือนครับ
หมวกก็ 7-8 ร้อยบาทของผมใช้มาอายุเท่ากับท่านที่ออกกำลังกายสัก10ปีครับ ก็ยังใช้งานได้ดีอยู๋
กางเกงก็ 500บาท เสื้อจักรยานแบบตัวที่ผมใส่ตามรูปที่ขี่ทริปจักรยานทางไกล ผมซื้อมาตัวละ290 บาท
ใช้งานแบบโชกโชน ยังไม่ขาดครับ
- บางท่าน บอกว่าตอนนี้ยังเดินได้ ยังสุขภาพดีอยู่ พูดง่ายๆ ใว้รอเดินไม่ได้ค่อยขึ่ ถ้าคิดเช่นนั้น ขี่ไม่ได้
แล้วครับเพราะอะไรๆ ของร่างกายมันเสื่อมหมดแล้วครับ
-บางท่าน บอกว่า กลัวรถยนต์ชน ไม่ต้องกลัวครับ แต่งตัวให้รัดกุม ใส่หมวกให้พร้อม คนขับรถยนต์เขาเห็น
เราออกกำลังกาย เขาจะระวังเราครับ

ที่จริงการออกกำลังกายมีหลายอย่างครับ แต่หลังจากอายุ 30 ปี ขึ้นไป ดีที่สุดมีสองอย่าง คือ ว่ายน้ำ กับ
ขี่จักรยาน แต่ว่ายน้ำ ยังมีข้อเสีย คือ ต้องรอสระว่ายน้ำ จักรยานไม่ต้องรอ ถ้าพร้อม คนเดียวก็ขี่ได้
ว่ายน้ำเสียค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่ว่าย จักรยานไม่เสียเงินครับ เป็นหวัด เป็นไข้ ว่ายน้ำไม่ได้ครับ ยิ่งว่าย
ยิ่งป่วย ถึงจะสุขภาพดีก็ว่ายน้ำไม่ได้นานครับ ยิ่งบางคนสุขภาพไม่พร้อม ว่ายน้ำไม่ได้ เพราะ
การว่ายน้ำเราต้องสูญเสียพลังงานไปกับการรักษาอุณภูมิของร่างกายเอาใว้ที่ 37 องศา ยิ่งน้ำเย็น
ยิ่งสูญเสียพลังงานในการที่ร่างกายต้องรักษาใว้ที่ 37 องศามาก ตะคริวในน้ำก็เกิดจากการรักษา
อุณภูมิของร่างกายใว้ที่ 37 องศาครับแต่ร่างกายสูญเสียพลังงานไปเกินกว่าที่ร่างกายจะสร้างได้
ตะคริวจึงเกิดครับ แต่ที่พูดมาทั้งหมด ขี่จักรยานทำได้หมดครับ เป็นหวัด เป็นไข้ หายเลยครับ
ร่างกายไม่สมบูรณ์ก็ยังขี่ได้ แล้วให้ประโยชน์ครับ ว่ายน้ำนั้นเหมาะกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง
แต่ต้องการออกกำลังกายครับ
แล้วเงินก็ต้องพร้อมจ่าย เริ่มตั้งแต่ขับรถไปสระว่ายน้ำไปจนถึงลงสระว่ายน้ำครับ[/color

แต่ต้องขี่ภายใต้กฎเกณฑ์ นี้เท่านั้นครับ

ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ

-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ

การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงข้อห้าข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือ
คุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ

การขี่จักรยานไม่ใช่ทำเลียนแบบนักแข่งทีมชาติหรือพวกแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์ ครับ เพราะไม่มืเหตุผล
อะไรที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะพถติกรรมต่างๆก็ไม่เหมือนกัน ผมถามจริงๆครับ ว่า มีอะไรบ้างที่ทำแล้วเป็น
ประโยชน์แก่เรา ขี่แบบนั้นทำแบบนั้นแล้วเราจะได้เป็นแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์หรีอครับ รวมทั้งพวกที่
ชอบแข่งในสนามและนอกสนาม ต้วยครับ มันภูมิใจนักหรือที่เราได้ชนะคนอื่นๆแค่ไม่กี่คนแค่คิดก็แพ้แล้วครับ
เราทำได้ก็แค่เลียนแบบครับ แต่ความเสียหายที่เกิดกับเรา ลองคิดดูนะ นักจักรยานที่ชอบแข่งขันทั้งหลาย
คุณรู้ไหมขี่อัดๆ 40-50 นะกดบันไดที ท่องไว้เลยครับ แลคติค แอนดีนาลีน ครับ นี่ยังไม่รวม หัวใจโต
และความไม่สมดุล ของการใช้พลังงานก็คือ ไขมัน กับ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งก่อให้เกิดโรคครับ ยิ่งทำทุกวัน
ยิ่งเปรียบเสมือน การพยายามฆ่าตัวตายครับ ไม่เห็นมันจะน่าสนใจอะไรเลยครับกับการขี่แบบนั้น
ถ้าเป็นเครื่องยนต์มันพังก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่นี่ตัวเรานะ พังแล้วจะโยนทิ้งก็ไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มีครับ
เราต้องพยายามรักษาเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ทนทานและอยู่ได้นานที่สุดครับ อย่าทำกันเลยครับผมไม่เห็นจะมีความสุขตรง
ไหน เพราะความสุขที่เราทำสนองใจเรา แต่มันไปทำร้ายร่างกายเราอย่างมหันต์ครับ ตอนขี่นะเหนื่อยก็เหนื่อยแสนจะทรมานถ้าเป็นทำงาน
นะเราหยุดแล้ว แต่นียังทนขี่กันอยู่ได้ คนอะไรไม่รู้หาวิธีทรมานร่างกายได้ดีเหลือเกินครับ
มีสิ่งดีๆที่เราต้องทำกับจักรยานอีกเยอะครับ อย่างเช่น วิธีที่ผมแนะนำ ขี่ก็สนุก มีความสุขกับมัน ร่างกายก็แข็งแรง สมาธิก็ดี
ได้ฝึกจิตใจที่จะไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ได้รับแอนโดฟินทุกวันเพราะหลังการขี่แล้วเราจะรู้สึกสดชื่น เท่ากับเราทำให้ร่างกายแข็งแรงครับ
เพราะเราขี่ในขอบเขตของแอโรบิคร่างกายก้ไม่ขาดออกซิเจน เลือดก็ไม่เป็นกรด ยิ่งขี่ยิ่งแข็งแรง เมื่อขี่ต่อไปเรื่อยๆการขยายขอบเขตทางแอโรบิค
ก็จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆครับ ถ้าเรานำทักษะนี้ไปใช้ขี่จักรยานทางไกลแบบความเป็นเลิศเราจะขี่ได้อย่างแข็งแกร่งครับ ไม่ภูมิใจหรือครับ
ถ้าเราขี่จักรยานทางไกล200กม/วัน แต่นักแข่งที่ชอบขี่40-50 เมื่อไปกับเรา ไม่สามารถขี่ได้ดีเท่าเรา หรืออาจทำไม่ได้เลย เพราะร่างกาย
เขาได้เสียหายไปแล้วจากการที่เขาทำร้ายร่างกายตัวเองทุกวันครับ
สำหรับผมภูมิใจครับที่ผมจะก้าวไปสูนักจักรยานทางไกลที่มีความสามารถในการพัฒนาการขี่จักรยานทางไกลได้มากที่สุดคนหนึ่ง
นักจักรยานหลายทีม ที่ได้สัมผัสกับผมในการขี่จักรยานทางไกล ยอมรับในวิธีการขี่จักรยานทางไกลแบบที่ผมพัฒนาขึ้นมาครับ


พัฒนาการขี่ทางไกลระดับทีมไม่มีคำว่าเร็วหรือช้าแต่ทุกคนต้องไปได้หมด
ครับ ซึ่งขี่ยากกว่าการขี่แบบเร็วครับ

และสุดท้ายการขี่จักรยานไม่ใช่เพียงเพื่อต้องการความเร็วเพียงอย่างเดียวครับ

ทริปจักรยานท่องเที่ยวแต่ขี่แบบแข่งขันมีเกือบในทุกทริปการเดินทางครับ ขี่กันไปแข่งกันไป
ทิ้งกันกระจัดกระจาย คนไหนแพ้กลับบ้านไปอัพรถใหม่ เป็นแบบนี้ทุกคน ทำเพียงเพื่อต้องการ
เอาชนะกันเองในกลุ่มเพียงไม่กี่คน สุดท้ายแตกความสามัคคี ที่จริงการขี่จักรยานมีสิ่งดีๆที่จะ
ต้องทำได้อีกเยอะครับ เราต้องเอาความสามารถที่เรามีมากกว่ามาพัฒนาทุกๆคนให้มีความ
สามารถเท่าเทียมกัน แต่ความสามารถที่เท่าเทียมกันนั้นก็ยังแตกต่างกันที่ความแข็งแรงที่ไม่เท่ากัน
แต่ทุกคนต้องมีทักษะเท่ากันครับ แล้วเรามาหาค่าเฉลี่ยที่ทุกคนสามารถเดินทางร่วมกันได้
ไม่มีเร็วไม่มีช้าทุกคนต้องไปพร้อมกันหมด คนที่แข็งแรงกว่าต้องเสียสละครับ เช่น
เดินทางแถวเรียงหนึ่ง ห้าคนแรกกับคนสุดท้ายต้องแข็งแรงกว่าคนอื่นในกลุ่ม คนที่หก เจ็ด
แปด เก้า เรียงลดหลั่นกันไป เพราะว่าเมื่อคนนำใช้แรง 100% คนที่สองเหลือประมาณ80%
คนที่สาม สี่ ห้า ก็ออกแรงน้อยกว่านี้แต่ความเร็วเท่ากันครับ นี่ไงครับคือการทำให้กลุ่มเดินทาง
ได้เร็วและแข็งแกร่ง ส่วนคนนำแข็งแรงอย่างเดียวนำไม่ได้ครับ ต้องทักษะสูงต้องรู้จัก
การลดแรงบนลูกบันไดเพี่อให้กลุ่มต่อเนื่องเมื่อเวลากลุ่มเริ่มขาดครับ ต้องขี่แบบเซพแรงได้
หมายถึงการออกแรงที่ลูกบันไดต้องเท่ากันใน5 สถานะคือ ลมนิ่ง สวนลม ตามลม ขึ้นเขา
ลงเขา และเมื่อต้องการเพิ่มคว่ามเร็วรอบต้องนิ่งแล้วต้องเป็นรอบที่คนที่มีความสามารถน้อยสุด
ในกลุ่มขณะนั้นทำได้และให้ประสิทธิภาพสูงสุดและคนที่มีความสามารถน้อยสุดขณะนั้นรู้สึก
สนุกกับการเดินทางไม่มีความรู้สึกว่าเป็นปมด้อยตลอดการเดินทางครับ

นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผม พยายามรณรงค์ให้ทุกๆคนมาขี่จักรยานครับ

ข้อความทั้งหมดจากคุณเมธา เปรมแสง

viewtopic.php?f=56&t=216553
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เฮียแป๊ะ ผมได้รับ forward mail เกี่ยวกับ การขับนิ่วออกจากร่างกาย เป็นประโยชน์ครับ

การล้างตับ
การล้างตับ (liver flush) เป็นวิธีการที่ง่ายและมีประโยชน์กับร่างกายมาก 90% ของคนเราจะมีนิ่วในถุงน้้าดีและนิ่วในตับ ซึ่งนิ่วพวกนี้จะท้าให้ประสิทธิภาพของตับในการดูดซับสารพิษจากอาหารหรือสิ่งที่เข้าไปในร่างกายลดลง เมื่อไม่มีนิ่ว ตับของคุณก็จะดูดซับสารพิษต่างๆที่เข้าไปในร่างกายได้เต็ม 100% จนกระทั่งันเกิดขึ้นมาอีก ไม่เว้นแม้แต่เด็กก็มีเหมือนกัน ถ้าตับของคุณเต็มไปด้วยนิ่วร่างกายก็จะต้องใช้ก้าลังส่วนอื่นขับมันออกไป ผิวของคุณก็รวมอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย นิ่วพวกนี้เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษกับร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย รวมทั้งน้้าดื่มที่เราดื่มเข้าไป ถ้าคุณสามารถก้าจัดนิ่วพวกนี้ออกไปจากร่างกาย อวัยวะต่างๆในร่างกายคุณก็จะท้างานได้เต็มประสิทธิภาพรวมทั้งช่วยท้าให้ผิวพรรณดูดีขึ้น ได้มีการส้ารวจผลจากคนที่เป็นสิวแล้วท้าการล้างตับ (liver flushing)

ภาพก้อนนิ่วจ้านวนมากที่อยู่ในถุงน้้าดี
ก้อนนิ่วออกจากตับ

คนที่เป็นสิวเรื้อรัง -10 ใน 66 คน สิวหาย -33 ใน 64 คน อาการสิวดีขึ้น สิวฮอร์โมน -2 ใน 33 คน สิวหาย -7 ใน 33 คน อาการสิวดีขึ้น
และอาการอย่างอื่นเช่น ปวดหลัง เรื้อนกวาง และอีกหลายโรคดีขึ้น

สิ่งที่ต้องเตรียม
-น้้าแอปเปิ้ล
-ดีเกลือ(Magnesium sulfate,Epsom salt)
-น้้ามะนาว
-น้้ามันมะกอก
-ผักและผลไม้ที่ชอบ

วิธีการ(มีหลายวิธีในการทา liver flushing ของที่ใช้ในวิธีนี้สามารถหาได้ในบ้านเรา)
1.ดื่มน้้าแอ๊ปเปิ้ล 2 ถ้วย ทุก 2 ชั่วโมงตลอด 2 วัน
2.ในสองวันนี้ทานเฉพาะผักกับผลไม้
3.ก่อนนอนให้ผสมดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะในน้้าหนึ่งแก้วแล้วกิน พอดื่มเสร็จให้ตามด้วยน้้ามันมะกอกครึ่งถ้วยผสมกับน้้ามะนาว 1 ลูก กินตามลงไป

ภาพเมื่อท้าการล้างตับตามขั้นตอนก้อนนิ่วจะออกมาเมื่อเราถ่าย

คุณสมบัติของสิ่งที่เรากินเข้าไป
-น้้าแอ๊ปเปิ้ลอุดมไปด้วยกรด malic ซึ่งจะเข้าไปท้าละลายท้าให้ก้อนแข็งอ่อนลง
-ดีเกลือ จะช่วยให้กล้ามเนื้อต่างๆผ่อนคลายรวมทั้งช่วยให้ท่อน้้าดีขยายออก ท้าให้นิ่วนั้นผ่านออกมาได้
-น้้ามันมะกอกจะช่วยกระตุ้นการขับออกมา

Reference
Dr. Hulda Clark absoluteacneinfo.com Cathy Wong altmedicine.about.com Dr. Cluade M. Lewis curezone.com แปลและเรียบเรียงโดย Acnethai.com

อีกหนึ่งวิธีในการท้า Liver flush
สิ่งที่ต้องเตรียม
น้้ามันมะกอกบริสุทธิ์ ½ ถ้วย
มะนาว 3 ลูก
ดีเกลือ 4 ช้อนโต๊ะ
น้้าสะอาด 3 ถ้วย
**หมายเหตุ 1 ถ้วย = 250 มล.**
ในการล้างท้าความสะอาดนี้ ควรท้าในวันหยุดเช่นวันเสาร์ เพื่อจะได้หยุดพักต่อในวันถัดไปได้ รับประทานอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่ปราศจากไขมันเช่น ซีเรียลกับผลไม้, น้้าผลไม้, ขนมปังและแยมหรือน้้าผึ้ง (ไม่มีนมหรือเนย) มันฝรั่งหรือผักอื่น ๆ น้าไปอบปรุงรสด้วยเกลือเท่านั้น จะเป็นการสร้างน้้าดีและเพิ่มแรงดันในตับ ยิ่งมีแรงดันสูงก็จะยิ่งท้าให้ก้อนนิ่วหลุดออกมาก

2 โมงเย็น : ห้ามดื่มหรือกินอะไรทั้งสิ้นหลังบ่ายสองโมงเย็นไปแล้ว หากไม่ท้าตามกฎอาจมีอาการไม่สบายเล็กน้อยได้ ช่วงเวลานี้ให้เตรียมน้้าดีเกลือเอาไว้ให้พร้อม โดยการผสมดีเกลือ 4 ช้อนโต๊ะ ในน้้า 3 ถ้วยที่เตรียมเอาไว้ใส่เหยือกหรือภาชนะส้าหรับน้้าดื่ม น้้าที่ผสมนี้จะใช้ดื่มได้ 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะรินเพียง ¾ ของแก้ว จากนั้นน้าน้้าดีเกลือที่ผสมแล้วใส่ตู้เย็น (เพื่อความสะดวกในการใช้ดื่มแต่ละครั้ง และรสชาติที่ดีกว่าดื่มแบบไม่เย็น เท่านั้น) (สูตรการผสมน้้าดีเกลือนี้สามารถเปลี่ยนจากน้้าสะอาด 3 ถ้วย เป็นน้้าอย่างอื่นแทนได้ เช่นน้้าผลไม้สด หรือน้้าแอ๊ปเปิ้ลสด เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น)

6 โมงเย็น : ดื่มน้้าดีเกลือที่ผสมไว้แก้วที่หนึ่ง (3/4 ของแก้ว) ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมเอาไว้ตามวิธีการข้างต้น ให้ผสมดีเกลือ 1 ช้อนโต๊ะกับน้้า ¾ ของแก้ว โดยอาจเติมผงวิตามินซี 1/8 ของช้อนชา เพิ่มลงไปเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น - - หลังจากดื่มน้้าดีเกลือไปหนึ่งแก้วแล้ว ให้เตรียมน้้ามันมะกอกบริสุทธิ์และน้้ามะนาวไว้ให้พร้อม

ทางเลือกเพิ่มเติม
ทางที่ 1: หากลืมดื่มน้้าดีเกลือตอน 6 โมงเย็น ให้ดื่มทีเดียวตอน 2 ทุ่ม แต่อย่างอื่น ๆ ให้คงไว้ตามเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอีก หลาย ๆ คนถ่ายก้อนนิ่วออกมาได้แม้ในการดื่มน้้าดีเกลือในปริมาณน้อย ๆ แต่หากยังไม่มีอะไรออกมา ให้ท้าเต็มขั้นตอนในครั้งถัดไป

2 ทุ่ม : ดื่มน้้าดีเกลือแก้วที่สอง แม้ว่าจะไม่ได้รับประทานอาหารใด ๆ ตั้งแต่บ่ายสองโมงเย็น แต่ก็จะไม่รู้สึกหิว ให้เตรียมตัวให้พร้อมในขั้นตอนต่อไป

3 ทุ่ม 45 นาที : รินน้้ามันมะกอกบริสุทธ็ ½ ถ้วย, ล้างมะนาวทั้ง 3 ลูกให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นบีบมะนาวลงไปในถ้วยอีกใบ แล้วใช้ส้อมเขี่ยเนื้อมะนาวออก จะได้น้้ามะนาวอย่างน้อย ½ ถ้วย แล้วน้าน้้ามันมะกอกที่ตวงไว้ผสมกับน้้ามะนาวที่บีบไว้ เขย่าให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ได้เวลาเข้าห้องน้้าสัก 1-2 ครั้งแล้ว แม้ว่าจะเข้าห้องน้้าบ่อยช่วงนี้ก็จ้าเป็นต้องเข้า อาจจะใช้เวลาถึง 4 ทุ่ม แต่อย่าให้ช้าเกิน 4 ทุ่ม 15 นาที ไม่อย่างนั้นจะได้ก้อนนิ่วน้อยลงกว่าที่ควร

4 ทุ่ม : ดื่มน้้ามันมะกอกผสมมะนาวที่เตรียมไว้ แล้วเริ่มจิบ หากใช้หลอดดูดก็จะง่ายขึ้น หลังจากดื่มเรียบร้อยแล้วให้รอประมาณ 5 นาที (อาจเป็น 15 นาที ในผู้ที่อายุมากแล้วหรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ) เมื่อดื่มแล้วให้เดินไปที่เตียงนอนให้เร็วที่สุด จากนั้นให้รีบนอนลงทันที หากไม่รีบนอนลงอาจท้าให้การก้าจัดก้อนนิ่วไม่ส้าเร็จ ยิ่งรีบนอนลงเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งก้าจัดก้อนนิ่วได้มากเท?านั้น โดยนอนหงายหนุนหมอน แล้วลองคิดว่าตอนนี้ก้าลังเกิดอะไรขึ้นบ้างในตับเรา พยายามนอนให้นิ่งเช่นนั้นประมาณ 20 นาที จะรู้สึกได้ว่าขบวนก้อนนิ่วเหมือนลูกแก้วกลิ้งอยู่ ลังผ่านไปยังท่อน้้าดี ขณะนี้จะไม่มีความรู้สึกว่าเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากวาล์วท่อน้้าดีก้าลังเปิด (เป็นผลมาจากดีเกลือ) ไม่ต้องกังวล แล้วพยายามนอนให้หลับ

เช้าวันต่อมา : เมื่อตื่นนอนแล้วให้ดื่มน้้าดีเกลือที่ผสมเหลือจากเมื่อวัน ถือเป็นแก้วที่สาม หากมีอาการท้องอืดหรือคลื่นไส้ให้รอจนกว่าจะหายจึงค่อยดื่มน้้าดีเกลือ แล้วกลับไปนอนต่อ ห้ามดื่มก่อน 6 โมงเช้า

2 ชั่วโมงต่อมา : ดื่มน้้าดีเกลือแก้วสุดท้าย แล้วกลับไปนอนอีกครั้ง

หลังจากนั้นอีก 2 ชั่วโมง : เริ่มทานน้้าผลไม้ได้, ครึ่งชั่วโมงถัดไปรับประทานผลไม้ได้, หนึ่งชั่วโมงถัดไปทานอาหารปกติได้ แต่ควรทานน้อย ๆ ทาตามโปรแกรมได้ดีแค่ไหน? จะมีอาการท้องเสียในตอนเช้า ให้มองหาก้อนสีเขียวซึ่งเป็นก้อนนิ่ว ไม่ใช่อุจจาระ น้้าดีจากตับนั้นจะมีสีเขียว อุจจาระที่ออกมาจะจม แต่ก้อนนิ่วจะลอยเพราะมีคอเลสเตอรอลผสมอยู่ในนิ่วด้วย ให้ลองนับปริมาณคร่าว ๆ ของก้อนนิ่วที่เจอไม่ว่าจะเป็นก้อนสีเขียวหรือสีน้้าตาล ปกติแล้วจะมีอยู่ประมาณ 2,000 ก้อน หากนับได้ประมาณนี้ก็ถือได้ว่าตับค่อนข้างสะอาดมากพอที่จะท้าให้หาย
จากอาการภูมิแพ้, อาการอักเสบของหัวไหล่ หรืออาการปวดหลังช่วงบนได้อย่างถาวร อาจท้าความสะอาดตับได้เป็นช่วง ๆ ห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ และไม่ควรท้าเมื่อป่วย บางครั้งท่อน้้าดีก็เต็มไปด้วยเม็ดคอเลสเตอรอลที่ยังไม่ก่อตัวเป็นก้อนนิ่ว จึงอาจมีลักษณะเหมือนแกลบลอยอยู่ในโถชักโครก อาจมีสีน้้าตาล และอาจมีเม็ดขาวเล็ก ๆ นับล้านอยู่ด้วย การล้างท้าความสะอาดเม็ดเล็กขาวและที่มีลักษณะลอยเหมือนแกลบนี้ส้าคัญเช่นกัน เพื่อจะก้าจัดออกไปก่อนที่จะเป็นก้อนนิ่ว วิธีการท้าความสะอาดตับนี้ปลอดภัยมาก ไม่มีใครต้องเข้าโรงพยาบาลจากการท้าขั้นตอนเหล่านี้ ไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดให้กล่าวถึง แต่ก็อาจท้าให้รู้สึกไม่ค่อยสบายบ้างเล็กน้อย 1-2 วัน ขั้นตอนเหล่านี้นั้นขัดแย้งกับการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ เข้าใจกันไปว่าก้อนนิ่วนั้นเกิดขึ้นในถุงน้้าดีไม่ใช่ในตับ คิดว่ามีปริมาณน้อยไม่ถึงหลักพัน ไม่ได้เกิดความเจ็บปวดยกเว้นว่าเป็นนิ่วในถุงน้้าดี และก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าท้าไมถึงคิดเช่นนั้น เพราะเมื่อเวลาที่เจ็บปวดขึ้นมาฉับพลัน จะพบว่ามีก้อนนิ่วบางก้อนนั้นอยู่ในถุงน้้าดีมีขนาดใหญ่พอที่จะมองเห็นได้ด้วยการเอ็กซ์เรย์ และท้าให้เกิดการอักเสบบริเวณนั้น เมื่อก้าจัดเอาถุงน้้าดีออกไป ความเจ็บปวดดังกล่าวก็หายไป แต่อาการอักเสบที่หัวไหล่และอาการอื่น ๆ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารนั้นยังคงอยู่

References:
1. Bucci LR, Hickson JF, Wolinsky I, et al. Ornithine supplementation and insulin release in bodybuilders. Int J Sport Nutr 1992;2:287–91.
2. Fogelholm GM, Naveri HK, Kiilavuori KT, et al. Low-dose amino acid supplementation: no effects on serum human growth hormone and insulin in male weightlifters. Int J Sport Nutr 1993;3:290–7.
3. Lambert MI, Hefer JA, Millar RP, et al. Failure of commercial oral amino acid supplements to increase serum growth hormone concentrations in male body-builders. Int J Sport Nutr 1993;3:298–305.
4. Bucci L, Hickson JF et al. Ornithine ingestion and growth hormone release in bodybuilders. Nutr Res 1990;10:239–45.
5. Elam RP, Hardin DH, Sutton RA, et al. Effects of arginine and ornithine on strength, lean body mass and urinary hydroxyproline in adult males. J Sports Med Phys Fitness 1989;29:52–6. 6. Cynober L. place des nouveaux substrats azotés en nutrition artificielle périopératoire de l’adulte. Nutr Clin Métabole 1995;9:113 [in French].
7. Brocker P, Vellas B, Albarede JL, Poynard T. A two-centre, randomized, double-blind trial of ornithine oxoglutarate in 194 elderly, ambulatory, convalescent subjects. Age Ageing 1994;23:303–6.
8. Stauch S, Kircheis G, Adler G, et al.. Oral L-ornithine-L-aspartate therapy of chronic hepatic encephalopathy: results of a placebo-controlled double-blind study. J Hepatol 1998;28:856–64. 9. Cynober L. Amino acid metabolism in thermal burns. JPEN 1989;13:196.
10. De Bandt JP, Coudray-Lucas C, Lioret N, et al. A randomized controlled trial of the influence of the mode of enteral ornithine alpha-ketoglutarate administration in burn patients. J Nutr 1998;128:563–9.
11. Zieve L. Conditional deficiencies of ornithine or arginine. J Am Coll Nutr 1986;5:167–76. [review] แปลและเรียบเรียงโดย Acnethai.com
don1970
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 252
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 20:06
Tel: 0819107429
ติดต่อ:

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย don1970 »

ข้อมูลดี มีประโยชน์ครับพี่
เลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อน ดีกว่าเลี้ยงเพื่อนแบบหมาๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Chompoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1489
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:55

Re: My travel today :)

โพสต์ โดย Chompoo »

เมื่อวานกับบรรยากาศเช้าตรู่ เส้นทางไปห้วยพลู นครปฐม

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

และรูปเด็ด ของเด็กๆ ในสวนถั่วฝักยาว :D

รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”