@@ บังมัด มีนบุรี (ฅนชานเมือง) ใช้ทัวร์ริ่ง L K L M แล้วชวนเพื่อนๆที่ใช้มาช่วยแนะนำกัน @@

ห้องนี้สามารถโชว์รถของท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการแต่ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

วันนี้ไม่ได้ออกทางยาว เอาแค่ซ้อมๆหน่อยเดียวพอเลยเข้ามาอัพกระทู้ใว้ก่อน
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

ช่วง2วันนี้อากาศค่อยดีขึ้นมาหน่อย ไม่มีฝนทำให้ตอนเช้าออกมาปั่นออกกำลังก่อนเข้าที่ทำงาน แต่ช่วงนี้ต้องถือศีลอด ช่วงเดือนรอมาดอล ของมุสลิม ก็ต้องปั่นลดลงหน่อย
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

การดื่มน้ำให้ถูกวิธี

เพื่อนๆคิดว่าสุดยอดของการเป็นหมออยู่ที่ไหนครับ
รักษาโรคยากๆได้? ยื้อชีวิตของคนที่จะจากเราไปให้อยู่แม้เพียงเฮือกหนึ่ง? ถวายตัวอยู่กับคนไข้ตลอด 24 ชม.?
เคยอ่านนิยายกำลังภายในกันไหมครับ เป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมที่ผมชอบมากเลยครับ โดยเฉพาะเวลาฉากที่กำลังจะต่อสู้กัน ถ้าสนใจจะเริ่มอ่านขอแนะนำฤทธิ์มีดสั้นของโกวเล้งครับ
"มีดสั้นในมือของลี้คิมฮวงนั้นหากปล่อยออกจากมือไม่เคยพลาดเป้ามาก่อน" เพียงแค่คำเล่าลือนี้ก็สามารถสะกดศิษย์วัดเสี้ยวลิ่มยี้แปดร้อยคนที่โอบล้อม เขาไว้ให้ไม่กล้าแม้กระทั่งผ่อนลมหายใจ
ลี้คิมฮวงเพียงแค่ถือมีดไว้ในมือเล่มเดียวทว่าชนะตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำครับ
ที่ร่ายมานี้เพียงเพื่อที่จะบอกว่ายอดฝีมือสามารถช่วงชิงชัยได้โดยไม่แม้แต่ ออกกระบวนท่า เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด แต่กว่าจะมีความสำเร็จถึงขั้นนี้ได้ต้องมีการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ใช่เพียงหัดเล่นๆชั่วค่ำคืน
นี่แหละครับที่ทำให้ผมคิดว่าสุดยอดของการเป็นหมอคือการไม่ต้องรักษาคนไข้ครับ ไม่จำเป็นต้องใช้มีดผ่าตัด จับชีพจร ฝังเข็มหรือว่าจ่ายยารักษาโรคโดยไม่ต้องออกกระบวนท่าใดๆ หรือก็คือการป้องกันก่อนเกิดโรคนั่นเอง

ที่จะเน้นให้เห็นก็คือ การรักษาโรคที่เกิดขึ้นโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้ เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ต่อให้เป็นหมอจีนที่พยายามปรับร่างกายแบบองค์รวมก็เถอะ เพราะเมื่อเรารักษาคนไข้จนหายโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้นั้น เชื่อได้เลยครับว่าเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันอีก
และหนึ่งในพฤติกรรมที่ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ทำผิดมากที่สุดคือเรื่องของการดื่มน้ำนี่แหละครับ

ลองทำแบบทดสอบกันสักนิดก่อนอ่านต่อดีไหมครับ

1. คุณมีความเชื่อที่ว่าน้ำยิ่งดื่มเยอะยิ่งดีหรือไม่

2. คุณดื่มน้ำวันละกี่แก้ว

3. น้ำที่ดื่มเป็นน้ำเย็น, น้ำธรรมดา หรือว่าน้ำอุ่น

4. ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนเป็นพิเศษไหม เช่น ดื่มตอนเช้า ดื่มระหว่างทานข้าว ดื่มก่อนนอน เป็นต้น

5. ปกติดื่มอะไร เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม ชา กาแฟ เป็นต้น

เราเฉลยกันไปทีละข้อๆพร้อมอธิบายละกันครับ พร้อมที่จะรู้ความผิดของตัวเองหรือยังครับ

.
.

ข้อ หนึ่งนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดครับ ทุกอย่างต่างมีคุณและมีโทษ ต้องหาจุดสมดุลของมันครับ น้ำดื่มมากเกินไปกลับไม่ดีเสียอีกครับ เดี๋ยวผมจะมีสูตรให้คำนวณว่าวันหนึ่งเพื่อนๆควรดื่มน้ำแค่ไหน

.

ข้อสอง คิดว่าทุกคนคงเคยเรียนกันมาอยู่แล้วว่าคนเราวันหนึ่งควรทานน้ำวันละ 8-10 แก้ว ว่าแต่ทำได้อย่างที่เรียนมาหรือเปล่าครับ

ผมจะอธิบายให้ฟังว่า น้ำในร่างกายของเรามีที่มาที่ไปอย่างไรก่อน

น้ำที่เข้าสู่ร่างกายเรามาจากน้ำ และอาหารที่ทานเข้าไปเป็นหลัก ส่วนน้ำจะออกจากร่างกายทางปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ และทางลมหายใจ แต่ปัสสาวะเป็นเส้นทางหลักครับ

คนเราจำเป็นต้องปัสสาวะออกจากร่างกายอย่างน้อย 500 มิลลิลิตรต่อวัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด นอกจากนี้อีกสามทางที่เหลือโดยเฉลี่ยก็จำเป็นต้องใช้น้ำอีกราว1000 มิลลิลิตร หรือ 1ลิตร ต่อวัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คนเราจึงต้องดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่ออกจากร่างกายทุกวันราว 1500 มล. หรือ 7-8 แก้ว (แก้วละ 200 มล.) แต่ ทังนี้ทั้งนั้นตัวเลขนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนครับ ผมเลยมีสูตรมาให้คิดกันคร่าวๆว่าวันหนึ่งเราต้องทานน้ำปริมาณเท่าไรจึงจะ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สูตรคือ (น้ำหนักตัว(กก.) x 2.2 x 30) / 2

หน่วยที่ได้ออกมาเป็นมิลลิลิตรครับ เช่น หนัก 60 กก. เอาเข้าแทนค่าก็จะได้

ควรดื่มน้ำ (60 x 2.2 x 30) / 2 = 1980 มล. หรือประมาณ 10 แก้วต่อวันครับ

ถ้าเราดื่มน้ำน้อยกว่านี้ เลือดซึ่ง 90%ทำมาจากน้ำก็จะเดินไม่สะดวก ร่างกายก็จะทั้งขับของเสียยาก ขณะเดียวกันสารอาหารในเลือดก็ส่งไปถึงร่างกายช้า ทางแพทย์จีนถ้าเกิดเลือดลมเดินไม่สะดวกนี่เป็นบ่อเกิดสารพัดโรคเลย บางคนบอกว่าประจำเดือนมาน้อยหรือไม่มา มาเป็นลิ่มเลือด สีเข้ม หนืด ปวดประจำเดือนก็แหงละครับ น้ำไม่กินจะเอาที่ไหนไปสร้างเลือดละครับ แต่ถ้าทานน้ำมากกว่านี้ก็เป็นผลเสียต่อร่างกายอีกเหมือนกัน ทำอะไรก็ต้องพอดีๆครับ

.

ข้อ สามอย่างที่เคยบอกไปตั้งแต่อาการขี้หนาวนะครับว่าน้ำเย็นเป็นของต้องห้าม สำหรับร่างกาย กระเพาะเมื่อเจอของเย็นเข้าไปการทำงานจะด้อยลงทันที เกิด เป็นอาหารไม่ย่อย อาหารบูดเน่าหมักหมมอยู่ในกระเพาะและลำไส้ ลำไส้ก็ดูดซึมของเสียจากกากอาหารพวกนี้กลับเข้าสู่เส้นเลือดต่อไปเรื่อยๆจน กว่าจะถ่ายอุจจาระออกจากร่างกายของเรา

เพราะฉะนั้นเราควรจะไม่ทานของเย็นๆครับ ทานน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นก็ได้ แต่ก่อนผมไม่รู้จุดนี้ก็ทานกันไป โดยเฉพาะไทยเป็นเมืองร้อน ทุกที่ต้องเสริฟน้ำเย็น เสริฟน้ำแข็งกันเป็นกระติกๆ กินกันจนเป็นเรื่องธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็เฉยๆ แต่พอตอนนี้ เห็นแล้วกลัวไปเลยครับ บ้านผมตอนนี้ไม่ทานน้ำแข็งกันแล้ว

.

ข้อสี่ ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนกัน ที่บอกให้ดื่มวันละ 8-10 แก้วเนี่ยจะแบ่งกินช่วงไหนระหว่างวันบ้างละ ไหนใครที่ชอบทานข้าวไปจิบน้ำไปบ้างประมาณว่ากินข้าวเสร็จหมดน้ำไปสองแก้ว ยกมือขึ้น ข้อนี้ผมจัดเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวงที่สุดเลยครับ เป็นการกินน้ำที่ผิดที่สุดครับ

คนเรามักทำอะไรเพลินเสียจนลืมทานน้ำ พอถึงเวลาว่างซึ่งมักจะเป็นเวลาทานข้าว เขาบอกว่าให้ทานน้ำเยอะก็ ทานรวดเดียวไปเลย ผิด ผิด ผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยครับ เพราะช่วงเวลาที่ทานข้าวนั้น ร่างกายจำเป็นต้องอาศัยน้ำย่อยในการย่อยอาหาร เมื่อคุณกินน้ำเข้าไปเยอะๆแล้ว น้ำย่อยก็จะเจือจาง ก็เข้าสู่ระบบเดียวกับการกินของเย็น คืออาหารไม่ย่อย หมักหมม พิษถูกดูดเข้าเส้นเลือด

เพราะฉะนั้นที่คุณควรทำคือ ตอน เช้าตื่นมาดื่มน้ำก่อนเลยครับ 2-5 แก้ว เพื่อเป็นการขับพิษออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะ ที่ให้ดื่มทันทีเพื่อให้มีระยะเวลาห่างจากอาหารเช้าพอสมควร

ก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างทานอาหาร และหลังอาหาร 40 นาที ทานน้ำได้ไม่เกินครึ่งแก้วครับ ในที่นี้หมายรวมถึงซุป น้ำแกง และของเหลวทุกประเภทนะครับ

และอย่าดื่ม น้ำครั้งละมากๆ ให้จิบครั้งละ 2-3 อึก แต่จิบถี่ๆ หาขวดน้ำแก้วน้ำมาวางไว้ข้างตัว จิบไปทั้งวันครับ ถ้ากินน้ำครั้งละมากๆผลก็คือ ร่างกายยังไม่ทันได้ดูดซึมก็ไหลรวดเดียวปัสสาวะออกไปหมดแล้ว อย่างนี้ดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ยังหิวน้ำครับ เหมือนน้ำป่ามาครั้งเดียว ทะลักล้นเขื่อนออกไปหมด แล้วจะเอาอะไรกักเก็บไว้ในเขื่อนละครับ

เหมือนทำยาก แต่จริงๆแล้วพอเริ่มทำมันก็ไม่ยากอะไรครับ ผมแต่ก่อนทานน้ำ 2-3 แก้วพร้อมทานข้าว ด้วยเหตุผลสารพัดที่เข้าใจผิดเช่น ควรกินข้าวพออิ่มและทานน้ำเพื่อให้อิ่มจริง หรือกินล้างปากสักหน่อย (กินกันเป็นแก้วล้างปากเนี่ยนะ) หรือต้องสั่งชอคโกแลตปั่นใส่วิปครีมมากิน กินแล้วหวานมันเย็นอร่อยแต่ส่งผลเสียต่อกระเพาะโดยไม่รู้ตัว เบียร์ก็อีกตัวครับ สังสรรค์กันทีกินเข้าไปสิกี่ขวดว่ากันไป ทุกวันนี้เลิกครับ ได้ข้อดีอีกอย่างคือไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะ มันควรกินแกล้มอาหาร เลยได้เลิกเหล้าเลิกเบียร์กันไป

แต่ก่อนหลังทานข้าวเสร็จผมจะเรอตลอด ท้องอืดมาก ก็งง หรือว่าเรากินเยอะไป แต่บางทีกินไม่เยอะก็เรอตลอด เสียบุคลิกมาก พอมารู้ตรงนี้ถึงได้ถึงบางอ้อ กินน้ำเยอะอย่างนี้แล้วอาหารจะย่อยยังไงมันก็เลยเกิดลมเกิดแก้สซิ พอเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำใหม่ อาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

นอกจากนี้หลังอาหารยังไม่ควรทานผลไม่ล้างปากทันที อีก ด้วยครับ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นทั้งหลาย เช่น ส้ม แก้วมังกร สาลี่ แตงโม เป็นต้น มีสองเหตุผลครับ หนึ่งเพราะว่าผลไม้จะย่อยเร็วกว่าอาหาร อาหาร ยังย่อยไม่เสร็จ ผลไม้ก็ค้างเติ่งอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ดูดซึมสารอาหารจากผลไม้เหล่านี้ไม่ได้ พอไปถึงลำไส้ถึงคิวที่มันจะได้ดูดซึมมันก็เน่าเสียไปหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะทานผลไม้ควรทานก่อนหรือหลังอาหารสัก 1-2 ชม. ขณะท้องว่าง เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมวิตามิน สารอาหารและไม่รบกวนระบบการย่อยอาหารด้วย เหตุผลที่สองคือ น้ำย่อยในกระเพาะถือว่าเป็นธาตุไฟครับ ถ้าทานผลไม้ฤทธิ์เย็นเข้าไปก็จะส่งผลให้อาหารย่อยไม่ดี เกิดวงจรอุบาทว์ดังเช่นข้างบนอีกเหมือนกัน

.

มาถึงข้อสุดท้ายแล้ว เป็นไงบ้างครับ คอตกรับผิดกันเป็นแถวเชียว ยังครับมารับรู้ความผิดของตัวเองกันในข้อนี้ต่อ ทานน้ำอะไรกันครับ บางคนชอบทานน้ำอัดลมมาก ดื่มทุกวัน ไตก็ต้องทำงานกรองน้ำให้สะอาดหนักกว่าเดิม เครื่อง กรองน้ำยี่ห้อแอมเวย์สามารถกรองโค้กให้กลายเป็นน้ำเปล่าได้ แต่อายุการใช้งานไม่ถึงปีก็ต้องเปลี่ยนหัวกรอง ทว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนไตได้ครับ ถ้ายังอยากให้ไตอยู่คู่กับเรานานๆแล้ว คุณคงรู้ว่าต้องทำอย่างไร อีกอย่างน้ำอัดลมน้ำเป็นน้ำที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมี ใส่น้ำตาลจำนวนมาก กินเข้าไปมีแต่ผลเสียครับ ยิ่งอัดแก๊สอีก กินเข้าไปท้องก็อืด การย่อยอาหารก็ไม่ดี เสียเงินไปทำร้ายร่างกายตัวเองเปล่าๆ

พวกชาพร้อมดื่มบรรจุขวดก็เหมือนกันไม่มีอะไรนอกจากน้ำตาลและคาเฟอีนปริมาณ มากผสมน้ำนำมาขาย แต่ถ้าเป็นชาจีนร้อนๆชงจากกาก็ควรจะเว้นระยะหลังอาหารสักครึ่งชม.ครับ เพราะชามีฤทธิ์เย็น ทำให้อาหารไม่ย่อย รวมทั้งยังส่งผลต่อร่างกายในการดูดซึมธาตุเหล็กและโปรตีนอีกด้วย กาแฟก็ไม่ควรทานอย่างที่เคยพูดไว้ บางคนเถียงข้างๆคูๆ "กาแฟหอมนะหมอ" หอมครับผมไม่เถียง แต่มันไม่ดีครับ เดี๋ยวไอเดียบรรเจิดไม่เป็นหมอแล้ว ผลิตยาดมรสกาแฟดีกว่า ท่าจะรุ่ง

.

ครบห้าข้อแล้ว โอย เหนื่อย เอนทรี่นี้ยาวเป็นบ้า แต่ก็จำเป็นต้องเขียน เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน 555 ว่าไปนั่น ที่เขียนมาให้อ่านนี้เพราะหวังดีจริงๆครับ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเพื่อจะได้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บ อย่างที่บอกครับ หมอไม่อยากรักษาคนไข้หรอกครับ และหมอที่ดีที่สุดคือตัวคนไข้เอง เพราะพวกผมไม่มีทางอยู่กับคุณได้ตลอด ความสำเร็จไม่ใช่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน สุขภาพที่ดีไม่ใช่ว่าป่วยแล้วไปหาหมอ ได้ยามาทานแล้วหาย แต่เป็นหน้าที่ของตัวคุณเองที่ต้องดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
HS8XOT
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2009, 12:07
Tel: 077210098
team: vrtapee,ก๊วนลมโชย
Bike: trek 8500,Bianchi
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย HS8XOT »

:lol: ดีครับได้ความรู้ดีมากครับ แต่ก็ยังทำไม่ได้ซักทีครับ :mrgreen: :mrgreen:
ปั่นยังไงก็ได้ แต่ให้ถึงเส้นชัย
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

วันนี้ยังไม่มีอะใรคืบหน้า เข้ามาอัพกระทู้ใว้ก่อนครับ
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

:) :D :lol: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

รูปภาพ
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

ช่วงนี้หยุดสัก2วันเพราะว่าเป็นช่วงวันตรุษอีดิ๊ลฟิตรี่ คือออกจากการถือศีลอดมา1เดือน คงจะเริ่มพรุ่งนี้
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
Teaw_trek
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 338
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2009, 20:56
team: 99 City Bike
Bike: trek

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย Teaw_trek »

สวัสดีครับ บังมัด
เมื่อวานเจอกันที่ประชุม staff ที่สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
พี่บังเรียนเชิญคนชานเมืองมากันมาก ๆ เลยครับ
วันคาร์ฟรีเดย์ นึกภาพ การไหลขบวนจักรยานเข้า
ศาลาว่าการ กทม น่าจะสวยงามมาก ๆ
แล้วพบกันครับพี่บังมัด
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

Teaw_trek เขียน:สวัสดีครับ บังมัด
เมื่อวานเจอกันที่ประชุม staff ที่สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
พี่บังเรียนเชิญคนชานเมืองมากันมาก ๆ เลยครับ
วันคาร์ฟรีเดย์ นึกภาพ การไหลขบวนจักรยานเข้า
ศาลาว่าการ กทม น่าจะสวยงามมาก ๆ
แล้วพบกันครับพี่บังมัด
สวัสดีครับ ต้องขอบคุณที่ทักทายกัน ผมเองก็จะพยายามให้ได้200 ตอนนี้ที่ลงทะเบียนไปแล้วของ ฅนชานเมือง เองตอนนี้ 161 คน และมีเพิ่มมาอีก 20 กว่าก่อนวันที่15คงจะได้ 200 แล้วเจอกันครับ
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

สวัสดียามเช้าช่วงนี้ฝนลงบ่อยๆ ทำให้บางวันไม่ได้ปั่น บางวันปั่นได้ก็ไม่เต็มที่ :roll: :roll: :roll:
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »


มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยาน ต้องขับในทางนั้น

มาตรา 80 รถจักรยานที่ใช้ในทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดไว้ สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องจัดให้มี

(1) กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณได้ยินได้ ในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร

(2) เครื่องห้ามที่ใช้การได้ดีเมื่อใช้สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ทันที

(3) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสงไฟ ส่องตรงไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าสิบห้าเมตร และ อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา

(4) โดยไฟติดท้ายรถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสง สว่างตรงไปข้างหลังหรือติดวัตถุสะท้อนแสดงสีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกส่องให้ มีแสงสะท้อน

มาตรา 81 ในเวลาต้องเปิดไฟตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 61 ผู้ขับขี่ รถจักรยานอยู่ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ต้องจุดโคมไฟแสงขาวหน้ารถเพื่อให้ผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้า ซึ่งขับรถหรือ เดินสวนสามารถมองเห็นรถ

มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดิน รถไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่รถ จักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

มาตรา 83 ในทางเดินรถไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยาน

(1) ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือ ทรัพย์สิน

(2) ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ

(3) ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน

(4) ขับโดยนั่งบนที่อื่นมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ

(5) **ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่น** เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด
(6) บรรทุก หรือถือสิ่งของหรือของใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถหรืออันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

(7) เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่
รูปภาพ

ข้อกฎหมายที่ใช้สนับสนุนการมีเส้นทางจักรยาน
และระบบจราจรที่ดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้

ประเทศไทย มี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เป็นกฎหมายหลักที่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ของการการจราจร ซึ่งหมายถึง การใช้ทางของผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ รวมถึงการขับขี่และการใช้รถใช้ทาง(หรือถนน)ของรถทุกชนิดเอาไว้ ยกเว้นทางรถไฟ

พ.ร.บ. นี้ ยังเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานจราจรที่มีวิสัยทัศน์กำหนดช่องทางเดินรถประเภทใดประเภทหนึ่งขึ้นได้ เช่นช่องเดินรถประจำทางสวนถนนจราจรทางเดียวใน กทม. สามารถออกประกาศกำหนดทางเดินรถสองทางให้เป็นทางเดินรถทางเดียวได้ เมื่อเห็นว่าสะดวก ปลอดภัยและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน

เมื่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรกำหนดช่องเดินรถสำหรับรถแต่ละชนิดได้ และปรับเปลี่ยนทางเดินรถจากกฎเกณฑ์ทั่วไปได้ ก็ย่อมสามารถที่จะกำหนดให้เฉพาะจักรยานวิ่งสองทางได้เช่นเดิมในถนนที่เป็นทางเดินรถทางเดียว เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ร่วมแก้ปัญหารถติด-มลพิษมาก และร่วมหยุดโลกร้อน-ด้วยชีวิตพอเพียงได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้นและเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมใหม่

ต่อไปนี้จะยกข้อกฎหมายบางมาตราที่ เจ้าพนักงานจราจรสามารถยกขึ้นมาใช้สนับ สนุนและส่งเสริมการใช้จักรยานทั่วประเทศในชีวิตประจำวันได้ และควรเริ่มทดลองใช้ในเชียงใหม่ในเส้นทางจักรยานที่ อจร.จ.เชียงใหม่ให้ความเห็นชอบไว้เมื่อกันยายน 2547

มาตรา 21 ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ

สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจรและความหมายของสัญญาณจราจรและเครื่อง หมายจราจร ให้อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีรูปตัวอย่างแสดงไว้ในประกาศด้วย

[ในมาตรานี้ กรมทางหลวงแผ่นดินและกรมทางหลวงชนบท ควรออกประกาศใช้ป้ายเครื่องหมายจราจรที่มีการเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้จักรยานตามเส้นทางจักรยานที่จะมีการจัดทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางเฉพาะจักรยานหรือถนนจักรยานสำหรับ ให้ผู้ใช้รถอื่นๆดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานอย่างเต็มที่]

มาตรา 26 ในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามมาตรา 22 หรือสัญญาณจราจรตามมาตรา 23 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการจราจรในทางเดินรถนั้น เห็นสมควรเพื่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร จะให้สัญญาณจราจรเป็นอย่างอื่นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติการเดินรถตามสัญญาณที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้

[ ตามมาตรา 26 นี้ เจ้าพนักงานจราจร สามารถกำหนดให้จักรยานวิ่งสองทางในถนนจราจรทางเดียวได้ โดยมีเส้นกำหนดเป็นช่องเดินรถจักรยานหรือใช้เครื่องหมายจราจรที่กำหนดขึ้นเพิ่มเติมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดทราบว่า ทางช่วงนั้นๆ เป็นถนนจักรยาน หรือทราบว่าตั้งแต่วันที่กำหนดให้เป็นต้นไปนั้น จักรยานสามารถจะวิ่งสองทางได้ ตราบใดที่ไม่เป็นการวิ่งย้อนศรหรือวิ่งสวนกันผิดไปจากการจราจรสวนชิดซ้ายซึ่งเป็นกฎจราจรหลักของประเทศไทย]

มาตรา 27 สัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีเหตุอันสมควรให้อธิบดีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

[ มาตรานี้ระบุไว้ชัดเจนว่าอธิบดีกรมทางหลวง มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาณจราจรหรือเพิ่มเติมเครื่องหมายจราจรได้ โดยไม่ต้องเสนอพิจารณาในรัฐสภา]

มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ

(7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ

[ ตามมาตรานี้ ทางเท้าทั่วไปห้ามใช้จักรยาน ถ้าเจ้าพนักงานจราจรไม่กำหนดให้จักร ยานใช้ทางเท้าที่มีความกว้างขวางเพียงพอไว้ ]

(8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

มาตรา 55 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถ

(1) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง

[ มาตรานี้บ่งชี้ว่า การหยุดรถในช่องทางจักรยานนั้นเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรมีหน้าที่ดูแลหรือบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย รถอื่นๆนั้นควรหยุดชิดขอบซ้ายของทางเดินรถของตนซึ่งมิใช่ช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 57 เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ

(1) บนทางเท้า

(2) ในลักษณะกีดขวางการจราจร

[ มาตรา 57 ยืนยันว่า ถ้าไม่มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การจอดรถบนทางเท้า หรือกีดขวางการจราจร ย่อมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการยอมให้รถต่างๆจอดกีดขวางช่องทางที่กำหนดให้เป็นทางวิ่งของจักรยานก็ย่อมผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน ]

มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น

[ ผู้ใช้จักรยานในถนนสายวัฒนธรรมเชียงใหม่-สันกำแพง ควรและจำเป็นต้องใช้ช่อง ทางจักรยานที่สร้างขึ้นไว้ให้..ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจหน้าที่ต้องดูแลและบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ]

มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถต้องขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

[ มาตรา 82 บ่งชี้ชัดเจนว่า จักรยานสามารถขับขี่ไปตามถนนต่างๆได้โดยขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไหล่ทาง แม้แต่ในทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน เพียงแต่ไม่สื่อให้รถอื่นๆดูแลระมัดระวังผู้ใช้จักรยานแต่อย่างใด หรือไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆจากทางการที่ห้ามหรือปรามรถอื่นเข้าไปวิ่งในช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 128 ห้ามมิให้ผู้ใดวาง เท หรือทิ้งเศษแก้ว ตะปู ลวด น้ำมันหล่อลื่น กระป๋องหรือสิ่งอื่นใด หรือกระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันอาจทำให้เกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล หรือเป็นการกีดขวางการจราจร

[ ยังไม่ปรากฎว่ามีการดูแลหรือจับกุมผู้ทิ้งขว้างเศษแก้ว ตะปู ลวด หรือสิ่งเป็นอัน ตรายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล ซึ่งมีปัญหากับการขับขี่จักรยานและจักรยานยนต์ ยกเว้นกรณีขว้างก้อนหินใส่รถยนต์ซึ่งมีแพร่หลายมากในปัจจุบันนี้ ]

มาตรา 139 ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้

(7) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง

(8) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท

(9) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ

(10) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท

(15) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมาย

[ มาตรา 139 ชี้ให้เห็นชัดเจน ว่าเจ้าพนักงานจราจร สามารถจะใช้ความในวงเล็บ 7, 8, 9, 10 และ 15 ในการกำหนดกฎจราจรหรือระบบจราจรสำหรับดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้ แต่ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณประโยชน์ของการสนับสนุนส่งเสริมการใช้จักรยานสำหรับเมืองต่างๆ อย่างแท้จริง
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

การออกกำลังกายวันละชั่วโมงครึ่ง ลดน้ำหนักได้แค่ไหน?

เขาบอกว่า การออกกำลังกาย เป็นเรื่องห่างไกลจากตัวเขามาก เขาไม่ชอบการออกกำลังกาย ในขณะที่ตัวเขาก็อ้วนขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกัน และเล่า่ต่อไปว่า พ่อของเขาีที่เพิ่งเสียชีวิตไป ก็เ่ช่นกัน แพทย์ให้สั่งให้ออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ทำ ตัวเขาเองก็กลัวจะเหมือนกับพ่อ ที่หมอสั่งให้ออกกำลังกายเ่ช่นกัน เขาจึงเข้าร่วมการทดสอบทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ด้วยการ.....

ออกกำลังกายด้วย "การเดิน" แบบต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที
พลังงานจากการเดิน ผลที่ได้เพียงแค่เผาผลาญขนมขบเคี้ยวเพียงถุงเดียว เป็นไปได้อย่างไร?
อุตส่าห์ทนออกกำลังไปตั้งชั่งโมงครึ่ง!!! เผาพลาญพลังงานไปแค่นี้เองหรือ....

วันต่อมา
นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ผู้ที่ออกกำลังไปแล้วเมื่อวานนี้ มาวัดผลกันต่อ แต่....ไม่ให้ออกกำลังกาย.... กลับให้เขานอนอยู่เฉยๆ ห้ามแม้กระทั่งการพูดคุย ให้นอนเฉยๆ หรือนอนหลับไปเลย

ผลจากการนอนเฉยๆ ปรากฏว่าร่างกายเผาพลาญพลังงานได้มากว่าเท่าตัว!!! เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายไปชั่วโมงครึ่งของเมื่อวาน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้เขาเป็นอย่างมาก......

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า....
ขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล)
หลังจากนั้น การเผาผลาญพลังงานยังคงดำเนินต่อไป แต่เปลี่ยนไปเผาผลาญ "ไขมัน"
กระบวนการนี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แม้ว่าเขาจะนอนเฉยๆ หรือนอนหลับอยู่ก็ตาม

ทำให้เขา "มีกำลังใจ" ในการออกกำลังกาย มากขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเทียบกันไม่ได้

ผลจากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์การกีฬานี้เอง ทำให้เราทราบถึงกระบวนการเผาผลาญไขมันของร่างกาย

จากนั้นเขาก็หันมาออกกำลังกายวันละชั่วโมงครึ่ง เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน น้ำหนักตัวได้ลดลงไปถึง 5 กิโลกรัม!!!

หากเราเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกาย จากเดิน มาเป็นการ "วิ่ง" หรือ ปั่น "จักรยาน" ในระยะเวลาที่เท่ากัน
การเผาผลาญพลังงานจะมากกว่าหลายเท่าตัว....
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: มือใหม่ขอคำแนะนำ

โพสต์ โดย sookchat »

งานคาร์ฟรีเดย์ 2010 ทางชมรมฅนชานเมืองเขาจัดก่อน 1 อาทิตย์ ชมภาพตัวอย่าง
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ห้องโชว์รถ”