
หวังว่าซักวันโลกทั้งใบจะมีคนใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น ใช้รถส่วนตัวให้น้อยลง เดินให้มากขึ้น ขี่จักรยานให้มากขึ้นครับ

+1000000000000000000000bad_attitude เขียน:มนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกต้องการความสบายครับ
เขาพร้อมจะจ่ายเพื่อให้สบายขึ้น และทำทุกอย่างเพื่อให้มีจ่าย
ต้องรอให้น้ำมันหมดโลกเขาถึงจะปรับตัว
เราก็ปั่นของเราไป เหมือนเดิม
+100thaveeca เขียน:สนับสนุนครับ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเร็วเกินไปจริงๆครับ ผมว่าไม่ต้องรอให้ถึงรุ่นลูกเราหรอกครับ ปีนี้ก็มีหลายๆเหตุการณ์ที่ส่งผลถึงเรื่องอุณหภูมิโลกสูงขึ้นมาให้เห็นแล้ว ใครจะคิดละครับว่าประเทศอย่างปากีสถาน จะมีน้ำท่วมใหญ่ขนานนั้น ปากีสถานอยู่ในเขตที่ราบสูงนะครับ สูงกว่าประเทศไทยเยอะมาก น้ำยังท่วมขนานนี้เลย อุณหภูมิที่สูงขึ้นเร็วเกินไปทำให้เกิดภัยภิบัติใหญ่ๆและจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เราเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวนี่ครับ ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคิดว่ามันเป็นเรืองไกลตัวไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ดูอย่างเลนจักรยานสิครับ ปีนี้เริมมีเลนจักรยานมากขึ้นแล้ว แต่การบังคับใช้กฏหมายไม่มีเลย รถจอดเต็มเลย ( ดูถนนลาดหญ้าไปวงเวียนใหญ่ ) จริงๆแล้วถ้ามาช่วยกันคิดช่วยกันทำใช้งบประมาณไม่มากหรอกครับ เมืองใหญ่ๆที่เจริญแล้วไม่ต้องนับยุโรปก็ได้เอาแค่เมืองจีน เดียวนี้เขาทำถนนเล็กเลียบแม่น้ำเลยครับ ( ไม่ต้องเวนคืนที่ กว้างประมาณ 4 เมตรเอง ตีเส้นกลาง เสาปักไปในแม่น้ำเลยครับ ตีเส้นถนนเป็น 2 เลน ให้เป็นเลนจักรยาน ลองนึกดูเล่นๆนะครับ ทำแบบนี้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ถนนตก ไปจนถึงจังหวัดนนทฯเลย จะใช้งบประมาณเท่าไหร่กัน รัฐต้องเป็นผู้ริเริ่มทำโครงการแล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ พื้นที่ใต้ทางด่วนก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องเวนคืน กทมไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ต้องเป็นต้นเรืองขอใช้พื้นที่ต่อการทางพิเศษ ใช้งบประมาณไม่มากหรอกครับ แต่ถ้าไม่มีการริเริ่มเรื่องดีๆแบบนี้ หวังว่าประชาชนทั่วไปจะจอดรถอยู่บ้านแล้วออกมาใช้จักรยานในการเดินทางฝ่ากับอันตรายของถนนทั่วไปผมว่ายากมากครับ
ทำไม่จักรยานถึงเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ดูประเทศแถบยุโรปเหนือสิครับ มีเพื่อนๆหลายคนบอกว่าเพราะมันไม่ร้อนเหมือนเมืองไทย เขาถึงชอบใช้จักรยานกัน ความเป็นจริงแล้ว ประเทศแถบนั้นมันหนาวมากนะครับ หนาวขนาดไหนหรือครับ ผมว่าโหดกว่าเมืองร้อนแบบบ้านเรานะ บ้านเราร้อนก็แค่เหนื่อย เหงื่อออก แต่หนาวนี่ เจ็บเข้าไปถึงกระดูกเลยนะครับ ลองดูง่ายๆครับ หาน้ำแข็งก่อนขนาดลูกแอปเปิ้ลมาถือไว้ครับ ถือจนกว่าน้ำแข็งจะละลายหมดโดยไม่เปลี่ยนมือดูสิครับ น้ำแข็งอุณหภูมิไม่ถึง 0 องศาหรอกครับ แต่อุณหภูมิของเค้าติดลบบ่อยๆไป ถ้าไม่มีโครงการที่ริเริ่มโดยรัฐ คิดว่าประชาชนเค้าจะทำหรือครับ ไม่มีทาง ผมจำได้ว่าเดนมารค์เป็นประเทศหนึ่งที่มีคนใช้จักรยานมากกว่า 30 % ของประชากร และรัฐยังพยายามกระตุ้นให้ประชากรใช้จักรยานให้มากถึง 50 % รัฐเขาสร้างความสะดวกให้กับประชากรจักรยานก่อนครับ เช่นสร้างถนนสำหรับจักรยานมากขึ้น มีหลายๆถนนที่เลนจักรยานใหญ่กว่าเลนรถยนต์เสียอีก พอรัฐสร้างทางเลือกให้กับประชาชนแล้ว รัฐก็ขึ้นภาษีน้ำมันครับ ประชาชนที่นั่นเขาก็ชั่งน้ำหนักเองครับ การใช้รถยนต์ถึงเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงมากกว่าใช้จักรยาน
มีอีกตัวอย่างคือประเทศสิงคโปร เกาะเล็กแบบนั้นถ้าไม่จัดระบบระเบียบ รถติดวินาศมากกว่ากรุงเทพฯเยอะ เขามีรถไฟใต้ดิน ถึงจะไม่ทั่วเกาะ เขาก็มี Taxi ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของเขา ถ้าประชาชนจะรักสบายหรือ ได้ครับ Civic ราคาประมาณ 1,400,000 บาท ไม่รวมภาษีอีกปีละประมาณ 200,000 บาท เข้าเมืองในช่วงเร่งด่วน เสียค่าผ่านทางครับ ออกจากเมืองไม่เสีย ที่จอดรถตามตึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม 5 ดาว ไม่สามารถสแต็มป์บัตรจอดรถได้ครับ เสียค่าจอดเป็นรายชั่วโมง ประชาชนเค้าคิดได้ครับรัฐสร้างทางเลือก ( รัฐเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ) ประชาชนเป็นผู้เลือกครับ รักสบายก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเงาเลยครับ ผมมีเพือนชาวสิงคโปร์เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯฝรั่ง เค้าเล่าให้ฟังว่า วันธรรมดาเขาใช้บริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือ Taxi เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่เขาก็มีรถยนต์นะครับไว้ใช้ในวันหยุดหรือเดินทางท่องเที่ยว ครอบครัวเขาก็เข้าใจ ผมเคยถามเขาเล่นๆว่าทำไม่ไม่ใช้รถส่วนตัวไปโน้นไปนี่ เพราะสามารถเบิกบริษัทฯได้ เขาตอบว่าเขาไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นหรอก รถก็ต้องขับเอง ยังต้องคอยวนหาที่จอดอีก เสียเวลาทำไม แนวคิดไม่เหมือนคนไทยส่วนใหญ่นะครับ ต้องมีรถยนต์ รถยนต์เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ แต่เป็นหนี้บาน เมื่อไหร่คนไทยถึงจะมีค่านิยมที่ถูกต้องเสียทีนะ
หวังว่ารัฐจะสร้างทางเลือกใหม่ๆ และเป็นผู้ริเริ่มและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ ผมคิดแนวบวกนะครับ หวังไปและชวนคนที่รู้จักมาขี่จักรยานให้มากขึ้น
ทวีชัย,
thaveeca เขียน:สนับสนุนครับ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเร็วเกินไปจริงๆครับ ผมว่าไม่ต้องรอให้ถึงรุ่นลูกเราหรอกครับ ปีนี้ก็มีหลายๆเหตุการณ์ที่ส่งผลถึงเรื่องอุณหภูมิโลกสูงขึ้นมาให้เห็นแล้ว ใครจะคิดละครับว่าประเทศอย่างปากีสถาน จะมีน้ำท่วมใหญ่ขนานนั้น ปากีสถานอยู่ในเขตที่ราบสูงนะครับ สูงกว่าประเทศไทยเยอะมาก น้ำยังท่วมขนานนี้เลย อุณหภูมิที่สูงขึ้นเร็วเกินไปทำให้เกิดภัยภิบัติใหญ่ๆและจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เราเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวนี่ครับ ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคิดว่ามันเป็นเรืองไกลตัวไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ดูอย่างเลนจักรยานสิครับ ปีนี้เริมมีเลนจักรยานมากขึ้นแล้ว แต่การบังคับใช้กฏหมายไม่มีเลย รถจอดเต็มเลย ( ดูถนนลาดหญ้าไปวงเวียนใหญ่ ) จริงๆแล้วถ้ามาช่วยกันคิดช่วยกันทำใช้งบประมาณไม่มากหรอกครับ เมืองใหญ่ๆที่เจริญแล้วไม่ต้องนับยุโรปก็ได้เอาแค่เมืองจีน เดียวนี้เขาทำถนนเล็กเลียบแม่น้ำเลยครับ ( ไม่ต้องเวนคืนที่ กว้างประมาณ 4 เมตรเอง ตีเส้นกลาง เสาปักไปในแม่น้ำเลยครับ ตีเส้นถนนเป็น 2 เลน ให้เป็นเลนจักรยาน ลองนึกดูเล่นๆนะครับ ทำแบบนี้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ถนนตก ไปจนถึงจังหวัดนนทฯเลย จะใช้งบประมาณเท่าไหร่กัน รัฐต้องเป็นผู้ริเริ่มทำโครงการแล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ พื้นที่ใต้ทางด่วนก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องเวนคืน กทมไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ต้องเป็นต้นเรืองขอใช้พื้นที่ต่อการทางพิเศษ ใช้งบประมาณไม่มากหรอกครับ แต่ถ้าไม่มีการริเริ่มเรื่องดีๆแบบนี้ หวังว่าประชาชนทั่วไปจะจอดรถอยู่บ้านแล้วออกมาใช้จักรยานในการเดินทางฝ่ากับอันตรายของถนนทั่วไปผมว่ายากมากครับ
ทำไม่จักรยานถึงเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ดูประเทศแถบยุโรปเหนือสิครับ มีเพื่อนๆหลายคนบอกว่าเพราะมันไม่ร้อนเหมือนเมืองไทย เขาถึงชอบใช้จักรยานกัน ความเป็นจริงแล้ว ประเทศแถบนั้นมันหนาวมากนะครับ หนาวขนาดไหนหรือครับ ผมว่าโหดกว่าเมืองร้อนแบบบ้านเรานะ บ้านเราร้อนก็แค่เหนื่อย เหงื่อออก แต่หนาวนี่ เจ็บเข้าไปถึงกระดูกเลยนะครับ ลองดูง่ายๆครับ หาน้ำแข็งก่อนขนาดลูกแอปเปิ้ลมาถือไว้ครับ ถือจนกว่าน้ำแข็งจะละลายหมดโดยไม่เปลี่ยนมือดูสิครับ น้ำแข็งอุณหภูมิไม่ถึง 0 องศาหรอกครับ แต่อุณหภูมิของเค้าติดลบบ่อยๆไป ถ้าไม่มีโครงการที่ริเริ่มโดยรัฐ คิดว่าประชาชนเค้าจะทำหรือครับ ไม่มีทาง ผมจำได้ว่าเดนมารค์เป็นประเทศหนึ่งที่มีคนใช้จักรยานมากกว่า 30 % ของประชากร และรัฐยังพยายามกระตุ้นให้ประชากรใช้จักรยานให้มากถึง 50 % รัฐเขาสร้างความสะดวกให้กับประชากรจักรยานก่อนครับ เช่นสร้างถนนสำหรับจักรยานมากขึ้น มีหลายๆถนนที่เลนจักรยานใหญ่กว่าเลนรถยนต์เสียอีก พอรัฐสร้างทางเลือกให้กับประชาชนแล้ว รัฐก็ขึ้นภาษีน้ำมันครับ ประชาชนที่นั่นเขาก็ชั่งน้ำหนักเองครับ การใช้รถยนต์ถึงเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงมากกว่าใช้จักรยาน
มีอีกตัวอย่างคือประเทศสิงคโปร เกาะเล็กแบบนั้นถ้าไม่จัดระบบระเบียบ รถติดวินาศมากกว่ากรุงเทพฯเยอะ เขามีรถไฟใต้ดิน ถึงจะไม่ทั่วเกาะ เขาก็มี Taxi ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของเขา ถ้าประชาชนจะรักสบายหรือ ได้ครับ Civic ราคาประมาณ 1,400,000 บาท ไม่รวมภาษีอีกปีละประมาณ 200,000 บาท เข้าเมืองในช่วงเร่งด่วน เสียค่าผ่านทางครับ ออกจากเมืองไม่เสีย ที่จอดรถตามตึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม 5 ดาว ไม่สามารถสแต็มป์บัตรจอดรถได้ครับ เสียค่าจอดเป็นรายชั่วโมง ประชาชนเค้าคิดได้ครับรัฐสร้างทางเลือก ( รัฐเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ) ประชาชนเป็นผู้เลือกครับ รักสบายก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเงาเลยครับ ผมมีเพือนชาวสิงคโปร์เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯฝรั่ง เค้าเล่าให้ฟังว่า วันธรรมดาเขาใช้บริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือ Taxi เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่เขาก็มีรถยนต์นะครับไว้ใช้ในวันหยุดหรือเดินทางท่องเที่ยว ครอบครัวเขาก็เข้าใจ ผมเคยถามเขาเล่นๆว่าทำไม่ไม่ใช้รถส่วนตัวไปโน้นไปนี่ เพราะสามารถเบิกบริษัทฯได้ เขาตอบว่าเขาไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นหรอก รถก็ต้องขับเอง ยังต้องคอยวนหาที่จอดอีก เสียเวลาทำไม แนวคิดไม่เหมือนคนไทยส่วนใหญ่นะครับ ต้องมีรถยนต์ รถยนต์เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ แต่เป็นหนี้บาน เมื่อไหร่คนไทยถึงจะมีค่านิยมที่ถูกต้องเสียทีนะ
หวังว่ารัฐจะสร้างทางเลือกใหม่ๆ และเป็นผู้ริเริ่มและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ ผมคิดแนวบวกนะครับ หวังไปและชวนคนที่รู้จักมาขี่จักรยานให้มากขึ้น
ทวีชัย,