ทีมท่าบ่อครับ
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
ภาพรวมที่หน้าผา
- ไฟล์แนบ
-
- P1010320.JPG (61.07 KiB) เข้าดูแล้ว 331 ครั้ง
-
- P1010319.JPG (60.98 KiB) เข้าดูแล้ว 332 ครั้ง
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
ภาพเดี่ยวแต่ละท่าน
- ไฟล์แนบ
-
- P1010321.JPG (42.52 KiB) เข้าดูแล้ว 328 ครั้ง
-
- P1010322.JPG (43.84 KiB) เข้าดูแล้ว 328 ครั้ง
-
- P1010333.JPG (51.53 KiB) เข้าดูแล้ว 328 ครั้ง
-
- P1010324.JPG (42.71 KiB) เข้าดูแล้ว 329 ครั้ง
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
ผาเสด็จ" เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เหตุที่ชาวบ้านเรียกผาแห่งนี้ว่าผาเสด็จเนื่องจากมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เคยเห็นแสงลอยจากเบื้องล่างขึ้นมาสู่หน้าผานี้ คล้ายกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสด็จขึ้นมา ระดับความสูงของหน้าผา จากพื้นล่างประมาณ ๓๒๐-๓๕๐ เมตร พื้นที่เบื้องล่างเป้นหุบเขาชาวบ้านเรียกว่า "หลุบพาน" เนื่องจากเชื่อว่าเป็นที่ทิ้งศรีษะของ ท้าวกงพานหลังจากถูกประหารเนื่องจากแพ้พนันในการแข่งสร้างวัดแข่งกับท้าวบารสตาม นิทานพื้นบ้านอุสา-บารส เทือกเขาที่มองเห็นอยู่ด้านหน้าของผาเสด็จคือ เทือกเขาภูพาน ที่ทอดตัวยาวพาดผ่านไปถึงจังหวัดหนองคายโดยอีกด้านหนึ่ง ของภูเขาเป็นเขตพื้นที่ติดต่อจังหวัดเลย
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
ผช.สมชายย้ายจากศรีเชียงใหม่ไปอ.ปากคาด เริ่มงานที่ปากคาด วันที่5 มกราคม 2552
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
ถ่ายรวมอีกรูป
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
มีจุดกางเต้นท์นอนด้วยครับ
- ไฟล์แนบ
-
- DSC00874.JPG (41.69 KiB) เข้าดูแล้ว 316 ครั้ง
-
- DSC00873.JPG (43.17 KiB) เข้าดูแล้ว 315 ครั้ง
-
- DSC00872.JPG (40.92 KiB) เข้าดูแล้ว 316 ครั้ง
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
รูปที่ พุทธบาทบัวบก
เป็นเจดีย์ที่สร้างครอบรอยพระพุทธบาท มีลักษณะคล้ายคลึง กับพระธาตุพนมส่วนยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๔๖๐-๒๔๗๓ สันนิษฐานว่าบริเวณ พระพุทธบาทบัวบกนี้ คงจะมี "บัวบก" (ชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง) ขึ้นอยู่มาก หรืออาจมาจากคำว่า "บ่บก" ซึ่งหมายถึงไม่แห้งแล้งและในวันขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี จะมีงานนมัสการ พระพุทธบาทบัวบกเป็นงานประจำปี
เป็นเจดีย์ที่สร้างครอบรอยพระพุทธบาท มีลักษณะคล้ายคลึง กับพระธาตุพนมส่วนยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๔๖๐-๒๔๗๓ สันนิษฐานว่าบริเวณ พระพุทธบาทบัวบกนี้ คงจะมี "บัวบก" (ชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง) ขึ้นอยู่มาก หรืออาจมาจากคำว่า "บ่บก" ซึ่งหมายถึงไม่แห้งแล้งและในวันขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี จะมีงานนมัสการ พระพุทธบาทบัวบกเป็นงานประจำปี
- ไฟล์แนบ
-
- P1010351.JPG (53.92 KiB) เข้าดูแล้ว 313 ครั้ง
-
- P1010352.JPG (51.02 KiB) เข้าดูแล้ว 313 ครั้ง
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
นิทานพื้นบ้านอุษา - บารส
ตำนานพื้นเมืองเรื่อง "อุสา-บารส" นี้ตามหลักฐานกล่าวกันว่า ต้นฉบับรจนาเป็นอักษรธรรม (ไทย-ลาว) จารลงบนใบลานพบที่เมืองปากซัน แขวงเวียงจันทร์ ประเทศลาว ผู้รจนาเรื่องอุสา-บารส คือ ยาครูโพนสะเม็ก (ยาคูขี้หอม) และสามเณรลืมปองด้วยคำสำหรับใช้รจนามีลักษณะเป็นถ้อยคำบรรยายสัมผัสคล้องจองกัน และยังให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ตามไปด้วย การตั้งชื่อโบราณสถานต่าง ๆ บนภูพระบาท เช่น วัดพ่อตา วัดลูกเขย หอนางอุสา อาจมีที่มาดังนี้-ผู้รจนาคุ้นเคยกับภูพระบาทเป็นอย่างดี จนได้รับแรงบันดาลใจให้รจนาตำนานนี้ขึ้น และตั้งชื่อโบราณสถานต่าง ๆ บนภูพระบาทตามท้องเรื่องบันดาลใจ ตั้งชื่อโบราณสถานบนภูพระบาทให้สอดคล้องตาม ท้องเรื่อง ในชั้นหลังรวมทั้งมีการปรับปรุงเนื้อเรื่องบางส่วน ให้น่าติดตามยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำนานอุสาบารสนี้จะขอกล่าว คงรจนาขึ้นในสมัยล้านช้างตอนปลาย หรือต้นรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศรรษที่ ๒๓-๒๔ และได้ถูกดัดแปลงแก้ไขในชั้นหลัง ณ ที่นี้ จะขอกล่าว อุสา-บารส ตามต้นฉบับเดิม ซึ่งถอดความจากอักษรธรรมมา เป็นคำบรรยายง่าย ๆ สามารถสรุปความได้ดังนี้
ครั้งหนึ่ง มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่บริเวณแถบภูพระบาท มีชื่อว่า"เมืองพาน" มีเท้ากงพานเป็นเจ้าเมือง ต่อมาพระองค์ได้ไปขอ นางอุสา (เป็นผู้เกิดมาจากดอกบัวบนเทือกเขา และพระฤาษีจันทาผู้เป็นอาจารย์ของเท้ากงพานได้นำมาเลี้ยงไว้) มาเป็นราชธิดา
นางอุสาเป็นผู้ มีความงามเป็นเลิศ และมีกลิ่นกายหอมกรุ่น เมื่อเติบใหญ่จึงมีเจ้าชายหลายเมือง มาสู่ขอแต่เท้ากงพานก็ไม่ยินยอมยกให้ผู้ใด และเกิดความหวงแหน จึงได้สร้างตำหนักเป็นหอสูงไว้บนภูเขา เพื่อให้นางอุสาอยู่อาศัยขณะเรียนวิชากับฤาษีจันทา ผู้เป็นอาจารย์
วันหนึ่ง นางอุษาไปเล่นน้ำที่ลำธารใกล้ตำหนัก นางได้เก็บดอกไม้มาร้อยเป็นมาลัยรูปหงส์ และลอยน้ำไปพร้อมเสี่ยงทายหาคู่
พวงมาลัยรูปหงส์ ได้ลอยไปถึงเมืองปะโคเวียงงัว ที่มีท้าวบารสเป็นโอรสของเจ้าเมือง ท้าวบารสเก็บพวงมาลัยได้ จึงออกตามหาเจ้าของจนถึงเขตเมืองพาน
ท้าวบารสขี่ม้าจนถึงหินก้อนหนึ่ง ม้าก็ไม่ยอมเดินทางต่อ พระองค์จึงหยุดพักมาไว้ ส่วนบริวารก็แยกไปผูกม้าที่หินอีกก้อนหนึ่ง ท้าวบารสจึงออกเดินเที่ยวป่า จนได้พบนางอุสาที่กำลังอาบน้ำอยู่และรู้ว่าเป็นเจ้าของพวงมาลัย ทั้งคู่เกิดความรักและลักลอบได้เสียกันโดยที่ท้าวกงพานไม่ทราบ
(ตำนานบางฉบับ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า ท้าวบารสได้เข้าป่าล่าสัตว์และทำพิธีกรรมบวงสรวงพระไทร พระไทรจึงอุ้มไปสมสู่กับนางอุสาเจ็ดคืน แล้วอุ้มกลับไว้ที่เดิม เมื่อนางอุสาตื่นไม่พบท้าวบารส ก็คร่ำครวญหา นางสามัญญะวิเศษซึ่งเป็นพี่เลี้ยงจึงได้วาดภาพเหล่ากษัตริย์ทั้งหลายให้ดู จนรู้ว่าเป็นท้าวบารส นางอุสาจึงส่งสาส์นรัก ไปถึงท้าวบารส เมื่อท้าวบารสทราบจึงได้เดินทางมาพบและแอบอยู่ในตำหนักกับนางอุสา
ต่อมาท้ากงพานทราบเรื่องว่า ท้าวบารสอยู่กับธิดา ก็ทรงพิโรธจะประหารท้าวบารส แต่เสนาอำมาตย์ห้ามไว้ เนื่องจากเกรงฤทธิ์เดชพระราชบิดาของท้าวบารสผู้ครองเมืองปะโค ท้าวกงพานจึงคิดอุบาย ให้แข่งขันสร้างวัดให้แล้วเสร็จในหนึ่งคืน โดยนับตั้งแต่ เช้าจนดาวประกายพรึก (ดาวเพ็ก) ขึ้นผู้ใดสร้างไม่เสร็จ จะต้องถูกตัดเศียร ซึ่งท้าวกงพาน ด้เกณฑ์ไพร่พล จำนวนมากมาสร้างวัด ที่เมืองกงพาน(วัดพ่อตา) ส่วนเท้าบารสมีบริวารเพียงเล็กน้อยที่มาด้วย จึงสร้างได้ช้ากว่า พี่เลี้ยงนางอุสาจึงคิดวิธีช่วย โดยให้ท้าวบารส นำโคมไฟไปแขวนบนยอดไม้ใหญ่ในเวลาดึก ฝ่ายพวกเมืองกงพานมองเห็นคิดว่า ดาวประกายพรึกขึ้นแล้วจึงหยุดสร้างวัด ส่วนท้าวบารส จึงได้เร่งสร้างวัดของตนเองจนแล้วเสร็จ เมื่อเป็นดังนี้ท้าวกงพานจึงเป็นฝ่ายแพ้ และถูกตัดเศียรสิ้นชีพไป
ต่อมาท้าวบารสได้พานางอุสากับเมืองปะโค แต่เนื่องจากท้าวบารส มีชายาอยู่แล้ว จึงถูกชายาเหล่านั้นกลั่นแกล้ง โดยไปสมคบกับโหราจารย์ ให้ทำนายว่า ท้าวบารสมีเคราะห์ต้องออกเดินป่าผู้เดียวเป็นเวลาหนึ่งปี จึงจะพ้นเคราะห์ ท้าวบารสก็ออกเดินป่าทิ้งนางอุสาไว้ที่เมือง ไว้ที่เมืองปะโค นางอุสาเมื่อถูกทำร้ายและกลั่นแกล้ง จึงหนีกลับเมืองพาน และล้มเจ็บด้วยความตรอมใจ เมื่อท้าวบารสกลับเมืองและทราบข่าวนี้ ก็รีบเดินทางไปยังเมืองพาน แต่พบว่านางอุสาสิ้นใจแล้ว จึงฝังศพนางไว้ ที่ก้อนหินก้อนหนึ่งส่วนพระองค์ก็ตรอมใจตายตามกันไป เหล่าบริวารจึงฝังศพท้าวบารสไว้เคียงข้างกับศพนางอุสา
ตำนานพื้นเมืองเรื่อง "อุสา-บารส" นี้ตามหลักฐานกล่าวกันว่า ต้นฉบับรจนาเป็นอักษรธรรม (ไทย-ลาว) จารลงบนใบลานพบที่เมืองปากซัน แขวงเวียงจันทร์ ประเทศลาว ผู้รจนาเรื่องอุสา-บารส คือ ยาครูโพนสะเม็ก (ยาคูขี้หอม) และสามเณรลืมปองด้วยคำสำหรับใช้รจนามีลักษณะเป็นถ้อยคำบรรยายสัมผัสคล้องจองกัน และยังให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ตามไปด้วย การตั้งชื่อโบราณสถานต่าง ๆ บนภูพระบาท เช่น วัดพ่อตา วัดลูกเขย หอนางอุสา อาจมีที่มาดังนี้-ผู้รจนาคุ้นเคยกับภูพระบาทเป็นอย่างดี จนได้รับแรงบันดาลใจให้รจนาตำนานนี้ขึ้น และตั้งชื่อโบราณสถานต่าง ๆ บนภูพระบาทตามท้องเรื่องบันดาลใจ ตั้งชื่อโบราณสถานบนภูพระบาทให้สอดคล้องตาม ท้องเรื่อง ในชั้นหลังรวมทั้งมีการปรับปรุงเนื้อเรื่องบางส่วน ให้น่าติดตามยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำนานอุสาบารสนี้จะขอกล่าว คงรจนาขึ้นในสมัยล้านช้างตอนปลาย หรือต้นรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศรรษที่ ๒๓-๒๔ และได้ถูกดัดแปลงแก้ไขในชั้นหลัง ณ ที่นี้ จะขอกล่าว อุสา-บารส ตามต้นฉบับเดิม ซึ่งถอดความจากอักษรธรรมมา เป็นคำบรรยายง่าย ๆ สามารถสรุปความได้ดังนี้
ครั้งหนึ่ง มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่บริเวณแถบภูพระบาท มีชื่อว่า"เมืองพาน" มีเท้ากงพานเป็นเจ้าเมือง ต่อมาพระองค์ได้ไปขอ นางอุสา (เป็นผู้เกิดมาจากดอกบัวบนเทือกเขา และพระฤาษีจันทาผู้เป็นอาจารย์ของเท้ากงพานได้นำมาเลี้ยงไว้) มาเป็นราชธิดา
นางอุสาเป็นผู้ มีความงามเป็นเลิศ และมีกลิ่นกายหอมกรุ่น เมื่อเติบใหญ่จึงมีเจ้าชายหลายเมือง มาสู่ขอแต่เท้ากงพานก็ไม่ยินยอมยกให้ผู้ใด และเกิดความหวงแหน จึงได้สร้างตำหนักเป็นหอสูงไว้บนภูเขา เพื่อให้นางอุสาอยู่อาศัยขณะเรียนวิชากับฤาษีจันทา ผู้เป็นอาจารย์
วันหนึ่ง นางอุษาไปเล่นน้ำที่ลำธารใกล้ตำหนัก นางได้เก็บดอกไม้มาร้อยเป็นมาลัยรูปหงส์ และลอยน้ำไปพร้อมเสี่ยงทายหาคู่
พวงมาลัยรูปหงส์ ได้ลอยไปถึงเมืองปะโคเวียงงัว ที่มีท้าวบารสเป็นโอรสของเจ้าเมือง ท้าวบารสเก็บพวงมาลัยได้ จึงออกตามหาเจ้าของจนถึงเขตเมืองพาน
ท้าวบารสขี่ม้าจนถึงหินก้อนหนึ่ง ม้าก็ไม่ยอมเดินทางต่อ พระองค์จึงหยุดพักมาไว้ ส่วนบริวารก็แยกไปผูกม้าที่หินอีกก้อนหนึ่ง ท้าวบารสจึงออกเดินเที่ยวป่า จนได้พบนางอุสาที่กำลังอาบน้ำอยู่และรู้ว่าเป็นเจ้าของพวงมาลัย ทั้งคู่เกิดความรักและลักลอบได้เสียกันโดยที่ท้าวกงพานไม่ทราบ
(ตำนานบางฉบับ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า ท้าวบารสได้เข้าป่าล่าสัตว์และทำพิธีกรรมบวงสรวงพระไทร พระไทรจึงอุ้มไปสมสู่กับนางอุสาเจ็ดคืน แล้วอุ้มกลับไว้ที่เดิม เมื่อนางอุสาตื่นไม่พบท้าวบารส ก็คร่ำครวญหา นางสามัญญะวิเศษซึ่งเป็นพี่เลี้ยงจึงได้วาดภาพเหล่ากษัตริย์ทั้งหลายให้ดู จนรู้ว่าเป็นท้าวบารส นางอุสาจึงส่งสาส์นรัก ไปถึงท้าวบารส เมื่อท้าวบารสทราบจึงได้เดินทางมาพบและแอบอยู่ในตำหนักกับนางอุสา
ต่อมาท้ากงพานทราบเรื่องว่า ท้าวบารสอยู่กับธิดา ก็ทรงพิโรธจะประหารท้าวบารส แต่เสนาอำมาตย์ห้ามไว้ เนื่องจากเกรงฤทธิ์เดชพระราชบิดาของท้าวบารสผู้ครองเมืองปะโค ท้าวกงพานจึงคิดอุบาย ให้แข่งขันสร้างวัดให้แล้วเสร็จในหนึ่งคืน โดยนับตั้งแต่ เช้าจนดาวประกายพรึก (ดาวเพ็ก) ขึ้นผู้ใดสร้างไม่เสร็จ จะต้องถูกตัดเศียร ซึ่งท้าวกงพาน ด้เกณฑ์ไพร่พล จำนวนมากมาสร้างวัด ที่เมืองกงพาน(วัดพ่อตา) ส่วนเท้าบารสมีบริวารเพียงเล็กน้อยที่มาด้วย จึงสร้างได้ช้ากว่า พี่เลี้ยงนางอุสาจึงคิดวิธีช่วย โดยให้ท้าวบารส นำโคมไฟไปแขวนบนยอดไม้ใหญ่ในเวลาดึก ฝ่ายพวกเมืองกงพานมองเห็นคิดว่า ดาวประกายพรึกขึ้นแล้วจึงหยุดสร้างวัด ส่วนท้าวบารส จึงได้เร่งสร้างวัดของตนเองจนแล้วเสร็จ เมื่อเป็นดังนี้ท้าวกงพานจึงเป็นฝ่ายแพ้ และถูกตัดเศียรสิ้นชีพไป
ต่อมาท้าวบารสได้พานางอุสากับเมืองปะโค แต่เนื่องจากท้าวบารส มีชายาอยู่แล้ว จึงถูกชายาเหล่านั้นกลั่นแกล้ง โดยไปสมคบกับโหราจารย์ ให้ทำนายว่า ท้าวบารสมีเคราะห์ต้องออกเดินป่าผู้เดียวเป็นเวลาหนึ่งปี จึงจะพ้นเคราะห์ ท้าวบารสก็ออกเดินป่าทิ้งนางอุสาไว้ที่เมือง ไว้ที่เมืองปะโค นางอุสาเมื่อถูกทำร้ายและกลั่นแกล้ง จึงหนีกลับเมืองพาน และล้มเจ็บด้วยความตรอมใจ เมื่อท้าวบารสกลับเมืองและทราบข่าวนี้ ก็รีบเดินทางไปยังเมืองพาน แต่พบว่านางอุสาสิ้นใจแล้ว จึงฝังศพนางไว้ ที่ก้อนหินก้อนหนึ่งส่วนพระองค์ก็ตรอมใจตายตามกันไป เหล่าบริวารจึงฝังศพท้าวบารสไว้เคียงข้างกับศพนางอุสา
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-9286.JPG (53.97 KiB) เข้าดูแล้ว 312 ครั้ง
- โบ้สศรีเชียงใหม่
- ขาประจำ
- โพสต์: 1214
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ธ.ค. 2008, 19:42
- Tel: 0989714141,0810545007
- team: ศรีเชียงใหม่
- Bike: GIANT XTC FR 2013,FUJI roubaix 1.0
Re: ทีมท่าบ่อครับ
เย่ๆๆๆถ้ามีทริปไปอีกอย่าลืมชวนนะครับ แต่ถ้าเรื่องที่พวกน้าชวนกันไปปั่นอ้อมจังหวัดหนองคายถ้าผมพร้อมผมจะไปนะครับ
และขอบคุณนะครับที่เอารูปมาลงในกระทู้ของผม
และขอบคุณนะครับที่เอารูปมาลงในกระทู้ของผม
...............................................................
ไปเรื่อยๆ
ไปเรื่อยๆ
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: ทีมท่าบ่อครับ
โบ้สมีรูปหรือยังถ้ายังเอาภาพนี้ไหมละ
- ไฟล์แนบ
-
- 01.JPG (5.69 KiB) เข้าดูแล้ว 271 ครั้ง
- ต้นกล้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 653
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 19:44
- team: อิสระ
- Bike: giant
- ตำแหน่ง: ปากน้ำ กบินทร์บุรี
- ติดต่อ:
Re: ทีมท่าบ่อครับ
มาชมภาพงามๆ กิจกรรมดีๆ ใครไปก็กำไรชีวิต เป็นมิตรกับสุขภาพ


ชีวิตอิสระทุกนาที “ สี่สิ่งในโลกที่เงินซื้อไม่ได้ คือ .... ความรัก เวลา ชีวิต และมิตรแท้ ”
http://www.srakaew.tht.in/bicycle190154.html
http://www.srakaew.tht.in/bicycle190154.html