รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

ผู้ดูแล: เสือชอร์

กฏการใช้บอร์ด
ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
ผู้ดูแลบอร์ด โทร 0813722240
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

กระทู้นี้เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้รวบรวมเทคนิคต่างๆที่มีอยู่หรือได้อ่านเจอเกี่ยวกับการปั่นเพื่อพัฒนาและเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆเสือทุกๆท่านครับ
ปล.ต้องขอออกตัวว่ากระผมไม่ได้มีความสามารถเท่าไหร่เพียงแต่อ่านเจอบทความดีๆเลยได้รวบรวมไว้ครับ

เทคนิคการเปลี่ยนเกียร์เพื่อการขี่ขึ้นเขา...
รูปภาพ

1. เมื่อเริ่มต้นช่วงขึ้นเขา :- เปลี่ยนเป็นเกียร์เบา ให้เร็วกว่าที่ท่านคิดไว้สักเล็กน้อย[/b][/color]

2. ปั่น-ปั่น-ปั่น ด้วยรอบสูง ที่ระยะทางประมาณ 2/3 ของช่วงขึ้นเขา อย่ากังวลกับรอบที่สูงนั้น
จากนั้นเปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ยืนปั่น รอบจะค่อยๆลดลงเอง



3. รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเกียร์ครั้งต่อไป หยุดชั่วขณะที่รอบการปั่นของท่านเริ่มลดลง และท่านกำลังอยู่ข้างหน้าในหมู่เพื่อนซึ่งกำลังปั่นด้วยเกียร์ที่หนักเกินไปและความเร็วเริ่มลดลง และเขาเหล่านั้นเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นเกียร์ที่เบาลง จากนั้น......

4. เปลี่ยนเป็นเกียร์ที่หนักขึ้น (เฟืองเล็กลง 1-2/3 ซี่) ยืนปั่น ให้น้ำหนักตัวส่งแรงลงไปเพื่อคงความเร็วไว้ อย่าเร่งด้วยการส่งแรงเหยียบลงบนลูกบันไดโดยตรง. ขณะนี้รอบการปั่นจะลดลงแต่จะให้กำลังในการปั่นมากกว่าโดยที่ท่านออกแรงเท่าเดิม ถ้ารอบสูงเกินไป ให้เปลี่ยนเกียร์หนักขึ้นมากกว่าที่จะใช้รอบการปั่นที่เร็วเกิน

5. อย่าเร่ง ! ท่านมีแนวโน้มที่จะยืนปั่นด้วยเกียร์ที่หนักเกิน ซึ่งทำให้ท่านรู้สึกดีเพียง 2-3 รอบเท่านั้น จากนั้น…ท่านต้องชดใช้คืนแน่นอนด้วยการหมดแรงก่อนเวลาอันควร.

เทคนิคนี้อาจใช้ขณะที่ต้องการโจมตีคู่ต่อสู้ แต่เมื่อพิจารณาโดยพื้นฐานเท่ากับเป็นการช่วยชีวิตตัวเอง ด้วยการประหยัดพลังงานของท่านในขณะที่คนอื่นกำลังเผาผลาญอย่างดุเดือด.
แก้ไขล่าสุดโดย Kai kanbike เมื่อ 21 ส.ค. 2010, 22:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

การปั่นเป็นวงกลม
การฝึกปั่นเป็นวงกลมเป็นการฝึกให้กล้ามเนื้อทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถปั่นได้เร็วขึ้น โดยกล้ามเนื้อจะล้าน้อยกว่าการย่ำเกียร์หนักรอบขาต่ำ รอบขาที่เหมาะสมในการฝึกอยู่ที่ประมาณ 90-100 รอบต่อนาที โดยในการปั่นตำแหน่ง 3 นาฬิกาให้ส้นเท้าอยู่ในระดับต่ำกว่าปลายเท้าเล็กน้อย ตำแหน่ง 6 นาฬิกาส้นเท้าอยู่สูงกว่าปลายเท้าตามรูป
รูปภาพ
ปริมาณและความหนักในการฝึกซ้อมขึ้นอยู่กับแต่ละคนครับ ต้องดูเป้าหมายของการฝึกซ้อมเป็นหลัก หากฝึกเพื่อการแข่งขันก็จะต้องจริงจังในระดับหนึ่ง แต่หากเพื่อสุขภาพและสันทนาการแล้วการฝึกในระดับความหนักที่มากเกินก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด ฝึกหนักแค่ไหนปริมาณเพียงใดที่สำคัญคือต้องพยายามสังเกตุร่างกายของตนเองครับว่ารับไหวไหม ฝืนมากเกินไปหรือไม่
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

การปั่นเป็นกลุ่ม
รูปภาพ
...การปั่นเสือหมอบในลักษณะเกาะกลุ่มเป็นเส้นตรงหรือที่เรียกว่าpacelineนั้น เป็นลักษณะของการปั่นเข้ากลุ่มที่ให้ประโยชน์แก่สมาชิกทุกๆคน เพราะการปั่นในลักษณะนี้จะช่วยให้คนที่ปั่นตามลดแรงปะทะของลม ทำให้ประหยัดพลังงานเฉลี่ยถึง 26-27% เลยทีเดียว ทำให้สามารถประหยัดพลังงาน และเดินทางได้ระยะทางไกลกว่าการปั่นเพียงลำพัง อย่างไรก็ตามการปั่นในลักษณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและเรียนรู้ถึงหลักการพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกและของทั้งกลุ่ม

...การขี่ในลักษณะpacelines ไม่ใช่เรื่องยากนัก เช่น นักปั่น 5 คน ได้แก่ E D C B และ A ขี่เรียงกันมา โดยA นำหน้าขบวน เมื่อAเลิกเป็นคนนำ ก็จะหลบออกทางด้านซ้าย ลดความเร็วลงแล้วไปต่อหลัง E ปล่อยให้ Bขึ้นมาเป็นผู้นำ จากนั้นเมื่อBเลิกเป็นผู้นำ ก็จะหลบออกทางด้านซ้าย ลดความเร็วลงไปต่อท้ายขบวน คือ ไปต่อท้าย A ดังแผนภูมิ

E - D - C - B - A ------> A หลบออกข้างไปต่อหลังE
A - E - D - C - B ------> B หลบออกข้างไปต่อหลังA
B - A - E - D - C ------>

สรุปก็คือต่างพึ่งพา หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป

การdraft หรือการขี่เกาะกลุ่มกัน ควรมีกฎเกณฑ์ที่พึงปฏิบัติ ได้แก่

1. No sudden move หลีกเลี่ยงการเลี้ยว หรือ เร่ง ลดความเร็วแบบทันทีทันควัน
2. Be smooth ในการขี่เรียงกันนั้น เมื่อคันนำหน้าหลบออกด้านข้าง และลดความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อที่จะไปต่อท้ายกระบวนนั้น ให้ทุกคนในกลุ่มคิดเหมือนกันว่าคันที่จะขึ้นนำจะยังคงรักษาระดับความเร็วเท่าเดิมไว้ ไม่ใช่เร่งระดับความเร็วขึ้นไปอีก
3. ให้โอกาสคนอื่นขึ้นนำบ้าง การขี่ร่วมกันไม่ใช่เวลาที่จะแสดงถึงความแข็งแกร่งของคุณที่จะต้องนำหน้าขบวนตลอดเวลา แต่เป็นการเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน การขี่ร่วมกัน ความรู้สึกสบายเมื่อได้ผลัดเปลี่ยนตำแหน่งกัน ยังมีเวลาอีกมากสำหรับทดสอบความแข็งแรงของคุณเอง
4. หลบออกด้านข้างในแนวเดิมเสมอ ในกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนทิศทางของลม ให้ตกลงกันในกลุ่มให้ดีว่าในเวลาที่จะเปลี่ยนคนขึ้นนำ คันที่นำอยู่ก่อนจะหลบออกทางด้านซ้ายหรือด้านขวา เช่น ถ้าออกทางด้านซ้าย ก็ให้ออกทางด้านซ้ายเสมอ
5. รักษาระยะห่างให้ใกล้กันที่สุดเท่าที่ยังปลอดภัยและรู้สึกสบาย อย่าปล่อยให้เกิดช่องว่างขึ้น
6. ในขณะที่หลบออกด้านข้างเพื่อต่อหลังขบวนนั้น ควรจะขี่ให้ด้านข้างอยู่ใกล้กันที่สุดเท่าที่ยังปลอดภัย วิธีนี้จะทำให้ลดแรงปะทะของลมต่อผู้ที่กำลังจะไปต่อท้ายขบวนได้เป็นอย่างดี
7. เตือนผู้ร่วมขบวนให้รู้ปัญหาด้านหน้า เช่น หลุม ในกรณีที่ไม่กระชั้นชิดก็ยังจะพอหลบเลี่ยงได้ แต่ในกรณีที่กระชั้นชิด บางครั้งการขี่ข้ามหลุมตื้นๆ ยังปลอดภัยกว่าการหักหลบอย่างกระชั้นชิด อย่าลืมกฎข้อที่ 1
8. ใช้เบรคให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของคนที่ตามหลังแล้ว การเบรคยังทำให้เปลืองพลังงานในการไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอีก
9. อย่าทำให้ตัวเองหมดแรงโดยใช่เหตุด้วยการลากนำขบวนนานเกินไป ถ้าหากคุณเป็นคนที่อ่อนกว่าคนอื่นๆในกลุ่มก็อาจจะขึ้นไปอยู่ด้านหน้าเพียงเวลาสั้นๆ หรือเพียงแค่ 2-3รอบขาก็พอ ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกฝนเทคนิคในการขี่เกาะกลุ่มและรักษาความราบรื่นของกลุ่ม
10. ในขณะที่เป็นคันนำอย่าเสียจังหวะกับการดื่มน้ำ ( ให้รอจนกว่าจะมาต่อท้ายขบวน ) นอกจากนี้ในระหว่างที่นำขบวนควรใช้เกียร์ที่เหมาะสมและไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างที่กำลังนำขบวน
11. อย่าขี่ในลักษณะที่ล้อซ้อนกัน ( overlap wheel ) ควรขี่ในลักษณะเกาะด้านหลังของคันหน้า ในกรณีที่มีลมพัดด้านข้าง ( crosswind ) นักปั่นที่มีประสพการณ์จะใช้เวลาการขี่ตามในลักษณะเยื้องข้าง เพื่อให้คันด้านหน้าช่วยบังลมด้านหน้าและด้านข้างให้ ในกรณีนี้ถ้าหากว่าเราขี่โดยให้ล้อหน้าของเราซ้อนทับพอดีกับล้อหลังของคันหน้า เมื่อมีเหตุที่ต้องทำให้คนหน้าขยับเข้ามาหาเราเพียงนิดเดียว ล้อหลังเขาก็จะปะทะกับล้อหน้าของเรา ซึ่งแน่นอนเราจะต้องเป็นฝ่ายล้มอย่างแน่นอน
12. Yells and screams การตะโกน ตะคอก ส่งเสียงเกรี้ยวกราดอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ควรจะยับยั้งชั่งใจกันไว้ เพราะอาจจะสร้างความไม่สนุกและทำให้ผิดใจกันโดยไม่สมควร

เรียบเรียงจาก Serious cycling by Edmund R. Burke ,PhD และคัดลอกมาจากป๋าลู@bikeloves
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

"เทคนิคการหายใจสำหรับนักปั่นจักรยาน"
...เทคนิคการหายใจขณะขี่แข่งขันถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการแข่งขันซึ่งถ้าหายใจไม่ทันขณะที่ปล่อยตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ต้องฝึกการหายใจเข้า - ออกทุกๆ วันก่อนออกฝึกซ้อม
มีวิธีฝึกดังนี้

1. ฝึกหายใจเข้าทางจมูกให้เต็มปอด และ เป่าลมออกทางปากจนหมดปอด จังหวะการหายใจให้หายใจลึกๆ ( ยาว ) ช้าๆก่อนทั้งเข้า - ออก
2. ฝึกหายใจเข้า-ออกทั้งทางปากและจมูกพร้อมๆกัน จังหวะการหายใจเหมือนแบบที่ 1.
3. รวมการหายใจแบบที่ 1+2 เข้าด้วยกันแต่เน้นจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงแรงและเร็วเหมือนแข่งขันฯประมาณ 15-20 สะโตก( เข้า - ออก ) แล้วผ่อนการหายใจยาวๆเป็นแบบที่หนึ่งหรือสองจนกว่าจะรู้สึกว่าหายเหนื่อยดีแล้วก็ให้กลับมาเริ่มฝึกหายใจแบบที่สามอีก คือหนักหน่วงแรงและเร็ว ทำสลับกันอย่างนี้ใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาที แล้วก็ออกไปฝึกซ้อม
หมายเหตุ: การฝึกแรกๆระวังหน้ามืดเป็นลม ต้องค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีแล้วคุณจะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการหายใจว่า " นี่คือหัวใจของความอึด " ในการปั่นเสือที่คุณชอบครับ การฝึกหายใจเป็นประจำทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับฝึกประสาทควบคุมการหายใจให้รับรู้วิธีการหายใจในขณะแข่งขันฯ ทำให้คุณผ่านพ้น " ภาวะอึดอัด " ( หายใจไม่ทัน )ไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีในการปั่นแข่งขัน มากกว่าคนที่ไม่เคยฝึกเทคนิคการหายใจครับ แต่ทุกๆคนต้องหายใจเพื่อชีวิตเพียงแต่ว่าคุณหายใจได้ดีแค่ไหน ? โดยเฉพาะอากาศออกซิเจนที่คุณต้องการน่ะมากพอหรือยังครับ
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
woranuch
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 770
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 16:53
Tel: 081-9968986
team: ท่าม่วง กาญจนบุรี
Bike: trek,wheeler

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย woranuch »

เรียกโปรไก่เหมือนเดิมล่ะดีแล้วค่ะ โปรไก่... :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือยิ้ม44
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3355
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:05
Tel: 0819459144
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี ,เสือลูกรังกาญจนบุรี
Bike: Klein08 และ Specialized SL3

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย เสือยิ้ม44 »

woranuch เขียน:เรียกโปรไก่เหมือนเดิมล่ะดีแล้วค่ะ โปรไก่... :lol:
ผมก็ว่างั้นกลับไปใช้ "โปรไก่" ดีกว่า

จิตรกร ใช้อารมณ์ ผสมสี
นักดนตรี ใช้อารมณ์ ผสมเสียง
ส่วนนักร้อง ใช้อารมณ์ ผสมสำเนียง
อยู่บนเตียง ใช้อารมณ์ ผสมXXXXX


กลอนนี้มอบให้ใครดี :?: :?: :?:
หกล้มเพราะก้าวเดินไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
www.pnt.police7.go.th
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

รู้สึกว่ากลอนนี้จะเป็นของผมทุกบรรทัดเลยนะ เสือยิ้ม...
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือชอร์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1565
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 05:59
team: เสือลูกรังกาญจนบุรี
Bike: MTB-Merida ROAD-Delta7 ascand Cervelo s5 VWD
ตำแหน่ง: 252/10-11ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย เสือชอร์ »

เสือยิ้ม44 เขียน:
woranuch เขียน:เรียกโปรไก่เหมือนเดิมล่ะดีแล้วค่ะ โปรไก่... :lol:
ผมก็ว่างั้นกลับไปใช้ "โปรไก่" ดีกว่า

จิตรกร ใช้อารมณ์ ผสมสี
นักดนตรี ใช้อารมณ์ ผสมเสียง
ส่วนนักร้อง ใช้อารมณ์ ผสมสำเนียง
อยู่บนเตียง ใช้อารมณ์ ผสมXXXXX


กลอนนี้มอบให้ใครดี :?: :?: :?:
ผสมxxxxxเสร็จจะได้หลับสบาย :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

เทคนิคปั่นอย่างไรให้ห่างไกลหมา...

คัดลอกมาจาก...เล่าเรื่องจักรยาน/Bike stories 1 Comment »

รูปภาพ
เมื่อก่อนผมเจอหมาไล่กวดประจำ เดี๋ยวนี้หลังจากมีเทคนิคนี้แล้ว สถิติการโดนไล่ลดลงไปเยอะ ปั่นไปเจอหมาเมื่อไหร่ ทำดังนี้:
1. เมื่อเห็นมันนั่ง หรือนอนอยู่ไกลๆ ตามข้างฟุตบาทหรือหน้าบ้าน ให้คุณหันหน้าไปทางอื่น อย่านะ อย่าไปสบตามันเด็ดขาด แกล้งปั่นช้าๆ (ที่จริงอยากไปให้พ้นไวๆ) ทำเป็นชมนกชมไม้ไปเรื่อย มันก็จะอยู่นิ่งๆ อาจมีขยับนิดๆ หน่อยๆ ช่างมัน ให้เราใจเย็นไว้ อันนี้สำคัญตอนเราปั่นผ่าน อย่าไปสนใจมัน ทำเป็นมองไม่เห็น แต่อย่าลืมชำเลืองๆ ดูบ้าง เผื่อมันเอาจริง ลุกพรวดพราดขึ้นมาจะได้ชิ่งทัน ถ้ามันยังนอนนิ่ง ก็ทำเนียนๆ ห้ามทำท่าวอกแวกมีพิรุธให้มันจับได้ว่าเรากลัวมัน แล้วอย่าปั่นเร็ว ทางที่ดีหยุดปั่นแล้วปล่อยล้อฟรีไป เพราะบางทีถ้ามันหันมาเห็นขาขยับ เห็นเท้าเราปั่นควงรอบขายิกๆ มันจะเอาเลย
เทคนิคนี้ใช้ได้ผลประมาณ 70% คือ 10 ตัว จะลุกมาไล่เราซัก 3 ตัว

2. แต่บางตัวมันมืออาชีพ พวกนี้ผมเรียกว่า พวกไล่กัดสะสมแต้ม ใช้วิธีแรกกับมันไม่ได้ มันไม่สน ถึงเราทำเมินใส่ มันก็จะไล่เป็นนิสัยส่วนตัวมัน ถ้าเจอหมาประเภทนี้ ให้ดูก่อนว่ามันตัวใหญ่หรือเปล่า ถ้าเห็นหน่วยก้านแล้วว่า เราพอจะรับมือกับมันได้ ให้ปั่นเร็วๆ ก่อนจะไปถึงตัวมัน ปั่นรอบขาสบายๆ จากนั้นมันจะเห่าไล่ตามเรามาติดๆ ตามระเบียบ อย่าตกใจ ทำใจชิวๆ ปล่อยมันไป ปากมันไม่ว่างกัดขาเรา เพราะมันจะวิ่งไป เห่าไป (เอ คล้ายๆ ชื่อรายการนึงนะ) ให้ทำใจนิ่งๆ ไว้ เริ่มเร่งปั่นเร็วขึ้นไปซักระยะ อย่าลืมมองทางข้างหน้าด้วย ถึงตอนนี้บางตัวจะเริ่มเหนื่อย มันก็จะท้อ แล้วหยุดตามไปเอง
แต่มีหมาบางตัวที่จิตใจมุ่งมั่น มีมานะอดทน จะไล่ตามไม่ลดละ คงเป็นความไฝ่ฝันของหมาว่าชาตินี้ข้าจะกัดคนให้ได้ซักครั้ง เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล เจอแบบนี้ต้องใช้ไม้ตายสุดท้ายเลย เบรคกึก! ยืนนิ่งๆ เน้นว่า… “นิ่ง นิ่ง” แล้วจ้อง! ร้อยทั้งร้อยมันจะชงักเลย จะคิดอะไรไม่ออก งงตึ๊บ เบรคตัวโก่งว่า เฮ้ย! คนมันก็ใจถึงเหมือนกัน มันเอาจริงว้อย แล้วจะทำหน้าจ๋อยๆ บางตัวอาจจะมีเห่าแถมบ้าง บ๊อก บ๊อก แก้เขิน หมาก็มีฟอร์ม เค้าถึงมีสำนวนฟอร์มหมาแก่ไง ไม่กล้าเข้ามาใกล้เราหรอก ส่วนใหญ่หมาไทยข้างถนน จะเสร็จไม้นี้แทบทุกตัว


3. แต่ในกรณีที่เราเห็นแล้วว่ามันตัวใหญ่ หรือมาเป็นฝูง หมาหมู่ ใช้วิธีนี้
3.1 เตรียมใส่เกียร์จานหน้าใหญ่สุด จานหลังเล็กสุด ปั่นผ่านมันสุดแรงเกิดโดยไม่คิดชีวิต วัดกันไปเลยว่ามึงจะเร็วกว่ากูมั๊ย ไอ้ชาติหมา! (หากมีเด็กๆ อ่านอยู่ ผู้ปกครองควรอธิบายว่าผมว่าหมา อย่าใช้คำนี้มาพูดกับคนเด็ดขาด ไม่ดี หยาบคาย อาจโดนชกหน้าได้)
3.2 หันหัวรถกลับทางเดิมไปเลย ใจไม่ถึงอย่าเสี่ยง ปกติมันจะแยกเขี้ยวตั้งแต่เห็นเราไกลๆ แล้ว คือทำท่าแบบข้ากัดเอ็งแน่ ไอ้ชาติคน เอ๊ย!
3.3 พกหนังกะติ๊ก หรือ BB-Gun พร้อมกระสุนเต็มแม็ค ถ้ามันขยับยึกยัก ก็ยิงใส่มันเลย รับรองเผ่นหมดทุกตัว
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

เทคนิค การปั่น เสือภูเขา
แบ่งปันข้อมูลจาก http://www.padangcamp.com/

การปั่นจักรยานเสือภูเขาให้สนุกกว่าเดิม คือการปั่นขึ้นเนิน-ลงเนิน มีหลายคนไม่ชอบการปั่นจักรยานขึ้นเนินเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จะช้าหรือเร็ว ก็จะต้องเจอกับเส้นทางที่ลาดสูงขึ้น จะเป็นแค่เนินเตี้ยๆ หรือสะพานก็แล้วแต่ การที่จะเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวได้ ต้องใช้พละกำลังมากกว่าปั่นจักรยานบนพื้นราบ แล้ว ถ้าคุณต้องปั่นในทางวิบากที่ไม่ใช่ถนนทั่วๆ ไป คุณจะต้องใช้เทคนิคชั้นสูงอีกด้วย
รูปภาพ
ถนนทั่วๆ ไป หรือ ทางราดยาง หรือ ทางลำลองวิบาก ที่มีความชันไม่มากนัก ให้เปลี่ยนเกียร์ลดต่ำลงสัก 1-2 เกียร์ แล้วออกแรงถีบมากขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ก็สามารถปั่นขึ้นยอดเนินได้แล้ว แต่ถ้าเนินที่ไม่ชันนั้นมีความยาวขึ้น ก็ให้ชิฟเปลี่ยนเกียร์หลังลงมาทีละเกียร์ ไล่ลงมาเรื่อยๆ พยายามรักษารอบการปั่นให้สม่ำเสมอ ถ้ารู้สึกว่าเกียร์หนักไป ให้ชิฟเกียร์หลังต่ำลงมาอีก 1 เกียร์ อย่ารีบร้อนซอยเท้าปั่นเพื่อเร่งความเร็วขึ้นเนิน อย่ามองขึ้นไปบนยอดเนิน ให้ปั่นไปเรื่อยๆ ตามแรงที่คุณมี ถ้าปั่นไม่ไหว หมดแรง หรือ เริ่มทรงตัวไม่ได้ แก้ปัญหาด้วยการลงจูงจะดีกว่า แต่อย่าเพิ่งท้อถอดใจทันทีที่เห็นทางเริ่มลาดขึ้น ลองปั่นดูด้วยเทคนิคข้างต้น บางทีคุณอาจทึ่งในความสามารถของคุณก็ได้
รูปภาพ
เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง เป็นเรื่องธรรมดา การปั่นจักรยานลงเขาเป็นที่โปรดปรานของนักปั่นเสือภูเขาโดยทั่วไป ถึงขนาดมีการแข่งขันปั่นจักรยานลงเขาหรือที่เรียกกันว่า “ดาวน์ฮิลล์” ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั้งใน และ ต่างประเทศ การปั่นจักรยานลงเขา หรือ ดาวน์ฮิลล์ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ท้าทาย ยิ่งลงชันมาก ยาวมากเท่าไรยิ่งมันเร้าใจเท่านั้น แต่การปั่นดาวน์ฮิลล์ก็อันตรายมากอยู่เหมือนกัน เพราะใช้ความเร็วสูง ตามแรงดึงดูดของโลก การจะปั่นให้ปลอดภัยต้องมีการถ่ายน้ำหนัก และการทรงตัวที่ดี นอกจากจะมีอุปกรณ์ที่สำคัญควบคู่ไปด้วย
รูปภาพ
การปั่นลงทางไม่ชันมากนัก ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไร นั่งในท่าปกติ ปล่อยจักรยานไหลลงมาตามทาง เพียงแต่ให้ระวังเรื่องของการเบรคทั้งล้อหน้า และหลัง โดยเฉพาะล้อหน้า อย่าเบรคจนล้อล๊อค คุณจะลอยตีลังกาข้ามแฮนด์ทันที ล้อหลังก็เช่นกัน ถ้าคุณเบรคจนล้อล๊อคตายรถจะเป๋ แล้วปัดออก เสียการควบคุมซึ่งเป็นอันตรายได้ ถ้าต้องเบรคจริงๆ อย่าเบรคกระทันหัน อย่ากดเบรคแรงๆ ให้เบรคแล้วปล่อย เบรคแล้วปล่อย อย่าบีบมือ เบรคลากยาวตลอด เพราะผ้าเบรคจะไหม้ และเกิดการสึกหรอมากกว่าปกติ
ทางลงเขาชันมากๆ ถ้าต้องขี่ลงเขาชันมากจริงๆ ให้ลงเดินดูทางที่จะผ่านไปว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง พยายามมองหาเส้นทางที่คิดว่าราบเรียบที่สุด โดยที่ไม่มีหินหรือร่องน้ำที่เป็นอุปสรรคในระหว่างทาง ก่อนที่จะขี่ลงให้ปรับเบาะนั่งให้ลดต่ำลงมากที่สุด และในตอนขี่ลงเนินชัน ให้ถอยออกมาจากจุดที่จะดิ่งลงสัก 3-4 เมตร เพื่อจะได้ทรงตัวได้อย่างมั่นคงขึ้น อย่าเริ่มขี่ลงตรงหัวทางชันซึ่งอันตรายมาก มันจะควบคุม และทรงตัวได้ลำบาก

ยังงัยก็ลองเอาไปฝึกฝนกันดูนะครับ ทำให้ฝีมือการปั่นยกระดับขึ้นได้อีก
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
taed
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 894
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ย. 2008, 10:43
Tel: 096-8949655
team: Turtle Racing Bike Club และ พระราม4
Bike: COLNAGO DREAM

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย taed »

ไว้กลับเมืองกาญฯเมื่อไรจะไปขอความรู้นะครับ :mrgreen: :mrgreen:
รับจ้างขนส่งปูน หรือขนย้ายด้วยรถบรรทุก
รูปประจำตัวสมาชิก
tunaja
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4793
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ค. 2010, 14:43
Tel: 089-4170790
team: ปั่นกินลมขอนแก่น , บึงแก่นนคร , บึงทุ่งสร้าง
Bike: ขายหมดแย้ว !?!
ตำแหน่ง: ลับเฉพาะคนรู้ใจ ?

Re: กระทู้รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย tunaja »

ได้ความรู้มาก ๆ เลย ขอบคุณครับ :D
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าไม่มีมัน ก็ไม่สำคัญหน่ะซิ
ชนะใดหาสำคัญไม่ แค่เพียงชนะใจ นั่นก็พอแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
RUCIFER
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2260
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 02:01
Tel: 0.8.1.7.7.4.5.5.6.1.
team: นักปั่นไร้สังกัด

Re: รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย RUCIFER »

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
.........ความล้มเหลว..........ไม่ใช่จุดจบ....แต่มันคือประสบการณ์..
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

เทคนิคการหายใจสำหรับนักปั่นจักรยาน


เทคนิคการหายใจขณะขี่แข่งขันถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการแข่งขัน: ทำได้ดังนี้


ถ้าคุณหายใจไม่ทันขณะที่ปล่อยตัวออกไปอย่างรวดเร็ว คุณต้องฝึกการหายใจเข้า - ออกทุกๆ วันก่อนออกฝึกซ้อม
มีวิธีฝึกดังนี้


....1. ฝึกหายใจเข้าทางจมูกให้เต็มปอด และ เป่าลมออกทางปากจนหมดปอด จังหวะการหายใจให้หายใจลึกๆ ( ยาว ) ช้าๆก่อนทั้งเข้า - ออก
....2. ฝึกหายใจเข้า-ออกทั้งทางปากและจมูกพร้อมๆกัน จังหวะการหายใจเหมือนแบบที่ 1.
....3. รวมการหายใจแบบที่ 1+2 เข้าด้วยกันแต่เน้นจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงแรงและเร็วเหมือนแข่งขันฯประมาณ 15-20 สะโตก( เข้า - ออก ) แล้วผ่อนการหายใจยาวๆเป็นแบบที่หนึ่งหรือสองจนกว่าจะรู้สึกว่าหายเหนื่อยดีแล้วก็ให้กลับมาเริ่มฝึกหายใจแบบที่สามอีก คือหนักหน่วงแรงและเร็ว ทำสลับกันอย่างนี้ใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาที แล้วก็ออกไปฝึกซ้อม
หมายเหตุ: การฝึกแรกๆระวังหน้ามืดเป็นลม ต้องค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีแล้วคุณจะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการหายใจว่า " นี่คือหัวใจของความอึด " ในการปั่นเสือที่คุณชอบครับ การฝึกหายใจเป็นประจำทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับฝึกประสาทควบคุมการหายใจให้รับรู้วิธีการหายใจในขณะแข่งขันฯ ทำให้คุณผ่านพ้น " ภาวะอึดอัด " ( หายใจไม่ทัน )ไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีในการปั่นแข่งขัน มากกว่าคนที่ไม่เคยฝึกเทคนิคการหายใจครับ แต่ทุกๆคนต้องหายใจเพื่อชีวิตเพียงแต่ว่าคุณหายใจได้ดีแค่ไหน ? โดยเฉพาะอากาศออกซิเจนที่คุณต้องการน่ะมากพอหรือยังครับ
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
รูปประจำตัวสมาชิก
Kai kanbike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2201
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
Tel: 0924936836
team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี

Re: รวบรวมเทคนิคต่างๆเพื่อพัฒนาการปั่นให้ดียิ่งขึ้น

โพสต์ โดย Kai kanbike »

การวางตำแหน่งเท้าในการปั่นจักรยานให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การวางเท้า


รูปภาพ


การออกแรงปั่นจักรยานเพื่อให้ได้แรงกระทำต่อจักรยานสูงสุดนั้น เราต้องวางตำแหน่งเท้าของเราให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเราคิดจะวางตำแหน่งเท้าตรงไหนก็ได้ การปั่นโดยการวางตำแหน่งเท้าที่ไม่ถูกต้องนั้น นอกจากจะทำให้เกิดความเมื่อยล้าแล้ว แรงที่ออกไปยังสูญเปล่าเสียอีก

การถีบลูกบันได้ที่ถูกต้องนั้นต้องมีหลักการดังนี้ครับ ลักษณะของบันได้ถีบธรรมดานั้นจะครอบคลุมได้แค่ 1/3 ของเท้าเท่านั้น ให้เราแบ่งเท้าออกเป็น 3 ส่วน
1.ส่วนที่ 1 คือส่วนที่อยู่ปลายเท้าที่เราเขย่งเท้ายืนนั่นเอง
2.ส่วนที่ 2 คือส่วนที่สัมผัสกับพื้นในขณะที่เราเขย่งเท้า (คือส่วนที่เราต้องเอาไำปใช้ในการสัมผัสกับบันไดจักรยาน)
3.ส่วนที่ 3 คื่อส่วนเท้าตั้งแต่ตอนกลางของฝาเท้าจนถึงส้นเท้าของเรานั่นเอง

ทำไมไม่ใช้ส่่วนที่ 1 ของเท้าเรามาปั่นจักรยาน เพราะปลายเท้าของคนเราตำแหน่งนั้น นอกจากเป็นปลายเท้าซึ่งประกอบด้วยนิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วแล้ว ซึ่งนิ้วเท้าทั้ง 5 นั้นนอกจากมีชิ้นส่วนกระดูกที่ค่อนข้างเล็กแล้วก็ทำหน้าที่แยกจากกัน นอกจากไม่มีความแข็งแรงในการกดบันได้จักรยานแล้ว ยังจะไปสร้างภาระให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นต้องใช้
งานหนักขึ้นมาอีกด้วย

เราต้องใช้ส่วนที่ 2 ของเท้ามาใช้ในการปั่นจักรยาน เพราะจุนั้นเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเท้าคนเราที่จะได้สัมผัสกับบันไดจักรยาน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะตำแหน่งนั้นมนุษย์เราจะมีกระดูกชิ้นหนึ่ง เสหมือนว่าพระเจ้าได้สร้างกระดูกชิ้นนี้เพื่อให้มนุษย์เราจะได้ใช้ถีบจักรยานก็ว่าได้ เพราะจุด ๆ นั้นนอกจากจะมีกระดูกที่พร้อมจะรองรับบันได้จักรยานแล้ว ยังเป็นจุดศูนย์กลาง (จุดหมุน) ของบันไ้จักรยานเป็นอย่างดี

แล้วถ้าใช้ส่วนที่ 3 ของเท้าใช้ปั่นจักรยานแล้วอะไรจะเกิดขึ้น การเอาส่วนกลางหรือที่ผมเรียกว่าส่วนที่ 3 จะทำให้แรงที่ส่งมาต้องสูญเปล่าไปทางปลายเท้าและส้นเท้า ทำให้แรงส่งผ่านไปไม่เต็มที่ ผลก็คือว่าเราเมื่อยเร็วกว่าเดิม และจักรยานก็จะคลานไปเหมือนเต่าที่กำลังสิ้นหวังในชีวิตของมัน

การใช้คลีทหรือคลีปเลสส์ในการขับขี่จักรยาน นอกจากจะทำให้แรงที่เราส่งผ่านไปยังล้อนั้นได้ประสิทธิภาพเต็มตัวแล้วมันยังเพิ่มประสิทธิ์ภาพให้กับการขี่ได้อีกด้วย มันสามารถเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการปั่นได้กว่า 50 % โดยเฉพาะในเวลาที่คุณขี่ในที่ทุรกันดาร คุณสามารถควบคุมไม่ให้เท้าคุณหลุดจากบันได้ได้เป็นอย่างดี เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่จักรยานได้เป็นอย่างดี

สมรรถนะในการขับขี่โดยใช้คลีปเลสส์ นอกจากเราสามารถควบคุมตำแหน่งเท้ากับบันได้จักรยานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ในการปั่นจักรยานเราไม่ได้ถีบลงไปอย่างเดียว แต่ตอนยกขึ้นก็สามารถเพิ่มแรงให้กับจักรยานได้ด้วย เพราะว่าเท้าของเราติดอยู่กับบันได้นั่นเอง หลักการปั่นจักรยานอีกประการหนึ่งที่จะทำให้เราปั่นจักรยานได้ดีขึ้นคือ การปั่นนั้นต้องไม่ปั่นด้วยการถีบลงแต่อย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเราติดคลีปเลสส์แล้ว การวาดเท้าไปรอบ ๆ ให้มีความรู้สึกว่าเราควงวงเท้าให้เป็นวงกลม ๆ รอบ ๆ หัวกะโหลกนั้นต้องออกแรงทั้งขาลงและขึ้นเป็นวงกลม การขี่แบบนั้นไม่สามารถทำได้เลยหากเราไม่ติดคลิปเลสส์ที่บันได้และรองเท้าของเรา เมื่อคุณติดคลิปเลสส์แล้ว คราวนี้เราลองมาหัดดูแล้วเราจะเพลิดเพลินกับการขี่จักรยานจนไม่มีวันเบื่อเสียทีเดียว

จริง ๆ แล้วผมแทบไม่ต้องบอกกับเพื่อน ๆ เลยว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของเท้าเราควรจะวางจุดไหนไปสัมผัสกับลูกบันไดจักรยาน ถ้าเพื่อน ๆ ที่ใช้รองเท้าจักรยานจะใช้การสังเกตุให้ดี เพื่อน ๆ ลองหงายรองเท้าขึ้นมาดูซิครับ จะเห็นแผ่งรองยึดติดตรึงอยู่ นั้นละครับเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดที่ผู้ผลิตรองเท้าจักรยานได้คิดคำนวนมาแล้วให้กับเท้าของคนเราว่าเมื่อเราวางเท้าลงไปแล้วก็จะได้ตรงตำแหน่งที่เหมาะสมพอดี

ระยะและการออกแบบมา เมื่อเราวางเท้าไปบนบันไดจนสลักบันได้ตรึงเข้ากับแผ่นรองยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าเราลากเส้นตรงแนวดิ่งขึ้นไปจากแกนเพลาบันไดพาดไปถึงรองเท้าของเรานั้นเป็นตำแหน่งที่แกนเพลาไปสัมผัสตรงกับกระดูกชิ้นหนึ่ง ดังนั้นจึงสรุปว่าการวางตำแหน่งเท้าที่เหมาะสม การพัฒนาการของบันไดจักรยาน การพัฒนาของรองเท้าจักรยาน จะมาบรรจบ ณ จุด ๆ เดียวกันนั้นเอง และควรจดจำให้ดีว่า(แกนเพลาของบันไดจักรยาน Pedal Axle จะต้องตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับกระดูกที่เรียกกันว่า Ball of the Foot เสมอ) เพราะนอกจากผลเลิศทางการสร้างแรงขับจักรยานแล้วมันยังช่วยลดอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ให้กับอวัยวะที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนข้อเหวี่ยงของจักรยานอีกด้วย

รู้ยังนี้ก็ติดคลิปเลสสมา์ตั้งนานแล้วซิ....
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี”