ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
ขอตัดแปะคำแนะนำของคุณหมอ "เสือแก่" ที่แนะนำวิธีหลอกร่างกายให้อยากกินน้ำป้องกันภาระร่างกายขาดน้ำไปแล้ว
มาดูข้อเขียนของคุณหมอ "เสือแก่" แนะนำวิธีเติมพลังงานสำหรับการขี่ยาวๆสำหรับวันต่อไปกันต่อครับ
มาดูข้อเขียนของคุณหมอ "เสือแก่" แนะนำวิธีเติมพลังงานสำหรับการขี่ยาวๆสำหรับวันต่อไปกันต่อครับ
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 03 ส.ค. 2010, 16:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
เสือแก่
05 มี.ค. 50 19:21:16 น. ความเห็นที่ # 138
.
.
.
เราคงทราบว่าโรคเบาหวาน คือโรคที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้พอ
พอขาดอินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็เลยสูงขึ้น เกิดปัญหาต่างตามมามากมาย
จริงๆแล้วโรคเบาหวานยังแยกออกป็นสองแบบใหญ่ๆ คือ
แบบที่หนึ่ง เป็นตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
พวกนี้เกิดจากได้รับการถ่ายทอดทางกรรมพันธ์ทั้งจากพ่อและแม่ สองแรงบวก ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ การรักษาก็ต้องพึ่งอินซูลินจากภายนอกสถานเดียว คือการฉีด
คนไข้กลุ่มนี้การควบคุมน้ำตาลค่อนข้างลำบากมาก เดี๋ยวสูงไป เดี๋ยวต่ำไป
แต่ก็โชคดีที่พบไม่บ่อยเท่าแบบที่สอง
แบบที่สอง พวกนี้มักจะมาแสดงอาการตอนเริ่มมีอายุ อาจจะได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง คือได้มาครึ่งเดียว อาการเลยมีน้อยกว่า
พวกนี้ต่างจากพวกแรกคือ ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ แต่มันออกฤทธ์ไม่ได้ดีพอ
พวกนี้ช่วงหลังเค้าพบว่ามันมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพวกที่มีความสุขจากการกินไม่บันยะบันยัง ออกกำลังเหรอ...ปีละหน บางคนญาติพี่น้องไม่มีใครเป็นซักกะคน อาจจะมีกรรมพันธ์แฝงมานิดหน่อย พอไม่ได้ดูแลตัวเอง...อย่างว่าเลยเกิดเรื่องขึ้นมาเลย
แบบที่สองนี่แหละครับที่เราพบกันประจำ
พวกนี้ต้องพึงยาครับ ยามีหลายแบบหลายชนิด แต่หลักการก็คือยาจะไปกระตุ้นให้อินซูลินสามารถทำงานได้ดีขึ้น
และก็มักจะมีคำถามเสมอๆว่า แล้วไอ้เจ้าโรคเบาหวานนี่มันสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
คำตอบคือ ... ไม่ครับ
แต่เราสามารถทำให้อาการมันทุเลาเบาบางได้ อาจจะต้องควบคุมอาหาร ลดหวาน หรือทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง หรือถ้าจะให้ตรงๆคือกินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
กินแค่ให้ได้พลังงานหรือสารอาหารตามที่ร่างกายเราต้องการ ไม่ต้องเผื่อ
และก็เข้าเรื่องซะที
เค้าพบว่าการออกกำลังการนี่แหละครับ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเรา สามารถนำเอาอินซูลินที่ยังมีอยู่ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ว่าไปว่ามามันก็เหมือนยาตัวหนึ่งเลยใช่ไหมครับ ออกฤทธ์เหมือนกันเลย
ถ้าเราสามารถทั้งคุมอาหารได้ดี ร่วมกับการได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เหมือนได้รับยาขนานวิเศษที่ดียิ่งกว่ายาขนิดใดๆในโลก บางคนอาจจะพอเพียงที่จะไม่ต้องกินยาอีกเลย( แต่ต้องทำให้ได้ตลอดนะจ๊ะ) ดังที่พวกคุณหมอๆพยายามแนะนำคนไข้เบาหวานกลุ่มนี้นั่นแหละครับ ออกกำลังทุกวัน คุมอาหาร ฟังกันจนเบื่อใช่ไหม (แต่ไม่ค่อยยักมีคนทำ ขอแต่ยาดีๆ แพงๆ ทั้งนั้น)
ถึงตอนนี้มีใครสงสัยกันบ้างไหมครับ...แล้วไอ้เจ้าอินซูลิน นี่ มันมีหน้าที่อะไร
มันทำให้น้ำตาลในเลือดเราต่ำลงได้อย่างไร
และ มันเกี่ยวอะไร กับ การออกกำลังแบบ แอโรบิคละเนี่ยะ
ฮีๆๆๆ แล้วจะมาเฉลยต่อนะครับ
เสือแก่
05 มี.ค. 50 19:21:16 น. ความเห็นที่ # 138
.
.
.
เราคงทราบว่าโรคเบาหวาน คือโรคที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้พอ
พอขาดอินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็เลยสูงขึ้น เกิดปัญหาต่างตามมามากมาย
จริงๆแล้วโรคเบาหวานยังแยกออกป็นสองแบบใหญ่ๆ คือ
แบบที่หนึ่ง เป็นตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
พวกนี้เกิดจากได้รับการถ่ายทอดทางกรรมพันธ์ทั้งจากพ่อและแม่ สองแรงบวก ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ การรักษาก็ต้องพึ่งอินซูลินจากภายนอกสถานเดียว คือการฉีด
คนไข้กลุ่มนี้การควบคุมน้ำตาลค่อนข้างลำบากมาก เดี๋ยวสูงไป เดี๋ยวต่ำไป
แต่ก็โชคดีที่พบไม่บ่อยเท่าแบบที่สอง
แบบที่สอง พวกนี้มักจะมาแสดงอาการตอนเริ่มมีอายุ อาจจะได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง คือได้มาครึ่งเดียว อาการเลยมีน้อยกว่า
พวกนี้ต่างจากพวกแรกคือ ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ แต่มันออกฤทธ์ไม่ได้ดีพอ
พวกนี้ช่วงหลังเค้าพบว่ามันมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพวกที่มีความสุขจากการกินไม่บันยะบันยัง ออกกำลังเหรอ...ปีละหน บางคนญาติพี่น้องไม่มีใครเป็นซักกะคน อาจจะมีกรรมพันธ์แฝงมานิดหน่อย พอไม่ได้ดูแลตัวเอง...อย่างว่าเลยเกิดเรื่องขึ้นมาเลย
แบบที่สองนี่แหละครับที่เราพบกันประจำ
พวกนี้ต้องพึงยาครับ ยามีหลายแบบหลายชนิด แต่หลักการก็คือยาจะไปกระตุ้นให้อินซูลินสามารถทำงานได้ดีขึ้น
และก็มักจะมีคำถามเสมอๆว่า แล้วไอ้เจ้าโรคเบาหวานนี่มันสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
คำตอบคือ ... ไม่ครับ
แต่เราสามารถทำให้อาการมันทุเลาเบาบางได้ อาจจะต้องควบคุมอาหาร ลดหวาน หรือทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง หรือถ้าจะให้ตรงๆคือกินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
กินแค่ให้ได้พลังงานหรือสารอาหารตามที่ร่างกายเราต้องการ ไม่ต้องเผื่อ
และก็เข้าเรื่องซะที
เค้าพบว่าการออกกำลังการนี่แหละครับ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเรา สามารถนำเอาอินซูลินที่ยังมีอยู่ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ว่าไปว่ามามันก็เหมือนยาตัวหนึ่งเลยใช่ไหมครับ ออกฤทธ์เหมือนกันเลย
ถ้าเราสามารถทั้งคุมอาหารได้ดี ร่วมกับการได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เหมือนได้รับยาขนานวิเศษที่ดียิ่งกว่ายาขนิดใดๆในโลก บางคนอาจจะพอเพียงที่จะไม่ต้องกินยาอีกเลย( แต่ต้องทำให้ได้ตลอดนะจ๊ะ) ดังที่พวกคุณหมอๆพยายามแนะนำคนไข้เบาหวานกลุ่มนี้นั่นแหละครับ ออกกำลังทุกวัน คุมอาหาร ฟังกันจนเบื่อใช่ไหม (แต่ไม่ค่อยยักมีคนทำ ขอแต่ยาดีๆ แพงๆ ทั้งนั้น)
ถึงตอนนี้มีใครสงสัยกันบ้างไหมครับ...แล้วไอ้เจ้าอินซูลิน นี่ มันมีหน้าที่อะไร
มันทำให้น้ำตาลในเลือดเราต่ำลงได้อย่างไร
และ มันเกี่ยวอะไร กับ การออกกำลังแบบ แอโรบิคละเนี่ยะ
ฮีๆๆๆ แล้วจะมาเฉลยต่อนะครับ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
พี่เล่นหายไปหลายวัน ผมใจไม่ดีเลยเข้ามาคั่นโฆ ษะ ณา หน่อยครับ อิอิ
ชุมชนthaincc มีของเล่นให้กระโดดไปมาระหว่างเว็บต่างต่างได้ เชิญทุกท่านลองสัมผัสได้ครับ กดครับ
ว่างว่างพี่ไปเยี่ยมเยียน thaincc.com มั่งนะครับ แหะแหะ
ชุมชนthaincc มีของเล่นให้กระโดดไปมาระหว่างเว็บต่างต่างได้ เชิญทุกท่านลองสัมผัสได้ครับ กดครับ
ว่างว่างพี่ไปเยี่ยมเยียน thaincc.com มั่งนะครับ แหะแหะ
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
ขอแปะ...ส่วนคุณหมอ "เสือแก่"เขียนแนะนำต่อเนื่อง
จากเรื่องกินน้ำ จนถึงวิธีกิน...กินให้พอกะการปั่นต่อนะครับ
จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
จากเรื่องกินน้ำ จนถึงวิธีกิน...กินให้พอกะการปั่นต่อนะครับ
จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
เสือแก่PBC
06 มี.ค. 50 12:59:56 น. ความเห็นที่ # 142
มาต่อกันเลย
เจ้าอินซูลินนี่ มันทำหน้าที่นำและลำเลียงน้ำตาลที่มีอยู่ในเลือด ไปเก็บไว้ในอวัยวะต่างๆ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราทานอาหารที่มีน้ำตาลเข้าไปในกระเพาะ ผ่านกระเพาะเข้าลำไส้ ผ่านการดูดซึมเข้ากระแสเลือดเมื่อไหร่ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดก็จะสูงขึ้น อินซูลินก็คอยสั่งการให้นำน้ำตาลส่วนเกินนี่แหละ ไปเก็บไว้ใช้ในอวัยวะต่างๆ เพื่อที่จะสามารถนำกลับมาใช้ภายหลังได้ เช่น กล้ามเนื้อ ตับ
และถ้ายังเหลือมากกว่านี้ก็นำไปเก็บไว้ที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังนั่นแหละครับ
เสือแก่PBC
06 มี.ค. 50 14:24:29 น. # 143
หนึ่งชั่วโมงแรก เต็มที่ไม่เกินชั่วโมงครึ่ง...สำหรับผู้ที่ฟิตมากๆ ร่างกายของเราก็จะนำเอาไกลโคเจนที่สะสมในกล้ามเนื้อในตับ นั่นแหละครับออกมาใช้
คนที่ฝึก aerobic มาดีๆก็จะได้เปรียบคนอื่นๆตรงที่ยังสามารถนำเอาไขมันมาใช้ด้วย ดังนั้นใน 1-1.30 ชั่วโมงแรก เราจึงสามารถดื่มน้ำอย่างเดียว
หลังจากนั้นล่ะ...
ถ้าเรายังจะต้องออกกำลังต่อไปอีก
เมื่อไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเริ่มหมดไป ถึงตอนนี้ร่างกายก็จะนำน้ำตาลในเลือดมาใช้
ทีนี้ก็ยุ่งหละครับ เพราะสมองซึ่งพึ่งพลังงานจากน้ำตาลในเลือดเพียงอย่างเดียวเช่นกัน
สมองขาดกลูโคสเมื่อไหร่เราจะรู้สึงโหวงเหวงจะเป็นลม
เราจึงต้องเติมน้ำตาลไปในน้ำดื่มด้วย เพื่อที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดนำไปใช้ได้ทันที
แต่ข้อจำกัดอย่างที่ว่าขณะที่เรากำลังขี่จักรยานนั้น เราไม่สารถพกน้ำดื่มจำนวนมากๆได้
การจะดื่มน้ำผสมน้ำตาลที่มีความเข้มข้นมากๆนั้นมีข้อจำกัด ร่างกายไม่สามารดูดซึมได้หมด แถมเกิดปัญหา...ในขณะที่ร่างกายดูดซึมน้ำตาลจะต้องใช้น้ำเข้าร่วมขบวนการด้วย ทำให้เรากระหายน้ำมาก จึงต้องดื่มน้ำตามมากๆ ดังที่พวกเพาเวอร์บาร์แบบแท่งที่แนะนำว่าถ้ากินต้องดื่มน้ำตามมากๆ นั่นแหละครับ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
กระทู้เดียว...เอามาแปะหากินได้เป็นปีครับ
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
กระทู้เดียว...เอามาแปะหากินได้เป็นปีครับ
เสือแก่
09 มี.ค. 50 10:47:12 น. # 145
สรุป( อย่างยาวที่สุด)
สำหรับน้ำดื่มเกลือแร่ที่ใช้ในระหว่างการขี่ที่นานเกิน1 -1.5ชม ขึ้นไป จะมีข้อจำกัดเรื่องการดูดซึม ความสะดวกในการพกพา
เราไม่สามารถพกน้ำในปริมาณมากๆได้ ในการแข่งขันรายการใหญ่ๆที่ได้มาตรฐาน ผู้จัดการแข่งขันจะตระหนักและเข้าใจเรื่องน้ำ อาหารเสริม เกลือแร่ เป็นอย่างดี ฉะนั้น...เค้าจะจัดจุดให้น้ำ เครื่องดื่มต่างๆได้อย่างเพียงพอ เช่นสำหรับการวิ่งมาราธอนในวันที่อากาศร้อนจัดๆ อาจจะต้องมีจุดให้น้ำเกือบทุกๆ10-15นาทีที่นักแข่งจะวิ่งไปถึง เพื่อให้นักกีฬาจะสามารถรีดกำลังม้าออกมาได้อย่างเต็มที่
จักรยานก็เช่นกัน ทีมservice ต้องพร้อมเสมอเมื่อนักจักรยานต้องการ
เราคงเคยเห็นการแข่งขันในระดับTDF ทีมดีๆนี่...เพียงแค่นักแข่งยกมือปุ๊บ กระติกน้ำถึงปั๊บ ส่วนทีมทีต้นทุนน้อยหน่อย นักแข่งอาจจะขอน้ำจากเพื่อนๆในกลุ่ม แม้จะเป็นทีมคู่แข่งก็ตาม เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบ นี่แหละSpirit และเสน่ห์ ของจักรยานละครับ
ความเข้มข้นของทั้งเกลือแร่และน้ำตาลนั้น จึงต้องพอดีๆที่ร่างกายจะสามารถดื่มเข้าไปแล้วดูดซึมได้ดีที่สุด และปริมาณน้ำก็พอที่จะทดแทนส่วนที่ขาดไปได้ แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม
ความเข้มข้นของเกลือเราทราบแล้ว
ความเข้มข้นของน้ำตาลล่ะ เท่าไหร่ดี
เค้าพบว่าความเข้มข้นของน้ำตาลที่เหมาะสมนั้นเพียงแค่6-10%เท่านั้นเอง
ซึ่งเครื่องดื่มเกลือแร่ในท้องตลาด ก็มักจะมีความเข้มข้นในช่วงนี้ทั้งนั้น จะแตกต่างกันก็ตรงที่รสชาติอาจจะไม่เหมือนกันตามชนิดของน้ำตาลที่ใช้ในการผสม
และชนิดของน้ำตาลที่ต่างกันก็ให้ปริมาณพลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งผมได้เขียนไว้ในกระทู้เมื่อมือใหม่อยากซ้อมเสือหมอบ ตามไปอ่านได้เลยครับ
แต่ที่แน่ๆก็คือ รสชาติอาจจะไม่อร่อยเท่าใดนัก จะหวานก็ไม่หวาน แถมมีเกลือมาแตะลิ้นให้กระหายน้ำหน่อยๆ ดังที่โบราณว่าไว้แหละ หวานเป็นลมขมเป็นยา บางยี่ห้อเลยต้องเติมกลิ่นให้น่าดื่มมากขึ้น กลิ่นส้ม กลิ่นมะนาว ให้เลือกดื่มตามความชอบครับ
วกกลับมาที่เจ้าอินซูลินกันต่อ
แลนส์ อารมตรอง ได้กล่าวไว้ว่า "จักรยาน เป็นเกมส์ที่วัดกันด้วย… การฟื้นตัว … ผู้ชนะคือ ผู้ที่สามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุด"
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ
ในการแข่งTDF ในเสตจแรกๆเราอาจจะเห็นนักแข่งหน้าใหม่ หรือ นักแข่งบางคน วันแรกเข้าเส้นเป็นวินเน่อร์ วันที่สองเข้ากลุ่มกลางๆ วันที่สามไม่รู้หายไปไหน บางคนเค้าจบการแข่งขันไปแล้วยังไม่ฟื้นตัวเลย
และเราก็ทราบกันแล้วว่า หน้าที่หลักของอินซูลินคือ นำน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรท์ที่เราทานเข้าไป ไปเก็บที่กล้ามเนื้อและตับ การฟื้นตัวของนักจักรยานก็คือ การที่ร่างกายสามารถนำสารอาหารพวกแป้งหรือน้ำตาลเข้าไปเก็บที่อวัยวะทั้งสองได้ทันและพอสำหรับการขี่ในวันต่อไป
ดังนั้น หัวใจหลักของการฟื้นตัวก็คือ ทำอย่างไรที่จะกระตุ้น ฮอรโมน์ …อินซูลิน…ให้สามารถทำงานได้ดีและรวดเร็วที่สุดนั่นเองครับ ทำอย่างไรดีล่ะ
จากการศึกษาเค้าพบว่า อินซูลินจะถูกกระตุ้นให้ทำงานได้ดีที่สุดก็คือ เมื่อเรารัปประทานอาหารพวก แป้งและน้ำตาล …ทันที…หลังจากที่เราออกกำลังเสร็จ และจะออกฤทธ์ได้นานเต็มที่ไม่เกิน2 ชั่งโมง
ปล่อยระยะทิ้งช่วงยิ่งนานกว่านี้เท่าไหร่ อินซูลินจะออกฤทธ์ได้น้อยลงเรื่อยๆ
เค้าได้ศึกษาในนักฟุตบอลก่อนครับ พบว่าในนักฟุตบอล หลังจากการแข่งเสร็จ ทีมที่นักฟุตบอลที่ได้ทานอาหารทันที ในการแข่งขันวันต่อไปพวกนี้สามารถวิ่งและทำเกมส์ ได้ดีกว่า พวกที่มัวแต่ฉลองชัยชนะหลายชั่วโมงก่อนจะทานอาหาร
ในนักจักรยานก็เช่นกัน คนที่ได้ทานอาหารหลังการขี่หรือซ้อมทันที จะสามารถทำเวลาหรือสถิติได้ดีกว่าคนที่ทานช้ากว่าชัดเจนครับ ( ถ้าฟิตพอๆกันนะ)
เราอยากรู้ใช่ไหมครับว่าไอ้การได้ทานเร็ว...ช้าต่างกัน 2ชั่วโมงนี่ อินซูลิน มันทำให้กล้ามเนื้อเก็บน้ำตาลเข้าไปเป็นไกลโคเจน ต่างกันแค่ไหน
….ต่างกัน50% ครับ….. โอ้ว พระเจ้า Geroge มันยอดมาก
รู้ยังงี้แล้วพรุ่งนี้ให้แม่บ้าน...แรงจูงใจที่แสนจะวิเศษ เตรียมข้าวไว้เลย
พรุ่งนี้พี่ซ้อมจักรยานกลับมาถึงบ้าน สำรับกับข้าววางบนโต๊ะรอเลยนะจ๊ะ น้ำเย็นๆอีก 1 เหยือก ไอ้แกงส้ม XTR ผัดเผ็ด Campac ให้กินตอน3ทุ่มนี่ ซ้อมหนักทั้งปีทั้งชาติ ยังไงก็ไม่รุ่ง
ถึงตอนนี้ หลายคนคงอยากรู้ต่อใช่ไหมครับว่า แล้วเมนูอาหารสูตรไหนดีล่ะที่อยากให้แม่บ้าน ทำหรือเตรียมให้เราทาน ตั้งเป้าเอาไว้ว่า แข่งเที่ยวหน้า พี่จะเอาถ้วยเข้าตู้โชว์ ให้ได้ ถ้าไม่ได้ ยอมขายรถเลยเอ้า ฮี่ๆๆๆ ล้อเล่น
และก่อนที่จะให้แม่บ้านหาสูตรตำราอาหารสำหรับโดปนักกีฬาขี้อ้อนนั้น เรามาหาเครื่องปรุงที่จะทำให้อาหารสูตรเด็ด ที่จะทำให้อินซูลินออกฤทธ์ได้ดีกว่า
การมีแค่แป้งกับน้ำตาลเป็นพระเอกคนเดียว ไหนใครเคยทานก๋วยเตี๋ยว มีแต่น้ำกับเส้นอย่างเดียวไหม
ถ้าจะเปรียบก๋วยเตี๋ยว เส้นก๋วยเตี๋ยวคือ….คาร์โบไฮเดรท
ลูกชิ้น , ผัก เครื่องปรุง คืออะไรล่ะ
คำตอบคือ ….. โปรตีนครับ
งงไหม คุณค่าทางอาหาร(พลังงาน)ได้จากเส้น ความอร่อยได้จากลูกชิ้นกับเครื่องปรุง
งงหนักเข้ากว่าเดิมอีก
เฉลยตรงๆดีกว่า
เค้าพบว่า ถ้าอยากกระตุ้นให้อินซูลิน ทำงานได้ดีที่สุด
นอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรทแล้ว ยังต้องมีโปรตีนมาช่วยเสริมด้วยครับ
โปรตีนจะกระตุ้นให้อินซูลิน เก็บแป้งกับน้ำตาลเข้าไปเป็นไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ ได้ดีกว่าการได้ทานแป้งกับน้ำตาลอย่างเดียว ถึง 30% เลยล่ะครับ
ถึงตอนนี้ หลายคนสั่งแม่บ้าน นี่เธอ วันนี้ ขอไข่ 5 ฟองเลยเด้อ จะกระตุ้น อินซูลินหน่อย
ยัง...ยังก่อนนะครับ
เรามาดูกันก่อนว่า ไอ้เจ้าโปรตีนนี่มันช่วยกระตุ้นก็จริง แต่ทานมากๆเกินไปมันก็มีข้อเสียเหมือนกัน
นอกจากร่างกายเองก็ไม่ได้นำมันมาใช้เป็นพลังงานหลักแล้ว
เวลาที่ทานมากเกินไป
โปรตีนนี่ถ้ามันลงไปในกระเพาะแล้ว มันจะทำให้ขั้นตอนขบวนการย่อยและดูดซึมในกระเพาะช้าลงครับ แทนที่จะรีบย่อยเพื่อที่ส่งจะอาหารลงไปยังลำไส้ ซึ่งจะเป็นส่วนที่มีการดูดซึมสารอาหารได้มากทีสุด
อาหารจะค้างเติ่งที่กระเพาะนานเกินไป แทนที่ร่างกายจะดูดซึมน้ำและ สารอาหารต่างๆดีดีขึ้น กลับจะแย่กว่าเดิม
เรื่องโปรตีนนี้ ค่อนข้างละเอียดอ่อนพอสมควร
เราจะเอาโปรตีนอะไรล่ะมาใช้ โปรตีนประเภทเนื้อจ๋าเลยก็ย่อยและดูดซึมยาก
โปรตีนสำเร็จรูปพวก อะมิโนแอซิด ซึ่งจะสามารถนำมาผสมในน้ำดื่มเกลือแร่ ที่มีขายตามท้องตลาด หรือร้านขายยานี่ก็ โครตระแพง เลย
เอาเป็นว่า ถึงตอนนี้ทราบไว้เป็นเบื้องต้นก่อนละกับครับ อัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ คาร์โบไฮเดรท ต่อ โปรตีนที่จะทำให้ อินซูลินทำงานได้ดีที่สุดโดยไม่รบกวนต่อการดูดซึมของกระเพาะและลำไส้ คือ 4 ต่อ 1ครับ คือ คาร์โบไฮเดรท 4ส่วน โปรตีน 1 ส่วน
บางคนอาจจะสงสัย แล้วเจ้าไขมันล่ะ เอาไปไว้ไหน ไหนว่ามันให้พลังงานสูงมากเลยไม่ใช่หรือ
ไขมันนี่...เป็นเป็นของแสลงครับ ให้พลังงานมากก็จริง แต่ดูดซึมได้ช้ามาก แนะนำว่าเอาแค่ให้ได้อัตราส่วนที่ร่างกายต้องการก็พอ อย่าให้ได้มากไป
และตอนนี้(ไม่ทราบว่าบ้านเรามีแล้วหรือยัง ใครพบเห็นแล้วแจ้งให้ทราบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยจ้ะ)
ตอนนี้ ได้มีการผลิตน้ำเกลือแร่ที่มีสูตรดังกล่าว ออกมาจำหน่ายกันแล้ว
ไว้รอผมติดทีมไปแข่ง TDF ก่อน จะให้แม่บ้านซื้อมาตุนไว้ซักเข่ง …… …..
เอ้า พิมพ์อยู่ดีๆ แม่บ้านมาปลุกใหตื่นซะแล้ว เธอ ถามจากห้องครัวล้งเล้งเชียว….ไหนนะ จะให้ทำอะไรให้กินนะ กระตุ้น เฉพาะ อินซูลินนะ อย่างอื่นไม่ต้องไปกระตุ้น ชั้นขี้เกียจตาม ว่าเข้าไปนั่น เฮ้อ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
-
TimeLess
- สมาชิก
- โพสต์: 77
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2010, 17:19
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณที่ห่วงใยสุขภาพซึ่งกันและกัน
เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้มากครับ
แสดงว่าผมมาถูกทางแล้ว ทุกวันนี้ปั่นออกกำลังกาย ไม่มีโอกาสไล่ใคร
เพราะปั่นตามใครไม่เคยทันเลยขี้เกียจตาม
เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้มากครับ
แสดงว่าผมมาถูกทางแล้ว ทุกวันนี้ปั่นออกกำลังกาย ไม่มีโอกาสไล่ใคร
เพราะปั่นตามใครไม่เคยทันเลยขี้เกียจตาม
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
แหะแหะ จริงครับขึ้นกระทู้เร็วไปหน่อย แต่ตั้งใจว่าchasinee เขียน:ขอจอง2ที่ครับไกล้ถึงเวลาละบอกเพราะอีกนานท่าจะเอาก็m2 s2
เริ่มโครงการถวายพระพรฯ๕ธันวามหาราช ต่อด้วยเขาใหญ่และไปร่วมทริปของพี่จารึก เพื่อทุกคนจะได้ทราบกันแต่เนิ่นเนิ่นครับ
และปลายปีมีทำเสื้อกันหลายทริปดังนั้นปีนี้จึงว่าจะเตรียมตัวเร็วขึ้น SDL จะได้ไม่ปวดหัวมากนัก ช่วยช่วยกันครับ เมื่อวานไปร่วมปั่นกับTCHAเห็นแล้วชอบครับ จัดขบวนอย่างดี มีคนช่วยนำช่วยดูแลตลอด น่าให้แต่ละชมรมไปศึกษาดูกันว่ามือใหม่หัดปั่นนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
ผมลืมเรียนให้ทราบว่า ทริปเขาใหญ่และไปกับพี่จารึกนั้น ขอเป็นว่าปั่นได้ความเร็ว25-30 นะครับ 15-20 ไปซ้อมกับTCHA เสียก่อนจะดีที่สุด ยังต้องขนสัมถาระไปอีก ปั่นช้ามากจะโดนทิ้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้เยาว์ต้องมีพ่อแม่และผู้ปกครองไปด้วย
ปั่นขึ้นเขาค่อยค่อยไปตามแบบที่เรียกว่าเนิบเนิบ ทั้งรอบขาและน้ำหนักไม่เร่งรีบขึ้น เกียร์เบารอบขาเร็วควงเสียเร็วปรี๊ด ตายมามากแล้ว เชื่อผมเถอะ เพราะคุณอาจจะมีโรคหัวใจที่แฝงตัวอยู่ คุณอาจจะมีไขมันในเลือดสูง คุณอาจจะเป็นตะคริว และถ้าหัวใจคุณเป็นตะคริว เตรียมตัวตายได้เลยพี่น้อง รอบขาที่เร็วเกิน๗๐รอบต่อนาที เริ่มเข้าสู่กระบวนการแอโรบิค ที่หัวใจต้องการเลือด เลือดที่นำออกซิเจนอย่างมากเข้าสู่กระบวนการ ทีนี้ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดน้อยเช่นไขมันไปเกาะตามเส้นโลหิต อะไรมันจะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจมันไม่มีออกซิเจน มันจะเป็นตะคริว หัวใจไม่ทำงาน หัวใจวายเฉียบพลัน การไปเขาใหญ่เหมือนได้สำรวจตัวเอง สติตัวเอง ว่าเราทำอะไรอยู่ ฝึกจิตให้น่องไม่วิ่งตามเพื่อน แบบไม่รู้ แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยกเว้นผ่านการฝึกทักษะมาแล้วอย่างช่ำชอง อย่างเคยลงแข่งขัน อย่างผู้รู้ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะได้ขึ้นไป แต่ไม่ได้ลงมาก็อาจจะเป็นได้
อย่าคิดว่ายังหนุ่มยังแน่นแล้วจะไม่เป็น เด็กก็ยังเป็นได้ หัวใจใครหัวใจมัน จำไว้อย่าโง่แล้วขยัน ถ้าไม่แน่ใจ ไม่ได้ซ้อม....ไปกันกับเราได้โดยขับรถไปไม่มีใครว่าครับ ผมยินดีต้อนรับทุกท่านโดยไม่ลังเล และไม่ตำหนิคุณที่ไปกับรถยนต์เลย เพราะผมเข้าใจไง ว่าพวกเราต้องการไปเพื่อความบันเทิงใจไม่ใช่ให้ไปทรมาน
ระยะทางที่ชันนั้นถ้าไม่ไหวอย่าฝืนสังขารเพราะอยากตามคนอื่นให้ทัน ลงจูงเดินขึ้นไป ยังน่ารักกว่าตะแบงเกียร์เบาจนรอบขาล่อเข้าไปเกือบร้อย อย่างนี้ไม่ตายก็นอนพักฟื้นหัวใจนานหลายวัน ถ้ารอบขายิ่งมากให้หายใจเข้าให้มากมาก สูดลมเข้าไปอย่างแรงและยาวไว้พี่น้อง นั่นแหละจึงช่วยคุณได้มาก ถ้ายังหายใจแบบคนขี้เหนียวหายใจ มันจะเกิดอาการทรมานจิตใจ ที่ไม่ได้เกิดจากอกหักหรือหัวใจเดาะ แต่มันจะตายเอาครับท่านครับ
ขอบคุณครับ
คัดมาจากกระทู้ "อย่าเพิ่งรีบตายถ้ายังไม่เคยปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ครบ ๑๐๐ ครั้ง" ปีที่๒
-
trongsak
- ขาประจำ
- โพสต์: 1866
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 พ.ย. 2010, 12:35
- Bike: giant
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
มือใหม่ครับ เข้ามาอ่านได้ความรู้มากเลยครับ กำลังรอว่าเมื่อไรจะมาต่อเรื่องให้จบ
- สิงห์หนุ่มอวบ
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 17:43
- Bike: BMX(1991) sirius(2001) trek4300(2011)
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
ความรู้ไม่มีคำว่าเก่าหรือใหม่
ขอบคุณครับผมสำหรับความรู้นี้
ขอบคุณครับผมสำหรับความรู้นี้
สุดยอดอุปกรณ์ในการขี่จักรยาน คือตัวผู้ขี่ เพราะอัพได้ไม่รู้จบ 
- ลุงเนตร
- ขาประจำ
- โพสต์: 19650
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
- Tel: 0898133936
- team: อิสระ
- Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
- ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
..ขอบคุณมากครับ...
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
- Giman
- ขาประจำ
- โพสต์: 452
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2013, 23:31
- Tel: 097-1465449
- team: แหลมสิงห์ จันทบุรี
- Bike: Cannello4.8 , Mongoose Argus 4.9(Fat Bike)
- ตำแหน่ง: ขลุง จันทบุรี
- ติดต่อ:
Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว
เสียใจด้วยอย่างสุดซึ้งคับ
อั่นแน่...อั่นแน่