ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

...สืบเนื่องจากวันแม่เลยมีวันหยุดหลายวันจึงต้องกลับไปเยี่ยมพ่อเนื่องจากไม่มีแม่แล้ว ผมจึงขอลางานเพิ่มอีก 1 วันคือวันพุธที่ 11 สค. แล้วออกเดินทางตอนกลางคืนวันที่ 10 โดยไม่รีบเร่ง ออกจาก กทม.ประมาณ 4 ทุ่มและฝนก็ตกตลอดทางประมาณเที่ยงคืนถึงปากช่องเลยแวะหาก๊วยเตี๋ยวร้อนๆ ทาน
...เที่ยงคืนครึ่งออกจากปากช่องฝนก็ยังคงตกปรอยๆ ทำความเร็วประมาณ 80-90 กม./ชม. ถึงอำเภอ
นางรอง จ.บุรีรัมย์ประมาณตี 3 เลยจอดนอนที่ปั๊ม ปตท.เพราะวางแผนว่าจะพาครอบครัวแวะเที่ยวปราสาทเขาพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำเพราะได้สอบถามเส้นทางกับ อ.ธีรพันธ์เสือบุรีรัมย์ไว้แล้วค่อยเดินทางไปเยี่ยมสาขาที่จ.สุรินทร์ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับอุบลฯ แวะทานมื้อเที่ยงไก่ย่างห้วยทับทันที่เลื่องชื่อของจ.ศรีสะเกษเพราะที่นี่เขาจะใช้ไม้มะดันแทนไม้ไผ่ ความเบี้ยวของเนื้อไม้จะซึมเข้าไปในเนื้อไก่แต่วันนั้นผ่านไปเลยไม่รู้ว่าเจ้าไหนอร่อยเพราะมีหลายร้านมากโทรสอบถาม อ.ดำ ก็ไม่รับสายจะชวนมาเป็นเจ้ามือสักหน่อย :mrgreen: สุดท้ายร้านไหนก็ได้เพราะหิวแล้ว ;) แล้วรีบกลับบ้านมาพักผ่อนเพราะในตอนเช้าวันที่12 สค. ได้นัดหมายทีมอานนท์อุบลฯ จะปั่นไปไหว้พระธาตุกก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ที่ จ.ยโสธร ระยะทางไป-กลับร่วม 200 กม. ผมจะทะยอยลงภาพให้ชมนะครับหยุดหลายวันกลับมางานเต็มโต๊ะเลย :x

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย พลพล เมื่อ 17 ส.ค. 2010, 13:46, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ประวัติปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
...ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

[แก้] สถาปัตยกรรมและโบราณสถาน
ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

[แก้] การเดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ในการเดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทางออกจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ดังนี้

เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ถ้าเดินทางโดยใช้บริการรถโดยสารจากขนส่งบุรีรัมย์ ก็ให้ขึ้นรถโดยสารสายบุรีรัมย์-จันทบุรี พอถึงที่หมู่บ้านตะโก แล้วจึงลงจากรถ จากนั้นจะมีรถสองแถววิ่งไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือไม่ก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้

[แก้] สะพานนาคราช
ถัดจากนั้นเป็นทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสามียอคล้ายดอกบัวตูมเรียกว่าเสานางเรียง จำนวนข้างละ 35 ต้น ทอดตัวไปยังสะพานนาคราช ซึ่งผังกากบาทยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร สะพานนาคราชนี้ ตามความเชื่อเป็นทางที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ อาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ในศาสนาฮินดู หรือเป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน จากสะพานนาคราชชั้นที่ 1 มีบันไดจำนวน 52 ขั้นขึ้นไปยังลานบนยอดเขา

ที่หน้าซุ้มประตูระเบียงคดทิศตะวันออก มีสะพานนาคราชชั้นที่ 2 ระเบียงคดก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบลานปราสาทแต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ เพราะมีผนังกั้นอยู่เป็นช่วง ๆ มีซุ้มประตูกึ่งกลางของแต่ละด้าน ที่มุมระเบียงคดทำเป็นซุ้มกากบาท ที่หน้าบันของระเบียงคดทิศตะวันออกด้านนอก มีภาพจำหลักรูปฤๅษีซึงหมายถึงพระศิวะในปางที่เป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรวมหมายถึง นเรนทราทิตย์ ผู้ก่อสร้างปราสาทประธานแห่งนี้ด้วย

[แก้] ตัวปราสาท

ศิวลึงค์ประดิษฐานภายในห้องครรภคฤหะปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราว พุทธศตวรรษที่ 17

ภายในเรือนธาตุตรงกึ่งกลาง เรียกว่าห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่สำคัญที่สุด ในที่นี้คือ ศิวลึงค์ ซึ่งแทนองค์พระศิวะ เป็นที่น่าเสียดายว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์เท่านั้น

ทางเดินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีปราสาทอิฐสององค์และปรางค์น้อย จากหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม กล่าวได้ว่า ปราสาททั้งสามหลังได้สร้างขึ้นก่อนปราสาทประธานราวพุทธศตวรรษที่ 15 และ 16 ตามลำดับ ส่วนทางด้านหน้าของปราสาทประธาน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารสองหลังก่อด้วยศิลาแลง เรียกว่าบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนา ก่อสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18


ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น พระศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม (ในเรื่องรามเกียรติ์) หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤๅษีเป็นต้น

ปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤๅษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า โรงช้างเผือก

[แก้] บริเวณรายรอบ
ชุมชนที่เคยตั้งอยู่บริเวณเขาพนมรุ้งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ เพราะนอกจากมีบารายหรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งใช้ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของปากปล่องภูเขาไฟเดิมเป็นอ่างเก็บน้ำอยู่บนเขาอยู่แล้ว ที่เชิงเขามีบารายอีก 2 สระ คือสระน้ำหนองบัวบารายที่เชิงเขาพนมรุ้ง และสระน้ำโคกเมืองใกล้ปราสาทหินเมืองต่ำ สระน้ำบนพื้นราบเบื้องล่างภูพนมรุ้งนี้รับน้ำมาจากธารน้ำที่ไหลมาจากบนเขา นอกจากนี้ยังมีกุฏิฤๅษีอยู่ 2 หลัง เป็นอโรคยาศาลที่รักษาพยาบาลของชุมชนอยู่เชิงเขาด้วย

บริเวณที่ตั้งของปราสาทพนมรุ้งอาจเคยเป็นที่ตั้งของศาสนพื้นถิ่นมาก่อนที่จะมีการก่อสร้างขึ้นเป็นปราสาท ที่มีความใหญ่โตงดงาม สมกับเป็น กมรเตงชคตวฺนํรุง ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งปราสาทพนมรุ้ง อันหมายถึงองค์พระศิวะในศาสนาฮินดูที่กษัตริย์ขอมทรงนับถือ การเปลี่ยนสถานที่เคารพพื้นถิ่นให้เป็นปราสาทกินตามแบบคติขอม น่าจะเกี่ยวเนื่องกับ การเปลี่ยนลักษณะการเมืองการปกครอง ที่ผู้นำท้องถิ่นมีความสัมพันธ์กับกษัตริย์ขอมโดยใช้ระบบความเชื่อมทางศาสนา วัฒนธรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน

[แก้] การบูรณะและการเปิดอุทยาน
กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม โดยใช้วิธีการสมัยใหม่ช่วย ซึ่งปราสาทหินพนมรุ้งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2475 ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75

ต่อมาได้ดำเนินการบูรณะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนเสร็จสมบูรณ์ และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี พ.ศ. 2531 ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน มีงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปี ในวันที่ 2 - 4 เมษายน

[แก้] ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15
โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ช่องชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน [1]
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

มาถึง อ.นางรองตอนตี3 ต้องนอนรอให้สว่าง

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ประมาณตี 5 จึงเดินทางมาเขาพนมรุ้งโดยออกจาก อ.นางรองประมาณ10 กม.แล้วเลี้ยวขวาเข้าทาง อ.เฉลิมพระเกรียติประมาณ 12 กม มาถึงอีก15 นาที6 โมงเจ้าหน้าที่ยังไม่ตื่นเลย ผมมาขึ้นทางประตู 3 เพราะสามานำรถขึ้นไปได้แต่เสียค่ารถ 50 บาท

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

แล้วก็มีลิง 2 ตัว :mrgreen: เสียงดังจนเจ้าหน้าที่ตื่นและมายืนคุยด้วยรอเวลา
รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ค่าบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 20 ลิง2ตัวฟรี :D ส่วนค่ารถ 50 บาท

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ปากปล่องภูเขาไฟอายุนับแสนปีปัจจุบันเป็นสระบัวเสียแล้ว
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

แล้วขับรถขึ้นมาจอดด้านหลังปราสาทเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินไกล ถ้าหากจอดประตู 1 จะต้องเดินไกลครับ
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

จุดชมวิวด้านหลังมองไปทางทิศตะวันตกและทางขึ้นด้านหลัง
รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย พลพล เมื่อ 18 ส.ค. 2010, 13:51, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

น่าจะเป็นรูปสิงห์เฝ้าประตูด้านหลังทางขึ้นบันไดฝั่งซ้ายและฝั่งขวา
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

เดินชมความงามและความอัศจรรย์ในการก่อสร้างไม่รู้ว่าคนสมัยโบราณทำไมเก่งในด้านการออกแบบก่อสร้างทั้งที่ไม่มีเทคโนโลยี่เหมือนปัจจุบันเลย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ชมภาพไปเรื่อยๆ นะครับไม่มีคำบรรยายเนื่องจากผมเองก็ไม่มีความรู้ทางด้านประวัติศาตร์ หรือหากท่านใดที่มีความรู้ก็ขอให้เข้ามาอธิบายให้ทุกๆท่านทราบด้วยนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

รูปศิวลึงค์ มีโซ่กั้นห้ามเข้าและมีป้ายปิดประกาศห้ามประกอบพิธีกรรม สงสัยกลัวนักการเมืองขึ้นไปทำพิธิกรรม :mrgreen:

...ภายในเรือนธาตุตรงกึ่งกลาง เรียกว่าห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่สำคัญที่สุด ในที่นี้คือ ศิวลึงค์ ซึ่งแทนองค์พระศิวะ เป็นที่น่าเสียดายว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์เท่านั้น



รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย พลพล เมื่อ 17 ส.ค. 2010, 12:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ทริปกลับอุบลฯบ้านเกิดเที่ยวปราสาทร่วมปั่นกับชาวเสืออุบลฯ

โพสต์ โดย พลพล »

ฤษีดัดตน
รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”