ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
365 วัน มีรณรงค์เรื่องนี้แค่ 1 วัน อีก 364 วันก็ขับรถ ใช้รถ มีพฤติกรรมการเดินทางเหมือนเดิม ??!!
ทำไมไม่รณรงค์ให้มีวันแบบนี้สักเดือนละครั้ง หรือสามเดือนครั้งจนกว่าจะซาบซ่านเข้าไปจนเห็นดีเห็นงามกับการเดินทางด้วยพาหนะที่ไม่ผลาญน้ำมันและสร้างมลพิษนะ
แต่ก็อีก หลายคนจะบอกว่าเพราะระบบขนส่งมวลชนยังไม่ทั่วถึง หรืออ้างว่ารถเมล์รอนาน รถแน่น ร้อน สู้ขับรถส่วนตัวไม่ได้
ผมได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่สมัยรถเมล์ยังไม่มีประตูไฮโดรลิก คนโหนรถเมล์จนล้นทะลักออกมานอกประตู ต้องใช้มือข้างนึงโหนจับราวมืออีกข้างถือกระเป๋า
ตั้งแต่สมัยกระเป๋ารถเมล์มีนกหวีดเป๋าปรี๊ดให้รถจอด คนจะลง หรือเป่าปรี๊ดให้รถออก (เพราะคนขับมองไม่เห็นอะไรเนื่องจากคนยัดเป็นปลากระป๋อง)
ตั้งแต่สมัยยังไม่มีรถแอร์วิ่งในกทม ตั้งแต่กทม ยังไม่รวมกับธนบุรี
ตั้งแต่รถเมล์นานๆ มาสักคันแน่นยัดทะนาน รถเก่าซอมซ่อ แอร์ไม่เย็น เหม็น
ตั้งแต่ยังมีรถสองแถววิ่งให้บริการในซอย(ตอนที่ยังไม่มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง)และรถสองแถววิ่งให้บริการบนถนน(ยังไม่มีรถมินิบัส ไมโครบัส ซิตี้บัส)
ตั้งแต่ค่ารถเมล์ไม่ถึงบาทจนขึ้นเป็นหนึ่งบาทและขึ้นเป็น 7-8 บาทในทุกวันนี้
ตั้งแต่ตอนมีโครงการจะสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วมีกระแสต่อต้านว่าจะทำให้มลภาวะเป็นพิษ เกิดเสียงดังรบกวนนักเรียนๆ หนังสือไม่รู้เรื่อง เกิดทัศนอุจาดตา อยากให้มุดลงดิน
จนทุกวันนี้คนก็ยังบอกเหตุผลที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวเช่นเดิมทั้งที่การขับรถยนต์ในกรุงเทพในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ฝนตก รถติด หรือหาที่จอดรถยาก มันก็ไม่เห็นสบายกว่าขึ้นขนส่งสาธารณะตรงไหน
ผมคิดว่าคนไทยไม่น้อยให้ความสำคัญกับ "ค่านิยม" มากกว่า "จิตสำนึก"
รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่วันรณรงค์อะไรสักอย่างต้องรอให้ ๑ ปีผ่านไป
ผมอยากให้มีทุกเดือน! จัดให้มีการรณรงค์ car free day ทุกสิ้นเดือนเลยได้ปะ?
ทำไมไม่รณรงค์ให้มีวันแบบนี้สักเดือนละครั้ง หรือสามเดือนครั้งจนกว่าจะซาบซ่านเข้าไปจนเห็นดีเห็นงามกับการเดินทางด้วยพาหนะที่ไม่ผลาญน้ำมันและสร้างมลพิษนะ
แต่ก็อีก หลายคนจะบอกว่าเพราะระบบขนส่งมวลชนยังไม่ทั่วถึง หรืออ้างว่ารถเมล์รอนาน รถแน่น ร้อน สู้ขับรถส่วนตัวไม่ได้
ผมได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่สมัยรถเมล์ยังไม่มีประตูไฮโดรลิก คนโหนรถเมล์จนล้นทะลักออกมานอกประตู ต้องใช้มือข้างนึงโหนจับราวมืออีกข้างถือกระเป๋า
ตั้งแต่สมัยกระเป๋ารถเมล์มีนกหวีดเป๋าปรี๊ดให้รถจอด คนจะลง หรือเป่าปรี๊ดให้รถออก (เพราะคนขับมองไม่เห็นอะไรเนื่องจากคนยัดเป็นปลากระป๋อง)
ตั้งแต่สมัยยังไม่มีรถแอร์วิ่งในกทม ตั้งแต่กทม ยังไม่รวมกับธนบุรี
ตั้งแต่รถเมล์นานๆ มาสักคันแน่นยัดทะนาน รถเก่าซอมซ่อ แอร์ไม่เย็น เหม็น
ตั้งแต่ยังมีรถสองแถววิ่งให้บริการในซอย(ตอนที่ยังไม่มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง)และรถสองแถววิ่งให้บริการบนถนน(ยังไม่มีรถมินิบัส ไมโครบัส ซิตี้บัส)
ตั้งแต่ค่ารถเมล์ไม่ถึงบาทจนขึ้นเป็นหนึ่งบาทและขึ้นเป็น 7-8 บาทในทุกวันนี้
ตั้งแต่ตอนมีโครงการจะสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วมีกระแสต่อต้านว่าจะทำให้มลภาวะเป็นพิษ เกิดเสียงดังรบกวนนักเรียนๆ หนังสือไม่รู้เรื่อง เกิดทัศนอุจาดตา อยากให้มุดลงดิน
จนทุกวันนี้คนก็ยังบอกเหตุผลที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวเช่นเดิมทั้งที่การขับรถยนต์ในกรุงเทพในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ฝนตก รถติด หรือหาที่จอดรถยาก มันก็ไม่เห็นสบายกว่าขึ้นขนส่งสาธารณะตรงไหน
ผมคิดว่าคนไทยไม่น้อยให้ความสำคัญกับ "ค่านิยม" มากกว่า "จิตสำนึก"
รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่วันรณรงค์อะไรสักอย่างต้องรอให้ ๑ ปีผ่านไป
ผมอยากให้มีทุกเดือน! จัดให้มีการรณรงค์ car free day ทุกสิ้นเดือนเลยได้ปะ?
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- กิด...เสือเดี้ยง
- สมาชิก
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 18:04
- Tel: 0844275950
- Bike: Gary Fisher
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
ผมว่ามีสัปดาห์ละหนดีกว่า อิอิ 
-
vrp_bike
- ขาประจำ
- โพสต์: 1064
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 08:49
- Tel: 093 6156246/083 546 2914
- team: pattaya bike club
- Bike: mtb
- ตำแหน่ง: พัทยา
- ติดต่อ:
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
จัดวันธรรมดา(วันทำงาน)เลยครับ ตั้งด่านห้ามรถ(ที่ใช้พลังงานอย่างอื่น นอกจากการปั่น)วิ่งเข้าเมือง สำหรับคนไม่มีจักรยาน ทาง
.......
จัดหาจักรยานมาให้ใช้(ครบทุกคน) เอาเฉพาะเขตกรุงเทพ และ ปริมณฑล เท่านั้น

-
jamespla
- ขาประจำ
- โพสต์: 1187
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 21:33
- ติดต่อ:
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
จัดทุกวันศุกร์ สำหรับราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชนที่หยุดเสาร์อาทิตย์
ใครลดการใช้พลังงานได้มากนำไปพิจารณาในการขึ้นเงินเดือน
เพราะได้ช่วยประหยัดเงินซื้อน้ำมัน
ใครปั่นจักรยาน ให้เวลาพิเศษในการเข้าทำงานช้า สัก15-30 นาทีแต่ไปชดเชยเวลากลับแทน
เมื่อคนในองค์กรสุขภาพแข็งแรง การทำงานก็มีประสิทธิภาพ การลาป่วยก็จะน้อยลง
งบการรักษาพยาบาลของรัฐก็ลดลง การซื้อยาเมืองนอกก็ลดลง ฯลฯ ผมว่ารัฐน่าที่จะลดภาษีสินค้าเกี่ยวกับการออกกำลังนะโดยเฉพาะจักรยาน ให้พ่อแม่ได้ซื้อจักรยานดีให้ลูกใช้ปั่นออกกำลัง ปั่นไปเรียนหนังสือ เด็กแว้นก็จะลดลง สุขภาพคนไทยโดยรวมก็ดีขึ้น
ใครลดการใช้พลังงานได้มากนำไปพิจารณาในการขึ้นเงินเดือน
เพราะได้ช่วยประหยัดเงินซื้อน้ำมัน
ใครปั่นจักรยาน ให้เวลาพิเศษในการเข้าทำงานช้า สัก15-30 นาทีแต่ไปชดเชยเวลากลับแทน
เมื่อคนในองค์กรสุขภาพแข็งแรง การทำงานก็มีประสิทธิภาพ การลาป่วยก็จะน้อยลง
งบการรักษาพยาบาลของรัฐก็ลดลง การซื้อยาเมืองนอกก็ลดลง ฯลฯ ผมว่ารัฐน่าที่จะลดภาษีสินค้าเกี่ยวกับการออกกำลังนะโดยเฉพาะจักรยาน ให้พ่อแม่ได้ซื้อจักรยานดีให้ลูกใช้ปั่นออกกำลัง ปั่นไปเรียนหนังสือ เด็กแว้นก็จะลดลง สุขภาพคนไทยโดยรวมก็ดีขึ้น
ผมไม่ใช่นักแข่ง ผมเป็นแค่นักปั่น
หาความสำราญบนอานจักรยาน ดีกว่าไปนอนทรมานที่เตียงโรงพยาบาล
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
หาความสำราญบนอานจักรยาน ดีกว่าไปนอนทรมานที่เตียงโรงพยาบาล
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- spank
- ขาประจำ
- โพสต์: 106
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 19:04
- Tel: 0863000798
- Bike: specialized hardrock sport 2010 สีขาว
- ตำแหน่ง: บางพลัด กทม
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
เรื่องรณรงค์ให้ลดการใช้พลังงาน เป็นไปได้ยากในยุคนี้
ให้ลดใช้รถส่วนตัว มาใช้บริการสาธารณะ....ใครที่มีรถขับ ก็ไม่มีใครหรอกค่ะอยากไปยืนรอ+โหนรถ จริงมั้ย
และก็ยังไม่เคยเห็นพวก สส. หรือ นายกท่านใด โหนรถเมล์ไปประชุมรัฐสภา
และยิ่งมาคุยเรื่อง น้ำมัน ยิ่งยากใหญ่ เพราะ น้ำมัน เป็นเรื่องของ ชีวิตทั้งชีวิตชาวตะวันออกกลาง เลยทีเดียว
เพราะโซนประเทศพวกนี้ ส่งออกน้ำมันอย่างเดียว และไม่มีอะไรเลยทั้งโซน นอกจาก ทราย กับ น้ำมัน
และแน่นอน ถ้าพวกนี้ไม่ส่งออกน้ำมันให้คนทั้งโลกใช้(แบบถลุง) ชาวตะวันออกกลางทั้งหลายคงอดตายกันทั้งหมด
เพราะไม่ได้กินทราย กินข้าว และ กินอาหารอย่างอื่น รวมถึง น้ำ
มันเป็นปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ จักรยาน เป็นเพียงแค่ พาหนะสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เท่านั้น
และคงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขนาดให้ทำ ไบค์เลน ยังทำให้ไม่ทั่วเลย
ให้ลดใช้รถส่วนตัว มาใช้บริการสาธารณะ....ใครที่มีรถขับ ก็ไม่มีใครหรอกค่ะอยากไปยืนรอ+โหนรถ จริงมั้ย
และก็ยังไม่เคยเห็นพวก สส. หรือ นายกท่านใด โหนรถเมล์ไปประชุมรัฐสภา
และยิ่งมาคุยเรื่อง น้ำมัน ยิ่งยากใหญ่ เพราะ น้ำมัน เป็นเรื่องของ ชีวิตทั้งชีวิตชาวตะวันออกกลาง เลยทีเดียว
เพราะโซนประเทศพวกนี้ ส่งออกน้ำมันอย่างเดียว และไม่มีอะไรเลยทั้งโซน นอกจาก ทราย กับ น้ำมัน
และแน่นอน ถ้าพวกนี้ไม่ส่งออกน้ำมันให้คนทั้งโลกใช้(แบบถลุง) ชาวตะวันออกกลางทั้งหลายคงอดตายกันทั้งหมด
เพราะไม่ได้กินทราย กินข้าว และ กินอาหารอย่างอื่น รวมถึง น้ำ
มันเป็นปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ จักรยาน เป็นเพียงแค่ พาหนะสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เท่านั้น
และคงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขนาดให้ทำ ไบค์เลน ยังทำให้ไม่ทั่วเลย
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
ถ้ามีบ่อยเดี๋ยวคนติดธุระครับ เดี๋ยวบอกครั้งหน้าค่อยไป..ฮา...
เครือข่ายโลกปีละครั้งครับ เครือข่ายทั่วไปรณรงค์ให้มีทุกเดือน ทุกอาทิตย์ ทุกวันอยู่แล้วครับ
เราต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆครับว่ารณรงค์ให้ขี่จักรยานกันเพื่ออะไร ไม่ใช่เหมือนพ่อแม่บางท่าน
ที่ยอมให้ลูกขี่จักรยานเพราะไปเมืองนอกเห็นฝรั่งใช้กันเยอะไม่ใช่วิถีคนตังค์น้อย 555
เครือข่ายโลกปีละครั้งครับ เครือข่ายทั่วไปรณรงค์ให้มีทุกเดือน ทุกอาทิตย์ ทุกวันอยู่แล้วครับ
เราต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆครับว่ารณรงค์ให้ขี่จักรยานกันเพื่ออะไร ไม่ใช่เหมือนพ่อแม่บางท่าน
ที่ยอมให้ลูกขี่จักรยานเพราะไปเมืองนอกเห็นฝรั่งใช้กันเยอะไม่ใช่วิถีคนตังค์น้อย 555
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- ลุงกิตติ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2235
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2010, 11:17
- Bike: touring specialized, giant
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
ไม่ต้องมาก ขอว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมือง (ระดับใดก็ได้) ไปร่วมงาน car free day ปีละครั้งก็ปลื้มแล้ว ..spank เขียน:เรื่องรณรงค์ให้ลดการใช้พลังงาน เป็นไปได้ยากในยุคนี้
ให้ลดใช้รถส่วนตัว มาใช้บริการสาธารณะ....ใครที่มีรถขับ ก็ไม่มีใครหรอกค่ะอยากไปยืนรอ+โหนรถ จริงมั้ย
และก็ยังไม่เคยเห็นพวก สส. หรือ นายกท่านใด โหนรถเมล์ไปประชุมรัฐสภา
ผมยังจำได้ ตอนหาเสียงเลือกผู้ว่ากทม ดูท่านอดีตผู้ว่าฯ เอาจริงเหลือเกิน สุดท้ายก็เป็นความฝัน
ที่ประเทศอินโดนีเซีย โชคดีหน่อย เพราะรัฐมนตรีเป็นนักปั่นจักรยาน ท่านจัด car free day ถนนบางสายในกรุงจาร์กาต้า
ทุกอาทิตย์ครับ
เสือโกโก้
- skullman071
- ขาประจำ
- โพสต์: 454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มิ.ย. 2010, 16:48
- Tel: 0866105619
- Bike: Giant tcr SLR / cronus pd3.0
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
เรื่องนี้ผมก็เคยคิดมาหลายตลบเหมือนกันครับ และเห็นด้วยมากๆตรงที่
หรือเป็นธุระที่ต้องหอบสัมภาระเกินกว่าเป้สะพายหลังจะจุไหว ผมคงเลือกใช้รถประจำทาง
หรือใช้บริการ taxi ก็ยังได้
(ผมคิดว่าถ้าเราหันมาใช้การคมนาคมสาธารณะกันมากขึ้น
(แล้วเมื่อเป็นอย่างนั้น ความสะดวกสะบาย และการให้บริการก็คงดีขึ้นไปด้วย)
หรือใช้จักรยานมากขึ้น กรุงเทพคงจะน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง)
แต่บางคน เช่น ไอ้ฝรั่งข้างบ้านผมมันจะไปไหนทีต้องขับรถตลอด ออกตัวก็เร่งเครื่องแรงๆ โชว์
ขับรถไร้มารบาท แม้จอดก็ยังไร้มารยาท(จอดติดรั้วหน้าบ้านผมทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 5 ชม.
บางวันผมถึงขั้นเอาจักรยานออกจากบ้านไม่ได้ ไม่รู้มันจะอยากใกล้ชิดกับผมไปไหน
)
จะไปซื้อของที่คาร์ฟู มันยังขับรถออกไป (คาร์ฟูกับหมู่บ้านผมอยู่ติดกัน ..ย้ำว่า "ติดกัน" ไม่ใช่แค่ "ใกล้กัน")
คงถูกปลูกฝังมาแบบเกินเยียวยาแล้ว
(ผมเคยไปขูดรถมันด้วยครับ bmX5 สีดำ ล่อซะเห็นเนื้อเลย
ภายใน 3 ปีคุยกับมันหลายรอบแล้ว ก็ไม่เคยปรับปรุง
แต่คันอื่นของมัน เช่น jaguar หรือ series5 ผมยังไม่เคยลองครับ แต่มันทำอีกบ่อยๆ คงได้ลอง
)
เฮ้ย!! ....บ่นนอกเรื่องมากไปแล้วผม
คือจะยกตัวอย่างว่าไม่ใช่คนไทยอย่างเดียวที่เป็นแบบนี้ครับ
(น่าจะเป็น "ประเทศไทย" มากกว่า "คนไทย" ที่สร้างค่านิยมนี้ขึ้นมา)
ถ้ามี car free day มากกว่าปีละวันขึ้นมาจริงๆ
คนจำพวกนี้คงจะกินไม่ได้-นอนไม่หลับ-ขี้ไม่ออก-บอกไม่ถูก จนต้องลุกฮือขึ้นมาประท้วง ทวงถนนกลับคืนเป็นแน่ครับ
แน่นอนว่าถ้าต้องเดินไปไกลมากกว่า 80 กม.(ไป-กลับ)ผมคิดว่าคนไทยไม่น้อยให้ความสำคัญกับ "ค่านิยม" มากกว่า "จิตสำนึก"
หรือเป็นธุระที่ต้องหอบสัมภาระเกินกว่าเป้สะพายหลังจะจุไหว ผมคงเลือกใช้รถประจำทาง
หรือใช้บริการ taxi ก็ยังได้
(ผมคิดว่าถ้าเราหันมาใช้การคมนาคมสาธารณะกันมากขึ้น
(แล้วเมื่อเป็นอย่างนั้น ความสะดวกสะบาย และการให้บริการก็คงดีขึ้นไปด้วย)
หรือใช้จักรยานมากขึ้น กรุงเทพคงจะน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง)
แต่บางคน เช่น ไอ้ฝรั่งข้างบ้านผมมันจะไปไหนทีต้องขับรถตลอด ออกตัวก็เร่งเครื่องแรงๆ โชว์
ขับรถไร้มารบาท แม้จอดก็ยังไร้มารยาท(จอดติดรั้วหน้าบ้านผมทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 5 ชม.
บางวันผมถึงขั้นเอาจักรยานออกจากบ้านไม่ได้ ไม่รู้มันจะอยากใกล้ชิดกับผมไปไหน
จะไปซื้อของที่คาร์ฟู มันยังขับรถออกไป (คาร์ฟูกับหมู่บ้านผมอยู่ติดกัน ..ย้ำว่า "ติดกัน" ไม่ใช่แค่ "ใกล้กัน")
คงถูกปลูกฝังมาแบบเกินเยียวยาแล้ว
(ผมเคยไปขูดรถมันด้วยครับ bmX5 สีดำ ล่อซะเห็นเนื้อเลย
แต่คันอื่นของมัน เช่น jaguar หรือ series5 ผมยังไม่เคยลองครับ แต่มันทำอีกบ่อยๆ คงได้ลอง
เฮ้ย!! ....บ่นนอกเรื่องมากไปแล้วผม
คือจะยกตัวอย่างว่าไม่ใช่คนไทยอย่างเดียวที่เป็นแบบนี้ครับ
(น่าจะเป็น "ประเทศไทย" มากกว่า "คนไทย" ที่สร้างค่านิยมนี้ขึ้นมา)
ถ้ามี car free day มากกว่าปีละวันขึ้นมาจริงๆ
คนจำพวกนี้คงจะกินไม่ได้-นอนไม่หลับ-ขี้ไม่ออก-บอกไม่ถูก จนต้องลุกฮือขึ้นมาประท้วง ทวงถนนกลับคืนเป็นแน่ครับ
- ลุงกิตติ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2235
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2010, 11:17
- Bike: touring specialized, giant
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
1. ผมคุ้นเคยฝรั่งพอสมควร .. มีอะไรที่ชอบหรือไม่ชอบ ต้องบอกเขาตรง ๆ ครับ .. ถ้าบอกเขาจะหยุด พร้อมกล่าวคำว่า sorry
2. กิจกรรมชวนปั่นเพื่อลดจำนวนรถบนท้องถนนหรืออย่างน้อยเพิ่งในอัตราที่ไม่มากนัก .. หรือคาร์ฟรีเดย์ จะปีละกี่ครั้งก็แล้วแต่ ฯลฯ
คงจะเป็นภาระของเราชาวจักรยานทุกท่านล่ะครับ ปั่นไป ชวนไป หลายครั้งที่ผมออกทริป มีชาวบ้านที่ขับรถเข้ามาถามเรื่องจักรยาน
ก็ตอบเขาไป มีโอกาสที่เพิ่งพวกเขาเป็นชาวจักรยาน แม้ว่าเป็น part time ก็ยังดีว่าม๊ า ย
เสือโกโก้
2. กิจกรรมชวนปั่นเพื่อลดจำนวนรถบนท้องถนนหรืออย่างน้อยเพิ่งในอัตราที่ไม่มากนัก .. หรือคาร์ฟรีเดย์ จะปีละกี่ครั้งก็แล้วแต่ ฯลฯ
คงจะเป็นภาระของเราชาวจักรยานทุกท่านล่ะครับ ปั่นไป ชวนไป หลายครั้งที่ผมออกทริป มีชาวบ้านที่ขับรถเข้ามาถามเรื่องจักรยาน
ก็ตอบเขาไป มีโอกาสที่เพิ่งพวกเขาเป็นชาวจักรยาน แม้ว่าเป็น part time ก็ยังดีว่าม๊ า ย
เสือโกโก้
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
ใช่ลุงโก้หรือเปล่าครับ เปลี่ยนล๊อกอินหรอครับ 
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- BLUE OCEAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 1953
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 17:28
- Tel: 0818338677
- team: TCHA
- Bike: TREK, JAVA, GIANT, GT ...
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
เราคงใช้กฎเกณฑ์ไปบังคับใครยากค่ะ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถสาธารณะ จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้ในขณะนี้ และคงไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น ต้องรวมไปถึงต่างจังหวัดด้วย แต่การรณรงค์ทุกครั้งต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนด้วย การได้งบประมาณสนับสนนุจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบบางครั้งก็ไม่ได้มองที่โปรเจคที่ขอ แต่มองว่าหน่วยงานไหนเป็นคนขอมากกว่า........
ในส่วนของพวกเราเองสิ่งที่ทำได้ก็คือข่วยกันชักชวนคนมาปั่นให้มากขึ้น ... เชื่อว่าถ้าพวกเขาได้เริ่มต้น ส่วนหนึ่งที่มีความพึงพอใจคงจะจัดสรรค์ ให้เหมาะสมลงตัวกับเงื่อนไขของตัวเอง จนสามารถลดการใช้รถส่วนตัวลงได้เอง เชื่อว่าบางคนในที่นี้อาจเคยผ่านประสพการณ์แบบนี้มาแล้วก็ได้ ฉะนั้นช่วยกันบอกต่อประสพการณ์ที่เรามี เพื่อต่อยอดปริมาณการใช้รถจักรยานในท้องถนน ให้เพิ่มขึ้น ไม่มีองค์กรไหนจะทำเรื่องนี้ ได้ดีเท่าพวกเราอีกแล้วค่ะ
ในส่วนของพวกเราเองสิ่งที่ทำได้ก็คือข่วยกันชักชวนคนมาปั่นให้มากขึ้น ... เชื่อว่าถ้าพวกเขาได้เริ่มต้น ส่วนหนึ่งที่มีความพึงพอใจคงจะจัดสรรค์ ให้เหมาะสมลงตัวกับเงื่อนไขของตัวเอง จนสามารถลดการใช้รถส่วนตัวลงได้เอง เชื่อว่าบางคนในที่นี้อาจเคยผ่านประสพการณ์แบบนี้มาแล้วก็ได้ ฉะนั้นช่วยกันบอกต่อประสพการณ์ที่เรามี เพื่อต่อยอดปริมาณการใช้รถจักรยานในท้องถนน ให้เพิ่มขึ้น ไม่มีองค์กรไหนจะทำเรื่องนี้ ได้ดีเท่าพวกเราอีกแล้วค่ะ
Count your life by smiles, not tears.
Count your age by friends, not years
Count your age by friends, not years
- BLUE OCEAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 1953
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 17:28
- Tel: 0818338677
- team: TCHA
- Bike: TREK, JAVA, GIANT, GT ...
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
พรุ่งนี้มีปั่นกับ อลันเบท ไปถวายพระพร ที่ศิริราช อลัน เป็นคนต่างชาติแต่มีหัวใจเป็นไทย และเป็นคนที่ช่วยปลุกกระแสจักรยานด้วย ถ้าสนใจไปช่วยกันปั่นกับอลันเพื่อปลุกกระแสจักรยานและ Car Free day ให้คนเห็นพวกเราเยอะๆ จุดนัดพบที่ลานหน้าวัดเบณจมบพิตร 7 โมงเช้าล้อหมุน 8 โมงค่ะ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... =20#p30470
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... =20#p30470
Count your life by smiles, not tears.
Count your age by friends, not years
Count your age by friends, not years
- skullman071
- ขาประจำ
- โพสต์: 454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มิ.ย. 2010, 16:48
- Tel: 0866105619
- Bike: Giant tcr SLR / cronus pd3.0
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
ลุงกิตติ เขียน:1. ผมคุ้นเคยฝรั่งพอสมควร .. มีอะไรที่ชอบหรือไม่ชอบ ต้องบอกเขาตรง ๆ ครับ .. ถ้าบอกเขาจะหยุด พร้อมกล่าวคำว่า sorry
คือจริงๆแล้วผมเป็นคนหงิมมากครับ เจอปัญหาก็จะหลบเลี่ยงไว้ก่อนskullman071 เขียน:ภายใน 3 ปีคุยกับมันหลายรอบแล้ว ก็ไม่เคยปรับปรุง
แต่ถ้าพยายามหลบแล้วก็ยังไม่พ้น ผมก็คงเจรจาอย่างสุภาพและถ่อมตัวมากที่สุดกันก่อนแหล่ะครับ
(ผมเป็นคนที่เติบโตจากเด็กประเภทที่โดน "ไถตังค์" น่ะครับ ตั้งแต่เกิดมาไม่สู้คนเอาซะเลย ไม่งั้นอาจม่องไปแล้ว
ประเด็นคือ ไม่อยากให้เหมารวม ว่ามีแต่คนไทยที่มีนิสัยการใช้รถยนต์ส่วนตัวแบบตกเป็นทาสของภาพพจน์ ฝรั่งบางคนก็เป็นครับ
คือผมคิดว่ามันน่าจะอยู่ที่ภาพรวมของสังคมในแต่ละท้องถิ่น/แต่ละประเทศ และที่สำคัญคือ แต่ละปัจเจกบุคคล
มากกว่าความเป็นชาติพันธุ์
ซึึ่งในกรณีที่ผมบ่นนอกเรื่องไปถึงนี่ก็เช่นเดียวกัน
แต่ก่อนตอนยังไม่ประสา ผมก็เคยได้ยินมาว่าฝรั่งดีอย่างนู้น-อย่างนี้ รู้จัก สิทธิ และหน้าที่ตนเอง อย่างหวงแหน
และปฏิตามนั้นได้อย่างเคร่งครัด เป็นเชื้อชาติที่น่ายกย่องเชิดชูเหลือเกิน ผมก็เชื่อและคิดเห็น เออ ออ ไปตามนั้น
หรือถ้าพูดถึงหญิงไทย ในแง่ที่ต่างชาติส่วนใหญ่มองเข้ามาที่เรา ก็คงไม่พ้นจะต้องเป็นโสเภณีกันค่อนประเทศเชียวครับ
---เป็นการเหมารวมอะไรเทือกนั้น
ซึ่งมันเป็นการมองที่อาจถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามักง่ายเกินไป
แต่ผมก็อาจสื่อสารผิดเอง ที่ดันใช้คำว่า "ไอ้ฝรั่งข้างบ้าน" มันดูเป็นการเหยียดผิว(ขาว) มากเกินไป จริงๆ น่าจะใช้คำว่า
"ไอ้คนข้างบ้าน" ซะมากกว่า (แต่ทำไงได้หละครับ ประเด็นของผมมันอยู่ที่ว่า "เรื่องแบบนี้ไม่ได้เป็นกับคนไทยอย่างเดียว" นี่นา
หรือผมจะ make ปรับเปลี่ยนตัวละครเป็น "ไอ้มุสลิมข้างบ้าน" .... น่าจะยิ่งไปกันใหญ่เลยสิครับ เฮ้อออออ)
ยังไงก็อย่าไปแบ่งแยกเผ่าพันธุ์เลยครับ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครดีก็ยกย่องเชิดชูครับ
(ผมยังยอมรับเลยครับ ว่าฮีโร่ในดวงใจผมมีคนต่างชาติเยอะกว่าคนไทยอีก
แต่ก็ต้องขอขมาสำหรับความคิดที่อาจดูแรงเกินไป(ถ้าอ่านแล้วเกิดไม่เข้าใจประเด็นของผม)ครับ
เห็นด้วอย่างยิ่งครับ เมื่อวานผมเพิ่งได้คุยกับพี่ชาย (พี่ผมเป็นคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นอีกคนหนึ่ง)BLUE OCEAN เขียน:เราคงใช้กฎเกณฑ์ไปบังคับใครยากค่ะ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถสาธารณะ จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้ในขณะนี้ และคงไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น ต้องรวมไปถึงต่างจังหวัดด้วย แต่การรณรงค์ทุกครั้งต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนด้วย การได้งบประมาณสนับสนนุจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบบางครั้งก็ไม่ได้มองที่โปรเจคที่ขอ แต่มองว่าหน่วยงานไหนเป็นคนขอมากกว่า........
ในส่วนของพวกเราเองสิ่งที่ทำได้ก็คือข่วยกันชักชวนคนมาปั่นให้มากขึ้น ... เชื่อว่าถ้าพวกเขาได้เริ่มต้น ส่วนหนึ่งที่มีความพึงพอใจคงจะจัดสรรค์ ให้เหมาะสมลงตัวกับเงื่อนไขของตัวเอง จนสามารถลดการใช้รถส่วนตัวลงได้เอง เชื่อว่าบางคนในที่นี้อาจเคยผ่านประสพการณ์แบบนี้มาแล้วก็ได้ ฉะนั้นช่วยกันบอกต่อประสพการณ์ที่เรามี เพื่อต่อยอดปริมาณการใช้รถจักรยานในท้องถนน ให้เพิ่มขึ้น ไม่มีองค์กรไหนจะทำเรื่องนี้ ได้ดีเท่าพวกเราอีกแล้วค่ะ
ว่าผมใช้จักรยานเดินทางเป็นหลักมาได้หลายเดือนแล้ว เขาก็ท่าทางแปลกใจ คุยรายละเอียดกันยาวครับ จนพี่ชายเห็นว่ามัันทำได้จริง
โดยไม่ลำบากเท่าที่คิด (คงต้องลุ้นกันต่อไป ว่าพี่ชายผมจะอยากลองดูบ้างมั้ย
อยากไปใจจะขาด แต่วันอาทิตย์นี่วันทำงานผมเลยครับ เสียดายจริงๆ กิจกรมมดีๆ ส่วนใหญ่จะไปกระจุกอยู่วันอาทิตย์BLUE OCEAN เขียน:พรุ่งนี้มีปั่นกับ อลันเบท ไปถวายพระพร ที่ศิริราช อลัน เป็นคนต่างชาติแต่มีหัวใจเป็นไทย และเป็นคนที่ช่วยปลุกกระแสจักรยานด้วย ถ้าสนใจไปช่วยกันปั่นกับอลันเพื่อปลุกกระแสจักรยานและ Car Free day ให้คนเห็นพวกเราเยอะๆ จุดนัดพบที่ลานหน้าวัดเบณจมบพิตร 7 โมงเช้าล้อหมุน 8 โมงค่ะ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... =20#p30470
แต่ดีแล้วหล่ะครับ เพราะทุกท่านส่วนใหญ่ว่างวันอาทิตย์กันทั้งนั้น จะให้เปลี่ยนวันมาจัดวันที่ผมว่างๆ(วันจันทร์) คงมีแค่ผมกับคุณพี่อลัน
ปั่นด้วยกันสองคนกระหนุงกระหนิง ~~~วู้ววววว แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
เลยได้แค่ส่งแรงใจไปร่วมปั่น-ร่วมเชียร์ทุกท่านด้วยครับ
- skullman071
- ขาประจำ
- โพสต์: 454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มิ.ย. 2010, 16:48
- Tel: 0866105619
- Bike: Giant tcr SLR / cronus pd3.0
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
skullman071 เขียน:ลุงกิตติ เขียน:1. ผมคุ้นเคยฝรั่งพอสมควร .. มีอะไรที่ชอบหรือไม่ชอบ ต้องบอกเขาตรง ๆ ครับ .. ถ้าบอกเขาจะหยุด พร้อมกล่าวคำว่า sorryคือจริงๆแล้วผมเป็นคนหงิมมากครับ เจอปัญหาก็จะหลบเลี่ยงไว้ก่อนskullman071 เขียน:ภายใน 3 ปีคุยกับมันหลายรอบแล้ว ก็ไม่เคยปรับปรุง
แต่ถ้าพยายามหลบแล้วก็ยังไม่พ้น ผมก็คงเจรจาอย่างสุภาพและถ่อมตัวมากที่สุดกันก่อนแหล่ะครับ
(ผมเป็นคนที่เติบโตจากเด็กประเภทที่โดน "ไถตังค์" น่ะครับ ตั้งแต่เกิดมาไม่สู้คนเอาซะเลย ไม่งั้นอาจม่องไปแล้ว)
ประเด็นคือ ไม่อยากให้เหมารวม ว่ามีแต่คนไทยที่มีนิสัยการใช้รถยนต์ส่วนตัวแบบตกเป็นทาสของภาพพจน์ ฝรั่งบางคนก็เป็นครับ
คือผมคิดว่ามันน่าจะอยู่ที่ภาพรวมของสังคมในแต่ละท้องถิ่น/แต่ละประเทศ และที่สำคัญคือ แต่ละปัจเจกบุคคล
มากกว่าความเป็นชาติพันธุ์
ซึึ่งในกรณีที่ผมบ่นนอกเรื่องไปถึงนี่ก็เช่นเดียวกัน
แต่ก่อนตอนยังไม่ประสา ผมก็เคยได้ยินมาว่าฝรั่งดีอย่างนู้น-อย่างนี้ รู้จัก สิทธิ และหน้าที่ตนเอง อย่างหวงแหน
และปฏิตามนั้นได้อย่างเคร่งครัด เป็นเชื้อชาติที่น่ายกย่องเชิดชูเหลือเกิน ผมก็เชื่อและคิดเห็น เออ ออ ไปตามนั้น
หรือถ้าพูดถึงหญิงไทย ในแง่ที่ต่างชาติส่วนใหญ่มองเข้ามาที่เรา ก็คงไม่พ้นจะต้องเป็นโสเภณีกันค่อนประเทศเชียวครับ
---เป็นการเหมารวมอะไรเทือกนั้น
ซึ่งมันเป็นการมองที่อาจถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามักง่ายเกินไป
แต่ผมก็อาจสื่อสารผิดเอง ที่ดันใช้คำว่า "ไอ้ฝรั่งข้างบ้าน" มันดูเป็นการเหยียดผิว(ขาว) มากเกินไป จริงๆ น่าจะใช้คำว่า
"ไอ้คนข้างบ้าน" ซะมากกว่า (แต่ทำไงได้หละครับ ประเด็นของผมมันอยู่ที่ว่า "เรื่องแบบนี้ไม่ได้เป็นกับคนไทยอย่างเดียว" นี่นา
หรือผมจะ make ปรับเปลี่ยนตัวละครเป็น "ไอ้มุสลิมข้างบ้าน" .... น่าจะยิ่งไปกันใหญ่เลยสิครับ เฮ้อออออ)
ยังไงก็อย่าไปแบ่งแยกเผ่าพันธุ์เลยครับ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครดีก็ยกย่องเชิดชูครับ
(ผมยังยอมรับเลยครับ ว่าฮีโร่ในดวงใจผมมีคนต่างชาติเยอะกว่าคนไทยอีก)
แต่ก็ต้องขอขมาสำหรับความคิดที่อาจดูแรงเกินไป(ถ้าอ่านแล้วเกิดไม่เข้าใจประเด็นของผม)ครับ
เห็นด้วอย่างยิ่งครับ เมื่อวานผมเพิ่งได้คุยกับพี่ชาย (พี่ผมเป็นคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นอีกคนหนึ่ง)BLUE OCEAN เขียน:เราคงใช้กฎเกณฑ์ไปบังคับใครยากค่ะ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถสาธารณะ จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้ในขณะนี้ และคงไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น ต้องรวมไปถึงต่างจังหวัดด้วย แต่การรณรงค์ทุกครั้งต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนด้วย การได้งบประมาณสนับสนนุจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบบางครั้งก็ไม่ได้มองที่โปรเจคที่ขอ แต่มองว่าหน่วยงานไหนเป็นคนขอมากกว่า........
ในส่วนของพวกเราเองสิ่งที่ทำได้ก็คือข่วยกันชักชวนคนมาปั่นให้มากขึ้น ... เชื่อว่าถ้าพวกเขาได้เริ่มต้น ส่วนหนึ่งที่มีความพึงพอใจคงจะจัดสรรค์ ให้เหมาะสมลงตัวกับเงื่อนไขของตัวเอง จนสามารถลดการใช้รถส่วนตัวลงได้เอง เชื่อว่าบางคนในที่นี้อาจเคยผ่านประสพการณ์แบบนี้มาแล้วก็ได้ ฉะนั้นช่วยกันบอกต่อประสพการณ์ที่เรามี เพื่อต่อยอดปริมาณการใช้รถจักรยานในท้องถนน ให้เพิ่มขึ้น ไม่มีองค์กรไหนจะทำเรื่องนี้ ได้ดีเท่าพวกเราอีกแล้วค่ะ
ว่าผมใช้จักรยานเดินทางเป็นหลักมาได้หลายเดือนแล้ว เขาก็ท่าทางแปลกใจ คุยรายละเอียดกันยาวครับ จนพี่ชายเห็นว่ามัันทำได้จริง
โดยไม่ลำบากเท่าที่คิด (คงต้องลุ้นกันต่อไป ว่าพี่ชายผมจะอยากลองดูบ้างมั้ย)
อยากไปใจจะขาด แต่วันอาทิตย์นี่วันทำงานผมเลยครับ เสียดายจริงๆ กิจกรรมดีๆ ส่วนใหญ่จะไปกระจุกอยู่วันอาทิตย์BLUE OCEAN เขียน:พรุ่งนี้มีปั่นกับ อลันเบท ไปถวายพระพร ที่ศิริราช อลัน เป็นคนต่างชาติแต่มีหัวใจเป็นไทย และเป็นคนที่ช่วยปลุกกระแสจักรยานด้วย ถ้าสนใจไปช่วยกันปั่นกับอลันเพื่อปลุกกระแสจักรยานและ Car Free day ให้คนเห็นพวกเราเยอะๆ จุดนัดพบที่ลานหน้าวัดเบณจมบพิตร 7 โมงเช้าล้อหมุน 8 โมงค่ะ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... =20#p30470
แต่ดีแล้วหล่ะครับ เพราะทุกท่านส่วนใหญ่ว่างวันอาทิตย์กันทั้งนั้น จะให้เปลี่ยนวันมาจัดวันที่ผมว่างๆ(วันจันทร์) คงมีแค่ผมกับคุณพี่อลัน
ปั่นด้วยกันสองคนกระหนุงกระหนิง ~~~วู้ววววว แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
เลยได้แค่ส่งแรงใจไปร่วมปั่น-ร่วมเชียร์ทุกท่านด้วยครับ
- BLUE OCEAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 1953
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 17:28
- Tel: 0818338677
- team: TCHA
- Bike: TREK, JAVA, GIANT, GT ...
Re: ทำไม Car-Free Day ต้องมีปีละครั้ง?!
เสียดายจังค่ะ แต่ไม่เป็นไร ครั้งหน้าถ้ามี ทริบวันจันทร์ ที่ไหน จะบอกคุณ skullman071 เป็นคนแรกเลยskullman071 เขียน:
อยากไปใจจะขาด แต่วันอาทิตย์นี่วันทำงานผมเลยครับ เสียดายจริงๆ กิจกรรมดีๆ ส่วนใหญ่จะไปกระจุกอยู่วันอาทิตย์
แต่ดีแล้วหล่ะครับ เพราะทุกท่านส่วนใหญ่ว่างวันอาทิตย์กันทั้งนั้น จะให้เปลี่ยนวันมาจัดวันที่ผมว่างๆ(วันจันทร์) คงมีแค่ผมกับคุณพี่อลัน
ปั่นด้วยกันสองคนกระหนุงกระหนิง ~~~วู้ววววว แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
เลยได้แค่ส่งแรงใจไปร่วมปั่น-ร่วมเชียร์ทุกท่านด้วยครับ
พรุ่งนี้ถ้ามีโอกาสจะบอก คุณพี่อลัน ให้นะคะ ว่ามีคนอยากปั่นด้วย อยากคุยด้วยกระหนุงกระหนิง มีเงื่อนไขเดียวต้องเป็นวันจันทร์
Count your life by smiles, not tears.
Count your age by friends, not years
Count your age by friends, not years