..........................................................................................................................
กลับมาเล่าให้ฟัง(เพิ่งถึงบ้านเมื่อวานตอนเช้าครับ)
สรุปว่าเส้นทางที่ทุกท่านให้คำแนะนำมา หรือเส้นทางที่ผมเตรียมไว้ก็ไม่ได้ใช้ครับ
เพราะเพื่อนผมเป็นคนนำทาง ภาพรวมเส้นทางเท่าที่ผมพอจะจำได้ก็คงไม่ต่างกับที่คิดมาก
แต่อีท่าไหนระยะทางขาไปดันเพิ่มเป้น 49 กม.(+/- นิดหน่อย)ไปได้
เหนื่อยไม่เท่าไหร่ครับ แต่ปวดหลัง -ปวดขาเหมือนขาจะขาด
เรื่องคือเพื่อน 2 คนที่มาปั่นด้วย เค้าหมอบกันมาน่ะสิครับ ประสบการณ์ก็ไม่ใช่น้อยๆกัน
ผมนี่ ภูเขามือใหม่-ขาอ่อน แถมพกอะไรต่อมิอะไรไม่จำเป็นติดกระเป๋าไปหนักอึ้ง
(แล้วยังจะมีอุปกรณ์บ้าๆบวมๆ เช่น ไตรบาร์ ติดรถให้มันหนักขึ้นอีก
ต้องพยายามตามเพื่อนให้ทันเพราะกลัวหลงครับ (ทั้งๆที่เพื่อนก็ชะลอให้มากแล้ว ก็ยังตามไม่ทัน)
คือปกติผมปั่นแบบออกกำลังกายที่ 18-25 กม./ชม. แต่ปกติของเพื่อนผมมัน 28-35 กม./ชม.
ด้วยความที่ไม่เคยเข้าในตัวเมืองมาก่อน ก็รีบร้อน เลิ่กลั่ก สัญญาณมือก็ใช่ไม่เป็น
แถมยังต้องตามเพื่อนให้ทัน(มาสังเกตุทีหลังว่าเพื่อนเค้าก็จอดรอตลอด ไม่น่ารีบจนเกือบตายเลยเรา
ก็เลยเกือบจะประสานงากับมอเตอร์ไซค์เข้าให้ ตีที่พี่เค้าเบรคทัน แต่เค้าจอดมองหน้าเอาเรื่องแบบไม่ยอมขับไปต่อเลย
ผมก็ไม่รู้ทำไง ได้แต่ขอโทษขอโพย ก้มหัวงึกงัก เพราะตัวเองผิด 100%
คราวหน้าถ้าจะไปปั่นกลางเมือง (โดยเฉพาะกับเพื่อนๆแก๊งค์นี้ ในช่วง 7-10 โมงเช้าอีกต่างหาก
การจราจรหนาแน่น-หนักหน่วง) คงต้องเตรียมตัวไปดีกว่านี้ในทุกๆด้าน
ส่วนเพื่อนๆผมนี่มันคล่องตัว และself จัดมาก ถึงขั้นแซง taxi หรือรถเมล์ที่กำลังออกตัว / ปั่นกลางถนน /
เร่งปั่นตอนไฟเหลืองจะเปลี่ยนเป็นแดง(ถึงขั้นฝ่าไฟแดงก็มี
และไม่ค่อยจะควรทำ จนขนาดที่คิดว่าคงไม่ปั่นในตัวเมืองกับพวกมันอีกแล้ว
(แต่ไม่มีอะไรเกิดกับเพื่อนๆผมเลย ผมที่ปั่นช้ากว่ามาก กลับมี อันนี้เป็นเพราะประสบการณ์และความคล่องตัวจริงๆ
คือผมควรจะฝึกกับถนนที่ไม่ซับซ้อน/แออัดซะก่อน และศึกษาเรื่องการปั่นในเมืองให้ดีกว่านี้)
อีกเรื่องที่อยากพูดถึงคงเป็น feeling ในการปั่น คือผมเป็นพวกปั่นเรื่อยๆ ไม่รีบ แต่อยากปั่นไปบนเส้นทางแบบไหนก็ได้
อย่างอิสระผมถึงเลือกสายภูเขา แต่แน่นอนว่าเพื่อนๆผมที่เลือกหมอบเพราะต้องการความเร็วเป็นหลัก แนวคิดที่ไม่ตรงกันนี้
อาจทำให้รู้สึกไม่สนุกกับการปั่น เมื่อรถต่างประเภทต้องมาปั่นร่วมกัน (ยกเว้นกรณีภูเขาขาแรงจัด นั่นก็อีกเรื่อง)
แต่การเดินทางไป/กลับครั้งนี้ให้อะไรหลายๆอย่างกับผมมาก เช่น ตอนนี้สามารถปั่นบนถนนได้อย่างปลอดภัย-มั่นใจขึ้นเยอะ
(ก่อนหน้านี้ ปั่นบนฟุตบาทท่าเดียว), สัญญาณมือ(ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก), การถอด-เปลี่ยนยาง(ผมเปลี่ยนเป็นยางทางเรียบ
1.2 เพื่อให้พอจะปั่นขากลับกับเพื่อนๆได้), เรื่องที่ควรทำ/ไม่ควรทำ(ไร้สาระ)ในการติดอุปกรณ์ต่างๆกับจักรยาน
ซึ่งถ้าปั่นอยู่คนเดียวตลอด เรื่องพวกนี้ ผมคงไม่ได้เรียนรู้ด้วยสถานการณ์จริงแน่ๆเชียวครับ
................
....ok. ตัดจบดีกว่า เดี๋ยวจะยาวไปจนน่าเกลียด เหมือนผมเป็นคนว่างงานหนะครับ