แต่ดูท่าจะตัวเล็กนะครับ น่องไก่เหมือนน้องไก่จะชอบเดินแบบ ให้คุณโฮ่วถ่ายรูปแน่ๆ
ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
- SOMA@Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 4058
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2010, 22:48
- Tel: 0816861239
- team: SOMA Thailand
- Bike: SOMA-SAGA, Smoothie, Double Cross (Cyclo-Cross), Stanyan, Groove
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
คุณโฮ่ว เล่นกินทีเป็นตัวๆเลยหรือครับ
แต่ดูท่าจะตัวเล็กนะครับ น่องไก่เหมือนน้องไก่จะชอบเดินแบบ ให้คุณโฮ่วถ่ายรูปแน่ๆ
แต่ดูท่าจะตัวเล็กนะครับ น่องไก่เหมือนน้องไก่จะชอบเดินแบบ ให้คุณโฮ่วถ่ายรูปแน่ๆ
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ไก่มันตัวเล็กครับ พี่ธานินทรณ์ เขาใช้ไก่บ้านวัยไม่ทันหนุ่มมาทำSOMA@Tanin เขียน:คุณโฮ่ว เล่นกินทีเป็นตัวๆเลยหรือครับ![]()
![]()
![]()
แต่ดูท่าจะตัวเล็กนะครับ น่องไก่เหมือนน้องไก่จะชอบเดินแบบ ให้คุณโฮ่วถ่ายรูปแน่ๆ![]()
![]()
![]()
กินหนึ่งตัว บวกข้าวอีกหนึ่งโถ ยังไม่อิ่มเลยครับ
อยู่ที่โน้นนั้นกินจุมาก กลับมาไทยแล้วยังติดนิสัยกินเยอะเหมือนเดิม แย่เลย
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
วันนี้ผมทำสารบัญหน้าต่างๆ ไว้ให้ เพราะรู้ว่ามันชักจะยาวแล้ว ภาพก็เยอะ ทำให้ใช้เวลาในการกลับไปค้นหน้าเคยอ่านค้างไว้ อีกทั้งมันง่ายต่อการเข้าถึงในเนื้อหาต่างๆในการสรุปทริปครั้งนี้ด้วยครับ
ผมจะทำเอาไว้ที่หน้าแรกสุดนะครับ
สารบัญหน้าต่างๆ ครับ คลิ๊กที่ข้อความได้เลยครับ
วันที่หนึ่งของการเดินทาง จากเกาะบาหลีไปเมือง Bayuwangi
วันที่สองของการเดินทาง จากเมือง Bayuwangi ไปเมือง Jember
วันที่สามของการเดินทาง เมือง Jember ไป Probolingo
วันที่สี่ของการเดินทาง จากเมือง Probolingo ไปเมือง Cermero rawang (Bromo mountain)
วันที่ห้าของการเดินทาง เยี่ยมชม Bromo mountain ภูเขาไฟที่ยังไม่หลับ (ตื่น )
วันที่หกของการเดินทาง หมู่บ้าน Cermero Rawang (Bromo Mt.) ไปยังเมือง มาลัง
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เมือง Malang ไปเมือง Kediri
วันที่แปดของการเดินทาง เมือง Kediri ไปยังเมือง Madiun ระยะทาง 85 กิโลเมตร
วันที่เก้าของการเดินทาง จากเมือง Madiun ไปยังเมือง Solo (Surakarta)
วันที่สิบของการเดินทาง จากเมือง โซโล ไปยังเมือง ยอกยาการ์ต้า
วันที่สิบเอ็ดของการเดินทางครับ เยี่ยมชม พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่บนเกาะชวา โบโรพุทธโธ (Boroburdo), Kraton ,ตามานซารี และ Prambanan มหาประสาทหินฮินดู
วันที่สิบสองของการเดินทาง ยอกยาการ์ต้า ไปยัง วอนอโซโบ
วันที่สิบสามของการเดินทาง จากเมือง วอโนโซโบ ไปยัง เมืองเปอเวอเกอโต้
ผมจะทำเอาไว้ที่หน้าแรกสุดนะครับ
สารบัญหน้าต่างๆ ครับ คลิ๊กที่ข้อความได้เลยครับ
วันที่หนึ่งของการเดินทาง จากเกาะบาหลีไปเมือง Bayuwangi
วันที่สองของการเดินทาง จากเมือง Bayuwangi ไปเมือง Jember
วันที่สามของการเดินทาง เมือง Jember ไป Probolingo
วันที่สี่ของการเดินทาง จากเมือง Probolingo ไปเมือง Cermero rawang (Bromo mountain)
วันที่ห้าของการเดินทาง เยี่ยมชม Bromo mountain ภูเขาไฟที่ยังไม่หลับ (ตื่น )
วันที่หกของการเดินทาง หมู่บ้าน Cermero Rawang (Bromo Mt.) ไปยังเมือง มาลัง
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เมือง Malang ไปเมือง Kediri
วันที่แปดของการเดินทาง เมือง Kediri ไปยังเมือง Madiun ระยะทาง 85 กิโลเมตร
วันที่เก้าของการเดินทาง จากเมือง Madiun ไปยังเมือง Solo (Surakarta)
วันที่สิบของการเดินทาง จากเมือง โซโล ไปยังเมือง ยอกยาการ์ต้า
วันที่สิบเอ็ดของการเดินทางครับ เยี่ยมชม พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่บนเกาะชวา โบโรพุทธโธ (Boroburdo), Kraton ,ตามานซารี และ Prambanan มหาประสาทหินฮินดู
วันที่สิบสองของการเดินทาง ยอกยาการ์ต้า ไปยัง วอนอโซโบ
วันที่สิบสามของการเดินทาง จากเมือง วอโนโซโบ ไปยัง เมืองเปอเวอเกอโต้
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
หลังจากกลับมาจากการกินไก่ย่าง หรือ ไก่พะโล้ ที่ว่า ผมก็กลับมานอนเล่นที่ห้องพัก
แต่ได้แต่นอนเล่นจริงๆ เพราะจะนอนจริงๆ ดัน นอนไม่หลับ เห้ออ เสียความตั้งใจไปเสียงั้น เลยงัดเอาเครื่องมือมาปรับแต่งจักรยาน
ทำความสะอาดจักรยานแบบซักแห้ง โดยใช้ ทิชชู่ในห้อง ไล่เช็ดตามเฟือง จานหน้า ขาจาน และหยอดน้ำมันหล่อลื่น
วันนี้ที่โรงแรมคงมีแขกคนสำคัญมา เพราะผมเห็นทหารกล้าใส่ชุดทหารอยู่ เต็มโรงแรมไปหมด
และมีมอเตอร์ไชค์นำทางขี่มอเตอร์ไซค์เปิดไซเลนวิ่งไปมาตรงตรงถนนปากทางเข้า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก
ตกเย็นแล้ว ก็มีหน้าที่อีกอย่างคือ ออกหากิน
เนื่องจากทานข้าวเที่ยงเลยเวลาเป็นบ่ายสอง ดังนั้น อาหารเย็นเลย Late ออกเป็นช่วง ทุ่มครึ่ง
ผมเตรียมจักยานพร้อมไฟ ติดไฟกระพริบบนหัว ข้างหน้าข้างหลัง เต็มอัตรา เพราะขี่ในเมืองกลัวจะมีอันตราย
ผมขี่เข้าไปในเมืองวนไปทางซ้ายและกลับมาทางขวา ก็ยังไม่มีอะไรสะดุด ปาก ก็เลยถือโอกาสปั่นไปเรื่อยๆ ชมเมือง
ตัวผม ณ ตอนนั้น คงจะเหมือนหิ่งห้อย หรือ กระสือ เพราะมีแสงวิบวับไปตลอดทาง
ฝนเริ่มลงเม็ดแล้วครับ ผมรีบตรงเข้าไปหาร้านอาหารที่ไกล้ๆ โชคดีผมเจอร้านก๊วยเตี๋ยว ซึ่งเจ้าของเขาเป็นวัยรุ่นชาวจีน
ผมสังเกตุในร้าน ส่วนใหญ่และจะเป็นชาวจีน คนจีนในอินโดนีเซียนี่ มองแวบแรก อาจจะไม่นึกว่าเป็นคนจีน เพราะผิวพรรณ หน้าตานั้นไม่เหมือนคนจีน
ในเมืองไทย หรือ สิงคโปร์ มาเลย์ เพราะเขาจะมีผิวที่คล้ำ รูปหน้าที่จะแปลกออก คือคม เข้ม
อิ อิ ผมเดาว่า น่าจะเกิดการกลายพันธ์ ครับ
ที่ร้านก๊วยเตียวที่นี้ ก็มีเส้นก๊วยเตี๋ยวแบบบ้านเรา คือมีเส้นบะหมี่ เส้นหมี่ฮุ้น (เส้นหมี่) เส้นใหญ่
แต่จะไม่มีเนื้อหมู ดังนั้นจะเป็นก๊วยเตี๋ยวเนื้อ ปลา ไก่สับ เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มรับประทานได้ครับ
สภาพในเมือง Tasik ในยามค่ำคืนครับ


ร้านอาหารจีน กับ ชาวจีนที่ผมได้พบเจอ


อาหารเย็น สำหรับผมในคืนนี้

หลังจากอิ่มหนำสำราญเรียบร้อย ผมก็นั่งรอให้ฝนซา ที่ร้านก๊วยเตี๋ยวอยู่พักใหญ่ เจ้าของร้านมาชวนคุยว่าผมมาจากที่ใหน
พอผมบอกว่ามาจากเมืองไทย เขายินดีใหญ่ แต่ด้วยภาษาที่เราสื่อสารกันลำบาก แม้จะเป็นจีนพลัดถิ่นกันทั้งคู่ก็ตาม จะใช้ภาษาจีนก็ไม่รู้จักแล้ว จะใช้ภาษาอังกฤษก็กระท่อนกระแท่น
ใจจริงผมเองอยากถามความรู้สึกของคนจีนที่อยู่ในอินโดนีเซียว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ผมเองเคยทราบข้อมูลมาว่า ทางอินโดนีเซียนั้น ไม่อณุญาติให้คนจีนใช้ภาษาจีน ไหว้พระ ในช่วงแรกๆ และยังมีเหตุการ์ณ จราจลทางการเมืองในอินโดนีเซียในปี 1999
ตอนนั้นมีข่าวว่ามีการเผาร้านค้าของชาวจีน เพราชาวอินโดนีเซียโกรธแค้นที่ชาวจีนนั้นมีฐานะดี เป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ และกดขี่แรงงานที่เป็นคนอินโดนีเซีย
ปัจจุบันนั้น ทางการอินโดนีเซียก็ผ่อนผัน กฎ ระเบียบ ไปบ้างแล้ว และยังกำหนดให้วันตรุษจีน เป็นวันหยุดได้
และเท่าที่ผมเห็นนั้น ชาวจีนและชาวอินโดนีเซีย ต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และผมก็ไม่เห็นความเกลียดชังคนจีนในสายตาชาวเกาะชวาให้ผมเห็นเลย
เมื่อฝนเริ่มซาเม็ดลง ผมก็ได้เวลาไปแล้ว จะรอให้ฝนหยุดเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ผมเลยขี่กลางฝน แบบพระเอกมิวสิควีดีโอไทยๆ กลับโรงแรม
ระหว่างทางผมติดไฟแดงอยู่ที่หน้าห้างดัง (รูปข้างบน) มีเด็กตัวเล็กๆ อายุน่าจะแปดขวบ เดินมาเกาะขาผมเพื่อขอเงินหน้าตาหน้าส่งสงสาร
ผมไม่มีเงินติดกระเป๋ากางเกงเลย จะเปิดกระเป๋าหน้าก็ไม่ได้เพราะฝนตกหนัก ผมบอกเขาว่าไม่ตังค์เลย รีบไปหลบฝนเถอะ
เด็กยังเกาะขาเกาะแขนผมแน่น แหงนมองหน้าผม อยากจะให้ตังค์ แต่มันทำไม่สามารถไปหยิบตังค์ได้จริง
ผมเลยเอามือลูบหน้าเด็กที่เปื้อนน้ำฝน และบอกว่า ผมไม่มี ผมไม่มีจริง กลับไปหลบฝนก่อนเถอะ
เด็กคนนั้นก็เลยวิ่งเข้าไปหลบฝนในอาคาร ส่วนผมนั้น สะท้อนใจครับ ......
เมื่อมาถึงโรงแรมผมถึงกับทำตัวเหี่ยวๆ เพราะในโรงแรม คลาคล่ำด้วยทหาร เกือบจะกองพัน รถทหาร รถตำรวจเปิดไซเลน เป็นที่อึกทึก
คงจะมีเจ้านงเจ้านายใหญ่ แวะพักที่นี้กระมัง
ผมลงจักรยาน แล้วเข็นกลางฝน เข้าไปที่โรงแรม นายทหารทั้งหลายจ้องมองผมอย่างแปลกประหลาด แต่ก็โบกมือให้ผมเข้าไปได้
เสียวหลังดีจังเลย บรรยากาศ คงคล้าย ที่เมืองไทย ณ ตอนนั้น เพราะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง และมีทหารเหมือนกัน
อิ อิ อยู่ใหนก็มีอารมณ์เดียวกันครับ พี่น้อง
แต่ได้แต่นอนเล่นจริงๆ เพราะจะนอนจริงๆ ดัน นอนไม่หลับ เห้ออ เสียความตั้งใจไปเสียงั้น เลยงัดเอาเครื่องมือมาปรับแต่งจักรยาน
ทำความสะอาดจักรยานแบบซักแห้ง โดยใช้ ทิชชู่ในห้อง ไล่เช็ดตามเฟือง จานหน้า ขาจาน และหยอดน้ำมันหล่อลื่น
วันนี้ที่โรงแรมคงมีแขกคนสำคัญมา เพราะผมเห็นทหารกล้าใส่ชุดทหารอยู่ เต็มโรงแรมไปหมด
และมีมอเตอร์ไชค์นำทางขี่มอเตอร์ไซค์เปิดไซเลนวิ่งไปมาตรงตรงถนนปากทางเข้า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก
ตกเย็นแล้ว ก็มีหน้าที่อีกอย่างคือ ออกหากิน
เนื่องจากทานข้าวเที่ยงเลยเวลาเป็นบ่ายสอง ดังนั้น อาหารเย็นเลย Late ออกเป็นช่วง ทุ่มครึ่ง
ผมเตรียมจักยานพร้อมไฟ ติดไฟกระพริบบนหัว ข้างหน้าข้างหลัง เต็มอัตรา เพราะขี่ในเมืองกลัวจะมีอันตราย
ผมขี่เข้าไปในเมืองวนไปทางซ้ายและกลับมาทางขวา ก็ยังไม่มีอะไรสะดุด ปาก ก็เลยถือโอกาสปั่นไปเรื่อยๆ ชมเมือง
ตัวผม ณ ตอนนั้น คงจะเหมือนหิ่งห้อย หรือ กระสือ เพราะมีแสงวิบวับไปตลอดทาง
ฝนเริ่มลงเม็ดแล้วครับ ผมรีบตรงเข้าไปหาร้านอาหารที่ไกล้ๆ โชคดีผมเจอร้านก๊วยเตี๋ยว ซึ่งเจ้าของเขาเป็นวัยรุ่นชาวจีน
ผมสังเกตุในร้าน ส่วนใหญ่และจะเป็นชาวจีน คนจีนในอินโดนีเซียนี่ มองแวบแรก อาจจะไม่นึกว่าเป็นคนจีน เพราะผิวพรรณ หน้าตานั้นไม่เหมือนคนจีน
ในเมืองไทย หรือ สิงคโปร์ มาเลย์ เพราะเขาจะมีผิวที่คล้ำ รูปหน้าที่จะแปลกออก คือคม เข้ม
อิ อิ ผมเดาว่า น่าจะเกิดการกลายพันธ์ ครับ
ที่ร้านก๊วยเตียวที่นี้ ก็มีเส้นก๊วยเตี๋ยวแบบบ้านเรา คือมีเส้นบะหมี่ เส้นหมี่ฮุ้น (เส้นหมี่) เส้นใหญ่
แต่จะไม่มีเนื้อหมู ดังนั้นจะเป็นก๊วยเตี๋ยวเนื้อ ปลา ไก่สับ เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มรับประทานได้ครับ
สภาพในเมือง Tasik ในยามค่ำคืนครับ


ร้านอาหารจีน กับ ชาวจีนที่ผมได้พบเจอ


อาหารเย็น สำหรับผมในคืนนี้

หลังจากอิ่มหนำสำราญเรียบร้อย ผมก็นั่งรอให้ฝนซา ที่ร้านก๊วยเตี๋ยวอยู่พักใหญ่ เจ้าของร้านมาชวนคุยว่าผมมาจากที่ใหน
พอผมบอกว่ามาจากเมืองไทย เขายินดีใหญ่ แต่ด้วยภาษาที่เราสื่อสารกันลำบาก แม้จะเป็นจีนพลัดถิ่นกันทั้งคู่ก็ตาม จะใช้ภาษาจีนก็ไม่รู้จักแล้ว จะใช้ภาษาอังกฤษก็กระท่อนกระแท่น
ใจจริงผมเองอยากถามความรู้สึกของคนจีนที่อยู่ในอินโดนีเซียว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ผมเองเคยทราบข้อมูลมาว่า ทางอินโดนีเซียนั้น ไม่อณุญาติให้คนจีนใช้ภาษาจีน ไหว้พระ ในช่วงแรกๆ และยังมีเหตุการ์ณ จราจลทางการเมืองในอินโดนีเซียในปี 1999
ตอนนั้นมีข่าวว่ามีการเผาร้านค้าของชาวจีน เพราชาวอินโดนีเซียโกรธแค้นที่ชาวจีนนั้นมีฐานะดี เป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ และกดขี่แรงงานที่เป็นคนอินโดนีเซีย
ปัจจุบันนั้น ทางการอินโดนีเซียก็ผ่อนผัน กฎ ระเบียบ ไปบ้างแล้ว และยังกำหนดให้วันตรุษจีน เป็นวันหยุดได้
และเท่าที่ผมเห็นนั้น ชาวจีนและชาวอินโดนีเซีย ต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และผมก็ไม่เห็นความเกลียดชังคนจีนในสายตาชาวเกาะชวาให้ผมเห็นเลย
เมื่อฝนเริ่มซาเม็ดลง ผมก็ได้เวลาไปแล้ว จะรอให้ฝนหยุดเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ผมเลยขี่กลางฝน แบบพระเอกมิวสิควีดีโอไทยๆ กลับโรงแรม
ระหว่างทางผมติดไฟแดงอยู่ที่หน้าห้างดัง (รูปข้างบน) มีเด็กตัวเล็กๆ อายุน่าจะแปดขวบ เดินมาเกาะขาผมเพื่อขอเงินหน้าตาหน้าส่งสงสาร
ผมไม่มีเงินติดกระเป๋ากางเกงเลย จะเปิดกระเป๋าหน้าก็ไม่ได้เพราะฝนตกหนัก ผมบอกเขาว่าไม่ตังค์เลย รีบไปหลบฝนเถอะ
เด็กยังเกาะขาเกาะแขนผมแน่น แหงนมองหน้าผม อยากจะให้ตังค์ แต่มันทำไม่สามารถไปหยิบตังค์ได้จริง
ผมเลยเอามือลูบหน้าเด็กที่เปื้อนน้ำฝน และบอกว่า ผมไม่มี ผมไม่มีจริง กลับไปหลบฝนก่อนเถอะ
เด็กคนนั้นก็เลยวิ่งเข้าไปหลบฝนในอาคาร ส่วนผมนั้น สะท้อนใจครับ ......
เมื่อมาถึงโรงแรมผมถึงกับทำตัวเหี่ยวๆ เพราะในโรงแรม คลาคล่ำด้วยทหาร เกือบจะกองพัน รถทหาร รถตำรวจเปิดไซเลน เป็นที่อึกทึก
คงจะมีเจ้านงเจ้านายใหญ่ แวะพักที่นี้กระมัง
ผมลงจักรยาน แล้วเข็นกลางฝน เข้าไปที่โรงแรม นายทหารทั้งหลายจ้องมองผมอย่างแปลกประหลาด แต่ก็โบกมือให้ผมเข้าไปได้
เสียวหลังดีจังเลย บรรยากาศ คงคล้าย ที่เมืองไทย ณ ตอนนั้น เพราะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง และมีทหารเหมือนกัน
อิ อิ อยู่ใหนก็มีอารมณ์เดียวกันครับ พี่น้อง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
เช้าของวันใหม่ ผมก็ได้เวลาในการเดินทางจากเมือง Tasik ไปยังเมือง Bundung เมืองใหญ่อีกเมืองนึงในเกาะชวา
ที่ทานอาหารเช้าของโรงแรมในวันนี้ ถูกแปรสภาพเป็นโรงทหารย่อมๆ ผมรีบชิงตื่นตั้งแต่ตีห้าเพราะไม่อยากไปจอแจกับกองพันทหารราบ อิเหนา
แต่ไม่วายที่มีทหารอยู่กันหนาตา ผมเลยรีบทานง่ายๆ นาซิโกเร็ง กับ ไข่ดาว แล้วรีบกลับไปที่ห้องเก็บของ
ตอนหกโมงเช้า พลทหารก็มายืนดาหน้ากันเรียบร้อยครับ
คิดในใจ ว่าเขาคงรอตบเท้ามาส่ง นายพลโฮ่ว กัน
วันนี้ระยะทางไม่เบาเช่นกัน เพราะต้องใต่เขาสูงอยู่ และวันนี้ต้องปั่นแล้วครับ หมดสิทธ์เกเร ขี้เกียจแล้ว
เมื่อขี่ออกจากตัวเมือง ผมมีอาการเป๋ ซ้าย เป๋ขวา อันเนื่องมากจากจัดกระเป๋าไม่บาลานซ์
ทำให้เป็นที่รำคาญใจ ผมเลยต้องเสียเวลาจัดกระเป๋าใหม่
เป้าหมายของวันนี้คือบันดุง เมืองต่างอากาศ และเมืองท่องเที่ยว ณ บันดุง ผมจะได้พักหนึ่งวันครับ

ทุ่งหญ้าที่ต้องแสงแดดยามเช้า มันสวยงามเหลือเกิน

หยาดน้ำค้างบนดอกหญ้า ต้องแสงจนเหมือนมันเป็นน้ำแข็งปกคลุมอยู่

ที่ทานอาหารเช้าของโรงแรมในวันนี้ ถูกแปรสภาพเป็นโรงทหารย่อมๆ ผมรีบชิงตื่นตั้งแต่ตีห้าเพราะไม่อยากไปจอแจกับกองพันทหารราบ อิเหนา
แต่ไม่วายที่มีทหารอยู่กันหนาตา ผมเลยรีบทานง่ายๆ นาซิโกเร็ง กับ ไข่ดาว แล้วรีบกลับไปที่ห้องเก็บของ
ตอนหกโมงเช้า พลทหารก็มายืนดาหน้ากันเรียบร้อยครับ
คิดในใจ ว่าเขาคงรอตบเท้ามาส่ง นายพลโฮ่ว กัน
วันนี้ระยะทางไม่เบาเช่นกัน เพราะต้องใต่เขาสูงอยู่ และวันนี้ต้องปั่นแล้วครับ หมดสิทธ์เกเร ขี้เกียจแล้ว
เมื่อขี่ออกจากตัวเมือง ผมมีอาการเป๋ ซ้าย เป๋ขวา อันเนื่องมากจากจัดกระเป๋าไม่บาลานซ์
ทำให้เป็นที่รำคาญใจ ผมเลยต้องเสียเวลาจัดกระเป๋าใหม่
เป้าหมายของวันนี้คือบันดุง เมืองต่างอากาศ และเมืองท่องเที่ยว ณ บันดุง ผมจะได้พักหนึ่งวันครับ

ทุ่งหญ้าที่ต้องแสงแดดยามเช้า มันสวยงามเหลือเกิน

หยาดน้ำค้างบนดอกหญ้า ต้องแสงจนเหมือนมันเป็นน้ำแข็งปกคลุมอยู่

- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ในระหว่างเส้นทางผมมักเจอของแปลกเสมอ
อย่างที่นี้ครับ ผมเจอหญิง ชายแต่งตัวสวยงาม ยืนถือสวิง ยื่นไปให้รถแต่ละคันที่ผ่านไปผ่านมาอยู่
นั้นก็คือการขอรับบริจาค นั้นเอง ดูแล้วน่าสนุกดี คนถือสวิงก็ดีจะสนุกไปด้วย
ไม่ใช่มาจับปลานะ !!!!



สงสัยว่ฝนตกหนักไปหน่อย ต้นข้าวเลยเสียหาย
ช่วงของปี(เมษา)นี้มันหน้าร้อนของเมืองไทยน แต่ที่ชวานี้เป็นน่าฝนครับ ทำไมอากาศบ้านเขาช่างแตกต่างกับบ้านเราจังเหลย

อย่างที่นี้ครับ ผมเจอหญิง ชายแต่งตัวสวยงาม ยืนถือสวิง ยื่นไปให้รถแต่ละคันที่ผ่านไปผ่านมาอยู่
นั้นก็คือการขอรับบริจาค นั้นเอง ดูแล้วน่าสนุกดี คนถือสวิงก็ดีจะสนุกไปด้วย
ไม่ใช่มาจับปลานะ !!!!



สงสัยว่ฝนตกหนักไปหน่อย ต้นข้าวเลยเสียหาย
ช่วงของปี(เมษา)นี้มันหน้าร้อนของเมืองไทยน แต่ที่ชวานี้เป็นน่าฝนครับ ทำไมอากาศบ้านเขาช่างแตกต่างกับบ้านเราจังเหลย

- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สภาพบ้านเมือง ตามรายทาง (จะพยายามตัดรูปออกบ้าง เพื่อความรวดเร็วในการโหลดครับ)






- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ชุมทางรถไฟ ที่เมือง Ciawe

ทางรถไฟมุ่งสู่ขุนเขาอันยิ่งใหญ่ แล้วเรียบขนาดกันไปกับถนนที่ผมใช้ปั่น และรถไฟที่นี้ต้องกำลังดีมากเพราะต้องใต่เขาสูงๆ อยู่บ่อย

เส้นทางกำลังปรับปรุงอยู่ ครับ รถเยอะ ผมโดนเฉี่ยวไป เฉี่ยวมาอยู่หลายครั้ง



ทางรถไฟมุ่งสู่ขุนเขาอันยิ่งใหญ่ แล้วเรียบขนาดกันไปกับถนนที่ผมใช้ปั่น และรถไฟที่นี้ต้องกำลังดีมากเพราะต้องใต่เขาสูงๆ อยู่บ่อย

เส้นทางกำลังปรับปรุงอยู่ ครับ รถเยอะ ผมโดนเฉี่ยวไป เฉี่ยวมาอยู่หลายครั้ง


- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ทางเริ่มใต่ความสูงแล้วครับ น่าจะร่วมพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล

เห็นป้ายนี้แล้ว เกลี๊ยด เกลียด!!!!

อยากเป็น Superstar ที่นี้นั้นง่ายมาก เห็นโรงเรียนเด็กเล็กที่ใหน ตรงเข้าไปเลยครับ
ซักพักเราก็จะเหมือนดาราที่เด็กๆ รุมล้อม



เห็นป้ายนี้แล้ว เกลี๊ยด เกลียด!!!!

อยากเป็น Superstar ที่นี้นั้นง่ายมาก เห็นโรงเรียนเด็กเล็กที่ใหน ตรงเข้าไปเลยครับ
ซักพักเราก็จะเหมือนดาราที่เด็กๆ รุมล้อม


- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ก้อนฝางดำๆ อันนี้คืออะไร ตอนแรกผมก็งงอยู่
แต่มาบางอ้อ ในวันหลังเพราะเห็นเขามาปั่นรวมเกลียวเพื่อทำเชือก ไว้ผูกเทารั้วไม้ หรือใช้ผูกยึด ทำหลังคา

จากตรงในไปก็ไหล ไปได้ระยะทางพอสมควรทีเดียว แต่ยังดูไม่คุ้มค้ากับที่ปั่นขึ้นเลย

ลำโพงกระจายเสียงครับ ข้างๆ นั้นเป็นตลาด


แต่มาบางอ้อ ในวันหลังเพราะเห็นเขามาปั่นรวมเกลียวเพื่อทำเชือก ไว้ผูกเทารั้วไม้ หรือใช้ผูกยึด ทำหลังคา

จากตรงในไปก็ไหล ไปได้ระยะทางพอสมควรทีเดียว แต่ยังดูไม่คุ้มค้ากับที่ปั่นขึ้นเลย

ลำโพงกระจายเสียงครับ ข้างๆ นั้นเป็นตลาด


- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
อากาศในวันนี้ค่อนข้างร้อน ดูระอุไปหมด อาจด้วยความชื้นด้วยกระมัง
เส้นทางคดเคี้ยว ขี้นๆ ลง รถบัส รถโค้ช มากมาย มีอยู่ช่วงนึงตอนผมลงจากเขาช่วงระหว่างโค้งมีรถบัส
อยู่ข้างหลังพยายามจะแซง ในขณะเดียวกันมีรถขาขึ้นเป็นรถกำลังสวนขึ้นมา คนขับรถบัสตัดสินในขับเบียดผม.....
ผมตัดสินใจลงไหล่ทาง ซึ่งทางเป็นหลุมเป็นบ่อ..
ระเสียหลัก ผมพยายามควบคุมให้มันจอด โชคดีที่ผมบังคับได้
ผมตะโกนด่ารถบัส สุดเสียง F....... ตามด้วยยกมือ ทำท่ากล้วย ให้ไปเครือใหญ่
ผมโกรธจริงๆ .... ไอ้ เห เอ้ย
ผมนั่งสงบสติอารมณ์ซักพักแล้วก็ไปต่อ แต่หัวใจยังเต้นรัวๆ ไม่หยุด

เส้นทางคดเคี้ยว รถบัสก็เยอะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ



เส้นทางคดเคี้ยว ขี้นๆ ลง รถบัส รถโค้ช มากมาย มีอยู่ช่วงนึงตอนผมลงจากเขาช่วงระหว่างโค้งมีรถบัส
อยู่ข้างหลังพยายามจะแซง ในขณะเดียวกันมีรถขาขึ้นเป็นรถกำลังสวนขึ้นมา คนขับรถบัสตัดสินในขับเบียดผม.....
ผมตัดสินใจลงไหล่ทาง ซึ่งทางเป็นหลุมเป็นบ่อ..
ระเสียหลัก ผมพยายามควบคุมให้มันจอด โชคดีที่ผมบังคับได้
ผมตะโกนด่ารถบัส สุดเสียง F....... ตามด้วยยกมือ ทำท่ากล้วย ให้ไปเครือใหญ่
ผมโกรธจริงๆ .... ไอ้ เห เอ้ย
ผมนั่งสงบสติอารมณ์ซักพักแล้วก็ไปต่อ แต่หัวใจยังเต้นรัวๆ ไม่หยุด

เส้นทางคดเคี้ยว รถบัสก็เยอะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ



- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สำหรับมื้อเที่ยงของผมนั้น ผมมองหาร้านอาหารตามรายทาง บางร้านก็ดูไม่สะอาด
บางร้านเป็นเมนูปาดัง พวกแกง ช่วงนี้ผมเบื่อพวก แกงแบบปาดัง มาก เลยตัดสินใจเลือกร้านอาหารร้านนึง
ซึ่งตั้งอยู่บนจุดชมวิว หน้าตาร้านดูใช่ได้ แต่อาหารนี้ละซิ ทำไมเธอย่างไก่ได้ไหม้เสียแบบนั้นละ

เสร็จมื้อเที่ยง ผมก็ลากยาวต่อเลย ร้านจักรยานร้านนี้ขายจักรยานโบรารณ และจักรยานเก่าแบบที่ขายในเวปบ้านเราเลย
คำว่า Sepedah แปลว่าจักรยาน คำนี้เป็นภาษามลายู ดังนั้นจึงนำมาใช้ได้ที่ประเทศมาเลย์เซียด้วย


บางร้านเป็นเมนูปาดัง พวกแกง ช่วงนี้ผมเบื่อพวก แกงแบบปาดัง มาก เลยตัดสินใจเลือกร้านอาหารร้านนึง
ซึ่งตั้งอยู่บนจุดชมวิว หน้าตาร้านดูใช่ได้ แต่อาหารนี้ละซิ ทำไมเธอย่างไก่ได้ไหม้เสียแบบนั้นละ

เสร็จมื้อเที่ยง ผมก็ลากยาวต่อเลย ร้านจักรยานร้านนี้ขายจักรยานโบรารณ และจักรยานเก่าแบบที่ขายในเวปบ้านเราเลย
คำว่า Sepedah แปลว่าจักรยาน คำนี้เป็นภาษามลายู ดังนั้นจึงนำมาใช้ได้ที่ประเทศมาเลย์เซียด้วย


- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
มันสำปะหลังที่แขวนอยู่ในตู้อันนี้ครับ ผมก็สงสัยว่ามันคืออะไร พยายามค้นหา เห็นว่าต้องหมักด้วย
เลยไม่รู้ว่ากินอย่างไร คงไม่ได้ต้มหรือเชื่อมกินทั้งอันแบบบ้านเรา

เมื่อเข้าใกล้ตัวเมืองบันดัง ถนนเริ่มกว้างขึ้น เป็น 6 เลน แถมมีทางด่วนด้วย ดังนั้นผมต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้หลงขี่เข้าไปขึ้นทางด่วน
บริเวณรอบนอกของบันดุง จะมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งขึ้นเยอะแยะ เช่นโรงงานผลิตรองเท้า โรงงานเย็บเสื้อผ้า ดังนั้นถนนจึงคราคร่ำไปด้วย
มอเตอร์ไซค์ บรรยากาศคงเหมือน ที่สมุทรปราการ หรือ สมุทรสาคร ประมาณนั้นครับ


เลยไม่รู้ว่ากินอย่างไร คงไม่ได้ต้มหรือเชื่อมกินทั้งอันแบบบ้านเรา

เมื่อเข้าใกล้ตัวเมืองบันดัง ถนนเริ่มกว้างขึ้น เป็น 6 เลน แถมมีทางด่วนด้วย ดังนั้นผมต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้หลงขี่เข้าไปขึ้นทางด่วน
บริเวณรอบนอกของบันดุง จะมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งขึ้นเยอะแยะ เช่นโรงงานผลิตรองเท้า โรงงานเย็บเสื้อผ้า ดังนั้นถนนจึงคราคร่ำไปด้วย
มอเตอร์ไซค์ บรรยากาศคงเหมือน ที่สมุทรปราการ หรือ สมุทรสาคร ประมาณนั้นครับ


- panshita
- ขาประจำ
- โพสต์: 4030
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2010, 07:38
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
- ไฟล์แนบ
-
- 14.jpg (3.04 KiB) เข้าดูแล้ว 1527 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ผมหลงขี่จักรยานเข้าไปในทางด่วนครับ เอะใจที่เห็นมีด่านเก็บตังค์อยู่ไกลริบๆ ข้างหน้า
ผมเลยเข็นย้อนกลับ มาเพื่อไปทางกลับรถที่ผมเลยมาแล้ว จากแผนที่ใน GPS มันบอกทางข้างหน้าเหลือไม่ถึง 10 กมเท่านั้นครับ
แต่เมื่อผมกลับไปใช้ทางปรกติ ตัวเลขเลยขึ้นไป 12 km อืมมม


ทางมันขึ้นๆ ลง เหมือนลูกฟูกขนาดใหญ่ ช่วงลงนั้นก็ลงได้ไม่เร็วนัก เพราะมันเข้าเขตเมืองแล้ว รถราเยอะมาก
นี้ขนาดอยู่ห่างจากใจกลางตั้งเกือบสิบกิโล แสดงว่าบันดุงต้องเป็นเมืองใหญ่เลยทีเดียว
สภาพในตัวเมืองนั้น ไม่ได้เป็นตึกสูงๆ อย่างที่เราเข้าใจ ส่วนใหญ่บ้านเรือนจะเป็นสองชั้นสามชั้น หรือชั้นเดียวเป็นแนวยาว คล้ายต่างจังหวัดบ้านเราครับ
มีอยู่ช่วงนึงผมลงเนินเร็วไปนิด ขาตั้งกล้องผมกระเด็นหายไป ได้ยินเสียงคนตะโกนจากข้างหลัง เลยต้องย้อนกลับไปเอาครับ
จริงๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ก็พอจะบอกถึงอุปนิสัยของคนชวาได้ครับ นั้นแสดงว่าเขานิสัยดี และเป็นคนดีครับ
ผมจอดรถตรงสามแยกอันนี้ยืนงวยงงอยู่พักใหญ่ เพราะไม่รู้จะเลือกทางใหน GPS มันบอกเราให้พาอ้อมอยู่นั้นแหละ
เห็นคุณตำรวจเดินผ่านมาก็เลย สอบถาม แต่ก็ยังไม่ได้ความ เพราะจุดหมายยังอยู่อีกไกล ดังนั้นผมเลยต้องใช้สูตรสำเร็จของผม
นั้นคือ ถามไปเรื่อยๆ เป็นระยะ

เห็นคำว่า อลุน อลุน ก็พอจะเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า ผมมาถึงศูนย์กลางของเมืองแล้ว
ผมเลยเอาชื่อโรงแรม ชื่อถนนสอบถามยามที่อยู่ประจำศูนย์บริการรถยนต์แห่งหนึ่ง เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
แต่เขาก็มีวิธีจะบอกผม โดยการทำท่า ออกเดินแล้วเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาให้ดู
ขอบคุณมากๆ เลย

และแล้วผมก็มาถึงที่พักจนได้ครับ มาถึงผมก็เจอ เจ้าหน้าที่ของบริษัท ที่น่ารัก สองท่านนั้น คือ อีคสาน กับ ทรีโอ้ สองหนุ่มอารมณ์ดีแห่งเมืองบันดุง
เขาทั้งสองนัดแนะว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะมาหาผมที่โรงแรม เพื่อไปทัวร์รอบเมืองกันครับ
ผมเลยเข็นย้อนกลับ มาเพื่อไปทางกลับรถที่ผมเลยมาแล้ว จากแผนที่ใน GPS มันบอกทางข้างหน้าเหลือไม่ถึง 10 กมเท่านั้นครับ
แต่เมื่อผมกลับไปใช้ทางปรกติ ตัวเลขเลยขึ้นไป 12 km อืมมม


ทางมันขึ้นๆ ลง เหมือนลูกฟูกขนาดใหญ่ ช่วงลงนั้นก็ลงได้ไม่เร็วนัก เพราะมันเข้าเขตเมืองแล้ว รถราเยอะมาก
นี้ขนาดอยู่ห่างจากใจกลางตั้งเกือบสิบกิโล แสดงว่าบันดุงต้องเป็นเมืองใหญ่เลยทีเดียว
สภาพในตัวเมืองนั้น ไม่ได้เป็นตึกสูงๆ อย่างที่เราเข้าใจ ส่วนใหญ่บ้านเรือนจะเป็นสองชั้นสามชั้น หรือชั้นเดียวเป็นแนวยาว คล้ายต่างจังหวัดบ้านเราครับ
มีอยู่ช่วงนึงผมลงเนินเร็วไปนิด ขาตั้งกล้องผมกระเด็นหายไป ได้ยินเสียงคนตะโกนจากข้างหลัง เลยต้องย้อนกลับไปเอาครับ
จริงๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ก็พอจะบอกถึงอุปนิสัยของคนชวาได้ครับ นั้นแสดงว่าเขานิสัยดี และเป็นคนดีครับ
ผมจอดรถตรงสามแยกอันนี้ยืนงวยงงอยู่พักใหญ่ เพราะไม่รู้จะเลือกทางใหน GPS มันบอกเราให้พาอ้อมอยู่นั้นแหละ
เห็นคุณตำรวจเดินผ่านมาก็เลย สอบถาม แต่ก็ยังไม่ได้ความ เพราะจุดหมายยังอยู่อีกไกล ดังนั้นผมเลยต้องใช้สูตรสำเร็จของผม
นั้นคือ ถามไปเรื่อยๆ เป็นระยะ

เห็นคำว่า อลุน อลุน ก็พอจะเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า ผมมาถึงศูนย์กลางของเมืองแล้ว
ผมเลยเอาชื่อโรงแรม ชื่อถนนสอบถามยามที่อยู่ประจำศูนย์บริการรถยนต์แห่งหนึ่ง เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
แต่เขาก็มีวิธีจะบอกผม โดยการทำท่า ออกเดินแล้วเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาให้ดู
ขอบคุณมากๆ เลย

และแล้วผมก็มาถึงที่พักจนได้ครับ มาถึงผมก็เจอ เจ้าหน้าที่ของบริษัท ที่น่ารัก สองท่านนั้น คือ อีคสาน กับ ทรีโอ้ สองหนุ่มอารมณ์ดีแห่งเมืองบันดุง
เขาทั้งสองนัดแนะว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะมาหาผมที่โรงแรม เพื่อไปทัวร์รอบเมืองกันครับ