ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ขอบคุณน้าเป็ด ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน

ผมขอตัวไปทำอย่างอื่นก่อนซักนิดด แล้วจะกลับมา...คงจะซักวันจันทร์ครับ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
nitipoj
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 05:59
Tel: 0897067152
team: free
Bike: jeep, Panasonic

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย nitipoj »

ปักหมุดติดตามครับ ประโยชน์มากๆๆ ครับ
การประสบความสำเร็จในฐานะลูกกตัญญูนั้น
เป็นการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า
การเป็นรัฐบุรุษของโลกอย่างไม่มีทางเทียบกันได้เลย

..........V.Vajiramedhi
รูปประจำตัวสมาชิก
Alek007
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 44
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 09:05
Tel: 091-039-9662
Bike: jamis 2.0 / Trek 4300 / Trek 6500/FUJI TAHOE SL

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย Alek007 »

ขอติดตามด้วยคน
;)
รูปประจำตัวสมาชิก
yaplong BLCP
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 193
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2009, 11:40
Tel: 0858099644
team: BLCP Power
Bike: Kona

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย yaplong BLCP »

ครับ เรื่อยๆ ตามกำลัง น่าติดตามสาระดีๆ
เสือเงียบ
รูปประจำตัวสมาชิก
ไอ้มดแดง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9030
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:07
Tel: 083-000 2260
team: DINO BIKE ...กาฬสินธุ์
Bike: กำ-ลัง-มอง-หา-อยู่
ตำแหน่ง: ธนันชัย พูนสุขศิริวัฒนะ 152/30 ถ.กาฬสินธุ์ อ. เมือง จ. กาฬสินธุ์ 46000
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย ไอ้มดแดง »

ขอบคุณครับ...กับเนื้อหาดีๆ ที่เล่าสู่กันฟัง :D
ซ้อมตามเวลาที่มี แรงหรือไม่แรง ก็ตามเวลา ที่ได้ซ้อม...

เมื่อก่อน รถต้องเป๊ะๆ...แต่เดี๋ยวนี้อะไรก็ได้...ขอให้มีเวลาปั่นก็พอ...

วันนี้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือยัง ?

คุยสนุกๆกับผมที่ https://www.facebook.com/profile.php?id ... ef=tn_tnmn
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ขอบคุณทุกท่านที่ส่งข่าวติดตาม เป็นกำลังใจอย่างดีครับ และขออภัยที่มาช้า

ผมเริ่มต้นกระทู้ว่าฉุกใจ... ทั้งตั้งใจหาประเด็นถก

เขียนไปเขียนมากลายเป็นกระทู้...ผมห่วงใยกลัวเกิดเหตุร้ายอาจเกิดขึ้นกะเพื่อนปั่น

ทั้งอาจจะกลายเป็นกระทู้เขียน ลอกหรือคัดย่อจากกระทู้อื่นที่ผมเห็นว่าดี...ใช้ป้องกันโรค "โรคปั่นกันถึงตาย"

ทั้งนี้ด้วยเจตนา หวังระงับโรคร้ายที่อาจเกิดมีอีกในอนาคต

ทุกครั้งที่มีข่าวเพื่อนปั่นเรา ปั่นกันถึงตาย

เชื่อหรือไม่...มีอีกเยอะที่ไม่เป็นข่าว "ปั่นกันเสีย...เกือบตาย"

ทั้งสองกลุ่มทั้งตายและเกือบตาย ไม่ต้องพิจารณาให้ลึกดอกว่าเป็นกลุ่ม "หัวใจโตแบบฝึกมาอย่างดีด้วยระบบการฝึกทนแบบแอโรบิค" หรือ ""หัวใจโตแบบฝึกมาหนักแบบแอนีโรบิค" หรือหัวใจปรกติไม่ได้ฝึกไม่ได้หัดเสียซักอย่าง

เพราะโดยทั่วไปคนที่พอจะเล่นกิฬาได้ถึงขั้นปั่นเล่นหรือปั่นเที่ยว หรือถึงขั้นแข่งจริงหรือแข่งเล่น หรือปั่นเที่ยวจริงปั่นเที่ยวเล่น หรือในภาวะอยู่สบายอยู่กะบ้าน ทำกิจกรรมที่ไม่ได้หนักหนาเสียเกินไป หากเป็นคนหัวใจมันปรกติไม่มีสภาพโรคหัวใจคุกคาม...ตัวมันเองใช่เป็นเหตุที่จะให้วาย จน(เจ้าของหัวใจมัน)ตายไป

ตัวที่ทำให้(หัวใจ)มันวายจนตายได้ ไม่น่าเชื่อมีนักปั่น...ปั่นเที่ยวเล่น หรือนักปั่นปั่นแข่งกัน ไม่รู้กันว่าอาจตายได้เรื่องขาดน้ำ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ผมถือว่าสนิทกะเสือหงอย ขออนุญาตที่ตรงนี้ เอาประสบการณ์ของเสือหงอย ที่ปั่นเสียเกือบตาย ด้วยไม่รู้ว่าความสำคัญของการกินน้ำอย่าให้ขาด

เป็นการเขียนของเสือหงอยเล่าสู่กันฟัง ในช่วงที่ผมเขียนเรื่องการเล่นจักรยานแบบแอโรบิค แล้วมีผลได้เพื่อนฝูงเขียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลายท่าน
เสือหงอย
15 ก.พ. 50 12:46:55

ผมเพิ่งปั่นจักรยานได้ประมาณ 6 เดือน มักจะปั่นคนเดียว

เมื่อก่อนปีใหม่ชวนคนที่ปั่นมานานนำหน้าความเร็วเฉลี่ยประมาณ 29 กม./ชม. เป็นการปั่นทวนลม ลมค่อนข้างแรง ปั่นตอนบ่าย 3 โมง อากาศร้อนแบบชายทะเล HR ประมาณ 147 ไม่มีการหยุดพักและไม่มีการจิบน้ำเพราะคิดว่ายังทนได้ ได้ระยะทางประมาณ15 กม. และจะต้องขึ้นเขา

พอขึ้นเขาค่อนข้างชันได้ประมาณได้ 5 เมตรมีอาการเหนื่อยมากและง่วงนอน บอกเพื่อนว่าไม่ไหวแล้วเลยจูงรถจะไปหาเพื่อนที่อยู่สูงกว่าก็ไม่ไหว จึงเข้าข้างทาง

เพื่อนเห็นอาการไม่ดี วิ่งลงมาประคองแล้วผมก็หมดสติไปประมาณ 3 นาที

พอฟื้นมีอาการอยากอาเจียร แต่ทนประมาณครึ่งชั่วโมงจึงอาเจียรแล้วรู้สึกว่าโล่งขึ้น

สงสัยว่าจะขาดน้ำ

ปัจจุบันยังคงปั่นอยู่เกือบทุกวันๆละประมาณ 30 กม. ความเร็วเฉลี่ย 27 แต่คราวนี้ไปหลายคน เพราะเขากลัวเป็นลมอีก

สิ้นเดือนนี้วางแผนทางไกลไป ระนองข้างคืนวันรุ่งขึ้นปั่นกลับ ผมอายุ 53 ทำ bypass มา 3 ปีแล้ว รักการปั่นมากตอนนี้เหมือนยาเสพติด เขียนมาคุยด้วย เห็นผู้มีความรู้เขียนมา ถ้ามีอะไรแนะนำบอกด้วยครับ ขอบคุณครับ
จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
ความเห็นที่ ๑๔๔

ปล.เสือหงอยที่เขียนคุยกะผม เป็นสมัยยุคเสือหงอยหัดปั่นนะครับ

ผมเจอเสือหงอยล่าสุดและปั่นด้วยกัน เมื่อทริปทางไกลของน้าเป็ดปั่นเกาะสมุย-หาดใหญ่ เมษาฯที่ผ่านมา เป็นเสือหงอย(ตัวใหม่)คนใหม่แล้วครับ ฐานแอโรบิคแน่นปึ๊ก ยอดแอนีโรบิคแข็งปั่ง ให้แกเป็นหัวลาก แกก็ลากแช่นานได้เป็นชั่วโมง ให้แกอัดเพื่อไล่ให้ทันกลุ่ม แกก็พาอัดซิ่งทำอัตราเร่งขึ้นจี้ดจ๊าด

ยกข้อเขียนส่วนนี้ที่เสือหงอยเขียนมาคุย เป็นตัวอย่างให้รู้พิษสงการขาดน้ำช่วงเบาะๆ...แค่นั้นครับ แค่ไม่ถึงตาย
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 20 ก.ค. 2010, 16:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ยกข้อเขียนของเสือหงอย เป็นตัวอย่างคนที่ปั่นเล่นสนุก แต่ไม่นึกว่าเรื่องขาดน้ำจะทำให้ตายได้ ไปแล้ว

เพื่อความสมบูรณ์ของตัวอย่าง ขออนุญาตนำเรื่องเล่าจาก"เสือแก่" มิตรของผมในโลกไซเบอร์ มาเล่าต่อ เรื่องนักแข่งระดับแกร่งของบ้านเรา พลาดพลั้งถึงตายด้วยเรื่องขาดน้ำ เช่นกันครับ
เสือแก่
08 ก.พ. 50 19:23:33

เรื่องน้ำนี่ ก็อดแจมไม่ได้

ในนักกีฬาจักรยานระดับ TDF มีคนเอาไปศึกษาแบบเจาะลึกว่าประสิทธิภาพของการใช้พลังงานที่ย่อยสลายจากแหล่งพลังงานทั้งหมดมาใช้เป็นแรงสุทธิ ที่จะทำให้จักรยานเคลื่นที่ไปเป็นเท่าไหร่

พบว่าระดับเก่งๆ สุดยอด ๆ ของTDF นั้น ประสิทธิภาพของการใช้พลังงานมีแค่25% เท่านั้นเอง เช่น ถ้าวัดได้ว่าขณะนั้นนักจักรยานกำลังขี่ระดับงาน250วัตต์ นั่นหมายถึงร่างกายมีการย่อยสลายพลังงานจากแหล่งพลังงานขณะนั้นทั้งหมด 1000 วัตต์

750 วัตต์ที่หลือมันหายไปไหน

มันสูญเสียไปในรูปของความร้อนครับ

ทีนี้ ก็เป็นหน้าที่ของร่างกาย ที่จะต้องหาทางระบายความร้อนออกไป

ก็ทางเหงื่อที่เราทราบกันดี

แล้วถ้าเราเสียเหงื่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้รับน้ำเข้าไปทดแทน จะเกิดอะไรขึ้น

ความร้อนที่ยังมีอยู่ก็จะระบายเข้าสู่กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆในร่างกายแทน

ถ้าขบวนการนี้ยังเกิดมากขึ้นๆ ถึงจุดๆหนึ่ง ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่ระดับความร้อนในร่างกาย( core temperature)สูงเกินกว่า40 องศาละก็ เราก็จะได้ยินเรื่องเศร้าตามมาแน่นอนครับ

ถึงจุดนี้ จะเกิดการล้มเหลวของอวัยวะต่างๆไม่ว่า หัวใจ ปอด ตับ ไต พร้อมๆกัน

ผมเคยเสียเพื่อนจากภาวะนี้ไปคนหนึ่ง

เมื่อไม่กีปีที่ผ่านมา จำได้ว่าวันนั้นเราไปแข่งกันที่สนามหนึ่งจังหวัดในใกล้บ้าน รุ่นผมปล่อยตัวไปก่อน ส่วนเพื่อนรักต่างวัยท่านนี้ปล่อยตามหลัง เวลาที่ปล่อยตัวก็ราวๆ บ่ายสอง

อากาศวันนั้น ร้อนจัดมาก วันนั้นเราต้องขี่กันเป็นรอบ รอบละประมาณ10 กม มีจุดให้น้ำ แค่หนึ่งจุด ก็ตรงจุดปล่อยตัวนั่นแหละครับ

วันนั้นเมื่อเข้าเส้นแล้วผมต้องรีบกลับ เพื่อไปทำงานต่อ มาทราบข่าวจากเพื่อนๆในกลุ่ม ว่า เพื่อนท่านนี้ เกิดอาการเป็นลมในรอบสุดท้าย หลังจากล้มไปแล้วก็เกิดอาการชักเกร็ง หมดสติไป เจ้าหน้าที่สนามก็รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรมาก แต่หลังจากนั้นสองวัน ก็ทราบว่าเพื่อนท่านนี้ได้จากไปแล้ว โทรถาพเพื่อนๆที่ดูแลเพื่อนผู้นี้อยู่ ก็ทราบว่าเค้าจากไปจากภาวะ Heat stroke ครับ

มาทราบภายหลังว่า เมื่อเกิดภาวะความร้อนที่ขึ้นสูงมากจนเกิดภาวะนี้( อุณหภูมิของร่างกายที่วัดทางทวารหนักสูงเกิน40องศา)นั้น มีโอกาสรอดแค่10% แค่นั้นเอง ผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากภาวะที่อวัยวะต่างๆทำงานล้มเหลวพร้อมๆกัน

เราเคยได้ข่าว การฝึกทหารใหม่สมัยเก่าๆ เรื่องที่ว่าทุกปีต้องต้องทีอันเป็นไป

เรื่องนี้เคยมีการร้องเรียนกันถึงระดับนานาชาติกันเลยนะครับ จนต้องเข้ามาตรวจสอบกัน พบว่าสาเหตุของเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผมเล่ามาข้างต้น

ใครยังจำสมัยเรียน รด กันได้ไหม ลองนึกสภาพตอนที่ต้องไปฝึกภาคสนามก่อนจะจบ

ตอนฝึกเราต้องสวมชุดเครื่องแบบเต็มยศ ฝึกกลางแดดนานขนาดไหน มีช่วงเวลาที่ได้ดื่มน้ำพอหรือไม่ ถ้าไม่กี่วันก็พอไหว แต่ถ้าว่ากันเป็นเดือนๆนี่ มีโอกาสครับ

จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
ความเห็นที่ ๓๒


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

พิงธรรม์ เขียน:ขอบคุณน้าเป็ด ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน

ผมขอตัวไปทำอย่างอื่นก่อนซักนิดด แล้วจะกลับมา...คงจะซักวันจันทร์ครับ

อย่าลืมเสาร์นี้ 24 กค 53 นะครับพี่เหอ..
6.00 น นัดเจอกันที่หัวลำโพง
เอาเต็นท์ + เครื่องยังชีพสนามไปกัน
ขอบคุณครับ
บาวแป๋ด..
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือหงอย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3484
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
Tel: -
team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
Bike: surly lht,trek 520,spec.

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย เสือหงอย »

เอาผมมาขายซะแล้ว ต้องต้มกาแฟให้ผมกินหนึ่งแก้ว อย่าลืม 555
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ฮ่าๆๆๆ...ผมก็ใช้อุบายแบบนี้ละครับ คิดถึงใคร ก็หาเรื่องแหย่ให้เขาออกมา

ด้วยความคิดถึงครับ

ขออนุญาตเขียนส่วนตัวคุยกะเสือหงอยซักกะติ้ดนะครับ

ผมตอนกลับจากทริปไซง่อน มีปัญหาไปทิ้งมือถือไว้ในญวนเป็นเครื่องที่สองแล้วในปีนี้ ก็เลยเบื่อ...ขอทำตัวเป็นคนโบราณ ขี้เกียจพกมือถือ

สงสัยรายการที่รับปากกะเสือหงอยจะลุยมาเลย์ ขอยกมือแจ้งยกเลิก...ก่อนนะครับ รายละเอียดจะหยิบยืมมือถือพรรคพวกโทรฯไปอธิบายความกัน

อย่าว่า...กันเลยนะ

คือมันเผลอๆว่าจะต้องไปต้าลี่ ลี่เจียงเสียแล้วละครับ พรรคพวกจองตัวสองเดือนครับกะทริปนี้ :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

สวัสดีครับพี่เสือหงอย พี่จารึก...ใครขายใครกันครับ แต่ที่แน่แน่ติดต่อพี่จารึกยากเหมือนติดเตาถ่านเลย...มือถือเป็นเหตุอีกแล้วหรือนี่ อิอิ...

เข้ามาขัดจังหวะนิดหนึ่ง ขออภัยท่านผู้อ่านผู้ชมครับ..
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือแก้ว(ทวีผล)18
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 805
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 21:57
Tel: 081-9769147
team: เสือเฒ่าโคราชทวีผลทีม
Bike: ดูคาตี้,khs

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย เสือแก้ว(ทวีผล)18 »

:o :o อ่านแล้วเคลียดจริงๆ เรื่องหัวใจโตแล้วอึ๋มนิ....แต่ไออึ๋มๆผมน๊ะชอบมันเห็นแล้วทำให้สมองมันกะปี้กะเป่าขึ้นมาทันที อิอิ ผมเริ่มขี่จักรยานตอนอายุ 47 ไม่มีพื้นฐานด่านกีฬา เป็นภูมแพ้ ข้อเข้าสึก ผ่าตัดหลังสองครั้ง ครั้งที่สามหมอบอกให้ยื้อๆไปก่อน ทุกวันนี้ยังขี่อยู่ ขี่อาทิตย์ละสองถึง สามครั้งบางครั้งก็มีความเร็วบ่อยๆ ผมว่าอยู่กับตัวผู้ขี่มากกว่า ไอตอนกำลังขี่ไล่อยู่ความเร็ว ขึ้น 45 :o ลืมแล้วทุกอย่าง ไม่ล้า ไม่เหนือย กำลังมันส์ ตอนนี้แหละอะไรก้เกิดขึ้นได้ ผมว่าขี้ให้พอดี ดีกว่า ไม่เอามันส์เข้าว่า ..ตอนนี้ผมอายุ 52 แล้วครับ ทำงานหนักมาตลอด ขี่จักรยานทำให้ร่างกายผมดีขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณทุกๆท่านมากครับที่ให้ความรู้กับผม :) :) :)
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เสือแก้ว(ทวีผล)18 วันนี้, 16:06

อ่านแล้วเครียดจริงๆ เรื่องหัวใจโตแล้วอึ๋มนิ....แต่ไอ้อึ๋มๆผมน๊ะชอบ มันเห็นแล้วทำให้สมองมันกะปี้กะเป่าขึ้นมาทันที อิอิ ผมเริ่มขี่จักรยานตอนอายุ 47 ไม่มีพื้นฐานด้านกีฬา เป็นภูมิแพ้ ข้อเข่าสึก ผ่าตัดหลังสองครั้ง ครั้งที่สามหมอบอกให้ยื้อๆไปก่อน ทุกวันนี้ยังขี่อยู่ ขี่อาทิตย์ละสองถึง สามครั้งบางครั้งก็มีความเร็วบ่อยๆ ผมว่าอยู่กับตัวผู้ขี่มากกว่า ไอตอนกำลังขี่ไล่อยู่ความเร็ว ขึ้น 45 ลืมแล้วทุกอย่าง ไม่ล้า ไม่เหนื่อย กำลังมันส์ ตอนนี้แหละอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมว่าขี่ให้พอดี ดีกว่า ไม่เอามันส์เข้าว่า ..ตอนนี้ผมอายุ 52 แล้วครับ ทำงานหนักมาตลอด ขี่จักรยานทำให้ร่างกายผมดีขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณทุกๆท่านมากครับที่ให้ความรู้กับผม
ครับ...อย่างที่ผมเรียนแต่กลางเรื่องกลางกระทู้ละครับ ว่าพวกเราเป็นพวกโชคดีที่ใจใฝ่ออกกำลัง ออกกำลังตามความชอบแล้ว มันจะอึ๋มไม่อึ๋มมม...ก็เรื่องของมันเถอะครับ

เจตนาผมตอนเขียนถึงเรื่องนี้ ก็เพื่อให้รู้ว่าเล่นจักรยานแบบใด ถึงจะเกิดอึ๋มแบบใด แค่นั้นครับ

ทั้งขอขอบคุณ คุณเสือแก้ว(ทวีผล)18 ที่เข้ามายืนยันข้อที่ผมเห็น ชาวจักรยานส่วนใหญ่ แม้นกระทั่งวัยเกษียณแล้วมาฟื้นตัว ฟิตเล่นแป้บเดียวละครับ มันก็พอเล่นให้ถึงขั้นสนุกกวดเพื่อนมัน มันมันสส์ขนาดหายใจหายคอไม่ออก มันมันสสส์สนุกจริงๆ หัดปั่นเล่นไม่ถึงปีก็ได้บี้กันสนุก ผมเข้าใจความรู้สึกที่บอกว่ามันมันสสส์

ได้สนุกดีกว่าคนเยอะแยะครับ ที่โชคร้ายไม่คิดเล่นกิฬาเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกาย ไปหลงคิดว่าแก่แล้ว ฟื้นตัวไม่ไหว ปล่อยมัน(ยิ่ง)โทรมไป

ตามประสบการณ์ผม เพราะคนส่วนใหญ่จะมีเวลาให้กะการออกกำลังกายได้ ผมเห็นนะครับ ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่เกินชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง

ประดาคนเหล่านี้ อย่างที่ออกตัวตามที่ผมเห็นนะครับ หากเลือกไปทางหัดวิ่ง การฝึกเพื่อหวังจะก้าวชั้นเพิ่มระยะจากหนึ่งกิโลไปสามกิโล ไปห้ากิโล จนไปเล่นระยะสิบกิโลได้ แต่ละขั้นแต่ละชั้นมันใช้เวลา เป็นสามเดือน ห้าเดือน ถึงแปดเดือนกว่าจะทนวิ่งได้ถึงเจ็ดแปดกิโลเมตร แล้วไปหลับหูหลับตา กัดฟันทนลองไปลงสนามสิบกิโลเมตร ที่เขาจัดกันประจำสัปดาห์ละครั้ง

ก็จะเข้าเส้นได้ครับ แบบครั้งแรกสุดระบม ด้วยการซ้อมทุกวัน จากระยะหนึ่งกิโลเมตรแรกที่หัดกันในวันแรก จนเดือนที่เจ็ดถึงเดือนที่แปด สำหรับคนส่วนใหญ่ ที่ใฝ่เลือกเอาทางวิ่งมาเป็นแนวออกกำลังกาย

พวกนี้แทบจะร้อยทั้งร้อยครับ พวกหัดวิ่งทน จะได้หัวใจแบบผนังหัวใจโตแข็งแรง ห้องเลือดขยายโต พวกนี้ร้อยทั้งร้อย วิ่งซักหนึ่งปี หากหัวใจไม่มีโรคาพยาธิ เป็นหัวใจที่ไม่ชำรุดมาก่อน ครับรางวัลที่ได้รับ ไม่ใช่ถ้วยรางวัลหรอกครับ แต่ทุกคนได้รับกันทั้งหมด เป็นถ้วยเกีรยติยศประจำตัว คือชีพจรยามพักมันลดลงครับ

ซักแค่ปีเดียวเอง ครับ ก็มักจะได้รับรางวัลเกียรติยศอันนี้แล้ว


คือจากหัวใจคนปรกติที่เคยเต้นกัน ๗๐-๗๕ ตุ๊บต่อนาที ซ้อมวิ่งแบบนี้ วิ่งเอาทน ฝึกวิ่งให้นานต่อการวิ่งที่ซ้อมต่อเนื่องได้แต่ละวัน (เอาเร็วมันวิ่งไม่ได้หรอกครับ มันไปได้ไม่ไกล โน่นซักเกือบสองปีแน่ะครับ กว่าฐานแอโรบิคมันจะเต็มถัง พอให้ตะบันวิ่ง เอาเหนื่อยขั้นเป่าปากฟื้ดฟ้าด ให้สารสุขมันหลั่งฉีดพล่านในขมอง เกิดความมันสส์อร่อยกันเพราะไล่กวดอยากลดเวลาลงได้)

ครับรางวัลเกีรยติยศที่ว่า คือชีพจรยามพัก พวกนี้วิ่งกันซักหนึ่งปีก็จะลดลงต่ำกว่า ๕๐ ตุ๊บต่อนาทีแล้วละครับ

ประสบการณ์ตรงส่วนตัวผม

จากคนที่ไม่เคยเล่นกิฬาเป็นโล้เป็นพายมาก่อน เผิญโชคดีไม่ได้ใช้ร่างกายให้มันโทรมเกินเหตุ

มาหัดวิ่งตอนอายุ ๔๙ ปี เต็ม

แค่ปีเดียว ...แบบออกจะเร่งรัดหลักสูตร ฝึกหนักไปหน่อย...หมายถึงอดทนต่อความปวดเมื่อย เดือนที่แปดถึงสิบสองค่อนข้างเพิ่มระยะซ้อมก้าวกระโดด

จากฝึกวิ่งกิโลแรก จบครบสิบสองเดือน ลงวิ่งมาราธอน ๔๒ กิโลเมตร เข้าเส้นใช้เวลา สี่ชั่วโมงกะเศษยี่สิบกว่านิดหน่อยนาที (เวลาระดับนี้ แฮะ...แฮะ...วงการวิ่งถือว่าเท่พอใช้ได้ครับ แฮ่)

ก่อนลงแข่ง ชีพจรยามพัก ตอนนั้นเหลือแค่ ๔๕ ตุ๊บต่อนาทีครับ

และคงสภาพ ๔๕ ตุ๊บต่อนาทีถึงวันนี้ เพราะการซ้อมแบบพยายามรักษาสภาพแอโรบิคให้เต็มถังอยู่ตลอดเวลา ประกอบด้วยหากไม่ได้วิ่ง ก็ไปปั่นเที่ยวทีละเป็นเดือน ปั่นกันทั้งวัน อะไรทำนองนั้น

อยู่บ้านขี้เกียจวิ่งทั้งเช้าและทั้งเย็น ก็หันลงไปว่ายน้ำบ้าง ว่ายทีซักสองกิโลเมตร

แต่ยืนยันครับ ไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาเหมือนเช่นผม เพียงแต่ผมมีเวลามากกว่าชาวบ้านแค่นั้นเอง

คงจะพูดแตกปลายออกยอดไปเรื่อยครับ กะกระทู้นี้

แต่จะพยายามโยง วกกลับมาถึงเรื่องที่ตั้งใจแต่เริ่มแรก เรื่องเป็นห่วงพรรคพวกเล่นปั่น จนเป็นโรคปั่นถึงตาย

ยังยืนยันครับ อย่าไปกลัวอึ๋มไม่อึ๋ม เล่นไปเถอะครับ

เรื่องสำคัญที่เผอิญเขียนแต่หลุดไป คือเรื่องตายเพราะขาดน้ำ นี่ละครับเป็นเรื่องหลักที่เหตุทำให้ตาย

เผอิญ...หลุดไปพูดถึงเรื่องชีพจรยามพักไปเสียแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญใช้ดูแลความฟิตของเราตอนนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี


ไว้จะวกมาพูด แบบวนไปวนมากันซักพักละครับ แต่ตอนนี้พูดต่ออีกซักนิดก็ได้ครับ

ชีพจรยามพัก สำหรับผม เอาไว้ดูครับว่าวันไหนควรจะไปปั่นอัดมัน หรือเบาหน่อย แบบเกรงใจร่างกาย ตื่นเช้าจับชีพจรยามพักซักหน่อย มันเป็นตัวบอกเราครับ

ผมเสียท่ามาจับจักรยานปั่นเที่ยวเล่นทริปแรก ก็หลังหัดวิ่งครบเกือบสองปี ฐานแอโรบิคแน่นแล้ว เหลือแต่ฟิตกล้ามเนื้อส่วนใช้ปั่น

อยากจะรู้เพื่อนๆ หากท่านใดตั้งนิสัยจับชีพจรยามพักเมื่ออรกเริ่มหัดปั่นจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย ได้อัตราหัวใจยามพักเป็นอย่างไร หากท่านใดเก็บบันทึก บอกเล่าสู่กันฟังบ้างเถอะครับพร้อมวิธีปั่นโดยสังเขป

ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้า


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

[quote]เสือหงอย 21 ก.ค. 2010, 14:14
เอาผมมาขายซะแล้ว ต้องต้มกาแฟให้ผมกินหนึ่งแก้ว อย่าลืม 555[/quote]


ไหนๆ...ก็เอาเสือหงอยมาขายหากินในกระทู้เป็นห่วงเพื่อน ที่ตรงนี้

ก็ขอค้นในส่วนที่เสือหงอย ถามเมื่อครั้งกระโน้น แล้วอาจารย์หมอ "ป๋าลู" ตอบ

เพื่อประโยชน์คนใกล้เคียงเห็นเพื่อนฝูง ที่ใจฝ่อนั่งห่อเหี่ยวจะเดินก็กลัวจะวิ่งก็ไม่กล้า หลังถูกผ่าทำบายพาสสหัวใจ เพราะในโลกจริงชีวิตคนป๋วยบ้านเราที่โดนเรื่องนี้ ทั้งอาจจะระวังเกินไปเอง ทั้งอาจจะกลัวด้วย...มักจะมีหมอเจ้าของไข้สั่งห้ามขาด ห้ามเล่นออกกำลังกายที่หนักเกินกว่าเดิน

โถ...เสือหงอย เพื่อนผมนี่ ขอออนุญาตเอามาขายให้ถึงขนาดแก้ผ้าดูกันเลยนะครับ

เสือหงอย เพื่อนผมนี่ เปิดหน้าอก ผมเห็นในครั้งแรก...สยองรอยมีดกรีดผ่าแหวะหน้าอก ต่ำจากใต้กระเดือกลงมาที่เนินยอดอก เปิดแผลยาวถึงลลิ้นปี่ แผลเย็บใหญ่กว่าตะขาบตัวโตๆเลยละครับ

ต่อคำถามเสือหงอย ผมขอทำก้อปปี้ซ้ำอีกที
เสือหงอย
15 ก.พ. 50 12:46:55

ผมเพิ่งปั่นจักรยานได้ประมาณ 6 เดือน มักจะปั่นคนเดียว

เมื่อก่อนปีใหม่ชวนคนที่ปั่นมานานนำหน้าความเร็วเฉลี่ยประมาณ 29 กม./ชม. เป็นการปั่นทวนลม ลมค่อนข้างแรง ปั่นตอนบ่าย 3 โมง อากาศร้อนแบบชายทะเล HR ประมาณ 147 ไม่มีการหยุดพักและไม่มีการจิบน้ำเพราะคิดว่ายังทนได้ ได้ระยะทางประมาณ15 กม. และจะต้องขึ้นเขา

พอขึ้นเขาค่อนข้างชันได้ประมาณได้ 5 เมตรมีอาการเหนื่อยมากและง่วงนอน บอกเพื่อนว่าไม่ไหวแล้วเลยจูงรถจะไปหาเพื่อนที่อยู่สูงกว่าก็ไม่ไหว จึงเข้าข้างทาง

เพื่อนเห็นอาการไม่ดี วิ่งลงมาประคองแล้วผมก็หมดสติไปประมาณ 3 นาที

พอฟื้นมีอาการอยากอาเจียร แต่ทนประมาณครึ่งชั่วโมงจึงอาเจียรแล้วรู้สึกว่าโล่งขึ้น

สงสัยว่าจะขาดน้ำ

ปัจจุบันยังคงปั่นอยู่เกือบทุกวันๆละประมาณ 30 กม. ความเร็วเฉลี่ย 27 แต่คราวนี้ไปหลายคน เพราะเขากลัวเป็นลมอีก

สิ้นเดือนนี้วางแผนทางไกลไป ระนองข้างคืนวันรุ่งขึ้นปั่นกลับ ผมอายุ 53 ทำ bypass มา 3 ปีแล้ว รักการปั่นมากตอนนี้เหมือนยาเสพติด เขียนมาคุยด้วย เห็นผู้มีความรู้เขียนมา ถ้ามีอะไรแนะนำบอกด้วยครับ ขอบคุณครับ



จาก
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
ความเห็นที่ ๑๔๔
แล้วมาฟังคำตอบ...คำแนะนำจากป๋า จากกระทู้ที่อ้างถึงอันเดียวกัน
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694
ในโพสลำดับที่ ๘๕
lucifer
Grand Member
15 ก.พ. 50 17:17:56

อาการของคุณเสือหงอยนี่เขาเรียกว่าเป็นลมแดดครับ มันเป็นอาการแรกสุดของHeat stroke ซึ่งน่าจะมาจากขาดน้ำเป็นสำคัญครับ พยายามหมั่นดื่มน้ำนะครับ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน เพราะการปั่นจักรยานจะมีลมผ่านร่างกายเราตลอดเวลา โดยเฉพาะหากมีลมแรงๆ เหงื่อจะระเหยไปอย่างรวดเร็วทำให้เราไม่รู้สึกตัวว่าหลั่งเหงื่อ แรกๆก็ไม่เป็นไรครับ แต่พอผ่านไปร่างกายขาดน้ำไปมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบระบายความร้อนในร่างกายจะเริ่มทำงานแย่ลง ( เหมือนรถสปอร์ตหม้อน้ำรั่ว น้ำหมดนั่นแหละครับ แรงแค่ไหน ก็shaftละลายหมด ) ยังดีนะครับ ที่หาที่landingได้ก่อนจะเป็นลมกลางอากาศ

ทำbypassมา 3 ปีแล้ว หากbypassทำงานได้ดี เราก็จะถือว่าเป็นบุคคลที่หลอดเลือดหัวใจปกติครับ ถ้าไม่มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอยู่แต่ก่อน ก็ถือว่าการทำงานของหัวใจอยู่ในขั้นที่ไว้ใจได้ อย่างไรก็ตาม ควรจะได้ปรึกษาแพทย์ทางโรคหัวใจเพื่อทำExercise stress test บ้าง ก็น่าจะดีเช่นกัน

( HR 147 สำหรับชายอายุ 53 จัดได้ว่าน่าจะอยู่ประมาณ 88% ของMax HR ซึ่งจัดว่าเป็นระดับการออกกำลังกายที่อยู่ในระดับของ Anaerobic threshold แล้ว หากAerobic capacityไม่มากพอ ไม่ค่อยอยากจะให้เล่นที่ระดับนี้บ่อยนักนะครับ แนะนำให้ลองปั่นที่ระดับไม่เกิน 80 % MaxHR ถ้าให้ดีที่สุด ให้เล่นอยู่แถวๆ 70-75% MaxHR ไปสักพักใหญ่ๆก่อนครับ ( อย่างน้อย 2000 - 3000 กม. เพื่อให้ระบบaerobic แข็งแรง แล้วจึงค่อยเริ่มไปเล่น Interval )


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”