ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ท่านเสือยิ้ม ช่างรู้ใจ จริงๆ อิ อิ

ความจริงคือว่า ช่วงนี้มีงานที่ กทม ต้องมาราชการ บวก รายงานกรมกรอง ให้เรียบร้อย

ตอนนี้เพิ่งจะเสร็จงาน ดังนั้นจะกลับมารายงานในเร็วนี้ครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ที่เห็นเด่นใหญ่โตอยู่ตรงกลาง นั้นคือ จันดีศิวะ (เทพผู้ทำลาย) ส่วนทางซ้ายนั้นคือ จันดีพรมหมณ์ (เทพผู้สร้าง) ทางขวาคือ จันดีวิษณุ (เทพผู้คุ้มครอง)

รูปภาพ

นี้คือ จันดีศิวะ (Shiva) ครับ เป็นเทวลัยที่ใหญ่และสำคัญที่สุด อยู่ตรงกลางของปรัมบานัน

รูปภาพ

ด้านซ้ายมือเป็นวิหาร จันดีพรมหมา ครับ

รูปภาพ

ตรงวิหารจันดีศิวะ ผมไม่ได้ขึ้นไปดู เพราะการจราจรติดขัดเนื่องจากนักท่องเที่ยว เราเลยย้ายไปดูวิหาร จันดีพรมหณ์ ก่อน

รูปภาพ


หมู่เทวาลัยปรัมบานัน เป็นเทวาลัยของศาสนาฮินดู นิกายไศวะนิกาย เริ่มก่อสร้างหลังจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ประมาณ ๕๐ ปี มีกำแพงแบ่งเป็น ๓ ชั้น ชั้นนอกสุด เป็นพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ รายละเอียดไม่ปรากฏชัด เข้าใจว่าเป็นที่อยู่ของพราหมณ์และนักบวชผู้ดูแลหรืออาราม(ASHRAM)สำหรับการศึกษาหลักศาสนา น่าจะก่อสร้างด้วยวัสดุพวกอิฐดินเผาหรือไม้จึงไม่เหลือซากปรากฏให้เห็น ชั้นกลาง พื้นที่ขนาดประมาณ ๒๒๒ เมตร * ๒๒๒ เมตร เป็นส่วนสำหรับสามัญชนมาประกอบพิธีกรรม ประกอบด้วยเทวาลัยขนาดเล็กกว้าง ๖ เมตร ยาว ๖ เมตร สูง ๑๔ เมตร เรียงเป็นแถว ๔ แถว ยกระดับลดหลั่นกันไป รวม ๒๒๔ หลังเรียกเทวาลัยเพอวารา (Candi Perwara) เทวาลัยส่วนใหญ่พังทลายลงหมดจะเหลือก็แต่เพียงส่วนฐานของเทวาลัยเท่านั้น ชั้นในสุดจะยกระดับสุงขึ้น พื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสมีกำแพงล้อมรอบ มีประตูทางเข้า ๔ ทิศ เป็นเขตที่จำกัดสำหรับกษัตริย์และบุคคลชั้นสูงเข้าเท่านั้น มีเทวาลัยขนาดใหญ่ทั้งหมด ๘ หลัง โดยเทวลัยขนาดใหญ่ ๓ หลังที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เทวาลัยตรีมูรติ เพื่อถวายเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ ของศาสนาฮินดู คือจันทิพระวิษณุ(เทพผู้คุ้มครอง)อยู่ทางทิศเหนือ จันทิพระศิวะ(เทพผู้ทำลาย)อยู่ตรงกลางมีขนาดใหญ่สุด และจันทิพระพรหม(เทพผู้สร้าง)อยู่ทางทิศใต้ โดยปราสาทจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทั้งหมด แถวหน้าจะเป็นปราสาทที่มีขนาดย่อมลงมาหน่อยสำหรับพาหนะของเทพทั้งสามชึ่งตรงกับด้านหน้าของ จันทิของเทพทั้งสาม มีจันทิครุฑ (Candi Garuda) พาหนะของพระวิษณุ อยู่ทิศเหนือ จันทิโคนนทิ (Candi Nandi) พาหนะของพระศิวะ อยู่ตรงกลาง และจันทิหงส์ (Candi Angsa) พาหนะของพระพรหมณ์ทางทิศใต้ จันทิเหล่านี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เทวาลัยใหญ่อีก 2 หลัง เรียก Candi APIT จะอยู่ที่ขอบทางทิศเหนือและใต้ และส่วนปราสาทเล็กจะอยู่ที่ 4 มุม เรียกจันทิ ปาตอก (Candi Patok) และ 4 ทางเข้าเรียกจันทิเคลีย (Candi Kelir)เหล่าจันทิหลักในเขตกำแพงนั้นจะมีรูปทรงคล้ายกัน มีเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดีย


จันทิศิวะ (Candi Shiva)

จันทิศิวะถือเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเทวาลัยปรัมบานัน ใหญ่ที่สุดและงดงามที่สุดในบรรดาหมู่ปราสาท ปรัมบานัน และยังกล่าวได้ว่าใหญ่ที่สุดในชวาอีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะกษัตริย์ทรงนับถือไศวะนิกายซึ่งนับถือพระอิศวรเป็นเทพสูงสุดยิ่งกว่าเทพใดๆ องค์เทวาลัยมีขนาดกว้าง ๓๔ เมตร ยาว ๓๔ เมตร สูง ๔๗ เมตร ภายจะแยกเป็นห้อง ๕ ห้อง แต่ละห้องทั้งสี่ทิศจะเชื่อมถึงโถงกลาง ห้องด้านทิศตะวันออกต่อเนื่องถึงโถงกลางจะประดิษฐานรูปสลักของพระศิวะยืนอยู่บนฐานโยนี (แทนที่จะเป็นรูปศิวลึงค์ตามที่เรามักจะเห็นตามเทวาลัยอื่นๆ) ห้องด้านทิศเหนือจะปรดิษฐานรูปสลักเจ้าแม่ทุรคา (Durga) ซึ่งเป็นภาคดุร้ายของพระอุมามเหสีห้องด้านทิศใต้ประดิษฐานรูปสลักฤาษีอกาศตยา (Rishi Agastya) ซึ่งเป็นอาจารย์ และ ห้องด้านทิศตะวันตกปรดิษฐานรูปสลักพระพิฆคเณศร์บุตรของพระศิวะ ส่วนยอดของปราสาทเป็นทรงระฆังคว่ำต่างจากเทวาลัยฮินดูที่พบเห็นกันทั่วไป เข้าใจว่าได้รับอิทธิพลจากบุโรพุทโธมหาเจดีย์ของพุทธมหายาน




จันทิพรหม (Candi Brahma)
จันทิพรหม มีลักษณะและขนาดเท่ากับจันทิพระวิษณุ มีห้องเดียวเป็นโถงกลางเช่นกัน มีรูปสลักพระพรหมบรรจุอยู่ภายใน ภาพบนกำแพงจะเป็นเรื่องรามายณะต่อเนื่องจากปราสาทพระศิวะไปจนจบเรื่อง

อินเดียสมัยโบราณ พระพรหมถือเป็นเทพผู้สร้างโลก ได้รับการยกย่องโดยพวกพรหม ให้มีฐานะเท่าเทียมกับพระวิษณุ (ผู้คุ้มครองโลก) และพระศิวะ (ผู้ทำลายโลก) วิวัฒนาการทางความเชื่อทางศาสนา และศิลปกรรมของอินเดียมีการ เปลี่ยนแปลง ตามแคว้นต่าง ๆ เสมอรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตามประเพณีความเชื่อในช่วงสมัยนั้น ๆ โดยมีการนับถือนิกายต่างกันไป กล่าวสำหรับ ไศวะนิกาย และไวษณพนิกาย ที่ให้ความเคารพนับถือพระศิวะ และ พระวิษณุเป็นพิเศษ จึงลดความศรัทธาและความเชื่อถือพระพรหมลง ตามความเชื่อของไศวะนิกายถือว่าพระพรหมกำเนิดจากดอกบัวที่ผุดขึ้นมาจากพระนาภีของพระนารายณ์ขณะบรรทมบนพระอนันตนาคราช (ปรางนารายณ์บรรทมสินธุ์นั่นเอง) จากการแข่งขันกันทางด้านความเชื่อ พระพรหมจึงกลายเป็นเทพองค์ที่บทบาทน้อยที่สุด คงเข้าตำราที่ว่าเรื่องราวของพรหมณ์ไม่ค่อยสนุกตื่นเต้นเหมือนเทพองค์อื่น ถือเป็นหนึ่งในมหาเทพทั้งสาม ที่มีศีลบริสุทธิ์ได้รับความเคารพนับถือจากสรรพสัตว์ จึงไม่มีเทวดาหรือมนุษย์เอาเรื่องไปเล่าลือกันเล่น ๆ ไม่ว่าจะในทางยกย่องหรือเสื่อมเสีย เมื่อท่านเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่มีพระทัยดี มีเมตตา กรุณาและมุทิตา ถ้าถูกตำหนิติเตียนหรือนิยมชมชอบประการใดก็จะทำใจอุเบกขา ไม่หวั่นไหวต่อคำนินทาหรือสรรเสริญทั้งหลายทั้งปวง ตามหลักธรรมของพระพรหม ที่เรียกว่า พรหมวิหาร ๔ อันเป็นธรรมะของผู้หลักผู้ใหญ่ และครูบาอาจารย์โดยทั่วไปกระมัง


หลังจากที่เดินเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนกลางและเยี่ยมชมจันดีศิวะ หรือ Shiva กัน ตอนนั้นนั้นนี้มัวตัวถ่ายโน้นถ่ายนี้บวกคุยตลกโปกฮากันอยู่ยังกะเด็กๆ
เลยไม่ได้สนใจในรายละเอียดนัก 55555 พวกเด็กสมาธิสั้น...... :? :? :?

จากนั้นไกด์พาผมกับ ทีมงานตอนบ่ายคลายเครียด เดินเยี่ยมชมจันดีที่อยู่ตรงซ้ายนั้นคือ จันดีพรพรมหณ์ เราจึงมีรูปที่มีสาระมาฝากท่านผู้ชมได้ครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

หลังป้ายที่แปลเป็นไทยได้ว่า "ห้ามปีน" ก็จะเห็นจันดีศิวะ

รูปภาพ

เมื่อขึ้นไปห้องที่อยู่ในจันดีก็จะเห็นรูปแกะสลักจากหินของเทพผู้สร้าง พระพรหมณ์ (ขอพร ให้รวย ให้สมหวัง ตามระเบียบ :lol: :lol: )

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ภาพนี้ถ่ายตอนที่อยู่บน จันดี พรมหณ์ จะเห็น วิหารอีกที่หนึ่งที่อยู่ตรงข้าม จันดีศิวะ ซึ่งจะบนนั้นเมื่อขึ้นไปแล้วจะมีรูปปั้นโคนอนอยู่

รูปภาพ


หลังจากที่เราเยี่ยมชมวิหาร จันดีพรหมณ์ เรียบร้อย ก็เดินอ้อมไปส่วนหลังของ พระวิหาร ก็จะเป็นสนามหญ้า
และเมื่อมองจากจุดนี้จะเป็นวิหารที่สำคัญทั้งสามวิหาร คือ ศิวะ พรมหมา วิษณุ อย่างสวยงาม

เราในฐานะนักท่องเที่ยว ก็เลยต้องเก็บรูปไว้ซักหน่อยนึง

รูปภาพ

ไกด์บอกเราว่าตรงวิหารส่วนนี้สามารถเดินขึ้นไปดูได้ เลยถามพวกเราว่าเข้าไปดูหน่อยมั๊ย

คณะตอนบ่ายคลายเครียด ก้สั่นหน้าพร้อมกัน :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

รูปภาพ

และเมื่อเห็น ที่ที่จะพอนั่งได้ ก็ไม่วาย แต่แช่ให้รากงอกกันก่อน :lol: :lol: :lol:
ตรงข้างหลังจะเห็นว่ามีเต้นท์ กางเรียงรายอยู่ ที่นั้นจะเป็นค่ายที่พักของนักเรียนที่เตรียมจะเข้าชม
งานแสงสีเสียง กลางแจ้ง โดยใช้ฉากหลังเป็นปราบรานัน ที่จัดในช่วงคืนนี้พอดี ตอนแรกก็พอสนใจจะมาดูเหมือนกัน

แต่ติดที่ว่า คืนนี้มีนัดทานอาหารกับเพื่อนพนักงานที่บริษัท และเช้าวันพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ก็เลยต้องงด

รูปภาพ

เมื่อเราเดินออมกลับเข้ามายังวิหารสุดท้ายของเรานั้น คือ วิหาร จันดีวิษณุ
ลองอ่านรายละเอียดที่ค้นมาจากอินเตอร์เนต และรูปประกอบครับ

จันทิวิษณุ (Candi Vishnu)
จันทิวิษณุ มีลักษณะเหมือนกับจันทิศิวะ แต่มีขนาดเล็กกว่ามีขนาด กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สูง ๓๗ เมตร มีห้องเพียงห้องเดียวเป็นโถงกลาง บรรจุรูปสลักพระวิษณุ ตามตำนานพระวิษณุ (นารายณ์) เทพผู้คุ้มครองโลก ความเชื่อของชาวฮินดูพระองค์ คือเทพทำหน้าที่บริหารหรือเป็นผู้คุ้มครองโลกที่สำคัญ “พระวิษณุ” หรือ “พระนารายณ์” ถือได้ว่าแตกฉานศิลปะต่าง ๆ ในทุกด้าน เมื่อเกิดเหตุร้ายในโลกมนุษย์ หรือสวรรค์เมื่อใด พระวิษณุก็อวตารลงมายังโลกมนุษย์หรือสวรรค์ปรากฏตนในปางต่างๆกัน ๑๐ ปาง (บางตำนานยังแยกย่อยไปถึง ๒๒ ภาค) จึงได้รับความเคารพนับถือจากเหล่าเทวดาและมนุษย์มาก ภาคอวตารที่เด่นๆและปรากฏในศิลปะของชวาและภาพสลักบนผนังของเหล่าเทวาลัยฮินดูในชวาคือ ปางที่ ๘ รามาวตาร (อวตารเป็นมนุษย์ชื่อพระราม ในมหากาพย์รามายนะ) ซึ่งจะเป็นภาพสลักที่เดินเรื่องเป็นหลักในจันทิปรัมบานันแห่งนี้ในผนังของจันทิศิวะและจันทิพราหมณ์ และปางที่ ๙ กฤษณาวตาร (อวตารเป็นพระกฤษณะในมหากาพย์เรื่องมหาภรารตยุทธ์) ซึ่งจะปรากฏเป็นภาพสลักบนผนังกำแพงของจันทิวิษณุภาพ เรื่องราวตอนนี้เกี่ยวกับอวตารของพระนารายณ์ปรางมาเป็นพระกฤษณะเพื่อสั่งสอนหลักภควัตคีตาอันเป็นแก่นของหลักธรรมศาสนาฮินดูให้แก่อรชุนผู้นำของพี่น้องปาณฑพแห่งจันทรวงศ์ตระหนักถึงหน้าที่ของตนในฐานะนักรบและกษัตริย์ ขณะทรงหดหู่และท้อถอยพระทัยที่ต้องนำทัพออกทำสงครามชิงเมืองกับเจ้าชายทุรโยชน์ ผู้นำพี่น้องฝ่ายเการพ แห่งจันทรวงศ์เช่นกัน เพราะทรงเห็นว่าล้วนเป็นพระญาติกันทั้งสิ้นในมหากาพย์มหาภารตะ แต่ภาพบางส่วนขาดหายไปจึงทำให้เรื่องราวก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน

ปางที่ ๑๐ กัลกยาวตาร (อวตารเป็นมนุษย์เรียกว่า วีรบุรุษขี่ม้าขาว) ปางนี้เป็นปางที่ยังไม่เกิดขึ้น ถือเป็นปางที่ทรงเป็นมหาบุรุษขี่ม้าขาวถือดาบทำลายศัตรูของมนุษย์เพื่อปราบกลียุคในยุคที่สังคมเสื่อมทรามขาดหลักธรรมทางศาสนายึดเหนี่ยวจิตสำนึกแห่งความดีงาม บางตำนานจึงได้กล่าวอ้างว่าปางนี้คืออวตารเป็นพระพุทธเจ้าศรีอริยเมตไตรย์ที่จะมาโปรดสัตว์หลังจากวันสิ้นโลก ซึ่งถือว่าศาสนาพุทธก็คือส่วนหนึ่งของฮินดูนั่นเอง



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปสลัก พระวิษณุครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ทุกคนเริ่มอ่อนแรง เพราะเดินทางท่องเที่ยวกันมาทั้งวัน และตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นไม่ว่าไกด์จะป้อน จะยัด ความรู้อันใดให้ ก็ไม่รับแล้ว

เมื่อเสร็จจากวิหารจันดีวิษณุ เรียบร้อยแล้ว ก็เดินตรงแน่ว เหมือนนัดหมาย เพื่อกลับไปยังรถ :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ

ฝากด้วยภาพสวยๆ สุดท้าย ที่ตากล้อง(ในภาพ)ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปอย่างมือโปร ด้วยท่าทางที่แสนจะอีโรติกครับ :mrgreen:


ลาก่อนนะ ปรัมบานัน แล้วเมื่อมีโอกาสเราคงได้เจอกันอีกครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

เมื่อพวกเรากลับมาถึงโรงแรม ก็มีปัญหาเล็กน้อยกับคุณไกด์ทัวร์ ซึ่งคุณท่านแกขอเรียกเก็บเงินเพิ่มอีกหลายรูเปี๊ยะ
อันเนื่องมาจากเรามายกขโยง คณะตลก ไปด้วย ทำให้แกต้องจ่ายค่าเข้าตั๋วตามสถานที่ต่างๆ เพิ่มเติม จากที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้เพียงคนเดียวคือผม

เลยต้องให้ มิสมัสรูดีน ประสานงานช่วย เจรจาให้

ส่วนผมก็ได้แค่ทำหน้าเหมือนอยากช่วย :? :? :? อยู่ข้าง มิสมัสรูดีน เท่านั้น

ท่าจะคุยกันยาว มิสมัสรูดีน ต่อสายคุยกับทางส่วนกลาง คงในเรื่องค่าใช้จ่ายว่าจะเบิกเพิ่มอย่างไร

ระหว่างรอผลการพูดคุยกับทางส่วนกลาง ผมเลยใช้จังหวะนี้ ยื่นทิป สำหรับไกด์ให้ตามทำเนียมปฏิบัติ

ในฐานะแกปากเปียกปากแฉะเล่าเรื่องต่างๆ จนน้ำลายแห้งหมดปาก

(ผมเห็นเวลาแกเล่าเรื่องราวต่างๆ น้ำลายจะกระเด็นกระดอนตลอด จนต้องแอบยืนห่างๆ :mrgreen: )

ผมเห็นว่าแกกับ มิสมัสรูดีน อัลเบริต ยังมีเรื่องต้องเคลียร์กันหลังห้อง อีกหลายยก เลยขอตัวกลับห้องก่อน เพราะคิดว่ายังเขาก็คงเบิกให้แน่ๆ

ก่อนจะเดินกลับห้อง มิสมัสรูดีน บอกกำหนดการคร่าวๆ ว่า ทุ่มนึง เจอกันที่ล๊อบบี๊


เมื่อทุ่มนึงตามกำหนดเวลา ผมก็มานั่งรอที่ล๊อบบี้ พร้อมด้วย มิสมัสรูดีน กับอัลเบิร์ต ซึ่งพาสาวน้อยสุดเซ๊กซี่ ลีน่า มาด้วย
ทั้งหมดมาด้วยชุดหล่อเหล่า และสวยเซ๊กๆซี่ ทิ้งให้ผมอยู่ในเสื้อภาระกิจ ว๊าวววว เพียงคนเดียว

ในระหว่างที่รอ สมาชิกก็มาเพิ่มเรื่อยๆ มีทั้ง ฝรั่งผมแดงสองท่าน (ทราบว่าเป็นหัวฝ่าย Logistric จากทาง เยอรมันบริษัทแม่ มาประชุมกันที่ยอกยาการ์ต้า)
ฝรั่งทั้งสองท่านเดินมาทักทายผม และบอกว่ารู้จักผม ตั้งแต่อยู่ที่เยอรมัน ตั้งแต่ว่าจะขี่จักรยานรณรงค์ลดโลกร้อน 4 ประเทศให้กับบริษัท
ทำให้ที่นั้นค่อนข้างจะรู้จักผมดี เพราะมีการออกข่าว และมีเสื่อ หนังสือพิมพ์ประจำบริษัทเมอร์ค ที่ส่งให้บริษัทสาขาทั่วโลก (หุ หุ ประวัติไม่ดีจนเขารู้ไปทั่วโลกแล้วเรา :? :? )

และเมื่อแขกคนสำคัญของเรามาถึง นั้นคือ ท่าน President Director (คนที่ผมเคยพูดถึงตอนที่อยู่มาลัง) Mr Raff Annezen
มาถึง ก็ได้เวลาจรลี เพราะตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มเสียแล้วว

ใครว่าฝรั่งตรงเวลาหว่า????


พวกเราขับรถออกไปนอกเมืองเพื่อไปร้านอาหารแห่งนึง ซึ่งเป็นร้านซีฟู๊ดมีชื่อ (แน่นอนอยู่แล้วคณะ VIP ออกอย่างนั้น)

ถือเป็นลาภปากแท้ๆ เลย

ตัวร้านจะอยู่กลางทุ่งนาข้าวที่กำลังออกรวง มีนักดนตรีสะพายกีต้า กับกลองตัวเล็ก มาคอยขับกล่อมสร้างบรรยากาศ

ตรงนี้เป็นจุดเลือก วัตถุดิบ ที่จะลงท้องเราในเย็นนี้ :mrgreen:

รูปภาพ

รูปภาพ

จุดนี้ใช้ปรุง เขาใช้ถ่านจากกะลามะพร้าวครับ

รูปภาพ

ท่านฝรั่งเยอรมันต่าง สุขขี สุขสันต์ กับอาหารรสชาติดี

ส่วนผมก็มิต่าง เข้าคอนเซ็ป อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ :lol: :lol: :lol: :mrgreen: :mrgreen:


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ส่วนพวกเราหัวดำ ยังรออาหารกันอยู่ครับ

รูปภาพ

น้ำจิ้มที่นี้ครับ และที่เห็นเป็นครกเล็ก ก็ Sambal ครับ

รูปภาพ

จานนี้เป็นอย่างไร เบลอไปหน่อย แต่พอมองเห็นได้ว่ามีสัตว์อะไรบ้างนะครับ :mrgreen:

เวลาเขาย่าง จะคลุกด้วยเครื่องแกงแบบบ้านเรา รสชาตินั้นจะออกเหมือนเครื่องแกงห่อหมก แต่หอมและเผ็ดกว่า
อร่อยทีเดียว ตอนนั่งเล่าอยู่นี้นั่งกลืนน้ำลายตลอด

รูปภาพ

ระหว่างรับประทาน ก็มีดนตรีมาขับกล่อม นักดนตรีที่นี้เล่นได้ทุกสไตล์
เสียงกีตาร์นุ่ม กับกลองที่ให้จังหวะ ทำให้อรรถรส ในการรับประทานสุดยอดไปเลย

รูปภาพ

ปรกติที่เห็นทุกคน หัวดำอินโด และหัวแดง กินกับมือ ทั้งหมด
เวลากิน เขาจะมีใบตองมารองไว้ แล้วตักใส่ ใช้มือหยิบกับ มาวางใช้มือคลุ๊กแล้วรับประทาน


แต่ชายโฮ่วว ทนไม่ได้ รับไม่ได้ เลยขอหยิบ ช้อนกับส้อมที่วางไว้ข้างๆ มากิน

จริงๆ คือขี้เกียจล้างมือครับ :lol: :lol:

รูปภาพ

หลังจากรัปทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็เลยไปถ่ายภาพหมู่ เพื่อเป็นที่ระลีก ในการครั้งนี้

ผมลืมแนะนำ สาวสวยใจดีของผมในชุดชมพู ที่ขนาบด้วยฝรั่งร่างใหญ่ เธอคือ Nicken ผู้จัดการ CSR ของเมอร์คอินโดนีเซีย
รวมทั้งเป็นผู้จัดการส่วนตัวผมด้วย ในเวลาที่ผมอยู่ อินโดนีเซีย ถ้าจะเปรียบในหน้าที่แล้วเธอคงเหมือนคุณแม่พระ และเหล่านางฟ้า ในอินโด

เธอและเพื่อนในกลุ่ม CSR เป็นเพื่อนที่น่ารักนั้นแหละดีที่สุด ผมต้องขอบคุณ r;dเธอมากเพราะเธอปฎิบัติต่อผม
เหมือนเพื่อนจริงๆ ไม่ไช่เพื่อนร่วมงาน คอยเป็นห่วงเป็นใย จนรับรู้ได้ มิตรภาพอันนี้จะไม่วันลืมครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ตอนนี้ผมถือได้ว่าได้เดินทางมาถึงครึ่งหนึ่งของการเดินทางในประเทศอินโดนีเซียแล้วครับ
แต่จะเห็นได้ว่า ผมใช้เวลาเยอะกว่ามากในการสรุปทริป :lol: :lol: :lol:
เพราะการสรุปทริปนั้น ไม่ง่ายเลยกว่าจะลำรึกถึงเรื่องราว และเขียนบรรยาย ปั่นนะง่ายกว่ากันเยอะเลยครับ

ตอนนี้ผมอยู่ในยอกยาการ์ต้า ซึ่งอยู่ใน Central Java ถือว่าเป็นจุดกึ่งกลางของของเกาะชวาพอดี
ผมมีเวลาเหลืออีกสิบวันจากนี้เพื่อไปยังเมืองจาการ์ต้าเป้าหมายของผมในประเทศนี้ ดังนั้นผมต้องเร่ง ขา ถีบแล้วละครับ เพราะทางข้างหน้ามีแต่เขาทั้งนั้น

สำหรับการเดินทางในวันนี้จัดว่า เข้มข้นด้วยเนินชัน ตามแบบ ภูมิประเทศในอินโดนีเซีย เพื่อไปยังที่พักในเมือง Wonosobo ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
คือ เดียงพลาโต แต่ผมคงไปได้แค่แวะพักครับ คงไม่ได้เที่ยวอะไร เพราะผมยังมีโปรแกรมต่ออีกครับ

วันที่สิบสองของการเดินทาง

ยอกยาการ์ต้า ไปยัง วอนอโซโบ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 07:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

เช้าวันนี้ผมตื่นแต่เช้า เมื่อกินข้าวเช้าโรงแรมเสร็จก็จัดแจงข้าวของเพื่อออกเดินทาง

โดยตอนเช้าผมก็เจอกับคณะท่านประธาน Mr.Raff กับคณะจากเยอรมัน ทั้งหมดเตรียมจะออกทัวร์เหมือนผม
แต่เป็นทัวร์บิ๊กไบค์ พวกเขาจะไปกันทีชายทะเลเป้าหมาย 20 กม ส่วนผม จักรยาน เป้าหมายวอโนโซโบ 96 กม :mrgreen: :mrgreen:

เอาเป็นว่า เริ่มต้นพร้อมกันก็เป็นอันใช่ได้แล้วครับ

รูปภาพ

Nicken วันนี้เธอมาเป็นสาว สก๊อย กิติมศักดิ์ ให้ท่าน มร. ราฟ ก่อนจะไปเธอบอกเจอกันอีกทีที่จาการ์ต้าเลย วู้...........

รูปภาพ

ที่ยอกยา นี้ จะมีของแปลกให้หาชมคือ ลิเกตามสี่แยก ยามเมื่อรถติดไฟแดงเมื่อไหร่
นักแสดงที่แต่งหน้าเหมือนงิ้ว เหล่านี้ก็จะออกร่ายรำ ประกอบดนตรีที่ยกคณะมาไว้ตรงสี่แยก

ดูแล้วเป็นที่เฮฮา และมีสีสรรค์ ดูแล้วแอบอมยิ้มเสมอ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทางตรงนี้สะดวกสบาย ถนนกว้างใหญ่ครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

เส้นทางวันนี้ ช่วงแรกของเส้นทางก็พอจะขี่ได้สบายหน่อย ถึงจะไม่ไหล แต่ทำความเร็วเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์พอรับได้

ผ่านซักชั่วโมง ได้ระยะทางประมาณยี่สิบกิโล ก็เห็นเขาเลี้ยงปลา และกำลังคัดแยกปลาอยู่ข้างทาง เลยหยุดดูอยู่พักใหญ่

รูปภาพ

เห็นคนมุงซื้อปลาพวกนี้ไป แต่คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง เดาเอาว่าเขาน่าจะไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมั้ง

เขาใช้ระบบน้ำไหลไปตามคูที่ลดระดับ แล้วกักเป็นบ่อเล็กๆ ซึ่งแต่ละบ่อก็จะมีปลาขนาดไซส์ที่แตกต่างกันไป
บางบ่อก็เป็นปลาตัวขนาดเล็กฝอย เหมือนเพิ่งออกจากไข่ได้ไม่นาน

คนซื้อ ก็มาซื้อกันไปเป็นถุงใหญ่ ใช้สวิงตักกันเป็นที่สนุกสนาน

รูปภาพ

รูปภาพ

ตรงวงเวียนนี้เป็นจุดแยกที่จะไปโบโรพุทธโธ ซึ่งผมต้องใช้เส้นทางนี้เลยได้ผ่านมาดูโบโรพุทธโธอีกรอบ แต่เที่ยวนี้ดูแค่ป้ายก็พอ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 18 ก.ค. 2010, 21:41, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ตรงนี้เป็นสถานีขนส่ง มีรถประจำทางแบบวิ่งระหว่างจังหวัด และมีรถม้าให้ได้ใช้บริการเช่นกัน

รูปภาพ

ถึงที่นี้โดยทั่วๆ ไป จะใช้แรงงานสัตว์ แต่ควายเหล็กก็มีให้เห็นครับ

รูปภาพ

แวะทานมื้อเที่ยง ด้วยเมนูสุดแสดนอร่อย ไก่ผัดหวาน ไข่นกกระทะ และหมี่ (มาม่า)โกเร็ง
ราดบนข้าว อิ่มอร่อย ไม่แพง อย่างนี้ซิ เขาเรียกว่าสมฐานะ อิ อิ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อขี่มาได้ระยะทางกว่า 75 กิโลเมตร หนทางเริ่มใต่ระดับสูงชันขึ้น ทางส่วนใหญ่ จะขึ้นแล้วลง แล้วขึ้น อูยยย เหนื่อยแท้
และเมื่อเหลืออีกเพียง 20 กิโลเมตร ฝนก็ยังเทลงมายังไม่ลืมหูลืมตา

ผมเลยต้องรีบขี่เข้าจอดตรงบ้าน ที่เจ้าของไม่รู้ไปใหน ฝนตกแรงมาก และอากาศหนาวเย็น เพราะเป็นมันเป็นพื้นที่สูงผมได้แต่สั่นงกๆ อยู่ที่นั้น

ผมติดแหงกอยู่ที่บ้านหลังนี้อยู่นานเลย แต่ถึงกะนั้นผมก็ไม่เหงานัก เพราผมมีเพื่อนๆ ชาวมอเตอร์ไซค์ แวะเวียนมาจอดพักหลบฝนที่บ้านหลังนี้เหมือนกัน
เพราะชัยภูมิดี ติดถนน และมีเพิงยื่นออกมาข้างหน้า แต่ส่วนใหญ่พวกเขาก็พักกันไม่นานนัก
พวกเขาเพียงแต่จะอาศัยเพิงพักนี้ในการควักเอาเสื้อฝนแล้วออกเดินทางต่อ

เสื้อฝนที่อินโดนีเซียที่นี้คุณภาพดีมาก เหนียวทนและถูก ผมก็ซื้อติดตัวไว้ตั้งแต่บนตอนอยู่บนโบรโม่ และพกติดตัวไว้ตลอด ผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วย
จนกลับมาเมืองไทยก็ยังใช้ได้อยู่ไม่เสียหาย อาจเป็นเพราะอินโดนีเซียฝนตกชุกชุม ทั้งปี ดังสินค้าด้านการป้องกันฝน เลยมีคุณภาพดีไปด้วยตามความต้องการ


รูปภาพ

รูปภาพ

ชั่วโมงกว่าเข้าไปแล้ว ฝนก็ยังไม่ซาเม็ดเลย แถมก็อาการยังเย็นเข้ากระดูก
เมื่อรอนานจนเห็นว่าคงรอต่อไปไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินเปลี่ยนไปใส่เสื้อฝน และเปลี่ยนรองเท้าออกลุยฝนไปจะดีกว่า เพราะนี้ก็จะเกือบห้าโมงเย็นเข้าแล้ว
ทางข้างหน้าก็สูงเอาการ แถมฝนตกแบบนี้ก็อาจเดินทางได้ช้า ทำให้ไปถึงที่พักค่ำมืดได้

ฝนหนาเม็ด ตลอดทาง น้ำไหลบ่าจากทางภูเขา และอากาศที่เย็นจนผมหนาวเข้ากระดูก

มันทำให้ขี่ได้ช้า และความเหนื่อย ความหนาว ทำให้ผมเริ่มใจท้อ ถอดใจ
ผมตัดสินใจยืนโบกขอเพื่อขออาศัยรถไปยังที่พักซึ่งอยู่ไม่ถึง 10 กิโลเมตร
ก็ไม่มีใครจอดให้เลย อาจเป็นเพราะฝนตกหนัก และทางชัน

ท้ายสุดก็ตั้งหน้าตั้งตา ก้มหน้าปั่นๆ ไปเรื่อย

ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อย เหงา คิดถึงครอบครัว โดยเฉพาะลูก

และเริ่มพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า "ผมอยากกลับบ้าน"

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

แต่เมื่อมาได้เพียงสิบกว่าวัน ไฉน มันสะดุดหยุด เอาอย่างนั้น

ผมโดนความ เหงา และ คิดถึง เล่นงานเสียแล้ว


แม้เป็นระยะทาง ไม่ถึงสิบกี่โลเมตร แต่ก็ได้แค่ใต่ไปเรื่อยอย่างเชื่องช้า
จนมันเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ ผมร่อนลงตรงเนินสุดท้ายและทางไหลไปไกลกว่าสองกิโล
พระเจ้าคงไม่ใจดำกับผมนัก ท่านมอบรางวัลเล็กๆ ให้กับผมเป็นการตอบแทน

และมาถึงเมือง Wonosobo ตอนทุ่มกว่าๆ ตอนขึ้นโรงแรมมันเป็นทางชันเหมือนขึ้นควนอีกลูกนึง
แต่ผมหมดแรงที่สต๊อคไว้ หิวข้าวมากๆ เลยต้องเข็นขึ้นไป เดินคอตกหมดสภาพเข้าไปเช๊คอินที่โรงแรม
แล้ว เมื่ออาบน้ำอาบท่าแล้ว ก็ออกไปเพื่อหาอะไรกิน โชคร้าย โรงแรมนั้นไม่อยู่ติดตัวตลาดเลย

จำต้องอาศัยห้องอาหารในโรงแรม อลังการ ประดับประดาอย่างสวยงาม แต่ดูเงียบเหงา เพราะไม่มีลูกค้าเลย
มีเพียงพนักงานบริการสองท่านเท่านั้น ผมสั่งข้าวผัด กับ ซุ๊ปร้อนๆ มากิน เพราะมันเย็นและเพลีย การกินซุ๊ปจะช่วยทำให้กลับมาสดชื่นได้เหมือนเดิม

ผมทานไปได้ซักพักหนึ่ง บริกรท่านเดิมก็เดินมาหาผม แล้วบอกว่า ท่านผู้จัดการโรงแรม (เจ้าของ) เขาอยากทานอาหารกับคุณด้วยครับ
ท่านผู้จัดการเป็นผู้หญิงมีอายุ แต่ดูมีบารมีและฐานะ และดูใจดี ท่านตักอาหารที่เป็นบุฟเฟห์ แล้วมานั่งโต๊ะผม

ถามผมว่าผมมาจากใหน ทำอะไร คิดอย่างไร ถึงมาขี่จักรยานที่นี้

ส่วนเธอก็เล่าให้ฟังว่าเธอ เคยมาเมืองไทย เคยรับเสด็จ พระราชินีของเรา และท่านทรงชอบพระมหากษัตริย์ของไทยมาก
เธอก็สอบถามเรื่อง เสื้อแดง ด้วยว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เธอยังบอกผมว่า อาหารไทยอร่อยมาก แกชอบยำปลาดุกฟู บ้านเรา
และชอบข้าวไทยเป็นที่สุด เธอบอกเองด้วยว่า ข้าวไทย กินเปล่าๆ ก็อร่อยแล้ว

เธอยังชวนคุยเรื่องครอบครัวและลูก ผมเลยมีการออกอาการ ทำเธอรับรู้ได้ว่าผมเป็นโรค Home sick

ด้วยเธอเป็นผู้หญิง เธอก็เลยมีความละเอียดอ่อน เธอก็ให้กำลังใจ และบอกผมว่า

สิ่งที่ผมทำนั้น มันจะเป็นความภาคภูมิใจของลูกของเราในอนาคต และเมื่อเราล่วงลับไปแล้วเธอจะได้จดจำสิ่งที่พ่อได้ทำไว้

และสิ่งที่ผมทำถือเป็นบุญ เพราะบริษัทสามารถหาเงินสปอนเซอร์จากบริษัทห้างร้านต่างๆ เพื่อทำประโยชน์กับสังคม

ดังนั้นจงตั้งใจทำให้สำเร็จเถอะ

หลังจากได้พูดคุยความเหงาก็ผ่อนคลายไป และมีกำลังใจ มีพลังจะสู้ต่อไปในวันรุ่งขึ้น ขอบคุณท่านมากครับ

....
....

ผมตื่นแต่เช้าครับ ตื่นตีห้า เก็บของ เช้าหกโมงครึ่งกินข้าวเช้า และ เจ็ดโมงเช้าออกเดินทาง
รหัสลับที่ชาวทัวร์ริ่งชอบใช้กัน ส่วนผม มีแหกกฏ กันเป็นเรื่องปรกติ แต่เช้านี้ผมได้มีโอกาสทำตามกฎ เพราะเข้านอนเร็ว
โดยปรกติแล้วทุกคืนก่อนนอน ผมจะมีการส่งรายงานการเดินทางกลับไปยังเพื่อนพนักงานที่รับผิดชอบโครงการทั้งสี่ประเทศ

หลังจากนั้นก็เวลาส่วน ผมจะนั่งเล่นเน็ต ไปซักชั่วโมง แล้วเข้านอน ส่วนผมวันนี้ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น เข้านอนเลย

หลังอาหารเช้าผมมีโอกาสได้สำรวจ โรงแรมครับ มันเป็นโรงแรมที่ดูขลัง และมีรูปภาพสวยๆ มากมายประดับประดาไว้ตามผนัง
ทำให้โรงแรมนี้ดูอบอุ่น แบบขลังๆ แต่อาจจะไม่ถูกใจวัยรุ่นสมัยใหม่นัก

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

การเดินทางในวันที่สิบสอง

เริ่มออกเดินทางจากเมือง วอโนโซโบ ไปยัง เมืองเปอเวอเกอโต้


รูปภาพ


วันนี้ผมออกตามเวลามาตราฐานของผมเหมือนเดิม คือสูตร ห้า หก เจ็ด ตามเส้นทางถ้าดูจากกราฟนั้นถือว่า
สบายตัวเลยทีเดียวเพราะมันเป็นทางที่ไหลจากที่สูงสู่พื้นราบ ดังนั้นวันนี้ผมก็มีเวลาสำหรับหลั่นล้า ได้พอสมควรเลย

ยอดเขาเมราปี ที่อยู่ไม่ไกล เห็นยอดเสียดฟ้าแล้ว ใจอยากพิชิต
แต่ด้วยเวลาและโปรแกรมทำให้ผมได้แค่มองอย่าง เสียดาย เก็บไว้วันหน้า แล้วข้าจะมากลับมาพิชิต

รูปภาพ

บนที่สูงรถส่งระหว่างอำเภอ นั้นเขาใช้รถเมย์เล็กแบบนี้กัน ที่เห็นคันนี้ดูยังใหม่ถ้าเทียบกับรถเมย์เล็กส่วนใหญ่ที่ผมเห็น

รูปภาพ

รถม้าก็ยังมีบริการกันเช่นเดิมครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

สภาพในตัวเมือง สภาพผู้คน มองไปผ่าน ก็ดูเหมือน บ้านเราในต่างจังหวัด ในทางใต้ครับ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 20 ก.ค. 2010, 16:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

เรามุ่งหน้าสู่ เปอโวเกอโต้ ครับ ผมนี้อยากให้การทางอินโด ปรับปรุงในเรื่องขนาดของป้ายบอกทางจริงๆ เลย
เพราะมันเล็ก จนบางครั้งเราไม่ทันได้สังเกต ทำให้มันเลยผ่านไป หรือพลาดหลงไปเลยก็มี

รูปภาพ

อนุสาวรีย์กลางเมือง เห็นทีไรก็ถ่ายเก็บไว้ทุกที่

รูปภาพ

เห็นป้ายนี้แล้วรู้สึกได้เลยว่าวันนี้คงเป็นวันสบายๆ สำหรับผม

รูปภาพ

รูปภาพ

ดูหมวกลุงเขาซิ ทำจากกระดองเต่า หรือ กระดองตะภาพ หรือเปล่าเนี๊ยะ

รูปภาพ

รูปภาพ

บ้านสีสวยจังเลยครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย Bike Addict »

ทุ่งนาสวยๆ เห็นแล้วสบายตาครับ

รูปภาพ

เด็กสองคนนี้กำลังดักปลากันอยู่ เห็นแล้วนึกถึงผม ตอนเด็กๆ ตอนนั้นผมอยู่ในสวน
วันๆ ไม่เคยอยู่ติดบ้าน ต้องออกไปยิงนก ตกปลาตลอด ดีจังที่ได้เห็นเด็กๆ อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ

รูปภาพ

เด็กสองคนนี้พูดจาเรียบร้อย ไม่โฮกฮาก ซุกชนเหมือนเด็กทั่วไป ถามอะไรก็ตอบ
พอบอกบ๊าย บาย ก็โบกมือบายให้เราเหมือนกัน ว่าง่ายดีจัง

รูปภาพ

ผู้ชำนาญการภาษาอินโดนีเซีย ช่วยแปลให้หน่อย กูเกิ้ล แปลได้ว่า หัวใจ หัวใจ 555555
ส่วนผมคิดว่ามันน่าจะแปลว่า ให้ระวังมากกว่า

รูปภาพ

วันนี้แต่งตัวแบบถั่วลิงมากขึ้น เพราะวันที่ผ่านๆ ผมต้องแต่งตัวเอาใจผู้หลักผู้ใหญ่เขา

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
พันไมล์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 417
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 19:51
Bike: 520, 3900

Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

โพสต์ โดย พันไมล์ »

ตามอ่านซีรีส์เรื่องนี้อยู่นะครับ :D
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”