ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

ผู้ดูแล: โป้งสิบสองเสียง, โจ้ จอยแอนด์แจม

กฏการใช้บอร์ด
ชื่อชมรม : สังคม จอยแอนด์แจม/ Joy N' Jam Societั
ผู้ดูแ ล โ จ้ จอยแอนด์แจม โทร : 081 829 1027
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

WJ เขียน:เห็นทู้นี้แล้วไม่ค่อยกล้าเข้ามาเลยอ่ะครับ ผมมันพวก กดถ่าย-เลือก-ลบ :lol:

คืนนี้จัดการให้นะท่านตู่ที่รัก

จากคนไม่เอาถ่าน(เอาแต่แบตฯ) ;)
ขอรบกวน พี่ท่านด้วยครับ

แล้วแต่ท่านสะดวกนะ ค่าเสียหาย เท่าไหร่ เดี๋ยวไปชำระตอนแจมทริปท่านหมู.....ขอบคุณหลาย
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

WJ เขียน:เห็นทู้นี้แล้วไม่ค่อยกล้าเข้ามาเลยอ่ะครับ ผมมันพวก กดถ่าย-เลือก-ลบ :lol:
เหมือนกันครับ ... ชีวิตจริงผมก็เป็นแบบนั้น :lol:

อันนี้เอามาเล่าสู่กันฟัง (อ่านมาเหมือนกันลลลลลล) :shock:

- LV (Light Value) คือแสงตอน"ก่อน"เข้าตัวกล้อง
- EV (Exposure Value) คือแสง"หลัง"เข้าในตัวกล้อง ผ่าน รูรับแสง, ม่านชัตเตอร์ จนถึง CCD Sensor
lv1.jpg
lv1.jpg (66.46 KiB) เข้าดูแล้ว 391 ครั้ง
- ค่า EV คือค่าการบันทึกแสงที่เกิดขึ้นจริงบนแผ่น CCD ค่าแสงนี้ประกอบด้วย 3 ส่วน
  • ขนาดรูรับแสง (รูกว้าง-แสงเข้ามาก...)
  • ความเร็วชัตเตอร์ (ความเร็วต่ำ-แสงเข้ามาก...)
  • ความไวแสงของ CCD (ISO สูงๆ ไวแสงมาก...)
- ค่า EV ไม่มีหน่วยวัด เป็นเพียงค่าตัวเลขชี้วัด(ดัชนี)

- นิยาม ค่า EV ... ค่า EV = 0 คือการบันทึกแสงที่ขนาดรูรับแสง = F/1, ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/1 วินาที ที่ค่า ISO = 100 ... ได้ภาพวัตถุสีเทากลาง (ค่าสะท้อนแสง 18%)

- ค่า EV ดังกล่าวมีความสัมพันธ์กันดังตารางต่อไปนี้
lv2.jpg
lv2.jpg (54.03 KiB) เข้าดูแล้ว 391 ครั้ง
  • EVf คือ ค่า EV ที่เกิดจากขนาดรูรับแสง
  • EVs คือ ค่า EV ที่เกิดจากความเร็วชัตเตอร์
  • EVi คือ ค่า EV ที่เกิดจากค่า ISO ที่ความไวแสงต่างๆ
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 19:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

หากเขียนเป็นสมการทางคณิตศาสตร์จะได้ว่า

EV = EVf + EVs + EVi

หมายความว่า ... ค่าของแสงที่เราถ่ายภาพ 1 ภาพ จะเกิดจากผลของแสงที่ผ่านวัตถุ 3 ประการ (รูรับแสง+ความเร็วม่านชัตเตอร์+ความไวแสง CCD) ... ให้สังเกตว่าค่า ISO ที่มีความไวสูงขึ้น 1 เท่าตัว ( 1 สต็อป) จะมีค่าลบหนึ่ง (-1) นั่นคือลดปริมาณความต้องการของแสงลงด้วย

ต่อไปลองดูตัวอย่างการแทนค่าในสมการ...
โจทย์ 1 - ISO=100, F/16, 1/125s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 8 + 7 + 0
    EV = 15
โจทย์ 2 - ISO=50, F/11, 1/125s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 7 + 7 + 1
    EV = 15
จะเห็นว่าโจทย์ที่ 1 และ 2 ได้ค่า EV = 15 เท่ากัน ... คงพอเข้าใจนะครับ

โจทย์ 3 - ISO=800, F/22, 1/8s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 9 + 3 + (-3)
    EV = 9
โจทย์ 4 - ISO=200, F/5.6, 1/30s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 5 + 5 + (-1)
    EV = 9
จะเห็นว่าโจทย์ที่ 3 และ 4 ได้ค่า EV = 9 เท่ากัน ... คงพอเข้าใจนะครับ :D

โจทย์ 5 - ISO=400, F/2.8, 1/1000s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 3 + 10 + (-2)
    EV = 15
โจทย์ 6 - ISO=200, F/16, 1/125s
  • EV = EVf + EVs + EVi
    EV = 8 + 7 + (-1)
    EV = 14

... คงเข้าใจแล้วนะครับว่าผมผิดตรงไหน ... เวลาเราวัดแสง เราวัดและปรับค่า LV นั้นคือเราพยายามปรับ ขนาดรูปรับแสง และ ความเร็วชัตเตอร์

... พอถึงขั้นตอนถ่ายจริงก็ต่อเมื่อเปิดให้สงไปกระทบแผ่น CCD ทันทีทันใดนั้น ค่า LV จะถูกเรืยกเป็น EV ไปโดยปริยายเพราะค่า"ความไวแสง"เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ...

สรุปว่า LV = EV ที่ ISO = 100

ส่วนค่า LV ตั้งแต่ค่า -15 ถึง +18 นั้นเกิดจากภาวะของแสงที่สะท้อนจากวัตถุต่างๆ จะเอามาเล่าอีกที (ถ้าน้าตู่ฯ สนใจ) :D

รูปภาพ
มาแล้วครับ ... อย่าลืมนะครับ ค่า LV = EV ที่ ISO = 100 ... สังเกตค่า LV=15 เอาไว้เพื่อทำความเข้าใจด้วยนะครับ

...คุณสมบัติการสะท้อนแสงของวัตถุ แสงและสี จะมีความสว่างมากน้อยขึ้นอยู่กับ"สีผิว"ของวัตถุนั้นๆ ผิวขาว สะท้อนมาก ผิวดำ สะท้อนน้อย :lol:

รูปภาพ
ต่อด้วยตารางสรุป EV 0 (ที่ ISO=0) ... ลองตรวจสอบกับโจทย์ก่อนนี้

รูปภาพ
สุดท้ายแล้วครับ(กลัวเบื่อกันซะก่อน) ... ไม่ต้องไปจำนะครับ ดูพอเข้าใจ :P
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 18:13, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
WJ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 21910
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:21
Tel: 08-6603-6604
team: ท้อเชื่อม-บ๊วยหวาน ปั่นไปทั่ว-มั่วไปเรื่อย

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย WJ »

จัดการให้แล้วครับท่านตู่ มาแล้วจะแจ้งให้ทราบครับ อย่างละ 1 ก้อนนะครับ ;)

สั่งได้เรื่อยๆล่ะครับ ไม่ต้องรอรอบ ไม่ใช่รำวง :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

รูปภาพ

มาถึงคำถามท้ายบท ...
... จากรูปที่น้าตู่ฯ เคยยกมา ถามว่า
  • ที่ ISO=100 ... EV เท่าไหร่
  • ที่ ISO=200 ... EV เท่าไหร่
  • ที่ ISO=400 ... EV เท่าไหร่
ตอบถูกหมด รับ"แบต" ฟรี 1 ก้อน ... จากน้า WJ :roll: :roll: ;) :mrgreen: :D

แถมท้ายอีกเรื่อง(เดียวกัน) กฏ sunny16 ใครทราบว่า EV มีค่าเท่าไหร่? เฉลย หรือตามไปอ่านที่นี่...ละเอียดยิบเลย http://pentax.niceeyeshot.com/index.php ... pic&t=2767

วาทะเด็ด ... ให้เข้าใจ ไม่ใช่ให้จำ ... แต่ถ้าจำได้ จะทำงานเร็วขึ้น

รูปภาพ

หรือลองไปอ่านที่นี่ ... เขายกตัวอย่างภาพให้เห็นชัดๆ http://www.whatsphoto.com/forum/index.php?topic=1272.0
แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 22:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

แว๊บ...มากินข้าว ......แอบดูซักหน่อย.....รับทราบ และขอบคุณ น้าบิว ครับ


ข้อมูลที่ พี่ยิ้ม แนะนำวันนี้ ล้วนเป็นความรู้ใหม่ ที่ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหน
มีประโยชน์มากครับ เดี๋ยวดึกๆ ว่างแล้วจะมาทำความเข้าใจอีกที

ตอนเด็กๆ ที่พอจำได้ เวลาผู้ใหญ่ สอนถ่ายรูป ถ้าแดดจัดๆ ก็บอกให้ใช้ F 11 ถ้าร่มหน่อยก็ F 5.6 ประมาณนี้
พอโตมา ก็ใช้แต่กล้องปัญญาอ่อน (ไม่รู้ใครตั้ง )น่าจะเรียกกล้องอัจฉริยะ เพราะมันทำให้เองหมด เรากดอย่างเดียว

มาตอนนี้ ต้องมาทบทวนใหม่ รู้สึกอยากจะสนุกกับมัน ก่อนนี้ไม่ได้เคยสนใจเลย ค่า F ค่าชัตเตอร์ จำผิดจำถูกด้วยซ้ำ
ที่จริง ถ้ากล้องมันฉลาดจริง รู้ว่าเราอยากได้ภาพยังไง เรียกว่าถ่ายได้อย่างใจนึก โดยไม่ต้องไปปรับค่าอะไร

ผมว่าคงมีคนถ่ายรูป ออกมาสวยๆมากมาย .......มุมมองดียังไงก็ยังต้องพึ่ง เทคนิค /อุปกรณ์

ผมถึงว่าให้สนุกกับมัน พอใจในส่วนของตน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

TigerSmile'Hy เขียน:รูปภาพ

มาถึงคำถามท้ายบท ...
... จากรูปที่น้าตู่ฯ เคยยกมา ถามว่า
  • ที่ ISO=100 ... EV เท่าไหร่
  • ที่ ISO=200 ... EV เท่าไหร่
  • ที่ ISO=400 ... EV เท่าไหร่
ตอบถูกหมด รับ"แบต" ฟรี 1 ก้อน ... จากน้า WJ :roll: :roll: ;) :mrgreen: :D
ยังไม่แน่ใจคำตอบเท่าไหร่ แต่ขอลองตอบดู เผื่อจะได้แบตฟรีซักก้อน :lol: :lol:

1.ที่ ISO=100 ... EV เท่าไหร่ ..........13
2.ที่ ISO=200 ... EV เท่าไหร่ ..........12
3.ที่ ISO=400 ... EV เท่าไหร่ ..........11

ขอบคุณ ท่านวิทยากร ยิ้ม


ลิงค์ที่ให้มา ประเทืองปัญญามากเลย ขอแบบนี้บ่อยๆ นะพี่ยิ้ม ผมไม่ค่อยได้ท่องไปที่ไหนซักเท่าไหร่ อยู่แต่ในกะลา ( ปั่นยังไม่ได้ปั่นเลย)
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

รู้สึกปวดหัว จี๊ดๆ.......สมอง มันรับมากไปหรือเปล่า....โอย...ขอพักหน่อย
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

สงสัยผมเอามะพร้าวมาขายสวนแน่ๆ เลย

รูปภาพ
ISO = 100 (EVi=0)

รูปภาพ
ISO = 50 (EVi=+1)

รูปภาพ
ISO = 200 (EVi= -1)

รูปภาพ
ISO = 400 (EVi= -2)

รูปภาพ
ISO = 800 (EVi= -3)

รูปภาพ
ISO = 1600 (EVi= -4)

รูปภาพ
ISO = 3200 (EVi= -5)
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

ApertureDiagramme.jpg
ApertureDiagramme.jpg (74.2 KiB) เข้าดูแล้ว 367 ครั้ง
ขนาดของช่องรูรับแสงสามารถกำหนดขนาดกว้างหรือแคบได้ด้วยวงแหวนปรับรูรับแสงที่อยู่บนตัวเลนส์ เนื่องจากม่านรูรับแสงเป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบอยู่ในเลนส์ จึงมีวงแหวนปรับค่ารูรับแสงที่ตัวเลนส์ แต่ในกล้องสมัยใหม่สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้จากตัวกล้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบกล้องแต่ละยี่ห้อ แต่ตัวม่านรูรับแสงที่ก็ยังคงประกอบอยู่ภายในตัวเลนส์เหมือนเดิม ขนาดของรูรับแสงจะมีขนาดต่างๆ กัน เช่น 1.4, 2, 2.8, 4, 5.6, 8, 11, 16, 22 ค่าตัวเลขที่บ่งบอกนี้ยิ่งมีค่ามากเท่าใด ขนาดของรูรับแสงยิ่งแคบลงเท่านั้น ค่าแต่ละค่าดังกล่าวนี้เรียกว่า ค่าเอฟนัมเบอร์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า เอฟสตอป แต่ละช่วงห่างกันจากค่าหนึ่งไปยังอีกค่าหนึ่งเรียกว่า 1 สตอป เช่น เอฟ 4 ห่างจาก เอฟ 5.6 เท่ากับหนึ่งเอฟสตอป
diaphragm.jpg
diaphragm.jpg (50.34 KiB) เข้าดูแล้ว 367 ครั้ง
รูรับแสงประกอบด้วยม่านโลหะประกอบกันเป็นรูปวงกลมมีตั้งแต่ 6 - 8 ใบ สามารถปรับให้มีขนาดแตกต่างกันได้ตามค่าที่กำหนด ทำหน้าที่เปิดให้แสงผ่านเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะกับสภาพแสงขณะนั้น

การที่เลนส์มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดมากๆ เป็นผลดีก็คือ สามารถบันทึกภาพในบริเวณที่มีสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเลนส์ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดน้อยกว่า เช่น เลนส์ 50 มม. มีรูรับรับแสงกว้างสุดที่ 1.4 จะสามารถบันทึกภาพในบริเวณที่มีสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเลนส์ที่มีขนาดรูรับแสง 2.0 ซึ่งราคาของเลนส์ก็จะสูงตามไปด้วยทั้งๆ ที่เป็นเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเท่ากัน

สรุปได้ว่าเลนส์ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดมากกว่า ในทางยาวโฟกัสเดียวกัน ถือว่าเป็นเลนส์ที่ดี เพราะสามารถถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่า แต่ราคาก็แพงกว่ามากเป็นเท่าตัวเหมือนกัน
1-3 F-Stop.jpg
1-3 F-Stop.jpg (34.93 KiB) เข้าดูแล้ว 367 ครั้ง
ตารางแสดงอัตราการเพิ่มขนาดรูรับแสงซึ่งมี 3 แบบ แล้วแต่ผู้ผลิต... ซึ่งก็หมายถึงราคาที่แพงขึ้นด้วย

ค่าขนาดของรูรับแสง นิยมใช้ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมเป็นตัวกำหนด โดยจะเป็น “เศษส่วน” เทียบกับ ทางยาวโฟกัส (Focal Length) ของเลนส์ เพราะพบว่าสองอย่างนี้เป็นสัดส่วนกัน จึงเห็นว่าเรามักได้ยินคำว่า f/1.4, f/2.8 เป็นการบอกขนาดของรูรับแสง ตัวย่อ f นี่เองคือ ทางยาวโฟกัส นั่นเอง จะเห็นได้ว่าหากที่ทางยาวโฟกัสเลนส์เท่าๆ กันแล้ว f/1.4 กับ f/2.8 นั้น ตัวเลขต่างกันอยู่ 2 เท่า (f/1.1 - f/2 - f/2.8) จะหมายความว่า f/1.4 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงมากกว่า f/2.8 เป็น 2 เท่า ซึ่งจะทำให้ f/1.4 มีพื้นที่ หรือ ปริมาณแสง มากกว่า f/2.8 เป็น 4 เท่านั่นเอง

... ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่ากล้องแต่ละตัวขนาดเลนส์ต่างกัน แต่มี F-Number เท่าๆ กันได้อย่างไร? ยิ่งกล้องคอมแพคผมยิ่งสงสัยมากขึ้นอีก ทำให้เกิดคำถามว่าเขาคิดขนาดรูรับแสงกันอย่างไร?
ค่าขนาดของรูรับแสง นิยมใช้ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมเป็นตัวกำหนด โดยจะเป็น “เศษส่วน” เทียบกับ ทางยาวโฟกัส (Focal Length) ของเลนส์ ... จะหมายความว่า f/1.4 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงมากกว่า f/2.8 เป็น 2 เท่า
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

TigerSmile'Hy เขียน:
... ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่ากล้องแต่ละตัวขนาดเลนส์ต่างกัน แต่มี F-Number เท่าๆ กันได้อย่างไร? ยิ่งกล้องคอมแพคผมยิ่งสงสัยมากขึ้นอีก ทำให้เกิดคำถามว่าเขาคิดขนาดรูรับแสงกันอย่างไร?
ค่าขนาดของรูรับแสง นิยมใช้ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมเป็นตัวกำหนด โดยจะเป็น “เศษส่วน” เทียบกับ ทางยาวโฟกัส (Focal Length) ของเลนส์ ... จะหมายความว่า f/1.4 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงมากกว่า f/2.8 เป็น 2 เท่า
ติดตามอยู่ครับ ที่ผมเข้าใจนะ น่าจะเป็นแบบนี้
ขนาดของรูรับแสง ของกล้องแต่ละตัว ถึงมีค่า f เท่ากัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เส้นผ่าศูนย์กลาง จะเท่ากัน คงคิดค่า แปรผัน เฉพาะตัวมันเอง


อยากได้ข้อมูล เรื่องทางยาวโฟกัส (Focal Length) ด้วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

ค่าขนาดของรูรับแสง นิยมใช้ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมเป็นตัวกำหนด โดยจะเป็น “เศษส่วน” เทียบกับ ทางยาวโฟกัส (Focal Length) ของเลนส์ ... จะหมายความว่า f/1.4 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงมากกว่า f/2.8 เป็น 2 เท่า
จากข้อความนี้ผมไปพบบทความซึ่งเป็นที่มาของสมการ(อีกแล้วครับท่าน) :lol:
  • F-Number = Focal Length / Diameter

    นั่นคือ ขนาดรูรับแสง = ทางยามโฟกัสของเลนส์(มม.) หารด้วย เส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสง(มม.)
... จะเห็นว่า f-number เป็นค่าที่ไม่มีหน่วย จึงกลายเป็นค่าอัตราส่วน (ซึ่งที่จริงแล้วหน่วยเป็น มม. เหมือน ตัดกันไปแล้วในสมการคณิตศาสตร์) ทีนี้ลองดูตัวอย่างการแทนค่ากันบ้างนะครับ
  • โจทย์ที่ 1 ... เลนส์มีทางยาวโฟกัส 100 มม. วัดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสงได้ 25 มม.
    • f-number = 100 มม. / 25 มม.
      f-number = 4
      เรียกว่า F/4
    โจทย์ที่ 2 ... เลนส์มีทางยาวโฟกัส 100 มม.(ตัวเดิม) หรี่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสงลง วัดได้ 12.5 มม.
    • f-number = 100 มม. / 12.5 มม.
      f-number = 8
      เรียกว่า F/8
    โจทย์ที่ 3 ... เลนส์ซูม 70-210 มีทางยาวโฟกัส เริ่มที่ 70 มม.(ตัวเดิม) เปิดกว้างสุด F/3.5
    • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสง = 70 มม. / 3.5
      ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสง = 20 มม.
    โจทย์ที่ 4 ... เลนส์ซูม 70-210 มีทางยาวโฟกัส เมือซูมไปที่ 210 มม.(ตัวเดิม) เปิดกว้างสุด F/5
    • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสง = 210 มม. / 5
      ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรูรับแสง = 42 มม.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงคลายความสงสัยลง เพราะว่าค่า f/xx ของเลนส์แต่ละตัวจะมีค่าเท่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่า"ความกว้าง"หรือเส้นผ่าศูนย์กลางของรูรับแสงจะกว้างเท่ากัน เพราะมันเป็นเพียงอัตราส่วนเท่านั้นเอง :shock:

หรือสรุปอีกทีว่า ไม่ว่าเลนส์จะมีขนาดทางยาวโฟกัสเท่าไร ที่ F/xx เดียวกัน ปริมาณของแสงที่ผ่านไปยัง CCD จะเท่ากันเสมอ ... จะยิ่งยง เอ้ย...ยิ่งงง หรือเปล่าครับน้าตู่ :mrgreen:

ลองดูอีกที ...
200/50 = 100/25 = 50/12.5 = F/4 ... ปริมาณแสงเท่ากัน
200/50 = F/4 > 200/25 = F/8 > 200/12.5 = F/16 ... ปริมาณแสงลดลงเรื่อยๆ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
TigerSmile'Hy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6475
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย TigerSmile'Hy »

deep2.jpg
deep2.jpg (15.82 KiB) เข้าดูแล้ว 365 ครั้ง
อ้าว... น้าตู่ฯ มาได้จังหวะพอดี ขอปิดท้ายอีกเรื่อง ที่น่าจะเกียวข้องกัน

... เป็นเรื่องราวของระยะชัดลึก เมื่อวัดจากจุดที่เราโฟกัสหรือตัวแบบ โดยระยะชัดจะอยู่หน้าจุดโฟกัส 1/3 ส่วน และอยู่หลัง 2/3 ส่วน ... และที่ F/xx ต่างกัน ระยะ 1/3 , 2/3 จะยิ่งแปรเปลี่ยนตามไปด้วย ...

ความจำผมจำได้แค่ หน้า 1 หลัง 2 ... ส่วนวิธีคิดตามหลักทฤษฎีต้องไปหาใหม่อีกที ... รู้สึกกว่าจะเกี่ยวข้องกับศัพท์อีกคำ DOF (Depth Of Field)

... เป็นการบ้านให้น้าตู่ฯ หามาเล่าสูกันฟังบ้างก็แล้วกัน ...

วันนี้ วันศุกร์แห่งชาติ ... ไปละ
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 17 ก.ค. 2010, 00:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: คันไม้คันมือ ว่างจากขาปั่น มาลั่นชัตเตอร์

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

คัดลอกมาจาก : http://www.focusingclub.net

รูปภาพ

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะชัดลึก (Depth of Field)

1 รูรับแสง (Aperture)
การปรับค่ารูรับแสงคือการปรับระยะชัดลึกด้วย ถ้าเราปรับค่ารูรับแสงให้กว้างขึ้น (ค่า f น้อยลง) ค่าระยะชัดลึกก็จะน้อยลงด้วย
ภาพก็จะหน้าชัดหลังเบลอหรือชัดตื้นมาก ในขณะที่ค่ารูรับแสงแคบๆ (ค่า f มาก) ค่าระยะชัดลึกก็จะมากขึ้น ภาพก็จะชัดไปทั้งภาพ

ซึ่งส่วนใหญ่ระยะชัดลึกน้อยๆ มักจะใช้กับการถ่ายภาพ Portrait เนื่องจากแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง ทำให้ตัวแบบเด่นขึ้นได้อย่างชัดเจน
ในขณะที่ระยะชัดลึกมากๆ ก็มักจะใช้กับภาพถ่าย Landscape เนื่องจากภาพวิวทิวทัศน์นั้นเรามักจะต้องการความชัดลึกของทั้งภาพสูงนั่นเอง

2 ระยะห่างจากตัวเลนส์กับตัวแบบ
ยิ่งเราเข้าใกล้ตัวแบบมากขึ้นเท่าไหร่ ระยะชัดลึกจะยิ่งแคบลง และถ้าหากเราอยู่ไกลตัวแบบมากๆ ระยะชัดลึกก็จะเพิ่มขึ้น
อันนี้สังเกตุได้จากเลนส์ macro ที่ต้องเข้าไปถ่ายใกล้ตัวแบบมากๆ ระยะชัดลึกจะแคบมากๆ ถึงขนาดว่าขยับนิดเดียว subject ที่เราจะถ่ายเบลอไปเลยก็มี
เพราะฉะนั้นการถ่ายภาพ macro เลยมักจะต้องใช้ค่ารูรับแสงแคบมากๆ

3 ทางยาวโฟกัส (Focal Length)
ยิ่งทางยาว Focus ของเลนส์มากๆ ระยะชัดลึกแคบก็จะแคบลง ในทางกลับกัน ถ้าเลนส์ที่ทางยาว Focus น้อยๆ ระยะชัดลึกก็จะมากขึ้น
อันนี้สังเกตุได้ง่ายๆว่า ถ้าเราใช้เลนส์ Telephoto ถ่ายภาพ ฉากหลังมักจะเบลอมาก แต่ถ้าใช้เลนส์ Wide ภาพจะยังคงคมชัดเกือบจะทั้งภาพ แม้ว่าจะตั้งค่ารูรับแสงค่าเดียวกันก็ตาม

นอกจากนั้นขนาดของ Sensor ก็มีผลต่อระยะชัดลึกของภาพเหมือนกัน ดังจะเห็นว่ากล้อง Compact ที่มีขนาด Sensor รับภาพเล็กมาก
ถ่ายภาพมายังไงหลังก็ไม่เบลอ เหมือนกล้อง SLR เพราะฉะนั้นคนที่ถ่ายภาพด้วยกล้อง compact ถ้าหากทำตาม 3 ขึ้นตอนที่กล่าวมาแล้วคือ
ใช้รูรับแสงกว้างๆ , Zoom มากๆ และเขยิบเข้าไปใกล้ๆตัวแบบมากๆ แล้วก็ยังไม่ได้ภาพที่น่าพอใจ ก็คงต้องแนะนำให้ลองมองหาฉากหลังที่อยู่ห่างจากตัวแบบมากๆ
หรือลองมองหาฉากหลังเรียบๆ ที่มีความเปรียบต่างต่ำ มาใช้ช่วยให้ตัวแบบมีความโดดเด่นมากขึ้นแทน


อ่านต่อ ได้ที่นี่ : http://www.focusingclub.net/article/pho ... -of-field/


รูปภาพ
ที่มาของภาพ : http://photographyforbeginners.org/page/2
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จอยแอนด์แจม”