ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ตลอดสัปดาห์ หลังจากที่ได้อ่านกระทู้แจ้งข่าวนักปั่นเสียชีวิต ผมตั้งใจขอเขียนเรื่องนี้เพื่อถกกับท่านผู้รู้เผื่อเป็นทางป้องกัน ป้องกัน...โรคปั่นจนถึงตาย

ขออภัยต่อญาติมิตรของผู้เสียชีวิต ที่ผมอาจนำความเศร้าใจสู่ท่านซ้ำอีกครั้ง ที่กล่าวถึงการเสียชีวิตของบุคคลที่ท่านรัก

ขอออกตัวผมเองไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์การกิฬา หรือมีความรู้จากโรงเรียนที่สอนโดยตรงในเรื่องนี้ ทั้งไม่เคยผ่านการเรียนการสอนการอบรมใดๆในวิชาการเล่นกิฬา นอกจากเรื่องทำมาหากินที่ไม่มีส่วนสัมพันธ์ในเชิงความรู้ทางกิฬาเลย

ทั้งปรกติผมหากจะเขียนอะไรในไทยเอ็มทีบี ก็มักจะเขียนในเรื่องชวนหัว ชวนสนุก ชวนเที่ยว

ส่วนจะเขียนเป็นเรื่องซีเรียส ทั้งเขียนถามหรือเขียนตอบ(ที่พอจะทำได้บ้างในปีหลัง หลังจากที่เอาแต่ถามเพียงฝ่ายเดียวเกือบสี่ปี) ก็จะเขียนไปที่กระดานของป๋าลู ไบค์เลิฟส์ดอทคอม

ด้วยเห็นป๋าลูและนับถือป๋าลูว่ามีภูมิรู้จริง ในศาสตร์เรื่องหมอและศาสตร์ของวิทยาศาสตร์การกิฬา ทั้งมีเสือแก่ และอีกหลายท่าน คอยติงคอยเติมให้สิ่งที่เขียนหรือที่เราเข้าใจผิด ปรับแก้ให้เป็นถูก

แต่วันนี้ ขอเขียนหรือชักชวนให้ถกในเรื่องซีเรียสกันที่นี่ เพราะเห็นว่าข่าว(เรื่องนักปั่นๆกันถึงตาย)ก็ล้วนแต่อ่านเจอที่นี่ แปลว่าที่นี่เป็นแหล่งข่าว แหล่งคนรับรู้

เขียนตรงนี้ ถกตรงนี้ น่าจะถึงมวลชน กลุ่มคนปั่นจักรยาน

ก็กังวลที่อาจจะไม่มีป๋าลู หรือเสือแก่ ที่จะช่วยคอยแก้หากเขียนเพราะเข้าใจผิด แต่ก็หวังท่านรู้อื่นๆที่กระดานนี้ ช่วยแก้ให้มันถูก

แต่ทั้งหมด หากที่(จะ)เขียนต่อไป...เป็นรายวัน ซักอาทิตย์

หากมีผิด...ผิดหลักการ ก็ผิดแต่เป็นผิดที่บริสุทธิ์ใจ

แต่ทำไปแบบผิดๆ(ดังที่ผมทำมา) มันไม่ตายรับรองได้ เพียงแต่อาจจะตัดทอนลดโอกาสการเป็นแช้มป์สำหรับคนที่ปั่นเพื่อหวังแช้มป์

คนหวังแช้มป์ อ่านที่ผมเขียน อาจจะไม่ได้แช้มป์ เพราะส่วนใหญ่ผมจะเขียนให้ฝ่อเสียก่อนครับ

ทั้งผมเล่นมาเกือบสิบปีก็ได้เพียงไม้ประดับของวงการ ไม่เคยมีถ้วยถือติดมือกลับบ้านเลย :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ก่อนเขียน ผมขอตั้งโจทย์ถามท่านๆที่แต่ละวัน(ซ้อม)ปั่นกันแฮ่กๆ ถึงขั้นอ้าปากงับอากาศ ถึงจะกระเดือกลงปอดได้

ตื่นเช้า...ชีพจรยามพักของท่าน เต้นกี่ตุ๊บต่อนาทีครับ แต่ละท่าน

หากไม่เสียเวลา ช่วยตอบกลับมาซักนิด พอให้ผมชื่นใจว่าที่เขียนมีคนอ่านและสนใจร่วมถกกัน :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
B-ONE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 148
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2009, 21:14
Tel: 0817904630
team: KoratBike
Bike: scandium

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย B-ONE »

ผมยังไม่เข้าใจประเด็นการถก ว่าจะเอ่ยถึงเรื่องไร ช่วยบอกที่

ตัวกระผมก็ยังถือว่าอ่อนหัดและเป็นน้องไหม่กับวงการจักรยาน
ผมปั่นมา ประมาณ 23 เดือนได้ถ้วยมาแล้วประมาณ 5 ใบใส่ตู้โชว์
ทุกสนามที่ผ่านมา ยังติดหนึ่งในสิบอยู่

ช่วงซ้อมเท่าที่มีเวลาจะอำนวย ไม่โหมจนเกินไป
เพราะการปั่นจักรยานจริงๆแล้วหวังเพียงให้มีสุขภาพ พลานามัยที่ดี
ส่วนถ้วยรางวัลนั่นเป็นเพียงกำไลของการปั่น

การแข่งขันก็ต้องรู้จักแข่งขันกับใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะแข่งกับคนอื่น

ถ้าทุกคนรู้จักตนเองดีพอ รู้จักประมาณตน
อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยก็เกิดขึ้นน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ขอคาระวะต่อดวงวิญญาณอาจารย์โต้ง ผู้ล่วงลับซึ่งวิญญาณไปสถิตย์ยังสวรรค์ด้วยความดีเก่าที่อาจารย์ได้สร้างเป็นบุญหนุน ขออภัยต่อญาติมิตรที่ผมขอใช้กระทู้บอกแจ้งข่าวอาจารย์โต้งเสียชีวิต
http://www.bikecrazyclub.com/board/view ... ?f=2&t=169
มาประกอบเรื่องที่ตรงนี้

และขอตัดส่วนเขียนของอาจารย์หมอลูซิเฟอร์ เขียนวิเคราะห์เหตุสมมติฐานเบื้องต้นของการเสียชีวิต

อ่านแล้วน่าสนใจ นักปั่นจักรยานที่ปั่นๆกัน อาจได้หัวใจโตต่างกันเป็นสองแบบ

แบบที่หนึ่ง โตจริงๆ...โตแบบอึ่ม แต่ห้องหัวใจที่รับเลือดกลับโดนเนื้อหัวใจที่อวบอึ๋ม...โตล้ำเบียดลดความโตห้องหัวใจ กลายเป็นห้องหัวใจที่ลด(ปริมาตร)ลง

แบบที่สอง โตแข็งแรงและห้องหัวใจจะมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้ห้องหัวใจสามารถรับเลือดได้มากขึ้น และมีแรงฉีดเลือดมากขึ้น

โดย lucifer » เสาร์ 03 ต.ค. 2009 3:53 pm
http://www.bikecrazyclub.com/board/view ... ?f=2&t=169

ตามคุณอ๊อดเข้ามา เลยเพิ่งทราบเหตุการณ์

ดูแล้วอจ.โต้ง อายุเพียงแค่ 32ปีเท่านั้น ไม่น่าจะมาด่วนจากครอบครัวและเพื่อนฝูงไปด้วยวัยเพียงเท่านี้เลยนะครับ สมมติฐานเบื้องต้นของการเสียชีวิตน่าจะมาจาก HOCM ( Hypertrophic Obstructive CardioMyopathy ) ซึ่งจะเหมือนกับการเสียชีวิตของนักฟุตบอลในลีคต่างประเทศที่เคยเป็นข่าวดัังเมื่อในอดีต

ดูจากรูปร่างของอจ.โต้งแล้ว เป็นคนฟิตมากๆ และแข็งแรงมากๆ แต่สำหรับความแข็งแรงอันได้จากการออกกำลังกายหนักๆติดต่อกันมากๆ ( เช่น การอัดลากนำกลุ่ม หรือ อัดปั่นขึ้นเขา อันเป็นลักษณะที่พวกเราชาวเสือภูเขาชอบทำกันบ่อยๆ ) ซึ่งเป็นรูปแบบหลักของการออกกำลังกายในแบบ Anaerobic exercise ( คล้ายกับการวิ่งไล่บอลของนักบอลอาชีพ ที่จะวิ่งกันเต็มพิกัดตลอดเวลาในสนาม ) ซึ่งจะแตกต่างไปจากการออกกำลังกายในลักษณะ Aerobic exercise ( เช่นการปั่นจักรยานทางราบ ในระดับความเร็วที่ปั่นไปสามารถพูดคุยกันไปได้โดยไม่หอบ และปั่นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ) ระดับของอัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นตัวบอกที่ดี และเชื่อถือได้ ซึ่งการออกกำลังกายในลักษณะที่หนักๆ ต่อเนื่องกันนานๆ มักจะมีระดับการเต้นของหัวใจที่มากกว่า 92 %ของอัตราชีพจรสูงสุด ( แช่ที่ขีดแดง )

การออกกำลังกายในลักษณะของการแช่ที่ขีดแดงเป็นประจำนั้น หากกระทำต่อเนื่องเป็นเวลาติดต่อกันเนิ่นนานนับปี อาจจะดูเหมือนว่ากล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องจะมีความแข็งแรงมาก และอาจจะดูเหมือนกับว่ากล้ามเนื้อหัวใจจะเพิ่มความแข็งแรงด้วย

เพียงแต่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจที่ได้จากการออกกำลังกายแบบแช่ที่ขีดแดงนี้ จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีขนาดใหญ่และหนาตัวขึ้นในทุกทิศทุกทาง ( ผิดกับการออกกำลังกายแบบaerobic กล้ามเนื้อหัวใจจะมีการหนาตัวขึ้น แต่ไม่ได้มากมายนัก และห้องหัวใจจะมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้ห้องหัวใจสามารถรับเลือดได้มากขึ้น และมีแรงฉีดเลือดมากขึ้น ) การที่กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้นทุกทิศทุกทาง จะส่งผลเสียทำให้ปริมาตรห้องหัวใจไม่ได้ขยายเพิ่มขึ้นมากเหมือนกับการออกกำลังในลักษณะของaerobic เพราะเมื่อกล้ามเนืื้อหัวใจหนาตัวขึ้น ก็มีส่วนที่หนาตัวลุกล้ำเข้าไปในส่วนของห้องหัวใจ ทำให้ปริมาตรเลือดที่สามารถรับได้ และฉีดออกไปนั้น มิได้เพิ่มมากขึ้นในสัดส่วนที่ควรจะได้

สำหรับในนักกีฬาบางคน การหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจอาจจะลุกล้ำเข้าไปขัดขวางบริเวณ outlet ของหัวใจห้องล่างซ้าย ทำให้ทางออกคับแคบลงและเป็นอุปสรรคต่อการส่งเลือดออกจากหัวใจ เพียงแต่ว่าในสภาวะปกติ หรือการออกกำลังกายในระดับที่หัวใจยังไม่เต้นเร็วมากจนเกินไป อาการแสดงของปัญหาดังกล่าวก็อาจจะยังไม่คุกคามต่อชีวิต

แต่ในกรณีที่หัวใจต้องเต้นเร็วมากๆ และต่อเนื่องกันนานๆ ก็จะทำให้ปัญหาดังกล่าวเริ่มคุกคามต่อชีวิต เพราะเมื่อหัวใจเต้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาในการที่เลือดจะเข้าไปบรรจุในหัวใจห้องล่างซ้ายจะเริ่มสั้นลง และหากเต้นเร็วมากเกินกว่าจุดวิกฤติ เลือดที่เข้าไปบรรจุในห้องหัวใจห้องล่างซ้ายก็จะลดลง เมื่อลดลงก็จะทำให้ปริมาตรส่งออกของเลือดที่ออกจากหัวใจลดลงตามไปด้วย ผลคือหัวใจจะยิ่งเต้นให้เร็วขึ้นอีกเพื่อเพิ่มปริมาณเลือดส่งออกต่อนาทีให้เพิ่มขึ้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ปัญหาคือ ทางออกที่มันแคบอยู่แล้ว จะแคบลงไปอีก เพราะเมื่อเลือดถูกส่งออกไปจากหัวใจด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ความดันภายในoutletจะลดลง (หลักการทางวิทยาศาสตร์ เข้าใจยากหน่อยครับ ) ความดันในส่วนโดยรอบของoutletก็จะมากกว่าและบีบทำให้ทางออกที่แคบอยู่แล้ว ให้แคบลงไปอีก

ผลก็คือ ปริมาตรเลือดที่ส่งออกจากหัวใจจะลดลงจนถึงจุดวิกฤติ และเพราะปากทางเข้าของหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ จะอยู่ใกล้ๆกับทางออกของเลือดที่ส่งออกจากหัวใจ เมื่อทุกอย่างถูกรบกวน ปริมาณเลือดที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับก็จะถูกกระทบไปด้วย

อาการแสดงในช่วงแรกมักจะมาด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะแบบอันตราย หรือที่เรียกว่า Ventricular fibrillation ซึ่งจะยิ่งทำให้เลือดออกจากหัวใจลดลง หรือ แทบจะไม่มีเลือดออกจากหัวใจ จนทำให้คุกคามต่อชีวิต

การช่วยเหลือในเบื้องต้นจำเป็นต้องใช้เครื่องช้อคไฟฟ้า ยิ่งปล่อยไว้เนิ่นนาน การพยากรณ์โรคก็จะแย่ลง

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่แทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้รับการรักษาที่ทันท่วงที เพราะไม่มีทางที่จะเข็นเครื่องช็อคไฟฟ้าไปถึงที่เกิดเหตุได้ภายในเวลา 2-3นาทีอย่างแน่นอน แม้แต่ในสนามแข่งบอลที่มีทีมแพทย์และพยาบาลสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลา ก็ยังไม่ทันการ เพราะอาการหน้ามืดเป็นลม หมดสติของผู้ป่วย จะเกิดขึ้นหลังจากที่ปริมาณเลือดส่งออกจากหัวใจลดลงจนเกินจุดวิกฤติไปแล้วทั้งสิ้น และมักจะใช้เวลาสักพักหนึ่งในการวินิจฉัยแยกโรคจากการเป็นลมหมดสติธรรมดา

---------------------------------------------------------------------------------------
ชีวิตจริงของเรานั้น ไม่สามารถใช้ความรู้สึกในการบอกวัดจุดวิกฤติของร่างกายได้เสมอไป
"listen your body" อาจจะใช้ได้ในบางกรณี แต่ไม่ทุกกรณี



ขอให้คุณงามความดีที่อจ.โต้งได้กระทำไว้ ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นบุญกุศล หนุนนำให้ดวงวิญญาณไปสถิตย์ยังภพและภูมิที่ดีด้วยเถิด

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูงของอจ.โต้ง มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ป๋าลู
Bikeloves.com & BPMTB.net Webmaster

น่าสนใจ...เราปั่นจักรยานกันทุกวัน ปั่นแล้วได้หัวใจเป็นแบบไหน


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
panjap
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 607
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2008, 14:45
team: No

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย panjap »

ผมใส่ heart rate ป้องกันไว้ก่อนครับ และดูความสามารถตัวเองไม่ฝืนครับ
jungleape
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 50
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 15:48

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย jungleape »

อ่านแล้วเศร้ามาก
ขอแสดงคามเสียใจด้วยครับ
jungleape
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 50
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 15:48

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย jungleape »

อ่านแล้วเศร้ามาก
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
jook
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8345
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:45
ตำแหน่ง: ชัยพฤกษ์ ซอย 13 กทม.
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย jook »

..
:P

อ่านแล้วครับ
ขอบคุณครับ
พอ.. ครับ
pla_tong
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

โค้ด: เลือกทั้งหมด

B-ONE  วันนี้, 13:33
ผม ยังไม่เข้าใจประเด็นการถก ว่าจะเอ่ยถึงเรื่องไร ช่วยบอกที่
ขอบคุณ...คุณB-ONE ที่ร่วมแสดงความคิด ผมขออภัยที่เผลอเรอไม่ได้ตอบแต่ต้น เพราะติดพิมพ์ ติดค้น ติดโพสท์ อยู่

ที่จริงตั้งใจจะเขียนต่อพรุ่งนี้ครับ แต่พอเปิดอ่านอีกรอบ เจอคำแนะนำของคุณB-ONE อยากรู้ว่าจุดประสงค์จะถกกันเรื่องอะไร ก็ขอตอบก่อนครับ

คือผมตั้งตุ๊กตา...ความนึกคิดที่จะเขียน ด้วยสังเกตคนปั่นจักรยาน ส่วนใหญ่ที่ผมเจอะเจอนะครับ รวมทั้งเพื่อนๆที่ออกตัวว่าเป็นมือใหม่...ปั่นกันมาไม่นาน เชื่อไหมล่ะครับ ส่วนใหญ่ปั่นกันในโซนที่เป็นAnaerobic

ปั่นจักรยานมันสนุกครับ ปั่นกันไม่เท่าไหร่ มันก็พอทนเจ็บก้นได้ เริ่มปั่นไล่เพื่อนได้ เริ่มเข้ากลุ่มได้

ไม่ซักกี่เดือนหรอกครับ ก็พอจะอัดหนักไปกะเพื่อนได้

ปั่นได้ขนาดนี้ มันก็สนุกครับ สนุกจนติด สนุกในการปั่นอัดกัน

ให้ปั่นช้าๆให้สร้างฐานแอโรบิคซักปีก่อน ไม่มีใครทำแล้วละครับ มันเบื่อ...มันไม่มัน สู้ปั่นทุกวันอัดกันดีกว่า มัน มันสส์ดี

นี่ละครับ เรื่องที่อยากคุย


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย Dhandranunda »

แปลกนะ นักกีฬาดังๆ ก็มีหัวใจวายเสียชีวิต นักพากย์บอลชื่อดังคนนึงของไทยก็เสียชีวิตในขณะเล่นกอล์ฟ ทั้งที่บุคคลเหล่านี้ควรจะเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
ขวด

The Power Of Slow Ride
รูปประจำตัวสมาชิก
JohnnyP
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 221
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ค. 2009, 16:33

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย JohnnyP »

เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากกครับ

ตัวผมเองช่วงปั่นใหม่ๆ 2-3 เดือนแรก overtrain อยู่แทบทุกครั้งที่ปั่น (ก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลยหลายปี)
เพราะปั่นตามเพื่อน(ซึ่งปั่นเป็นประจำ) ตัวเองเลยปั่นเข้าไปอยู่ใน red zone แทบตลอด
เลยหา Heart Rate monitor มาใช้ ก็เลยประคองให้อยู่ต่ำกว่า red Zone และก็แทบไม่มีอาการ overtrain อีกเลย
แต่ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ใน zone 4 ซึ่งเป็น anarobic อยู่นั่นเอง

ขอบคุณมากสำหรับความรู้ครับ
คงต้องหาโอกาสปั่น chill chill เบาๆ เลี้ยงให้ไม่เกิน zone 3 มากขึ้นแล้วหละครับ
แต่คงทำได้เฉพาะเวลาฝึกเองบนเทรนเนอร์
เพราะไปกับเพื่อนเมื่อไหร่ก็ต้องมี zone 4 zone 5 เสียเป็นส่วนใหญ่ :lol: :lol:
servertoday
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2010, 14:31
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย servertoday »

น่าเศร้ามากค่ะ

อ่านแล้วสลดใจเลย

ยังไงขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จากไปด้วยค่ะ
don1970
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 252
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 20:06
Tel: 0819107429
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย don1970 »

มาหาความรู้ครับ
เลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อน ดีกว่าเลี้ยงเพื่อนแบบหมาๆ
lotus
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4611
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
team: รวมมิตร
Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
ติดต่อ:

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย lotus »

จุดหนึ่งที่คนอาจไม่ได้นึกถึงสาเหตุการตาย คือ นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ แล้วไปอัดขึ้นเขา หรือ อัดทางเรียบตามขาแรง เท่าที่ทราบ ตายไปสองรายด้วย factor นี้

ส่วนตัวเอง เมื่อ 3 ปีก่อน ไปกับทริปรามอินทรา ไปอ่างทอง อัดด้วยความเร็ว 40-50 ขาไปตามลมถนน 347 ซึ่งปกติทำได้ไม่มีปัญหา แต่วันนั้นนอนแค่ 3-4 ชม อัดไปได้ระยะหนึ่ง รู้สึกหัวใจเต้นแรงมาก ผิดปกติ ซึ่งผมฟังหัวใจตัวเองอยู่เสมอ (listen to your body) ก็เลยผ่อนแล้วค่อยๆ ปั่นวอร์มจนถึงศาลาข้างทาง ก็นอนพัก 30 นาที แล้วปั่นกลับบ้านด้วยความเร็ว 25 กม/ชม สบายๆ ได้ระยะทางแค่ 80-90 กม เท่านั้น ถึงบ้านก่อนเที่ยง ไม่ไปแล้ว อ่างทอง

นอกจากนี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะนอนมากตามปกติ เวลาปั่นตามขาแรง ผมพยายามฟังหัวใจตัวเองเสมอ ถ้ามันเต้นแรงเกิน ก็จะไม่ฝืนตามขาแรง ยอมหลุดทั้งๆ ที่ยังไปได้อีก แก่แล้ว ยังอยากอยู่ปั่นอีกนานๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
B-ONE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 148
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2009, 21:14
Tel: 0817904630
team: KoratBike
Bike: scandium

Re: ฉุกใจ...เมื่อมีข่าวนักปั่นเสียชีวิต ช่วยกันคิดป้องกันตัว

โพสต์ โดย B-ONE »

จากประสบการณ์ของตัวเองนะครับ

การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ชนิดต่างๆ
ผมว่าควรเรื่มตั้งแต่เบาๆ ให้กล้ามเนื้อทุกส่วนเริ่มรับรู้ถึงการทำงาน หรือที่เรียกว่า warm up
แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดอย่างสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆจะค่อยๆ ขยายตัวตามไปเรื่อยๆ
ทำให้ทุกครั้งที่เราออกกำลังกายจะได้ไม่รู้สึกว่าเจ็บกล้ามเนื้อ

อย่างผมในปีแรกๆ ผมไม่หวังอะไรเลยเป็นการศึกษาวิธีการและเทคนิคต่างๆในการปั่นและ
พยายามเก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ในปีแรกไปปรับปรุงและพัฒนาตนเอง.

ในปัจจุบันก็เช่นกันในขณะที่ปั่นหากรู้ว่าตัวเองเริ่มเหนื่อยก็จะพยายามปั่นแบบไปเรื่อยๆไม่ฝ์น
เราก็จะสามารถปั่นได้จนจบการแข่งขัน

หลังจากจบการแข่งขันเราก็ต้องให้เวลากับตนเองสัก 2-3 นาที่ ในการคลายกล้ามเนื้อหรือ
ที่เรียกว่า warm down นั่นเองเพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว

จงพึงระลึกอยู่เสมอว่า ส่วนต่างๆ ของร่างกายของเราหาอะไหล่ไม่ได้ต้องคอยดูแลรักษาอยู่ตลอด
เวลา แล้วเราก็จะอยู่ได้นาน อย่าทำตัวเราให้เหมือนครื่องยนต์หรือเครื่องจักร...............

ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”