ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

กลับจากซ้อมปั่น วันนี้เก็บไมล์ได้อีก74กิโล
ปั่นวันเดียว มีทุกสภาพอากาศเลย ฝนตกเย็นดี แดดร้อนก้อมี ลมแรงๆๆมีไว้ฝึกความอดทน
กลับถึงบ้านเหนื่อยจริงๆเลย
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

ทักทายยามเย็นจร้า.....
เงียบเชียบเลยไม่มีใครเข้ามาเลย
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
giant_tiger
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 940
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2008, 20:49
Tel: 029151446,0813734213
team: คนชานเมือง
Bike: giant eguana disc
ติดต่อ:

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย giant_tiger »

หวัดดียาม (เฮ้ยผิดเค้าเรียกรปภ) รปภเย็นจ้า เข้าประตูบ้านมาแล้วไม่เจอไคร (เก้อทุกที)
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

เด็กๆได้จักรยานไซส์เด็กมาแล้ว
ตอนนี้เลยเบอร์ห้ากันอยู่ เตรียมตัวไปนครนายกจร้า



รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

สาระดีมาฝาก....
แค่ไหนจึงจะเรียกว่าพอเหมาะ : การออกกำลังกาย ???

ความบ่อย

โดยทั่วๆ ไป สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพให้ได้ผลนั้น จะต้องปฏิบัติอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ถ้าทำได้ทุกวันก็จะยิ่งดี หากว่างเว้นจากการออกกำลังกายนานเกิน 3 สัปดาห์ ผลที่ได้ในครั้งสุดท้ายก็จะสูญเสียไป ทำให้ต้องนับหนึ่งใหม่ คือต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ (เห็นไหน คิดจะฟิต คิดจะหุ่นดี ต้องอดทนและซื่อสัตย์เป็นสำคัญ)

ความนาน
ในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง ต้องปฏิบัติติดต่อกันอย่างน้อยต้องนานไม่ต่ำกว่า 30 นาที (และใน 30 นาที นี้จะต้องมีความสม่ำเสมอต่อเนื่องโดยไม่หยุด) ถ้าต่ำกว่านี้จะได้ผลน้อย และก็ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง ถ้าเกินกว่านี้จะพบการบาดเจ็บของข้อต่อ เส้นเอ็นสูงขึ้นกว่า 2-3 เท่าของการออกกำลังกาย 30 นาที/ครั้ง แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ฝึกมาเป็นอย่างดีแล้ว เรียกว่า มีความฟิตมาก (Well Train) ก็จะอยู่เหนือกฎเกณฑ์นี้ คืออาจจะไม่บาดเจ็บมาก 2-3 เท่าตามที่กล่าวมาแล้ว
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

ความหนักและเบา
ตัวกำหนดความหนัก เบานั้น ถ้าจะพูดตามหลักวิชาการก็คือ ชีพจร ชีพจรของคนเรานั้นโดยปกติวัยเด็กแรกเกิด หัวใจยังแข็งแรง ก็สามารถเต้นได้เร็วที่สุดถึงประมาณ 220 ครั้งต่อนาที ส่วนผู้มีอายุมากขึ้นๆ สมรรถภาพของหัวใจก็ค่อยๆ เสื่อมลงตามอายุ ดังนั้นจะหนักจะเบาแค่ไหน ตัวบ่งชี้คือ การเต้นของหัวใจ

การออกกำลังกายที่พอดีพอเหมาะ คือ สามารถบริหารให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นประมาณ 70-85% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ตามอายุคนคนนั้นจึงจะได้ประโยชน์เต็มที่ และมีผลต่อสุขภาพ ซึ่งเราจะเรียกวิธีการออกกำลังกายที่มีความหนักขนาดนี้ว่าเป็น การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

เต้นช้ากว่า 70% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ = ได้ผลน้อย (แต่ยังดีกว่าอยู่เปล่าๆ)
เต้นเร็วกว่า 80% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ = เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย พอเหมาะพอดี คือประมาณ 70% โดยใช้สูตร (220-อายุ) x 70 = ครั้งต่อนาที



จะหนัก จะเบาตามวัยแค่ไหน....จึงจะเหมาะ : การออกกำลังกาย รูปภาพ

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใหม่ๆ ควรฝึกบ่อยครั้ง แต่พอควรในขั้นต้นแล้วค่อยๆ เพิ่มเวลานานขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีเป้าหมายไว้ที่ 30 นาที และจะต้องเป็น 30 นาทีของการฝึกที่สม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นสำคัญ

แหล่งข้อมูล : นายแพทย์ปัญญา ไข่มุก (ฟังเสียงเพิ่มเติมได้ที่นี่)
นำเสนอโดย : พรพิมล สุรินทร์วงศ์และงานประชาสัมพันธ์
สุรชาติ อาจทรัพย์งานสารสนเทศ

http://www.ss.mahidol.ac.th/thai/KnowHealthpage6-5.html
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

... เหตุใดจึงต้องเน้นการ warm up และ cool down ทุกครั้ง
ก่อนและหลังการออกกำลังกาย ...


โดยทั่วๆไปการได้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ว่าจะเป็น การเดินการทำงานบ้านงานสวนก็ถือเป็นการออก กำลังกายทั้งสิ้นแต่สำหรับการออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพทุกอย่างต้องมีการ warmupและcool down เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความพร้อมก่อนการใช้งานและ ชลอเครื่องลงหลังการใช้งานแล้ว การ warm upจึง เป็นคาถาป้องกันการบาดเจ็บส่วนการ cool down เป็นคาถาป้องกันการปวดเมื่อย ช่วยรักษาชีวิตได้



ใครมีปัญหาจากการออกกำลังกายในเมืองร้อนส่วนมากการ warm up จะใช้เวลาประมาณ5-10นาที แต่คนที่อยู่เมืองหนาวเช่นในต่างประเทศจะใช้เวลาประมาณ15นาทีเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาโดยหลัก การแล้วเซลส์ของมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่น จะมีอุณหภูมิร่างกายประมาณ 37 องศาเซลเซียส บวก ลบ0.5คือ36.5หรือ37.5ร่างกายสั่งให้ควบคุมอุณหภูมิขนาดนี้โดยสมองเป็นผู้ควบคุมตรวจจับอุณหภูมิิของเลือดเราว่าเท่าไหร่ตรงตามความต้องการหรือไม่ถ้าต่ำไปก็จะให้เรามีอาการสั่นเรียกว่าซิลล์(chill)

ซึ่งเป็นปฏิกริยาของร่างกายที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นต่อสู้กับความหนาวเย็นสังเกตได้จากเวลาอากาศ เย็นเราอาบน้ำเย็นๆจะต้องมีอาการตัวสั่น เพราะร่างกายรับรู้จึงได้สร้างความร้อน จากการสั่นนั่นแหละ เพื่อยกอุณหภูมิต่ำให้สูงขึ้นมาเป็น 37 องศาให้ได้แต่ถ้าอุณหภูมิร่างกายร้อนเกินไป เช่น 38,39 องศา เช่นเวลามีไข้ก็จะทำให้มีการหลั่งเหงื่อออกมาเพราะเหงื่อเป็นตัวพาความร้อนทิ้งออกไปเป็นธรรมชาติ ของร่างกายที่จะปกป้องเรา ตามสาเหตุแต่กล้ามเนื้อ จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือกล้ามเนื้อจะทำงานเต็มที่ เพื่อใช้งานได ้ประมาณ 38 องศา โดยได้รับการกระตุ้นเตือน จากระบบประสาท ให้เตรียมพร้อมว่าจะ สร้างความแข็งแรงแล้วนะเพราะเจ้าของกำลังจะใช้งานเช่นเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบแอโรบิค ถ้าไม่ถึง38องศาก็ทำงานเหมือนกันแต่ทำแบบฝืนๆ ขัดๆ ไม่สมบูรณ์แบบ วิธีการที่ทำให้เป็น 38 องศาได้ คือร่างกายต้อง warm up

อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ 37 เป็น 37.5 เป็น 38 พอถึง 38 เราจะรู้สึกว่า ข้อต่อคล่องแคล่วขยับเขยื้อนคล่องแคล่ว ซ้ายขวา หน้าหลัง เอี้ยวตัวคล่องไปหมด เพราะกล้ามเนื้อถึงอุณหภูมิที่จะทำงานได้แล้ว มีเอ็นไซม์หลายๆ อย่างในกล้ามเนื้อเกิดขึ้นแล้ว มีฮอร์โมนหลั่งออกมารอการใช้งาน มีสารอดีนาลีน เอ็นโดฟิน หลั่งออกมา เห็นไหมว่ามีการเตรียมการของร่างกายหลายๆ ประการก่อนที่จะออกกำลังกาย แต่เราไม่รู้ เพราะมันทำอยู่อัตโนมัติ




การอุ่นเครื่องด้วยวิธีง่ายๆ คือซอยเท้าอยู่กับที่ หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นจังหวะๆ เช่นเดินเร็วๆ ให้มีเหงื่อซิบๆ หรือควงแขนหมุนมือไปข้างหน้า ข้างหลัง ขยับหลัง ขยับไหล่ ทำเรื่อยๆ ต่อเนื่องเบาๆ ยังไม่ถึงออกกำลังกายจริง พอประมาณ 5 – 6 นาที แล้วก็ต่อด้วยอันที่ 2 คือการยืดเส้น ยืดกล้ามเนื้อ ก้มๆ เงยๆ เหยียดแขน เหยียดขา เหยียดศอก เหยียดไหล่ แต่ทุกๆ ท่าที่ทำควรค้างไว้โดยนับ 1 – 5 ในใจ เสร็จแล้วค่อยเปลี่ยนท่า ถ้าเราทำไวๆ แบบยกขึ้นยกลงเร็วๆ เป็นการกระตุกเส้นมากกว่า ไม่ใช่การยืดเส้น จากนั้นก็ออกกำลังกายได้เลย ประมาณ 20-30 นาที ตามที่ท่านต้องการก็ครบสูตร
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

เคยมีคำถามถึงการ warm up ว่าได้ทำแล้วแต่บางคนเหงื่อไม่ออกมาเลยจะทำอย่างไร
ก็ไม่เป็นไรครับเพราะภายในร่างกายบางคนซึ่งต่อมเหงื่อไม่ได้ถูกฝึกเพื่อให้เหงื่อออกง่ายเช่น สุภาพสตรีเหงื่อไม่ค่อยมากนัก อันนี้ไม่เป็นไร ขอให้เราทำให้ร่างกายรู้ว่าเราเริ่มอุ่นเครื่องให้อุณหภูมิขึ้น แล้วพอยืดเส้นไปร่างกายจะทำงานอุณหภูมิเพิ่มจนครบ10นาทีก็ครบกระบวนการ warm up ป้องกัน ไม่ให้กล้ามเนื้อมีการบาดเจ็บฉีกขาดหลังออกกำลังกายถ้าไม่ยืดพอฝืนใช้ ฝืนวิ่ง ฝืนกระโดดสูง ฝืนตี แบด ตีเทนนิสทำให้กล้ามเนื้อมีการฉีกขาดได้ง่าย เป็นคาถาสำคัญป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกและข้อ ฉะนั้นจงทำทุกครั้ง นี่คือความสำคัญของการ warm ร่างกาย ให้อุณหภูมิอยู่ที่ 38 องศา ทำให้ร่างกายเกิดการกระตุ้น เพื่อที่จะบอกว่า กล้ามเนื้อแต่ละส่วนจะเริ่มใช้งานแล้วน่ะการ ออกกำลังกายจริงๆ ประมาณ20 - 30นาทีผ่านไปก็เหลือ cool down เทียบดูก็เหมือนกับแซนวิสมีขนม ปังแผ่นหน้าเป็น warm up ตรงกลางเป็นแฮมเบอร์เกอร์เป็นการออกกำลังกายจริงๆ สุดท้ายตอน cool down เป็นขนมปังอีกแผ่นที่แปะหลัง

ทีนี้cool down ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นคาถาป้องกันไม่ให้เรามีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่ง ช่วยผลักดันเลือดที่ตกค้างตามกล้ามเนื้อตามร่างกายที่แขน ที่ขา กลับสู่หัวใจให้เพียงพอ หลังจากการเลิก จึงเป็นคาถาป้องกันการปวดเมื่อย รักษาชีวิต ไม่ให้มีปัญหาจากการออกกำลังกายได้ พอเราออกกำลังกายเต็มที่ ช่วง 20 นาที ตรงกลางที่ว่าเป็นแฮมเบอร์เกอร์ เลือดทั้งหมดจะวิ่งไปที่กล้ามเนื้อ 8-10 เท่า เพราะกล้ามเนื้อต้องการเลือดมาก อีกทั้งฮอร์โมนเกลือแร่ก็มากันเต็มไปหมดกล้ามเนื้อก็ชอบมาก ทำงานเต็มที่ที่อุณหภูมิ 38องศา ทีนี้เวลาเลิกมันจะมีการคั่งค้างของสารพวกแล็กติกแอ็กซิสซึ่งเป็น ธรรมชาติของทุกคนที่มีการเผาผลาญพลังงานจะมีสารตกค้างในกล้ามเนื้อ ถ้าหยุดทันทีจะค้างอยู่ใน นั้น แต่ถ้าเรา Cool down ให้ช้าลงๆ หรือเปลี่ยนเป็นเดิน ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยปั้มสารแล็กติกแอ็กซิสที่คั่งค้างส่งไปให้ตับ กับไตขจัดทิ้ง เห็นไหมครับ อย่างนี้จะเหลือน้อยไม่ค้างในกล้ามเนื้อ สารแล็กติกแอ็กซิส พออยู่ในกล้ามเนื้อ สัก 2-3 ชม. จะรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สังเกตคนที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ไม่มีการ cool down พอ 2-3 ชม. จากนั้นจะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อันนี้ไม่ใช่เกิดจากการบาดเจ็บ
อีกนิดนึง การออกกำลังกายได้กล่าวแล้วว่าเลือดอยู่ที่กล้ามเนื้อขา ซึ่งมีการตกค้างเยอะ พอหยุดออกกำลังกาย แล้วนั่งทันที เลือดค้างที่ขามาก ก็กลับสู่หัวใจไม่มากพอ คราวนี้หัวใจอาจเกิดการขาดเลือดได้ ถ้าค่อยๆ cool down ร่างกายก็จะปั้มเลือดผ่อนส่งคืนหัวใจเรื่อยๆ 3-4-5 นาที เลือดอยู่ที่กล้ามเนื้อน้อยลง แต่กลับไปที่หัวใจมากขึ้น หัวใจก็ชอบ การออกกำลังกายแล้ว cool down ก็จะไม่มีปัญหา
โดยสรุป Warm up ป้องกันการบาดเจ็บ cool down ป้องกันการปวดเมื่อย ป้องกันไม่ให้เราขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้

แหล่งข้อมูล : นายแพทย์ปัญญา ไข่มุก (ฟังเสียงเพิ่มเติมได้ที่นี่)
นำเสนอโดย : พรพิมล สุรินทร์วงศ์และงานประชาสัมพันธ์
สุรชาติ อาจทรัพย์งานสารสนเทศ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย patlung »

s_da เขียน:เด็กๆได้จักรยานไซส์เด็กมาแล้ว
ตอนนี้เลยเบอร์ห้ากันอยู่ เตรียมตัวไปนครนายกจร้า



รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
สักวันหนึ่ง...จักรยานจะโตตามคนขี่..555
ครอบครัวนี้น่ารักมาก เข้ามาทักทายยามเพลจ้า :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

patlung เขียน:
s_da เขียน:เด็กๆได้จักรยานไซส์เด็กมาแล้ว
ตอนนี้เลยเบอร์ห้ากันอยู่ เตรียมตัวไปนครนายกจร้า


สักวันหนึ่ง...จักรยานจะโตตามคนขี่..555
ครอบครัวนี้น่ารักมาก เข้ามาทักทายยามเพลจ้า :mrgreen:
ขอบคุณพี่พัฒน์จ๊ะที่เข้ามาทักทาย ก็พยายามหากิจกรรมครอบครัวทำร่วมกันค่ะ ไม่อยากให้เด็กๆ อยู่กับโทรทัศน์ หรือเกมส์ มากนัก อีกอย่างเวลาทำอะไรร่วมกันแล้วมันมีความสุขค่ะ...ไม่แน่นะต่อไปถ้าลูกๆปั่นเก่งจะชวนปั่น Touring กลับใต้มันซะเลย ฮิ ฮิ ฮิ.
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

ประโยชน์จากโยเกิร์ต
โยเกิร์ตเป็นอาหารที่อร่อย แถมยังมีประโยชน์มากมาย วันนี้เรามีเรื่องนี้มาฝาก






เวลาท้องเสียเป็นเพราะมีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในลำไส้ แต่เชื้อจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดเลวทั้งหลาย การกินโยเกิร์ตจึงทำให้อาการท้องเสียทุเลาอย่างรวดเร็ว ทำให้ถ่ายน้อยลงหรือหยุดถ่าย

โยเกิร์ตมีไขมันชื่อคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิก ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย เป็นแหล่งรวมของสารอาหารถึง 11 ชนิด และแต่ละชนิดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย อย่างไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 โปรตีน วิตามินบี 12 ทริปโทฟาน โพแทสเซียม โมลิปเดนัม สังกะสี และวิตามินบี 5

โยเกิร์ตให้โปรตีนและแคลเซียมสูงกว่านมธรรมดา เพราะลำไส้ย่อยนมไม่ได้ แต่สำหรับโยเกิร์ตสามารถทำได้ เพราะในโยเกิร์ตมีกรดแลกติกที่จะช่วยย่อยแคลเซียมให้เล็กลง ทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้

จุลินทรีย์ทั่วไปอาจทำร้ายร่างกายแต่แลคโตบาสิลัสในโยเกิร์ตเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่ร่างกายต้องการ เพราะจะไปหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อ "เฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร" ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ ลดการอักเสบของลำไส้และไขข้อ แถมยังทำตัวเป็นนักปราบปรามจุลินทรีย์ที่จะทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วงที่มีรอบเดือนผู้หญิงจึงควรทานโยเกิร์ตเป็นประจำ

แคลเซียมสูงที่ได้จากโยเกิร์ตจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันสูง มะเร็งลำไส้ และยังกระตุ้นระบบเผาผลาญทำให้ผอมเองโดยไม่ต้องเหนื่อย

ทำให้ปากสะอาด กำจัดกลิ่นปากและโรคเหงือก

เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย เพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินเคและบีในลำไส้ได้ดีขึ้น

รู้อย่างนี้แล้ว หันมารับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำกันดีกว่า เพื่อร่างกายที่แข็งแรง.

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

เครื่องดื่มเพิ่มพลังยามเช้า
ใครที่อยากเพิ่มพลังให้ตัวเองในตอนเช้า วันนี้เรามีเครื่องดื่มสำหรับเพิ่มพลังในตอนเช้ามาบอก...




น้ำมะนาว
ลองหาน้ำมะนาวมาดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีก

น้ำขิง
สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อน ๆ สักแก้ว เพราะในขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหย จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้รู้สึกมึนเมา แถมยังแก้อาการเมาได้ดี การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไป เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้


น้ำผักหรือน้ำผลไม้
เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิด และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและน้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้หายเหนื่อย หายเพลีย ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

น้ำหวาน
คนที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี

นมถั่วเหลือง
เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถั่วเหลืองเป็นเครื่องดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจากเนื้อสัตว์

กาแฟ
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่นก่อนลงมือทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดอาการหอบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และเป็นผลดีต่อนักกีฬาในการเพิ่มความทนทานและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน

ถ้าอยากรู้สึกสดชื่นยามเช้า ก็ลองหาเครื่องดื่มที่แนะนำมาดื่มกันดูได้.


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

อาหารต้องห้ามกับอาการป่วย
ทราบหรือไม่ว่าอาการป่วยแบบไหนไม่ควรทานอาหารประเภทไหน วันนี้เรามีมาบอก




ไข้หวัดหรือมีไข้สูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด และอาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก และทำให้เกิดความร้อนสะสม เพราะจะทำให้มีไข้สูงและตัวร้อนยิ่งขึ้น


โรคหัวใจและโรคไต ควรหลีกเลี่ยงอาการรสเค็มจัด เพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยง

โรคตับและถุงน้ำดี หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมัน เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะตับและถุงน้ำดีมีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร การทานอาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไป จะทำให้ประสิทธิภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลง และเกิดโทษต่อตับและถุงน้ำดี

โรคริดสีดวงทวารหรือท้องผูก หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทยและพริก เพราะอาหารเหล่านี้อาจทำให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบได้

รู้อย่างนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมจะดีกว่า.


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

เด็กๆซ้อมปั่นทุ่งนา..สวนกล้วยหลังบ้านจร้า....ธรรมชาติในกทม

รูปภาพ รูปภาพ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
รูปประจำตัวสมาชิก
s_da
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2230
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์ โดย s_da »

เคล็ดลับหลับดี

คืนใดที่เข้านอนแล้วนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา ข่มตานับแกะผ่านไปเป็นพัน ๆ ตัวก็ยังหลับไม่ลง กว่าจะเพลียง่วงได้ที่ก็เลยล่วงไปเกือบสว่าง...

ปัญหาข้างต้นคงเคยเกิดขึ้นและทำให้ผู้อ่านหลายคนรู้สึกอ่อนล้า ง่วงเหงาหาวนอนตลอดช่วงกลางวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ดังนั้น 'มุมสุขภาพ-สามัญประจำบ้าน' มีเคล็ดลับการนอนหลับที่ดี ที่ได้มาจากศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี

โดยสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง หากอยากนอนให้หลับ คือ ไม่สูบบุหรี่ก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง ถ้าท้องยังร้องเพราะหิวก็ยังไม่เหมาะที่จะเข้านอน แต่ก็ห้ามรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนจะนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

อีกทั้ง 3 ชั่วโมงก่อนนอน ต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ผสมอยู่ รวมทั้งไม่หลับในช่วงกลางวัน และปล่อยใจให้สบาย ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องใด ๆ มากเกินไป

ส่วนผู้ที่นอนกรน สามารถแก้ไขอาการดังกล่าวในเบื้องต้นเพียงควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกาย เลี่ยงการนอนหงาย เน้นนอนในท่าตะแคงข้าง หนุนศีรษะสูงเล็กน้อย ที่สำคัญควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่รับประทานยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทก่อนนอน.



takecareDD@gmail.com
ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”