ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
- มุก
- ขาประจำ
- โพสต์: 1597
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 12:53
- Tel: 0871151690
- team: ชมรมจักรยานกรุงเก่า
- Bike: Trek 520 Giant XCT Garyfisher Wahoo
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สวัสดีครับคุณโฮ่ว แวะมาทักทาย รอจังหวะน่ะครับ อ่านแล้วเหมือนกับผมได้ปั่นไปอีกรอบเลย ได้เห็นความตั้งใจในทุกๆเรื่องแล้วทึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารชีวิต ที่มีทั้งครอบครัว,งานและก็ความฝันครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรายงานและภาพที่ผมขาดตกไปเยอะ
Trip:Beijing http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=27&t=3836
Trip:Indonesia http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=27&t=164111
Trip:Indonesia http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=27&t=164111
- ming_khwunchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 487
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 0818372097
- team: bike Touring club
- Bike: Trek4400,Panasonic,Trek520
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สวัสดีครับคุณมุก สบายดีนะครับ เสียดายจังทริปเขาใหญ่ไม่ได้มาเจอกัน งานนี้คุณบุญเลิศ แกขนมุขมาฮา
กันยันปิดงานเลี้ยงเลย อยุธยาฝนตกมากไหมครับ
ขอบคุณ ท่านเสือทุ้ย กับความรู้ที่มอบให้ ยอดเยี่ยมมากเลยครับกับวิทยาทานที่ได้รับ แบบนี้ซิครับเป็นการสร้างเสริมในกลุ่มชาวจักรยานเรา
ผมเองก็เคยอยู่ที่อินโด แต่ก็ไม่รู้เรื่องราวละเอียดแบบนี้มาก่อน
- เป้ บ่ายสาม
- ขาประจำ
- โพสต์: 460
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2008, 22:33
- team: อิสระ
- Bike: mtb
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
รูปและเรื่องเต็มสิบครับ...........
- koko
- ขาประจำ
- โพสต์: 1484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:43
- team: any
- Bike: Giant, Specialized sirrus touring
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ให้ไว้ จะระวังมากขึ้น.. เมื่อวานถึงบานดุงประมาณห้าโมงเย็น ..วันนี้ไปเที่ยว Lembang และ
ภูเขาไฟ ตามที่เสือ bike addict แนะนำ
ภูเขาไฟ ตามที่เสือ bike addict แนะนำ
- ไฟล์แนบ
-
- v 2.jpg (67.95 KiB) เข้าดูแล้ว 716 ครั้ง
-
- v 1.jpg (59.17 KiB) เข้าดูแล้ว 716 ครั้ง
ทริป น่าน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=153675
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
- koko
- ขาประจำ
- โพสต์: 1484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:43
- team: any
- Bike: Giant, Specialized sirrus touring
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ภูเขาไฟข้างบน non-active คือไม่มีอาการปรุ๊ด ๆ แล้ว .. ห่างจากบริเวณนี้ราว 1200 เมตร มีจุดที่ยัง active
- ไฟล์แนบ
-
- v 8.jpg (44.81 KiB) เข้าดูแล้ว 714 ครั้ง
ทริป น่าน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=153675
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ขอบพระคุณครับ คุณ Bike Addict และทุกท่าน สำหรับภาพและเรื่องราว ได้ชมทั้งภาพสวย ๆ และได้รับความรู้มากมาย
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตาม ตอนนี้กลับมาแล้วครับ หลังจากง่วนกับการทำงาน วันละ 12 ชม อยู่หลายวัน
เบื่อชีวิตออฟฟิศเหลือเกินแล้วครับ แต่ทำงัยได้ ข้าวก็ต้องกิน เงินยังต้องมีไว้จ่ายค่าเทอมลูก
บ่น บ่น บ่น ........
จะบอกว่าวันนี้เดี๋ยวจะกลับมาสานต่อแล้วครับ แต่คงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป วันไม่เกินละ 2 ชั่วโมง หรือ 4 % ของวัน ครับ
ส่วนเวลานอน 6 ชั่วโมง เท่ากว่า 24% ของวัน นั้นจะก็ครองแชมป์การใช้เวลามากที่สุดของผม และลดทอนไม่ได้ครับพี่น้องงงง

และงานก็ยุ่งและใช้เวลามากเช่นกัน ขอสารภาพว่า บางครั้งเลยแอบขี้เกียจสรุปทริป เหมือนกัน
ส่วนผมก็ยังทึ่งและนับถือตัวพี่เช่นกันที่บุกบั่นเดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ และแบ่งปันข้อมูลให้พวกเราและพี่ ถือเป็น Idol และแรงบันดาลใจสำหรับผมมากๆ ทีเดียว ในการตามฝันเหมือนพี่
จริงๆ แล้ว ของผมก็ขาดรายละเอียดไปเยอะเช่นกันครับ ดีทีมีพี่ๆ ทุกท่านคอยเติม ให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นครับ ดังนั้นถ้ารู้ครบ รู้กว้างเรื่องเกาะชวา ผมว่าพี่ๆ น้องชาวไทย MTB ต้องอ่าน ปั่นไปตามใจฝัน ชวา-บาหลี ของพี่มุกด้วยถึงจะสมบูรณ์และรู้จริงครับ
ส่วนผมเองหากมีเวลาก็พยายามลงรายละเอียดให้มากที่สุด ครับ เผื่อท่านพี่น้องชาวเสือ ได้มีข้อมูลไว้ใช้เวลาไปเที่ยวชวา ครับ
เบื่อชีวิตออฟฟิศเหลือเกินแล้วครับ แต่ทำงัยได้ ข้าวก็ต้องกิน เงินยังต้องมีไว้จ่ายค่าเทอมลูก
บ่น บ่น บ่น ........
จะบอกว่าวันนี้เดี๋ยวจะกลับมาสานต่อแล้วครับ แต่คงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป วันไม่เกินละ 2 ชั่วโมง หรือ 4 % ของวัน ครับ
ส่วนเวลานอน 6 ชั่วโมง เท่ากว่า 24% ของวัน นั้นจะก็ครองแชมป์การใช้เวลามากที่สุดของผม และลดทอนไม่ได้ครับพี่น้องงงง
ขอบพระคุณครับพี่มุก ตัวผมเองยังคิดอยู่เลยว่าตัวผมยังบริหารเวลาได้ไม่ดีนักครับ เป็นช่วงๆ เลยครับ ส่วนช่วงนี้ผมกลับมาบ้างานเหมือนเดิม นี้ถ้าบริษัทได้ยินคงดีใจสวัสดีครับคุณโฮ่ว แวะมาทักทาย รอจังหวะน่ะครับ อ่านแล้วเหมือนกับผมได้ปั่นไปอีกรอบเลย ได้เห็นความตั้งใจในทุกๆเรื่องแล้วทึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารชีวิต ที่มีทั้งครอบครัว,งานและก็ความฝันครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรายงานและภาพที่ผมขาดตกไปเยอะ
และงานก็ยุ่งและใช้เวลามากเช่นกัน ขอสารภาพว่า บางครั้งเลยแอบขี้เกียจสรุปทริป เหมือนกัน
ส่วนผมก็ยังทึ่งและนับถือตัวพี่เช่นกันที่บุกบั่นเดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ และแบ่งปันข้อมูลให้พวกเราและพี่ ถือเป็น Idol และแรงบันดาลใจสำหรับผมมากๆ ทีเดียว ในการตามฝันเหมือนพี่
จริงๆ แล้ว ของผมก็ขาดรายละเอียดไปเยอะเช่นกันครับ ดีทีมีพี่ๆ ทุกท่านคอยเติม ให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นครับ ดังนั้นถ้ารู้ครบ รู้กว้างเรื่องเกาะชวา ผมว่าพี่ๆ น้องชาวไทย MTB ต้องอ่าน ปั่นไปตามใจฝัน ชวา-บาหลี ของพี่มุกด้วยถึงจะสมบูรณ์และรู้จริงครับ
ส่วนผมเองหากมีเวลาก็พยายามลงรายละเอียดให้มากที่สุด ครับ เผื่อท่านพี่น้องชาวเสือ ได้มีข้อมูลไว้ใช้เวลาไปเที่ยวชวา ครับ
-
แจ้ว พัทลุง
- ขาประจำ
- โพสต์: 579
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:39
- Bike: bergamont tanic/GF malin
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
Bike Addict เขียน:ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตาม ตอนนี้กลับมาแล้วครับ หลังจากง่วนกับการทำงาน วันละ 12 ชม อยู่หลายวัน
เบื่อชีวิตออฟฟิศเหลือเกินแล้วครับ แต่ทำงัยได้ ข้าวก็ต้องกิน เงินยังต้องมีไว้จ่ายค่าเทอมลูก
บ่น บ่น บ่น ........
จะบอกว่าวันนี้เดี๋ยวจะกลับมาสานต่อแล้วครับ แต่คงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป วันไม่เกินละ 2 ชั่วโมง หรือ 4 % ของวัน ครับ
ส่วนเวลานอน 6 ชั่วโมง เท่ากว่า 24% ของวัน นั้นจะก็ครองแชมป์การใช้เวลามากที่สุดของผม และลดทอนไม่ได้ครับพี่น้องงงง
ขอบพระคุณครับพี่มุก ตัวผมเองยังคิดอยู่เลยว่าตัวผมยังบริหารเวลาได้ไม่ดีนักครับ เป็นช่วงๆ เลยครับ ส่วนช่วงนี้ผมกลับมาบ้างานเหมือนเดิม นี้ถ้าบริษัทได้ยินคงดีใจสวัสดีครับคุณโฮ่ว แวะมาทักทาย รอจังหวะน่ะครับ อ่านแล้วเหมือนกับผมได้ปั่นไปอีกรอบเลย ได้เห็นความตั้งใจในทุกๆเรื่องแล้วทึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารชีวิต ที่มีทั้งครอบครัว,งานและก็ความฝันครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรายงานและภาพที่ผมขาดตกไปเยอะ
และงานก็ยุ่งและใช้เวลามากเช่นกัน ขอสารภาพว่า บางครั้งเลยแอบขี้เกียจสรุปทริป เหมือนกัน![]()
![]()
ส่วนผมก็ยังทึ่งและนับถือตัวพี่เช่นกันที่บุกบั่นเดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ และแบ่งปันข้อมูลให้พวกเราและพี่ ถือเป็น Idol และแรงบันดาลใจสำหรับผมมากๆ ทีเดียว ในการตามฝันเหมือนพี่
จริงๆ แล้ว ของผมก็ขาดรายละเอียดไปเยอะเช่นกันครับ ดีทีมีพี่ๆ ทุกท่านคอยเติม ให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นครับ ดังนั้นถ้ารู้ครบ รู้กว้างเรื่องเกาะชวา ผมว่าพี่ๆ น้องชาวไทย MTB ต้องอ่าน ปั่นไปตามใจฝัน ชวา-บาหลี ของพี่มุกด้วยถึงจะสมบูรณ์และรู้จริงครับ
ส่วนผมเองหากมีเวลาก็พยายามลงรายละเอียดให้มากที่สุด ครับ เผื่อท่านพี่น้องชาวเสือ ได้มีข้อมูลไว้ใช้เวลาไปเที่ยวชวา ครับ
ปั่นมาเที่ยวตะโหมดซิ...จะพาเที่ยวให้หายเบื่อเลย
ปล.วีซ่าต่างประเทศขาดยาวเลยอาโฮ่ว....ขนาดรอบเขาบันทัดยังต่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้...แต่กำลังพยายามอยู่นะ....อยากกกกกกมากๆๆๆๆ
.... จักรยานทางไกลตามใจฉัน(ฝัน)....
อยากเที่ยวน่าน ให้มันน้าน นาน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=37367
ขอปั่นอีกที ที่ น่าน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=265735
อยากเที่ยวน่าน ให้มันน้าน นาน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=37367
ขอปั่นอีกที ที่ น่าน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=265735
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
มาแล้วครับ รื้อกันด้วยภาพนี้ ซึ่งเป็นภาพสลักนูนต่ำที่มีความสำคัญอันหนึ่ง นั้นคือภาพสลักที่กล่าวถึงตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงหนี
พระสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาซึ่งคือพระบิดาและมารดาไปผนวช ในป่าในภาพจะเห็นได้ว่า ท่านทรงม้าหนีออกโดยมีหมู่เทวดาคอยมาส่ง ที่เห็นและเดาได้ว่าเป็นเทวดาก็เพราะกำลังเหาะอยู่นั้นเอง
ถ้าท้าวความที่พระองค์ทรงหนีนั้น ก็เนื่องมากจากหลังจากพระองค์ได้ทรงออกไปเห็น ทุกข์ จากการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้ท่านต้องการจะหาวิธีดับทุกข์
จึงไปทูลของพระบิดาและมารดา สละพระราชสมบัติเพื่อไปผนวช เพื่อหาวิธีดับทุกข์พ้นจากทุกข์ทั้งปวง แต่พระบิดาทรงทัดทาน และโดยสร้างประสาทสามฤดู
ให้ท่านมีความสุขทรงเปลี่ยนใจให้มีความสุขอยู่ในทางโลกและเปลี่ยนใจไม่ออกผนวช
แต่เจ้าชายสิทธัตถะทรงมิได้ลุมหลงในมายาและกิเลส ทรงตัดสินใจหนีไปผนวช
ข้อมูลตอนเจ้าชายเสด็จหนีจากวิกิพีเดีย


พื้นหลังที่เป็นสีทองอยู่นั้น เกิดจากในช่วงแรกของการค้นพบและบูรณะ บูโรบูดูร์ โดยชาวดัตช์
ซึ่งชาวดัตช์ต้องการความยิ่งใหญ่และอลังการ เลยทาสีทองเพิ่มเติมเพื่อให้ดูสวยงาม แต่นั้นก็เป็นปัญหาในการบูรณะในภายหลัง
เนื่องจากการล้างสีทองนั้นทำได้ยาก และบางครั้งก็ทำลายภาพสลักไปด้วย
นี้ละน่า...... ไม่น่าเลย

พระสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาซึ่งคือพระบิดาและมารดาไปผนวช ในป่าในภาพจะเห็นได้ว่า ท่านทรงม้าหนีออกโดยมีหมู่เทวดาคอยมาส่ง ที่เห็นและเดาได้ว่าเป็นเทวดาก็เพราะกำลังเหาะอยู่นั้นเอง
ถ้าท้าวความที่พระองค์ทรงหนีนั้น ก็เนื่องมากจากหลังจากพระองค์ได้ทรงออกไปเห็น ทุกข์ จากการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้ท่านต้องการจะหาวิธีดับทุกข์
จึงไปทูลของพระบิดาและมารดา สละพระราชสมบัติเพื่อไปผนวช เพื่อหาวิธีดับทุกข์พ้นจากทุกข์ทั้งปวง แต่พระบิดาทรงทัดทาน และโดยสร้างประสาทสามฤดู
ให้ท่านมีความสุขทรงเปลี่ยนใจให้มีความสุขอยู่ในทางโลกและเปลี่ยนใจไม่ออกผนวช
แต่เจ้าชายสิทธัตถะทรงมิได้ลุมหลงในมายาและกิเลส ทรงตัดสินใจหนีไปผนวช
ข้อมูลตอนเจ้าชายเสด็จหนีจากวิกิพีเดีย
เจ้าชายเสด็จออกบวช
[แก้] เหตุการณ์ออกผนวชตามนัยอรรถกถา
เทวทูตทั้ง 4เหตุการณ์การออกผนวชจากหลักฐานชั้นอรรถกถา (หลักฐานชั้นรอง แต่งโดยคัมภีราจารย์รุ่นหลังพระไตรปิฎก) กล่าวว่า หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะเจริญวัยและอภิเษกสมรสล่วงมาได้ 29 พรรษาแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเสพสุขอยู่บนปราสาท 3 ฤดู มีความสุขทางโลกบริบูรณ์[5] จนวันหนึ่งทรงปรารถนาจะผ่อนคลายความจำเจ จึงชวนสารถีทรงรถม้าประพาสอุทยาน ครั้งนั้นทรงพบเทวทูตทั้ง 4 อันได้แก่ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช พระองค์จึงบังเกิดความสังเวชในพระราชหฤทัย ใคร่เสด็จออกบรรพชาเป็นสมณะ
ในวันที่เจ้าชายราหุลเกิดนั้น เป็นวันที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา ด้วยทรงเบื่อในเพศฆราวาสอันเต็มไปด้วยกิเลส จึงทรงเห็นว่าเพศบรรพชาเท่านั้นที่ประเสริฐและเป็นเพศที่สามารถจะหลุดพ้นจากความทุกข์ยากทั้งปวงได้ กระทั่งคืนที่เจ้าชายตัดสินพระทัยจะออกบวช ได้เสด็จไปเยี่ยมพระโอรสและมเหสี เมื่อพระองค์เห็นพระนางพิมพาบรรทมหลับสนิทพระกรกอดโอรสอยู่ทรงดำริจะอุ้มพระโอรส ขึ้นชมเชยเป็นครั้งสุดท้าย ก็เกรงว่าพระนางพิมพาจะตื่นบรรทม เป็นอุปสรรคขัดขวางการเสด็จออกบรรพชา จึงตัดพระทัยระงับความเสน่หาในพระโอรสเสด็จออกจากห้อง เสด็จลงจากปราสาทพบกับนายฉันนะ สารถี ซึ่งเตรียมม้าพระที่นั่ง (ม้านามว่ากัณฑกะ) ไว้แล้ว เสด็จออกจากพระนครในราตรีกาล ทรงเสด็จออกพ้นพระราชวัง เข้าเขตแดน แคว้นโกศลและแคว้นวัชชี ครั้นเวลาใกล้รุ่ง เสด็จถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที พระองค์ทรงม้าข้ามฝั่งแม่น้ำ แล้วเสด็จลงไป ประทับนั่งบนกองทราย ทรงตัดพระเมาลี ด้วยพระขรรค์ เปลี่ยนชุดทรงกษัตริย์เป็นผ้ากาสาวพัตร์ แล้วทรงตั้งจิตอธิษฐานเพศเป็นบรรพชิต ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เวลาเช้า ตรงกับวันเพ็ญแห่งเดือนอาสาฬหะ (วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) จากนั้นทรงส่งนายฉันนะนำเครื่องทรงกษัตริย์กลับนคร แล้วเสด็จลำพังโดยพระองค์เดียว มุ่งพระพักตร์ ไปยังแคว้นมคธ


พื้นหลังที่เป็นสีทองอยู่นั้น เกิดจากในช่วงแรกของการค้นพบและบูรณะ บูโรบูดูร์ โดยชาวดัตช์
ซึ่งชาวดัตช์ต้องการความยิ่งใหญ่และอลังการ เลยทาสีทองเพิ่มเติมเพื่อให้ดูสวยงาม แต่นั้นก็เป็นปัญหาในการบูรณะในภายหลัง
เนื่องจากการล้างสีทองนั้นทำได้ยาก และบางครั้งก็ทำลายภาพสลักไปด้วย
นี้ละน่า...... ไม่น่าเลย

แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 06:55, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
หลังจากชมภาพสลักกันจนเพียงพอแล้วนะครับ ไกด์ ก็เริ่มเร่งๆ ให้ไปเร็ว กันอีกแล้ว พวกเราเลยเดินเพื่อข้ามภพภูมิ กันต่อไป
บริเวณหน้าบัน (ผมเรียกถูกเปล่าหว่า
) จะเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิ รูปทรงสวยงาม เหมือนกับที่เห็นได้ในประเทศไทย
ทำเอาเราทึ่งว่า สมัยก่อนภูมิภาคต่างก็เชื่อมโยงกัน ปฎิสัมพันธ์ กันและกัน อย่างน่าสนใจ

บางส่วนของพระพุทธรูป ก็ถูกทำลาย เศียรโดน ตัด เพื่อไปประดับประดา ตามบ้านฝรั่งหรือเป็นเครื่องบรรณาการในสมัยดัตช์ยึดชวาเป็นเมืองขึ้น


ที่เหลี่ยมมุมจะมีรูปจำลองของสถูปขนาดเล็ก ประดับไว้ด้วย

เบื้องหน้าพระพุทธรูป เป็นรูปภูเขาที่ทอดยาว แลดูเหมือนพระพุทธรูปของพระสัมมมาสัมพุทธเจ้า ทรงนอน แบบ ปางไสยยาสน์
ไกด์ หุบเขานั้นจะเป็นที่พักโรงแรมหรู ราคาแพงมาก แต่ถ้าผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า การที่เสมือนได้นอนพัก ใกล้องค์พระสัมมาสัมสัมพุทธเจ้า
ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

บริเวณหน้าบัน (ผมเรียกถูกเปล่าหว่า
ทำเอาเราทึ่งว่า สมัยก่อนภูมิภาคต่างก็เชื่อมโยงกัน ปฎิสัมพันธ์ กันและกัน อย่างน่าสนใจ

บางส่วนของพระพุทธรูป ก็ถูกทำลาย เศียรโดน ตัด เพื่อไปประดับประดา ตามบ้านฝรั่งหรือเป็นเครื่องบรรณาการในสมัยดัตช์ยึดชวาเป็นเมืองขึ้น


ที่เหลี่ยมมุมจะมีรูปจำลองของสถูปขนาดเล็ก ประดับไว้ด้วย

เบื้องหน้าพระพุทธรูป เป็นรูปภูเขาที่ทอดยาว แลดูเหมือนพระพุทธรูปของพระสัมมมาสัมพุทธเจ้า ทรงนอน แบบ ปางไสยยาสน์
ไกด์ หุบเขานั้นจะเป็นที่พักโรงแรมหรู ราคาแพงมาก แต่ถ้าผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า การที่เสมือนได้นอนพัก ใกล้องค์พระสัมมาสัมสัมพุทธเจ้า
ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 23:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ตรงส่วนที่เห็นนี้คือ ชั้น อรูปภพ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด
ซึ่งลักษณะพื้นจะเป็นลานวงกลม มี 3 ชั้น ประกอบด้วยพระพุทธรูปที่ครอบอยู่ในเจดีย์จำนวน 72 องค์ด้วยกัน
ตรงกลางของวงล้อมหมู่เจดีย์ที่มีพระพุทธรูปอยู่ข้างในนั้น จะเป็นมหาสถูปขนาดใหญ่ ที่มียอดเป็นมุมแบบหัก ไม่แหลมเหมือนเจดีย์ข้างล่าง



ในเจดีย์เล็กจะมีพระพุทธรูปอยู่ข้างใน ตามที่เคยอ่านหนังสือของคุณหมูกับคุณวรรณ
ทำให้ผมต้องจิตนาการเอาเองเพราะหนังสือก็คือหนังสือ มันมีแต่ตัวหนังสือกับภาพประกอบเล็กน้อย
แต่วันนี้ผมได้เห็นกับลูกตาตัวเอง และได้มายืนที่นี้ด้วยแรงสองขาปั่นข้ามเขามาหลายเพื่อสูดลมหายใจแห่งศรัทธาที่นี้
เกิดมาชาตินี้ไม่เสียดายอะไรแล้วครับ
และไม่ลืมที่จะขออธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธ์ ให้คุ้มครอง ให้ช่วยปัดเป่าทุกขภัยต่างๆ และที่สำคัญ ขอให้ผมเป็นคนดีและอยู่ในพุทธศาสนาอันนี้ต่อไปทั้งชาตินี้และชาติหน้า
มีพี่ๆเพื่อนๆหลายคนที่เมืองไทยเมื่อได้รู้ว่าผมจะได้มาที่โบโรบูดูร์ ก็ได้ฝากฝังให้ผมเป็นตัวแทน มากราบสักการะ
และช่วยอธิษฐานขอพร ให้ท่านช่วยดับทุกข์ ผมก็ได้ถือโอกาสที่ได้เยือนในการทำหน้าที่ที่ได้รับการฝากฝังให้สมบูรณ์
ตามที่เขาบอกกันว่าเมือกราบไหว้และอธิษฐานแล้ว ห้ยื่นมือเข้าไปสัมผัสนิ้วก้อยขององค์พระที่อยู่ในเจดีย์
หากสัมผัสนิ้วก้อยได้คำอธิษฐานนั้นจะสมหวังครับ
แต่ผมดันเลือกองค์พระ ที่นิ้วก้อยของท่านหายไปส่วนหนึ่ง แต่ด้วยแรงศรัทธาและความเพียรพยายาม ผมก็ทำได้ครับ



ซึ่งลักษณะพื้นจะเป็นลานวงกลม มี 3 ชั้น ประกอบด้วยพระพุทธรูปที่ครอบอยู่ในเจดีย์จำนวน 72 องค์ด้วยกัน
ตรงกลางของวงล้อมหมู่เจดีย์ที่มีพระพุทธรูปอยู่ข้างในนั้น จะเป็นมหาสถูปขนาดใหญ่ ที่มียอดเป็นมุมแบบหัก ไม่แหลมเหมือนเจดีย์ข้างล่าง



ในเจดีย์เล็กจะมีพระพุทธรูปอยู่ข้างใน ตามที่เคยอ่านหนังสือของคุณหมูกับคุณวรรณ
ทำให้ผมต้องจิตนาการเอาเองเพราะหนังสือก็คือหนังสือ มันมีแต่ตัวหนังสือกับภาพประกอบเล็กน้อย
แต่วันนี้ผมได้เห็นกับลูกตาตัวเอง และได้มายืนที่นี้ด้วยแรงสองขาปั่นข้ามเขามาหลายเพื่อสูดลมหายใจแห่งศรัทธาที่นี้
เกิดมาชาตินี้ไม่เสียดายอะไรแล้วครับ
และไม่ลืมที่จะขออธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธ์ ให้คุ้มครอง ให้ช่วยปัดเป่าทุกขภัยต่างๆ และที่สำคัญ ขอให้ผมเป็นคนดีและอยู่ในพุทธศาสนาอันนี้ต่อไปทั้งชาตินี้และชาติหน้า
มีพี่ๆเพื่อนๆหลายคนที่เมืองไทยเมื่อได้รู้ว่าผมจะได้มาที่โบโรบูดูร์ ก็ได้ฝากฝังให้ผมเป็นตัวแทน มากราบสักการะ
และช่วยอธิษฐานขอพร ให้ท่านช่วยดับทุกข์ ผมก็ได้ถือโอกาสที่ได้เยือนในการทำหน้าที่ที่ได้รับการฝากฝังให้สมบูรณ์
ตามที่เขาบอกกันว่าเมือกราบไหว้และอธิษฐานแล้ว ห้ยื่นมือเข้าไปสัมผัสนิ้วก้อยขององค์พระที่อยู่ในเจดีย์
หากสัมผัสนิ้วก้อยได้คำอธิษฐานนั้นจะสมหวังครับ
แต่ผมดันเลือกองค์พระ ที่นิ้วก้อยของท่านหายไปส่วนหนึ่ง แต่ด้วยแรงศรัทธาและความเพียรพยายาม ผมก็ทำได้ครับ



แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 12:40, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
พระพุทธรูปบางองค์ จะไม่มีส่วนของเจดีย์ครออยู่ ทำให้เราสามารถเห็นองค์พระได้อย่างชัดเจน
ซึ่งองค์ในแต่ละเจดีย์นั้น มีท่าทางที่แตกต่างกัน


ชาวอินโดนีเซียต่างภูมิใจใน บูโรบูดูร์ ที่เป็นหนึ่งในมรดกโลก และมรดกทางวัฒนธรรม
แต่พุทธศาสนาในอินโดนีเซียก็ห่างหายกันไปจากเกาะชวาร่วม 400 กว่าปี
และศาสนาอิสลามก็เข้ามีอิทธิพลในเกาะแห่งนี้ จนปัจจุบัน
พวกเขาในบางครั้งไม่เข้าใจในวิธีปฏิบัติตนให้ถูกต้อง แต่พวกเขาก็รักหวงแหนมรดกโลกแห่งนี้อย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณที่พวกเขาดูแลรักษาให้พวกเราได้ชื่นชม มรดกของโลกแห่งนี้


จากมุมนี้จะเห็นเทือกเขา ที่เป็นรูปเหมือน พระพุทธรูปในปางไสยาสน์อย่างชัดเจน
มันสวยงามและมีความหมายสำหรับชาวพุทธจริงๆ

องค์สถูปที่ยอดแหลมนั้น ส่วนบนนั้นหายไป อันเนื่องจากเหตุการแผ่นดินไหว และฟ้าผ่าหลายครั้งครับ

ซึ่งองค์ในแต่ละเจดีย์นั้น มีท่าทางที่แตกต่างกัน


ชาวอินโดนีเซียต่างภูมิใจใน บูโรบูดูร์ ที่เป็นหนึ่งในมรดกโลก และมรดกทางวัฒนธรรม
แต่พุทธศาสนาในอินโดนีเซียก็ห่างหายกันไปจากเกาะชวาร่วม 400 กว่าปี
และศาสนาอิสลามก็เข้ามีอิทธิพลในเกาะแห่งนี้ จนปัจจุบัน
พวกเขาในบางครั้งไม่เข้าใจในวิธีปฏิบัติตนให้ถูกต้อง แต่พวกเขาก็รักหวงแหนมรดกโลกแห่งนี้อย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณที่พวกเขาดูแลรักษาให้พวกเราได้ชื่นชม มรดกของโลกแห่งนี้


จากมุมนี้จะเห็นเทือกเขา ที่เป็นรูปเหมือน พระพุทธรูปในปางไสยาสน์อย่างชัดเจน
มันสวยงามและมีความหมายสำหรับชาวพุทธจริงๆ

องค์สถูปที่ยอดแหลมนั้น ส่วนบนนั้นหายไป อันเนื่องจากเหตุการแผ่นดินไหว และฟ้าผ่าหลายครั้งครับ

- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
เมื่อใต่ถึงยอดแล้วผมก็ลงมายังด้านข้างเพื่อเดินทางไปต่อไปยัง กราตัน วังเก่าท่านสุลต่านประจำกรุงยอกยาการ์ต้า
รูปจากมุมด้านข้างเห็นได้ถึงความใหญ่โต จนสมัยตอนค้นพบใหม่ๆ ขนานนามว่า ภูเขาแห่งพระพุทธรูป
ในการสร้างบูโรโบดูร์นั้น ผู้ออกแบบต้องการให้มีลักษณะเหมือนดอกบัวขนาดมหึมาลอยอยู่ในบึงใหญ่
ดังปรัชญาในศาสนาพุทธที่ว่า ดอกบัวนั้นเปรียบเสมือนพระนิพพาน ลอยเด่นอยู่ท่านกลางทะเลแห่งห้วงทุกข์ กิเลส และวัฏสงสาร
หากค้นลึกลงไปอีกก็จะพบว่า โบราณสถานแห่งนี้สร้างขึ้นอยู่ในที่ลุ่มน้ำท่วมถึง
ในสมัยโบราณ ยามฤดูน้ำหลากมาเยือนก็จะมีน้ำเอ่อนองอยู่รอบบูโรพุทโธ เหมือนกับดอกบัวลอยอยู่ในน้ำจริง ๆ
นับเป็นความชาญฉลาดทางด้านสถาปัตยกรรมแห่งยุคที่ปล่อยให้ธรรมชาติเข้ามามีส่วนร่วมอย่างผสมกลมกลืน


ตรงป้ายนี้จะเป็นภาพของโบโรบูดูร์ ตอนที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อไม่นานมานี้ (ปี 2006) ในครั้งนั้นตัวโบโรบูดูร์เสียหายไปพอสมควร
แต่ขณะเดียวกัน ปรามบานัน ที่เป็นประสาทหินแบบฮินดู ก็พังทลายล้มครืนไปทั้งวิหาร ซึ่งยังต้องซ่อมแซมจนถึงตอนนี้


ระหว่างเดินทางกลับไปที่รถ ก็ได้เห็นกลเม็ดในการขายของเล่นเด็ก เวลาขายเขาจะโยนขึ้นบนท้องฟ้าแล้วมันก็จะกางเป็นร่มลงมา
ผมทำท่าสนใจ แต่ไกด์บอกผมว่าเวลาซื้อไปเล่นเองนะ มันไม่ได้กางเป็นแบบนั้นจริงๆ
อิ อิ จริงๆ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันนัก แค่เห็นมันดูน่าสนุกเท่านั้น


รูปจากมุมด้านข้างเห็นได้ถึงความใหญ่โต จนสมัยตอนค้นพบใหม่ๆ ขนานนามว่า ภูเขาแห่งพระพุทธรูป
ในการสร้างบูโรโบดูร์นั้น ผู้ออกแบบต้องการให้มีลักษณะเหมือนดอกบัวขนาดมหึมาลอยอยู่ในบึงใหญ่
ดังปรัชญาในศาสนาพุทธที่ว่า ดอกบัวนั้นเปรียบเสมือนพระนิพพาน ลอยเด่นอยู่ท่านกลางทะเลแห่งห้วงทุกข์ กิเลส และวัฏสงสาร
หากค้นลึกลงไปอีกก็จะพบว่า โบราณสถานแห่งนี้สร้างขึ้นอยู่ในที่ลุ่มน้ำท่วมถึง
ในสมัยโบราณ ยามฤดูน้ำหลากมาเยือนก็จะมีน้ำเอ่อนองอยู่รอบบูโรพุทโธ เหมือนกับดอกบัวลอยอยู่ในน้ำจริง ๆ
นับเป็นความชาญฉลาดทางด้านสถาปัตยกรรมแห่งยุคที่ปล่อยให้ธรรมชาติเข้ามามีส่วนร่วมอย่างผสมกลมกลืน


ตรงป้ายนี้จะเป็นภาพของโบโรบูดูร์ ตอนที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อไม่นานมานี้ (ปี 2006) ในครั้งนั้นตัวโบโรบูดูร์เสียหายไปพอสมควร
แต่ขณะเดียวกัน ปรามบานัน ที่เป็นประสาทหินแบบฮินดู ก็พังทลายล้มครืนไปทั้งวิหาร ซึ่งยังต้องซ่อมแซมจนถึงตอนนี้


ระหว่างเดินทางกลับไปที่รถ ก็ได้เห็นกลเม็ดในการขายของเล่นเด็ก เวลาขายเขาจะโยนขึ้นบนท้องฟ้าแล้วมันก็จะกางเป็นร่มลงมา
ผมทำท่าสนใจ แต่ไกด์บอกผมว่าเวลาซื้อไปเล่นเองนะ มันไม่ได้กางเป็นแบบนั้นจริงๆ
อิ อิ จริงๆ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันนัก แค่เห็นมันดูน่าสนุกเท่านั้น


- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
หลังจากที่เราลงจาก โบโรพุทธโธ หรือ โบโรบูดูร์ เราก็ขึ้นรถตู้กันไป ทางไกด์ ก็มีของแถมแจกให้คือพาพวกเราไปดูโรงงานทำเครื่องเงิน
ตามประสาไกด์ ไงได้ก็อาชีพเค้าไง เขาเรียกว่าไฟท์บังคับ ส่วนผมดูๆ มองๆ แล้วบอกเขาว่ากลับกันเถอะ ผมคงไม่ซื้ออะไร
มีรูปบางส่วนแต่ขอข้ามในการลงรายละเอียดครับ





หลังจากที่เสร็จธุรกิจที่โรงงานทำเครื่องเงินแล้ว รถตู้ก็พาเราย้อนกลับเข้ามาในเมือง ยอร์กยาการ์ต้า
ผ่านถนนมาลิโบโร ที่มีถนนสวยงามและเต็มไปด้วยรถม้า สวยทีเดียว แต่เราไม่ได้จอดแวะ เพราะอากาศร้อน บวกกับมันเป็นเวลาเที่ยงแล้ว
เริ่มจะหิว ไกด์บอกว่าจะกลับมาแวะอีกครั้งก็ได้ถ้าต้องการ และบอกว่าแกแอบได้ยินว่าวันนี้ เขาจะพาคุณมาทานข้าวเย็นที่นี้ด้วยดังนั้นค่อยมาตอนเย็นก็ดี
เพราะจะมีสีสันกว่า ผมก็โอเคกับไกด์ตามนั้น แต่หลังจากนั้นก็ต้องมานั่งเสียดาย เพราะเข้าเปลี่ยนที่ทานข้าวไปอยู่นอกเมืองแทน
ขนาดรูปก็ยังไม่ได้ถ่ายเลย ใครได้แวะที่นี้ก็อย่าลืมถนนแห่งสีสัน ถนนมาลิโบโร แห่งเมืองยอกยาร์
และที่นี้ก็คือ วังเก่าของท่านสุลต่านฮาเม็งกูบูวอนที่หนึ่ง หรือที่เรียกว่า กราตอน เป็นวังเก่าอายุราว 200 ปี ซึ่งปัจจุบันยัง กราตอน ยังเป็นที่วังของสุลต่านองค์ปัจจุบันที่มีชื่อเดียวกันต่างกันที่ตัวเลข
คือ ฮาเม็งกูบูวอนที่สิบ ที่นี้เองยังเป็นพิพิทธพันธ์ ที่ใช้เก็บรักษาสิ่งของเครื่องใช้ของสุลต่านทุกพระองค์ และยังเป็นที่ประกอบพระราชพิธี หรือใช้รับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย
ที่นี้จะมีการตบแต่งในสไตล์ยุโรปผสมผสานกับ ศิลปะแบบยอกยาร์ ทำให้ที่นี้ดูสวยและหรู

รูปยักษ์ที่หน้าทางเข้า เสมือนคอยขับไล่ ความชั่วร้ายอย่าให้เข้ามาในวัง

เมื่อเข้ามาในวังส่วนแรกคือท้องพระโรงใหญ่ ที่เปิดโล่ง ที่ตรงนี้จะเปิดที่เปิดแสดงดนตรีประจำอินโดนีเซีย
นั้นคือกาเมลัน น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะวันนี้เขาไม่เปิดแสดงเพราะวันนี้มีแขกของท่านสุลต่านแวะมาเยือน
ก็ได้แต่เสียดาย เพราะผมยังไม่ได้เคยเห็นเข้าเล่นกันในอินโดนีเซีย

เครื่องดนตรีชุดใหญ่ ลักษณะก็คล้ายเครื่องดนตีปี่พาทย์ของไทย แต่ดูจากขนาดคิดว่าถ้าเล่นจริงคงอลังการน่าดูทีเดียว

โตะเก้าอี้เหล่านี้จัดสำหรับแขกของท่าสุลต่านในคืนนี้ครับ จนทำให้วันนี้ทัศนวิสัยโดยรวมถูกบังไปด้วยเต้นท์ขนาดใหญ่ และโต๊ะเก้าอี้อ
กับผู้คนที่ควักไขว่ในการเตรียมงาน

ตามประสาไกด์ ไงได้ก็อาชีพเค้าไง เขาเรียกว่าไฟท์บังคับ ส่วนผมดูๆ มองๆ แล้วบอกเขาว่ากลับกันเถอะ ผมคงไม่ซื้ออะไร
มีรูปบางส่วนแต่ขอข้ามในการลงรายละเอียดครับ





หลังจากที่เสร็จธุรกิจที่โรงงานทำเครื่องเงินแล้ว รถตู้ก็พาเราย้อนกลับเข้ามาในเมือง ยอร์กยาการ์ต้า
ผ่านถนนมาลิโบโร ที่มีถนนสวยงามและเต็มไปด้วยรถม้า สวยทีเดียว แต่เราไม่ได้จอดแวะ เพราะอากาศร้อน บวกกับมันเป็นเวลาเที่ยงแล้ว
เริ่มจะหิว ไกด์บอกว่าจะกลับมาแวะอีกครั้งก็ได้ถ้าต้องการ และบอกว่าแกแอบได้ยินว่าวันนี้ เขาจะพาคุณมาทานข้าวเย็นที่นี้ด้วยดังนั้นค่อยมาตอนเย็นก็ดี
เพราะจะมีสีสันกว่า ผมก็โอเคกับไกด์ตามนั้น แต่หลังจากนั้นก็ต้องมานั่งเสียดาย เพราะเข้าเปลี่ยนที่ทานข้าวไปอยู่นอกเมืองแทน
ขนาดรูปก็ยังไม่ได้ถ่ายเลย ใครได้แวะที่นี้ก็อย่าลืมถนนแห่งสีสัน ถนนมาลิโบโร แห่งเมืองยอกยาร์
และที่นี้ก็คือ วังเก่าของท่านสุลต่านฮาเม็งกูบูวอนที่หนึ่ง หรือที่เรียกว่า กราตอน เป็นวังเก่าอายุราว 200 ปี ซึ่งปัจจุบันยัง กราตอน ยังเป็นที่วังของสุลต่านองค์ปัจจุบันที่มีชื่อเดียวกันต่างกันที่ตัวเลข
คือ ฮาเม็งกูบูวอนที่สิบ ที่นี้เองยังเป็นพิพิทธพันธ์ ที่ใช้เก็บรักษาสิ่งของเครื่องใช้ของสุลต่านทุกพระองค์ และยังเป็นที่ประกอบพระราชพิธี หรือใช้รับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย
ที่นี้จะมีการตบแต่งในสไตล์ยุโรปผสมผสานกับ ศิลปะแบบยอกยาร์ ทำให้ที่นี้ดูสวยและหรู

รูปยักษ์ที่หน้าทางเข้า เสมือนคอยขับไล่ ความชั่วร้ายอย่าให้เข้ามาในวัง

เมื่อเข้ามาในวังส่วนแรกคือท้องพระโรงใหญ่ ที่เปิดโล่ง ที่ตรงนี้จะเปิดที่เปิดแสดงดนตรีประจำอินโดนีเซีย
นั้นคือกาเมลัน น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะวันนี้เขาไม่เปิดแสดงเพราะวันนี้มีแขกของท่านสุลต่านแวะมาเยือน
ก็ได้แต่เสียดาย เพราะผมยังไม่ได้เคยเห็นเข้าเล่นกันในอินโดนีเซีย

เครื่องดนตรีชุดใหญ่ ลักษณะก็คล้ายเครื่องดนตีปี่พาทย์ของไทย แต่ดูจากขนาดคิดว่าถ้าเล่นจริงคงอลังการน่าดูทีเดียว

โตะเก้าอี้เหล่านี้จัดสำหรับแขกของท่าสุลต่านในคืนนี้ครับ จนทำให้วันนี้ทัศนวิสัยโดยรวมถูกบังไปด้วยเต้นท์ขนาดใหญ่ และโต๊ะเก้าอี้อ
กับผู้คนที่ควักไขว่ในการเตรียมงาน

แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 20:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ลองมาดูตามจุดต่างๆ กันครับ


และเต้นท์ กับโต๊ะเก้าอี้ ก็หลอกหลอนสายตากันอีกแล้ว

ชายผู้นี้แต่งตัวตามแบบขาราชบริภาล ชาววังครับ หูแกจะทัดดอกไม้ไว้ด้วย

อันนี้เป็นพระที่นั่ง แต่เป็น สุลต่านคนที่เท่าไหร่นั้น ผมก็จำบ่อได้

แต่เมื่อถามว่า สุลต่านคนปัจจุบัน เป็นอย่างไร ไกด์ชาววังก็หยิบรูปมาให้เราดู จะเห็นว่า ฝั่งผู้ชายใส่ชุดสีฟ้า ชุดสีน้ำเงินนั้นเป็นฝ่ายหญิง
ส่วนเสื้อแดง ไม่บอกก็คงรู้ว่าต้องพิเศษๆ กว่าใครแน่ๆ และให้พวกเราทายว่า ท่านมีชายากี่พระองค์



และเต้นท์ กับโต๊ะเก้าอี้ ก็หลอกหลอนสายตากันอีกแล้ว

ชายผู้นี้แต่งตัวตามแบบขาราชบริภาล ชาววังครับ หูแกจะทัดดอกไม้ไว้ด้วย

อันนี้เป็นพระที่นั่ง แต่เป็น สุลต่านคนที่เท่าไหร่นั้น ผมก็จำบ่อได้

แต่เมื่อถามว่า สุลต่านคนปัจจุบัน เป็นอย่างไร ไกด์ชาววังก็หยิบรูปมาให้เราดู จะเห็นว่า ฝั่งผู้ชายใส่ชุดสีฟ้า ชุดสีน้ำเงินนั้นเป็นฝ่ายหญิง
ส่วนเสื้อแดง ไม่บอกก็คงรู้ว่าต้องพิเศษๆ กว่าใครแน่ๆ และให้พวกเราทายว่า ท่านมีชายากี่พระองค์
