เริ่มจากคุณป้า ผู้เปิดกระทู้แล้วกันนะคะ
ตัวคุณป้า มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับความดัน และเส้นเอ็นอักเสบ ปวดขามาก ยืนแทบไม่ไหว เดินก็จะเดินได้ไม่ไกล แล้ววันดีคืนดีเส้นเอ็นตามข้อจะอักเสบบวมขึ้นมาเป็นที่ๆ บางครั้งอักเสบพร้อมกัน 2 ที่ จะปวดมาก ไปหาหมอ หมอก็ให้ยาแก้อักเสบ และยาทาลดอาการมาให้ รักษามานาน ไม่หายขาดและเริ่มเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ หมอแนะนำเกี่ยวกับอาการปวดขาให้ออกกำลังด้วยการเดิน คุณป้าเดินทุกเช้าวันละประมาณ 1 - 1.30 ชม ทุกวันเดินมาประมาณ 3 ปี อาการก็ดีขึ้น แต่ก็ไม่ดีเท่าที่ควร จนวันหนึ่งคุณป้านั่งมองจักรยานที่ขายอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก คิดว่าทำไมไม่หาจักรยานมาปั่น แค่ปั่นจากบ้านมาร้านที่ขายของ ก็ได้ประโยชน์อย่างน้อยก็ 2 อย่าง อย่างแรก ลดค่าใช้จ่ายจากค่าน้ำมันรถยนต์ ซึ่งเวลานั้น นำมันราคาก็ยังไม่แพงเท่าทุกวันนี้ อย่างที่สองได้ออกกำลังขาอาจจะไม่ต้องออกไปเดิน ถ้าดีขึ้น(คิดเอาเอง)คิดได้อย่างนั้น ก็คุยกับคนในบ้านเพื่อปรึกษา แล้วลงความเห็นว่า ตกลง ผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์จากการพูดคุยกับคนรู้จัก ก็มีน้องคนหนึ่งเสนอว่า ผมมีจักรยานอยู่คันหนึ่งเมื่อก่อนตอนที่เขาแข่งรถจะต้องใช้ ปีละหนึ่งครั้งตอนนี้ไม่ได้ใช้ แขวนไว้ที่ข้างฝาบ้าน ขายให้เอาหรือเปล่า เราสนใจ เลยถามว่ารถอะไร ราคาเท่าไร ขอดูหน่อยได้หรือไม่ น้องเขาก็ว่า ลมยางแบนผมขี่มาไม่ได้ ไปดูที่บ้านผมแล้วกัน ถ้าอย่างไรก็เอามาปรับปรุงเอาเอง ขายไม่แพง ให้พี่เห็นก่อนแล้วค่อยคุยกัน ได้ความดังนั้น ลุง(สามีของคุณป้า)ก็ตามไปที่บ้านน้องเขา หาที่เติมลม แล้วปั่นมาให้คุณป้าดู เป็น GT สีเหลือง น้องเขาทำสีแล้ว เพราะเคยล้มสีถลอก (เขาบอก) เห็นครั้งแรกปฏิเสธทันที เพราะไม่ชอบสีเหลือง และเป็นเสือภูเขา ซึ่งคิดว่า เราอายุมากแล้วขี่อย่างนี้ ไม่รอดแน่ แต่ลุงก็บอกว่า ถ้าอยากปั่นก็เริ่มที่คันนี้แหละ จะทำสีให้ใหม่ และจะซ่อมบำรุงให้จนกว่าจะพอใจ แล้วเขาก็ตกลงราคากัน จบที่ ผมไม่เอาเป็นเงิน ขอแลกเป็นอะไหล่รถ (ที่ร้านขายอะไหล่จักรยานยนต์) คำนวณราคาอะไหล่ที่น้องเขาจะเอาแล้วประมาณ 3,200 บาท ลุงก็ตกลงตามนั้น วันรุ่งขึ้น GT คันนี้ก็กลายเป็นสีดำ ตัดสติกเกอร์ติดใหม่ เรียกว่าพอดูได้ และคุณป้าพอใจระดับหนึ่ง ประกอบให้เสร็จภายในวันเดียว ตกเย็นวันนั้น จำได้ว่า ประมาณ 5 โมงเย็น ลุงก็ไล่ให้ไปปั่น โอ้ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับจักรยานเลย ขนาด และการปรับแต่ง ไม่รู้เรื่องสักอย่าง ก็ออกไปปั่น ระยะทางกะว่า ประมาณ ไม่ถึง 5 กม. กลับมาถึงบ้าน เจ็บก้นมากๆ นั่นเป็นวันแรก ยังไม่คิดว่าจะเลิกปั่น เพราะออกไปวันแรก รู้แล้วว่า ตัวเองสนุก แต่เจ็บก้นจัง วันที่สอง เริ่มอิดออดเพราะก้นระบม ไม่ออกไปปั่น แต่ลุงก็ไล่ให้ออกไป ก็ออกไประยะทางเท่าเดิม ปั่นอย่างนี้ประมาณ 10 วันได้ เจอกับน้องๆที่ปั่นจักรยานเขาปั่นมาคุยด้วย เราก็ถามปัญหาที่เราเจอคือ ไอ้น้องเจ็บก้นมั้ย ปวดคอมั้ย น้องเขาถามว่า ป้าเล่นเนตหรือเปล่า บอกว่า เออมีลูกใช้อยู่ เขาก็แนะนำให้เข้าไปศึกษาและหาความรู้ที่ http://WWW.Thaimtb.com หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือนคุณป้าศึกษาเองแก้ปัญหาเองโดยมีลุงเป็นช่างทำให้ ปวดคอ ก็เปลี่ยนสเตม ศึกษาวิธีเซทรถจนปั่นได้แบบว่าไม่ค่อยทรมานตัวเองเท่าไร คุณป้าได้รถที่ใหญ่เกินตัวเราเป็นคนตัวเตี้ย 153 ซม.และไม่คิดที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่ ทำไปเรื่อยๆ ระยะเวลาที่เราลองผิดลองถูก เกือบครึ่งปี ทำให้คุณป้าลืมไปเลยว่าไอ้โรคเอ็นอักเสบมันไม่ค่อยกำเริบ เป็นเหมือนกัน แต่ก็นานๆครั้ง ส่วนเรื่องปวดขา ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องกินยาแก้ปวด ยืนได้นาน เข้าห้องน้ำแบบนั่งยองๆได้นานขึ้น เมื่อทุกอย่างเริ่มเห็นชัด คุณป้าก็ชวนลุงให้มาปั่นด้วยกัน ครั้งแรกเขาก็อิดออด เซ้าซี้หนักเข้า เขาก็ต้องยอม เพราะปั่นแล้วได้สิ่งดีๆกับสุขภาพของเรา ไม่ต้องเอาเงินไปเสียค่ายา ตอนนั้น ยังไม่รู้จักว่าจะแต่งจักรยานอย่างไรด้วย เงินก็เสียไม่มาก แต่ที่ได้คือสุขภาพดีขึ้น ไขมันในเลือดก็ไม่มี ไปตรวจ หมอบอกว่า เป็นศูนย์ ดีใจมาก และเริ่มที่จะชักชวนเพื่อนๆให้มาปั่นจักรยานด้วยกัน เล่ามาซะยาวเยียด นี่คือบทเริ่มต้นที่ได้มาปั่นจักรยานเพราะอะไร