
"กระทิงดุ" สเปน ต้องลุ้นเหนื่อยก่อนมาได้ทีเด็ดจาก ดาบิด บีย่า ซัดประตูชัย พาทีมเชือด ปารากวัย 1-0 ทะลุเข้าไปตัดเชือกกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ส่วน บีย่ายองเป็นลูกที่ 5 นำเดี่ยวเป็นดาวซัลโว
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010
(รอบ 8 ทีมสุดท้าย)
วันเสาร์ที่ 3 กรกฏาคม 2553
ปารากวัย 0 - สเปน 1
สนาม: เอลลิส พาร์ค, โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้
ปารากวัย ทีมจากอเมริกาใต้ มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นไลน์อัพเล็กน้อยให้ ออสการ์ คาร์โดโซ่ หัวหอกร่างยักษ์จากสโมสรเบนฟิก้า ลงมาเล่นเป็นกองหน้าร่วมกับ เนลสัน วัลเดซ พร้อมส่ง โจนาธาน ซานตาน่า เล่นตัวจริงด้วย แนวรับให้
ส่วน "กระทิงดุ" สเปน ใช้ผู้เล่นชุดเดิมทั้งหมดให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่แม้จะฟอร์มไม่ดีหลังหายเจ็บกลับมานั้นลงล่าตาข่ายกับ ดาบิด บีย่า ดาวยิงสูงสุดของทีมที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูในรายการนี้
ออกสตาร์ทครึ่งแรกไปได้แค่นาทีเดียวเท่านั้น ปารากวัย สร้างความหวาดเสียวก่อน จากจังหวะที่ ออสการ์ คาร์โดโซ่ สะกิดบอลขึ้นหน้าให้กับ โจนาธาน ซานตาน่า สอดขึ้นมายิงไปตรงตัว อีเกร์ กาซิยาส นายทวารทีมชาติสเปน รับไว้ได้
ปารากวัย ยังทำได้ดีทีเดียวด้วยการไล่เพรสซิ่งบีบเกมของแดนกระทิงดุตั้งแต่ในแดนของคู่แข่ง โดย สเปน มาได้ลุ้นจังหวะแรก ชาบี อลอนโซ่ ยิงไปแฉลบตัวของ วิคเตอร์ คาเซเรส กองหลังปารากวัยออกไปในนาทีที่ 7
สองนาทีต่อมาเป็นโอกาสของทีมจากละตินบ้าง วิคเตอร์ คาเซเรส ครอสจากทางด้านขวาให้กับ คริสเตียน ริเวรอส โขกออกข้างไป
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 11 ปารากวัย ยังทำได้ดี เคลาดิโอ โมเรล ลองซัดฟรีคิกจากระยะไกลร่วม 35 หลาบอลออกข้างไป
หลังจากนั้น 5 นาที โจนาธาน ซานตาน่า กองกลางของปารากวัย ปทะกับ เซร์คิโอ รามอส แบ็คของสเปน จน ซานตาน่า มีเลือดไหลออกจากจมูกต้องปฐมพยาบาลกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเล่นต่อไปได้
เกมของสเปน เล่นกันยาก เพราะ ปารากวัย ตามชิดจี้เร็วจนเปิดเกมไม่ถนัด แต่ โจน กัปเดบีล่า แบ็คซ้ายกระทิงดุ ยังลากผ่าน ดาริโอ เวรอน ก่อนครอสเข้ากลางได้ ทว่า อันโตลิน อัลคาราซ มาเคลียร์ออกหลังไว้ได้ในนาทีที่ 26
สามนาทีให้หลัง กระทิงดุ ได้ลุ้นทีเดียว จากจังหวะที่ ชาบี เอร์นานเดซ โชว์ทักษะกลับตัววอลเลย์จากระยะ 25 หลาบอลข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น
ทัพกระทิงพยายามเล่นกันอย่างอดทน อิเนียสต้า, ชาบี และ เซร์คิโอ รามอส ประสานงานกันได้สวย แต่จังหวะครอสเข้ากลางโดน อัลคาราซ เซนเตอร์ฮาล์ฟปารากวัย โหม่งเคลียร์ออกหลังได้อีกแล้วในนาทีที่ 38
กระเถิบมาถึงนาทีที่ 41 ปารากวัย น่าจะได้ประตูขึ้นนำไปแล้ว เมื่อ ดาริโอ เวรอน เปิดจากทางขวาข้าม ออสการ์ คาร์โดโซ่ ที่พยายามขึ้นโหม่ง แต่ไม่โดนบอลเลยมาถึง เนลสัน วัลเดซ ที่สอดขึ้นมาจับบอลลงแล้วยิงเข้าไปเสียบตาข่าย แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูโดยบอกว่า คาร์โดโซ่ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทั้งที่ คาร์โดโซ่ ไม่ได้มีส่วนในการโดนบอลเลยในจังหวะนี้
ช่วงทดเจ็บนาทีแรก เนลสัน วัลเดซ หัวหอกของปารากวัย ยังเล่นได้อันตรายใช้ความเร็วกระชากหนี เคราร์ด ปิเก้ และ การ์เลส ปูโยล ก่อนจะตะบันจากระยะ 25 หลาข้ามคานไป หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นแต่อย่างใด โดยนาทีที่ 56 สเปน ต้องปรับเอา เชส ฟาเบรกาส ลงมาเล่นแทน เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกตัวเก่งที่บทบาทน้อยไปหน่อยในเกมนี้
จากนั้นนาทีที่ 58 ปารากวัย มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เคราร์ด ปิเก้ เซนเตอร์ฮาล์ฟของกระทิงดุ ไปเหนี่ยวแขนของ ออสการ์ คาร์โดโซ่ กองหน้าปรากวัยล้มลง ผู้ตัดสิน คาร์ลอส บาเตรส จากกัวเตมาลา ชี้เป็นจุดโทษทันทีพร้อมให้ใบเหลืองกับ ปิเก้ ไปด้วย จากลูกจุดโทษ คาร์โดโซ่ สังหารไปโดน อีเกร์ กาซิยาส นายทวารสเปน รับไว้ได้ติดหนึบทีเดียว
นาทีต่อมา สเปน สวนกลับเร็วขึ้นมา ดาบิด บีย่า กระชากหนี อันโตลิน อัลคาราซ กองหลังปารากวัยเลยฉุด บีย่า ล้มลง ผู้ตัดสิน บาเตรส ชี้เป็นจุดโทษเช่นกัน โดย ชาบี อลอนโซ่ รับหน้าที่สังหารยิงด้วยขวาเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินให้เตะใหม่พร้อมชี้ว่าผู้เล่นสเปนล้ำเข้ามาในกรอบก่อนแล้ว พอมาเตะใหม่ ชาบี อลอนโซ่ เปลี่ยนมุมยิง ทว่า ฮุสโต้ วีย่าร์ นายทวารปารากวัยพุ่งไปทางซ้ายของตัวเองปัดไว้ได้ลูกทะลักมาทาง เชส ฟาเบรกาส ตัวสำรองของกระทิงดุ พยายามจะซ้ำยังติด วียาร์ บล็อคไว้ได้บอลมาทาง เซร์คิโอ รามอส ยิงซ้ำไปติด เปาโล ดา ซิลวา เซนเตอร์ฮาล์ฟของปารากวัย สกัดออกมาจากเส้นได้อีกอย่างไม่น่าเชื่อ
เขยิบมาถึงนาทีที่ 64 ปารากวัย มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นให้ เอ็นริเก้ เวร่า กองกลางจอมขยันลงมาเล่นแทน เอ็ดการ์ บาร์เรโต้
ถัดมาสามนาที เนลสัน วัลเดซ หัวหอกของทีมจากแดนละติน โดน ปูโยล เข้าสกัดจนเจ็บต้นขา ต้องปฐมพยาบาลก่อนเล่นต่อไหว
ท้ายเกมนาทีที่ 72 ปารากวัย ต้องเปลี่ยนเอา วัลเดซ ที่เจ็บต้นขาเล็กน้อยออกแล้วให้ โรเก้ ซานตา ครูซ หัวหอกตัวดังลงมาเล่นแทน
ปารากวัย สู้ได้ดีมีโอกาสยิงประตูเหมือนกัน เอ็นริเก้ เวร่า กองกลางตัวสำรองได้สับไกไปติดบล็อคกระดอนออกมา ในนาทีที่ 73
นาทีต่อมา สเปน ได้ลุ้นบ้างจากการสกัดออกมาไม่ดีของกองหลังปารากวัย เข้าทาง ชาบี เอร์นานเดซ ซัดด้วยขวาเต็มเท้าบอลออกเสาสองไปนิดเดียว
ทัพกระทิง ปรับบ้างส่ง เปโดร โรดริเกซ กองหน้าดาวรุ่งลงมาเสริมแล้วถอด ชาบี อลอนโซ่ คนที่พลาดจุดโทษออกมาพัก ในนาทีที่ 75
นาที 83 สเปนทีมกระทิงดุมาได้ประตูชัย เมื่อ เชส ฟาเบรกาส ตัวสำรองได้ซัดเหน่งๆ บอลพุ่งไปชนเสา กระดอนมาเข้าทางปืน ดาวิด บีย่า แต่งหนึ่งจังหวะก่อนแปเน้นๆ ด้วยขาว บอลพุ่งชนเสาสอง เด้งมาชนเสาแรก ก่อนไหลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสุดสวย ส่งให้สเปนนำ 1-0 ทันที
นาที 87 ดาวิด บีย่า หวิดทำสกอร์อีกครั้ง เมื่อได้ซัดในเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไปทำให้ ฮุสโต้ วีย่าร์ รับเข้าสองสบาย
จบเกม สเปน เฉือนหวิว ปารากวัย ไปแบบหืดจับ 1-0 ผ่านเข้าไปสู่รอบตัดเชือก พบกับ เยอรมัน ในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 01.30 น.
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ปารากวัย : ฮุสโต้ วีย่าร์ (กัปตันทีม) - อันโตลิน อัลคาราซ, เปาโล ดา ซิลวา, ดาริโอ เวรอน, เคลาดิโอ โมเรล - วิคเตอร์ คาเซเรส (ลูคัส บาร์ริออส น.84), คริสเตียน ริเวรอส, เอ็ดการ์ บาร์เรโต้ (เอ็นริเก้ เวร่า น.64), โจนาธาน ซานตาน่า - เนลสัน วัลเดซ (โรเก้ ซานตา ครูซ น.72), ออสการ์ คาร์โดโซ่
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : อัลโด้ โบบาดีญ่า (ผู้รักษาประตู) - ดีเอโก้ บาร์เรโต้ (ผู้รักษาประตู) - เดนิส คานิซ่า, คาร์ลอส โบเน็ต, ฮูลิโอ เซซ่าร์ คาเซเรส, ออเรเลียโน่ ตอร์เรส, เนสเตอร์ ออร์ติโกซ่า, โรดอลโฟ่ กามาร่า, เอ็ดการ์ เบนิเตซ
ใบเหลือง : วิคเตอร์ คาเซเรส น.59, อันโตลิน อัลคาราซ น.59, เคลาดิโอ โมเรล น.71
สเปน : อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) - เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, การ์เลส ปูโยล (การ์ลอส มาร์เชน่า น.84), โจน กัปเดบีล่า - ชาบี เอร์นานเดซ, ชาบี อลอนโซ่ (เปโดร โรดริเกซ น.75), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า - เฟร์นานโด ตอร์เรส (เชส ฟาเบรกาส น.56), ดาบิด บีย่า
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : เปเป้ เรน่า (ผู้รักษาประตู) - บิคตอร์ บัลเดส (ผู้รักษาประตู) - อัลบาโร่ อาร์เบลัว, ราอูล อัลบิโอล, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, ฆาบี มาร์ติเนซ, ฆวน มานูเอล มาต้า, เฟร์นานโด ยอเรนเต้
ใบเหลือง : เคราร์ด ปิเก้ น.57, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ น.63
ผู้ตัดสิน : คาร์ลอส บาเตรส (กัวเตมาลา)