ช่วงปั่นฯ ขึ้น ... อารมณ์ การถ่ายภาพหมดไปเลยครับจนถึงศาลา..จุดสูงสุดของเขาลูกนี้
นึกขึ้นมาได้ก็ถ่ายภาพเจ้าวาซาบิ (แฟนตั้งชื่อจักรยานให้ บอกว่าเขียวเหมือนวาซาบิ ผมก็ว่าเหมาะดี เพราะเจ้าคัน มันปั่นเผ็ดร้อนได้ใจจริง..จักรยานเพื่อนยาก มันก็คงร้อนเหมือนกัน..
เห็นศาลาฯ ซ้ายมือ แว๊บ....
และเรา ห้าคน ก็ไหลกันลงมายาวมาก หลายกิโล..
เมื่อมุ่งมั่น เอาชนะ ก็มีรางวัล...
น้ำจากเขา.. ครับ ไหล... ใส.... เย็น...
เฮียเซ้ง ตะโกน.. หยุด.. หยุด... เพราะเราลงมาเร็วมาก..
ได้น้ำ สดชื่น เป็นรางวัลที่สอง..
เราหยุดพัก รอกลุ่มพี่จารึก อจ.ชอบ พี่วิทยา และพี่พัลลภ นานมาก...
และถามสองหนุ่ม ชาวลาว และเวียดนาม ที่เดินมาอาบน้ำ ซักผ้า ที่แหล่งน้ำนี้เช่นกัน
ว่าทางข้างอีกไกลแค่ไหน... และต้องปีนเขาไม
คำตอบ คือ 20กม. ไม่ไกล ทางเขานิดหน่อย สบาย... พวกเรามองหน้ากัน... เหมือนไม่มั่นใจ... เดี๋ยวก็รู้
เพราะเป้าหมายเรา คือ ข้ามชายแดนให้ทัน หนึ่งทุ่มก่อนด่านปิด เพื่อไปพักให้สบายในเมือง เป็นรางวัลที่สาม
แต่ก่อนไป ป๋าต๋อง อจ.ต๋อย และเฮียเซ้ง ก็อาสาไปเติมน้ำเป็นเสบียงเพิ่มที่ ที่พักของสองหนุ่มชาวต่างประเทศ เห็นใกล้นิดเดียว ไงเดินกลับมาหอบ.. แฮก... ก็มันต้องเดินลง แล้วเดินขึ้น.... โอ้.. เหนื่อยซ้ำ...ซ้อน..
แล้วก็อย่างที่เรากังวล ที่เหลืออีก 20กม. เป็นทางเขาชันมาก.. ทำไมด่านชายแดนลาว เพื่อเข้าเขตเวียดนาม มันไปอยู่บนยอดเขา.... แล้วกลุ่มหลังตามมาอีก 4 คน จะทำอย่างไร...
แล้วก็มืดครับ เราข้ามฯ ไม่ทันแน่นอน
ทั้งปั่นฯ... ทั้งจูง... ทั้งลาก... ได้ยินเสียงป๋าต๋อง ร้องเพลงปลอบใจ หรือบ่นตัวเอง...ไม่รู้ เพราะเนื้อ.. "ไม่เหนื่อย ไม่หิว สมน้ำหน้า อยากมาเอง ไม่มี... มึน.. แต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นแต่ดาวระยิบ ระยับ เป็นไฟนำทาง
ตอนนี้ ซิครับ มันหิว... และเริ่มรู้สึก หนาว... มากขึ้นเรื่อย.. เรื่อย... จนเรี่ยวแรงที่จะปั่นฯ ต่อไป แทบไม่มี....
ผมนึกขึ้นได้หยิบ เมนทอส ที่ซื้อตั้งแต่ ท่ารถหมอชิต ยังเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแท่ง มาแบ่งให้เฮียเซ้ง เฮียแป๊ะ เพื่อแก้หิว และเติมน้ำตาลในเลือด น้ำก็หมดแล้ว.. เราสามคนลงมาจูงรถไปด้วยกัน เนื่องจากเฮียแป๊ะเจ็บเท้าจนปั่นต่อไม่ได้แล้วครับ ส่วนสองอาจารย์ จากอุบล นำหน้า ขึ้นเขา ยิก ยิก.... ปั่นไป ร้องเพลงบ้าง บ่นบ้าง เป็นการระบายอารมณ์ได้ดีทีเดียว
