ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
- saint@klein
- สมาชิก
- โพสต์: 31
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2010, 17:06
- team: จอยกับทุกทีม
- Bike: KLEIN, Cannondale, Colonago, เฟสสัน
ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
⇒ ขี่จักรยาน
การขี่จักรยานเป็นการออกกำลังเพื่อเสริมสุขภาพที่ดีประเภทหนึ่ง เป็นการออกกำลังที่เป็นจังหวะไม่หนักต่อไขข้อต่างๆ ให้ประโยชน์แก่หัวใจได้ดี และถ้าสามารถไปขี่จักรยานตามเขตชนบทได้ ก็จะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามข้างทางประกอบไปด้วย
⇒ ประสิทธิภาพสูง
ในแง่ของวงการวิศวกรรม เราถือกันว่าการเคลื่อนที่ไปบนจักรยานนี่เป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสูงมากวิธีหนึ่ง คือใช้แรงหน่อยเดียวแต่ไปได้ไกลเยอะ ถ้าเทียบกับแรงที่ออกไปเท่าๆกัน (กล่าวคือเทียบกับน้ำหนักของเจ้าตัวและระยะทางด้วยแล้ว) คนขี่จักรยานนี้จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลาบางชนิด เสียอีก
ทำไมถึงว่าประสิทธิภาพดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในการขี่จักรยาน น้ำหนักตัวส่วนบน นับจากส่วนที่นั่งบนอานขึ้นไปจนถึงหัวของคนขี่ จะถูกถ่ายลงไปบนอานและมือจับ ขาไม่ต้องรับน้ำหนักส่วนนี้เลย จึงเบาแรงไปตั้งเยอะ และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อน ก็เป็นกล้ามเนื้อชุดที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ คือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อน่อง
นอกจากนี้การทำงานหรือขยับขาถีบของเรายังเป็นการถีบออกจากตัวในทิศทางลงดิน ซึ่งเป็นท่าที่เราถนัดที่สุด จึงเป็นการใช้งานได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด พูดถึงตรงนี้ มีของแถมนิดหนึ่งว่า นักจักรยานเขามีทฤษฎีของเขาว่าตัวโครงจักรยานถ้ายิ่งแข็งแกร่ง (ไม่อ่อนตัวได้) จะยิ่งเปลืองแรงในการถีบน้อยลง แต่ถ้ายิ่งแข็งแกร่งนั้นไปหมายถึงยิ่งแข็งแรงและต้องใช้เหล็กหนาๆหนักๆ ก็จะกลับกลายเป็นเปลืองแรงเพิ่มไปเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องระวังหน่อยเวลาไปเลือกซื้อจักรยาน
⇒ ขี่แค่ไหนดี
คราวนี้มาพูดถึง “หนักพอ” ว่าเป็นอย่างไร ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็วน้อยกว่า 20 กม./ชม. อย่างนี้เราถือว่าช้าไป จะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการขี่จักรยานเป็นการออกกำลัง ที่ตัวจักรยานมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้าๆ ตัวจักรยานจะเป็นตัวช่วยเสียส่วนใหญ่ ประโยชน์ต่อหัวใจก็ไม่มี หรือมีก็น้อย แต่ผู้รู้กล่าวได้ว่า ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้
โดยสรุป เราจึงควรถีบจักรยานอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรงสมกับที่ตั้งใจมาออกกำลังกันความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ
⇒ วิธีการขี่ให้ถูกต้อง
พวก ขี่จักรยานใหม่ๆมักเข้าใจผิดและพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการขี่โดยส่วนใหญ่ ไม่พิจารณาว่าทางจะเป็นอย่างไร ทางที่ถูกแล้วควรเลือกเกียร์ต่ำไว้ก่อน และถีบให้วิ่งไปเรื่อยๆอย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน
ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น จนเกือบถูกจักรยานที่ขี่อยู่ทับเอา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ
⇒ โปรแกรมซ้อม
วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกา หรือ The American College of Sports Medicine แนะนำโปรแกรมซ้อมสำหรับการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อความฟิต ไว้น่าสนใจ ดังนี้
หนึ่ง ให้ซ้อมสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง (หรือวัน) คือต้องบ่อยพอนั่นเอง
สอง ซ้อมด้วยความเร็วที่ทำให้หัวใจเต้นประมาณ 60-90% ของชีพจรสูงสุด อันนี้ก็ตรงกับที่ว่า ต้องหนักพอ
สาม ซ้อมครั้งละ 15-60 นาที อันนี้คุณคงทายได้แล้ว คือต้องนานพอเป็นประการที่สามนั่นเอง แต่สำหรับพวกที่มาขี่ใหม่ๆควรจะขี่แค่ประมาณครั้งละ 20-30 นาทีก็พอแล้ว
ตอนขี่ถ้าเรานั่งตัวตรงขึ้นมาและใช้มือวางอยู่บนมือจับส่วนบน (ที่เป็นแกนตรงขวางกับตัวโครงจักรยาน) ลำตัวเราก็จะต้านลม ในกรณีที่ลมแรงก็จะเกิดแรงต้านสูง อาจถึง 90% ของแรงต้านทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้เราก็ควรก้มตัวลง เอามือไปวางไว้ที่จับส่วนล่าง (ที่โค้งลงมาต่ำที่สุด) ตัวเราจักได้ไม่ต้านลม การขี่ก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าเกิดต้องการฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ต้องการขี่ง่ายๆ เราก็อาจยืดตัวมานั่งตรงให้ต้านลม แบบนี้เราก็จะเหนื่อยเร็วหน่อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ต้องการยากก็นั่งตรง ต้องการง่ายก็หมอบลงไป
⇒ ดียังไง ไม่ดียังไง
ที่ แน่ๆก็คือทำให้สุขภาพดี ร่างกายฟิต กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม.
ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย
....หยิบยกมาจากบทความตอนหนึ่งเพื่อจะมีประโชน์บ้างครับ...
การขี่จักรยานเป็นการออกกำลังเพื่อเสริมสุขภาพที่ดีประเภทหนึ่ง เป็นการออกกำลังที่เป็นจังหวะไม่หนักต่อไขข้อต่างๆ ให้ประโยชน์แก่หัวใจได้ดี และถ้าสามารถไปขี่จักรยานตามเขตชนบทได้ ก็จะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามข้างทางประกอบไปด้วย
⇒ ประสิทธิภาพสูง
ในแง่ของวงการวิศวกรรม เราถือกันว่าการเคลื่อนที่ไปบนจักรยานนี่เป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสูงมากวิธีหนึ่ง คือใช้แรงหน่อยเดียวแต่ไปได้ไกลเยอะ ถ้าเทียบกับแรงที่ออกไปเท่าๆกัน (กล่าวคือเทียบกับน้ำหนักของเจ้าตัวและระยะทางด้วยแล้ว) คนขี่จักรยานนี้จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลาบางชนิด เสียอีก
ทำไมถึงว่าประสิทธิภาพดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในการขี่จักรยาน น้ำหนักตัวส่วนบน นับจากส่วนที่นั่งบนอานขึ้นไปจนถึงหัวของคนขี่ จะถูกถ่ายลงไปบนอานและมือจับ ขาไม่ต้องรับน้ำหนักส่วนนี้เลย จึงเบาแรงไปตั้งเยอะ และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อน ก็เป็นกล้ามเนื้อชุดที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ คือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อน่อง
นอกจากนี้การทำงานหรือขยับขาถีบของเรายังเป็นการถีบออกจากตัวในทิศทางลงดิน ซึ่งเป็นท่าที่เราถนัดที่สุด จึงเป็นการใช้งานได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด พูดถึงตรงนี้ มีของแถมนิดหนึ่งว่า นักจักรยานเขามีทฤษฎีของเขาว่าตัวโครงจักรยานถ้ายิ่งแข็งแกร่ง (ไม่อ่อนตัวได้) จะยิ่งเปลืองแรงในการถีบน้อยลง แต่ถ้ายิ่งแข็งแกร่งนั้นไปหมายถึงยิ่งแข็งแรงและต้องใช้เหล็กหนาๆหนักๆ ก็จะกลับกลายเป็นเปลืองแรงเพิ่มไปเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องระวังหน่อยเวลาไปเลือกซื้อจักรยาน
⇒ ขี่แค่ไหนดี
คราวนี้มาพูดถึง “หนักพอ” ว่าเป็นอย่างไร ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็วน้อยกว่า 20 กม./ชม. อย่างนี้เราถือว่าช้าไป จะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการขี่จักรยานเป็นการออกกำลัง ที่ตัวจักรยานมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้าๆ ตัวจักรยานจะเป็นตัวช่วยเสียส่วนใหญ่ ประโยชน์ต่อหัวใจก็ไม่มี หรือมีก็น้อย แต่ผู้รู้กล่าวได้ว่า ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้
โดยสรุป เราจึงควรถีบจักรยานอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรงสมกับที่ตั้งใจมาออกกำลังกันความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ
⇒ วิธีการขี่ให้ถูกต้อง
พวก ขี่จักรยานใหม่ๆมักเข้าใจผิดและพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการขี่โดยส่วนใหญ่ ไม่พิจารณาว่าทางจะเป็นอย่างไร ทางที่ถูกแล้วควรเลือกเกียร์ต่ำไว้ก่อน และถีบให้วิ่งไปเรื่อยๆอย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน
ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น จนเกือบถูกจักรยานที่ขี่อยู่ทับเอา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ
⇒ โปรแกรมซ้อม
วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกา หรือ The American College of Sports Medicine แนะนำโปรแกรมซ้อมสำหรับการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อความฟิต ไว้น่าสนใจ ดังนี้
หนึ่ง ให้ซ้อมสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง (หรือวัน) คือต้องบ่อยพอนั่นเอง
สอง ซ้อมด้วยความเร็วที่ทำให้หัวใจเต้นประมาณ 60-90% ของชีพจรสูงสุด อันนี้ก็ตรงกับที่ว่า ต้องหนักพอ
สาม ซ้อมครั้งละ 15-60 นาที อันนี้คุณคงทายได้แล้ว คือต้องนานพอเป็นประการที่สามนั่นเอง แต่สำหรับพวกที่มาขี่ใหม่ๆควรจะขี่แค่ประมาณครั้งละ 20-30 นาทีก็พอแล้ว
ตอนขี่ถ้าเรานั่งตัวตรงขึ้นมาและใช้มือวางอยู่บนมือจับส่วนบน (ที่เป็นแกนตรงขวางกับตัวโครงจักรยาน) ลำตัวเราก็จะต้านลม ในกรณีที่ลมแรงก็จะเกิดแรงต้านสูง อาจถึง 90% ของแรงต้านทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้เราก็ควรก้มตัวลง เอามือไปวางไว้ที่จับส่วนล่าง (ที่โค้งลงมาต่ำที่สุด) ตัวเราจักได้ไม่ต้านลม การขี่ก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าเกิดต้องการฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ต้องการขี่ง่ายๆ เราก็อาจยืดตัวมานั่งตรงให้ต้านลม แบบนี้เราก็จะเหนื่อยเร็วหน่อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ต้องการยากก็นั่งตรง ต้องการง่ายก็หมอบลงไป
⇒ ดียังไง ไม่ดียังไง
ที่ แน่ๆก็คือทำให้สุขภาพดี ร่างกายฟิต กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม.
ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย
....หยิบยกมาจากบทความตอนหนึ่งเพื่อจะมีประโชน์บ้างครับ...
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ขอบคุณที่นำมาแบ่งกันอ่านครับ
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- BB_GUN
- ขาประจำ
- โพสต์: 573
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2009, 07:19
- team: MCPD.
- Bike: GIANT XTC
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม.ปั่นไม่ถึง...แต่ส่วนมากปั่นขึ้นเนินขึ้นเขา..อย่างนี้จะดีป่าวครับ..ระยะทางเกือบ 20 กม.
MCPD
-
ford_te
- สมาชิก
- โพสต์: 78
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 07:59
- Tel: 0944252414
- Bike: strida 5.0
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
กรณีรถพับ ล้อ 16 นิ้ว ไม่มีเกียร์
น่าจะ 15-18 ก.ม./ ชม คงพอได้นะครับ
ผมใช้รถพับอยู่ 28 กม ไปไม่ถึงอะ 555
น่าจะ 15-18 ก.ม./ ชม คงพอได้นะครับ
ผมใช้รถพับอยู่ 28 กม ไปไม่ถึงอะ 555
- waad
- ขาประจำ
- โพสต์: 346
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2009, 18:10
- team: สวนหลวง ๒๐๐๙
- Bike: O-O
-
อังลัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 2574
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2009, 10:06
- Tel: 0899273203
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้าย@เลย
- Bike: ภูเขาเก่าๆกับหมอบเฒ่าแก่ๆ
- ตำแหน่ง: รพร.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย 42120
- ติดต่อ:
-
สมประสงค์
- ขาประจำ
- โพสต์: 2140
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2008, 11:54
- Tel: 08-6965-7958
- Bike: trek 8500
- ติดต่อ:
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ประโยชน์ที่เห็นๆสำหรับผมคือได้เพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะเลย 
-
sakchai234
- ขาประจำ
- โพสต์: 304
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2010, 11:52
- Tel: 022145162 0818084210
- team: STADIUM NIGHT & SPA
- Bike: TREK & SPECIALIZED
- ตำแหน่ง: 48/10-13 จุฬาซอย12 ถนน.บรรทัดทอง แขวง.วังใหม่ เขต.ปทุมวัน กรุงเทพๆ 10330
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณที่เอามาให้อ่านครับ +10 เลยครับ
คำว่า พี่น้อง
1.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว ต้องรักษา มิตร จิต ใจ
2.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว ต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน ต่อหน้าและลับหลัง
3.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว เราต้องช่วยกันห้ามปรามสิ่งที่ผิด
เมื่อได้เรียกพี่น้องแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะทำกันไม่ได้เลย คือ
อย่าทำลาย มิตร จิต ใจ อย่าหักหลังพี่น้อง อย่าแทงหลังพี่น้อง
1.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว ต้องรักษา มิตร จิต ใจ
2.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว ต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน ต่อหน้าและลับหลัง
3.เมื่อเป็นพี่น้องแล้ว เราต้องช่วยกันห้ามปรามสิ่งที่ผิด
เมื่อได้เรียกพี่น้องแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะทำกันไม่ได้เลย คือ
อย่าทำลาย มิตร จิต ใจ อย่าหักหลังพี่น้อง อย่าแทงหลังพี่น้อง
- keaows
- ขาประจำ
- โพสต์: 259
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2009, 10:48
- team: mtb sikhiu
- Bike: TREK 8900
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ขอบคุณครับ ที่แบ่งปั่นความรู้

- NaRaKa
- ขาประจำ
- โพสต์: 150
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:10
- Tel: 0819105632
- Bike: KonaDawg Klein2009 Klein2007 Trek8900 MossoMustang Trek1.5 Dahon muP8
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
เป็นประโยชน์มากเลย ขอบคุณครับ
- hydrogen
- ขาประจำ
- โพสต์: 699
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 14:03
- team: WIHARNDANG BIKE CLUB / SARABURI
- Bike: ORBEA LANZA 2009 / Scott Addict SL 2015 / Scott Foil Premium 2016
- ติดต่อ:
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้
เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ
ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ
แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้
ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ
ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ
แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้
ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
h 2 @ m i | z P i x a r
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
- โรส
- ขาประจำ
- โพสต์: 247
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 17:16
- Tel: 0836461516
- team: โจ๋เรนเจอร์ ชุมพร
- Bike: MOSSO
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
คำถามดีคะ อยากรู้เหมือนกันจ้า ท่านกูรูช่วยตอบด้วยนะคะhydrogen เขียน:ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้
เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ
ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ
แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้
ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
มีเม็ดทรายนับไม่ถ้วนจำนวนทราย
คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
ทรายจะแกร่งก็เพราะผ่านกาลเวลา
คนจะกล้าก็เพราะผ่านความอดทน
http://www.facebook.com/#!/profile.php? ... 2276828421
คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
ทรายจะแกร่งก็เพราะผ่านกาลเวลา
คนจะกล้าก็เพราะผ่านความอดทน
http://www.facebook.com/#!/profile.php? ... 2276828421
-
series8
- ขาประจำ
- โพสต์: 342
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2010, 13:59
- ติดต่อ:
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ขอบคุณที่นำความรู้ DD มาแนะนำกัน

- taed
- ขาประจำ
- โพสต์: 894
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ย. 2008, 10:43
- Tel: 096-8949655
- team: Turtle Racing Bike Club และ พระราม4
- Bike: COLNAGO DREAM
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
รอฟังคำตอบด้วยอีกคนครับโรส เขียน:คำถามดีคะ อยากรู้เหมือนกันจ้า ท่านกูรูช่วยตอบด้วยนะคะhydrogen เขียน:ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้
เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ
ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ
แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้
ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
รับจ้างขนส่งปูน หรือขนย้ายด้วยรถบรรทุก
- sddcom
- ขาประจำ
- โพสต์: 1869
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 22:12
- Tel: 0878601568
- team: สว่างแดนดิน
- Bike: LA-TEAM
Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน
ขอบคุณครับ 