ถึง ทุกๆท่านและท่าน ที่จองรถแบบผมจัดให้ตามสเปคของท่านเอง ครับ ถ้าท่านอ่านยังไม่จบอย่าพึ่งซื้อครับ
โดยปกติลูกค้าทุกๆท่าน ถ้าเลือกรถเองจะคำนึงถึงเฉพาะ ความสูงท่อนั่ง กับความยาวท่อบนที่เหมาะ
กับส่วนสูงตัวท่านเองเท่านั้นซึ่งการเลือกแบบวิธีดังกล่าว ท่านจะได้แค่รถจักรยานที่มี2ล้อแล้วขึ้นนั่ง
ขี่ได้เท่านั้นครับ โอกาสที่จะตรงกับการใช้งานของตัวท่านแทบไม่มีเลย ท่านลองสำรวจตัวท่านเอง
ที่ผ่านมาว่า การซื้อจักรยานแบบใช้สเปคแบบนี้เมื่อท่านได้ขี่รถแล้ว ท่านขี่ได้ถูกใจตัวเองหรือเปล่าครับ
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ท่านลองมาดูตัวอย่าง นี้ครับ
สมมุติลูกค้า3ท่านมีความสูง 170ซม ท่านเลือกตามสเปคที่ท่านชอบถามจักรยานจะมีขนาดท่อนั่ง 16.5 นิ้ว ท่อบน21--21.5 นิ้ว แต่ถ้า
1. ลูกค้าทั้งสามท่าน มีน้ำหนัก 60 กก กับอีกท่านหนัก85 กก กับอีกท่านหนัก105กก ผมถามท่านว่า
ทั้งสามท่านใช้จักรยาน แบบเดียวกันหรือคันเดียวกันได้หรือครับได้ คือจริงๆแล้วทั้งสามท่านใช้จักรยาน
คนละแบบคนละขนาดเลยนะครับ
2 ลูกค้าทั้งสามท่าน มีอายุ 20ปี กับอีกท่านอายุ50กับอีกท่าน อายุ65 จักรยานก้คนละแบบคนละขนาดครับ
หรือว่าท่านใช้แบบเดียวกันได้ คนอายุ20ขี่ก้มได้ รถวอกแวก ว่องไวได้ แต่อายุ65 ส่วนมากขี่ก้มไม่ได้
แล้วรถต้องเชื่อง นิ่ง ควบคุมง่าย
แค่ 2ข้อนี้โอกาสที่ท่านจะซื้อจักรยานแล้วท่านขี่ได้ดีตามตัวท่าน แทบจะไม่มีเลยครับ
ยังมีต่อครับ ถ้าทั้ง3ท่าน ขี่จักรยานแบบนี้
1. ขี่เร็วแบบแข่งขันเป็นกลุ่มแบบเสือหมอบ ถ้าขี่แบบบี้ต้องใช้จักรยานแบบนึงนะครับ แบบรูปข้างล่างนี้ครับ







รถแบบนี้ตั้งใจทำไปสยบทุกเสือบนถนน ที่กำลังคนขี่เท่ากันหรือเราน้อยกว่านิดหน่อย
รับรองว่าถ้าใจเย็นๆ สั่งได้ดั่งใจคิดครับ
ส่วนที่ขี่แล้วปวดหลัง ผมว่าไม่ใช่ปวดหลังหรอกครับ แต่ปวดกล้ามเนื้อตรงแผ่น
สันหลังที่ยึดมาที่ข้างไหล่ กับปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนครับ
ต้องฟิตเนสครับ ผมทำจักรยานทางเรียบล้อ26 แบบนี้เพื่อท้าทายความสามารถของผม
ที่จะทำรถเพื่อตอบสนองการขี่ของแต่ละคนอย่างที่ใจคุณนึก ผมจึงถามทุกท่านที่สั่งจักรยานว่า
ท่านอยากขี่แบบไหน ท่านเขี่ยนมา อยากขี่เร็วแข่งกับเพื่อน อยากขี่ทางไกล อยากขี่สบายๆ นิ่มนวล
อารมณ์สุนทรี หรือขี่ทัวริ่งหลายๆวัน หรือคุณนึกอยากได้อะไรเกี่ยวกับการขี่ท่านเขียนมาครับ
แต่แบบที่1 แข่งขัน ผมตั้งใจทำเหมือนกับทีมแข่งจักรยานเสือหมอบทำจักรยานเสือหมอบแข่งขัน
เพื่อนักแข่งขันครับ จักรยานแบบนี่เมื่อเราทำเสร็จเรียบร้อยตามขนาดของผู้ขี่
แล้ว ผู้ขี่ต้องฟิตเนสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมารองรับการทำงานของรถครับ รถแบบแข่งขันนี้
สัดส่วนการขี่ประนีประนอมไม่ได้ครับ เพราะทำเพื่อความเป็นเลิศทางด้านความเร็วครับ
หรือขี่สัก6เดือน ร่างกายจะสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมารองรับเองครับ
รถคันนี้แค่ขึ้นนั่งบนอาน อารมณ์แข่งขัน ดุดัน โหด เกิดทันทีเลยครับ รู้สึกฮึกเหิม มั่นใจ
แบบก้าวร้าว ผมว่าอารมณ์แบบนี้เหนือหมอบแบบแข่งขันครับ หมอบแข่งขันขึ้นนั่ง
บนอานยังรู้สึกเฉยๆ อารมณ์ไม่ค่อยเกิด ครับ
เสือบหมอบแบบแข่งขันครับ



รถแบบที่1 ที่ผมทำใช้หลักการเช่นเดียวกับรถ TIME TRAIL ไม่ใช่รถเสือหมอบครับ



2. ขี่เร็วแบบแข่งขันแต่ไปท่องเทียวทัวริ่งได้ด้วย แบบขี่ไปแข่งกันไป ก็ต้องใช้จักรยานอีกแบบหนึ่งนะครับ
รถประเภทนี้ยังเหมาะกับการขี่ท่องเที่ยวในวันหยุดเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ หรือ
ขี่ไปทำงานแบบที่ต้องทำเวลา ขี่ทางไกลแบบ200 กม/วัน แบบขี่เร็วพักเร็ว ตามรูปข้างล่างนี้ครับ







ถ้าล้อ700C ก็แบบนี้ครับ

3.ขี่ท่องเที่ยวแบบติดต่อกันหลายๆวัน ขี่วันละ8-10ชม แบบนี้ก้ต้องใช้จักรยานอีกแบบหนึ่งนะครับ
รถจักรยานประเภทนี้ ทำความเร็วได้ดีแบบทัวริ่ง ขี่ได้นานท่านั่งไม่เมื่อยล้า เหมาะสำหรับท่านที่ชอบขี่นานๆ หลายชั่วโมง
แต่ไม่รีบเร่ง ทำระยะทางแบบ200 กม/วัน แบบสบายๆ ไมเครียด
4.ขี่แบบทัวริ่ง ท่องเที่ยวแบบมีจิตวิญญาณทัวริ่ง เป็นของตัวเอง ไม่ผลักดันตัวเองตามใคร
แบบต้องการใช้ชีวิตร่วมกับจักรยาน ตามวิถีชีวิตของตัวเอง แบบนี้ก็อีกแบบหนึ่งนะครับ ดังรูปข้างล่างครับ
[/size][/color]

แล้วจะเลือกอย่างไร
ถ้าเลือกรถแบบที่1 จะใช้ขี่แบบที่2 ค่อนข้างลำบาก เพราะท่านั่ง เหมือนอยู่ในค็อกพิท ตำแหน่งขากดบันได
อยู่ในท่าวิ่ง ถ้าขี่เร็ว น้ำหนักตัวจะช่วยกดบันไดแทนกล้ามเนื้อ ทำให้ผ่อนแรงครับ ถ้าขี่ช้าแล้วนั่งนานๆ จะเมื่อยล้าครับ
ถ้าเลือกแบบที่2 จะใช้ขี่แบบที่1 ได้ครับ แต่ท่านั่งผ่อนคลายกว่าแบบที่1 ครับ ความเร็วเท่ากับแบบที่1
ท่านั่งเมื่อขี่เร็วต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่าแบบที่1 แต่นั่งได้นานกว่า สบายกว่า แล้วแบบนี้ยังใช้ขี่ในแบบที่3ได้
แต่จะเมื่อยล้าเมื่อนั่งนานๆ และ ขี่ช้าๆ มากกว่าแบบที่3ครับ
ยังมีต่อ