วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
rote2128
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1374
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2008, 10:41

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย rote2128 »

ด.ม.จ. คือ ดึงมันเจ๊า แล้วไปเตะลูกโทษเอา :D :D :D

คืนนี้จะมีลูกโทษบ้างมั้ยเนี่ย อยากดู
รูปภาพ
รถไม่แพง แรงเหลือน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย แมวทอง »

ยัง ยังไม่จบง่ายๆ
โรจน์โดดซ้อมอีกแล้วนะ :twisted:
ยิ่งจันทร์ถึงศุกร์เราซ้อมรวมกันแค่ 6-7 ชม.เอง :P
ไอ้โปรแกรมการปั่นที่เน้นพลังขับเคลื่อนเดี๋ยวไม่เห็นผลแล้วจะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะ
ดูพี่เล็กลพบุรีซิตอนแรกที่ฟิตให้เดือนเดียว อายุก็52กว่า แต่ตามหนุ่มๆทัน แต่เดี๋ยวนี้ประมาทเป็นไงไม่ซ้อม ปั่นทีหัวใจเตือนไม่หยุด เดี๋ยวก่อนค่อยเจอกับโปรแกรมเฒ่าทารกจะโมพี่เล็กให้แรงกว่าเดิมอีก ตายแน่ :twisted:
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
bikeman
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1674
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 17:43
Bike: cannondale Super six Hi-MOD-1
ตำแหน่ง: กทม.

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย bikeman »

รุ่น topๆ จะบอกความสูง ความชัน อุณหภูมิ อะไรประมาณนั้น
มันไม่รู้หรอกครับ คุณต้องบอกมันก่อน ว่าจะเล่น zone ไหน
ต้องใส่ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก ลงไปก่อนนะครับ
คุณต้องตั้งค่าก่อนนะครับ ว่าจะเล่นแค่ไหน
นั่นล่ะมันจะร้องปี๊บๆ เตือนคุณ ว่าหนักเกินไปแล้ว
ก็ดี ป้องกัน โอเวอร์เทรน มีเงินซื้อเลย
เพิ่มรสชาติของการออกกำลังกายดีครับ :D
ผมซื้อมาเกือบสองหมื่น ใช้ไม่ถึงห้าพันมั้งครับ :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือเด็กมั้ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 15162
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2010, 06:08
Tel: อยากรู้ให้โทรมาถาม
team: ศูนย์ฝึกกองบิน46 ,แอพอร์ตกรุ๊ป
Bike: orbea alma carbonสีuci ,specialized allez ,mini java สีขาว ,trek3900
ตำแหน่ง: 16°49′N 100°16′E / 16.82°N 100.27°E / 16.82; 100.27
ติดต่อ:

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย เสือเด็กมั้ง »

ชอบดราก้อนบอล
เกี่ยวกันไหม :lol:
หมอบแล้วร่างกายจะแข็งแรงไม่มีโรคภัยเบียดเบียน
cartoon : http://thaimanga.thai-forum.net/
http://www.cartooniverse.co.uk/
http://www.trekkingthai.com/
รูปประจำตัวสมาชิก
ปั่น
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3280
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 16:25
Bike: RB only

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย ปั่น »

ไอ้รุ่นที่ จขกท ถามถึงนี่ใช่ cs500 cad รึปล่าวครับ ถ้าใช่ แล้วยังไม่สิ้นสงสัยลองถามร้าน ไพลิน เฟรม แอนด์ ไบค์ ดูครับเค้าติดตั้ง และใช้มาซักพักน่าจะมีคำตอบแบบผู้ใช้งานครับ

ส่วนเรื่องที่ถกกันอยู่หลังๆ นี่ ผมว่าแค่ประโยชน์ข้อหนึ่งที่ giro บอกมาก็พอแล้วครับ "เตือนก่อนตาย"
โจ๊ก
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย แมวทอง »

giro เขียน:
แมวทอง เขียน:
giro เขียน:
อย่าเทียบว่าอะไรดีหรือไม่ดีจากการมองว่าใครเก่งกว่าใครครับ ต้องคิดว่า หากอินดูแรน หรือแม้แต่เมิคส์ ได้ใช้ SRM กับระบบการซ้อมปัจจุบัน จะยิ่งเก่งถึงขนาดใหนต่างหากครับ
ไม่มีตังค์ชื้ออะ :oops: คุณgiroมีเหลือเอามาปล่อยผมถูกๆก็ได้นะ :lol: จริงๆแค่อยากจะให้กำลังใจคนที่เล่นหมอบแต่ไม่ค่อยมีทุนให้มีกำลังใจฝึกซ้อมนะครับ อยากปั่นได้ดีง่ายๆก็ต้องขยันซ้อมนะครับ อย่ามัวแต่มองมาตราวัดค่าต่างๆแล้วให้คนอื่นแซงไป แล้วก็มาบอกว่าหัวใจเตือนแล้ว ผมแก่แล้ว หรือเหตุผลยกเมฆให้ดูดี มันฟังดูแล้ว มันดูสังเวทน่าน้อยใจคนฟัง ที่คนที่เหมือนๆเราแต่ไม่พัฒนาจิตใจให้เข็มแข็งกว่าร่างกาย ให้ข้ามขีดจำกัดไป หมอบมันเป็นกีฬาของคนใจสู้ๆกับใจตัวเอ็ง อย่าเป็นแบบผม แต่งรถจนเหลือแต่ตัว ลอยไปลอยมา ออกทะเล บ่อยด้วย
ดั่งเทพกวีเอกได้เคยบอกไว้ ดั่งเถาวันพันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งแม้น้ำใจคน ใจคนเรามันมีพลังแฝงไม่มีอะไรวัดได้หรอก ดูโงกุนตอนเป็นซุปเปอร์ไซย่าซิครับ สเค้าเตอร์วัดพลังแตกกระจายเลยทีเดียว หรือตำนานเวลาบ้านไฟใหม้แล้วหญิงแก่สามารถยกโอ่งวิ่งหนีได้ อย่ายอมแพ้แม้จะรู้ว่าแพ้ สู้ต่อไป ทาเคชิ
[youtube]<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/0RZyMcZltso&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/0RZyMcZltso&hl=en_GB&fs=1&" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object>[/youtube]
ถึง HRM ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับเป็น"เตือนก่อนตาย" แต่ผมเห็นด้วยกับหลายๆคนที่อายุอานามไม่น้อย ติดใว้เตือนก่อนตาย เพราะ เท่าที่ทราบมา ปีนึงๆ มีเสียชีวิตด้วยเหตุนี้ ปีละคนครับ ปีก่อนก็ที่เขาใหญ่ ปั่นขึ้นปากช่องยังแซวกันเลยว่าผ่านสะพานปูนถ้าได้ยินเสียงคนทักล่ะก็ มาแล้ว :mrgreen: มันตายได้จริงๆครับ ใจสู้ แต่หัวใจมันไม่สู้ครับ

ส่วนเรื่องสังเวช เวทนา คนที่โดนแซง ผมว่าคิดผิดแล้วครับ จักรยานไม่ใช่คนที่เร็วกว่าจะชนะนะครับ กีฬานี้ ใครเหลือแรงมากกว่า ....ชนะ คุณเองก็แข่งมามาก น่าจะเข้าใจหัวใจของมัน ไอ้ที่กระหน่ำทำกันตลอดการแข่งก็เพื่อทำให้คนอื่น "หมด" แล้วเรา "เหลือ" เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา หาไม่เข้าใจก็จะมองว่ามันไร้สาระ ไม่ได้ลองก็จะไม่รู้ว่ามันดีจริงๆ ก็เข้าใจว่าการซ้อมแบบเร็ว เร็วอีก และ เร็วกว่า คือคำตอบที่ดีที่สุด ต้องดูในสนามแข่งครับ
ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีนักจักรยานอาชีพครับ คำว่า"ซ้อมดี" มันถูกเบนด้วยปัจจัยของ"มีเวลาซ้อม" คุณจะซ้อมแบบคนป่าบ้าระห่ำ แล้วขี่แรงกว่าอีกคนที่ใส่ PowerTap แล้วบอกว่า"ไม่เห็นต้องซ้อมแบบวัตต์ก็แรงได้" แต่คุณซ้อมสักดาห์ละ 15 ชม. คนนั้นซ้อม 9 ชม. เพราะเค้าทำงานทำการทำมาหากิน แบบนี้แฟร์หรือไม่ครับ?
การที่เค้าปล่อยให้คนแซงไปก่อนเพราะเค้าเตือนโซนใว้ ไม่เห็นน่าเวทนาใดๆ ถ้าเค้ากลัวตาย ลูกเมียยังอยู่เบื้องหลัง ตายไปใครจะมีดีใจกับไอ้ศํกดิ์ศรีโง่ๆบนถนนที่โดนคนแซงหันมาเย้ยหยันว่าใจป๊อด??
แล้วถ้าเค้าซ้อมตามตาราง กำลังวางแผนพัฒนา แบบนี้ยิ่งน่าสังเวชตัวเองที่ไม่รู้เรื่องนี้ครับ เพราะโลกได้พิสูจน์มาแล้วว่า ตารางซ้อม วิทยาศาสตร์การกีฬา และ แผนการซ้อม คือสิ่งที่ดีที่สุด เนื้อหาพวกนี้หาอ่านไม่ยากทั้งไทยและต่างประเทศ อยู่ที่จะขวนขวายหามาอ่านทำความเข้าใจ วันนี้คุณแซงเค้าตอนซ้อม แต่ตอนแข่งอาจโดนกระทุ้งร่วงก็ได้ เท่าที่ผมเห็นเอกอุตัวแรงๆ ตอนซ้อมไม่ได้แรงบ้าพลังบ้าบอ แต่ขี่ตามคอร์ส ตอนแข่งสิ เอาขำๆเลย ผมยังเคยแซงพี่ดวงสวัสดีฯบนเขาใหญ่เลย แซงตอนแกพักอินเทอร์วัลอยู่ :lol: แซงไกลเป็นาทีๆเลยด้วย แบบนี้ผมน่าสังเวชหันไปเย้ยหยันพี่ดวงมั้ยครับ เพราะ แข่งหรือขึ้นแบบไม่อั้น ไม่มีทางแม้แต่จะทำอะไรได้ ..... แค่ตาม ก็กลืนไม่ลงแล้ว

สุดท้าย ... ถึงจะซ้อมตามคอร์สแล้วก็ยังไม่มีปัญญาชนะใคร แบบนี้น่าสังเวชมั้ย? ผมตอบแทนว่า มันเรื่องของเค้า เงินเค้า ชีวิตเค้า เขาอยากซ้อม อยากได้สัมผัสซักเสี้ยวของวิธีการซ้อมแบบโปร มันสนุกแบบเค้า คุณชอบอัดระห่ำยำแซงก็เรื่องของคุณ อย่าไปเวทนาเค้าเล้ยยยยย

ขอบอกว่า ... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ คนป่าได้ปืนแล้วใช้ปืนเป็น :mrgreen: :mrgreen: :lol: :lol:
โอ้ยว่างสักที และจะตอบอีกทีเดียวสำหรับ กะทู้นี้
เพราะเมื่อวานพี่ๆน้องๆเพื่อนๆโทรกันยันเที่ยงคืน มันส์มาก ก็ขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคน
และจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับกะทู้ก่อน
เอาละสรุป สำหรับเครื่องวัดชีพจรมีไว้เพื่อฝึกซ้อมและแข่งขันนั้นมันก็ดี ช่วยให้เราวางแผนการปั่นได้ดี แต่ถึงมีก็ไม่สามารถช่วยกันหัวใจล้มเหลวได้ซะทีเดียว ร่างกายคนเราหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ขณะออกแรงแล้วเหนื่อยมากๆแม้จะหยุดพักไปแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าหัวใจและร่างกายคุณมันจะผ่อนในทันที แต่มันจะค่อยๆผ่อนตามสภาพร่างกายและสภาพแวดล้อมในขณะนั้น ก็มีคนเคยตายทั้งที่ใช้เครื่องชีพจรมาแล้วเหมือนกัน เราจึงแค่ควรจะเชื่อมันบ้างแต่ควรดูความรู้สึกร่างกายของตนเองเป็นหลัก เนื่องจากที่ได้บอกไปเราขี่เพื่อสันธนาการและบู้เป็นครั้งคราว
มีอุปกรณ์ไว้มันก็ดีแต่ควรจะเข้าใจธรรมชาติร่างกายด้วย
ส่วนเรื่องที่ถามมากกว่ากะทู้จนต้องปิดมือถือ(ขอโทษด้วยพอดีเช้านี้โดนบังคับวิ่ง10กม.ปกติแทบจะไม่เคยปิดเครื่องเลยนอกจากหนีเมีย) ก็จะขอตอบตามที่เรียกร้อง
1.อย่ามัวมองมาตราวัดต่างๆแล้วให้คนอื่นแซงไป แล้วก็มาบอกว่าหัวใจเตือนแล้วผมแก่แล้ว หรือเหตุผลยกเมฆ มันฟังดูแล้ว น่าสังเวทนาน้อยใจคนฟัง แปล คนฟังรู้สึกหดหู่ ...หดหู่ที่ทำไมเรากับเขาก็เหมือนกันแต่เราทำได้เขาทำไม่ได้ จึงคิดน้อยใจที่เราบ้ามุ่งมั่นไปเพื่ออะไร...ไม่ได้เวทน่าคนปั่นช้าแต่เวทนาตัวเองที่บ้าอยู่คนเดียว...เข้าใจว่าน้อยคนจะเข้าใจความหมายนี้ จึงเรียนมาเพื่อทราบ
2.เรื่องประเทศไทยไม่มีนักจักรยานอาชีพ ตอบเลยว่ามี เป็นมืออาชีพทั้งร่างกายและจิตใจด้วยครับ
ขอออกตัวว่าผมค่อนข้างโชคดีที่แถวๆบ้านมีบรรดาทีมชาติ หรือนักปั่นที่น่าเคารพ จึงได้มีโอกาศคลุกคลีและได้รับการอบรมมาบ้าง ตัวผมนั้นแต่ก่อนก็ชอบมีข้ออ้างในใจเสมอ ที่ทำไมเราถึงทำไม่ได้
มีพี่คนนึงเคยสอนผมตอนที่ผมบ่นว่าผมตัวเล็กแรงก็สู้คนตัวใหญ่ไม่ได้ทำไงพี่ พี่เขาตอบว่า
2.1คนแรก ไอ้กุ๊กคนเราอย่าทำอะไรอย่ารอฟ้ารอฝนมึงทำไปเลย โดนเลยครับโดนใจอย่างแรงคิดตามได้ว่า ถ้าเรารอโน่นรอนี้โทษนั้นโทษนี้ มีข้อแม้ในใจเยอะ มันก็ไม่เสร็จเสียที..
2.2 คนที่สองไอ้กุ๊ก นักจักรยาน มันต้องใจเด็ดแบบฆ่าคนได้... ฟังแล้วมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปฆ่าใครหรอก แต่หมายความว่าให้เรา เด็ดเดียว เด็ดขาด และเหี้ยม
2.3 คนที่สาม ไอ้กุ๊กมึงต้องวางแผนการปั่น แต่ถ้ามึงคิดไม่ออกมึงปั่นไปเหอะ ดูพี่นี้ปั่นจนตัวดำ(ดำจริงๆ)
...และยังมีอีกมาก...
จากที่ยกตัวอย่างมา1.พี่เขามีวินัยแบบอยู่ในจิตรสำนึก2.พี่เขามีความเด็ดเดียวมุ่งมั่น3.พี่เขามีแผนการฝึก
ก็เหมือนนักกีฬาอาชีพนั้นละ เพียงแต่สปอนเซอร์หรือหน่วยงานที่สังกัดให้การสนับสนุนน้อยไปทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ส่วนการฝึกก็เคยเห็นส่งนักกีฬาไปอยู่กับทีมโปรมาแล้วนี้
..ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะบอกว่าไม่มีนักจักรยานอาชีพในประเทศ เพราะพวกพี่ๆเขาน่าเคารพและควรนำไปเป็นแบบอย่าง..
ส่วนคำว่า ศักดิ์ศรีโง่ๆ ศักดิ์ศรีโง่ๆมันไม่มีหรอกครับ นอกจากคนๆนั้นจะไม่มีหรือรู้จักคำว่า ศักดิ์ศรี
...ผมก็คนบ้าๆบ้อๆ มาตอบอะไรในกระทู้นี้ ก็เตรียมใจไว้แล้วว่ามีผู้รู้อยู่มาก ซึ่งก็เคารพ แต่จักรยานเสือหมอบมันก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความลำบาก ก็อยากให้ทุกคนฟันฝ่าไปได้ในการฝึกแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผมตอบไปก็รู้ว่า ต้องมีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจ ชอบและไม่ชอบ แต่ผมก็หวังให้คำตอบของผมมีประโยชน์ต่อ คนกลุ่มที่ไม่มีโอกาศเหมื่อนคนอื่นๆให้พยายาม ใครจะด่าผมเกลียดผม ไม่ค่อยจะใส่ใจอยู่แล้ว
เพราะไม่ได้ต้องการ คำชมว่าเก่งว่ารู้ แต่ต้องการเพิ่มโอกาศให้คนที่ไม่ค่อยมีโอกาศ ได้มาร่วมอยู่ในจุดเดียวกับพวกเรา เพราะผมก็เคยเป็นคนที่ด้อยโอกาศเหล่านั้นเหมือนกัน แต่ก็บอกแล้วว่า เสือหมอบมันตั้งอยู่บนความลำบากอยู่แล้ว คุณจะค้นพบมันหรือเปล่ามันก็อยู่ที่ตัวคุณเอง
ส่วนใคร น่าเวทนา น่าสังเวท ก็ขอให้ผู้ที่มีความรู้มีข้อมูลมากๆกลับไปไตร่ตรองดู เพราะผมไม่ต้องการชี้นกต้องเป็นนก ชี้ไม้ก็ต้องเป็นไม้ ทางออกจากกะลาของเราเองมันมีหลายรู มันอยู่ที่ตัวเราจะเจอมันกี่รู ขอให้ทุกคนจงมีแต่ความสุขครับ..
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
หมีดำ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 08:48
team: อานนท์อุบล
Bike: แคด8 สะเปะสะปะM5 และ EscapeR3เก่าๆ

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย หมีดำ »

คิดแบบนี้ไม่ธรรมดานะเนี่ย
ผมว่าแกล้งทำเป็นคนบ้าๆบอๆใช่มั๊ยครับ
สมแล้วครับ กับฉายา แมวทอง :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:


ปล.ถ้าหายเครียดแล้ว รับอีกซักกระทู้มั๊ยครับ :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=202642
แก้ไขล่าสุดโดย หมีดำ เมื่อ 29 มิ.ย. 2010, 13:35, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
::::ต้องแปรเปลี่ยน ทุกอุปสรรค ให้กลายเป็น พลัง ::::
::::ความคิด + คือ วัคซีน ป้องกัน ความรุนแรง ::::
รูปประจำตัวสมาชิก
rote2128
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1374
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2008, 10:41

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย rote2128 »

วันนี้ฝนมันจะตกมั้ย ผมจะได้ไปลำบาก :lol: :lol: :lol:
รถไม่แพง แรงเหลือน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
ลิงสวมเขา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 313
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 17:39
Tel: 0866883203
Bike: BIZZARD
ตำแหน่ง: อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย ลิงสวมเขา »

อันนินทากาเร เหมือนเทแกรบ
มันไม่แสบ เหมือนกับตูดไปขูดหิน
อันองค์พระปรมา ยังราคิน
มนุษ์ยหรือจะสิ้น คำนินทา
น้ำมันไหลมากหรือไหลน้อย
แต่ถ้ามาบ่อยๆ มันก้อหมด
ผู้หญิงจะเห็นคุณค่า ก้อเมื่อน้ำตาชายหยด
ทะเลาะวันละนิดจิตแจ่มใส
คนดีผีเอาไป
คนจำไรเอาไว้ก่อน
บลาซิล มีกาก้า อาเจนติน่า มีเมทซี
แล้วปีนี้ ใครจะเป็นแชมป์
จบและ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย giro »

โดยความเคารพ เนื่องจากเท่าที่อ่านและสังเกต ต่างก็มีเจตนาและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ต่างกันตรงรูปแบบและรายละเอียด ซึ่งยังประโยชน์ต่อผู้อ่านโดยรวม เพราะโดยสัตย์จริง ผมไม่เคยเห็นการถกเถียงใดๆ จะนำมุมมองที่ต่างสองขั้ว มาอยู่ในกระทู้ได้โดยไม่เป็นกรณีพิพาทชนิดหาผู้ชนะผู้แพ้

ซึ่งต่างจากหนนี้ครับ ผมเข้าใจว่าไม่มีใครต้องการนำเสนอข้อคิดเห็นโดยบรรทัดฐานของการเอาชนะ ไม่มีการท้าทาย ไม่มีการอวดอ้างทับถม ผม... ในฐานะที่เหยียบเท้าคนมามาก :mrgreen: หลายต่อหลายครั้ง เจอมาทั้งท้าทาย ถากถาง ทับถม กลับชื่นชมในกระทู้นี้

วลีที่ว่าเมืองไทยไม่มีนักจักรยานอาชีพ ผมก็ขอยืนยันคำเดิมครับ เพราะเท่าที่ทราบคนที่แข่งจักรยานเป็นอาชีพ สังกัดอยู่กับทีมต่างประเทศ
ย้อนกลับมาที่นิยามของคำ ถ้าถามผมว่า"จิตวิญญาณของความเป็นมืออาชีพ" ผมขอนำเสนอแนวคิดที่ท่านหนึ่งมอบให้ผมได้ระลึกเอาใว้
"งานของคนเรา มี 3 แบบ ...
หนึ่งคือ work มันคืองานที่ต้องทำ หมายถึงหน้าที่ เช่นงานบ้าน งานครอบครัวก็นับเป็นงาน ซักผ้า ทำอาหารก็งาน
สองคือ job หมายถึงงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ แลกกับผลตอบแทนอันพึงได้ จะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง หรือ สิ่งของก็ตามที ว่ากันก็คืองานที่ทำเพื่อดำรงชีพ
สามคือ profession นี่คืองานชั้นสูงที่สุด หมายถึงการทำสิ่งใดโดยมุ่งหวังให้มันพัฒนา ดีขึ้น ยอดขึ้น เข้าสู่คำว่าถ่องแท้ให้ไกลที่สุด ยิ่งทำยิ่งไม่รู้สึกพอ
...งานของคุณล่ะคืออะไร? สิ่งที่ทำทุกวันนี้เป็น work, job หรือ profession ลองลำดับแยกแยะว่าชีวิตอยู่กับสิ่งใดมากที่สุด"

นี่คือนิยามของปรัชญาการใช้ชีวิตงานการของผมจนถึงทุกวันนี้ ...
ดังนั้นผมเชื่อว่ามีนักจักรยานที่"มีจิตวิญญาณของมืออาชีพ" ท่านและเค้าเหล่านั้นมีความเป็น profession อยู่เต็มเปี่ยม ทว่า ... ในชีวิตจริง แม้แต่เหล่าทัพต้นสังกัดสโมสรก็ตามที มีนักจักรยานไทยสักกี่คน ที่พูดได้ว่าดำรงชีวิตอยู่ด้วยการขี่จักรยาน หน้าที่ประจำคือตักรยาน และ สามารถยังชีพได้ เพราะคำว่ายังชีพได้นั่นแหละคือหัวใจครับ ....
ไม่ได้แปลว่าขี่จักรยานแล้วได้เงินเดือนถึงเรียกว่ามืออาชีพ แต่มันหมายถึง ท่านไม่ต้องเอาเวลาและสมาธิไปอยู่กับสิ่งอื่นเพื่อให้มีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ให้เมียใช้ และซื้อประกันให้ลูก นี่คือความต่าง ผมไม่คิดว่าต่อให้ใช้ใจขนาดใหน ร้อยเท่าพันทวี ฟาเบียง ก็คงไม่เก่งเท่านี้หากทุกเย็นต้องรีบอาบน้ำหลังซ้อม เปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงานพิเศษจนสี่ซ้าห้าทุ่ม.....

ดังนั้นสิ่งที่ผมกล่าวคือ พี่ๆน้องๆทีมชาติทั้งหลาย จะสังกัดเหล่าหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงล้วนแต่ยังมีหน้าที่อื่นๆต้องทำ แม้หัวใจจะเป็นมืออาชีพเพียงใด แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่าต้องอยู่ได้ ต้องยังชีพได้ ต้องมีอนาคตให้เดิน ครอบครัว ชีวิตเมีย และลูกที่รออยู่ เหตุนี้เอง บ้านเรามีนักจักรยานที่มีหัวใจมืออาชีพ แต่ ไม่มีนักจักรยานอาชีพครับ

อย่าว่าแต่ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเรา ประเทศที่เจริญแล้วก็ยังมีที่ว่างแบบนี้ ใหนๆก็อู้งานมาพิมพ์แล้ว ก็ขอเล่าให้ฟังกันยาวๆเสียตรงนี้...
...ท่านแรกที่ขอเอ่ย อายุราวๆ 50 กว่า ตอนนี้เป็นเจ้าของร้านจักรยานขนาดกลางๆที่อเมริกา แข่งจักรยานให้กับมูลนิธิการกุศลหาเงินตามงานต่างๆมากมาย เข้าร่วมและจบการแข่ง RAAM มาหลายต่อหลายครั้ง อดีตเมื่อ 30 กว่าปีก่อน แกฝันอยากเป็นนักจักรยานอาชีพ แกแข่งจักรยานไปทั่ว เข้ามหาวิทยาลัยด้วยโควต้าจักรยานและเป็นทีมตัวหลัก แข่งชิงแชมป์รัฐคว้าชัยมากมาย แต่... ก็ยังไม่มีโอกาสได้"เทิร์นโปร" เพราะสมัยนั้นทีมอาชีพของอเมริกาแทบหาไม่ได้ จักรยานยังไม่ใช่กีฬาที่โด่งดัง วันหนึ่งก็ถึงจุดต้องเลือก อายุล่วงเลยไป ในขณะที่เงินทองจากงานพิเศษเริ่มไม่พอยังชีพ ภาระเริ่มมากขึ้น ความฝันเองก็ไกลขึ้นทุกที แกเลือกที่จะจับมือกับเพื่อนหุ้นกันเปิดร้านจักรยาน และ ทุ่มเทเวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตทำร้านจักรยานจนมั่นคงอยู่มาได้ยี่สิบกว่าปี ถามว่าวันนี้แกเสียใจมั้ย? แกก็ยังเสียดาย แต่ชีวิตมีความสุขกับจักรยาน ทำร้าน ทำรถ ให้คนขี่ ลูกจ้างก็เป็นเด็กหนุ่มที่มีความฝันเหมือนกับแกสมัยนั้น ได้ส่งเสริมเด็กบางคนจนได้เทิร์นโปรไปจริงๆ แกดีใจที่ไม่ได้เป็นนักจักรยานอาชีพ เพราะไม่เช่นนั้นแกจะไม่ได้เห็นสิ่งที่สวยงามในวันนี้ สิ่งสวยงามที่แกบอกคือ คนที่มาซื้อจักรยาน มาร่วมปั่นกลุ่มแก ค่อยๆแข็งแรงขึ้น หลายคนแข่งขันได้ ไต่ระดับ หลายคนมีความสุขกับความพ่ายแพ้ในสนามแข่ง แกอาจไม่ได้สัมผัสของแบบนี้หากแกเลือกทางเดินของความฝันต่อไป

คนที่สอง .... เป็นหนุ่มวัย 19 ปี อยู่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐ เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย และดาวรุ่งในการแข่งชิงแชมป์รัฐ เรียกว่าเพชรเม็ดงามเลยก็ว่าได้ เรียนน้อยกว่าคนอื่น มีตารางการแข่งมากมาย มีโค้ชของทีมวางตารางให้ซ้อมทั้งในและนอกฤดูกาล ลงแข่งในคลาสของ master มาตลอด คลาสนี้ก็คือคลาสสุดท้ายก่อนจะเป็นโปรของแท้ นอกจากเรียน ก็ยังมีงานพิเศษเป็นเจ้าหน้าที่ร้านจักรยานเล็กๆ กับเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารจีน พอให้ได้เงินค่าห้องเช่า ค่าอาหาร ค่าเรียน ด้วยเหตุนี้ บางสัปดาห์ที่มีนัดซ้อมร่วมกันระหว่างกลุ่มปั่นกับทีมมหาวิทยาลัยนี้ จะไม่เห็นไอ้หนุ่มคนนี้มาซ้อม ... เพราะ ติดงานการ ขาดไม่ได้ ต้องเก็บวันลาเอาใว้ช่วงหน้าร้อน ผมเคยแอบได้ยินเค้าคุยกันระหว่างไอ้หนุ่มนี่ กับนักปั่นหนุ่มใหญ่วัยกลางคนที่กวดรางวัลระดับคลาสสุงๆมาเยอะมาก จับใจความได้ว่า ... หากยังเรียน ยังต้องทำงานอยู่ มันคงยากที่จะได้เป็นโปร พวกยุโรปและอเมริกาใต้ เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16-17 แล้วมุ่งมั่นขี่จักรยาน ถ้านายอยากเป็นโปร นายอาจต้องทำแบบนั้น มีไม่กี่คนหรอก ที่สามารถทำทุกอย่างได้สำเร็จลุล่วง..... หนุ่มนั่นก็ดูซึมๆไป ราวกับว่าแกกำลังหลงทางและไม่รู้จะหาทางออกไปทางใหนดี .....
ยิ่งได้อ่านวิธีซ้อม อ่านรูปแบบการซ้อมของโปรแท้ๆเท่าใหร่ ยิ่งรู้ว่าคุณไม่มีทางทำแบบนั้นได้ถ้าคุณยังต้องทำมาหากิน ต้องทำงานพิเศษ ต้องกังวลกับข้าวลงท้อง ....การจะรักษาระเบียบวินัยเพื่อความเป็นเลิศของเป็นเลิศนั้น ยากยิ่งจะทำได้ถ้าชีวิตมีภาระอื่นๆต้องเจียดเวลา อันเนื่องจากการระบุรัดกุมทั้งการซ้อม อาหารการกิน และ การพักผ่อน ทุกอย่างเป็นปัจจัยทำให้ความเป็นเลิศเหนือขึ้นไปยิ่งกว่าเป็นเลิศ ฟังแล้วน่าเศร้าแต่ก็เป็นความจริงของระบบสังคมไทยมิใช่หรือครับ? ผมว่าแม้แต่ท่านทีมชาติทั้งหลายเหล่านั้น ก็คงอยากให้ตนเองสามารถซ้อมได้ ทำความเป็นเลิศได้โดยไม่ต้องทำอย่างอื่น ชีวิตอยู่ได้ มั่นคง มีกิน มีอนาคตที่ยาวนาน ไม่ใช่เบี้ยเลี้ยงซ้อมวันละนิด อัดฉีดวันละหน่อย ชนะมาได้เชิดชูสั้นๆแพ้มาก็กลายเป็นเหมือนเครื่องมือโดนทิ้ง พอแพ้มากๆเข้าก็เหมือนอะไหล่ตกรุ่นต้องถอดออก แล้วไม่เหลืออะไรบนเส้นทางนี้ หนทางที่มองเห้นคือช่องทางในการติดต่อชิ้นส่วนจักรยาน ที่เคยอาศัยซื้อไปขายมาในราคานักกีฬาเป็นกำไรเล็กน้อย ใช้เป็นอาชีพยังชีพต่อไป ใครพื้นฐานทางสังคมดีก็รอดตัว ฝีมือมีคุณค่าก็ได้รับหน้าที่ปั้นเด็กกระจายกันออกไป แต่โดยมากก็ไม่ได้อยู่กินได้ด้วยเบี้ยเลี้ยงจากเขต จากสมาคมกีฬาอยู่ดี มีแต่จะเสียให้เด็กๆได้เติบโต
... 5 ปีที่แล้วถ้าใครพูดว่า "ผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพ" คนยังหัวเราะเลยครับ

ขอลงจบดื้อๆแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าท่านผู้อ่านคงอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อนี้ที่มีหลากรสทั้งหวานข้นและเปรี้ยวเผ็ด ก่อนจะย่อยเป็นกากใยลงสู่คอห่าน คงได้รับสารอาหารเป็นสาระไปบ้างไม่มากก็น้อย

เป็นเกียรติที่ได้แลกเปลี่ยนครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
หมีดำ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 08:48
team: อานนท์อุบล
Bike: แคด8 สะเปะสะปะM5 และ EscapeR3เก่าๆ

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย หมีดำ »

ถึงมันจะมาไกลจากคำถาม ก็ตามแต่

ผมชอบกระทู้นี้ครับ
กระทู้นี้มี นักกีฬา :mrgreen:
::::ต้องแปรเปลี่ยน ทุกอุปสรรค ให้กลายเป็น พลัง ::::
::::ความคิด + คือ วัคซีน ป้องกัน ความรุนแรง ::::
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย แมวทอง »

โอ้ย..ว่าจะไม่ตอบแล้วแต่หลังไมค์ เยอะจริงๆ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณทุกน้ำใจ และขอบคุณข้อมูลของพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ที่ได้ร่วมกันบอกผม และอยากให้ผมพูดอะไรแสบๆ ผมขอบอกเลยครับ อย่างที่กำลังรณรงค์กันอยู่ ให้คิดเชิงบวกครับ เพื่อประโยชน์ในทุกๆด้าน ทั้ง ความคิด การสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของทุกๆคน..
เอา ตอบแบบไม้ได้เชียร์ หรือ เป็นหรือมีผลประโยชน์กับอุปกรณ์นี้ วันนี้ยังไม่อยากเล่นน้ำทะเล อิอิ
อุปกรณ์วัดค่าชีพจร วัดค่า จูนหรือวัตต์ นั้นมันมีประโยชน์ในการฝึกซ้อม และยังบอกค่าประมาณการในการวางแผนการฝึกหรือแข่งขันได้ด้วย
แต่ที่มันบอกคุณไม่ได้คือ การให้กำลังใจคุณ ให้ฝึกซ้อมได้ตามวัตถุประสงค์หรือดีกว่าวัตถุประสงค์ และที่มันทำไม่ได้และคุณควรจะทำมัน ก็คือการให้กำลังใจผู้ร่วมปั่นด้วย เพราะถ้าเรามัวแต่มองข้อมูลต่างๆบนหน้าจอ เราก็จะเห็นแต่ข้อมูลไม่เห็นความเป็นจริง คงพัฒนาได้แค่ทีละไม่กี่ก้าว
ตอนนี้วงการจักรยานไทยกำลังพัฒนา ผู้ที่มุ่งมั่นจริงจังที่จะเป็นมืออาชีพก็คงไม่มีเวลามาเล่นในนี้ วงการจักรยานกำลังพัฒนาจากคนอีกรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จากกำลังใจของคนรุ่นก่อนเพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างงดงาม
ก็ขอให้ทุกคนมีสิ่งนี้อยู่กับตัว และพร้อมให้ผู้อื่นไปด้วย เพื่อการพัฒนาต่อไป คนรุ่นก่อนเขาทั้ง..เหนื่อยทั้งกายและใจ ถึงในรุ่นตัวเองจะดูไม่สวยงาม แต่ก็ยังพยายามสร้างรุ่นต่อไป...ไม่สร้างสรรค์ ก็อย่าไปหวังบั่นทอน...มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าลาน้ำ...ไม่งั้นอาจมีรองเท้าลอยมา :twisted:
....................... กำลังใจครับ ไม่มีแน่ๆบนจอมาตรวัดทุกเครื่อง........................
หรืออีกหน่อยจะมี :o รุ่นใหม่คงจะขายดีแน่ๆ อาจเป็นรูปสาวๆพร้อมเสียงเชียร์ที่หน้าจอเครื่องวัด ผมคงจองคนแรก พร้อมโหลดคนเชียร์แบบxxxเลยทีเดียว :lol: :lol: :lol:
และขอให้ทุกคนจงมีความสุข เจริญด้วยอายุ สุขขะ วรรณะ...
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 30 มิ.ย. 2010, 10:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
เอก Flt Ops
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6010
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 18:26
team: CNX BKK HKT
ติดต่อ:

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย เอก Flt Ops »

from equipment to :?:
:D :D :D
...@ อิ่ม อร่อย :...
รูปประจำตัวสมาชิก
หมีดำ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 08:48
team: อานนท์อุบล
Bike: แคด8 สะเปะสะปะM5 และ EscapeR3เก่าๆ

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย หมีดำ »

แมวทอง เขียน:โอ้ย..ว่าจะไม่ตอบแล้วแต่หลังไมค์ เยอะจริงๆ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณทุกน้ำใจ และขอบคุณข้อมูลของพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ที่ได้ร่วมกันบอกผม และอยากให้ผมพูดอะไรแสบๆ ผมขอบอกเลยครับ อย่างที่กำลังรณรงค์กันอยู่ ให้คิดเชิงบวกครับ เพื่อประโยชน์ในทุกๆด้าน ทั้ง ความคิด การสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของทุกๆคน..
เอา ตอบแบบไม้ได้เชียร์ หรือ เป็นหรือมีผลประโยชน์กับอุปกรณ์นี้ วันนี้ยังไม่อยากเล่นน้ำทะเล อิอิ
อุปกรณ์วัดค่าชีพจร วัดค่า จูนหรือวัตต์ นั้นมันมีประโยชน์ในการฝึกซ้อม และยังบอกค่าประมาณการในการวางแผนการฝึกหรือแข่งขันได้ด้วย
แต่ที่มันบอกคุณไม่ได้คือ การให้กำลังใจคุณ ให้ฝึกซ้อมได้ตามวัตถุประสงค์หรือดีกว่าวัตถุประสงค์ และที่มันทำไม่ได้และคุณควรจะทำมัน ก็คือการให้กำลังใจผู้ร่วมปั่นด้วย เพราะถ้าเรามัวแต่มองข้อมูลต่างๆบนหน้าจอ เราก็จะเห็นแต่ข้อมูลไม่เห็นความเป็นจริง คงพัฒนาได้แค่ทีละไม่กี่ก้าว
ตอนนี้วงการจักรยานไทยกำลังพัฒนา ผู้ที่มุ่งมั่นจริงจังที่จะเป็นมืออาชีพก็คงไม่มีเวลามาเล่นในนี้ วงการจักรยานกำลังพัฒนาจากคนอีกรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จากกำลังใจของคนรุ่นก่อนเพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างงดงาม
ก็ขอให้ทุกคนมีสิ่งนี้อยู่กับตัว และพร้อมให้ผู้อื่นไปด้วย เพื่อการพัฒนาต่อไป คนรุ่นก่อนเขาทั้ง..เหนื่อยทั้งกายและใจ ถึงในรุ่นตัวเองจะดูไม่สวยงาม แต่ก็ยังพยายามสร้างรุ่นต่อไป...ไม่สร้างสรรค์ ก็อย่าไปหวังบั่นทอน...มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าลาน้ำ...ไม่งั้นอาจมีรองเท้าลอยมา :twisted:
....................... กำลังใจครับ ไม่มีแน่ๆบนจอมาตรวัดทุกเครื่อง........................
หรืออีกหน่อยจะมี :o รุ่นใหม่คงจะขายดีแน่ๆ อาจเป็นรูปสาวๆพร้อมเสียงเชียร์ที่หน้าจอเครื่องวัด ผมคงจองคนแรก พร้อมโหลดคนเชียร์แบบxxxเลยทีเดียว :lol: :lol:
:lol:
มีบ้างส่วนไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่ส่วนสำคัญเท่าไหร่

ที่สำคัญคือ ไม่เสียแรงที่ตามอ่านโพสของคุณ ....แมวทอง....
::::ต้องแปรเปลี่ยน ทุกอุปสรรค ให้กลายเป็น พลัง ::::
::::ความคิด + คือ วัคซีน ป้องกัน ความรุนแรง ::::
รูปประจำตัวสมาชิก
rote2128
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1374
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2008, 10:41

Re: วัดใจ polar รุ่นท็อปๆมันรู้ได้ไงว่าเรายังเหลือแรงอีกเท่าไหร่

โพสต์ โดย rote2128 »

สิ่งไหนที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองก็เลือกสิ่งนั้นเถอะครับ
แล้วก็ปั่นจักรยานกันต่อไป
รถไม่แพง แรงเหลือน้อย
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”