ไปแล้วอย่าลืมเก็บใจดวงน้อยๆของอาโฮ้วกลับมาเมืองไทยด้วยนะครับ
ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
- mtb.hilander
- ขาประจำ
- โพสต์: 1104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 21:15
- Tel: 0893058544
- team: THAI BIKE TOURING CLUB
- Bike: trek 6500
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ทริปหน้า " เสือทุ้ยลุยอินโดครับท่าน "
ไปแล้วอย่าลืมเก็บใจดวงน้อยๆของอาโฮ้วกลับมาเมืองไทยด้วยนะครับ
ไปแล้วอย่าลืมเก็บใจดวงน้อยๆของอาโฮ้วกลับมาเมืองไทยด้วยนะครับ
-
เสือทุ้ย
- ขาประจำ
- โพสต์: 189
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
- team: ไม่มี
- Bike: Mongoos
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
โห....ผมมิกล้าแบบคุณโฮ่วหรอกคุณเอี้ยง
ผมแพ้ความสูง(แต่ชอบความขาว)
สังขารก็ไม่ไหว
แต่เรื่องฝากเก็บดวงใจนี่อาจพอช่วยได้นะครับ
ผมแพ้ความสูง(แต่ชอบความขาว)
แต่เรื่องฝากเก็บดวงใจนี่อาจพอช่วยได้นะครับ
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่
" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม
ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม
ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
สวัสดีพี่น้องชาวไทยเอ็มทีบีทุกท่าน พี่เสือทุ้ย (ตามคำขอ
) และเสือเอี้ยงที่คิดถึง
ความขาว และความสูง มันเป็นสิ่งท้าทายมนุษย์ชายๆ อย่างเราๆ
แต่ผมพิศมัย ความสูง มากกว่า เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ผมยังจะพิชิตได้โดย หัวยังไม่แตก ครับ
ต้องขออภัยที่ห่างหายไป เป็นเพราะงานเข้าและอารมณ์ยังไม่ได้ เลยขอบิ้วอารมณ์กันซักนิดครับ
ความขาว และความสูง มันเป็นสิ่งท้าทายมนุษย์ชายๆ อย่างเราๆ
แต่ผมพิศมัย ความสูง มากกว่า เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ผมยังจะพิชิตได้โดย หัวยังไม่แตก ครับ
ต้องขออภัยที่ห่างหายไป เป็นเพราะงานเข้าและอารมณ์ยังไม่ได้ เลยขอบิ้วอารมณ์กันซักนิดครับ
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
วันที่สิบของการเดินทาง จากเมือง โซโล ไปยังเมือง ยอกยาการ์ต้า ระยะทาง 59 กิโลเมตร

หลังจากได้พักผ่อนเต็มที่กับที่พักแสนสบายเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางในเช้านี้ ซึ่งผมแพลนไว้ว่าจะออกตอนเกือบเที่ยง
เพราะออกเช้านี้ผมมีนัดกับ Area Manager ประจำเมืองโซโลเพื่อไปชมเมืองโซโล ความจริงเมือวานตอนเย็นนั้นก็ได้เจอกันแล้วแต่ว่าเจอกันประมาณสองนาทีได้กระมัง
แค่แนะนำตัวเองและบอกว่าเขามารอผมตั้งแต่เย็นแล้ว (ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบทุ่มนึง)
โครงการ WoW นี้มีกิจกรรมอันนึงของโครงการคือการที่ผมเข้าไปเยี่ยมเพื่อนพนักงานในแต่ละเมืองใหญ่ในเส้นทางที่มีพนักงานบริษัทพักอยู่ เพื่อได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
ทางบริษัทเขาก็จะจัดลิสต์รายชื่อพนักงานที่นั้น และติดต่อประสานงานกับพนักงานในเมืองนั้นๆ ไว้ก่อนที่ผมเดินทางไปถึง
โดยส่วนใหญ่แล้วพนักงานที่โน้นก็จะตื่นเต้น และสนุกสนานดีที่ได้เจอเพื่อนต่างแดน แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่
โครงการบอกว่าไปเยี่ยมพนักงาน แต่ความจริงแล้วนั้น ส่วนใหญ่พวกเขา(เจ้าบ้าน) จะมาเยี่ยมผมซะมากกว่า
และหลายครั้ง อาจทำให้ผมพาลคิดไปว่า ตูสร้างภาระให้เพื่อนเราหรือเปล่าเนี๊ยะ
อาทิ อิสตานโน่ ท่านนี้จริง เพราะผมมาถึงแกก็บอกผมว่า เขามีเวลาน้อย คงอยู่ตอนเย็นด้วยไม่ได้ และพรุ่งนี้ก็ขอนัดไว้เลยว่าช่วง เก้าโมงเช้าเขาจะพาผมไปจุดสำคัญตามเมืองต่างๆ
เพื่อถ่ายรูปเป็นประจักษ์พยานว่าเขาไปกับผมแล้ว เพราะทางออฟฟิศใหญ่ที่จาการ์ต้า บอก (สั่ง) เช่นนั้น
ตอนนั้นก็เห็นใจและเกรงใจ ท่านอิสตานโน่ เป็นอย่างยิ่ง เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอกท่าน เดียวผมส่งรายงานพร้อมรูปที่หน้าโรงแรมกับท่านไปให้ออฟฟิศเอง จะได้ไม่ลำบาก
แต่ก็ยืนยัน ว่าต้องมาถ่ายรูป ตามใบสั่ง จากที่ออฟฟิศ
ทำเพื่อนลำบากอีกแล้วตู......

หลังจากได้พักผ่อนเต็มที่กับที่พักแสนสบายเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางในเช้านี้ ซึ่งผมแพลนไว้ว่าจะออกตอนเกือบเที่ยง
เพราะออกเช้านี้ผมมีนัดกับ Area Manager ประจำเมืองโซโลเพื่อไปชมเมืองโซโล ความจริงเมือวานตอนเย็นนั้นก็ได้เจอกันแล้วแต่ว่าเจอกันประมาณสองนาทีได้กระมัง
แค่แนะนำตัวเองและบอกว่าเขามารอผมตั้งแต่เย็นแล้ว (ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบทุ่มนึง)
โครงการ WoW นี้มีกิจกรรมอันนึงของโครงการคือการที่ผมเข้าไปเยี่ยมเพื่อนพนักงานในแต่ละเมืองใหญ่ในเส้นทางที่มีพนักงานบริษัทพักอยู่ เพื่อได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
ทางบริษัทเขาก็จะจัดลิสต์รายชื่อพนักงานที่นั้น และติดต่อประสานงานกับพนักงานในเมืองนั้นๆ ไว้ก่อนที่ผมเดินทางไปถึง
โดยส่วนใหญ่แล้วพนักงานที่โน้นก็จะตื่นเต้น และสนุกสนานดีที่ได้เจอเพื่อนต่างแดน แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่
โครงการบอกว่าไปเยี่ยมพนักงาน แต่ความจริงแล้วนั้น ส่วนใหญ่พวกเขา(เจ้าบ้าน) จะมาเยี่ยมผมซะมากกว่า
และหลายครั้ง อาจทำให้ผมพาลคิดไปว่า ตูสร้างภาระให้เพื่อนเราหรือเปล่าเนี๊ยะ
อาทิ อิสตานโน่ ท่านนี้จริง เพราะผมมาถึงแกก็บอกผมว่า เขามีเวลาน้อย คงอยู่ตอนเย็นด้วยไม่ได้ และพรุ่งนี้ก็ขอนัดไว้เลยว่าช่วง เก้าโมงเช้าเขาจะพาผมไปจุดสำคัญตามเมืองต่างๆ
เพื่อถ่ายรูปเป็นประจักษ์พยานว่าเขาไปกับผมแล้ว เพราะทางออฟฟิศใหญ่ที่จาการ์ต้า บอก (สั่ง) เช่นนั้น
ตอนนั้นก็เห็นใจและเกรงใจ ท่านอิสตานโน่ เป็นอย่างยิ่ง เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอกท่าน เดียวผมส่งรายงานพร้อมรูปที่หน้าโรงแรมกับท่านไปให้ออฟฟิศเอง จะได้ไม่ลำบาก
แต่ก็ยืนยัน ว่าต้องมาถ่ายรูป ตามใบสั่ง จากที่ออฟฟิศ
ทำเพื่อนลำบากอีกแล้วตู......
แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 07:04, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
และนี้คือ ภาพตามใบสั่งของเราในวันนี้ รูปนี้ถ่ายกับอนุสาวรีย์วีรชนของอินโดนีเซีย
เป็นใครนั้นผมก็ไม่รู้ เหมือนกัน ทำตามใบสั่งอย่างเดียว ถ้าท่านผู้ใดช่วยเสริมก็จะดีนะครับ

อันข้างล่างนี้คือพิพิทธภัณฑ์และวังเก่าของ สุลต่าน ที่เมืองโซโล ปัจจุบันใช้เป็นพิพัทธภัณฑ์อย่างเดียวเท่านั้น
ผมเองไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม
เกรงใจ ท่าน อีสตานโน่



เป็นใครนั้นผมก็ไม่รู้ เหมือนกัน ทำตามใบสั่งอย่างเดียว ถ้าท่านผู้ใดช่วยเสริมก็จะดีนะครับ

อันข้างล่างนี้คือพิพิทธภัณฑ์และวังเก่าของ สุลต่าน ที่เมืองโซโล ปัจจุบันใช้เป็นพิพัทธภัณฑ์อย่างเดียวเท่านั้น
ผมเองไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม
เกรงใจ ท่าน อีสตานโน่



- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
หลังจากกลับมาจากทัวร์เมือง ฉบับรวดรัดตัดตอน อีสตานโน่ก็มาส่งผมที่โรงแรม
ส่วนผมก็เตรียมเก็บข้าวของ เตรียมเดินทางในเที่ยงวันของวันนี้
บรรยากาศของโรงแรม เป็นโรงแรมที่สวยงาม และมีเสน่ห์ทีเดียว
ไม่ใช่เพราะมันแพงหรอกครับ แต่ทางโรงแรมได้ผนวกเอาสัญลักษณ์และวัฒนธรรมของแบบ Solo Yogyakarta เข้าไปในบริการด้วย






ส่วนผมก็เตรียมเก็บข้าวของ เตรียมเดินทางในเที่ยงวันของวันนี้
บรรยากาศของโรงแรม เป็นโรงแรมที่สวยงาม และมีเสน่ห์ทีเดียว
ไม่ใช่เพราะมันแพงหรอกครับ แต่ทางโรงแรมได้ผนวกเอาสัญลักษณ์และวัฒนธรรมของแบบ Solo Yogyakarta เข้าไปในบริการด้วย






- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
วันนี้ระยะทางแค่ 59 กิโลเมตร เด็กๆ ครับ แต่วันนี้นั้นอากาศร้อนอบอ้าว และเห็นเมฆกระจายเต็มท้องฟ้า
แสดงว่าวันนี้คงต้องได้เปียกเป็นแน่
เติมพลังด้วย นาซีโกเร็ง กับซุปผัก

ค่าเสียหาย ไล่ตามบรรทัด
ชาเย็น 12 บาท
ข้าวผัด 27 บาท
ไข่ดาว 9 บาท
ซุปผัก 23 บาท
รวม 71 บาท (คิดคร่าวๆ นะครับ)

พอเริ่มจะขี่เท่านั้นละครับ อากาศก็อึมครึม ท้องฟ้าเริ่มมืด ลมเริ่มแรง
ฝนลงเม็ด เล็กน้อยครับ สายฟ้าคำรามอยู่ไกลๆ ผมก็ยังขี่ต่อไปครับ



เห็นแบบนี้แล้วจะรอดจากการเปียกไม่เนี๊ยะ

แสดงว่าวันนี้คงต้องได้เปียกเป็นแน่
เติมพลังด้วย นาซีโกเร็ง กับซุปผัก

ค่าเสียหาย ไล่ตามบรรทัด
ชาเย็น 12 บาท
ข้าวผัด 27 บาท
ไข่ดาว 9 บาท
ซุปผัก 23 บาท
รวม 71 บาท (คิดคร่าวๆ นะครับ)

พอเริ่มจะขี่เท่านั้นละครับ อากาศก็อึมครึม ท้องฟ้าเริ่มมืด ลมเริ่มแรง
ฝนลงเม็ด เล็กน้อยครับ สายฟ้าคำรามอยู่ไกลๆ ผมก็ยังขี่ต่อไปครับ



เห็นแบบนี้แล้วจะรอดจากการเปียกไม่เนี๊ยะ

- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
แม้ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่โชคดีเป็นของผมครับ
วันนี้เสื้อฝนยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า เหมือนเดิม
ส่วนรองเท้านั้น ผมเปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกอยู่หลายครั้งเหมือนกัน
ปรกติถ้าฝนตกผมจะเปลี่ยนเป็นมาใส่รองเท้าแตะ เก็บ Sidi คู่รักไว้ในกระเป๋า เพราะผมไม่ชอบรองเท้าเปียกแฉะเวลาปั่นมันดูรำคาญอาการ ฉ๊อก แฉ๊ก และเย็นฝ่าเท้าจนเหี่ยว
แต่ก่อนนี้ผมโง่อยู่นานทีเดียวเรื่องขี่กลางฝน เคยคิดว่าจะเอาถุงคลุมรองเท้าบ้าง หรือมองหานวัติกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยใม่ให้รองเท้าเปียกเวลาขี่กลางฝน
จนวันก่อนอ่านสรุปทริปของนายอิฐเสือหลังอานคนหล่อ ขออนุญาติเอ่ยนาม เคยเห็นมาป้วนเปี้ยนบ่อยๆ
เสืออิฐได้เล่าถึงตอนขี่ลุยฝนตอนไปลาว ความคิดความรู้แจ้งก็บังเกิด
โง่มานานเลย ตรู เรื่องง่ายๆ

ฝนตกไปก่อนหน้าที่ผมจะมาถึงครับ ผมเลยเห็นแค่ร่องรอย คงตกหนักพอสมควรเลย
นี้เป็นตัวอย่างของบ้านทรง จาวานิสส คือมีมีหลังคาตรงกลางแหลมสูงขึ้น และมีมุมรับทั้งสี่ด้าน ซึ่งยอดแหลมที่สูงโด่งขี้นนั้นมีความหมายถึงภูเขา
จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดและเรื่องราวมากว่านั้น มีโอกาส จะไปตามเก็บร่องรอยวัฒนธรรมอีกซักครั้ง





Yogyakarta บางครั้งเขาก็เขียนแบบนี้ Jogja
เมือง Yogyakarta นี้เป็นเมืองคู่แฝดกับเมือง Solo กันมาต้งแต่สมัยโบราณกาลแล้วครับ บางครั้งคนชวา ก็เรียกเมือง Solo ว่า Jokia
แต่ละเมืองต่างมีสุลต่างปกครองกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ความสำคัญนั้นไปอยู่ที่เมืองยอกยาร์ มากกว่าครับ

วันนี้เสื้อฝนยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า เหมือนเดิม
ส่วนรองเท้านั้น ผมเปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกอยู่หลายครั้งเหมือนกัน
ปรกติถ้าฝนตกผมจะเปลี่ยนเป็นมาใส่รองเท้าแตะ เก็บ Sidi คู่รักไว้ในกระเป๋า เพราะผมไม่ชอบรองเท้าเปียกแฉะเวลาปั่นมันดูรำคาญอาการ ฉ๊อก แฉ๊ก และเย็นฝ่าเท้าจนเหี่ยว
แต่ก่อนนี้ผมโง่อยู่นานทีเดียวเรื่องขี่กลางฝน เคยคิดว่าจะเอาถุงคลุมรองเท้าบ้าง หรือมองหานวัติกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยใม่ให้รองเท้าเปียกเวลาขี่กลางฝน
จนวันก่อนอ่านสรุปทริปของนายอิฐเสือหลังอานคนหล่อ ขออนุญาติเอ่ยนาม เคยเห็นมาป้วนเปี้ยนบ่อยๆ
เสืออิฐได้เล่าถึงตอนขี่ลุยฝนตอนไปลาว ความคิดความรู้แจ้งก็บังเกิด
โง่มานานเลย ตรู เรื่องง่ายๆ

ฝนตกไปก่อนหน้าที่ผมจะมาถึงครับ ผมเลยเห็นแค่ร่องรอย คงตกหนักพอสมควรเลย
นี้เป็นตัวอย่างของบ้านทรง จาวานิสส คือมีมีหลังคาตรงกลางแหลมสูงขึ้น และมีมุมรับทั้งสี่ด้าน ซึ่งยอดแหลมที่สูงโด่งขี้นนั้นมีความหมายถึงภูเขา
จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดและเรื่องราวมากว่านั้น มีโอกาส จะไปตามเก็บร่องรอยวัฒนธรรมอีกซักครั้ง





Yogyakarta บางครั้งเขาก็เขียนแบบนี้ Jogja
เมือง Yogyakarta นี้เป็นเมืองคู่แฝดกับเมือง Solo กันมาต้งแต่สมัยโบราณกาลแล้วครับ บางครั้งคนชวา ก็เรียกเมือง Solo ว่า Jokia
แต่ละเมืองต่างมีสุลต่างปกครองกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ความสำคัญนั้นไปอยู่ที่เมืองยอกยาร์ มากกว่าครับ

แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 27 มิ.ย. 2010, 05:13, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
และผมก็เดินทางเข้ามาถึงที่พัก ณ เมือง Yogyakarta
พนักงานต้อนรับ บริการดีมากๆ เพราะผมมาในสภาพที่แหม น่าดูถูกดูแคลนเสียจริงๆ
แต่พนักงานท่านนั้นก็ช่วยผมเข็นจักรยาน พร้อมช่วยขนกระเป๋าเขลอะด้วยโคลน จากการลุยฝนให้
ผมบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมขนเองก็ได้ มันหนัก และเลอะ
เขาบอกผมว่า "ไม่เป็นไรครับ วันนี้คุณคงเหนื่อยมามากแล้ว ขอให้ผมได้ช่วยคุณเถอะครับ"
เขายังเรียกชื่อผมได้ถูกต้อง และรู้รายละเอียดของผมด้วยว่าผมขี่จักรยานจากบาหลีไปจาการ์ต้า ซึ่งเขาบอกว่าตัวเขานับถือผมมากเลย
อย่างนี้เขาเรียกว่าบริการเหนือความคาดหมายและบริการด้วยใจครับ
ผมเคยบอกความประทับใจนี้ให้เพื่อนท่านนึง เขาตอบผมกลับมาว่า ก็แหงละซิ คุณเล่นมาพักที่นี้ จ่ายแพงกว่าเขาตั้งหลายเท่าตัว เขาต้องบริการให้สมกับค่าห้อง
เรื่องจ่ายแพง ผมไม่ได้จ่ายเองหรอกครับ บริษัทเขาจัดเตรียมไว้ไว้ให้ ถือเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้มอบให้ผมถือเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืมจริงมีหลายเหตุการณ์ที่ประทับใจไว้ค่อยเล่าไปเรื่อยๆ นะ
แต่ผมเห็นแย้งกับเพื่อนผมในบางเรื่อง หากเขาไม่บริการด้วยหัวใจจริงๆ แล้ว ความรู้สึกเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น
ผมดูจากสายตา ก็รับรู้ได้ว่าเขาใส่ใจ และชื่นชมในสิ่งที่ผมทำ ด้วยความจริงใจ




พนักงานต้อนรับ บริการดีมากๆ เพราะผมมาในสภาพที่แหม น่าดูถูกดูแคลนเสียจริงๆ
แต่พนักงานท่านนั้นก็ช่วยผมเข็นจักรยาน พร้อมช่วยขนกระเป๋าเขลอะด้วยโคลน จากการลุยฝนให้
ผมบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมขนเองก็ได้ มันหนัก และเลอะ
เขาบอกผมว่า "ไม่เป็นไรครับ วันนี้คุณคงเหนื่อยมามากแล้ว ขอให้ผมได้ช่วยคุณเถอะครับ"
เขายังเรียกชื่อผมได้ถูกต้อง และรู้รายละเอียดของผมด้วยว่าผมขี่จักรยานจากบาหลีไปจาการ์ต้า ซึ่งเขาบอกว่าตัวเขานับถือผมมากเลย
อย่างนี้เขาเรียกว่าบริการเหนือความคาดหมายและบริการด้วยใจครับ
ผมเคยบอกความประทับใจนี้ให้เพื่อนท่านนึง เขาตอบผมกลับมาว่า ก็แหงละซิ คุณเล่นมาพักที่นี้ จ่ายแพงกว่าเขาตั้งหลายเท่าตัว เขาต้องบริการให้สมกับค่าห้อง
เรื่องจ่ายแพง ผมไม่ได้จ่ายเองหรอกครับ บริษัทเขาจัดเตรียมไว้ไว้ให้ ถือเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้มอบให้ผมถือเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืมจริงมีหลายเหตุการณ์ที่ประทับใจไว้ค่อยเล่าไปเรื่อยๆ นะ
แต่ผมเห็นแย้งกับเพื่อนผมในบางเรื่อง หากเขาไม่บริการด้วยหัวใจจริงๆ แล้ว ความรู้สึกเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น
ผมดูจากสายตา ก็รับรู้ได้ว่าเขาใส่ใจ และชื่นชมในสิ่งที่ผมทำ ด้วยความจริงใจ




- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
วันที่สิบของการเดินทางครับ
เยี่ยมชม พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่บนเกาะชวา โบโรพุทธโธ (Boroburdo)
เยี่ยมชม Kraton พระราชวังของสุลต่าน ฮาเม็งกูบอวอนอ
ส่องกล้องมองดู ตามานซารี (Tamansari) วังวารีของสุลต่าน ที่ออกแบบมาไว้ถ้ำมองสาวๆ อาบน้ำ
และ Prambanan มหาประสาทหินฮินดู ต้องบูรณะขึ้นใหม่หลังเหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่


เยี่ยมชม พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่บนเกาะชวา โบโรพุทธโธ (Boroburdo)
เยี่ยมชม Kraton พระราชวังของสุลต่าน ฮาเม็งกูบอวอนอ
ส่องกล้องมองดู ตามานซารี (Tamansari) วังวารีของสุลต่าน ที่ออกแบบมาไว้ถ้ำมองสาวๆ อาบน้ำ
และ Prambanan มหาประสาทหินฮินดู ต้องบูรณะขึ้นใหม่หลังเหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 27 มิ.ย. 2010, 05:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
เช้าวันนี้ผมมีนัดกับ ไกด์ท้องถิ่นเพื่อจะไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ 3 แห่งในวันนี้นั้นคือ โบโรพุทธโธ , Kraton หรือวังของสุลต่าน ยอกยาร์ ที่ปัจจุบันท่านยังอาศัยอยู่
และมหาวิหารปรามบรานัน เป็นประสาทหินคล้ายประสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานสไตล์ฮินดู
และวันนี้ผมไม่ได้ไปคนเดียว ทางบริษัทส่งเพื่อนมาร่วมท่องเที่ยวด้วยกัน นั้นคือ อัลเบิร์ต หนุ่มหล่อ ขี้อายครับ
ส่วนไกด์ของเรานั้นผมลืมชื่อแกไปอย่างสนิทถาวรเลย ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในความทรงจำเลย ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับ
ทางบริษัทได้จัดเตรียมรถตู้ไว้ให้หนึ่งคัน ไกด์ได้มารอที่โรงแรมตอนเจ็ดโมงเช้า พร้อมกับอัลเบิร์ต
เมื่อทุกคนแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อยก็ออกเดินทาง โดยที่แรกที่เดินทางไปคือ โบโรพุทธโธ หรือ Boroburdo
ตัวโบโรพุทธโธ นั้นอยู่ห่างจากเมืองยอกยาร์ ไปทางเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
และมหาวิหารปรามบรานัน เป็นประสาทหินคล้ายประสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานสไตล์ฮินดู
และวันนี้ผมไม่ได้ไปคนเดียว ทางบริษัทส่งเพื่อนมาร่วมท่องเที่ยวด้วยกัน นั้นคือ อัลเบิร์ต หนุ่มหล่อ ขี้อายครับ
ส่วนไกด์ของเรานั้นผมลืมชื่อแกไปอย่างสนิทถาวรเลย ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในความทรงจำเลย ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับ
ทางบริษัทได้จัดเตรียมรถตู้ไว้ให้หนึ่งคัน ไกด์ได้มารอที่โรงแรมตอนเจ็ดโมงเช้า พร้อมกับอัลเบิร์ต
เมื่อทุกคนแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อยก็ออกเดินทาง โดยที่แรกที่เดินทางไปคือ โบโรพุทธโธ หรือ Boroburdo
ตัวโบโรพุทธโธ นั้นอยู่ห่างจากเมืองยอกยาร์ ไปทางเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
**** รายละเอียดจากหนังสือ หน้าต่างจากสู่โลกกว้าง ฉบับ อินโดนีเซีย ผู้แปล ศิริพร โตกทองคำโบโรบูดูร์ (เรียกตามภาษาอังกฤษ) นั้นเป็นพุทธสถาน หรือสถูปขนาดใหญ่และได้ชื่อว่าเป็นพุทธสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ สร้างขึ้นในสมัยราชวงค์ไศเลนทรา เมื่อราวปี คศ 778-856
ซึ่งเก่าแก่ ซึ่งถ้าเปรียบกับนครวัด โบโรบูดูร์สร้างมาก่อนนครวัดถึง 300 ปีเลยทีเดียวครับ ดูแล้วน่าทึ่งขนาดใหน และยิ่งเราซึ่งเป็นชาวพุทธ การได้มาเยือนที่นี้ซักครั้งในชีวิต ก็ถือเป็นมงคลกับชีวิตเช่นกัน
โบโรบูดูร์นั้นถูกทิ้งให้กลายเป็นนครที่สาบสูญไปหลังจากสร้างเสร็จได้ไม่ถึงศตวรรษ เนื่องมาจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟเมราปีทำให้เถ้าภูเขาไฟทับถมปิดบังซ่อนมหาสถานอันนี้เอาไว้
จวบจนเป็นเวลาร่วมพันปี จึงมีการขุดค้นโบโรบูดูร์อีกครั้งในปี 1814 โดยข้าหลวงชาวอังกฤษ ที่ชื่อ โทมัส สแตมฟอร์ด รัฟเฟิ้ล (ท่านผูนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ด้วย)
ในตอนนั้นรัฟเฟิ้ลได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรื่อง "ภูเขาพระพุทธรูปหินสลัก" จากทหาร รัฟเฟิ้ลเลยส่งทหารออกสำรวจและขุดค้นอยู่นานสองเดือน และเมื่อขุดไปเจอสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ไม่รู้จัก
รัฟเฟิ้ล ก็เกรงว่าการขุดค้นแบบไม่มีการวางแผนอาจทำให้สิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่เป็นที่รู้จักเสียหายได้ จึงได้ให้หยุดการขุดค้นไปเฉยๆ
การขุดหน้าดินและเปิดทางในบางส่วนในตอนนั้นทำให้บูโรบูดูร์ไม่มีอะไรปกคลุมและไม่มีการป้องกัน ทำให้เผยให้เห็นบางส่วนของโบโรบูโดร์ ซึ่งล่อตาล่อใจให้ชาวบ้านให้เข้าขโมยข้าวของ หินแกะสลัก รูปปั้นแกะสลัก พระพุทธรูป ถูกขุดออกไปขายประดับตามบ้านเศรษฐีและผู้มีอำนาจ อีกทั้งชาวดัตช์ผู้ปกครองสมัยนั้นก็ยังขุดและเอาโบราณวัตถุบางส่วนนั้นส่งกับประเทศหรือเป็นเครื่องบรรณาการอีกด้วย
เกร็ดเรื่องบูโรบูโดร์กับประเทศไทย
ยังมีบันทึกไว้ว่า ในปี 1896 ชาวดัตช์ได้ถวายของที่ระลึกให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นของที่ได้จาก โบโรบูดูร์จำนวนแปดเล่มเกวียน ซึ่งรวมทั้งแผ่นภาพนูนแกะสลัก 30 ชิ้น พระพทธรูปสลักห้าองค์ สิงโตสองตัว และรูปแกะสลักหินเทพพิทักษ์อีกหนึ่งชิ้น
แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 27 มิ.ย. 2010, 10:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
ปัจจุบันโบโรบูโดร์ เป็นมรดกโลก ในปี 1973 Unesco ได้ให้ความช่วยเหลือในการบูรณะปฏิสังขรณ์ ซึ่งถือเป็นการใช้เงินในการบูรณะที่แพงมาก
ภาระกิจอันนี้ต้องใช้แรงงานถึง 15,000 คน ช่างตัดและแกะสลักหินอีก 30,000 คน และใช้เงินถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ
ป้ายบอกสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ

หนูๆ นักเรียนมาทัศนศึกษา ทำเอาวันนี้คนดูคับคั่งเต็มอุทยานเลย

วันนี้เป็นวันเสาร์ คนเลยคับคั่งเป็นพิเศษ

ผมเป็นคน Alert เรื่องแผนที่ พอเห็นแผนที่แผนผังไม่ว่างานอะไร เป็นต้องเข้าไปดูเสมอ ถามว่า จะดูทำไม ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน
สงสัยจะดูนานไปหน่อยมั้ง ไกด์ ขอนุญาติตั้งชื่อแล้วกัน พี่บลู (ตามเสื้อที่ใส่) ต้องมาไล่ให้ไปดูข้างหน้าดีกว่ามีอะไรน่าสนใจกว่าป้ายเยอะ

ผมกับอัลเบิร์ต ตรงปากทางเข้า คนเยอะจริงๆ



ภาระกิจอันนี้ต้องใช้แรงงานถึง 15,000 คน ช่างตัดและแกะสลักหินอีก 30,000 คน และใช้เงินถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ
ป้ายบอกสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ

หนูๆ นักเรียนมาทัศนศึกษา ทำเอาวันนี้คนดูคับคั่งเต็มอุทยานเลย

วันนี้เป็นวันเสาร์ คนเลยคับคั่งเป็นพิเศษ

ผมเป็นคน Alert เรื่องแผนที่ พอเห็นแผนที่แผนผังไม่ว่างานอะไร เป็นต้องเข้าไปดูเสมอ ถามว่า จะดูทำไม ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน
สงสัยจะดูนานไปหน่อยมั้ง ไกด์ ขอนุญาติตั้งชื่อแล้วกัน พี่บลู (ตามเสื้อที่ใส่) ต้องมาไล่ให้ไปดูข้างหน้าดีกว่ามีอะไรน่าสนใจกว่าป้ายเยอะ

ผมกับอัลเบิร์ต ตรงปากทางเข้า คนเยอะจริงๆ



- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"

ก่อนที่เราจะเข้าไปดูโบโรบูดูร์ หรือ บรมพุทธโธ เราทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวสถูป กันซักนิด จะได้ติดตามกันได้อย่างไม่งงครับ
โบโรบูโดร์ มีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสล้อมวงกลมไว้ภายใน ถ้ามองมาจากระยะไกลในแนวราบจะเห็นว่ามีชั้นต่างๆ สูงขึ้นไปจนเหมือนภูเขาหรือสถูปขนาดใหญ่
ถือว่าอลังการและตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียวในแค่แวบแรกที่ได้เห็น
จำนวนชั้นของโบโรบูดูร์มีทั้งหมด 10 ชั้น แต่แบ่งเป็นชั้นภพ 3 ภพของจักวาลตามความชื่อของพระพุทธศาสนา
ดูภาพล่างประกอบ แต่ละสีหลัก(สีอ่อนลงเพื่อให้เห็นชั้น)ก็หมายถึง จำนวนภพทั้งสามครับ
นั้นคือชั้นล่างสุดคือ กามภพ
ชั้นสองถึงชั้นที่ 2 ถึง 6คือ รูปภพ
และชั้นที่ 7 จนถึงองค์สถูปบนยอด เป็นภพสูงสุดคือ อรูปภพ
ในการเที่ยวชม ผมให้ความสำคัญกับ ชั้น 2 ถึงชั้นที่ 6 เพราะสี่ชั้นนี้มีรูปแกะสลักพระพุทธประวัติ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพทธเจ้า
หากใครจะมาเยี่ยมชม ควรต้องไปนั่งศึกษาพระพุทธประวัติมาก่อน จะดีมากเลย จะได้เข้าใจและซาบซึ้งอินด้วยกัน
ผมละคนบาป กิเลสยังหนา แถมยัง ก่ง ก๊ง เรื่องพุทธศาสนาอย่างแรง
หากใครมีความรู้มาช่วยแนะนำก็ขอเรียนเชิญมาช่วยกันเสริม จะได้ให้ความรู้กับพี่น้องไทยเอ็มทีบีและแถมยังได้บุญอีกด้วยนะครับ
เอาตัวโตๆ เลยครับ ผมขอตัวช่วยครับ

- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
บริเวณชั้นแรกครับ อันเป็นชั้น กามภูมิ
ถ้าเปรียบสิ่งที่ได้ทำในชาตินี้ ผมคงต้องอยู่ภพภูมินี้เป็นแน่

ที่เห็นเป็นบันไดเป็นชั้นนั้น จะมีสี่ชั้น ที่จะมีรูปแกะสลักนูนต่ำของพุทธประวัติ ซึ่งเดี่ยวเราจะได้ไปดูกันครับ

ภาพสลักนูนต่ำที่เห็นยังเป็นภาพที่อยู่ในชั้นล่างหรือชั้นฐาน ซึ่งจะเป็นรูปของคนหน้าตาอัปลักษณ์ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเช่นกำลังติฉินนินทา
ตอนที่ค้นพบโบโรบูดูร์ใหม่นั้น ชั้นเหล่านี้จะถูกฝังไว้ใต้ดินไม่มีใครได้เห็น ซึ่งเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มสร้างด้วยซ้ำ คงด้วยเหตุผลว่ามันเป็นชั้นต่ำต้อยที่สุดและชั้นที่พูดเกี่ยวกับกิเลสตัณหา
ดังนั้นก็เลยฝังมันให้จบพื้นธรณีไปเสียเลยไม่ให้ใครเห็น
ในปี 1885 ชาวดัตช์ได้มีการขุดชั้นฐานของโบโรบูดูร์ เพื่อมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ซึ่งปรากฎรูปสลักถึง 160 ฉาก แต่ละฉากยาว 67 cm ยาว 2 m
เมื่อถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการฝั่งไว้ใต้ดิน ตามเจตนารมณ์ ของผู้สร้างอีกครั้ง
หน้าตานี้รูปสลักนี้อัปลักษณ์จริงๆ ดังว่า

มุมนี้แสดงให้ให้สองสาวกำลังนินทากันอยู่

บางส่วนของรูปสลักก็เสียหาย เนื่องจากการซ่อมแซม เพราะภาพบางชุดฝังไว้ใต้ดินต้องนำมาขัดคราบตระไคร่ หรือบางส่วนก็เสียหายจากการกัดกร่อน

อักษรชุดนี้เป็น อักษรพิเศษเพราะ เป็นอักษร คาวี แปลได้ว่า หน้าอัปลักษณ์
ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นการสลักขึ้นเฉย อาจด้วยสาเหตุใดไม่แน่ชัด หรืออาจเป็นเพราะนายช่างเกิดมือบอนอยากสลักอะไรเป็นสัญลักษณ์ของตัวเอง
เหมือนวัยรุ่นที่ชอบเขียนไว้ข้างฝา ข้างกำแพง ยังไง ยังงั้นละครับ อารมณ์เดียวกัน
**** ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ "จากมะละกาถึงบาหลี" สมพงษ์ งามแสงรัตน์ *****
จากรูปมองลงไปด้านล่างจะมีรูปสลักอยู่ใต้ฐานข้างล่างอีก ซึ่งเกิดจากการที่ทหารญี่ปุ่นในช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครองอินโดนีเซีย
อยากรู้อยากเห็นเลยไปขุดฐานตรงมุมนี้ดู เลยได้เห็นบางส่วนของภาพสลักชั้นฐาน ที่เห็นเป็นรูปศรีษะบางส่วนของภาพสลัก
รูปนี้ทำให้ผมอยากกลับไปดูกับตาอีกครั้ง เพราะตอนนั้นไม่ค่อยได้ศึกษา เลยไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นมุมที่มองเห็นรูปสลักในชั้นกามภพ
นี้แหละน้า ไม่รู้จักศึกษาให้ดีก่อนไป ไปมาแล้วก็เสียดายแบบนี้แหละ

ถ้าเปรียบสิ่งที่ได้ทำในชาตินี้ ผมคงต้องอยู่ภพภูมินี้เป็นแน่

ที่เห็นเป็นบันไดเป็นชั้นนั้น จะมีสี่ชั้น ที่จะมีรูปแกะสลักนูนต่ำของพุทธประวัติ ซึ่งเดี่ยวเราจะได้ไปดูกันครับ

ภาพสลักนูนต่ำที่เห็นยังเป็นภาพที่อยู่ในชั้นล่างหรือชั้นฐาน ซึ่งจะเป็นรูปของคนหน้าตาอัปลักษณ์ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเช่นกำลังติฉินนินทา
ตอนที่ค้นพบโบโรบูดูร์ใหม่นั้น ชั้นเหล่านี้จะถูกฝังไว้ใต้ดินไม่มีใครได้เห็น ซึ่งเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มสร้างด้วยซ้ำ คงด้วยเหตุผลว่ามันเป็นชั้นต่ำต้อยที่สุดและชั้นที่พูดเกี่ยวกับกิเลสตัณหา
ดังนั้นก็เลยฝังมันให้จบพื้นธรณีไปเสียเลยไม่ให้ใครเห็น
ในปี 1885 ชาวดัตช์ได้มีการขุดชั้นฐานของโบโรบูดูร์ เพื่อมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ซึ่งปรากฎรูปสลักถึง 160 ฉาก แต่ละฉากยาว 67 cm ยาว 2 m
เมื่อถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการฝั่งไว้ใต้ดิน ตามเจตนารมณ์ ของผู้สร้างอีกครั้ง
หน้าตานี้รูปสลักนี้อัปลักษณ์จริงๆ ดังว่า

มุมนี้แสดงให้ให้สองสาวกำลังนินทากันอยู่

บางส่วนของรูปสลักก็เสียหาย เนื่องจากการซ่อมแซม เพราะภาพบางชุดฝังไว้ใต้ดินต้องนำมาขัดคราบตระไคร่ หรือบางส่วนก็เสียหายจากการกัดกร่อน

อักษรชุดนี้เป็น อักษรพิเศษเพราะ เป็นอักษร คาวี แปลได้ว่า หน้าอัปลักษณ์
ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นการสลักขึ้นเฉย อาจด้วยสาเหตุใดไม่แน่ชัด หรืออาจเป็นเพราะนายช่างเกิดมือบอนอยากสลักอะไรเป็นสัญลักษณ์ของตัวเอง
เหมือนวัยรุ่นที่ชอบเขียนไว้ข้างฝา ข้างกำแพง ยังไง ยังงั้นละครับ อารมณ์เดียวกัน
**** ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ "จากมะละกาถึงบาหลี" สมพงษ์ งามแสงรัตน์ *****
จากรูปมองลงไปด้านล่างจะมีรูปสลักอยู่ใต้ฐานข้างล่างอีก ซึ่งเกิดจากการที่ทหารญี่ปุ่นในช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครองอินโดนีเซีย
อยากรู้อยากเห็นเลยไปขุดฐานตรงมุมนี้ดู เลยได้เห็นบางส่วนของภาพสลักชั้นฐาน ที่เห็นเป็นรูปศรีษะบางส่วนของภาพสลัก
รูปนี้ทำให้ผมอยากกลับไปดูกับตาอีกครั้ง เพราะตอนนั้นไม่ค่อยได้ศึกษา เลยไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นมุมที่มองเห็นรูปสลักในชั้นกามภพ
นี้แหละน้า ไม่รู้จักศึกษาให้ดีก่อนไป ไปมาแล้วก็เสียดายแบบนี้แหละ

แก้ไขล่าสุดโดย Bike Addict เมื่อ 27 มิ.ย. 2010, 10:45, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- urin
- สมาชิก
- โพสต์: 98
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2010, 13:52
- Bike: รถพับ
Re: ทัวร์เดี่ยว ตอน "WoW!!! Indonesia"
เก่งจริงๆค่ะบุกเดี่ยว ขอชื่นชม