เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันเดินเข้าไปข้างในพระธาตุหลวงแล้ว ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพฉากหลังองค์พระธาตุหลวงได้ออกมาดูสวยดีแล้ว นับว่าวันพุธที่ ๑๒ พ.ย. ๕๑ เป็นวันพระจริงๆ มีพระจันทร์ขึ้นส่องแสงเต็มดวงค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- พระจันทร์เต็มดวงในวันสุดท้าย จะมีการเปิดยิงพลุดอกไม้ขึ้น
- L159.jpg (65.89 KiB) เข้าดูแล้ว 427 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
เดินเวียนเทียนไปตั้ง ๓ รอบ ฉันมองหาที่เห็นพลุดอกไม้จะโผล่ตรงไหน ต้องถ่ายเก็บได้
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ที่นี่...มีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟอันสวยงามตระการตากว่า ๕๐ ชุด เพื่อเป็นการสักการะบูชาพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ตามประเพณีลาว ซึ่งทำให้บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความเบิกบาน สนุกสนาน เป็นระเบียบเรียบร้อย 
แหะๆ ได้ยินคนบอกว่า มีเศษส่วนพลุตกลงมาข้างนอกที่มีคนแน่นอยู่ ได้เจ็บหัวแตกแล้วค่ะ
แหะๆ ได้ยินคนบอกว่า มีเศษส่วนพลุตกลงมาข้างนอกที่มีคนแน่นอยู่ ได้เจ็บหัวแตกแล้วค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- เจอพลุโอ่งระเบิดสูงขึ้น ต้องหลบไปให้พ้นหน่อย
- L163.jpg (64.25 KiB) เข้าดูแล้ว 368 ครั้ง
-
- หันไปเห็นยิงพลุบินหมุนคว้างกลางอากาศ
- L161.jpg (66.23 KiB) เข้าดูแล้ว 414 ครั้ง
-
- เห็นสามเณรลูกวัดเอาไม้ติดเทียนไปจุดชนวนที่เสาพลุดอกไม้ จนระเบิดออกมาดูสวยค่ะ
- L162.jpg (59.49 KiB) เข้าดูแล้ว 457 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันได้วางดอกกล้วยไม้สีม่วงหนึ่งช่อ ตั้งจุดเทียนจุดธูป ยกพนมมือไหว้ต่อหน้าองค์พระธาตุหลวงด้วย
...เมื่อไหว้พระแล้ว ทำให้จิตใจฉันเบิกบาน สนุกสนานในงานบุญนมัสการพระธาตุหลวง เป็นงานประเพณีบุญหลวงที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
...เมื่อไหว้พระแล้ว ทำให้จิตใจฉันเบิกบาน สนุกสนานในงานบุญนมัสการพระธาตุหลวง เป็นงานประเพณีบุญหลวงที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- ชุดดอกไม้ของฉันได้วางบนฐานล่างหน้าองค์พระธาตุ เอาธูปไปปักบนบายศรี
- L165.jpg (53.83 KiB) เข้าดูแล้ว 363 ครั้ง
-
- เมื่อเดินเวียนเทียนครบ ๓ เที่ยวแล้ว ให้หยุดยืนตรงนี้
- L164.jpg (63.43 KiB) เข้าดูแล้ว 414 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
เลยเวลาสามทุ่มแล้ว ชาวบ้านเดินเวียนเทียนอยู่อย่างหนาแน่เข้ามาเรื่อย ๆ ตลอดจนหมดเวลาไม่รู้กี่ทุ่มค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันเดินอยู่คนเดียว จึงร้องขอหนุ่มน้อยเจ้าถิ่นกำลังถ่ายเต๊ะท่าอยู่ข้างๆ เลยบอกว่า ช่วยถ่ายให้ฉันได้มั้ยคะ เขายินดีรับถ่ายให้ตั้งสามครั้งแช๊ะๆ ฉันพอใจบอกว่า ขอขอบคุณ (คำพูดไทยจ้า)
- ไฟล์แนบ
-
- เมื่อฉันแปลงกายเป็นหญิงชาวบ้านลาวเหมือนเดิมเช่นกัน...ดูดีไหมค่ะ
- L168.jpg (63.83 KiB) เข้าดูแล้ว 418 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
เมื่อจบงานเสร็จแล้ว เดินออกจากประตูหลังพระธาตุหลวงด้านทิศใต้ กลับไปทางออกประตูข้างนอก เดินเที่ยวชมบูธขายของ
ที่นี่มีการแสดงโชว์สัตว์ประหลาด ฉันมองดูป้ายหน้างานแล้วเป็นเรื่องพิสดารธรรมดา เหมือนที่ฝั่งไทยก็มี ฉันไม่กล้าเข้าไปดู
และหลังร้านนี้เห็นมีถังไม้ขนาดใหญ่เป็นที่ตั้งโชว์บิดมอเตอร์ไซค์เหาะหมุนโชว์ผาดโผนท้ามฤตูย มีเก็บปี๋ (ตั๋ว) อีกด้วย
ฉันมองเห็นคนเก็บเงินค่าผ่านประตูลับข้างใน ขืนจับจ่ายแบงค์กีบจะหมดเร็วแน่นอน ต้องอดออมไว้ให้ดีหน่อย เพราะใช้จ่ายค่าอาหารจำเป็นอย่างเดียวค่ะ
ฉันเดินกลับที่พักเกือบห้าทุ่มแล้ว หลับลึกไปข้ามวัน ตื่นสายไม่ทันพบคุณเสือหางแฮ้มอีกแล้ว...ฉันแย่จัง 
ที่นี่มีการแสดงโชว์สัตว์ประหลาด ฉันมองดูป้ายหน้างานแล้วเป็นเรื่องพิสดารธรรมดา เหมือนที่ฝั่งไทยก็มี ฉันไม่กล้าเข้าไปดู
และหลังร้านนี้เห็นมีถังไม้ขนาดใหญ่เป็นที่ตั้งโชว์บิดมอเตอร์ไซค์เหาะหมุนโชว์ผาดโผนท้ามฤตูย มีเก็บปี๋ (ตั๋ว) อีกด้วย
ฉันมองเห็นคนเก็บเงินค่าผ่านประตูลับข้างใน ขืนจับจ่ายแบงค์กีบจะหมดเร็วแน่นอน ต้องอดออมไว้ให้ดีหน่อย เพราะใช้จ่ายค่าอาหารจำเป็นอย่างเดียวค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- ป้ายเชิญชวนให้หลอกคนที่อยากดูสัตว์ประหลาดน่ะ
- L170.jpg (66.41 KiB) เข้าดูแล้ว 379 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ภาคผนวกเรื่อง...

ตำนานการสร้างพระธาตุหลวง
...ตามตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ ๕ องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า ๒๗ พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ อุโมงค์นั้นกว้างด้านละ ๕ วา ผนังหนา ๒ วา และสูงได้ ๔ วา ๓ ศอก
...เมื่อได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว พระเจ้าจันทบุรี จึงได้มีพระราชดำรัสให้เสนาอำมาตย์สร้างวิหารขึ้นในเมืองจันทบุรีหรือนครเวียงจันทน์ ๕ หลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของ พระอรหันต์ทั้ง ๕ องค์นั้นด้วย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. ๒๓๘
...ในระยะต่อมาแม้ว่าชื่อของเวียงจันทน์จะไม่ได้ปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์ใดเลย แต่อย่างไรก็ดี นครเวียงจันทน์ก็ยังคงเป็นเมืองสำคัญอยู่ตลอดมา ดังปรากฏการอ้างถึงชื่อเมืองเวียงจันทน์ในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง และในพงศาวดารลาวฉบับต่างๆ ก็ระบุด้วยว่านับตั้งแต่พระเจ้าฟ้างุ้มเสวยราชสมบัติที่เมืองหลวงพระบางแล้ว ก็ได้มีการส่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางสำคัญมาปกครองเมืองนี้โดยตลอด
...จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๑๐๙ หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้าง ได้ทรงย้ายราชธานีเมืองเชียงทองหลวงพระบาง ลงมายังนครเวียงจันทน์ได้ ๖ ปีแล้ว พระองค์จึงได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อสร้างพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว จึงทรงขนานนามพระธาตุนี้ว่า "พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” หรือ “พระธาตุใหญ่” (แต่คนส่วนมากมักเรียกว่า “พระธาตุหลวง”) และมีพระราชโองการให้อุทิศข้าพระธาตุจำนวน ๓๕ ครอบครัว อยู่เฝ้ารักษาพระธาตุนี้ พร้อมทั้งที่ดินสำหรับให้ครอบครัวของข้าพระธาตุทำกิน

ตำนานการสร้างพระธาตุหลวง
...ตามตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ ๕ องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า ๒๗ พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ อุโมงค์นั้นกว้างด้านละ ๕ วา ผนังหนา ๒ วา และสูงได้ ๔ วา ๓ ศอก
...เมื่อได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว พระเจ้าจันทบุรี จึงได้มีพระราชดำรัสให้เสนาอำมาตย์สร้างวิหารขึ้นในเมืองจันทบุรีหรือนครเวียงจันทน์ ๕ หลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของ พระอรหันต์ทั้ง ๕ องค์นั้นด้วย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. ๒๓๘
...ในระยะต่อมาแม้ว่าชื่อของเวียงจันทน์จะไม่ได้ปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์ใดเลย แต่อย่างไรก็ดี นครเวียงจันทน์ก็ยังคงเป็นเมืองสำคัญอยู่ตลอดมา ดังปรากฏการอ้างถึงชื่อเมืองเวียงจันทน์ในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง และในพงศาวดารลาวฉบับต่างๆ ก็ระบุด้วยว่านับตั้งแต่พระเจ้าฟ้างุ้มเสวยราชสมบัติที่เมืองหลวงพระบางแล้ว ก็ได้มีการส่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางสำคัญมาปกครองเมืองนี้โดยตลอด
...จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๑๐๙ หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้าง ได้ทรงย้ายราชธานีเมืองเชียงทองหลวงพระบาง ลงมายังนครเวียงจันทน์ได้ ๖ ปีแล้ว พระองค์จึงได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อสร้างพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว จึงทรงขนานนามพระธาตุนี้ว่า "พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” หรือ “พระธาตุใหญ่” (แต่คนส่วนมากมักเรียกว่า “พระธาตุหลวง”) และมีพระราชโองการให้อุทิศข้าพระธาตุจำนวน ๓๕ ครอบครัว อยู่เฝ้ารักษาพระธาตุนี้ พร้อมทั้งที่ดินสำหรับให้ครอบครัวของข้าพระธาตุทำกิน
- ไฟล์แนบ
-
- ภาพย้อนอดีตพระธาตุหลวงในก่อสร้างครั้งแรกนั้น จึงไม่มียอดเจดีย์อยู่
- L173.jpg (62.6 KiB) เข้าดูแล้ว 362 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ภาพระบุเขียนบอกว่า นายช่าง และกรรมกร ที่เข้าร่วมภาพประติสังขรณ์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๑๑ นับรวมถึงผ่านอายุ ๙๗ ปีแล้ว
- ไฟล์แนบ
-
- คณะนายช่าง กรรมกรชาวเวียงจันทน์ที่มาร่วมทำงานปฏิสังขรณ์พระธาตุหลวง เมื่อ ๙๗ ปีก่อน
- L175.jpg (65.24 KiB) เข้าดูแล้ว 370 ครั้ง
-
- ภาพถ่ายจากช่างภาพฝรั่งเมื่อ ๙๗ ปีก่อน
- L174.jpg (65.06 KiB) เข้าดูแล้ว 371 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ลักษณะองค์พระธาตุ
...องค์พระธาตุมีความสูง ๔๕ เมตร รูปลักษณะคล้ายดอกบัวตูม อันหมายถึงสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า มีพระธาตุเล็กอยู่บนพระธาตุใหญ่ชั้นที่สอง รองทั้งสี่ด้าน มี ๓๐ องค์เรียกว่า “สัมมติงสบารมี” อยู่ในธาตุองค์เล็กทั้ง ๓๐ องค์นี้ ผู้สร้างได้นำเอาทองคำมาหล่อเป็นรูปพระธาตุเล็ก ๆ ๓๐ องค์ แต่ละองค์หนัก ๔ บาท และเอาทองคำมาตีเป็นแผ่น รูปลักษณะเหมือนใบลาน เรียกว่า “ลานคำ” ๓๐ แผ่น แต่ละแผ่นยาวศอกกำมือ (คือวัดศอก โดยกำมือไว้ ไม่วัดจากปลายมือ กำมือแล้วยื่นนิ้วก้อยออกมา วัดที่สุดปลายนิ้วก้อยเท่านั้น)
...แล้วเขียนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงในใบลานคำทุกใบว่า “เยธัมมา เหตุปปัพวา เตสัง เหตุง คถาคโต เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวัง วาทิ มหาสมโณ” แปลว่า “ธรรมทั้งหลายเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้า ตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และเพราะเหตุเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสเช่นนี้”
แล้วเอาทองคำและใบลานลงไว้ในพื้นธาตุเล็ก ทั้ง ๓๐ องค์ การที่ได้สร้างพระธาตุขนาดเล็กนี้ขึ้นมา มีความหมายว่า "ผู้ที่จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ถึง ๓๐ ประการ มีทานบารมี เป็นต้น จนถึงอุเบกขา ปรมัตถบารมีเป็นปริโยสาน"
รูปชั้นล่างสุดเป็นฐานพระธาตุ ๔ เหลี่ยม ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกยาวด้านละ ๖๙ เมตร ส่วนทางทิศเหนือและทางทิศใต้ยาวด้านและ ๖๘ เมตร ด้านล่างมีใบเสมรอบ ๔ ด้าน มีทั้งหมด ๓๒๓ ใบ มีหอไหว้ทั้ง ๔ ด้าน มีบันใดขึ้นหอไหว้ทุกหอ
ที่หอไหว้ทิศตะวันออก ชั้นบนขึ้นไป มีธาตุเล็กองค์หนึ่งที่มีลวดลายสวยงาม และได้สร้างหอครอบไว้อีกชั้นหนอ หอที่สร้างครอบมีลวดลายวิจิตรสวยงามเช่นเดียวกัน ธาตุเล็กนี้เรียกว่า “พระธาตุศรีธรรมทายโลก” ด้านที่สอง ถัดจากหอไหว้ขึ้นไป แต่ละด้านยาว ๔๘ เมตร มีกลีบดอกบัวล้อมรอบ ทั้งหมดมีจำนวน ๑๒๐ กลีบ
ภายในกลีบดอกบัวทำด้วยกระดูกงู (เส้นลวดเป็นขอบล้อมทั้ง ๔ ด้าน) แล้วตั้งใบเสมาบนกระดูกงูนั้น ใบเสมาในชั้นนี้ จำนวน ๒๒๘ ใบ ตรงกลางใบเสมาทุกใบเป็นโพลง (ไม่ทะลุ) สำหรับใส่พระพิมพ์ใบละองค์ บนชั้นนี้มีประตูโขงตรงกับทางขึ้นหอไหว้ทั้ง๔ ด้านพอเข้าไปที่ประตูโขงนั้นก็จะพบพระธาตุบารมีที่กล่าวแล้ว และธาตุบารมีก็มีชื่อเรียกทุกองค์ คือเริ่มแต่ทานบารมี ทานอุปบารมีในจนครบ ทั้ง ๓๐ องค์
ชั้นที่สามสร้างขึ้นถัดจากพระธาตุองค์เล็ก ๓๐ องค์นั้น ขึ้นไปบนชั้นนี้จะเห็นว่า มีความกว้าง ด้านละ ๓๐ เมตร พื้นด้านที่สามนี้ มีรูปลักษณะเป็นหลังเต่า หรือโอคว่ำ (ขันตักน้ำคว่ำ) อยู่บนชั้นหลังเต่า เป็นฐานของยอดพระธาตุ มีรูปเป็นสี่เหลียมล้อมรอบด้วยกลีบดอกบัวใหญ่ ซึ่งมีปลายกลีบเริ่มบานออก
ถัดจากดอกบัวไปจึงมีรูปรัดเอว เหนือจากที่รัดเอวไปจะเป็นฐานจอมธาตุ ฐานนี้จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหวอ (บาน) ขึ้นด้านบนนิดหน่อย ต่อจากฐานนี้
คนโบราณเรียกว่า “ดวงปี” ดังมีอยู่ในคำกลอนว่า “เจดีย์ดิ้ว ดวงปีพ้นพุ่ง” อยู่บนดวงปี จึงเป็นเศวตฉัตรเป็นยอดพระธาตุที่สูงสุด อยู่รอบฐานพระธาตุ ก็ได้สร้างบริเวณล้อมรอบติดกันทั้ง ๔ ด้าน มีประตูเข้าทั้ง ๔ ด้าน ประตูอยู่ระหว่างกลาง บริเวณแต่ละด้านพอดี บริเวณยาวด้านละ ๙๑ เมตร ๗๕ เซนติเมตร
นอกบริเวณทางทิศเหนือ และทางทิศใต้ มีวัดสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่อาศัย เรียกว่า “วัดธาตุหลวงเหนือและวัดธาตุหลวงใต้”
...องค์พระธาตุมีความสูง ๔๕ เมตร รูปลักษณะคล้ายดอกบัวตูม อันหมายถึงสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า มีพระธาตุเล็กอยู่บนพระธาตุใหญ่ชั้นที่สอง รองทั้งสี่ด้าน มี ๓๐ องค์เรียกว่า “สัมมติงสบารมี” อยู่ในธาตุองค์เล็กทั้ง ๓๐ องค์นี้ ผู้สร้างได้นำเอาทองคำมาหล่อเป็นรูปพระธาตุเล็ก ๆ ๓๐ องค์ แต่ละองค์หนัก ๔ บาท และเอาทองคำมาตีเป็นแผ่น รูปลักษณะเหมือนใบลาน เรียกว่า “ลานคำ” ๓๐ แผ่น แต่ละแผ่นยาวศอกกำมือ (คือวัดศอก โดยกำมือไว้ ไม่วัดจากปลายมือ กำมือแล้วยื่นนิ้วก้อยออกมา วัดที่สุดปลายนิ้วก้อยเท่านั้น)
...แล้วเขียนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงในใบลานคำทุกใบว่า “เยธัมมา เหตุปปัพวา เตสัง เหตุง คถาคโต เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวัง วาทิ มหาสมโณ” แปลว่า “ธรรมทั้งหลายเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้า ตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และเพราะเหตุเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสเช่นนี้”
แล้วเอาทองคำและใบลานลงไว้ในพื้นธาตุเล็ก ทั้ง ๓๐ องค์ การที่ได้สร้างพระธาตุขนาดเล็กนี้ขึ้นมา มีความหมายว่า "ผู้ที่จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ถึง ๓๐ ประการ มีทานบารมี เป็นต้น จนถึงอุเบกขา ปรมัตถบารมีเป็นปริโยสาน"
รูปชั้นล่างสุดเป็นฐานพระธาตุ ๔ เหลี่ยม ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกยาวด้านละ ๖๙ เมตร ส่วนทางทิศเหนือและทางทิศใต้ยาวด้านและ ๖๘ เมตร ด้านล่างมีใบเสมรอบ ๔ ด้าน มีทั้งหมด ๓๒๓ ใบ มีหอไหว้ทั้ง ๔ ด้าน มีบันใดขึ้นหอไหว้ทุกหอ
ที่หอไหว้ทิศตะวันออก ชั้นบนขึ้นไป มีธาตุเล็กองค์หนึ่งที่มีลวดลายสวยงาม และได้สร้างหอครอบไว้อีกชั้นหนอ หอที่สร้างครอบมีลวดลายวิจิตรสวยงามเช่นเดียวกัน ธาตุเล็กนี้เรียกว่า “พระธาตุศรีธรรมทายโลก” ด้านที่สอง ถัดจากหอไหว้ขึ้นไป แต่ละด้านยาว ๔๘ เมตร มีกลีบดอกบัวล้อมรอบ ทั้งหมดมีจำนวน ๑๒๐ กลีบ
ภายในกลีบดอกบัวทำด้วยกระดูกงู (เส้นลวดเป็นขอบล้อมทั้ง ๔ ด้าน) แล้วตั้งใบเสมาบนกระดูกงูนั้น ใบเสมาในชั้นนี้ จำนวน ๒๒๘ ใบ ตรงกลางใบเสมาทุกใบเป็นโพลง (ไม่ทะลุ) สำหรับใส่พระพิมพ์ใบละองค์ บนชั้นนี้มีประตูโขงตรงกับทางขึ้นหอไหว้ทั้ง๔ ด้านพอเข้าไปที่ประตูโขงนั้นก็จะพบพระธาตุบารมีที่กล่าวแล้ว และธาตุบารมีก็มีชื่อเรียกทุกองค์ คือเริ่มแต่ทานบารมี ทานอุปบารมีในจนครบ ทั้ง ๓๐ องค์
ชั้นที่สามสร้างขึ้นถัดจากพระธาตุองค์เล็ก ๓๐ องค์นั้น ขึ้นไปบนชั้นนี้จะเห็นว่า มีความกว้าง ด้านละ ๓๐ เมตร พื้นด้านที่สามนี้ มีรูปลักษณะเป็นหลังเต่า หรือโอคว่ำ (ขันตักน้ำคว่ำ) อยู่บนชั้นหลังเต่า เป็นฐานของยอดพระธาตุ มีรูปเป็นสี่เหลียมล้อมรอบด้วยกลีบดอกบัวใหญ่ ซึ่งมีปลายกลีบเริ่มบานออก
ถัดจากดอกบัวไปจึงมีรูปรัดเอว เหนือจากที่รัดเอวไปจะเป็นฐานจอมธาตุ ฐานนี้จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหวอ (บาน) ขึ้นด้านบนนิดหน่อย ต่อจากฐานนี้
คนโบราณเรียกว่า “ดวงปี” ดังมีอยู่ในคำกลอนว่า “เจดีย์ดิ้ว ดวงปีพ้นพุ่ง” อยู่บนดวงปี จึงเป็นเศวตฉัตรเป็นยอดพระธาตุที่สูงสุด อยู่รอบฐานพระธาตุ ก็ได้สร้างบริเวณล้อมรอบติดกันทั้ง ๔ ด้าน มีประตูเข้าทั้ง ๔ ด้าน ประตูอยู่ระหว่างกลาง บริเวณแต่ละด้านพอดี บริเวณยาวด้านละ ๙๑ เมตร ๗๕ เซนติเมตร
นอกบริเวณทางทิศเหนือ และทางทิศใต้ มีวัดสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่อาศัย เรียกว่า “วัดธาตุหลวงเหนือและวัดธาตุหลวงใต้”
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
...ต่อมาพระธาตุโลกจุฬามณี (พระธาตุหลวงเวียงจันทน์) สร้างเสร็จในปีพ.ศ.๒๑๐๙ ด้วยขนาดใหญ่โตและสูงถึง ๔๕ เมตร
ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า "พระธาตุหลวง" งานบุญประจำปีที่ชาวลาวเรียก"บุนทาดหลวง" มีในช่วงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนพอดี นับว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดของลาว เฉลิมฉลองกันนับสิบวัน เหมือนได้ไปเที่ยวงานกาชาดเมืองลาวนั้น
ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า "พระธาตุหลวง" งานบุญประจำปีที่ชาวลาวเรียก"บุนทาดหลวง" มีในช่วงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนพอดี นับว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดของลาว เฉลิมฉลองกันนับสิบวัน เหมือนได้ไปเที่ยวงานกาชาดเมืองลาวนั้น
- ไฟล์แนบ
-
- สภาพทางถนนในอดีตเมื่อ ๒๕ ปีก่อน ยังไม่ปูลาดยางมะตอยทำถนนเลย
- L180.jpg (65.14 KiB) เข้าดูแล้ว 358 ครั้ง
-
- รูปพระธาตุหลวงเวียงจันทน์สมบูรณ์ และปรับปรุงทาสีใหม่ในปี ค.ศ.๑๙๘๓
- L179.jpg (66.36 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันเอาภาพขยายยอดเจดีย์ทั้งสองภาพนำมาเปรียบเทียบกับความแตกต่าง รูปร่าง ขนาด และความสวยงาม ตอนหลังได้ทำการบูรณะสังขรณ์พระธาตุหลวงครั้งใหญ่ในปัจจุบันได้นำแผ่นทองเปลวมาทำทาสีทั้งองค์พระธาตุหลวงให้สวยงามมากขึ้น อ่อนช้อยดี เหมือนมีค่าสูงขึ้นเป็นศูนย์กลางใจของชาวประชาชน สปป.ลาวค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
.....................................
- ไฟล์แนบ
-
- ป้ายหน้าที่พัก วิลล่า ดาราไซย มีเบอร์โทรด้วย
- L182.jpg (65.73 KiB) เข้าดูแล้ว 393 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- mtb.hilander
- ขาประจำ
- โพสต์: 1104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 21:15
- Tel: 0893058544
- team: THAI BIKE TOURING CLUB
- Bike: trek 6500
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ขอบคุณครับพี่ สำหรับความรู้ดีๆที่พี่นำมาให้อ่าน
ผมกะคณะมีเวลาน้อยไปนิดนึง เลยไม่มีเวลาเก็บข้อมูลมาฝาก เฉพาะเวลาปั่นอย่างเดียวก้อแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว
ผมไปเจอหนังสือ ประวัติของหลวงพระบางที่ตลาดกลางคืนแต่ก้อไม่ได้ซื้อกลับมาด้วย ยังนึกเสียดายอยู่เลย
เลยไม่รู้ว่าประวัติความเป็นมาของหลวงพระบางเป็นมาอย่างไร ทริปหน้าไม่พลาดแน่นอน
ผมไปเวียงจัน 3 ครั้งแล้วยังไม่รู้ละเอียดเท่ากะอ่านจากที่พี่นำมาลงให้เลย
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ผมกะคณะมีเวลาน้อยไปนิดนึง เลยไม่มีเวลาเก็บข้อมูลมาฝาก เฉพาะเวลาปั่นอย่างเดียวก้อแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว
ผมไปเจอหนังสือ ประวัติของหลวงพระบางที่ตลาดกลางคืนแต่ก้อไม่ได้ซื้อกลับมาด้วย ยังนึกเสียดายอยู่เลย
เลยไม่รู้ว่าประวัติความเป็นมาของหลวงพระบางเป็นมาอย่างไร ทริปหน้าไม่พลาดแน่นอน
ผมไปเวียงจัน 3 ครั้งแล้วยังไม่รู้ละเอียดเท่ากะอ่านจากที่พี่นำมาลงให้เลย
ขอบคุณอีกครั้งครับ
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
mtb.hilander เขียน:ขอบคุณครับพี่ สำหรับความรู้ดีๆที่พี่นำมาให้อ่าน
ผมกะคณะมีเวลาน้อยไปนิดนึง เลยไม่มีเวลาเก็บข้อมูลมาฝาก เฉพาะเวลาปั่นอย่างเดียวก้อแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว
ผมไปเจอหนังสือ ประวัติของหลวงพระบางที่ตลาดกลางคืนแต่ก้อไม่ได้ซื้อกลับมาด้วย ยังนึกเสียดายอยู่เลย
เลยไม่รู้ว่าประวัติความเป็นมาของหลวงพระบางเป็นมาอย่างไร ทริปหน้าไม่พลาดแน่นอน
ผมไปเวียงจัน 3 ครั้งแล้วยังไม่รู้ละเอียดเท่ากะอ่านจากที่พี่นำมาลงให้เลย
ขอบคุณอีกครั้งครับ
เอ้อ...เห็นหนังสือประวัติของหลวงพระบางเล่มเท่าไหร่ (ราคากีบ) ค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี