เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
สรุปเรื่องกฐินแล่นลาว
...เป็นกฐินแล่น เป็นกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนหมู่มาก ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จในวันเดียวก็เลยเรียกว่า กฐินแล่น ความหมายก็คือเร่งรีบ ฟ้าว ต้องแล่น (วิ่ง) จึงจะเสร็จทันกาล เจ้าภาพผู้ที่จะคิดทำจุลกฐินเพื่อทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่งจะต้องมีบารมี มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเริ่มจากการนำฝ้ายที่แก่ใช้ได้แล้วแต่ยังอยู่ในฝัก มีปริมาณมากพอที่จะทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้แล้ว ทำพิธีสมมติว่าฝ้ายจำนวนนั้นได้มีการหว่าน แตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก ออกฝักแก่สุก แล้วเก็บมาอิ้วเอาเมล็ดออกวันนั้น ดีดเป็นผง ทำเป็นเส้นด้าย เปียออกเป็นไจ กรอออก เป็นเข็ด แล้วฆ่าด้วยน้ำข้าว ตากให้แห้ง ใส่กงปั่นเส้นหลอด ใส่กระสวยเครือแล้วทอเป็นแผ่นผ้าตามขนาดที่ต้องการนำไปทอดเป็นผ้ากฐินให้เสร็จในวันเดียว แล้วไปถวาย เมื่อพระสงฆ์รับผ้านั้นแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครอง ซึ่งพระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตามพระวินัย
...หลังจากนั้นผู้ทอดต้องช่วยทำต่อ คือ นำผ้านั้นมาขยำ ทุบ ซัก แล้วไปตากให้แห้ง นำมาตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วเย็บย้อม ตากแห้ง พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อยนำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านทำพินทุอธิษฐาน เสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์ แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดจะอนุโมทนาเป็นเสร็จพิธีจุลกฐิน
...แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ทอดกฐินไม่มีกำลังมาก พอจะตัดวิธีการในตอนต้นๆ ออกเสียก็ได้ โดยเริ่มตั้งแต่การนำเอาผ้าขาวผืนใหญ่มากะประมาณให้พอที่จะตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งแล้วนำไปทอด เมื่อพระภิกษุสงฆ์ท่านนำไปดำเนินการตามพระวินัยแล้ว ก็ช่วยทำต่อจากท่าน คือ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จ แล้วนำกลับไปถวายพระภิกษุองค์ครองเพื่อพินทุ อธิษฐานต่อไปเหมือนวิธีทำที่กล่าวมาแล้วในการทำจุลกฐินเต็มรูปแบบ ส่วนบริวารของจุลกฐิน ผ้าห่มพระประธาน และเทียนปาติโมกข์ ตลอดจนธงจระเข้ ตะขาบ ก็คงเป็นเช่นที่ได้กล่าวมาในเรื่องของกฐินนั่นเอง
...กฐินแล่นลาวและไทย จึงไม่แตกต่างกันมากมายหนัก ส่วนมากจะเหมือนกัน เพราะมีที่มาแหล่งเดียวกัน จะแตกต่างกันก็เป็นเพราะท้องถิ่นและความเคร่งครัด หรือการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพการณ์เท่านั้นเอง แต่อย่าลืมว่าของฝากสุดยอดของกฐินอยู่ที่จระเข้ ตะขาบ แมลงป่อง กินรี และเต่าคาบดอกบัว ก็คือการละโลภ โกรธ หลงและมีปัญญาในการดำรงชีวิต
บทเขียน โดย Dr. Souneth Phothisane
Saturday, 24 May 2008
ที่มาจาก http://laostudies-drsouneth.com/ เว็บไซต์ของ ดร. สุเนตร โพธิสาร
...เป็นกฐินแล่น เป็นกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนหมู่มาก ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จในวันเดียวก็เลยเรียกว่า กฐินแล่น ความหมายก็คือเร่งรีบ ฟ้าว ต้องแล่น (วิ่ง) จึงจะเสร็จทันกาล เจ้าภาพผู้ที่จะคิดทำจุลกฐินเพื่อทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่งจะต้องมีบารมี มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเริ่มจากการนำฝ้ายที่แก่ใช้ได้แล้วแต่ยังอยู่ในฝัก มีปริมาณมากพอที่จะทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้แล้ว ทำพิธีสมมติว่าฝ้ายจำนวนนั้นได้มีการหว่าน แตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก ออกฝักแก่สุก แล้วเก็บมาอิ้วเอาเมล็ดออกวันนั้น ดีดเป็นผง ทำเป็นเส้นด้าย เปียออกเป็นไจ กรอออก เป็นเข็ด แล้วฆ่าด้วยน้ำข้าว ตากให้แห้ง ใส่กงปั่นเส้นหลอด ใส่กระสวยเครือแล้วทอเป็นแผ่นผ้าตามขนาดที่ต้องการนำไปทอดเป็นผ้ากฐินให้เสร็จในวันเดียว แล้วไปถวาย เมื่อพระสงฆ์รับผ้านั้นแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครอง ซึ่งพระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตามพระวินัย
...หลังจากนั้นผู้ทอดต้องช่วยทำต่อ คือ นำผ้านั้นมาขยำ ทุบ ซัก แล้วไปตากให้แห้ง นำมาตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วเย็บย้อม ตากแห้ง พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อยนำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านทำพินทุอธิษฐาน เสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์ แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดจะอนุโมทนาเป็นเสร็จพิธีจุลกฐิน
...แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ทอดกฐินไม่มีกำลังมาก พอจะตัดวิธีการในตอนต้นๆ ออกเสียก็ได้ โดยเริ่มตั้งแต่การนำเอาผ้าขาวผืนใหญ่มากะประมาณให้พอที่จะตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งแล้วนำไปทอด เมื่อพระภิกษุสงฆ์ท่านนำไปดำเนินการตามพระวินัยแล้ว ก็ช่วยทำต่อจากท่าน คือ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จ แล้วนำกลับไปถวายพระภิกษุองค์ครองเพื่อพินทุ อธิษฐานต่อไปเหมือนวิธีทำที่กล่าวมาแล้วในการทำจุลกฐินเต็มรูปแบบ ส่วนบริวารของจุลกฐิน ผ้าห่มพระประธาน และเทียนปาติโมกข์ ตลอดจนธงจระเข้ ตะขาบ ก็คงเป็นเช่นที่ได้กล่าวมาในเรื่องของกฐินนั่นเอง
...กฐินแล่นลาวและไทย จึงไม่แตกต่างกันมากมายหนัก ส่วนมากจะเหมือนกัน เพราะมีที่มาแหล่งเดียวกัน จะแตกต่างกันก็เป็นเพราะท้องถิ่นและความเคร่งครัด หรือการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพการณ์เท่านั้นเอง แต่อย่าลืมว่าของฝากสุดยอดของกฐินอยู่ที่จระเข้ ตะขาบ แมลงป่อง กินรี และเต่าคาบดอกบัว ก็คือการละโลภ โกรธ หลงและมีปัญญาในการดำรงชีวิต
บทเขียน โดย Dr. Souneth Phothisane
Saturday, 24 May 2008
ที่มาจาก http://laostudies-drsouneth.com/ เว็บไซต์ของ ดร. สุเนตร โพธิสาร
- ไฟล์แนบ
-
- ยามเย็นๆ ยังมีให้เดินเวียนรอบพระธาตุหลวงเรื่อยๆ ไม่หมด เพราะชาวบ้านเยอะแยะเดินเวียนไหว้พระตั้งแต่บ่ายสองถึงสองทุ่มปิดประตูแล้ว
- L63.jpg (65.15 KiB) เข้าดูแล้ว 511 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
เมื่อได้เวลาหิวข้าวเย็นแล้ว ฉันเดินออกไปชมวิถีชีวิตชาวบ้านในบริเวณงานบุญนมัสการพระธาตุหลวง คนมาเที่ยวหนาแน่นขึ้น
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันต้องเดินก้าวเท้าเร็วขึ้นไปด้วยฝ่าคลื่นชาวบ้าน กลับที่พักเพื่อเอาจักรยานออกไปหากินรองท้องที่ถนนล้านช้าง ริมโขงนั่น เพราะจ่ายค่าอาหารใกล้พระธาตุหลวงของแพงไม่ไหวแล้ว 
- ไฟล์แนบ
-
- ที่นี่ มีแสดงคอนเสริ์ตแบบลาว แต่ต้องมานั่งจองที่นั่งแถวหน้าให้ก่อนสี่โมงเย็นเป็นต้นไป แสดงจริงๆ จะออก ๖ โมงเย็นจ้า
- L67.jpg (66.11 KiB) เข้าดูแล้ว 496 ครั้ง
-
- ตอนเย็นใกล้พลบค่ำแล้ว คนจะเข้ามาหนาแน่นขึ้นกว่า เหมือนมาเที่ยวงานกาชาดเมืองไทยค่ะ
- L65.jpg (65.63 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ตอนเย็น ๖ โมงครึ่งใกล้มืดเร็วแล้ว ฉันถีบจักรยานเจ้ามดแดง ๒ เที่ยวตะเวนหาร้านของกินราคาถูกลงหน่อยมีที่ไหนดีล่ะ...ปั่นจักรยานสำรวจไปตามถนนทุกสี่แยกทะลุซอยไปถึงใกล้สี่แยกพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติลาว เจอร้านบะหมี่พอดี เห็นป้ายบอกราคา ๕,๐๐๐ กีบ จึงนั่งโต๊ะสั่งบะหมี่น้ำ ๑ ชาม จ่ายไป ๒๐ บาท อิ่มท้องดีค่ะ 
- ไฟล์แนบ
-
- บะหมี่ธรรมดา แค่ ๕,๐๐๐ กีบ เท่ากับ ๒๐ บาทเอง
- L69.jpg (52.97 KiB) เข้าดูแล้ว 478 ครั้ง
-
- ร้านบะหมี่เพิ่งเปิดตัวใหม่เร็วๆ เมื่อ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา
- L68.jpg (64.23 KiB) เข้าดูแล้ว 486 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
เมื่ออิ่มท้องเสร็จ ปั่นจักรยานกลับไปทางอื่นๆ เข้าประตูชัยเลี้ยวขวา ไปเจอกลุ่มจักรยานเจ้าบ้านพอดี คุณเสือหางแฮ้มบอกว่ากำลังซ้อมปั่นขาแรงไว้ให้นักปั่นจักรยานทีมชาติลาวหน้าใหม่ น้องบู้ทักทายกับฉันด้วยอ่านเขียนภาษาไทยออกได้ด้วย ฉันต้องขอขอบคุณที่คุณเสือหางแฮ้มเลี้ยงน้ำเต้าหู้ ๑ จอก ให้ฉันดื่มรสหวานดีค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- กลุ่มจักรยานเจ้าถิ่น มาดื่มน้ำเต้าหู้น่ะ
- L70.jpg (59.64 KiB) เข้าดูแล้ว 474 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
กลับมาทิ้งเจ้ามดแดง ๒ ไว้ในห้องนอน เดินออกไปถ่ายรูปกลางคืนกันเน้อ...ตอนสองทุ่มน่ะ
...ก่อนเข้าด่านตรวจสิ่งแปลกปลอมและของต้องห้าม ปรากฏว่า ฉันโดนเด็กหญิง(นักเรียน) ยกมือไหว้ขออนุญาตฉันให้ตรวจลูบจับตามเสื้อผ้ากางเกง เปิดกระเป๋าสะพายเป้ เด็กคนนั้นวิ่งไปฟ้องผู้กองการตรวจงานว่า "คนนี้มีกล้องติดมาด้วยค่ะ" ฉันก็ตกใจ
อะไร??? จับผิดเรอะ...ถูกเชิญไปยืนต่อหน้าตำรวจเขียนใบสั่งปรับค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายในเวลากลางคืนเสียเงินไป ๓๐,๐๐๐ กีบ (จ่ายครั้งละ ๑๒๕ บาท) ถ้ามีวีดีโอมาต้องจ่าย ๔๐,๐๐๐ กีบ (๑๖๐ บาท) ฉันเอาบัตรอนุญาตถ่ายภาพได้มาแล้วติดเสื้อไว้โชว์ให้ตำรวจหลายคนที่ตรวจตราเข้มงวดมาก แม้กระทั่งหนุ่มลาวโดนตำรวจสั่งให้ถอดเข็มขัดที่มีหัวเหล็กที่เป็นอาวุธทำร้ายได้ เก็บไว้ที่ซุ้มด่านตรวจเข้าประตูงานน่ะ เรื่องมอืถือก็โดนเก็บค่าธรรมเนียมด้วย เพราะมือถือมีกล้องถ่ายรูปได้น่ะ 
เรื่องค่าเข้าประตูในพระธาตุหลวงไม่เสียเงินหรอก แต่เสียค่ากล้องถ่ายรูปอย่างเดียวค่ะ
...ก่อนเข้าด่านตรวจสิ่งแปลกปลอมและของต้องห้าม ปรากฏว่า ฉันโดนเด็กหญิง(นักเรียน) ยกมือไหว้ขออนุญาตฉันให้ตรวจลูบจับตามเสื้อผ้ากางเกง เปิดกระเป๋าสะพายเป้ เด็กคนนั้นวิ่งไปฟ้องผู้กองการตรวจงานว่า "คนนี้มีกล้องติดมาด้วยค่ะ" ฉันก็ตกใจ
- ไฟล์แนบ
-
- เดินออกไปเที่ยวอีกรอบสอง เจอคนแห่ฟังเพลงที่นั่งได้เต็มไปหมดแล้ว
- L71.jpg (65.54 KiB) เข้าดูแล้ว 470 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันเดินเข้าไปข้างในพระตุหลวงแล้ว งานนี้สตรีทุกคนที่ใส่กางเกงน่ะ ห้ามเข้าเด็ดขาด ต้องไปเช่าผ้าถุงนุ่งก่อนเข้านมัสการพระตุหลวงด้วย เพราะเป็นช่วงมีงานเทศกาลประเพณีเท่านั้นค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- ภาพนี้ไม่ใช้แฟลซ ผลลัพธ์ออกมาดูสวยใช้ได้ดีค่ะ
- L73.jpg (65.3 KiB) เข้าดูแล้ว 466 ครั้ง
-
- เมื่อใช้แสงแฟลซไปแล้ว ผลลัพธ์ออกมาภาพจะไม่สวย เหมือนมีไอน้ำจับอยู่
- L72.jpg (62.64 KiB) เข้าดูแล้ว 466 ครั้ง
-
- ฉันเดินยามราตรีคนเดียวตอนสองทุ่ม กลับสี่ทุ่ม ไม่มีเหตุร้ายหรอกค่ะ
- L74.jpg (56.81 KiB) เข้าดูแล้ว 467 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
อากาศหนาวไม่มาก ได้เวลากลับไปที่พักเดิม ที่นี่มีเครื่องทำน้ำอุ่นไว้อาบน้ำสบาย และทำการจัดการเก็บรูปลงไฟล์ในโน๊ตบุคส์ เสร็จแล้ว เข้าที่นอนหลับสบายมาก
แหะๆ
ดันลืมนัดเรื่องคุณเสือหางแฮ้มจะมาตอนเช้าก่อนแปดโมงน่ะ ทำให้ฉันหลับลึกไปหน่อย เพราะเดินเที่ยวดึกดื่นแล้ว ลุงภารเฝ้าบ้านบอกว่าเพื่อนมาเคาะประตูห้องแล้วน่ะ ฉันบอกหลับไม่ได้ยินจริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ
----------------------------------------------------------------
ขอพักเล่าเรื่องไว้ก่อน และจะนำเขียนเรื่องประเพณีงานบุญนมัสการพระธาตุหลวง พร้อมชมนางงามสาวสวยที่ร่วมงานคับคั่งเต็มไปด้วยสาระของดีที่หาดูค่อนข้างยากค่ะ
แหะๆ
----------------------------------------------------------------
ขอพักเล่าเรื่องไว้ก่อน และจะนำเขียนเรื่องประเพณีงานบุญนมัสการพระธาตุหลวง พร้อมชมนางงามสาวสวยที่ร่วมงานคับคั่งเต็มไปด้วยสาระของดีที่หาดูค่อนข้างยากค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- ตรวจเช็ดภาพไฟล์ต้นดิบจากแมรี่การ์ดใส่โน๊ตบุคส์เซฟไฟล์ไว้ทุกครั้งที่ถ่ายรูปเสร็จแล้ว
- L76.jpg (55.26 KiB) เข้าดูแล้ว 458 ครั้ง
-
- ภายในห้องพักวิลล่า ดาราไซย จักรยานเข้าไปนอนแล้ว เอาโน๊ตบุคส์มาเช็ดข้อมูลรายละเอียดเรื่องต่างๆ
- L75.jpg (54.44 KiB) เข้าดูแล้ว 459 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
วันพุธที่ ๑๒ พ.ย. ๕๑ ...วันที่เปิดงานนมัสการพระธาตุหลวงในวันสุดท้าย
...ตื่นสายไปไม่ทันไปดูงานตักบาตรดอกไม้ตอนเช้าราวเจ็ดโมง จึงอดไป ฉันต้องวางเปลี่ยนแผนใหม่เอาเจ้ามดแดง ๒ ถีบไปดูอนุสาวรีย์พระเจ้าฟ้างุ้มกันเถอะ อยากรู้ว่าเรื่องพระยาเจ้าฟ้างุ้มมีประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร? ต้องไปดูเองค่ะ
อ่านป้ายออกได้ความว่าเป็น อนุสาวรีย์สถานเจ้าฟ้างุ้ม อยู่บนวงเวียนสามเหลี่ยมถนนสามเสนไท ตรงข้ามหน้าโรงแรมโนโวเทลค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย oiltrips เมื่อ 29 ธ.ค. 2008, 11:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
พระราชอนุสาวรีย์พระยาเจ้าฟ้างุ้ม
...รัฐบาลลาวได้ดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม (มหาราช) ในฐานะที่พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์ผู้ซึ่งรวบรวมและสถาปนาอาณาจักรล้านช้างเมื่อ ๖๕๐ ปีก่อน
ทางรัฐบาลลาวได้ทำพิธีเปิดและจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา และมีการฉลองสมโภชน์ครั้งใหญ่ด้วย
...อาจจะรู้ว่ามีข่าวจัดทุกปีจะมีหรือเปล่า? ต้องติดตามข่าวต่อไปค่ะ
...รัฐบาลลาวได้ดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม (มหาราช) ในฐานะที่พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์ผู้ซึ่งรวบรวมและสถาปนาอาณาจักรล้านช้างเมื่อ ๖๕๐ ปีก่อน
ทางรัฐบาลลาวได้ทำพิธีเปิดและจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา และมีการฉลองสมโภชน์ครั้งใหญ่ด้วย
...อาจจะรู้ว่ามีข่าวจัดทุกปีจะมีหรือเปล่า? ต้องติดตามข่าวต่อไปค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ประวัติศาสตร์เรื่อง “พระยาเจ้าฟ้างุ้ม”
พระยาเจ้าฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี (พ.ศ. ๑๘๙๖-๑๙๑๖) กษัตริย์องค์ที่ ๒๕ ของอาณาจักรลาว ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ แห่งกรุงศรีอยุธยา
...ตามประวัติศาสตร์ว่า พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงประสูติปี พ.ศ. ๑๘๕๓ ในพระราชวังนครเชียงของ (ภาคเหนือตอนบน) เป็นราชโอรสของพระเจ้าขุนผีฟ้า ตอนเกิดมามีพระชิวหา(ลิ้น)เป็นด่าง และมีพระทนต์(ฟัน)เต็มปาก แต่ว่าพรรคไพร่ฟ้า ประชาชน ถือเป็นกาลกิณี ให้ประหารเสีย พระราชบิดาสุดทนจะทัดทานกระแสจากขุนนาง ปวงชนไม่ไหวแล้ว จึงทรงสร้างต่อแพไม้จัดพระพี้เลี้ยง เสบียงอาหาร นำไปปล่อยทารกเจ้าฟ้างุ้มลงแพไม้ล่องลอยตามแม่น้ำโขงออกจากเมือง จนไปถึงท่าน้ำตก “ลี่ผี” (เรียกว่า แก่งหลี่ผี) ซึ่งมีพระสงฆ์ทำธุดงค์ชาวเขมรนามว่า “มหาปาสมัน” ปักกรดอยู่ ได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง ก็ลงไปดูพบเข้า จึงนำมาเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเหมือนบิดาสอนลูก ท่านมหาปาสมัน ได้ค้นพบว่าเป็นคนฉลาดอาจหาญ เมื่อเด็กโตขึ้นได้นำตัวไปถวายเป็นมหาดเล็กต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าปรมัตเขมราชา (Baramadakhemaraja) กษัตริย์เขมร (ที่จริงมีพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งนครวัตนครธม) และเมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มเจริญพระชันษาเป็นหนุ่ม ได้อภิเษกกับเจ้าหญิงแก้วกัลยา พระราชธิดาของพระเจ้าปรมัตเขมราชา เมื่อพระยาเจ้าฟ้างุ้มมีพระชนม์พรรษาได้ ๓๓ ปี
ปี พ.ศ. ๑๘๙๖ พระยาเจ้าฟ้างุ้มได้กลับมาครองราชย์บัลลังก์ที่นครเชียงทอง (เมืองหลวงพระบาง) ทรงมีความสามารถในการปกครองและเป็นพันธมิตรกับไทย นอกจากนี้ยังเป็นผู้สถาปนาพุทธศาสนาสายลังกาวงศ์เป็นศาสนาประจำชาติของประเทศลาว ซึ่งแต่เดิมนับถือผีฟ้าผีแถน
หลังจากที่พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงมีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการเชิญพระราชสาสน์ และเครื่องบรรณาการไปยังพระเจ้าปรมัตเขมราชาแห่งกัมปูเจีย เพื่อขอนำพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในลาว ทางนครหลวงธมก็ได้นิมนต์พระมหาปาสมันตะเถระเจ้า และพระมหาเทพลังกา พร้อมด้วยพระภิกษุ ๒๐ รูป และนักปราชญ์ พระคัมภีร์ไตรปิฏก และหน่อต้นมหาโพธิ์ รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำขนาดสองศอกปางห้ามสมุทรซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองพระนครหลวงนามว่า “พระบาง” มายังล้านช้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๒
แต่ช่วงอัญเชิญพระบางมาถึงเมืองเวียงจันทน์และเมืองเวียงคำ(เมืองคู่แฝด) ขณะมีพิธีสมโภช ๗ วัน ๗ คืน พระบางแสดงปาฏิหารย์ไม่ยอดเสด็จออกจากเมือง และประดิษฐานอยู่ที่นั่น กระทั่งรัชสมัยของพระเจ้าวิชุนราช (พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๐๖๓) จึงได้อาราธนาพระบางมายังเมืองเชียงทองได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้ พระยาเจ้าฟ้างุ้ม จึงทรงเปลี่ยนนามของนครเชียงทองเสียใหม่เป็น "นครหลวงพระบาง" นับแต่บัดนั้น
จนกระทั่งปี ๑๙๑๑ เกิดความวุ่นวายในเรื่องของศาสนาขึ้น เพราะระหว่างนั้นในหลวงพระบาง มีทั้งมหายานแต่ดั้งเดิม และเถรวาทที่รุ่งเรืองในสมัยสถาปนาอาณาจักร พระยาเจ้าฟ้างุ้มเองก็ทรงนับถือพุทธเถรวาท ภายหลังมีคนปลุกระดมให้เกลียดชังมองโกล ก็มีกระแสต่อต้านเกิดขึ้น มีการเที่ยวทำลายสิ่งเคารพทางมหายานทั้งดินแดน เมื่อภายหลังจากพระนางแก้วยอดฟ้าสิ้นพระชนม์นั้น พระยาเจ้าฟ้างุ้มยังได้ผูกสัมพันธ์กับสยาม ด้วยการเป็นราชบุตรเขยของสยาม(ไทย) ซึ่งอยู่ในสมัยอยุธยาแล้ว และล้านช้าง ก็ได้รับวัฒนธรรมของพุทธเถรวาทจากสยามไปอีกด้วย
...หลังจากศึกสงครามเสร็จกลับที่พระราชวังเดิมนั้น พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงเผชิญหน้ากับคณะเสนาอำมาตย์เบื่อหน่ายจึงพร้อมใจกันปลดพระเจ้าฟ้างุ้มลงจากบังลังก์ทันที...เพราะพระองค์ทรงทุ่มเททำศึกสงครามบ่อยๆ เพื่อขยายอาณาจักรล้านช้างให้กว้างขวางใหญ่ขึ้นและไกลเรื่อยๆ ไป แต่ในสุดท้ายตรงที่ว่ากองไพร่พลของพระองค์เริ่มคิดถึงบ้านเกิดและเริ่มเบื่อหน่ายกับการทำสงครามบ่อยๆ ของพระองค์ จึงจับมือพร้อมใจบังคับให้พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงสละราชสมบัติในปี พ.ศ. ๑๙๑๖ และทรงย้ายเสด็จประทับอยู่ที่เมืองน่านบริเวณพรมแดนของอาณาจักรล้านนาและล้านช้าง
ทรงครองราชย์ในปี พ.ศ. ๑๘๙๖ – ๑๙๑๖ (ค.ศ. ๑๓๕๓ – ๑๓๗๓) จัดลำดับกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งนครเชียงทอง และเป็นปฐมกษัตริย์อาณาจักรล้านช้าง
หลัง ๕ ปีต่อมา พระยาเจ้าฟ้างุ้ม ทรงเสด็จสิ้นพระชนม์ในปี ๑๙๑๖
มีพระราชโอรสคือพระยาเจ้าสามแสนไทย สืบบัลลังก์ต่อมา
พระยาเจ้าฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี (พ.ศ. ๑๘๙๖-๑๙๑๖) กษัตริย์องค์ที่ ๒๕ ของอาณาจักรลาว ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ แห่งกรุงศรีอยุธยา
...ตามประวัติศาสตร์ว่า พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงประสูติปี พ.ศ. ๑๘๕๓ ในพระราชวังนครเชียงของ (ภาคเหนือตอนบน) เป็นราชโอรสของพระเจ้าขุนผีฟ้า ตอนเกิดมามีพระชิวหา(ลิ้น)เป็นด่าง และมีพระทนต์(ฟัน)เต็มปาก แต่ว่าพรรคไพร่ฟ้า ประชาชน ถือเป็นกาลกิณี ให้ประหารเสีย พระราชบิดาสุดทนจะทัดทานกระแสจากขุนนาง ปวงชนไม่ไหวแล้ว จึงทรงสร้างต่อแพไม้จัดพระพี้เลี้ยง เสบียงอาหาร นำไปปล่อยทารกเจ้าฟ้างุ้มลงแพไม้ล่องลอยตามแม่น้ำโขงออกจากเมือง จนไปถึงท่าน้ำตก “ลี่ผี” (เรียกว่า แก่งหลี่ผี) ซึ่งมีพระสงฆ์ทำธุดงค์ชาวเขมรนามว่า “มหาปาสมัน” ปักกรดอยู่ ได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง ก็ลงไปดูพบเข้า จึงนำมาเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเหมือนบิดาสอนลูก ท่านมหาปาสมัน ได้ค้นพบว่าเป็นคนฉลาดอาจหาญ เมื่อเด็กโตขึ้นได้นำตัวไปถวายเป็นมหาดเล็กต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าปรมัตเขมราชา (Baramadakhemaraja) กษัตริย์เขมร (ที่จริงมีพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งนครวัตนครธม) และเมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มเจริญพระชันษาเป็นหนุ่ม ได้อภิเษกกับเจ้าหญิงแก้วกัลยา พระราชธิดาของพระเจ้าปรมัตเขมราชา เมื่อพระยาเจ้าฟ้างุ้มมีพระชนม์พรรษาได้ ๓๓ ปี
ปี พ.ศ. ๑๘๙๖ พระยาเจ้าฟ้างุ้มได้กลับมาครองราชย์บัลลังก์ที่นครเชียงทอง (เมืองหลวงพระบาง) ทรงมีความสามารถในการปกครองและเป็นพันธมิตรกับไทย นอกจากนี้ยังเป็นผู้สถาปนาพุทธศาสนาสายลังกาวงศ์เป็นศาสนาประจำชาติของประเทศลาว ซึ่งแต่เดิมนับถือผีฟ้าผีแถน
หลังจากที่พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงมีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการเชิญพระราชสาสน์ และเครื่องบรรณาการไปยังพระเจ้าปรมัตเขมราชาแห่งกัมปูเจีย เพื่อขอนำพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในลาว ทางนครหลวงธมก็ได้นิมนต์พระมหาปาสมันตะเถระเจ้า และพระมหาเทพลังกา พร้อมด้วยพระภิกษุ ๒๐ รูป และนักปราชญ์ พระคัมภีร์ไตรปิฏก และหน่อต้นมหาโพธิ์ รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำขนาดสองศอกปางห้ามสมุทรซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองพระนครหลวงนามว่า “พระบาง” มายังล้านช้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๒
แต่ช่วงอัญเชิญพระบางมาถึงเมืองเวียงจันทน์และเมืองเวียงคำ(เมืองคู่แฝด) ขณะมีพิธีสมโภช ๗ วัน ๗ คืน พระบางแสดงปาฏิหารย์ไม่ยอดเสด็จออกจากเมือง และประดิษฐานอยู่ที่นั่น กระทั่งรัชสมัยของพระเจ้าวิชุนราช (พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๐๖๓) จึงได้อาราธนาพระบางมายังเมืองเชียงทองได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้ พระยาเจ้าฟ้างุ้ม จึงทรงเปลี่ยนนามของนครเชียงทองเสียใหม่เป็น "นครหลวงพระบาง" นับแต่บัดนั้น
จนกระทั่งปี ๑๙๑๑ เกิดความวุ่นวายในเรื่องของศาสนาขึ้น เพราะระหว่างนั้นในหลวงพระบาง มีทั้งมหายานแต่ดั้งเดิม และเถรวาทที่รุ่งเรืองในสมัยสถาปนาอาณาจักร พระยาเจ้าฟ้างุ้มเองก็ทรงนับถือพุทธเถรวาท ภายหลังมีคนปลุกระดมให้เกลียดชังมองโกล ก็มีกระแสต่อต้านเกิดขึ้น มีการเที่ยวทำลายสิ่งเคารพทางมหายานทั้งดินแดน เมื่อภายหลังจากพระนางแก้วยอดฟ้าสิ้นพระชนม์นั้น พระยาเจ้าฟ้างุ้มยังได้ผูกสัมพันธ์กับสยาม ด้วยการเป็นราชบุตรเขยของสยาม(ไทย) ซึ่งอยู่ในสมัยอยุธยาแล้ว และล้านช้าง ก็ได้รับวัฒนธรรมของพุทธเถรวาทจากสยามไปอีกด้วย
...หลังจากศึกสงครามเสร็จกลับที่พระราชวังเดิมนั้น พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงเผชิญหน้ากับคณะเสนาอำมาตย์เบื่อหน่ายจึงพร้อมใจกันปลดพระเจ้าฟ้างุ้มลงจากบังลังก์ทันที...เพราะพระองค์ทรงทุ่มเททำศึกสงครามบ่อยๆ เพื่อขยายอาณาจักรล้านช้างให้กว้างขวางใหญ่ขึ้นและไกลเรื่อยๆ ไป แต่ในสุดท้ายตรงที่ว่ากองไพร่พลของพระองค์เริ่มคิดถึงบ้านเกิดและเริ่มเบื่อหน่ายกับการทำสงครามบ่อยๆ ของพระองค์ จึงจับมือพร้อมใจบังคับให้พระยาเจ้าฟ้างุ้มทรงสละราชสมบัติในปี พ.ศ. ๑๙๑๖ และทรงย้ายเสด็จประทับอยู่ที่เมืองน่านบริเวณพรมแดนของอาณาจักรล้านนาและล้านช้าง
ทรงครองราชย์ในปี พ.ศ. ๑๘๙๖ – ๑๙๑๖ (ค.ศ. ๑๓๕๓ – ๑๓๗๓) จัดลำดับกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งนครเชียงทอง และเป็นปฐมกษัตริย์อาณาจักรล้านช้าง
หลัง ๕ ปีต่อมา พระยาเจ้าฟ้างุ้ม ทรงเสด็จสิ้นพระชนม์ในปี ๑๙๑๖
มีพระราชโอรสคือพระยาเจ้าสามแสนไทย สืบบัลลังก์ต่อมา
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันได้ลองเขียนแปล แบบถอดรหัสพิสูจน์ตัวอักษรพาสาลาว ได้ทีละคำเป็นภาษาไทยค่ะ
ประวัติ
พระยาฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี เกิดเมื่อ ค.ศ.๑๓๑๖ ที่พระราชวังเชียงทอง
เป็นโอรสของขุนผีฟ้า
เป็นผู้นำนำพาขบวนการต่อสู้ตั้งรวบหัวเมืองลาวโบราณเข้าเป็นอาณาจักรลาวล้านช้าง
เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวังล้านช้าง (ขุน....)
ได้นางแก้วกัลยา ธิดาของพระเจ้าวรมัน ....สิริจุน...กัมปูเจียเป็นชายา
ขึ้นครองราชย์ แต่ปีค.ศ. ๑๓๕๓ ถึง ค.ศ. ๑๙๑๖
เอ่อ...คุณธานนิทร์๙๙ ช่วยตรวจทานให้ด้วย ฉันสอบตกวิชาพาสาลาวมาหลายครั้งค่ะ 
ประวัติ
พระยาฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี เกิดเมื่อ ค.ศ.๑๓๑๖ ที่พระราชวังเชียงทอง
เป็นโอรสของขุนผีฟ้า
เป็นผู้นำนำพาขบวนการต่อสู้ตั้งรวบหัวเมืองลาวโบราณเข้าเป็นอาณาจักรลาวล้านช้าง
เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวังล้านช้าง (ขุน....)
ได้นางแก้วกัลยา ธิดาของพระเจ้าวรมัน ....สิริจุน...กัมปูเจียเป็นชายา
ขึ้นครองราชย์ แต่ปีค.ศ. ๑๓๕๓ ถึง ค.ศ. ๑๙๑๖
- ไฟล์แนบ
-
- ป้ายจารึกบนแท่นฐานมีข้อเล่าเรื่องประวัติของเจ้าฟ้างุ้ม ด้วยภาษาชาติลาว
- L81.jpg (64.33 KiB) เข้าดูแล้ว 508 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
พิธีสะหลวงไชย
ในปี ค.ศ. ๑๓๕๗ พระยาฟ้างุ้ม ได้จัดพิธีสะหลวงไชยใหญ่
๗ วัน ๗ คืน คณะลิเวนปากปาสักเบื้องเหนือ
ในพิธีตั้งท้าวพระองค์ได้มีโอวาทตักเตือนบาง
ตอนว่า : “สูเจ้าทั้งหลายผู้รักษาเมืองอย่าให้มี
ข้าลักคนโจน..., โหดไหมหนักอย่าให้ข้าที่ว่าให้
ใส่คอกขังไว้คนโหดแล้วให้ป่วยไปหาวง
กาน, สมบัตอันจักเกิดมาในแผ่นดินนี้, คนมีคนสมบัดอย่างมี, คนไหมมีสินสมบัด เจ้าของ...
หาไหมได้แล เหตุนั้นเราไหมให้ข้า...เพื่อดังนั้นแล
ฉันคิดว่าแปลความหมายถึง "พิธีสะหลวงไชยใหญ่" เป็น "พิธีฉลองชัยใหญ่" หรือเปล่าค่ะ
ในปี ค.ศ. ๑๓๕๗ พระยาฟ้างุ้ม ได้จัดพิธีสะหลวงไชยใหญ่
๗ วัน ๗ คืน คณะลิเวนปากปาสักเบื้องเหนือ
ในพิธีตั้งท้าวพระองค์ได้มีโอวาทตักเตือนบาง
ตอนว่า : “สูเจ้าทั้งหลายผู้รักษาเมืองอย่าให้มี
ข้าลักคนโจน..., โหดไหมหนักอย่าให้ข้าที่ว่าให้
ใส่คอกขังไว้คนโหดแล้วให้ป่วยไปหาวง
กาน, สมบัตอันจักเกิดมาในแผ่นดินนี้, คนมีคนสมบัดอย่างมี, คนไหมมีสินสมบัด เจ้าของ...
หาไหมได้แล เหตุนั้นเราไหมให้ข้า...เพื่อดังนั้นแล
- ไฟล์แนบ
-
- ด้านข้างมีอีกป้ายที่สอง
- L82.jpg (60.12 KiB) เข้าดูแล้ว 508 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ภาพประติกรรม
อยู่สวนสาธารณะ “อุทยานฟ้างุ้ม”
เขตเมืองสีโคดตะบอง.
ภาพสะเฉลิมสะหลวง
กระทรวงแห่งลาว และวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพ จัดสรวงในวันที่ ๕ มกราคม
ค.ศ. ๒๐๐๓ ซึ่งเป็นปีที่พระยาฟ้างุ้มสะหลองไชยถึง ๖๕๐ ปี
ภาพคนต่อปึกปักรักษา และนำใช้
ในปี ค.ศ. ๒๐๐๓ กระทรวงแห่งลาวและวัฒนธรรม ได้มอบให้นครหลวงเวียงจันทน์เป็น
ผู้คุ้มครอง และ นำใช้เป็นใจกลางความสามัคดี
ของชาวลาวทั่วประเทศ ....ชาวนครสูงได้เค้าค...ไหว้ละนึกถึงบุญคุณของบันพระบุลุด
ที่ได้มอบ......อันล้ำค่าคือดินแดนล้านช้าง....ให้สูญหาย.
- ไฟล์แนบ
-
- ป้ายด้านที่สาม
- L83.jpg (65.7 KiB) เข้าดูแล้ว 508 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: เสือปั่นฉายเดี่ยวเที่ยวงานประเพณีกฐินแล่นลาวที่กรุงเวียงจันท
ฉันอ่านป้ายชื่อ "ถนนขุนตา" ห่างเลยไปทางสามแยกพระราชอนุสาวรีย์พระยาเจ้าฟ้างุ้ม ไม่ไกลหรอก แถวนี้มีโรงแรมชั้นนำและที่พักดีมาก และผับมีเยอะแยะ
สังเกตทางไบค์เลนจะมีช่องให้ขี่จักรยานเลียบชิดขวาด้วยค่ะ
สังเกตทางไบค์เลนจะมีช่องให้ขี่จักรยานเลียบชิดขวาด้วยค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี