ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
-
AUN_WISH
- ขาประจำ
- โพสต์: 104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 16:54
- Tel: 0812945281
- Bike: ตราจระเข้
ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
-
prateep
- ขาประจำ
- โพสต์: 141
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ธ.ค. 2008, 09:59
- Bike: specialized
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
ฟรีไรด์คือการขี่ทั่วไปแต่ว่าดาวฮิลคือการขี่ลงเขา
-
Vincent
- ขาประจำ
- โพสต์: 209
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 01:02
- team: CNX DH
- Bike: M6, remedy8,Super V700, rockhopper, Chimo, miyata
- ตำแหน่ง: เมือง เชียงใหม่
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
ฟรีไรด์ หมายถึงขี่กันฟรีๆ ไม่เสียตังค์ เอ๊ย! ไม่ช่ายครับ ล้อเล่น
Free ride-Down hill สองอันนี้ว่าถึงตัวรถแทบจะเหมือนกันครับ การขับขี่ก็อาศัยแรงดึงดูดโลกเหมือนกัน แต่ก็มีความต่างกัน ลองอ่านดูครับ ผิดถูกอย่างไรเพื่อนๆ ช่วยแก้ไขด้วย เพราะเป็นความเห็นส่วนตัว บวกกับการอ่านๆจากกระทู้ฝรั่ง
เริ่มจาก Down hill กันก่อนนะครับ ชื่อมันบอกอยู่แล้วว่าลงเขา เป็นการลงเขาผ่านอุปสรรค ธรรมชาติและหรือที่มนุษย์สร้างขึ้น รากฐานเริ่มมาจากทางแคลิฟอร์เนีย ของคุณแกรี่นั้นแหละ แกชอบลงเขาทางลูกรัง fire road แล้วได้พัฒนามาเป็นการแข่งขันยุคแรกๆ ก็ยังเป็นถนนลูกรัง เป็นไฮสปีด ฝุ่นตลบเลย ด้วยความที่เป็นเสือภูเขา จึงต้องเพิ่มอุสรรคเข้าไปโดยขี่ลงเขาตามภูมิประเทศทุระกันดานวิบาก เช่น ทางลงในสกีรีสอร์ท มีการเพิ่มเนินกระโดด ดร็อป ทำแบ็งค์รับโค้ง สิ่งหนึ่งที่เป็น ดาวฮิลล์ก็คือเป็น track ที่ชัดเจน กำหนดเส้นทางไว้ วัดกันด้วยเวลาและที่เราเห็นกันอีกรูปแบบหนึ่งเช่น Down town ที่พัทยา และที่มาเลย์ที่จัดกันไปก่อนหน้านี้
Free ride กับ All mountain มีความเข้าใจปะปนกันมาก (ความเห็นส่วนตัว) และเรามักจะเรียกรถออลเมาเทนเป็นฟรีไรด์ และที่จริง รถออลเมาเทนก็มาขี่เป็นแบบฟรีไรด์ก็ได้ อีกทั้งมีแนวโน้มว่ารถออลเมาเทนจะเพิ่มช่วงยุบมากขึ้นจนจะกลายพันธ์เป็นรถฟรีไรด์ซะแล้ว ว่าไปแล้วรถออลเมาเทนจะมีช่วงยุบมากกว่า ครอสคันทรี่ฟลูซัส คือ จะมีช่วงยุบหลังสี่นิ้วไปถึงหกนิ้วและช่วงยุบหน้าก็สี่นิ้วไปถึงหกนิ้วเช่นกัน เท่าที่สังเกตจะมีเจ็ดนิ้วปะปนเข้ามาแล้ว จึงทำให้หลายคนเหมาเอาว่ารถออลเมาเทนเป็นฟรีไรด์ ซึ่งก็มีส่วนถูกต้องเช่นกัน ยังไงรถออลเมาเทนน่าจะมีน้ำหนักน้อยกว่าฟรีไรด์ ส่วนตัวผมชอบขี่ออลเมาเทนครับ แม้ว่าตัวเองจะขี่ดาวฮิลล์เป็นประจำ เพราะเวลาเจอเนินที่ไร ตัวดาวฮิลล์มันดันขึ้นไปยาก เหนื่อยจริงๆ
มาเจาะกันกับรถฟรีไรด์กันต่อครับ ฟรีไรด์ ก็คือการขี่อิสระตามเส้นทางที่มีอุปสรรคมากมาย มากซะจนไม่มีลิมิต ด้วยชื่อมันเรียกฟรีไรด์นะครับ เส้นทางขี่ฟรีไรด์ก็อาจเป็นธรรมชาติล้วนๆ แล้วหาไลน์เอาเอง ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่ไม่เป็น Track ลุยฝ่าดันทุลังลงมาแบบดิบๆ ฟรีๆตามชื่อ อาจโดด หรือดร๊อป สูงหลายๆเมตร ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นการแข่งขันก็น่าจะเป็นเรดบลูฯ ของเมืองนอก ซึ่งมีการคิดคะแนนในการฝ่าอุสรรคด้วยไม่ไช่คิดเฉพาะเวลาอย่างเดี่ยว ฟรีไรด์ ผู้ขี่สามาถเลือกฝ่าอุปสรรคได้และอุปสรรคที่เลือกก็มีผลต่อคะแนน พื้นที่ขี่ก็กำหนดเป็นพื้นที่กว้างๆที่สามารถเลือกไลน์เลือกอุปสรรคกันตามความสามารถ พูดกันตามจริง ฟรีไรด์ น่าจะโหดดุเดือดกว่าดาวฮิลล์ด้วยซ้ำ รถดาวฮิลล์หลายรุ่นที่ออกแบบมาขี่ได้ทั้ง ดาวฮิลล์-ฟรีไรด์ เพียงปรับระยะช่วงล้อที่ล้อหลังในรุ่นแพงๆ หรือรุ่นประหยัดตัวอย่างเช่น bighit3 ปรับองศาความชันของโช๊คหน้าที่จุดยึดโช๊คหลัง ทำให้กระโหลกสูงขึ้นแล้วไปมีผลกับองศาความชันโช๊คหน้า เท่าที่ทราบความชันคอหน้า(โช๊คหน้า)ของดาวฮิลล์และฟรีไรด์จะต่างกัน ผมก็ลองขี่ดูแล้วอาการตอบสนองของรถก็ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ฟรีไรด์และดาวฮิลล์ก็ควรมีช่วงยุบหน้า-หลัง แปดนิ้วขึ้นไปเพื่อรองรับความหนักหน่วงในการขับขี่ และโช๊คหน้าก็ควรเป็น double crown เพื่อความแข็งแรง

เริ่มจาก Down hill กันก่อนนะครับ ชื่อมันบอกอยู่แล้วว่าลงเขา เป็นการลงเขาผ่านอุปสรรค ธรรมชาติและหรือที่มนุษย์สร้างขึ้น รากฐานเริ่มมาจากทางแคลิฟอร์เนีย ของคุณแกรี่นั้นแหละ แกชอบลงเขาทางลูกรัง fire road แล้วได้พัฒนามาเป็นการแข่งขันยุคแรกๆ ก็ยังเป็นถนนลูกรัง เป็นไฮสปีด ฝุ่นตลบเลย ด้วยความที่เป็นเสือภูเขา จึงต้องเพิ่มอุสรรคเข้าไปโดยขี่ลงเขาตามภูมิประเทศทุระกันดานวิบาก เช่น ทางลงในสกีรีสอร์ท มีการเพิ่มเนินกระโดด ดร็อป ทำแบ็งค์รับโค้ง สิ่งหนึ่งที่เป็น ดาวฮิลล์ก็คือเป็น track ที่ชัดเจน กำหนดเส้นทางไว้ วัดกันด้วยเวลาและที่เราเห็นกันอีกรูปแบบหนึ่งเช่น Down town ที่พัทยา และที่มาเลย์ที่จัดกันไปก่อนหน้านี้
Free ride กับ All mountain มีความเข้าใจปะปนกันมาก (ความเห็นส่วนตัว) และเรามักจะเรียกรถออลเมาเทนเป็นฟรีไรด์ และที่จริง รถออลเมาเทนก็มาขี่เป็นแบบฟรีไรด์ก็ได้ อีกทั้งมีแนวโน้มว่ารถออลเมาเทนจะเพิ่มช่วงยุบมากขึ้นจนจะกลายพันธ์เป็นรถฟรีไรด์ซะแล้ว ว่าไปแล้วรถออลเมาเทนจะมีช่วงยุบมากกว่า ครอสคันทรี่ฟลูซัส คือ จะมีช่วงยุบหลังสี่นิ้วไปถึงหกนิ้วและช่วงยุบหน้าก็สี่นิ้วไปถึงหกนิ้วเช่นกัน เท่าที่สังเกตจะมีเจ็ดนิ้วปะปนเข้ามาแล้ว จึงทำให้หลายคนเหมาเอาว่ารถออลเมาเทนเป็นฟรีไรด์ ซึ่งก็มีส่วนถูกต้องเช่นกัน ยังไงรถออลเมาเทนน่าจะมีน้ำหนักน้อยกว่าฟรีไรด์ ส่วนตัวผมชอบขี่ออลเมาเทนครับ แม้ว่าตัวเองจะขี่ดาวฮิลล์เป็นประจำ เพราะเวลาเจอเนินที่ไร ตัวดาวฮิลล์มันดันขึ้นไปยาก เหนื่อยจริงๆ
มาเจาะกันกับรถฟรีไรด์กันต่อครับ ฟรีไรด์ ก็คือการขี่อิสระตามเส้นทางที่มีอุปสรรคมากมาย มากซะจนไม่มีลิมิต ด้วยชื่อมันเรียกฟรีไรด์นะครับ เส้นทางขี่ฟรีไรด์ก็อาจเป็นธรรมชาติล้วนๆ แล้วหาไลน์เอาเอง ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่ไม่เป็น Track ลุยฝ่าดันทุลังลงมาแบบดิบๆ ฟรีๆตามชื่อ อาจโดด หรือดร๊อป สูงหลายๆเมตร ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นการแข่งขันก็น่าจะเป็นเรดบลูฯ ของเมืองนอก ซึ่งมีการคิดคะแนนในการฝ่าอุสรรคด้วยไม่ไช่คิดเฉพาะเวลาอย่างเดี่ยว ฟรีไรด์ ผู้ขี่สามาถเลือกฝ่าอุปสรรคได้และอุปสรรคที่เลือกก็มีผลต่อคะแนน พื้นที่ขี่ก็กำหนดเป็นพื้นที่กว้างๆที่สามารถเลือกไลน์เลือกอุปสรรคกันตามความสามารถ พูดกันตามจริง ฟรีไรด์ น่าจะโหดดุเดือดกว่าดาวฮิลล์ด้วยซ้ำ รถดาวฮิลล์หลายรุ่นที่ออกแบบมาขี่ได้ทั้ง ดาวฮิลล์-ฟรีไรด์ เพียงปรับระยะช่วงล้อที่ล้อหลังในรุ่นแพงๆ หรือรุ่นประหยัดตัวอย่างเช่น bighit3 ปรับองศาความชันของโช๊คหน้าที่จุดยึดโช๊คหลัง ทำให้กระโหลกสูงขึ้นแล้วไปมีผลกับองศาความชันโช๊คหน้า เท่าที่ทราบความชันคอหน้า(โช๊คหน้า)ของดาวฮิลล์และฟรีไรด์จะต่างกัน ผมก็ลองขี่ดูแล้วอาการตอบสนองของรถก็ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ฟรีไรด์และดาวฮิลล์ก็ควรมีช่วงยุบหน้า-หลัง แปดนิ้วขึ้นไปเพื่อรองรับความหนักหน่วงในการขับขี่ และโช๊คหน้าก็ควรเป็น double crown เพื่อความแข็งแรง
-
AUN_WISH
- ขาประจำ
- โพสต์: 104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 16:54
- Tel: 0812945281
- Bike: ตราจระเข้
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
แบบนี้เเรกว่าอะไรคับ
- ไฟล์แนบ
-
- 00084-36.jpg (66.51 KiB) เข้าดูแล้ว 965 ครั้ง
-
Vincent
- ขาประจำ
- โพสต์: 209
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 01:02
- team: CNX DH
- Bike: M6, remedy8,Super V700, rockhopper, Chimo, miyata
- ตำแหน่ง: เมือง เชียงใหม่
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
ตอบแบบลวกๆ สุกๆ ดิบๆ แบบความเห็นส่วนตัวผมนะครับเป็น All mountain (aggressive) ซึ่งหลายๆท่านจะเรียกว่าเป็น Free ride จริงๆ ก็ไม่ผิดซะทีเดี่ยว อยากเอาไปขี่แบบฟรีไรด์ ก็ได้
ตัวนี้ไปได้ทุกภูมิประเทศ ตามคำเรียก All mountain คำว่า all ก็รวมๆ ทุกอย่างของเสือภูเขา และคุณสามารถนำไปขี่ได้หลากหลาย ด้วยช่วงยุบที่มากกว่าจะช่วยให้คุณสนุกมากในตอนลงเขาชันๆ บวกอุปสรรค รากไม้ หิน ซึ่งครอสฯฟลูซัส ทำอย่างนี้ไม่ได้ พอถึงช่วงดันเนิน ก็มีจานหน้าสองใบพร้อมที่จะช่วยคุณไต่ทางชันได้ดีทีเดี่ยว และตัวนี้ จะโดด หรือดร๊อป ก็ทำได้สมกับช่วงยุบที่มีมาให้ ที่ผมวงเล็บ agrressive ไว้เพราะเป็นตัวที่ขี่สมบุกสมบันได้ดุเดือดทุกรส เบรกก็ใช้จานแปดนิ้วที่พร้อมจะหยุดความแรงได้ดังใจสั่งมา แต่ระวังหน่อยมันอาจโยนคุณตีลังกาลงจากรถได้
ผมไม่ทราบว่าช่วงยุบเท่าใดนะครับแต่ไม่น่าจะถึงแปดนิ้ว ช่วงนี้ฝรั่งพัฒนารถแบบนี้ออกมามาก และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเป็นรถเอนกประสงค์จริงๆ ถ้าดู magazine ฝรั่งจะเห็นรูป action สวยๆ ด้วยรถประเภทนี้ รวมทั้งมีบทความรถประเภทนี้มากขึ้น จุดกำเนิด(ผมเดานะครับ) น่าจะเอารถ All mountain เดิมๆ มาผสมกับ Down hill-Free ride แล้วถ้าเราดูรถใหม่ๆ จะเห็นว่ามีรถดาวฮิลล์รุ่นใหม่มีมีออฟชั่นให้เลือกใส่โช๊คหน้า Single crown และสามารถใช้เกียร์จานหน้าด้วย ลองดู Big hit และ Demo เป็นตัวอย่างได้ครับ
ตัวนี้รักที่จะดาวฮิลล์จริงๆจังๆ ก็เปลี่ยนโช๊คหน้า แล้วใส่จานหน้าใบเดี่ยวก็ได้ แต่ผมคิดว่าเป็นแบบที่เป็นอยู่ ก็ดีนะครับ รถดาวฮิลล์แท้ เงินจมครับ เพราะเราจะเอามาขี่ออกกำลังกาย แบบทุกๆวันมันไม่ค่อยไหวมันหนักและองศาขี่ไกลๆ เมื่อย มากๆ
ถ้าคุณกำลังเล็งตัวนี้ ผมเชียร์ครับ ว่าแต่คุณขี่สไตล์ไหนละครับ ถ้าไม่แน่ใจ ตัวนี้เป็นคำตอบได้เพราะเป็น All mountain
ตัวนี้ไปได้ทุกภูมิประเทศ ตามคำเรียก All mountain คำว่า all ก็รวมๆ ทุกอย่างของเสือภูเขา และคุณสามารถนำไปขี่ได้หลากหลาย ด้วยช่วงยุบที่มากกว่าจะช่วยให้คุณสนุกมากในตอนลงเขาชันๆ บวกอุปสรรค รากไม้ หิน ซึ่งครอสฯฟลูซัส ทำอย่างนี้ไม่ได้ พอถึงช่วงดันเนิน ก็มีจานหน้าสองใบพร้อมที่จะช่วยคุณไต่ทางชันได้ดีทีเดี่ยว และตัวนี้ จะโดด หรือดร๊อป ก็ทำได้สมกับช่วงยุบที่มีมาให้ ที่ผมวงเล็บ agrressive ไว้เพราะเป็นตัวที่ขี่สมบุกสมบันได้ดุเดือดทุกรส เบรกก็ใช้จานแปดนิ้วที่พร้อมจะหยุดความแรงได้ดังใจสั่งมา แต่ระวังหน่อยมันอาจโยนคุณตีลังกาลงจากรถได้
ผมไม่ทราบว่าช่วงยุบเท่าใดนะครับแต่ไม่น่าจะถึงแปดนิ้ว ช่วงนี้ฝรั่งพัฒนารถแบบนี้ออกมามาก และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเป็นรถเอนกประสงค์จริงๆ ถ้าดู magazine ฝรั่งจะเห็นรูป action สวยๆ ด้วยรถประเภทนี้ รวมทั้งมีบทความรถประเภทนี้มากขึ้น จุดกำเนิด(ผมเดานะครับ) น่าจะเอารถ All mountain เดิมๆ มาผสมกับ Down hill-Free ride แล้วถ้าเราดูรถใหม่ๆ จะเห็นว่ามีรถดาวฮิลล์รุ่นใหม่มีมีออฟชั่นให้เลือกใส่โช๊คหน้า Single crown และสามารถใช้เกียร์จานหน้าด้วย ลองดู Big hit และ Demo เป็นตัวอย่างได้ครับ
ตัวนี้รักที่จะดาวฮิลล์จริงๆจังๆ ก็เปลี่ยนโช๊คหน้า แล้วใส่จานหน้าใบเดี่ยวก็ได้ แต่ผมคิดว่าเป็นแบบที่เป็นอยู่ ก็ดีนะครับ รถดาวฮิลล์แท้ เงินจมครับ เพราะเราจะเอามาขี่ออกกำลังกาย แบบทุกๆวันมันไม่ค่อยไหวมันหนักและองศาขี่ไกลๆ เมื่อย มากๆ
ถ้าคุณกำลังเล็งตัวนี้ ผมเชียร์ครับ ว่าแต่คุณขี่สไตล์ไหนละครับ ถ้าไม่แน่ใจ ตัวนี้เป็นคำตอบได้เพราะเป็น All mountain
- coldplay
- ขาประจำ
- โพสต์: 678
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:21
- team: http://www.facebook.com/spr.bikeclub
- Bike: http://spr-bikeclub.blogspot.com
- ติดต่อ:
-
Vincent
- ขาประจำ
- โพสต์: 209
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 01:02
- team: CNX DH
- Bike: M6, remedy8,Super V700, rockhopper, Chimo, miyata
- ตำแหน่ง: เมือง เชียงใหม่
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
ขอตอบใหม่ครับ หลังจากที่ไปหาข้อมูลจาก kona worldAUN_WISH เขียน:แบบนี้เเรกว่าอะไรคับ
ตัวนี้kona จัดให้อยู่ในกลุ่ม Freeride ครับ ช่วงยุบให้มาเจ็ดนิ้ว มากพอที่จะเล่นได้หนักหน่วง ทั้งโดด ทั้งดร๊อป จะดาวฮิลล์ก็ดี
kona จัดกลุ่ม all mountain ให้มีช่วงยุบไม่เกินหกนิ้ว ให้มีความคล่องตัว
ลองเข้าเวป konaworld เค้ามีคำถามให้เลือกสไตล์ขี่เพื่อหารถที่เหมาะกับเรา
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: ฟรีไรด์และดาวฮิลต่างกันยัง ไงอะคับ
วันนี้กลับมาอ่านอีกรอบได้ความรู้ดีครับ
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
