นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
อีกรูปครับ
- ไฟล์แนบ
-
- เรียกน้ำย่อยอีกรูปครับ
- _BFL4694 (Medium) (Small).JPG (37.37 KiB) เข้าดูแล้ว 1040 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- ส.กวง
- ขาประจำ
- โพสต์: 4379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 18:41
- team: ชมรมจักรยาน นนทบุรี
- Bike: SOMA SAGA , Scott Sub 30
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
อย่างนี้ต้องเรียกว่า "ปั่นไป..เล่าไป"
ทริปนี้ยกให้ "เสือโก๋หน้าวัง" บรรเลง...ไม่ผิดหวังครับ...เล่าได้จุใจจริงๆ...โปรดติดตามต่อไป แล้วจะพบว่า
-->> นนทบุรี..มีดีอยู่ใกล้ๆ <<--
ทริปนี้ยกให้ "เสือโก๋หน้าวัง" บรรเลง...ไม่ผิดหวังครับ...เล่าได้จุใจจริงๆ...โปรดติดตามต่อไป แล้วจะพบว่า
-->> นนทบุรี..มีดีอยู่ใกล้ๆ <<--
ปั่นวิถีไทย สำราญใจวิถีนนท์
- nGinB@Y
- ขาประจำ
- โพสต์: 4295
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:31
- Tel: 0863315108
- team: เสือเมืองนนท์
- Bike: อะไรก็ได้ที่มีล้อ
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
สุดยอดเลยครับได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากมายเลยครับต้องคอยติดตามตอนต่อไปอยู่น่ะครับถ้าได้เส้นทางปั่นเข้าสวนจากเฮีย ส.กวงก็จะดีมากเลยครับผมก็ชอบหาเส้นทางปั่นในสวนครับวันหลังจะได้ตามรอยถูกครับ
"คนเรามักจะเห็นคุณค่า ก็ต่อเมื่อได้สูญเสียของสิ่งนั้นไปแล้ว"
http://www.facebook.com/nginboy
" เพราะการเป็นพ่อที่ดีสำคัญกว่าการเป็นนักปั่นที่ดี "
http://www.facebook.com/nginboy
" เพราะการเป็นพ่อที่ดีสำคัญกว่าการเป็นนักปั่นที่ดี "
- ikij
- ขาประจำ
- โพสต์: 436
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:36
- Tel: 0858086889
- Bike: Giant Anthem29er / Voodoo Bizango / bianchi imola
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
คุณบอยไปศึกษาเส้นทางกับเฮียส.กวงไว้นะครับ เอาไว้ผมหายเป็นปกติแล้วจะขอไปร่วมทริปด้วย อยากไปตะลุยสวนเมืองนนท์ และเกาะเกร็ดด้วยครับ ยังไม่เคยไปเลย ( แต่ก่อนอื่น ต้องขอพักรักษาตัวก่อน หมอบอกว่าเดือนกว่า ๆ ถึงจะหายเป็นปกติ ) 
- ไฟล์แนบ
-
- kleinจัดเรียง.JPG (47.74 KiB) เข้าดูแล้ว 800 ครั้ง
โอนเงินได้ที่ สุรกิจ สถาพรประสาธน์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสำเพ็ง2
ออมทรัพย์เลขที่ 405-289434-4
เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 10.00น. - 18.00 น.
ยินดีรับบัตรเครดิต
ฝากติดตามข่าวสารจากหน้าเฟสบุ๊กแฟนเพจ กด Like เพื่อรับข่าวสารจากทางร้านครับ
https://www.facebook.com/pages/Bike-Aho ... 2993891556
ออมทรัพย์เลขที่ 405-289434-4
เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 10.00น. - 18.00 น.
ยินดีรับบัตรเครดิต
ฝากติดตามข่าวสารจากหน้าเฟสบุ๊กแฟนเพจ กด Like เพื่อรับข่าวสารจากทางร้านครับ
https://www.facebook.com/pages/Bike-Aho ... 2993891556
- เสืออิฐ คนหลังอาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 3633
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 12:02
- Tel: ๐8๖-๕8๑-๑2๔2
- team: ฅน...ครยก
- Bike: Blue Treker (Trek๓๙๐๐) ปี ๐๘ , Red Davil (Trek ๒.๑) ปี ๑๒
- ตำแหน่ง: ไม่เป็นหลักแหล่ง: นครนายก, พะเยา, เชียงราย
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
...สวัสดีครับ คุณลุงผู้พันป๊อก พี่เสือโก๋หน้าวัง และสมาชิกทุกท่านครับ...
...เข้ามาชมมนต์เสน่ห์ ของนนทบุรีครับ
...รู้มั๊ย วันที่ 30 พ.ย. 51 มีใครคนหนึ่งรออยู่ นครนายก
...เข้ามาชมมนต์เสน่ห์ ของนนทบุรีครับ
...รู้มั๊ย วันที่ 30 พ.ย. 51 มีใครคนหนึ่งรออยู่ นครนายก
"นักรบ...ย่อมมีบาดแผล"
เสืออิฐ คนหลังอาน
*********************************************************************
>>> สำนักฝึกวิชาห้อง 100 รอบ ยินดีต้อนรับ <<<
เสืออิฐ คนหลังอาน
*********************************************************************
>>> สำนักฝึกวิชาห้อง 100 รอบ ยินดีต้อนรับ <<<
- ส.กวง
- ขาประจำ
- โพสต์: 4379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 18:41
- team: ชมรมจักรยาน นนทบุรี
- Bike: SOMA SAGA , Scott Sub 30
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
ฝากเส้นทางปั่นลุยสวนนนท์ถึงคุณบอยและผู้สนใจครับnGinB@Y เขียน:สุดยอดเลยครับได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากมายเลยครับต้องคอยติดตามตอนต่อไปอยู่น่ะครับถ้าได้เส้นทางปั่นเข้าสวนจากเฮีย ส.กวงก็จะดีมากเลยครับผมก็ชอบหาเส้นทางปั่นในสวนครับวันหลังจะได้ตามรอยถูกครับ
http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8& ... 19727&z=12
หวังว่าคงแกะรอยตามแผนที่ได้นะครับ (เคล็ดลับ : ใช้แผนที่นำทางประกอบกับการสอบถามจากชาวบ้านโดยถามทางไปวัดเป็นหลัก)
ปั่นวิถีไทย สำราญใจวิถีนนท์
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
เนื่องจากนนทบุรี เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ดังนั้นถ้าเพื่อนๆท่านใดต้องการตะลุยสวนเมืองนนท์ สิ่งที่ท่านจะต้องจำไว้ในใจเลยก็คือว่า ให้ทำการสำรวจเส้นทางโดยยึดจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่งครับ เพราะท่านจะพบว่าเส้นทางจากวัดถึงวัดจะผ่านสวนอยู่เสมอ ถ้ามีคนตั้งคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็ต้องขอตอบว่าคนนนท์ในสมัยโบราณนั้นท่านเป็นชาวสวน ในเมื่อเป็นชาวสวนท่านก็มีสวนมากเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องที่ไม่ธรรมดาก็คือว่า คนสวนนนท์ท่านเป็นคนมีจิตใจดี พออีตอนที่ท่านจะสิ้นลม ท่านก็มักจะแบ่งสมบัติคือ “สวน” ของท่าน ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกแบ่งให้ลูกหลานเอาไว้ทำกินต่อไป ส่วนที่สองท่านก็บริจาคให้กับวัด หรือไม่อย่างนั้นท่านก็ชักชวนกันให้สร้างวัดตั้งแต่สมัยท่านยังอยู่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เพื่อเป็นสาธารณกุศล นี่แหละครับคือความดีของบรรพบุรุษที่ท่านได้ทำไว้ และยังคงส่งอานิสงค์มาถึงพวกเราในตอนนี้ การบุกตะลุยสวนนนท์ให้ได้อรรถรสเต็มที่นั้น ขอแนะนำให้ท่านพกประวัติของวัดต่างๆในนนทบุรีไปด้วยครับ หนังสือมีขายที่ร้านโอเดียนสโตร์ ตรงวังบูรพา สยามสแควร์ และแถวปิ่นเกล้าครับ ของอาจารย์ หวน พินธุพันธ์ ครับ ลองไปหาดู
การเริ่มต้นตะลุยสวนนนท์ในช่วงที่ ๒ ของพวกเรานั้น เริ่มต้นจากวัดบางจากครับ บอกบุญนิดหนึ่งว่าวัดบางจากแห่งนี้กำลังก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับหันพระพักต์เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาครับ ที่วัดบางจากนี้มีพระที่ไม่ธรรมดาอยู่ ๑ ท่านครับ คือหลวงปู่เปรื่อง เอ่ยนามท่าน หลายๆคนคงไม่รู้จักครับ แต่ถ้าบอกว่าท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูงหละครับ หลายคนคงถึงบางอ้อ ถือถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ก็ขอบอกว่า นี่คือหนึ่งในเหลนศิษย์ของ หลวงปู่เอี่ยม แห่งวัดสะพานสูงหละครับ คงเป็นที่รู้จักดีขึ้น จริงๆแล้ว เมื่อเอ่ยถึงวัดสะพานสูง คงไม่มีชาวนนทบุรีท่านใดที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ผู้สร้างพระปิดตา และตะกรุดมหาโสฬสมงคล ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งของของพระเครื่องสายเมืองนนท์ สุดแสนจะหายาก และเช่าหากันในราคาเรือนแสนเรือนล้านครับ ว่ากันว่าสมัยก่อนนั้น ท่านออกเดินธุดงค์ครั้งหนึ่ง มักจะกินเวลาราวสองปี ท่านเดินตั้งแต่วัดสะพานสูง ไปยังภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก บุกป่าฝ่าดงเข้าไปทั้งในพม่า ลาว และเขมร ต้องผจญทั้งสัตว์ร้ายและผีป่านานาชนิด แต่ท่านก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นออกมากได้ ทุกครั้งที่ท่านออกเดินธุดงค์ สิ่งที่ท่านจะเก็บติดตัวมาด้วยเสมอ ก็คือ เกสรดอกไม้ และไม้มงคล แล้วท่านก็นำสิ่งเหล่านี้แหละครับมาทำพระปิดตา การทำพระของท่านมิได้ทำเป็นรุ่นละเยอะๆครับ ท่านค่อยๆทำไป จุดประสงค์ก็คือแจกเพื่อสนองคุณความดีของญาติโยมที่ให้ข้าวให้น้ำกับท่าน ดังนั้น พระแท้จึงมักตกอยู่กับชาวปากเกร็ดและคนแถบคลองพระอุดมเป็นส่วนมาก หลวงปู่ท่านมรณะภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ มาถึงตอนนี้ก็ร้อยกว่าปีแล้วครับ อย่างไรก็ตาม วิชาการสร้างพระปิดตาและตระกรุดสายวัดสะพานสูงก็มิได้หายไปไหน ยังมีผู้ที่สืบทอดต่อมาหลังจากหลวงปู่เอี่ยมก็คือ หลวงปู่กลิ่น และหลวงพ่อทองสุขครับ ทั้งสองท่านนั้นก็ดังไม่แพ้อาจารย์เลยครับ มาถึงตอนนี้ถ้าใครอยากมีพระปิดตาและตระกรุดโสฬสมงคลสายวัดสะพานสูง แนะนำให้ท่านไปสองที่ครับ ที่หนึ่งคือวัดสะพานสูง ให้ไปถามหาหลวงปู่องค์หนึ่งท่านอยู่บนกุฏีเก่าๆองค์เดียว ท่านใจดีและมีเมตตามากครับ องค์ที่สองก็อยู่ที่วัดบางจากแห่งนี้ ทั้งสองท่านคือผู้ที่สืบทอดวิชามาจากหลวงพ่อทองสุข สามารถไปขอบูชาพระปิดตาและตระกรุดเอามาติดตัวไว้ตอนปั่นจักรยานในกรุงเทพ หรือเอาไว้ตอนออกซำเหมาเข้าไปกางเต็นท์นอนในป่าก็ดีครับ
จากวัดบางจาก เราวิ่งตามถนน อบต. และลัดเลาะสวนในบางช่วงสลับกันไปเรื่อยๆ จากวัดต่อวัด ไม่ว่าจะเป็น วัดปากคลองพระอุดม วัดใหญ่สว่างอารมณ์ วัดบางบัวทอง วัดแสงสิริธรรม วัดเชิงเลน วัดแดงธรรมชาติ ถ้าจะเล่าประวัติทั้งหมดคงไม่ไหวครับ เพราะเยอะจริงๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากทราบก็ขอให้ไปอ่านในหนังสือที่อาจารย์หวนท่านเรียบเรียงไว้ละกันครับ เส้นทางช่วงนี้สุดท้ายจะไปโผล่ตรงสะพานเล็กๆ และเมื่อข้ามสะพานเล็กๆนี่ ก็จะถึงใต้สะพานพระนั่งเกล้าครับ ท่านจะสังเกตว่าถนนเส้นนี้นอกจากจะกว้างขวางและไม่มีรถราวิ่งขวักไขว่แล้ว ยังมีความร่มรื่นชวนให้ปั่นจักรยานอีกด้วย ทั้งนี้เพราะยังคงสภาพที่เป็นสวนอยู่ แหม ไอ้เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณในความดีของท่านเจ้าของที่ตรงที่จอดรถของร้านอาหารเรือนเพ็ญครับ บ้านของท่านอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาก่อนถึงสะพานเล็กๆที่พวกเราใช้ข้ามนี้ ตรงใกล้ๆร้านเรือนเพ็ญ (ซึ่งร้านนี้ก็เช่าที่ของท่านอยู่ เพื่อทำร้านอาหาร) ขอบคุณอย่างไรหละครับ ก็คือว่าที่ตรงที่เราไปจอดรถกันเวลาจะเข้าไปทานอาหารที่ร้านเรือนเพ็ญรวมทั้งสะพานปูนที่พวกเราปั่นจักรยานข้ามกันนั้นเป็นของท่าน ไม่ว่าจะเป็นทางราชการหรือคนทำบ้านจัดสรรมาขอซื้อท่านเพื่อเปิดถนนให้สามารถเชื่อมต่อจากถถนรัตนาธิเบศน์เข้าไปยังถนนเส้นนั้น ท่านก็ไม่ยอมขาย เพราะเกรงว่าเมื่อเปิดแล้ว สภาพความเป็นสวนก็จะหมดไป รถราจะวิ่งกันอย่างขวักไขว่ หมู่บ้านจัดสรรจะผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด เพราะที่ตรงนั้นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นสวนเก่า ท่านก็เลยทำเป็นจระเข้ขวางคลองไว้ซะอย่างงั้น คือไม่ขายและก็ยังสั่งลูกสั่งหลานไว้ด้วยว่าไม่ให้ขาย เพราะที่ดินของท่านมีเยอะแยะ อยู่ใจกลางสุขุมวิทตรงซอย ๓๙ นั่นก็เกือบ ๓ ไร่ ก็เป็นของท่าน ราคาซื้อขายกือบไร่ละ ๑๐๐ ล้าน ถ้าขายไป ท่าทางชาตินี้ก็ยังใช้เงินไม่หมด นี่แหละครับคนสวนนนท์จริงๆที่อำนาจเงินตราไม่สามารถซื้อได้ มะม่วงยายกล่ำที่บ้านผมที่สนามบินน้ำ ก็เอามาจากท่านเจ้าของสวนนี่แหละครับ ท่านตอนมาจากต้นที่สวน ปีที่แล้วออกลูกใหญ่น่าดูเลยทีเดียว ขนาดราวกำปั้นครับ ถ้าใครไปปั่นจักรยานแถวนั้นตอนเช้าๆอาจเจอลูกหลานของท่าน พากันปั่นจักรยานธรรมดาเป็นกลุ่มสัก ๗-๘ คน ในบริเวณนั้นในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อออกกำลังกายเป็นประจำนะครับ
เราออกจากบล๊อก ปากเกร็ด-ท่าอิฐ นี้แล้ว จะไปตั้งต้นที่วัดไทรม้าใต้ เพื่อบุกตะลุยสวนนนท์ช่วงต่อไปตรงฝั่งด้านไทรม้าครับ ที่วัดไทรม้าใต้นั้นจะมีถนนเล็กๆอยู่ข้างวัดเพื่อเลาะเข้าสวน เราจะใช้เส้นทางนี้เพื่อตะลุยสวนนนท์ในช่วงที่ ๓ ครับ……………..
การเริ่มต้นตะลุยสวนนนท์ในช่วงที่ ๒ ของพวกเรานั้น เริ่มต้นจากวัดบางจากครับ บอกบุญนิดหนึ่งว่าวัดบางจากแห่งนี้กำลังก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับหันพระพักต์เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาครับ ที่วัดบางจากนี้มีพระที่ไม่ธรรมดาอยู่ ๑ ท่านครับ คือหลวงปู่เปรื่อง เอ่ยนามท่าน หลายๆคนคงไม่รู้จักครับ แต่ถ้าบอกว่าท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูงหละครับ หลายคนคงถึงบางอ้อ ถือถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ก็ขอบอกว่า นี่คือหนึ่งในเหลนศิษย์ของ หลวงปู่เอี่ยม แห่งวัดสะพานสูงหละครับ คงเป็นที่รู้จักดีขึ้น จริงๆแล้ว เมื่อเอ่ยถึงวัดสะพานสูง คงไม่มีชาวนนทบุรีท่านใดที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ผู้สร้างพระปิดตา และตะกรุดมหาโสฬสมงคล ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งของของพระเครื่องสายเมืองนนท์ สุดแสนจะหายาก และเช่าหากันในราคาเรือนแสนเรือนล้านครับ ว่ากันว่าสมัยก่อนนั้น ท่านออกเดินธุดงค์ครั้งหนึ่ง มักจะกินเวลาราวสองปี ท่านเดินตั้งแต่วัดสะพานสูง ไปยังภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก บุกป่าฝ่าดงเข้าไปทั้งในพม่า ลาว และเขมร ต้องผจญทั้งสัตว์ร้ายและผีป่านานาชนิด แต่ท่านก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นออกมากได้ ทุกครั้งที่ท่านออกเดินธุดงค์ สิ่งที่ท่านจะเก็บติดตัวมาด้วยเสมอ ก็คือ เกสรดอกไม้ และไม้มงคล แล้วท่านก็นำสิ่งเหล่านี้แหละครับมาทำพระปิดตา การทำพระของท่านมิได้ทำเป็นรุ่นละเยอะๆครับ ท่านค่อยๆทำไป จุดประสงค์ก็คือแจกเพื่อสนองคุณความดีของญาติโยมที่ให้ข้าวให้น้ำกับท่าน ดังนั้น พระแท้จึงมักตกอยู่กับชาวปากเกร็ดและคนแถบคลองพระอุดมเป็นส่วนมาก หลวงปู่ท่านมรณะภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ มาถึงตอนนี้ก็ร้อยกว่าปีแล้วครับ อย่างไรก็ตาม วิชาการสร้างพระปิดตาและตระกรุดสายวัดสะพานสูงก็มิได้หายไปไหน ยังมีผู้ที่สืบทอดต่อมาหลังจากหลวงปู่เอี่ยมก็คือ หลวงปู่กลิ่น และหลวงพ่อทองสุขครับ ทั้งสองท่านนั้นก็ดังไม่แพ้อาจารย์เลยครับ มาถึงตอนนี้ถ้าใครอยากมีพระปิดตาและตระกรุดโสฬสมงคลสายวัดสะพานสูง แนะนำให้ท่านไปสองที่ครับ ที่หนึ่งคือวัดสะพานสูง ให้ไปถามหาหลวงปู่องค์หนึ่งท่านอยู่บนกุฏีเก่าๆองค์เดียว ท่านใจดีและมีเมตตามากครับ องค์ที่สองก็อยู่ที่วัดบางจากแห่งนี้ ทั้งสองท่านคือผู้ที่สืบทอดวิชามาจากหลวงพ่อทองสุข สามารถไปขอบูชาพระปิดตาและตระกรุดเอามาติดตัวไว้ตอนปั่นจักรยานในกรุงเทพ หรือเอาไว้ตอนออกซำเหมาเข้าไปกางเต็นท์นอนในป่าก็ดีครับ
จากวัดบางจาก เราวิ่งตามถนน อบต. และลัดเลาะสวนในบางช่วงสลับกันไปเรื่อยๆ จากวัดต่อวัด ไม่ว่าจะเป็น วัดปากคลองพระอุดม วัดใหญ่สว่างอารมณ์ วัดบางบัวทอง วัดแสงสิริธรรม วัดเชิงเลน วัดแดงธรรมชาติ ถ้าจะเล่าประวัติทั้งหมดคงไม่ไหวครับ เพราะเยอะจริงๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากทราบก็ขอให้ไปอ่านในหนังสือที่อาจารย์หวนท่านเรียบเรียงไว้ละกันครับ เส้นทางช่วงนี้สุดท้ายจะไปโผล่ตรงสะพานเล็กๆ และเมื่อข้ามสะพานเล็กๆนี่ ก็จะถึงใต้สะพานพระนั่งเกล้าครับ ท่านจะสังเกตว่าถนนเส้นนี้นอกจากจะกว้างขวางและไม่มีรถราวิ่งขวักไขว่แล้ว ยังมีความร่มรื่นชวนให้ปั่นจักรยานอีกด้วย ทั้งนี้เพราะยังคงสภาพที่เป็นสวนอยู่ แหม ไอ้เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณในความดีของท่านเจ้าของที่ตรงที่จอดรถของร้านอาหารเรือนเพ็ญครับ บ้านของท่านอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาก่อนถึงสะพานเล็กๆที่พวกเราใช้ข้ามนี้ ตรงใกล้ๆร้านเรือนเพ็ญ (ซึ่งร้านนี้ก็เช่าที่ของท่านอยู่ เพื่อทำร้านอาหาร) ขอบคุณอย่างไรหละครับ ก็คือว่าที่ตรงที่เราไปจอดรถกันเวลาจะเข้าไปทานอาหารที่ร้านเรือนเพ็ญรวมทั้งสะพานปูนที่พวกเราปั่นจักรยานข้ามกันนั้นเป็นของท่าน ไม่ว่าจะเป็นทางราชการหรือคนทำบ้านจัดสรรมาขอซื้อท่านเพื่อเปิดถนนให้สามารถเชื่อมต่อจากถถนรัตนาธิเบศน์เข้าไปยังถนนเส้นนั้น ท่านก็ไม่ยอมขาย เพราะเกรงว่าเมื่อเปิดแล้ว สภาพความเป็นสวนก็จะหมดไป รถราจะวิ่งกันอย่างขวักไขว่ หมู่บ้านจัดสรรจะผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด เพราะที่ตรงนั้นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นสวนเก่า ท่านก็เลยทำเป็นจระเข้ขวางคลองไว้ซะอย่างงั้น คือไม่ขายและก็ยังสั่งลูกสั่งหลานไว้ด้วยว่าไม่ให้ขาย เพราะที่ดินของท่านมีเยอะแยะ อยู่ใจกลางสุขุมวิทตรงซอย ๓๙ นั่นก็เกือบ ๓ ไร่ ก็เป็นของท่าน ราคาซื้อขายกือบไร่ละ ๑๐๐ ล้าน ถ้าขายไป ท่าทางชาตินี้ก็ยังใช้เงินไม่หมด นี่แหละครับคนสวนนนท์จริงๆที่อำนาจเงินตราไม่สามารถซื้อได้ มะม่วงยายกล่ำที่บ้านผมที่สนามบินน้ำ ก็เอามาจากท่านเจ้าของสวนนี่แหละครับ ท่านตอนมาจากต้นที่สวน ปีที่แล้วออกลูกใหญ่น่าดูเลยทีเดียว ขนาดราวกำปั้นครับ ถ้าใครไปปั่นจักรยานแถวนั้นตอนเช้าๆอาจเจอลูกหลานของท่าน พากันปั่นจักรยานธรรมดาเป็นกลุ่มสัก ๗-๘ คน ในบริเวณนั้นในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อออกกำลังกายเป็นประจำนะครับ
เราออกจากบล๊อก ปากเกร็ด-ท่าอิฐ นี้แล้ว จะไปตั้งต้นที่วัดไทรม้าใต้ เพื่อบุกตะลุยสวนนนท์ช่วงต่อไปตรงฝั่งด้านไทรม้าครับ ที่วัดไทรม้าใต้นั้นจะมีถนนเล็กๆอยู่ข้างวัดเพื่อเลาะเข้าสวน เราจะใช้เส้นทางนี้เพื่อตะลุยสวนนนท์ในช่วงที่ ๓ ครับ……………..
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
- น้านนท์
- ขาประจำ
- โพสต์: 772
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 22:03
- team: ยังไม่กล้าเข้ากลุ่ม กลัวปั่นไม่ทันครับ "เกรงว่าจะไปเป็นภาระ"
- Bike: WHEELLER PRO320 "ม่วง+ดำ" 18/12/2555 >>> ขี่วันแรก 19/12/2555
- ตำแหน่ง: ถนน345 จ.ปทุมธานี
Re: นนทบุรีถิ่นนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ 30 พ.ย.51
ส.กวง เขียน:ฝากเส้นทางปั่นลุยสวนนนท์ถึงคุณบอยและผู้สนใจครับnGinB@Y เขียน:สุดยอดเลยครับได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากมายเลยครับต้องคอยติดตามตอนต่อไปอยู่น่ะครับถ้าได้เส้นทางปั่นเข้าสวนจากเฮีย ส.กวงก็จะดีมากเลยครับผมก็ชอบหาเส้นทางปั่นในสวนครับวันหลังจะได้ตามรอยถูกครับ
http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8& ... 19727&z=12
หวังว่าคงแกะรอยตามแผนที่ได้นะครับ (เคล็ดลับ : ใช้แผนที่นำทางประกอบกับการสอบถามจากชาวบ้านโดยถามทางไปวัดเป็นหลัก)