ถ้าเอารุ่นสูงมาแล้วเกิดไม่ชอบนัก ขี่ๆเบื่อๆนานๆที ก็เสียดายเงินอีก มองทีไรก็เสียดายทุกที
...ดังนั้น คำตอบนี้อยู่ที่ท่านครับว่าท่านถามใจตัวเองได้คำตอบเช่นไร
แต่ผมจะแนะนำต่ออีกว่า ให้มองหลายๆยี่ห้อครับ อย่าเริ่มต้นด้วยการปักอยู่กับยี่ห้อเดียว แล้วจะยิ่งสับสนมากขึ้นครับ
Trek 1.2 เป็นรถระดับ entry level หรือสำหรับมือใหม่อยากลอง ความทนและคุณภาพตามราคาครับ ราคาถูกกว่ารถระดับ entry ของค่ายอื่นๆ แต่จะราคาเดียว(หรือใกล้เคียง)กับรถ entry หลายๆตัวเช่น Jamis, Giant, Polygon, Merrida ซึ่งบางตัวที่กล่าวมาถูกกว่า Trek 1.2 ครับ ดังนั้นหากแค่"อยากลอง" ยังมีตัวเลือกให้ลังเลอีกหลายยี่ห้อครับ
ส่วน Trek Madone 4.5 เป็นรถระดับกลางๆครับ จัดว่าเป็นช่วงรถที่นำมาขี่ได้หลากหลายอารมณ์ ขี่สนุกก็ได้ ขี่เรื่อยๆกีดี รองรับการอัพได้ แรงดีๆก็แข่งได้ดีเลย รถระดับนี้หากเป็นเฟรมอลูมินั่ม ก็จะได้จี๊ดจ๊าดจัดจ้านขี่สนุกกว่าหน่อย ถ้าเป็นคาร์บอนก็จะได้สบายๆนุ่มๆ เสียอารมณ์กับความย้วยไปบ้าง ซึ่งอันนี้อยู่ที่ใจเราเลย และไอ้เรื่องย้วยไม่ย้วย ผมบอกได้เลยว่าแต่ละคนต่างใจครับ คนเคยขี่เฟรมท็อปๆคาร์บอนแข็งๆมาขี่รถระดับกลางก็จะบอกมันย้วยกว่า คนที่ไม่เคยหรือเคยลองรถระดับล่างกว่ามาขี่ก็จะบอกว่ามันก็ดีแล้ว รถระดับนี้มีให้เลือกแทบทุกค่ายเลยครับยกตัวอย่างคู่แข่งคร่าวๆนะครับเช่น Bianchi 1885, Bianchi 928 Carbon Mono-Q, Specialized Tarmac Expert, Specialized Allez E5, Giant, Wilier Le Roi เรียกว่ามีเกือบทุกยี่ห้อล่ะครับ แต่ละยี่ห้อนอกจากหน้าตาที่แตกต่างกันตามรสนิยมชมชอบ ก็แตกต่างกันด้วยคุณลักษณะและอารมณ์พื้นฐานประจำตัวของแต่ละค่ายอีก หรือไม่ก็แตกต่างกันที่ตัวแทนนำเข้า แตกต่างกันที่กิจกรรมหลังการขาย แตกต่างกันที่ราคาขายต่อ ...... อย่าง Bianchi เน้นกิจกรรมหลังการขายอบอุ่นขายต่อราคาไม่ตก Specialized ขายต่อมือสองราคาลงกว่าหน่อยแต่ขายง่ายขายคล่องคนรอจับจองเยอะ เป็นต้น