
รูปนี้ผมถ่ายแถวปากทางวัด ตอนนี้นึกไม่ออกครับชื่อวัดอะไร ตอนถ่ายก็นึกเหมือนกันว่าคงจะลืมชื่อวัดแน่ ก็เลยถ่ายหลักทางหลวงเป็นตัวมาร์คกำหนดค่าเริ่มต้นจุดเดินทางที่นับจริง
ที่ไม่นับยังมีเรื่องที่ต้องเล่า สองวันก่อนที่จะถ่ายรูปถึงช็อตนี้ผมไปรับอาจารย์ชอบที่นัดแนะไว้ที่หัวลำโพง
อาจารย์ชอบนั่งรถไฟมาหาผมถึงกรุงเทพนอนค้างบ้าน(ในห้อง)ผม เพราะนัดจะไปนั่งเครื่องบินไปฮานอย พร้อมคุณพัลลภที่สนุกด้วยตามมานอนเป็นเพื่อนกัน และเฮียเซ้งที่ไปรับแบบเหมารถกะบะ...ลงทุนกันไปสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินออกหกโมงครึ่งตอนหัวเช้า
บอกตรงๆก่อนไปไม่ส่งข่าวแอบไม่ให้"ไม้ค้ำตะวัน"ท่านอื่นรู้ ด้วยงวดนี้กะไปโก้นั่งเรือบิน จึงกะหนีเที่ยวลำพังแค่สี่คน
ตื่นตีสี่...ถึงสนามบินตีห้า ไปหน้าแห้งขึ้นเครื่องบินไม่ได้เขาไม่ห้ามแต่แนะนำไม่ให้ไปเพราะพาสปอร์ตหมดอายุ
มึนอยู่นานซมนั่งที่สนามแล้วนึกออกไปทำพาสปอร์ตกันดีกว่า คนที่เสียท่าผมต้นเหตุกะอาจารย์ชอบพาสปอร์ตขาดทั้งสองคน อายุขาดนับไม่เกินหกเดือนเขาให้ทิ้ง...ใช้ไม่ได้
ปลงใจจะปั่นไปให้ถึง คราวนี้ถึงคิดพึ่งเสือท่านอื่นแบบรู้ว่าต้องเจอความลำบาก เรื่องอะไรไปลำบากแต่ส่วนตัว
ก็โทรด่วนตามกลุ่ม"ไม้ค้ำตะวัน" ไปปั่นเป็นเพื่อนกันแถมอาหมงเพื่อนนักปั่นกลุ่มTCC ก็โดนตามไปด้วยกัน ฟังว่ากลับมาบ่นได้ลำบากกันสมใจ
ครับวันนั้นวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ อุตส่าห์ตื่นตี่สี่ ไปสนามบิน แล้วไปทำพาสปอร์ตแล้วกลับบ้านไปเอาแผนที่เพิ่มเติม
รีบออกจากบ้านแบบไม่ให้เมียรู้ว่าตกเครื่องบิน ปั่นออกจากบ้านอีกทีก็เกือบจะสี่โมงเย็น ทิศทางปั่นเอาแผนที่ทางหลวงกางขีดเส้นหาเส้นตรงไปบ้านพี่เดชจุดนัดรวมกลุ่ม"ไม้ค้ำตะวัน" ที่หนองม่วง ลพบุรี
วิธีออกจากกรุงเทพ ผมไปทางเดิมที่เคยได้รับความกรุณาจากพี่ฯเษมฯปั่นพาไปส่งออกจากกรุงเทพ ใช้เส้นทางนอกเมืองแถวด้านตะวันออก ออกลพบุรีได้ง่าย
เริ่มปั่นสี่โมงเย็น ซักหกโมงเริ่มมืดก็แวะนอนที่วัดใหญ๋ที่ถ่ายรูปเก็บไว้ในตอนเช้า
ผมเป็นคนโชคดี ออกจากบ้านได้โรคนอนไม่หลับก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตื่นขึ้นมาคุณพัลลภกะอาจารย์ชอบบ่นอุบยุงมันชุมเหลือเกิน
ส่วนผมนอนไม่รู้เรื่อง


