ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
ผู้ดูแล: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
กฏการใช้บอร์ด
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
- เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- ขาประจำ
- โพสต์: 8726
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:08
- Tel: 0814881440
- team: จักรยานทางไกลเอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: Diamond Back,JT Park,Nishiki,Shogun Cromo,Ritchey P23
ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
ขี่จักรยานบางคนถามว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย เหนื่อยก็เหนื่อย แดดก็ร้อน จักรยานก็แพง ชุดก็แพง
เสียเวลา เอาเวลาไปทำงานดีกว่า ทำงานเหนี่อยก็ได้ออกกำลังเหมือนกัน บางคนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี
ชวนให้ขี่จักรยาน กลับบบอกว่าไม่มีเวลาอ้างสารพัดเหตุผลที่จะไม่ทำ ทั้งที่ทุกอย่างที่ว่ามาทำเพื่อตัวเอง
เวลาไปหาหมอ หมอนัด 9 โมงเช้าไปตั้งแต่ 7โมง ตรวจเสร้จกว่าจะได้กลับบ้านก็หมดไปเกือบวัน
แบบนี้มีเวลาครับ คนอะไรไม่รักตัวเอง คอยจะพึ่งแต่คนอื่น เราต้องพึ่งตัวเองก่อน ช่วยเหลีอตัวเอง
ก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยพึ่งหมอ พึ่งโรงพยาบาล แต่ต้องสำนึกว่าต้องพึ่งพาตนเองก่อนครับ
ลองมาดูขี่จักรยานแค่1 ชม เราได้อะไรบ้าง มาดูครับ ว่าคุ้มไหมกับการเสียเวลา1ชม
ถ้าไม่คุ้มจะได้ตัดใจไม่ขี่เสียเลยครับ เริ่มต้นพิจารณาเลยครับ
-เมื่อนั่งอยู๋บนอาน กล้ามเนื้อขาทุกส่วนได้ออกกำลัง และได้สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ
แขนจับที่แฮนด์กล้ามเนื้อแขนและไหล่ รวมทั้งกล้ามเนื้อที่ยึดสันหลังได้ทำงานเคลื่อนไหวตลอดเวลาครับ
คอและตาได้เคลื่อนไหวร่วมกันได้บริหารทั้งสองส่วน ระบบการทรงตัวต้องทำงานตลอดเวลาจึงได้
บริหารระบบการทรงตัวไปโดยอัตโนมัตครับ ถ้าระบบการทรงตัวไม่ดีขี่จักรยานไม่ได้ครับ เท่ากับ
เราได้ตรวจสอบระบบการทรงตัวของเราครับ
- ปอดทำงานมาก ปอดก็แข็งแรง เมื่อหายใจมาก การแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับเลือดมากขึ้น
ทำให้ร่างกายไม่เป็นกรด เพราะเมื่อเลือดเป็นกรดเราจะป่วยครับ
-หัวใจทำงานมากขึ้น เท่ากับเราได้บริหารหัวใจให้แข็งแรงครับ แล้วยังได้สูบฉีดเลือดอย่างรวดเร็ว
ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงครับ
-การสูญเสียพลังงาน ในรูปของไกลโครเจน ทำให้เราได้เผาผลาญไขมันครับ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำ
ให้ไขมันในหลอดเลือดลดน้อยลงครับ และยังสูญเสียคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาล ก็เลย
ทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดน้อยลงครับ ถ้าท่านป่วยเป็นเบาหวานการกินยาก็ลดน้อยลง
หรือบางท่านแทบไม่ต้องกินยาเลยครับ
-เมื่อเราสูญเสียพลังงาน ร่างกายก็ต้องผลิตขึ้นมาทดแทน โดยผ่านการดูดซึมจากกระเพาะอาหาร
และลำใส้เล็ก เพราะฉะนั้นกระเพาะอาหาร และลำไส้ก็แข็งแรงขึ้นครับ
-เมื่อขี่จักรยานแล้วเกิดการระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อ ทำให้ได้ขับของเสียผ่านรูขุมขน
ทำให้ภายในร่างกายเราสะอาตขึ้นครับ
-การขี่จักรยานทำให้ข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็นได้เคลื่อนไหวครับ
-การขี่จักรยานต้องนั่งอยู่บนอานทำให้ กระดูก ข้อเท้า ข้อเข่า ไม่ต้องรับน้ำหนักตัวเองครับ
-ขี่จักรยาน ไม่เกินโซน2 ก็คีอประมาณวิ่งมาราธอน เกิน 50 นาที ทำให้เกิดการหลั่งของ แอนโดฟิน
ชึ่งช่วยซ่อมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้สดชื่นครับ
-ได้รับแสงแดดในตอนเช้า และ ได้บริหารระบบหายใจ ทำให้นักขี่จักรยานไม่เป็นหวัด
หรือถ้าเป็นหวัดก็หายเลยครับ ภูมิแพ้ก็หายเช่นเดียวกันครับ
-ขี่จักรยานทำให้สมาธิดีครับ
-ขี่จักรยานทำให้รู้สึกคำว่า พอเพียง เพราะขณะปั่นจักรยานเราต้องบริหารแรงที่มีอยู่
พอรู้สึกหิว ก็มองหาของกิน ปั่นไป่เรื่อยๆ ไม่เจอร้านของกินสักที หิวก็หิว
ปั่นต่อไปอีก ก็ยิ่งหิว แรงก็หมด สิ่งที่อยากได้เวลานั้นมีอย่างเดียว คีออาหารครับ
ความพอเพียงเกิดเลยครับ เพราะคนเราที่จริงมันก็แค่นี้จริงๆครับ
ยังมีต่ออีกเยอะครับ
แต่ต้องขี่ภายใต้กฎเกณฑ์ นี้เท่านั้นครับ
ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ
-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ
การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ
คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือคุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ
หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากทีมจักรยานทางไกล เอ็ม . เจ ไบค์ นครปฐม
เมี่อรู้ว่ามีข้อดี ขนาดนี้แล้วทำไม ไม่ทำครับ
-บางท่านบอกว่าไม่มีเวลา คุณคิดนะครับสัปดาห์หนึ่งมี 168 ชม คุณขี่จักรยาน สัปดาห์ละ 3วันๆละ
ประมาณ 1ชม แต่งตัวอีก 20 นาที รวม3วันก็ เท่ากับ4 ชมคุณเหลือเวลาทำงาน ประกอบภาระกิจอีก 164 ชม
ที่บอกว่าไม่มีเวลา นั่นก็คือ ขี้เกียจออกกำลังกาย เอาเวลาไปนอนตากแอร์เสียมากกว่าครับ
-บางท่านบอกว่า ชุดแพง จักรยานก็แพง ที่จริงไม่แพงครับ ถ้าเรารู้จักซื้อ รู้จักใช้ เช่น จักรยานก็เอา
ราคาสักไม่เกินหมื่นบาทใช้ได้สัก 10 ปี ตกปีละ พันบาท ถูกกว่าค่ายาของบางท่านแค่ 1เดือนครับ
หมวกก็ 7-8 ร้อยบาทของผมใช้มาอายุเท่ากับท่านที่ออกกำลังกายสัก10ปีครับ ก็ยังใช้งานได้ดีอยู๋
กางเกงก็ 500บาท เสื้อจักรยานแบบตัวที่ผมใส่ตามรูปที่ขี่ทริปจักรยานทางไกล ผมซื้อมาตัวละ290 บาท
ใช้งานแบบโชกโชน ยังไม่ขาดครับ
- บางท่าน บอกว่าตอนนี้ยังเดินได้ ยังสุขภาพดีอยู่ พูดง่ายๆ ใว้รอเดินไม่ได้ค่อยขึ่ ถ้าคิดเช่นนั้น ขี่ไม่ได้
แล้วครับเพราะอะไรๆ ของร่างกายมันเสื่อมหมดแล้วครับ
-บางท่าน บอกว่า กลัวรถยนต์ชน ไม่ต้องกลัวครับ แต่งตัวให้รัดกุม ใส่หมวกให้พร้อม คนขับรถยนต์เขาเห็น
เราออกกำลังกาย เขาจะระวังเราครับ
ที่จริงการออกกำลังกายมีหลายอย่างครับ แต่หลังจากอายุ 30 ปี ขึ้นไป ดีที่สุดมีสองอย่าง คือ ว่ายน้ำ กับ ขี่จักรยาน
แต่ว่ายน้ำ ยังมีข้อเสีย คือ ต้องรอสระว่ายน้ำ จักรยานไม่ต้องรอ ถ้าพร้อม คนเดียวก็ขี่ได้ ว่ายน้ำเสียค่าใช้จ่าย
ทุกครั้งที่ว่าย จักรยานไม่เสียเงินครับ เป็นหวัด เป็นไข้ ว่ายน้ำไม่ได้ครับ ยิ่งว่าย ยิ่งป่วย ถึงจะสุขภาพดี
ก็ว่ายน้ำไม่ได้นานครับ ยิ่งบางคนสุขภาพไม่พร้อม ว่ายน้ำไม่ได้ เพราะ การว่ายน้ำเราต้องสูญเสียพลังงานไปกับ
การรักษาอุณภูมิของร่างกายเอาใว้ที่ 37 องศา ยิ่งน้ำเย็นยิ่งสูญเสียพลังงานในการที่ร่างกายต้องรักษาใว้ที่ 37 องศา
มาก ตะคริวในน้ำก็เกิดจากการรักษาอุณภูมิของร่างกายใว้ที่ 37 องศาครับแต่ร่างกายสูญเสียพลังงานไปเกินกว่าที่
ร่างกายจะสร้างได้ ตะคริวจึงเกิดครับ แต่ที่พูดมาทั้งหมด ขี่จักรยานทำได้หมดครับ เป็นหวัด เป็นไข้ หายเลยครับ
ร่างกายไม่สมบูรณ์ก็ยังขี่ได้ แล้วให้ประโยชน์ครับ ว่ายน้ำนั้นเหมาะกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่ต้องการออกกำลัง
กายครับ แล้วเงินก็ต้องพร้อมจ่าย เริ่มตั้งแต่ขับรถไปสระว่ายน้ำไปจนถึงลงสระว่ายน้ำครับ
การขี่จักรยานไม่ใช่ทำเลียนแบบนักแข่งทีมชาติหรือพวกแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์ ครับ เพราะไม่มืเหตุผล
อะไรที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะพถติกรรมต่างๆก็ไม่เหมือนกัน ผมถามจริงๆครับ ว่า มีอะไรบ้างที่ทำแล้วเป็น
ประโยชน์แก่เรา ขี่แบบนั้นทำแบบนั้นแล้วเราจะได้เป็นแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์หรีอครับ รวมทั้งพวกที่
ชอบแข่งในสนามและนอกสนาม ต้วยครับ มันภูมิใจนักหรือที่เราได้ชนะคนอื่นๆแค่ไม่กี่คนแค่คิดก็แพ้แล้วครับ
เราทำได้ก็แค่เลียนแบบครับ แต่ความเสียหายที่เกิดกับเรา ลองคิดดูนะ นักจักรยานที่ชอบแข่งขันทั้งหลาย
คุณรู้ไหมขี่อัดๆ 40-50 นะกดบันไดที ท่องไว้เลยครับ แลคติค แอนดีนาลีน ครับ นี่ยังไม่รวม หัวใจโต
และความไม่สมดุล ของการใช้พลังงานก็คือ ไขมัน กับ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งก่อให้เกิดโรคครับ ยิ่งทำทุกวัน
ยิ่งเปรียบเสมือน การพยายามฆ่าตัวตายครับ ไม่เห็นมันจะน่าสนใจอะไรเลยครับกับการขี่แบบนั้น
ถ้าเป็นเครื่องยนต์มันพังก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่นี่ตัวเรานะ พังแล้วจะโยนทิ้งก็ไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มีครับ
เราต้องพยายามรักษาเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ทนทานและอยู่ได้นานที่สุดครับ อย่าทำกันเลยครับผมไม่เห็นจะมีความสุขตรง
ไหน เพราะความสุขที่เราทำสนองใจเรา แต่มันไปทำร้ายร่างกายเราอย่างมหันต์ครับ ตอนขี่นะเหนื่อยก็เหนื่อยแสนจะทรมานถ้าเป็นทำงาน
นะเราหยุดแล้ว แต่นียังทนขี่กันอยู่ได้ คนอะไรไม่รู้หาวิธีทรมานร่างกายได้ดีเหลือเกินครับ
มีสิ่งดีๆที่เราต้องทำกับจักรยานอีกเยอะครับ อย่างเช่น วิธีที่ผมแนะนำ ขี่ก็สนุก มีความสุขกับมัน ร่างกายก็แข็งแรง สมาธิก็ดี
ได้ฝึกจิตใจที่จะไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ได้รับแอนโดฟินทุกวันเพราะหลังการขี่แล้วเราจะรู้สึกสดชื่น เท่ากับเราทำให้ร่างกายแข็งแรงครับ
เพราะเราขี่ในขอบเขตของแอโรบิคร่างกายก้ไม่ขาดออกซิเจน เลือดก็ไม่เป็นกรด ยิ่งขี่ยิ่งแข็งแรง เมื่อขี่ต่อไปเรื่อยๆการขยายขอบเขตทางแอโรบิค
ก็จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆครับ ถ้าเรานำทักษะนี้ไปใช้ขี่จักรยานทางไกลแบบความเป็นเลิศเราจะขี่ได้อย่างแข็งแกร่งครับ ไม่ภูมิใจหรือครับ
ถ้าเราขี่จักรยานทางไกล200กม/วัน แต่นักแข่งที่ชอบขี่40-50 เมื่อไปกับเรา ไม่สามารถขี่ได้ดีเท่าเรา หรืออาจทำไม่ได้เลย เพราะร่างกาย
เขาได้เสียหายไปแล้วจากการที่เขาทำร้ายร่างกายตัวเองทุกวันครับ
สำหรับผมภูมิใจครับที่ผมจะก้าวไปสูนักจักรยานทางไกลที่มีความสามารถในการพัฒนาการขี่จักรยานทางไกลได้มากที่สุดคนหนึ่ง
นักจักรยานหลายทีม ที่ได้สัมผัสกับผมในการขี่จักรยานทางไกล ยอมรับในวิธีการขี่จักรยานทางไกลแบบที่ผมพัฒนาขึ้นมาครับ
เสียเวลา เอาเวลาไปทำงานดีกว่า ทำงานเหนี่อยก็ได้ออกกำลังเหมือนกัน บางคนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี
ชวนให้ขี่จักรยาน กลับบบอกว่าไม่มีเวลาอ้างสารพัดเหตุผลที่จะไม่ทำ ทั้งที่ทุกอย่างที่ว่ามาทำเพื่อตัวเอง
เวลาไปหาหมอ หมอนัด 9 โมงเช้าไปตั้งแต่ 7โมง ตรวจเสร้จกว่าจะได้กลับบ้านก็หมดไปเกือบวัน
แบบนี้มีเวลาครับ คนอะไรไม่รักตัวเอง คอยจะพึ่งแต่คนอื่น เราต้องพึ่งตัวเองก่อน ช่วยเหลีอตัวเอง
ก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยพึ่งหมอ พึ่งโรงพยาบาล แต่ต้องสำนึกว่าต้องพึ่งพาตนเองก่อนครับ
ลองมาดูขี่จักรยานแค่1 ชม เราได้อะไรบ้าง มาดูครับ ว่าคุ้มไหมกับการเสียเวลา1ชม
ถ้าไม่คุ้มจะได้ตัดใจไม่ขี่เสียเลยครับ เริ่มต้นพิจารณาเลยครับ
-เมื่อนั่งอยู๋บนอาน กล้ามเนื้อขาทุกส่วนได้ออกกำลัง และได้สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ
แขนจับที่แฮนด์กล้ามเนื้อแขนและไหล่ รวมทั้งกล้ามเนื้อที่ยึดสันหลังได้ทำงานเคลื่อนไหวตลอดเวลาครับ
คอและตาได้เคลื่อนไหวร่วมกันได้บริหารทั้งสองส่วน ระบบการทรงตัวต้องทำงานตลอดเวลาจึงได้
บริหารระบบการทรงตัวไปโดยอัตโนมัตครับ ถ้าระบบการทรงตัวไม่ดีขี่จักรยานไม่ได้ครับ เท่ากับ
เราได้ตรวจสอบระบบการทรงตัวของเราครับ
- ปอดทำงานมาก ปอดก็แข็งแรง เมื่อหายใจมาก การแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับเลือดมากขึ้น
ทำให้ร่างกายไม่เป็นกรด เพราะเมื่อเลือดเป็นกรดเราจะป่วยครับ
-หัวใจทำงานมากขึ้น เท่ากับเราได้บริหารหัวใจให้แข็งแรงครับ แล้วยังได้สูบฉีดเลือดอย่างรวดเร็ว
ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงครับ
-การสูญเสียพลังงาน ในรูปของไกลโครเจน ทำให้เราได้เผาผลาญไขมันครับ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำ
ให้ไขมันในหลอดเลือดลดน้อยลงครับ และยังสูญเสียคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาล ก็เลย
ทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดน้อยลงครับ ถ้าท่านป่วยเป็นเบาหวานการกินยาก็ลดน้อยลง
หรือบางท่านแทบไม่ต้องกินยาเลยครับ
-เมื่อเราสูญเสียพลังงาน ร่างกายก็ต้องผลิตขึ้นมาทดแทน โดยผ่านการดูดซึมจากกระเพาะอาหาร
และลำใส้เล็ก เพราะฉะนั้นกระเพาะอาหาร และลำไส้ก็แข็งแรงขึ้นครับ
-เมื่อขี่จักรยานแล้วเกิดการระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อ ทำให้ได้ขับของเสียผ่านรูขุมขน
ทำให้ภายในร่างกายเราสะอาตขึ้นครับ
-การขี่จักรยานทำให้ข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็นได้เคลื่อนไหวครับ
-การขี่จักรยานต้องนั่งอยู่บนอานทำให้ กระดูก ข้อเท้า ข้อเข่า ไม่ต้องรับน้ำหนักตัวเองครับ
-ขี่จักรยาน ไม่เกินโซน2 ก็คีอประมาณวิ่งมาราธอน เกิน 50 นาที ทำให้เกิดการหลั่งของ แอนโดฟิน
ชึ่งช่วยซ่อมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้สดชื่นครับ
-ได้รับแสงแดดในตอนเช้า และ ได้บริหารระบบหายใจ ทำให้นักขี่จักรยานไม่เป็นหวัด
หรือถ้าเป็นหวัดก็หายเลยครับ ภูมิแพ้ก็หายเช่นเดียวกันครับ
-ขี่จักรยานทำให้สมาธิดีครับ
-ขี่จักรยานทำให้รู้สึกคำว่า พอเพียง เพราะขณะปั่นจักรยานเราต้องบริหารแรงที่มีอยู่
พอรู้สึกหิว ก็มองหาของกิน ปั่นไป่เรื่อยๆ ไม่เจอร้านของกินสักที หิวก็หิว
ปั่นต่อไปอีก ก็ยิ่งหิว แรงก็หมด สิ่งที่อยากได้เวลานั้นมีอย่างเดียว คีออาหารครับ
ความพอเพียงเกิดเลยครับ เพราะคนเราที่จริงมันก็แค่นี้จริงๆครับ
ยังมีต่ออีกเยอะครับ
แต่ต้องขี่ภายใต้กฎเกณฑ์ นี้เท่านั้นครับ
ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ
-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ
การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ
คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือคุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ
หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากทีมจักรยานทางไกล เอ็ม . เจ ไบค์ นครปฐม
เมี่อรู้ว่ามีข้อดี ขนาดนี้แล้วทำไม ไม่ทำครับ
-บางท่านบอกว่าไม่มีเวลา คุณคิดนะครับสัปดาห์หนึ่งมี 168 ชม คุณขี่จักรยาน สัปดาห์ละ 3วันๆละ
ประมาณ 1ชม แต่งตัวอีก 20 นาที รวม3วันก็ เท่ากับ4 ชมคุณเหลือเวลาทำงาน ประกอบภาระกิจอีก 164 ชม
ที่บอกว่าไม่มีเวลา นั่นก็คือ ขี้เกียจออกกำลังกาย เอาเวลาไปนอนตากแอร์เสียมากกว่าครับ
-บางท่านบอกว่า ชุดแพง จักรยานก็แพง ที่จริงไม่แพงครับ ถ้าเรารู้จักซื้อ รู้จักใช้ เช่น จักรยานก็เอา
ราคาสักไม่เกินหมื่นบาทใช้ได้สัก 10 ปี ตกปีละ พันบาท ถูกกว่าค่ายาของบางท่านแค่ 1เดือนครับ
หมวกก็ 7-8 ร้อยบาทของผมใช้มาอายุเท่ากับท่านที่ออกกำลังกายสัก10ปีครับ ก็ยังใช้งานได้ดีอยู๋
กางเกงก็ 500บาท เสื้อจักรยานแบบตัวที่ผมใส่ตามรูปที่ขี่ทริปจักรยานทางไกล ผมซื้อมาตัวละ290 บาท
ใช้งานแบบโชกโชน ยังไม่ขาดครับ
- บางท่าน บอกว่าตอนนี้ยังเดินได้ ยังสุขภาพดีอยู่ พูดง่ายๆ ใว้รอเดินไม่ได้ค่อยขึ่ ถ้าคิดเช่นนั้น ขี่ไม่ได้
แล้วครับเพราะอะไรๆ ของร่างกายมันเสื่อมหมดแล้วครับ
-บางท่าน บอกว่า กลัวรถยนต์ชน ไม่ต้องกลัวครับ แต่งตัวให้รัดกุม ใส่หมวกให้พร้อม คนขับรถยนต์เขาเห็น
เราออกกำลังกาย เขาจะระวังเราครับ
ที่จริงการออกกำลังกายมีหลายอย่างครับ แต่หลังจากอายุ 30 ปี ขึ้นไป ดีที่สุดมีสองอย่าง คือ ว่ายน้ำ กับ ขี่จักรยาน
แต่ว่ายน้ำ ยังมีข้อเสีย คือ ต้องรอสระว่ายน้ำ จักรยานไม่ต้องรอ ถ้าพร้อม คนเดียวก็ขี่ได้ ว่ายน้ำเสียค่าใช้จ่าย
ทุกครั้งที่ว่าย จักรยานไม่เสียเงินครับ เป็นหวัด เป็นไข้ ว่ายน้ำไม่ได้ครับ ยิ่งว่าย ยิ่งป่วย ถึงจะสุขภาพดี
ก็ว่ายน้ำไม่ได้นานครับ ยิ่งบางคนสุขภาพไม่พร้อม ว่ายน้ำไม่ได้ เพราะ การว่ายน้ำเราต้องสูญเสียพลังงานไปกับ
การรักษาอุณภูมิของร่างกายเอาใว้ที่ 37 องศา ยิ่งน้ำเย็นยิ่งสูญเสียพลังงานในการที่ร่างกายต้องรักษาใว้ที่ 37 องศา
มาก ตะคริวในน้ำก็เกิดจากการรักษาอุณภูมิของร่างกายใว้ที่ 37 องศาครับแต่ร่างกายสูญเสียพลังงานไปเกินกว่าที่
ร่างกายจะสร้างได้ ตะคริวจึงเกิดครับ แต่ที่พูดมาทั้งหมด ขี่จักรยานทำได้หมดครับ เป็นหวัด เป็นไข้ หายเลยครับ
ร่างกายไม่สมบูรณ์ก็ยังขี่ได้ แล้วให้ประโยชน์ครับ ว่ายน้ำนั้นเหมาะกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่ต้องการออกกำลัง
กายครับ แล้วเงินก็ต้องพร้อมจ่าย เริ่มตั้งแต่ขับรถไปสระว่ายน้ำไปจนถึงลงสระว่ายน้ำครับ
การขี่จักรยานไม่ใช่ทำเลียนแบบนักแข่งทีมชาติหรือพวกแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์ ครับ เพราะไม่มืเหตุผล
อะไรที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะพถติกรรมต่างๆก็ไม่เหมือนกัน ผมถามจริงๆครับ ว่า มีอะไรบ้างที่ทำแล้วเป็น
ประโยชน์แก่เรา ขี่แบบนั้นทำแบบนั้นแล้วเราจะได้เป็นแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์หรีอครับ รวมทั้งพวกที่
ชอบแข่งในสนามและนอกสนาม ต้วยครับ มันภูมิใจนักหรือที่เราได้ชนะคนอื่นๆแค่ไม่กี่คนแค่คิดก็แพ้แล้วครับ
เราทำได้ก็แค่เลียนแบบครับ แต่ความเสียหายที่เกิดกับเรา ลองคิดดูนะ นักจักรยานที่ชอบแข่งขันทั้งหลาย
คุณรู้ไหมขี่อัดๆ 40-50 นะกดบันไดที ท่องไว้เลยครับ แลคติค แอนดีนาลีน ครับ นี่ยังไม่รวม หัวใจโต
และความไม่สมดุล ของการใช้พลังงานก็คือ ไขมัน กับ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งก่อให้เกิดโรคครับ ยิ่งทำทุกวัน
ยิ่งเปรียบเสมือน การพยายามฆ่าตัวตายครับ ไม่เห็นมันจะน่าสนใจอะไรเลยครับกับการขี่แบบนั้น
ถ้าเป็นเครื่องยนต์มันพังก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่นี่ตัวเรานะ พังแล้วจะโยนทิ้งก็ไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มีครับ
เราต้องพยายามรักษาเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ทนทานและอยู่ได้นานที่สุดครับ อย่าทำกันเลยครับผมไม่เห็นจะมีความสุขตรง
ไหน เพราะความสุขที่เราทำสนองใจเรา แต่มันไปทำร้ายร่างกายเราอย่างมหันต์ครับ ตอนขี่นะเหนื่อยก็เหนื่อยแสนจะทรมานถ้าเป็นทำงาน
นะเราหยุดแล้ว แต่นียังทนขี่กันอยู่ได้ คนอะไรไม่รู้หาวิธีทรมานร่างกายได้ดีเหลือเกินครับ
มีสิ่งดีๆที่เราต้องทำกับจักรยานอีกเยอะครับ อย่างเช่น วิธีที่ผมแนะนำ ขี่ก็สนุก มีความสุขกับมัน ร่างกายก็แข็งแรง สมาธิก็ดี
ได้ฝึกจิตใจที่จะไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ได้รับแอนโดฟินทุกวันเพราะหลังการขี่แล้วเราจะรู้สึกสดชื่น เท่ากับเราทำให้ร่างกายแข็งแรงครับ
เพราะเราขี่ในขอบเขตของแอโรบิคร่างกายก้ไม่ขาดออกซิเจน เลือดก็ไม่เป็นกรด ยิ่งขี่ยิ่งแข็งแรง เมื่อขี่ต่อไปเรื่อยๆการขยายขอบเขตทางแอโรบิค
ก็จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆครับ ถ้าเรานำทักษะนี้ไปใช้ขี่จักรยานทางไกลแบบความเป็นเลิศเราจะขี่ได้อย่างแข็งแกร่งครับ ไม่ภูมิใจหรือครับ
ถ้าเราขี่จักรยานทางไกล200กม/วัน แต่นักแข่งที่ชอบขี่40-50 เมื่อไปกับเรา ไม่สามารถขี่ได้ดีเท่าเรา หรืออาจทำไม่ได้เลย เพราะร่างกาย
เขาได้เสียหายไปแล้วจากการที่เขาทำร้ายร่างกายตัวเองทุกวันครับ
สำหรับผมภูมิใจครับที่ผมจะก้าวไปสูนักจักรยานทางไกลที่มีความสามารถในการพัฒนาการขี่จักรยานทางไกลได้มากที่สุดคนหนึ่ง
นักจักรยานหลายทีม ที่ได้สัมผัสกับผมในการขี่จักรยานทางไกล ยอมรับในวิธีการขี่จักรยานทางไกลแบบที่ผมพัฒนาขึ้นมาครับ
ร้านเอ็ม.เจ.ไบค์ เราให้คุณมากกว่าจักรยาน
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
-
boonrod_r
- ขาประจำ
- โพสต์: 107
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2008, 12:00
- ติดต่อ:
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
ฮะแร่มเลยเมธา เปรมแสง เขียน:ขี่จักรยานบางคนถามว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย เหนื่อยก็เหนื่อย แดดก็ร้อน จักรยานก็แพง ชุดก็แพง
เสียเวลา เอาเวลาไปทำงานดีกว่า ทำงานเหนี่อยก็ได้ออกกำลังเหมือนกัน บางคนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี
ชวนให้ขี่จักรยาน กลับบบอกว่าไม่มีเวลาอ้างสารพัดเหตุผลที่จะไม่ทำ ทั้งที่ทุกอย่างที่ว่ามาทำเพื่อตัวเอง
เวลาไปหาหมอ หมอนัด 9 โมงเช้าไปตั้งแต่ 7โมง ตรวจเสร้จกว่าจะได้กลับบ้านก็หมดไปเกือบวัน
แบบนี้มีเวลาครับ คนอะไรไม่รักตัวเอง คอยจะพึ่งแต่คนอื่น เราต้องพึ่งตัวเองก่อน ช่วยเหลีอตัวเอง
ก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยพึ่งหมอ พึ่งโรงพยาบาล แต่ต้องสำนึกว่าต้องพึ่งพาตนเองก่อนครับ
ลองมาดูขี่จักรยานแค่1 ชม เราได้อะไรบ้าง มาดูครับ ว่าคุ้มไหมกับการเสียเวลา1ชม
ถ้าไม่คุ้มจะได้ตัดใจไม่ขี่เสียเลยครับ เริ่มต้นพิจารณาเลยครับ
-
- masoon
- สมาชิก
- โพสต์: 45
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 22:35
- Bike: Trek6000D
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
ปัญหาของคนที่หลีกเลี่ยงการให้เวลากับตัวเอง หลัก ๆ คือ
1. กิจกรรมที่กำลังจะทำไม่น่าสนใจ...มองในแง่ดีอาจจะไม่ชอบก็เป็นได้ครับ หมายความว่าหากเป็นกิจกรรมที่ชอบ อาจจะมีความสนใจเพิ่มขึ้น ก็ได้ครับ เช่น เต้นแอรโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น ผมเอง ก็ลองมาหลายอย่าง กว่าจะมาลงตัวที่จักรยาน นี่แหละครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นกีฬา ที่ต้องใช้พื้นที่มากกว่าแบบอื่น ๆ แท้ ๆ แต่ก็หาเวลาให้มันได้เสมอ
2. ไม่รักตัวเอง หาข้ออ้างเรื่อยไปครับ คนพวกนี้พออายุมาก ๆ แล้วจะทราบครับ ว่า การทำงานเหนื่อย กับออกกำลังกายแล้วเหนื่อย แตกต่างกันอย่างมาก
ผมชวนคนอื่น ๆ ออกกำลังกายบ่อย ๆ และเสมอ ๆ ไม่เฉพาะ ว่าเป็นขี่จักรยานครับ วิ่ง ว่ายน้ำ ตีแบต ตีปิงปอง ผมชวนหมด (เว้นเตะบอล เพราะเตะไม่เก่ง..^^) ส่วนใหญ่แล้วผมกะ ๆ เอาว่า 10 คนที่ชวนจะตั้งใจสนใจจริง ๆ แค่ ไม่ถึง 1-2 คนครับ นอกนั้น ก็เหตุผลแบบที่ คุณเมธา ว่ามานั่นแหละครับ เหนื่อย ไม่มีเวลา ไม่ว่าง บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เพียงแต่อย่าไปใส่ใจมันมากมายครับ เราชวนเพราะหวังดี เค้าไม่สนใจ ก็คงต้องปล่อยวางครับ เว้นแต่เป็นคนที่เรารักจริง ๆ อย่าง พ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน ลูก นี่ ผมจับ วิ่ง ว่าย น้ำ ทุกคน ไม่มีเว้น คอยตรวจความก้าวหน้าแต่ละคนทุก ๆ เดือน (ตรวจบ่อย ๆ เค้ารำคาญครับ) หลัง ๆ มานี่ ชอบ กันหมด แรก ๆ ลงทุนเยอะครับ เสื้อผ้า รอง เท้า ซื้อให้หมดทุกคน หลัง ๆ นี่ไม่ต้องเขี่ยวเข็ญ กันแล้ว ถึงเวลาก็ไปกันเอง เลยครับ
1. กิจกรรมที่กำลังจะทำไม่น่าสนใจ...มองในแง่ดีอาจจะไม่ชอบก็เป็นได้ครับ หมายความว่าหากเป็นกิจกรรมที่ชอบ อาจจะมีความสนใจเพิ่มขึ้น ก็ได้ครับ เช่น เต้นแอรโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น ผมเอง ก็ลองมาหลายอย่าง กว่าจะมาลงตัวที่จักรยาน นี่แหละครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นกีฬา ที่ต้องใช้พื้นที่มากกว่าแบบอื่น ๆ แท้ ๆ แต่ก็หาเวลาให้มันได้เสมอ
2. ไม่รักตัวเอง หาข้ออ้างเรื่อยไปครับ คนพวกนี้พออายุมาก ๆ แล้วจะทราบครับ ว่า การทำงานเหนื่อย กับออกกำลังกายแล้วเหนื่อย แตกต่างกันอย่างมาก
ผมชวนคนอื่น ๆ ออกกำลังกายบ่อย ๆ และเสมอ ๆ ไม่เฉพาะ ว่าเป็นขี่จักรยานครับ วิ่ง ว่ายน้ำ ตีแบต ตีปิงปอง ผมชวนหมด (เว้นเตะบอล เพราะเตะไม่เก่ง..^^) ส่วนใหญ่แล้วผมกะ ๆ เอาว่า 10 คนที่ชวนจะตั้งใจสนใจจริง ๆ แค่ ไม่ถึง 1-2 คนครับ นอกนั้น ก็เหตุผลแบบที่ คุณเมธา ว่ามานั่นแหละครับ เหนื่อย ไม่มีเวลา ไม่ว่าง บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เพียงแต่อย่าไปใส่ใจมันมากมายครับ เราชวนเพราะหวังดี เค้าไม่สนใจ ก็คงต้องปล่อยวางครับ เว้นแต่เป็นคนที่เรารักจริง ๆ อย่าง พ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน ลูก นี่ ผมจับ วิ่ง ว่าย น้ำ ทุกคน ไม่มีเว้น คอยตรวจความก้าวหน้าแต่ละคนทุก ๆ เดือน (ตรวจบ่อย ๆ เค้ารำคาญครับ) หลัง ๆ มานี่ ชอบ กันหมด แรก ๆ ลงทุนเยอะครับ เสื้อผ้า รอง เท้า ซื้อให้หมดทุกคน หลัง ๆ นี่ไม่ต้องเขี่ยวเข็ญ กันแล้ว ถึงเวลาก็ไปกันเอง เลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย masoon เมื่อ 27 พ.ค. 2010, 08:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
ferrari
- ขาประจำ
- โพสต์: 2711
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 14:20
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
- ติดต่อ:
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
มะระณัง เม นิยะตัง ความตายของเราเป็นของเที่ยง
- aob_ja
- ขาประจำ
- โพสต์: 227
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2010, 09:33
- team: เต่าชรา
- Bike: รถแม่บ้านคันน้อย
- ตำแหน่ง: ตลิ่งชัน กทม.
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
เริ่มทำแล้วจ้า
ไม่ทราบคุณเมธาจะจำผมได้หรือเปล่า?
วันนั้นที่ผมไปกัน 3 คน พ่อ-แม่-ลูก ตัวอ้วน ได้คุยกับคุณเมธาอยู่นาน ได้รับความรู้มากมาย
แถมยังให้ ลองขี่จักรยานที่คุณเมธา Set เสร็จแล้วอีก
ท่าน ผบ. ชอบเอามากๆ
ท่านว่าจักรยานของคุณเมธา นน.เบา ขี่เบาแรง ลื่นไหลดีมากๆ
กลับมาบ้านเลยงานเข้า ท่าน ผบ. ปกติบอกให้ขี่จักรยาน ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอม
เกิดเปลี่ยนใจให้ผมไปรื้อค้นจักรยานคันเก่า ออกมา Rebuild ให้ท่านไปออกกำลังกาย โดยด่วน
วิ่งไปซื้อ อะไหล่ให้เกือบไม่ทันใจท่าน
ท่านวางแผนไว้ว่าจะต้องเริ่มขี่ตั้งแต่เย็นวันนั้นเลย
แล้วท่านก็ขี่ทุกวันเลย แล้วยังมาบังคับ(ไม่ใช่สิ......เค้าเรียกว่า ชักชวน ต่างหาก)
ให้พวกผมต้องขี่แต่ละครั้งให้ครบชั่วโมงด้วย
ตอนนี้ก็เลยรู้สึกสุขภาพดีขึ้นเยอะ เมื่อก่อน เสาร์-อาทิตย์ ตอนเที่ยงๆจะหลบอยู่แต่ห้องแอร์
เดี๋ยวนี้ไม่ได้เลย
ท่าน ผบ. บอ ชวนให้ ผมพ่อ+ลูก ต้องไปปั่นซ้อมตากแดดเล่นๆเป็นเพื่อนท่าน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เลย

ไม่ทราบคุณเมธาจะจำผมได้หรือเปล่า?
วันนั้นที่ผมไปกัน 3 คน พ่อ-แม่-ลูก ตัวอ้วน ได้คุยกับคุณเมธาอยู่นาน ได้รับความรู้มากมาย
แถมยังให้ ลองขี่จักรยานที่คุณเมธา Set เสร็จแล้วอีก
ท่าน ผบ. ชอบเอามากๆ
กลับมาบ้านเลยงานเข้า ท่าน ผบ. ปกติบอกให้ขี่จักรยาน ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอม
เกิดเปลี่ยนใจให้ผมไปรื้อค้นจักรยานคันเก่า ออกมา Rebuild ให้ท่านไปออกกำลังกาย โดยด่วน
วิ่งไปซื้อ อะไหล่ให้เกือบไม่ทันใจท่าน
ท่านวางแผนไว้ว่าจะต้องเริ่มขี่ตั้งแต่เย็นวันนั้นเลย
แล้วท่านก็ขี่ทุกวันเลย แล้วยังมาบังคับ(ไม่ใช่สิ......เค้าเรียกว่า ชักชวน ต่างหาก)
ให้พวกผมต้องขี่แต่ละครั้งให้ครบชั่วโมงด้วย
ตอนนี้ก็เลยรู้สึกสุขภาพดีขึ้นเยอะ เมื่อก่อน เสาร์-อาทิตย์ ตอนเที่ยงๆจะหลบอยู่แต่ห้องแอร์
เดี๋ยวนี้ไม่ได้เลย
ปั่นก็ไม่แรง...แซงใครก็ไม่พ้น...ตามก้นเขาทุกที.
- 2wnitikan
- ขาประจำ
- โพสต์: 263
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 12:36
- Tel: 0894636109
- team: Samui MTB
- Bike: MT29
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
จากประสบการณ์ตัวเอง "เห็นด้วยอย่างแรงครับ"

ชอบคำนี้
"วัยรุ่น มีเวลา มีแรง แต่ไม่มีตังค์
วัยทำงาน มีตังค์ มีแรง แต่ไม่มีเวลา
วัยชรา มีทั้งตังค์ มีทั้งเวลา แต่ไม่มีแรง"
"วัยรุ่น มีเวลา มีแรง แต่ไม่มีตังค์
วัยทำงาน มีตังค์ มีแรง แต่ไม่มีเวลา
วัยชรา มีทั้งตังค์ มีทั้งเวลา แต่ไม่มีแรง"
- เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- ขาประจำ
- โพสต์: 8726
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:08
- Tel: 0814881440
- team: จักรยานทางไกลเอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: Diamond Back,JT Park,Nishiki,Shogun Cromo,Ritchey P23
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
คุณ aobja
ผมดีใจด้วยครับที่คุณทำได้ ผมดีใจมากกว่าที่ผมขายจักรยานได้ครับ
และผมก็ดีใจที่ผมมีส่วนได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้จับจักรยานมาขี่อย่างจริงจังเสียทีครับ
ผมเคยเสียชีวิตไปไม่กี่วินาทีแต่ก็ถีอว่ายาวนานมาก เมื่อวันที่3มค2533 เวลาประมาณ11โมงเช้า
ผมรู้เลยว่าการรักษาชีวิตเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ไม่ใช่การรักษาเงิน หรือการได้มาของทรัพย์สิน
ที่เราอยากได้ครับ ทุกคนเชื่อผมเถอะความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ถ้าเวลานั้นมาถึงครับ
ผมดีใจด้วยครับที่คุณทำได้ ผมดีใจมากกว่าที่ผมขายจักรยานได้ครับ
และผมก็ดีใจที่ผมมีส่วนได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้จับจักรยานมาขี่อย่างจริงจังเสียทีครับ
ผมเคยเสียชีวิตไปไม่กี่วินาทีแต่ก็ถีอว่ายาวนานมาก เมื่อวันที่3มค2533 เวลาประมาณ11โมงเช้า
ผมรู้เลยว่าการรักษาชีวิตเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ไม่ใช่การรักษาเงิน หรือการได้มาของทรัพย์สิน
ที่เราอยากได้ครับ ทุกคนเชื่อผมเถอะความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ถ้าเวลานั้นมาถึงครับ
ร้านเอ็ม.เจ.ไบค์ เราให้คุณมากกว่าจักรยาน
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
- TAWATO
- ขาประจำ
- โพสต์: 2752
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 13:42
- Tel: 0815842552
- team: -
- Bike: AM/B/C/E/F/KS/M/Ph/Pr/R/S/Ts/Z
- ตำแหน่ง: Bangkok
- ติดต่อ:
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
....ต่างจิตต่างใจ (คนไม่ชอบออกกำลังกายก็ต้องปล่อยเค้า
)
.
....ผมชอบปั่นจักรยานเพราะทั้งได้แต่งได้สะสมได้เพื่อนได้ออกกำลังได้ปั่นไปทำงานจริงๆ
.
....แต่ถ้าเอาเรื่องออกกำลังกายอย่างเดียว
.
....ว่ายน้ำดีกว่าปั่นจักรยานมากครับ....
ธวัช
.
....ผมชอบปั่นจักรยานเพราะทั้งได้แต่งได้สะสมได้เพื่อนได้ออกกำลังได้ปั่นไปทำงานจริงๆ
.
....แต่ถ้าเอาเรื่องออกกำลังกายอย่างเดียว
.
....ว่ายน้ำดีกว่าปั่นจักรยานมากครับ....
ธวัช
ธวัช 'bike cool!' 0815842552
SAVE OUR CYCLISTS
ภาพอะไหล่งามๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&start=15
SAVE OUR CYCLISTS
ภาพอะไหล่งามๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&start=15
- pom2550
- สมาชิก
- โพสต์: 10
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 10:55
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
เริ่มแล้วเช่นกันครับ เช้าตี5ออก เย็น5โมงเย็น 
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่ เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
- KKNorthRider
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2010, 19:54
- Tel: 0855204488
- team: U.M.Bicycle TEAM
- Bike: paco superlite
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
ควรจะเผื่อแรงเอาไว้ปั่นกลับบ้านด้วย อิอิอิ
- MtbSanpatong
- สมาชิก
- โพสต์: 8
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 12:08
- Tel: 0898539939
- team: UM TEAM @sanpatong
- Bike: centu
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
เป็นกำลังใจเช่นกัน แต่ตัวผมไม่มีกำลังกายไปปั่นเลยKKNorthRider เขียน:เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านที่ออกกำลังกายครับ
- 2991
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 19:55
- Tel: 0853456123
- team: 0853456123
- Bike: ปั่น mosso,bianchi
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
กทม ตอนเช้าปั่นลำบากครับ ต้องแย่ง ถนน กับ คนขับรถไปทำงาน ตกเย็นก็คล้ายๆ กัน 
ขาย[/url]
-
JEROME
- ขาประจำ
- โพสต์: 938
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 12:07
- ตำแหน่ง: Rama4rd. and Ramindra
- ติดต่อ:
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
หากเป็นเช่นพี่เมธากล่าวมาทั้งหมด ถือว่าผมน่าจะสุขภาพดีขึ้น
เพราะเริ่มปั่นมาทำงานต้นเดือนมีนาคม เฉลี่ยสัปดาห์ละ 3 วัน
ไปกลับวันละ 50 km. (ขามาชั่วโมงครึ่ง,ขากลับเท่ากัน)
วันอาทิตย์ออกทริปใกล้ๆ 25-30 โล
แต่ที่เสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็น่าจะเป็นควันรถ
อากาศร้อนของกรุงเทพฯ ตลอดจนรถยนต์ที่วิ่งเร็วๆ
เออ !!! อีกอย่างคือผิวคล้ำขึ้นเยอะ (ภรรยาบอกว่ามีฝ้าที่แก้มนิดหน่อย)
ยังงัยสนับสนุนความคิดพี่เมธา ชวนกันมาปั่นเยอะ นอกจากเราจะได้
ในสิ่งที่พี่เมธาได้กล่าวมาแล้ว ยังช่วยโลกให้ร้อนน้อยลงอีกนิด
เพื่อลูกหลานเรา ในอนาคต ครับ
- ตี๋เล็ก-เด็กรังสีฯ
- ขาประจำ
- โพสต์: 13376
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:36
- Tel: 08-1280-2385
- team: ชุมชนคนใช้จักรยานจังหวัดตาก
- Bike: ฺBianchi , CHARLENGER , TREK SLR
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
- Taikung
- ขาประจำ
- โพสต์: 307
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2010, 21:59
- team: เสือขี้เมา
- Bike: เฟสสัน
Re: ขี่จักรยานแค่ 1 ชม แล้วได้อะไรบ้าง หรือว่าจะไม่ขี่ครับ
เห็นด้วยกับคุณเมธาอีก 1 เสียงครับ เพราะมีประสบการณ์กับตัวเอง คือเมื่อก่อนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานรู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พออากาศเปลี่ยนนิดนึงก็จะเป็นหวัดแล้ว แต่พอได้เริ่มมาปั่นจักรยานอาทิตย์ละ 2 วัน เฉพาะวันหยุด วันละประมาณ 20 กิโลเมตร ตอนนี้ก็ปั่นมาได้ 3 เดือนแล้ว รู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้น สมองแจ่มใส ที่สำคัญ แม้ว่าอากาศจะเป็นยังไง ผมก็ไม่เป็นหวัดอีกแล้ว อยากให้คนหันมาปั่นจักรยานกันเยอะๆ นอกจากจะได้เรื่องของสุขภาพแล้ว ยังจะช่วยลดการใช้น้ำมัน และลดโลกร้อนด้วยครับ 