
ความฝันใกล้เป้นจริงแล้ว...

งง กะป้ายนี้อีกแหละ...

อ๋อ... จริงๆ มันคือเส้น 356 ทางซ้ายไปเจอเส้น 347 ทางขวาไปเจอเส้น 32

... ผมบ่นไปตลอดทาง... ฟ้าไร้เมฆ เหมือนนารีไร้รอยยิ้ม












หมู่บ้านโปรตุเกส อยุธยา
... หมู่บ้านโปรตุเกสตั้งอยู่ที่ตำบลสำเภาล่ม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก อยู่ทางใต้ของตัวเมือง ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2054 โดยอัลฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกส ประจำเอเซีย ได้ส่งนายดูอาร์เต้ เฟอร์นันเดส เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้งหลักแหล่งค้าขายและเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา สร้างโบสถ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนาและเป็นศูนย์กลางของชุมชน ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยซากสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็น คือ โบราณสถานซานเปโตร หรือเรียกในสมัยอยุธยาว่าโบสถ์เซนต์โดมินิค เป็นโบสถ์ในคณะโดมินิกัน นับเป็นโบสถ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นในแผ่นดินไทยเมื่อปี พ.ศ. 2083 ตั้งอยู่ในบริเวณเกือบกึ่งกลางหมู่บ้านโปรตุเกส มีเนื้อที่ประมาณ 2,400 ตารางเมตร ยาวตามแนวทิศตะวันออกไปตะวันตกหันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นสุสาน ของชาวคาทอลิคคณะโดมินิกัน ส่วนกลางใช้ประกอบพิธีทางศาสนาและฝังศพบาทหลวง ส่วนในด้านหลังเและด้านข้างเป็นที่พักอาศัยและมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ กล้องยาสูบ เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับกำไลแก้วและเครื่องประกอบพิธีทางศาสนาเช่น ไม้กางเขน เหรียญรูปเคารพในศาสนา ลูกประคำ
ในส่วนของสุสาน พบโครงกระดูกจำนวนมากมายถึง 254 โครง ฝังเรียงรายอย่างเป็นระเบียบและทับซ้อนกันหนาแน่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร จากแนวโครงกระดูกที่พบแบ่งขอบเขตสุสานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนในสุดกลางตัวอาคารที่เป็นฐานโบสถ์ อาจเป็นโครงกระดูกของบาทหลวงหรือนักบวช ถัดมาส่วนที่สองส่วนนี้อาจเป็นผู้มีฐานะทางสังคมในค่ายโปรตุเกสสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป ส่วนที่สามนอกแนวฐานโบสถ์มีการฝังซ้อนกันมากถึง 3-4 โครง โครงกระดูกเหล่านี้มีทั้งที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และบางส่วนชำรุด จากหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์ กล่าวถึงการเกิดโรคระบาดร้ายแรงในปลายแผ่นดินพระเพทราชาเมื่อปีพ.ศ. 2239 มีผู้คนล้มตายมาก และในปีพ.ศ. 2255 ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระก็เกิดโรคระบาดอีกครั้งมีผู้คนล้มตายมาก อาจเป็นเหตุให้มีการขยายสุสานออกมาจากเดิม
ข้อมูลจาก - http://www.holidaythai.com/9kimjor/blogs-1280.htm














วัดพุทไธศวรรย์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทางด้านใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเรียกว่า "ตำหนักเวียงเหล็กหรือเวียงเล็ก" หลังจากนั้นพระองค์ไปสร้างพระราชวังใหม่ที่ตำบลหนองโสน (บึงพระราม) จึงสถาปนาสถานที่นี้เป็นวัดพุทไธศวรรย์
ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที ซึ่งมีลักษณะย่อเหลี่ยมมีบันไดขึ้น 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันตก ส่วนทิศเหนือทิศใต้มีมณฑปสองหลังภายในพระมณฑปมีพระประธาน พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประจำอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำหนักนี้อยู่ในสภาพค่อนข้างทรุดโทรมแต่ภายในผนังของตำหนัก มีภาพสีเกี่ยวกับเรื่องหมู่เทวดา นักพรต นมัสการพระพุทธบาท และเรือสำเภาตอนพระพุทธโฆษาจารย์ไปลังกา ภาพเหล่านี้อยู่ในสภาพไม่ชัดเจนนัก นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของปรางค์ หมู่พระเจดีย์สิบสององค์ และวิหารพระนอน
ข้อมูลจาก - http://www.holidaythai.com/ayutthaya_at ... l_1131.htm







ขอบคุณ"ลุงแซม" ที่"ยอ" และช่วยกัน"โม้"ลุงแซม เขียน:... ผมลอกมาจากหนังสือคู่มือนักวิชาการทหาร ของลูกชายที่ทิ้งไว้นานแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย จะขายชั่งกิโล ก็เป็นเอกสารปกปิดของทางราชการ เลยต้องเก็บไว้ เพิ่งเห็นประโยชน์ตอนนำมาโม้ในกระทู้นี้นี่แหละ 555
ใช่ครับ ลุงแซม ก็คือ เกษม ฯ สาเหตุตอนเปลี่ยนบอร์ดใหม่ ผมลงทะเบียนใช้ชื่อเกษม ฯ แต่ดันลงTigerSmile'Hy เขียน:ขอบคุณ"ลุงแซม" ที่"ยอ" และช่วยกัน"โม้"ลุงแซม เขียน:... ผมลอกมาจากหนังสือคู่มือนักวิชาการทหาร ของลูกชายที่ทิ้งไว้นานแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย จะขายชั่งกิโล ก็เป็นเอกสารปกปิดของทางราชการ เลยต้องเก็บไว้ เพิ่งเห็นประโยชน์ตอนนำมาโม้ในกระทู้นี้นี่แหละ 555![]()
![]()
ยังไม่ว่าง...ค่ำๆ จะมาลงต่อ
![]()
อ้อ..ลุงแซม คือพี่เกษม ที่คุณนายปากเกร็ด พูดถึงอยู่บ่อยๆ ... ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ
เมื่อก่อน คุณ SART.RED ใช้ชื่อว่า T.RED หรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ต้องขออภัย แล้วพบกันที่อัมพวาครับSART.RED เขียน:แม้ มากัน สองท่าน แน่นอนจริง
อยุธยาที่ปั้นเยอะ แต่ก้ระวัง รถด้วยครับ
เหตุการณ์ ยัง CURFEW อยู่ ไม่น่าปั้นช่วงเนี่ย
ว่างๆ ก้แอบไปเหมือนกัน
ยินดีครับ
แนะนำทริป อัมพวา ของรวมมิตร
หวัดดีครับคุณ sunny ... ผมก็ปั่นอยู่ความเร็วประมาณนี้แหละครับ ระยะทางได้ไม่เท่าไหร่ แต่เวลานี่เต็มวันเกือบทรุกทริปเลยครับ ... คนที่เขาตะบี้ตะบันปั่นตามที่ว่า อันนี้ก็คงเข้าใจว่าเป็นการปลดปล่อยพันธนาการจากการทำงาน จันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์ก็โดน ผบ.ใช้งานอีก วันอาทิตย์ก็คงได้โอกาสระบาย...sunny เขียน:เยี่ยมครับ
เห็นหลายๆกลุ่มตะบี้ตะบันปั่นกันลูกเดียว เหนื่อยกันจนลิ้นห้อย เป็นลมแดดไปก็มี
แต่นี่ปั่นไปเที่ยวไป แถมมีเรื่องราวมาเล่าให้คนอื่นอ่านเพลินๆอีก รูปก็เล่าเรื่อได้ดี
ไว้จะรออ่านอีกครับ
หวัดดีเช่นกันครับ... น้องตัวเล้กน่ารักนะครับ (เห็นอะไรที่บ่งบอกถึงสี"แดง"แล้วชักหวั่นๆ)SART.RED เขียน:แม้ มากัน สองท่าน แน่นอนจริง
อยุธยาที่ปั้นเยอะ แต่ก้ระวัง รถด้วยครับ
เหตุการณ์ ยัง CURFEW อยู่ ไม่น่าปั้นช่วงเนี่ย
ว่างๆ ก้แอบไปเหมือนกัน
ยินดีครับ
แนะนำทริป อัมพวา ของรวมมิตร
อิอิอิ ไม่ได้ไปครับ...คุณนายฯ จีบแล้วจีบอีก ผมเล่นตัว 555ลุงแซม เขียน:... ไม่ทราบว่า คุณ TigerSmile'Hy จะกลับเมื่อไรครับ วันเสาร์นี้ไปเที่ยวโฮมสเตย์ กับกลุ่มรวมมิตร ที่อัมพวากันไหมครับ ผมชวนอาวิริ ไอยะรา อดีตประธานชมรมจักรยานดอนเมืองไปด้วย ไม่ทราบว่าคุณ TigerSmile'Hy รู้จักหรือเปล่า ผมว่าน่าจะรู้จักนะ แฟนอาวิริ ก็อยู่ที่ กสท. เช่นเดียวกับคุณ TigerSmile'Hy[/color]
หวัดดีอีกที... ถามตรงๆ "kwan it" นี่ออกเสียงอ่านว่าอย่างไร แล้วแปลหรือหมายถึงอะไร (อิอิอิ...ผมไม่รู้จริงๆ)kwan it เขียน:ตามมาดูอยู่เรื่อยครับ
อยุธยาสำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ผมไปเที่ยวบ่อยที่สุดและไม่เบื่อ
ไปแล้วก็ยังอยากไปอีก มีความรู้สึกว่าโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ ที่บรรพบุรุตได้สร้างเอาไว้ ดูแล้วยิ่งใหญ่
งดงาม เป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่ามากๆ
โทษทีคุณนายฯ ... ผมลืมไปแล้วจริงๆ ว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะโทรกลับคุณนาย ปากเกร็ด เขียน:..
สวัสดีลุงยิ้ม ลุงเกษมฯ หนุ่มต้นหน้ามลแห่งโรคัลโรด และ ทุก ๆ ท่าน
แห๋ม แห๋ม ลุงยิ้ม ย่องเงียบกริบถึงถิ่นปากเกร็ด CAT เชียวนะ แล้วที่บอกว่ากินข้าวอยู่แนะ ใช่อยู่โรงอาหารรึเปล่าล่ะ
จะมาบอกว่า ข้อเสีย ของการไม่แจ้งเข้าพื้นที่ อิ อิ ปั่นกัน สอง คนเลย ไม่งั้นได้มีชนกรึบ ชนกรึบ HA HA
..
