เดลินิวส์สรุปได้กระชับ และเรียงลำดับเหตุการณืดีที่สุดครับ(ความเห็นสัวนตัว)
เพลิงผลาญเซ็นทรัลเวิลด์-ช่อง3-สยาม ตาย-เจ็บระนาวศอฉ.ประกาศเคอร์ฟิวนปช.ยุติชุมนุมณัฐวุฒิ-จตุพรมอบตัว
รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวในกรุงเทพฯ กับ23จังหวัด ห้ามออกจากบ้านพัก 2 ทุ่มยัน 6 โมงเช้า หลังทหารถืออาวุธครบมือพร้อมรถหุ้มเกราะ สลายม็อบแดงเช้ามืด ไล่ยิงปะทะพวกแดงฮาร์ดคอร์ "ศาลาแดง สารสิน สวนลุมพินี ราชประสงค์" กันสนั่นเมือง มีทหารตาย 1 ศพ สื่ออิตาลี 1 ศพ การ์ดนปช.ตายเจ็บ ระนาว เผย มี 20 ฮาร์ดคอร์ดถืออาวุธโดนข้อหาก่อการร้าย แกนนำถกเครียดก่อนตัดสินใจขอมอบตัวกับตำรวจ ยุติการชุมนุมทั้งน้ำตา ไม่อยากเห็นคนตายอีก ขณะที่ “กี้ร์-หมอเหวง-แรมโบ้” หลบออกจากที่ชุมนุมแต่ “กี้ร์” หนีไม่รอดโดนรวบ เผย แกนนำถูกแยกคุมตัวตามจุดต่าง ๆ เจอแจ้งข้อหา 3 กฎหมาย “อาญา-ฉุกเฉิน-คดีพิเศษ” ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดงนอกราชประสงค์ไม่พอใจ บึ้มใส่เวทีแกนนำหวิดเจ็บ จุดไฟเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ สยามสแควร์ ช่อง 3 แบงก์หลายแห่งรวมทั่วกรุงเทพฯ 27 จุด มีคนตายคนเจ็บสังเวย รัฐจัดผัง รายการทีวีใหม่ชี้แจงขั้นตอนดูแลความสงบของประเทศ ด้าน คมนาคม จัดรถรับส่ง ม็อบกลับ
ภายหลังรัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งให้ทหารพร้อมอาวุธ ตั้งด่านกระชับพื้นที่สกัดการเข้าพื้นที่ราชประสงค์รวมถึงการตัดระบบ สาธารณูปโภคในพื้นที่ เพื่อกดดันให้กลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หรือ คนเสื้อแดง สลายการชุมนุม แต่กลุ่มนปช.ยังคงปักหลักที่แยกราชประสงค์ รวมถึงยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมปะทะกับกลุ่มทหารอย่างต่อเนื่อง บริเวณแยกบ่อนไก่ ศาลาแดง ประตูน้ำ ราชปรารภ และสามเหลี่ยมดินแดง จนมีคนบาดเจ็บล้มตายเพิ่มมากขึ้น สร้างความกดดัน ให้กับสังคมที่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายร่วม กันหาทางออกเพื่อประเทศ แต่ท่าทีของนปช. และรัฐบาลยังคงตั้งแง่กันไม่ยอมซึ่งกันและกัน จนทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะตึงเครียดไปทั่วทุกแห่ง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
* นปช.เฝ้าระวังสลาย
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเวทีแยกราชประสงค์ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทางแกนนำได้มีการสั่งการให้การ์ดและกลุ่มผู้ชุมนุมเฝ้า ระวังการเข้าสลายการชุมนุมของรัฐบาล หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่เตรียมเข้ากระชับพื้นที่ราชประสงค์ ในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ทำให้สถานการณ์การชุมนุมค่อนข้างตึงเครียดแต่ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ ทั้งนี้มีรายงานว่าในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายยิงระเบิดไม่ทราบชนิดเข้าไปที่หน้าสน.ลุมพินี 2 ครั้ง แต่ไม่มีตำรวจออกไปตรวจสอบเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างมืดและเป็นอันตราย
ต่อมาเวลาประมาณ 01.30 น. เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกที่หน้าร้านอาหารจันทร์เพ็ญ ใกล้ซอยงามดูพลี ย่านบ่อนไก่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดย 2 รายถูกนำส่ง รพ.เลิดสิน คือนายสนทญา ไทรชมภู อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขาขวาและนายธวัช ฉวีวัฒน์ อายุ 45 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าแผ่นหลัง ส่วนอีก 2 รายถูกนำส่ง รพ.กล้วยน้ำไท ไม่ทราบชื่อ ส่วนบรรยากาศบริเวณถนนราชปรารภในช่วงกลางดึกเป็นไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีประชาชนอยู่บนท้องถนนหรือเปิดไฟทิ้งไว้ มีเพียงไฟฟ้าจากป้ายโฆษณา ส่วนกำลังทหารก็เข้ารักษาการณ์ประจำจุดเฝ้าระวังทั้งแนวระนาบและอาคาร สูง และมีทหารส่วนหนึ่งได้ติดสติกเกอร์สะท้อนแสงเพื่อเป็นสัญลักษณ์
* ทหารตรึงกำลังศาลาแดง
ที่แยกศาลาแดง เวลา 03.30 น. มีรถหุ้มเกราะ 7 คัน รถบัสทหารกว่า 20 คัน ภายในมีเจ้าหน้าที่ทหารเต็มคันวิ่งผ่านถนนสีลมมุ่งหน้าศาลาแดงเพื่อเตรียม เข้าขอคืนพื้นที่ช่วงเช้ามืด โดยรถหุ้มเกราะ 2 คันได้เคลื่อนไปยังบริเวณแยกศาลาแดง อีก 2 คันจอดอยู่บนถนนสีลมบริเวณหน้าซีพีทาวเวอร์ และอีก 2 คันจอดอยู่ที่แยกนราธิวาส ขณะที่กำลังทหารได้แยกกระจายกันไปตามตรอกซอกซอยถนนสีลม ส่วนพื้นที่ถนนพระราม 1 ทหารได้เข้าปิดล้อมทางเข้าออกทุกพื้นที่ พร้อมรถหุ้มเกราะสายพานลำเลียง รถน้ำ และหน่วยพยาบาลบริเวณสนามศุภชลาศัย
* เผายางใส่รพ.จุฬาฯมืด
ที่แยกราชประสงค์ เวลา 06.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้กล่าวบนเวทีว่า ขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนอยู่ในความสงบ เพื่อรอรับสถานการณ์เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม ขณะที่การ์ดนปช.ได้ทยอยแจกจ่ายผ้าปิดจมูก เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาให้กับผู้ชุมนุม โดยที่บริเวณสวนลุมพินี เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมรถหุ้มเกราะ 2 คัน พยายามเข้ายึดพื้นที่ด้านฝั่งประตู 2 โดยยึดคืนพื้นที่ได้บางส่วน ขณะที่กลุ่มนปช. ได้ถอยร่นออกไปทางด้านหลังสวนลุมพินี แต่ฝั่ง รพ.จุฬาฯ ทหารยังไม่สามารถผ่านด่านบังเกอร์ของการ์ดนปช.ไปได้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการวางระเบิดเคโมไว้ โดยทหารเริ่มยิงแก๊สน้ำตาใส่ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยิงอาวุธปืนพกสั้นตอบโต้และเผายางรถยนต์ ทำให้ทิศทางลมพุ่งเข้าใส่ตึกผู้ป่วยของรพ. จุฬาลงกรณ์
* ทลายแนวยิงกันดุเดือด
ทั้งนี้บริเวณสถานีรถไฟใต้ดินคลอง เตย มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้พยายามนำน้ำมันมาราดบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วโยนระเบิดเพลิงเข้าไป แต่เจ้าหน้าที่ของสถานีสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนสถาน การณ์กลุ่มควันที่เกิดจากการเผายางรถยนต์ข้างรพ.จุฬาฯนั้นเพลิงได้ลุกโหมแรง และควันไฟได้พัดเข้าสู่บริเวณตึก ภปร. และตึกสก. ทำให้เกรงว่าเพลิงอาจจะลุกไหม้เข้าติดอาคารโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลหมดแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการดับเพลิงได้เนื่องจากมีการยิงตอบโต้กัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมติดอาวุธโดยตลอด โดยทางทหารได้นำรถหุ้มเกราะ 3 คัน พังแนวป้องกันของกลุ่มคนเสื้อแดงริมแยกศาลาแดงเพื่อเปิดทางให้รถน้ำเข้าไป สกัดเปลวเพลิงได้สำเร็จ ท่ามกลางการยิงปืนใส่กันตลอดเวลา
* สื่อหนีวุ่นนปช.ตาย2ศพ
โดยจากการปะทะกันของแนวทหารที่เคลื่อนจากแยกศาลาแดงมุ่งเข้าไปทางแยกสารสิน นั้น มีการยิงปืนต่อสู้กับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และในเวลาเดียวกันนั้นทหารอีกชุดหนึ่งได้เคลื่อนเข้าพื้นที่สวนลุมพินีทาง ถนนวิทยุเพื่อตีโอบเข้ามาในจุดเดียวกัน โดยการปะทะดังกล่าวทำให้สื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกาะติดการทำ ข่าวต่างวิ่งหลบวิถีกระสุนกันตลอดเวลา อย่างไรก็ตามหลังจากการปะทะนานกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่สามารถกดดันให้กลุ่ม นปช. ถอยร่นออกไปจากแยกสารสินได้สำเร็จ โดยมีผู้บาดเจ็บบางส่วนถูกนำส่งรพ.ตำรวจ และ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ศพ เป็นการ์ดนปช. ทราบชื่อ นายวัฒนชัย เอี่ยมนาค ถูกยิงที่หน้าอก ส่วนอีกรายยังไม่ทราบชื่อแต่อย่างใด
* ยึดสารสินเจอระเบิด
ที่รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มีการเตรียมเปลเจ้าหน้าที่ เพื่อรอเคลื่อนย้ายผู้ป่วย จากจุดปะทะหลาย ๆ จุด เริ่มมีคนเจ็บทยอยลำเลียงเข้ามารักษาตัว ที่รพ.ตำรวจบ้างแล้ว ซึ่งอยู่ใกล้ที่ชุมนุมมากที่สุด เตรียมการรับมือเต็มที่ ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ถูกยิงที่ช่วงล่างของร่างกาย และมีการลำเลียงผู้บาดเจ็บบางส่วนไปยังรพ.อื่น ๆ อาทิ รพ. เลิดสิน เป็นต้น
ทั้งนี้หลังจากที่ทหารได้ปฏิบัติการกระชับพื้นที่เข้าถนนสารสินได้หมดแล้ว ได้ควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ 12 ราย และยึดอาวุธได้อีกจำนวนมาก ทั้งระเบิดขวด พลุ ตะไล ตะปูเรือใบ เป็นต้น ส่วนสถานการณ์กลุ่มควันที่รพ.จุฬาฯ ได้ลดลงเกือบหมดแล้วทำให้รพ.สามารถเปิดรับผู้บาดเจ็บบางส่วนได้
* บ่อนไก่ระอุม็อบป่วน
ที่ย่านบ่อนไก่ คลองเตย หลังทราบข่าวการเข้ากระชับพื้นที่บริเวณแยกศาลาแดงต่อเนื่องแยกสารสินนั้น ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมแสดงอาการไม่พอใจพร้อมกับเริ่มจุดประทัด และจุดไฟเผาตึกบริเวณใกล้เคียง รวมถึงธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองเตยด้วย รวมถึงยังมีการเผายางรถยนต์ทำให้สถาน การณ์ตึงเครียดหนัก โดยมีการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งอาวุธปืนและระเบิดอย่างต่อ เนื่องนับกว่า 1 ชั่วโมง เสียงปืนและระเบิดจึงสงบ
ทั้งนี้หลังจากที่ผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์เป็นจำนวนมากทำให้บริเวณใต้ทางด่วน พระราม 4 ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควัน ผู้ชุมนุม ได้ทยอยออกจากพื้นที่ไปปักหลักที่แยกคลอง เตย บางส่วนไปที่แยกอโศก ทั้งนี้ระหว่าง เคลื่อนขบวนไปนั้นมีการเผาที่ทำการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับความเสียหายที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องสมุด
* ยึดรถเมล์จอดขวางสามย่าน
บริเวณแยกสามย่าน มีการปิดการ จราจรที่จะมุ่งหน้าไปแยกปทุมวันและถนนพระราม 4 ซึ่งมุ่งหน้าไปแยกศาลาแดง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเผายางรถยนต์ทำให้มีกลุ่มควันลอยมาปกคลุมโดยรอบ ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการยึดรถ โดยสารประจำทาง 1 คัน มาจอดขวางไว้บริเวณแยกสามย่านเพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการส่งกำลังเข้าไปเสริม ของเจ้าหน้าที่ โดยกำลังทหารส่วนหนึ่งได้เข้าเคลียร์พื้นที่ได้ในเวลาต่อมา
* แกนนำขึ้นเวทีปักหลัก
ที่แยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสย เกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะอยู่กับท่านที่นี่ เราจะอยู่ด้วยกันไม่หนีไปไหน รัฐบาลปิดประตูการเจรจาและได้ส่งกองกำลังทหารเข้ามาจนเกิดการปะทะกัน มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย อยากเรียนพี่น้องว่า สถานการณ์ขณะนี้แม้รัฐบาลอยาก จะกระหน่ำไล่ยิง แต่ขอให้พี่น้องอยู่ในความสงบ หรือใครจะพาลูกหลานไปอยู่ในเขตอภัยทานคือวัดปทุมฯ เพราะหากประสงค์จะไปอยู่ที่นั่นเราก็ไม่ห้ามและเชื่อมั่นว่าพระคุณเจ้าพร้อม จะดูแลและคุ้มครองทุกคนเหมือนทุกวัน ส่วนพี่น้องที่ปักหลักอยู่ที่นี่ หากสมัครใจก็ถือเป็นเสรีภาพ
* ให้เด็กคนแก่ผู้หญิงเข้าวัด
“อย่างไรก็ตามที่เป็นลูกเด็กเล็กแดงพวกผมขอร้องให้พาไปในเขตอภัยทาน หรือพี่น้องที่เจ็บป่วยไม่สบายก็เช่นกันร่างกายไม่สมประกอบก็ขอให้ไปอยู่ที่ นั่น ตอนนี้เราเดินมาถึงจุดพิสูจน์หัวใจกันแล้วว่าเราคือนักสู้ไพร่ ไม่ต้องวัดใจใด ๆ กันอีก เท่านี้ประเทศไทยก็จารึกหัวใจอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องเอาไว้แล้ว สำหรับลูกหลาน เด็กเล็กขอให้พาเขาไปอยู่ที่วัด ไม่ต้องห่วงพวกตนจะเอาเด็ก ผู้หญิงมาเป็นโล่ ในการป้องกันชีวิตไม่มีทางที่พวกตนจะลงไปนั่งแล้วให้พวกท่านมานั่งล้อมเด็ด ขาด เราจะอยู่ด้วยกันอย่างนี้หัวใจไม่ไปไหน ขอเรียกร้องให้ทหารหยุดยิงทันที เรายังเชื่อมั่นว่าสันติวิธีจะเป็นทางออก เราจะไม่ไปไหนพวกผมอยู่ที่นี่ใจถึงใจ เราเป็นเพื่อนตายกันและกัน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารทำการขึงลวดหนามตลอดแนวตั้งแต่ถนนสาทรถึงถนนสุรวงศ์ ผ่านแยกสาทร-นราธิวาสฯ ซึ่งปกติเป็นช่องทางที่เจ้าหน้าที่ให้ประชาชนย่านสีลม หรือพนักงานบริษัทต่าง ๆ ที่เปิดทำการนั้นสามารถใช้ช่องทางนี้ได้ แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือไม่ ให้เข้า เนื่องจากขณะนี้ถนนสีลมทั้งเส้นให้ถือว่าเป็นเส้นทางห้ามผ่านเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเกรงว่าหากมีประชาชนเข้ามาจำนวนมากอาจไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็น ประชาชน พนักงาน หรือกลุ่มใด
* เผาป.ป.ส.วอดยิงกันหนัก
ก่อนหน้านี้ที่สามเหลี่ยมดินแดง เวลา 07.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำนักงานป.ป.ส. โดยไฟลุกไหม้บริเวณชั้น1 และชั้น 2 อย่างหนัก เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงยังไม่สามารถเข้าได้ เนื่องจากกลุ่มนปช. ได้ปิดขวางทาง ทั้งนี้สื่อมวลชนไม่สามารถเข้าทำข่าวได้ เพราะกลุ่มนปช. ไม่ยอมให้บันทึกภาพ พร้อมกับจุดประทัดขับไล่กลุ่มผู้สื่อข่าว และพยายามข่มขู่ต่าง ๆ นานา จนผู้สื่อข่าวต้องถอยออกมา โดยไฟเผาไหม้อยู่นานประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสงบ โดยที่ชั้น 1 โรงอาหาร ตึก 1 เก้าอี้โต๊ะได้รับความเสียหายและป้อมรปภ.ภายใน เบื้องต้นทางกลุ่ม นปช.ได้ใช้การปาของแข็งใส่กระจกจนแตกเป็นรูและจุดไฟพลุใส่จนเกิดเพลิงลุก ไหม้ดังกล่าว
ทั้งนี้ตลอดทั้งคืนต่อเนื่องถึงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมได้เผายางรถยนต์ที่วางไว้ ตามถนนช่วง 3 แยกดินแดง จนเกิดม่านควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าอย่างหนาแน่น ขณะเดียวกันที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กลุ่มคนเสื้อแดง ได้เผากองยางรถยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้ควันขึ้นอย่างหนาแน่นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าที่ตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่พร้อมกับทหารนั้นมีคนร้าย ยิงระเบิดเอ็ม 79 มาใส่บริเวณแนวกั้นแต่ ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
* คนเก็บของตายสังเวย1ศพ
อย่างไรก็ตามเกิดการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีคนเจ็บและเสียชีวิต ถูกนำส่งรพ.ราชวิถี โดยผู้เสียชีวิต เป็นหญิงเก็บของเก่าขาย อายุประมาณ 40 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขาทั้งสองข้าง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ได้จับกุมตัวชายต้องสงสัย 1 ราย ที่บริเวณแยกใต้ทางด่วน ซอยวัดตะพาน ใกล้กับธนาคารกรุงเทพ สาขาสามเหลี่ยมดินแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิด้านถนนฝั่งมุ่งหน้าไป ยังสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นจุดชุมนุมของนปช. อีกจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลบก.น.1 จำนวน 1 กองร้อย ได้มาตรึงกำลังโดยรอบผู้ชุมนุม เพื่ออำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ด้านการจราจรให้กับผู้ใช้เส้นทาง
* ศอฉ.เข้ากระชับพื้นที่
ที่ ศอฉ. เวลา 09.30 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า รัฐบาลและศอฉ.กำลังปฏิบัติการเพื่อกระชับพื้นที่ กระชับวงล้อมเพิ่มเติม และจะทำต่อเนื่อง เพื่อจะให้มีการรักษาความปลอดภัย ดูแลความสงบเรียบร้อย ระงับเหตุร้าย และบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา การปฏิบัติการเพื่อกระชับวงล้อมเพิ่มเติมจะมีขึ้น อย่างต่อเนื่องในวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของศอฉ. จะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ๆ ถึงความคืบหน้าในการเข้ากระชับวงล้อม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการได้ตามลำดับ
* กดดันทุกทางยุติม็อบ
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงเข้าไปในบริเวณนั้น และขอให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของ กทม.ให้เตรียมความพร้อมในการเข้าไปบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้หากประชาชนที่อยู่ในบริเวณชุมชนต่าง ๆ หากพบเห็นเหตุร้าย สาธารณภัย อัคคีภัย ขอให้แจ้งไปที่สายด่วนของกทม. และสายด่วนของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะสายด่วน 199 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับยับยั้งสาธารณภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและศอฉ. จะปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนใน พื้นที่ต่าง ๆ
เมื่อถามว่าเป้าหมายคือเป็นการกระชับวงล้อมเพิ่มเติมหรือเอาราชประสงค์คืน นายปณิธาน กล่าวว่า แค่กระชับวงล้อม เมื่อถามว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ถามความเห็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือยัง นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นปฏิบัติการรัฐบาล และ ศอฉ.
* แกนนำเครียด-ปะทะอีก
ที่แยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำนปช.ต่างร่วมกันหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้า กระชับพื้นที่เนื่องจากอยู่ในช่วงจะเจรจากับส.ว. โดยทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนที่ แยกศาลาแดง หลังจากทหารควบคุมพื้นที่ได้ระยะหนึ่งปรากฏว่ามีการยิงปืนออกมาจากกลุ่มไม่ ทราบฝ่ายภายในสวนลุมพินี จำนวนหลายสิบนัดติดต่อกัน ทำให้รถหุ้มเกราะที่จอดอยู่บริเวณกองเพลิง ใกล้กับบังเกอร์ และกำลังทหาร รวมถึงสื่อมวลชนต้องแตกกระเจิง โดยกำลังทหารที่เดินเท้าเข้าไป เพื่อเป็นการกระชับพื้นที่เข้าไปส่วนหนึ่งแล้วต้องถอยกลับมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารประจำอยู่เกาะกลางถนน
* รวบ20ก่อการร้าย
ทั้งนี้บริเวณถนนพระราม 4 ที่มุ่งตรงไปทางอาคารอื้อจื่อเหลียง ทหารได้ใช้รถน้ำ 2 คัน ฉีดที่จะทลายด่านนปช.บริเวณหน้าสวนลุม เพื่อที่จะเปิดทางที่จะเข้าไปบริเวณสวนลุมพินี โดยทหารสามารถควบคุมตัวนปช.ได้เพิ่มอีก 20 คน ที่อาคารเคี่ยนหงวน บริเวณถนนวิทยุตัดกับแยกสารสิน ทั้งหมดมีอาวุธครบมือและมีระเบิดเพลิงด้วย
บริเวณด้านหน้าอาคารฉุกเฉิน ได้เกิดเหตุยิงปะทะกันขึ้นอีกครั้งระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้รถสุขาเป็นแนวกำบังเพื่อหลบกระสุนของทางกลุ่มผู้ ชุมนุมที่ยิงสวนเข้ามา และค่อย ๆ รุกคืบเข้าไป โดยไม่มีการใช้รถหุ้มเกราะในบริเวณนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างถูกปิดตาย ทำให้รถหุ้มเกราะไม่สามารถเข้าไปบริเวณด้านในได้ ต้องใช้ทหารเดินเท้ารุกคืบเข้าไปอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับบริเวณด้านข้าง เจ้าหน้าที่ทหารได้เฝ้าระวังภายในบริเวณสวนลุมพินีด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเสียงปืนดังออกมาจากสวนลุมพินีเป็นระยะ ๆ
* ม็อบเครียดจ้องเผารอบตัว
ที่แยกราชประสงค์ แกนนำ และ ผู้ชุมนุม ที่ยังคงปักหลักฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวด่านต่าง ๆ ที่ จะเข้าสู่พื้นที่เวทีราชประสงค์ ขณะนี้เริ่ม ตึงเครียดมากขึ้น หลังจากแกนนำประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทำให้การ์ด นปช.บางส่วนพยายามเผาธนาคาร กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนบริเวณด้านนอกพื้นที่ราชประสงค์ พยายามใช้ยาง รถยนต์จุดไฟเผาธนาคารนครหลวงไทย สาขาสยามเซ็นเตอร์ ส่วนบริเวณแยกเฉลิมเผ่า ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเตรียมเก็บข้าวของเครื่องใช้ ของกินของใช้ใส่ท้ายรถกระบะ เตรียมเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ในกรณีฉุกเฉิน
* ส่งตร.เข้าเคลียร์รอบกทม.
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า มีการส่งกำลังตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว 700 นาย ปูพรมทั่วกรุงเทพฯ ป้องกันการก่อเหตุวุ่นวาย และปล้นสะดมร้านค้า หากพบการต่อต้านจะใช้อาวุธทันที ส่วนการอายัดยางรถยนต์ตามจุดต่าง ๆ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะนำไปใช้จุดไฟเผาเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ล่าสุดได้อายัดยางรถยนต์เก่า กว่า 52,000 เส้น หากลูกค้าขอเปลี่ยนยางรถยนต์ ทางร้านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่รับทราบ สำหรับปฏิบัติการการควบคุมเพลิงไหม้ตามจุดที่มีการวางเพลิงส่วนใหญ่ควบคุม สถานการณ์ได้แล้ว
* แถลงกระชับพื้นที่สำเร็จ
ที่ ศอฉ. เวลา 11.30 น. นายปณิธาน แถลงว่า หลังจากเจ้าหน้าที่กระชับวงล้อมสวนลุมพินี ศอฉ.ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่าสามารถควบคุมพื้นที่สวนลุมพินี ได้เเล้ว และกำลังกระชับวงล้อมเพิ่มเติมในบริเวณนั้น เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย บรรเทาสาธารณภัย และช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าขณะนี้มีแกนนำ นปช.บางคนหลบหนีออกนอกพื้นที่ ถ้าใครพบเห็นเบาะแสการหลบหนีของแกนนำ นปช. เหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ การทำร้ายประชาชน การปล้นสะดม หรือการก่ออัคคีภัย ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจนครบาลใกล้บ้าน หรือแจ้งมายังโทรศัพท์สายด่วน ศอฉ. หมายเลข 0-2551-1515
* ห่วงให้ปชช.ปลอดภัย
“ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ ศอฉ.เดินทางไปรอรับที่สนามกีฬาศุภชลาศัย โดยมีการจัดรถมารอรับพร้อมแล้ว โดยขอให้รีบเดินทางไปยังแยกปทุมวันและขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย ที่จะได้ทำหน้าที่ต่อเนื่องในวันนี้ รัฐบาลจะดูแลให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพขอให้เดินทางกลับ โดยด่วน ตอนนี้การกระชับวงล้อมของเจ้าหน้าที่อยู่ในขั้นตอนปฏิบัติ รัฐบาลจึงขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าปฏิบัติการกระชับวงล้อมเพิ่มเติม วันนี้ทำอยู่บนหลักความกังวลในการดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัย มีสวัสดิภาพ ปราศจากการคุกคามใด ๆ ของคนที่ติดอาวุธและพยายามปล้นสะดมและวางเพลิงในพื้นที่กทม.ต่าง ๆ” นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามตลอดเวลา และเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน จึงจัดระบบให้นำประชาชนออกจากพื้นที่ เมื่อถามต่อว่าการชุมนุมของ นปช.ในต่างจังหวัด มีปัญหา หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร และยังไม่มีรายงานเข้ามา
* ขึ้นเวทีปลุกใจม็อบอีก
ต่อมาเวลา 12.12 น. นายณัฐวุฒิ ได้ขึ้นเวทีอีกครั้งโดยทักผู้ชุมนุมว่า ซำบายดีบ่ พร้อมนั่งร้องเพลงบนเวที 3 เพลงรวด คือ น้องใส่เสื้อแดง เพลงแดงเสรีชน และเพื่อนตาย โดยระหว่างนั่งอยู่บนเวทีนั้นได้ มีการ์ดห้อมล้อมเต็มมีแต่หน้าโผล่นิดหน่อย พร้อมกันนี้นายณัฐวุฒิให้ลูกหลานไปพักที่วัด ร้องเพลง 3 เพลงต่อแล้ว “หัวใจเรายังอยู่ด้วยกันยังสดชื่นอยู่ดีมีแฮงบ่ ทำจิตใจให้แจ่มใส องอาจเยี่ยงไพร่ที่รัก ปชต. ขออนุญาตไปปฏิบัติภารกิจก่อนครับ” ณัฐวุฒิ กล่าว จากนั้นเวลา 12.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์รองประธาน นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดย กล่าวว่า ตอนนี้มีพี่น้องเราเสียชีวิต 80 ชีวิตแล้ว พวกตนกำลังทำหน้าที่ดีที่สุด ขอให้รับรู้หัวใจพี่น้องยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนเราจะตัดสินใจอย่างไรไม่เป็นปัญหาเรื่องนี้เล็ก
* กทม.ระดมรถน้ำดับเพลิง
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติการกระชับพื้นที่การชุมนุมทำให้กลุ่มผู้ ชุมนุมวางเพลิงอาคารสถานที่ในหลายแห่งนั้น ขณะนี้กทม.ได้เตรียมพร้อมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติการ โดยได้ระดมรถดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) จากพื้นที่เขตรอบนอกเข้ามาเตรียมพร้อมในพื้นที่ชั้นใน รวมทั้งสิ้น 38 สถานี จำนวนกว่า 400 คัน และรถน้ำรวมกันแล้วกว่า 1,000 คัน เตรียมพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกันกทม.ยังได้รับประสานให้สนับสนุนรถในการเข้าไปรับผู้ชุมนุมหญิง เด็ก และคนชรา จากวัดปทุมวนาราม ซึ่งขณะนี้มีผู้ชุมนุมสมัครใจจะออกจากพื้นที่แล้วกว่า 100 คน โดยจะนำไปพักอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อความปลอดภัยก่อน ทั้งนี้กทม.ได้เตรียมอาหารไว้รองรับแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม.ก็ได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลเรื่องการจราจรตามแยกที่ถูกทำลาย รวมทั้งดูแลสถานที่สำคัญของ กทม. โดยในส่วนของศาลาว่าการ กทม. ที่เป็น 1 ในสถานที่ราชการซึ่งอาจเป็นเป้าถูกทำลายนั้น ตนได้สั่งการให้เทศกิจจำนวน 70 นายเฝ้าสถานที่ และสำนักงานเขตต่าง ๆ ด้วย
* สั่งรพ.รับรักษาคนเจ็บ
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยถึงความพร้อมด้านการแพทย์และพยาบาลของ กทม. ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของ กทม.เตรียมความพร้อมเต็มที่ โดยโรงพยาบาล กทม.ทั้ง 9 แห่ง ได้เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยตลอดเวลา รวมทั้งได้มีการเตรียมความพร้อมคลังเลือด ไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อสำรองไว้หากมีการร้องขอจากโรงพยาบาลอื่น ๆ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีโรงพยาบาลใดร้องขอความช่วยเหลือในส่วนของเลือดแต่ อย่างใด
นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรี ทส. กำลังประสานไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมจะขอนำเฮลิคอปเตอร์ในสังกัดสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของ ทส.ที่สามารถขนน้ำขึ้นไปดับเพลิงและควันไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ในหลายพื้นที่ รอบพื้นที่กทม.
* ประกาศยุติการชุมนุม
ต่อมาเวลา 13.26 น. แกนนำ นปช. ทั้งหมดได้ขึ้นบนเวที โดยนายจตุพร กล่าวว่า เป็นความรู้สึกที่ยากที่สุดในชีวิต ได้เห็นพี่น้องพลีชีพคนแล้วคนเล่า แต่ไม่รู้อีกกี่ร่าง กี่ชีวิต พี่น้องเราลุกขึ้นสู้ไม่ว่าอุดรธานี อุบล ราชธานี ขอนแก่น ทุกที่ได้พยายามต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตพวกเราที่ราชประสงค์ ตนเรียนกับพวกเราว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากที่สุด เพราะว่าเราไม่คิดมาก่อนว่าการมาเรียกร้องประชาธิปไตย พวกตนได้คิดตลอดเวลาทั้งคืนไม่ต้องการให้พี่น้องเสียชีวิตอีกแล้วด้วยความ ยากลำบากตรงนี้ ตลอดทั้งวันได้รับข่าวล้มตายคนแล้วคนเล่า จะเข้า 80 ชีวิตเข้าไปแล้ว หากพวกตนไม่ได้ตัดสินใจต่อจากนี้
นายจตุพร กล่าวต่อว่า เรื่องชีวิตเล็กน้อยมาก คนที่เสียชีวิตไม่ได้เป็นพวกตน แต่เป็นพี่น้องประชาชน ถ้ารู้เขาขยับมาที่เวทีไม่รู้พี่น้องต้องพลีชีพอีกกี่ชีวิต เราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขยาวนานที่สุดและได้รู้กันว่า ไม่รู้อีกกี่ชีวิต เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ใช่ยอมจำนนแต่ไม่ต้องการให้พี่น้องเพื่อนเราต้องเสีย ชีวิตอีก ตนรู้พี่น้องขมขื่น แต่พวกตนก็เจ็บปวดไม่น้อย แต่ทนเห็นความตายพี่น้องไม่ได้ พวกผม เพื่อน ๆ จะเดินทางไป สตช. ตนรู้ว่าพี่น้องก็ขมขื่นและทุกคนที่ขึ้นมาแห่งนี้ยังนึกคำพูดไม่ออกจะพูดกับ พี่น้องอย่างไร โดยเฉพาะคนตาย ขอเรียนว่าเราหยุดความตายพี่น้องเรา แต่การต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุด เรามาช่วยหยุดความตายเท่านั้นเองหัวใจต่อสู้ไม่เคยหมดจากหัวใจพวกเรา
* ไม่อยากเห็นคนตายอีก
“พวกผมไม่ยอมทรยศกันแต่เรารักษาชีวิตพี่น้องเรา แต่ถ้ามาถึงเวทีไม่รู้อีกกี่ร้อยชีวิต เรามาขอหยุดความตายเถอะ เพราะถ้าความตายเกิดขึ้นกับพวกผม แต่นี่เกิดขึ้นกับพี่น้อง การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด แต่วันนี้ขอหยุดความตายได้โปรดอย่าต่อว่าพวกผมเลย รู้พี่น้องเจ็บปวดขมขื่น เรามาหยุดความตายไม่ต้องการให้พี่น้องเราตายอีกแล้ว พี่น้องเจ็บปวด ผมก็เจ็บปวดไม่คิดจะเจอสภาพแบบนี้ เขามีเป้าหมายกับพวกผมแต่ขอให้พี่น้องสบายใจได้ว่า เราไม่เปลี่ยนความคิดแต่ทนไม่ได้จริง ๆ” นายจตุพร กล่าวทั้งน้ำตา
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พวกตนพยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้ประเทศนี้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เมื่อการต่อสู้ของประชาชนได้เกิดการสูญเสีย บาดเจ็บล้มตายและไม่มีทีท่าความตายจะยุติลงไป ตนเรียนพี่น้องว่าแม้เราตัดสินใจแน่วแน่ว่าสู้คราวนี้ ตายเป็นตายแต่เราต้องตัดสินใจร่วมกันว่า เราอย่าตายให้กับปรากฏการณ์นี้อีกเลย เราหยุดการบาดเจ็บล้มตาย แล้วรอวันเวลามาสู้ใหม่ ถ้าความเป็นแกนนำของพวกตนยังพอเหลืออยู่บ้าง ยังพอมีสายใยที่จะสื่อใจถึงพี่น้องขอประกาศว่า เราขอยุติเวทีชุมนุมแต่เพียงเท่านี้แต่การต่อสู้เรายัง ไม่ยุติ แต่เรามิอาจยืนต้านความอำมหิตนี้ได้อีก
* ขอทุกคนกลับบ้านโดยดี
“เรียนพี่น้องว่า ฟังตนสักนิดแม้การ นำท่านมาต่อสู้วันนี้จะยังไม่ถึงฝั่งที่เราคาดหวังเอาไว้ แต่พวกเราก็ได้พยายามกันอย่างถึง ที่สุดแล้ว เราขึ้นเวทีพวกตนจะเอาอิสรภาพ ตัวเองแลกกับความปลอดภัยของพี่น้องตลอด 3-4 ปีที่เราต่อสู้ร่วมกันมาขอฟังตนอีกสักครั้ง เรายุติวันนี้เพื่อเดินหน้าต่อสู้ กระบวนการประชาธิปไตยต่อไป จะใช้คำว่าขอร้องก็ขอร้องเถอะครับ จะใช้คำว่าให้ท่าน ได้รับฟังพวกผมอีกสักครั้งก็ทำเถอะครับ พี่น้องครับพวกผมมาประกาศกับพี่น้องว่า เรายุติกันเพียงเท่านี้ก่อน ขอให้พี่น้องเชื่อผม ทยอยออกจากบริเวณชุมนุมไปทางสนามศุภชลาศัย เจ้าหน้าที่ของเราจะดูแลอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องด้วยความสงบ สะดวกและปลอดภัย ขอความกรุณาพี่น้องฟังผมสักครั้ง” นายณัฐวุฒิ กล่าว
* แกนนำเจอบึ้มส่งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายณัฐวุฒิได้ปราศรัยอยู่นั้นได้มีเสียงดังคล้ายระเบิดดังหลายนัด ทำให้การ์ดมาบังตัว และพาลง หลังเวทีส่วนประชาชนหน้าเวทีได้แตกตื่นวิ่งหนีกระเจิงทิ้งสัมภาระเอาไว้หน้า เวที ทั้งนี้มีรายงานว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นาย สุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ นพ.เหวง โตจิราการแกนนำ นปช. ได้ออกจากพื้นที่ชุมนุมไป ก่อนที่จะมีการปราศรัยบนเวทียุติการชุมนุมโดยไม่ทราบว่าแกนนำทั้ง 3 คน ออกไปที่ใด
* แดงป่วนทั่วหลายจุด
ทั้งนี้หลังจากที่แกนนำประกาศเข้ามอบตัวกับตำรวจนั้น ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่นอกบริเวณราชประสงค์ทั้งบ่อนไก่ คลองเตย สามเหลี่ยมดินแดง ลาดพร้าว แสดงท่าทีไม่พอใจทั้งตะโกนต่อว่าและเผา สิ่งของต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยบริเวณสามย่าน หน้าโรงแรมแมนดาริน มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ลงมาบริเวณกลางสี่แยก โดยยิงมาจาก บริเวณยอดตึกในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการยิงปะทะกันหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายาม จะนำยางรถยนต์มาวางกั้นและจุดไฟเผาบริเวณหน้าโรงแรมแมนดาริน จากนั้นได้มี การยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้นประมาณ 5 นาที จากนั้นได้มีเสียงระเบิดเอ็ม 79 ดังขึ้น ก่อนที่อีก 1 ชั่วโมงต่อมาได้มีการยิงตอบโต้กันอีกครั้ง กระทั่งล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยเจ้าหน้าที่ทหารตั้งอยู่ในแนวราบ
* แกนนำมอบตัว-กี้ร์ถูกจับ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เวลา 13.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา เดินทางเข้ามอบตัวที่อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) รับมอบตัว โดยแกนนำนปช.ทั้งหมดได้เดินทางเข้าไปบริเวณอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ก้มลงกราบพระพุทธรูปและพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย
ทั้งนี้มีรายงานว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. ถูกจับตัวได้แล้ว ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตโดยถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบที่ค่ายตชด.นเรศวร จ.เพชรบุรี
* เตรียมสถานที่คุมแกนนำ
ที่กองปราบปราม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนในสังกัด บช.ก.ให้จัดกำลังออกติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งสิ้น 55 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแกนนำ นปช. สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม นปช.ที่ถูกทาง ศอฉ.ออกหมายจับฐานผู้ต้องหาสงสัยตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีทั้งสิ้น 64 ราย ถูกจับกุมไปแล้ว 8 ราย เหลือที่ยังไม่ถูก จับกุมรวม 56 ราย สำหรับสถานที่ซึ่งจะถูกใช้ในการควบคุมตัวนั้น ประกอบด้วย 1.บก.ตชด.ภาค 1 คลอง 5 จ.ปทุมธานี 2.ศูนย์การทหารม้า ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี 3.กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ต.เกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี 4.กก.ตชด.ที่ 13 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี 5.กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ชะอำ) บก.ตชด. และ 6.กรมการทหารช่าง ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี
* จตุพรได้สิทธิคุ้มครอง
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร เข้า มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า รัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 131 บัญญัติว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับคุมขัง หรือหมายเรียกตัวส.ส. ส.ว.ไปสอบสวน เว้นแต่สภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกจะอนุญาตหรือจับขณะกระทำความผิด ในกรณีที่มีการจับในขณะกระทำความผิดให้รายงานไปยังประธานสภาที่ผู้นั้นเป็น สมาชิก และประธานสภาอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับนั้นได้ ดังนั้นกรณีนี้เมื่อยังอยู่ในสมัยประชุมสามัญทั่วไป ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรก่อนจากนั้นประธานสภาก็ สามารถร้องขอให้มีการปล่อยตัวได้
* เผาเซ็นทรัลหวิดวอด
ส่วนในพื้นที่แยกราชประสงค์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ทำให้มีเปลวไฟลุกไปทั่วบริเวณ บริเวณสี่แยกอโศก ใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตัดลาดพร้าว สามย่าน นอกจากนี้ ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงธนาคารออมสิน สาขาแฟลตดินแดง อีก 1 แห่ง ส่วนบริเวณทางด่วนจากบางนา มุ่งหน้าพระราม 4 ได้ปิดการจราจรชั่วคราว เนื่องจากกลุ่มควันไฟพวยพุ่งปิดบังวิสัยทัศน์ การมองเห็น ขณะที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ย่าน แคราย จ.นนทบุรี ก็เกิดเหตุเผายางรถยนต์เช่นกัน นอกจากนี้หน้าห้างเซียร์รังสิต มีการ เผายางรถยนต์เช่นกัน รวมถึงมีการบุกเข้าไปเผาในพื้นที่ห้างสยามสแควร์ด้วย
* ช่อง3เจอเผามีตายเจ็บ
ทั้งนี้ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ย่านพระราม 4 ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเผาตึกทำให้ไฟลุกลามไปถึงชั้น 6 จนเป็นเหตุให้ช่อง 3 งดออกอากาศไปชั่วขณะ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าไปช่วยเหลือนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิง ได้ โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 40 ราย โดยมีอาการสำลักควัน ทั้งนี้ตึกบางกอกโพสต์ ย่านคลองเตย ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจการทำงานเข้าไปเผาอาคารเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบุคคลไม่ทราบฝ่ายยิงปืนยาวเข้าไปภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้สื่อมวลชนที่เข้าไปรวมตัวกันอยู่ในนั้นต้องเฝ้าระวัง และหลบเข้าไปอยู่ภายในอาคารใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
* พิธีกรดังติดในตึกเพียบ
ทั้งนี้มีรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้บุก ขึ้นไปถึงชั้น 6 ห้องออกอากาศของช่อง 3 โดยทำลายข้าวของ และจุดไฟเผาจนเกิดเพลิงไหม้อยู่ในเวลานี้ โดยกาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ ผู้ดำเนินรายการช่อง 3 ได้ทวีตข้อความว่า “ที่ช่อง 3 ขอความช่วย เหลือจากตำรวจทหารด่วน! รถข่าวด้านหน้าโดนทุบ และกำลังถูกบุกเข้าตึก นอกจากนี้มีรายงานว่า เกิดเพลิงไหม้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยอาคารมาลีนนท์ ขณะที่ปุ้ย-พิมลวรรณ หุ่นทองคำ พิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ทวิตเตอร์ข้อความว่า “ขนถังแก๊สมาเต็มด้านหน้าช่อง 3 เตรียมจุด” ไก่- มีสุข แจ้งมีสุข พิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง อยู่ในตึก เสียงสั่นมาก ออกมาไม่ได้กำลัง ประสาน ศอฉ. ช่วยด้วย
* ใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วย
นายธีระ ธัญญะไพบูลย์ ผู้ประกาศข่าว ให้สัมภาษณ์ว่า ตนติดอยู่ในอาคาร ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยเหลือ ซึ่งกลุ่มผุ้ชุมนุมได้ล้อมอาคารเอาไว้ และจุดไฟเผายางรถยนต์อยู่ด้านหน้าอาคาร ขณะที่พนักงานคนอื่น ๆ ต้องหลบออกจากอาคาร โดยระวังไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายได้ ทั้งนี้มีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ทหารลงจอดที่ดาดฟ้าช่อง 3 อาคารมาลีนนท์แล้วรับผู้บริหารไปแล้ว 15 คน นอกจากนี้ยังมีพนักงานที่ยืนออกันเต็มดาดฟ้า ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
* ดีเอสไอคุมตึกเข้มข้น
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตนได้มีคำสั่งถอนกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ ที่ออกปฏิบัติภารกิจแฝงตัวในพื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดง ให้กลับมาดูแลสำนักงานดีเอสไอบนถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยกับสำนักงานป.ป.ส. โดยมีคำสั่งห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า-ออกสำนักงาน อย่างไรก็ตาม สำนักงานดีเอสไอเป็นอาคารตั้งอยู่ริมถนน ดังนั้นหากพบบุคคลต้องสงสัยหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธเข้าดำเนินการทันที
* คุม20มือป่วนสอบเครียด
นายธาริต กล่าวถึงกรณีทหารจับกุมคนร้ายกลุ่มติดอาวุธได้ที่อาคารเคี่ยนหงวน ถนนพระราม 4 ว่า ได้รับรายงานว่า มีการจ้างวานกลุ่มต่างชาติเข้ามาเป็นกองกำลังติดอาวุธในการก่อเหตุร้าย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าคนร้ายกลุ่มที่จับได้ประมาณ 20 คน เป็นกลุ่มใดและมีสัญชาติไทยหรือไม่ ขณะนี้ ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่จับได้ ซึ่งส่งตัวไปควบคุมอยู่ที่ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันนี้ ดีเอสไอ อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ในคดีก่อการร้าย เพื่อเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยจะมีรายชื่อเพิ่มเติมจากแกนนำ 9 คน ที่เคยแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้
นายธาริต กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายกับแกนนำนปช.ที่ได้ เข้ามอบตัว ในส่วนของการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 รายนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนขอความเห็นชอบจากอัยการ โดยผู้ต้องหาที่ไม่ยอมเข้ามามอบตัว ก็จะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป สำหรับเหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังแกนนำเข้ามอบตัวนั้น จะถือเป็นคดีพิเศษทั้งหมด
* แยกคุมตัวตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเข้ามอบตัว ซึ่งในขั้นตอนแรกเป็นการรับมอบตัวตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับมอบตัว ในส่วนของข้อหาก่อการร้าย ที่ศาลให้ดีเอสไอ แจ้งข้อหาเพิ่มได้ทันที ดีเอสไอได้รับการประสานจากแกนนำเสื้อแดงแล้วว่า มีผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้แก่ นายจตุพร นายณัฐวุฒิ นายขวัญชัย จะเข้ามอบตัวในข้อหาก่อการร้าย โดยนายจตุพร จะเข้ามอบตัวที่ ศอฉ.เพราะจะขอใช้เอกสิทธิ์ส.ส. คุ้มครอง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจะถูกนำตัวไปรับมอบตัวในคดีก่อการร้าย ที่ค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้นายธาริต ได้ประชุมพนักงานสอบสวนทันที และได้ส่งพ.ต.ท.วรพงษ์ คชรักษ์ พนักงานสอบสวนระดับชำนาญการ ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ไปรับมอบตัวนายจตุพร ที่ศอฉ. และมอบหมายให้พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง ผอ.ส่วนสำนักคดีอาญาพิเศษ ไปสอบปากคำผู้ต้องหา
* แจงขั้นตอนทหารเข้าพื้นที่
ที่ ศอฉ. เวลา 14.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลง ว่า ตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงหรือ นปช. ได้ชุมนุมทางการเมืองในช่วงเวลา 2 เดือนกว่าที่ผ่านมาและยกระดับการชุมนุมให้มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการ ก่อการร้ายเต็มรูปแบบนั้นเมื่อเวลา 05.45 น. ศอฉ.ได้ตกลงใจที่จะเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีเนื่องจากมีการตรวจพบ ว่าในพื้นที่มีการซ่องสุมอาวุธและมีการก่อร้ายในการ ใช้อาวุธจริงในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะยิงระเบิดเอ็ม 79 มายังหน่วยทหารและตำรวจที่ตั้งด่านพื้นที่ต่าง ๆ และทำร้ายประชาชนและสามารถควบคุมพื้นที่ได้ในเวลา 07.15 น.
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นทาง ศอฉ.ได้ปฏิบัติการบีบพื้นที่และกระชับวงล้อมตามแนวถนนแยกสามย่านแยกอังรีดู นังต์และแยกศาลาแดงมุ่งหน้าเข้าแยกราชประสงค์ แต่กลุ่มก่อการร้ายพยายามสร้างสถานการณ์ด้วยการบุกเผาทำลายสถานที่ราชการและ เคหะสถานได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทางศอฉ.จึงจำเป็นต้องรุกคืบหน้าต่อไป ในเวลา 13.45 น. ทาง ศอฉ.สามารถกดดันจนทำให้กลุ่มแกนนำก่อการร้ายบนเวทีชุมนุมประกาศหยุดการ ชุมนุมและขอเข้ามอบตัว ขณะนี้ศอฉ.สามารถควบคุมสถานการณ์ในภาพรวมไว้ได้เรียบร้อยและได้หยุดการ ปฏิบัติการรุกคืบหน้าแล้วซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมแกนนำ อย่างไรก็ตาม ศอฉ.ได้เปิดเส้นทางแยกปทุมวันเพื่อประชาชนเดินทางออกจากพื้นที่การชุมนุมโดย ไปรวมกันที่สนามกีฬาศุภชลาศัย
* เข้าเคลียร์หลังม็อบกลับ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขนย้ายผู้ชุมนุมจากแยกราชประสงค์ ภายหลังแกนนำกลุ่ม นปช.ประกาศยุติการชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมต้องการกลับบ้าน ให้เดินทางไปยังสนามกีฬาแห่งชาติ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 เข้าไปดูแลและจัดรถรับผู้ชุมนุมออกไป โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อำนวยความสะดวกให้ สิ่งที่กังวลในเวลานี้ซึ่งอาจเป็นอาฟเตอร์ช็อก มีผู้ชุมนุมบางส่วนโกรธแค้น โดยมีรายงานล่าสุดว่าจะไปเผาบริเวณใกล้ ๆ กับพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่คงจะเข้าไปตรวจสอบอาวุธในพื้นที่
เมื่อถามว่าคาดว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่สถานการณ์ทั้งหมดใน กทม.และต่างจังหวัด จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจะมี มาตรการใดหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงมีความพยายามให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือโดยเร็วที่สุด เรื่องสำคัญคือต้องดูแลไม่ให้ใช้โอกาสนี้ใช้ความโกรธแค้นไปสร้างความ เสียหายในบ้านเมืองให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการวางเพลิงเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนของต่างจังหวัดมีบางจังหวัดที่มีการบุกยึดศาลากลางจังหวัด ซึ่ง ศอฉ.เคยประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยกันดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น
* สื่ออิตาลีตายมีสังเวย4ศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์เอราวัณรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ขอพื้นที่คืน บริเวณสี่แยกราชประสงค์จากกลุ่ม นปช.ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.-จนถึง 15.00 น. วันนี้ มีผู้บาดเจ็บ 346 ราย เสียชีวิต 41 ราย นอนอยู่ในห้องไอซียู 15 ราย นอนพักรักษาตัวอยู่หอผู้ป่วยทั่วไป 111 ราย รับยากลับบ้าน 210 ราย ทั้งนี้ศูนย์เอราวัณรายงานว่า เฉพาะวันที่ 19 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 06.01-15.00 น. มีผู้บาดเจ็บ 40 ราย เสียชีวิต 4 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 4 ราย ทราบชื่อคือ 1.นายโพเลนชี่ ฟาดิโอ ผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี ไม่ทราบอายุ ศพอยู่รพ.ตำรวจ 2. นายถวิล คำมูล อายุ 36 ปี ศพอยู่รพ.รามาธิบดี 3.หญิงไม่ทราบชื่อ-อายุ ศพอยู่ รพ. ราชวิถี และ 4.ชายไทยไม่ทราบชื่อ ศพอยู่รพ.รามาธิบดี สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมี 346 ราย
* รพ.รับคนเจ็บดูแลเพียบ
พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต 1 รายแล้ว เป็นผู้หญิงที่นำส่งมายังโรงพยาบาล ซึ่งนำส่งจากบริเวณใต้สะพานสามเหลี่ยมดินแดง ได้รับบาดเจ็บที่ขา คาดว่าเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนนำส่งถึงโรงพยาบาล
นพ.อนันต์ เสฐภักดี ผอ.รพ.เลิดสิน เปิดเผยว่า รพ.เลิดสินได้รับผู้บาดเจ็บซึ่งส่งต่อจาก รพ.ตำรวจ 3 ราย เป็นคนไทย ทั้งหมด ไม่มีเสียชีวิต โดยรายแรกเป็นชาย อายุ 27 ปี ถูกยิงขาซ้ายด้านล่าง กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด รายที่สองเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี ถูกยิงข้อมือด้านซ้ายและชายโครงขวา และรายที่สาม เป็นชายอายุ 38 ปี ถูกยิงต้น ขาซ้ายทะลุ และได้นำเข้าห้องผ่าตัดช่วย เหลือแล้ว
นพ.สุวินัย บุศราคัมวงศ์ ผอ.รพ.กล้วยน้ำไท เปิดเผยว่า ตั้งแต่เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีผู้บาดเจ็บส่งตัวเข้ารักษาแล้ว 3 ราย ทั้งหมดนำส่งจากบ่อนไก่ ส่วนใหญ่เป็นบาดแผลเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด และได้ทำแผลกลับบ้านแล้ว
* เคอร์ฟิวคุมสถานการณ์
ที่ ศอฉ. เวลา 16.00 น. ได้ออกประกาศข้อกำหนดออกตามในมาตรา 9 (1) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ 7 เมษายน 2553 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 และนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 7 เมษายน 2553 แล้วนั้น
เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถ กระทำได้โดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และเพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคล อาศัยอำนาจตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดต่อไปนี้
* ห้าม2ทุ่มถึง6โมงเช้า
ห้ามมิให้บุคคลใดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครออกนอกเคหสถานภายในเวลาตั้งแต่ 20.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ และระยะเวลาที่กำหนดได้ ให้ประชาชนที่อยู่ ในเขตพื้นที่ที่กำหนดกลับเข้าสู่เคหสถาน และมิให้ออกมายังพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการ นี้มอบหมายให้ผู้กำกับการปฏิบัติงาน ผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถกำหนดพื้นที่และรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่ เหตุได้ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 พ.ค. 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
* เตรียมรถรับคนกลับบ้าน
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการจัดส่งผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน ว่า ทางกระทรวงฯได้สำรองรถไว้ที่ บขส. ขสมก. และที่สนามกีฬาแห่งชาติ อีกทั้ง มีการเตรียมเครื่องดื่มไว้ด้วย ส่วนคนที่ ต้องการเดินทางกลับนั้น ต้องแสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการเดินทางไปที่จุดใด ในส่วนของรถไฟนั้นมีการสำรองขบวนรถไฟไว้อย่างเพียงพอด้วย สำหรับจังหวัดปริมณฑล ก็จะจัดรถของ ขสมก. ไว้ให้บริการอย่างเพียงพอ และพร้อมที่จะจัดส่งได้ทันที
* เผาป่วนเมือง15จุดใหญ่
พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ รองผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นถึงเหตุเพลิงไหม้ตามสถานที่ต่าง ๆ พบว่ามีเหตุเพลิงไหม้เป็นจำนวน 15 จุด อาทิ ย่านราชประสงค์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ 6 จุด ได้แก่ 1.โรงภาพยนตร์สยาม 2.ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน 3.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ 4.โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ 5.ธนาคารกรุงเทพ และ 6.ธนาคารนครหลวงไทย, ย่านชิดลม เกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด ได้แก่ 1.ธนาคารกรุงไทย สาขาชิดลม และ 2.พื้นที่ใต้ทางด่วนบริเวณชิดลม
“ย่านคลองเตย มีเหตุเพลิงไหม้ 4 จุด ได้แก่ 1.ที่ทำการไฟฟ้านครหลวง สาขาคลองเตย 2.อาคารล็อกซเล่ย์ 3.ตึกมาลีนนท์ และ 4.อาคารตลาดหลักทรัพย์, ย่านดินแดง เกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 จุด ได้แก่ 1.อาคารที่ซอยบุญชูศรี 2.อาคารที่ถนนมิตรไมตรีและ 3.แฟลตดินแดง ทั้งหมดรถดับเพลิงของ สปภ. ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากถูกกลุ่มคนเสื้อแดงใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ขณะนี้มีรายงานว่าบริเวณแยก ณ ระนอง กลุ่มผู้ชุมนุมได้รุมทุบรถดับเพลิงที่จะเข้าไปในพื้นที่และลากเจ้าหน้าที่ลง มาทำร้าย และล่าสุดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสปภ. หรือเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร” พ.ต.อ.พิชัย กล่าว
* โคทมเตือนอย่าต่อว่าม็อบ
ดร.โคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ผู้ก่อการร้ายคงมีไม่มาก ดังนั้นควรต้องบอกว่าฝูงชนที่โกรธแค้น ก่อการจลาจลมากกว่าคำว่าผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นการเหมารวม ดังนั้นสถานการณ์ในขณะนี้อยากให้ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ โดยให้แกนนำ นปช. เป็นคนพูด หรือให้คนพูดภาษาเดียวกันออกมาพูด เพราะขณะนี้ผู้ชุมนุมบางส่วนยังมีอารมณ์โกรธแค้นอยู่ ดังนั้นตอนนี้ต้องลดอารมณ์คนที่โกรธแค้นลงก่อน เวลามีการแถลงข่าวคำหนึ่งก็ก่อการร้าย แสดงว่าไม่เข้าใจเขา การแถลงข่าวต้องบอกว่าฝูงชนที่โกรธแค้นก่อการจลาจลจะดีกว่า ตอนนี้ต้องมีการแยก 2 กลุ่มออกจากกันคือประชาชนและผู้ก่อการร้าย ถ้าแยกไม่ได้อย่าเพิ่งไปเหมารวมว่าทุกคนเป็นผู้ก่อการร้าย เหมือนแยกปลาออกจากน้ำ คือแยกผู้ก่อการร้ายออกจากประชาชนทั่วไป โดยในส่วนของกลุ่มที่ก่อการร้ายก็ต้องจัดการเด็ดขาด
* ห่วงสื่อ-แบงก์โดนเผา
นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีแนวร่วมกลุ่ม นปช. บางส่วนยังก่อความรุนแรงว่า ในบางพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ไฟจะดับไปบ้างแล้ว แต่ว่าหลายพื้นที่ยังมีแนวโน้มที่จะก่อความรุนแรงอยู่ สิ่งที่น่าห่วงขณะนี้คือกลุ่มที่ก่อความรุนแรงทั้งหลายในพื้นที่ต่าง ๆ จะเข้าก่อเหตุในพื้นที่สำคัญ เช่นที่ธนาคาร ที่ช่อง 3 ซึ่งขณะนี้กลุ่มนปช.จำนวนหลายร้อยคนบุกเข้าไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้สถานที่ต่าง ๆ ที่ใกล้พื้นที่ชุมนุม อาจมีโอกาสที่จะเกิดเหตุ ขอให้ประชาชนพิจารณาระมัดระวัง หากควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ขอให้ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการดูแลความปลอด ภัยในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จะทำอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ศอฉ. มีความกังวลมาก เนื่องจากเป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่สื่อมวลชน แม้แกนนำได้มอบตัวไปแล้ว แต่บางกลุ่มที่นิยมความรุนแรงยังมีความโกรธแค้นอยู่ จึงขอเตือนกับสื่อว่าขอให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ การรายงานข่าวในสถานที่สุ่มเสี่ยงขอให้ถอนตัวจากเหตุการณ์ก่อน เพื่อความปลอดภัย ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ทาง ศอฉ. ได้ส่งกำลังไปดูแลแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด กับกลุ่มที่ไปก่อความรุนแรง โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุม หยุดยั้งอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการทำงานภายใต้กรอบของกฎหมาย
* สธ.ช่วยทุกฝ่ายทั่วปท.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินระดับ ชาติ ว่าได้สั่งการเป็นพิเศษให้เตรียมการเฝ้าระวังในพื้นที่ต่างจังหวัดและเตรียม ความพร้อมโรงพยาบาล โดยได้กำหนดแผนขั้นตอนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว และให้ผู้ตรวจราชการทุกเขตกำกับดูแล นอกจากนั้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ โดยสนับสนุนยาแก้ปวดชนิดพิเศษ ใช้ดูแลผู้บาดเจ็บเพื่อระงับอาการเจ็บปวด เป็นยาในกลุ่มเดียวกับมอร์ฟีนซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษอยู่ในความดูแลของอย. ส่งให้โรงพยาบาล 6 แห่งในกทม. 10,000 หลอด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
สถานการณ์ในขณะนี้ที่จะต้องเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษก็คือพื้นที่ต่าง จังหวัดที่ล่อแหลมต่อการเกิดสถานการณ์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ราชการ ต่าง ๆ สำหรับแผนการเตรียมความพร้อมที่ผ่านมา สามารถ รับมือสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี มีจุดรับผู้บาดเจ็บในเขตพื้นที่ชั้นใน กทม. ทั้งหมด 4 จุดหลัก ได้แก่ รพ.ราชวิถี รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.ในสังกัดกรมการแพทย์อื่น ๆ รพ.วชิระ และศูนย์เอราวัณ ซึ่งในแต่ละจุดจะมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยเสริม ได้แก่ รพ.อยุธยา รพ. สมุทรปราการ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี และ รพ.สมุทรสาคร
* ปรับผังรายการรับม็อบ
ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ ศอฉ.นายปณิธาน แถลงว่า รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ด้วยความระมัดระวังและมุ่งมั่น ประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง เช่น ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือกำลังเดินทางกลับเข้าไทย ควรแสดงหนังสือเดินทางหรือตั๋วโดยสารต่อเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ และหลังจากนี้จะมีการปรับผังรายการโทรทัศน์เป็นรายการพิเศษ อย่างไรก็ตามรัฐบาลขอเรียกร้องให้ผู้ก่อความไม่สงบยุติการกระทำ ผู้ยังกระทำอยู่ทางรัฐบาลจะมีแนวทางดำเนินการอย่างจริงจัง
* พื้นที่ฉุกเฉินอีก 2 จว.
วันเดียวกันนี้ ศอฉ. ได้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากสองจังหวัดดังกล่าวมีผู้ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบและมีความรุนแรง เกิดขึ้น ศอฉ. จึงประกาศให้เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน
* รัฐออกรายการแจง
ต่อมาเวลา 18.45 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้เสนอรายงานพิเศษ “แนวทางสำหรับประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน” โดยมีนายปณิธาน นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว.การต่างประเทศ และนายอนุสิษฐ คุณากร รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมรายการ ทั้งนี้นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลต้องขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ให้เดินทางออกไปนอกเคหสถานหลังเวลา 20.00 น. คืนนี้ เพราะเห็น ชัดว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่จริง และยังมีกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับแนวทางของรัฐบาล ซึ่งมีจำนวนไม่มาก กระจายตัวไปก่อความไม่สงบ ออกมาปล้น คุกคาม วางเพลิง เราจึงต้องเปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน โดยต้องทำต่อเนื่องตลอด
* เคอร์ฟิวเพิ่มอีก 23 จว.
ต่อมาเวลา 20.00 น. ศอฉ. ประกาศพื้นที่เคอร์ฟิวเพิ่มเติม นอกเหนือจากพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง นครสวรรค์ น่าน ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี หนองบัวลำภู มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร รวม 23 จังหวัด ทำให้พื้นที่ที่มีการห้ามประชาชนออกนอกพื้นที่พักอาศัยช่วงเวลา 20.00-06.00 น. มีทั้งสิ้น 24 จังหวัด
* ช่อง 3 หนักจอดำยาว
ต่อมานายอัฌชา สุวรรณปากแพรก ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทบีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า เพลิงที่ไหม้ชั้นใต้ดินของอาคารปฏิบัติการ ทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย ประกอบกับต้องการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ช่อง 3 จึงหยุดออกอากาศตลอด ทั้งนี้ได้มีการอพยพพนักงานออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย โดยในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ทางช่อง 3 งดออกอากาศชั่วคราว อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวว่ากลุ่มสื่อ เป็นเป้าหมายของการวางเพลิงของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้สื่อต่าง ๆ ได้มีการประกาศให้พนักงานเดินทางกลับบ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย
* ตาย 6-เลิกหมายจับแม้ว
ทั้งนี้ในการออกหมายจับของศาลเพิ่มเติม 10 คน ที่ทางดีเอสไอยื่นคำร้องไปนั้น ปรากฏว่าหลังจากที่มีการอนุมัติหมายจับทั้งหมดแล้ว ทางศาลได้แจ้งทางดีเอสไอว่าขอยกเลิกหมายจับในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปก่อน ขอไต่สวนเพิ่มเติมในบางประเด็นในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้
ศูนย์เอราวัณรายงานผู้บาดเจ็บ ตั้งแต่เวลา 06.01 น. จนถึง 20.00 น. มีจำนวน 58 ราย เสียชีวิต 6 ราย ยอดตั้งแต่ 14 พ.ค. จนถึงเวลา 20.00 น. เจ็บรวม 365 ราย เสียชีวิต 43 ราย
* เผาป่วนกรุง 27 จุดอันตราย
ต่อมาเวลา 21.00 น. นายถนอม อ่อนเกตุพล ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีไฟไหม้ทั่วกรุงเทพฯ 27 จุด ในจำนวนนี้เป็นธนาคารกรุงเทพ 10 สาขา ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารนครหลวงไทย ห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง คือเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นเตอร์วัน โดยที่เซ็นเตอร์วันนั้นผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นเกือบ 200 คน ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามห้ามปรามแล้ว
นายถนอม กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังไม่สามารถควบคุมได้ รวมทั้งที่โรงภาพยนตร์สยามที่ยังไม่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุ เพราะมีการยิงปะทะเป็นระยะ อาคารทรุดลงมาตั้งแต่ช่วงเย็น นอกจากนี้ไฟยังลุกลามไปห้องข้างเคียง 3-4 คูหา โดยในวันรุ่งขึ้นผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งให้เข้าตรวจสอบโครงสร้างของอาคารที่เกิดไฟไหม้ รวมทั้งสะพานต่าง ๆ แล้ว
นายถนอม กล่าวต่อว่า ขณะนี้ศูนย์ช่วยเหลือ 1555 ของ กทม. ต้องยุติการทำงานชั่วคราว เนื่องจากถูกขู่เผาทำลายอาคาร ที่ทำการ ถ้ามีเหตุฉุกเฉินโทรศัพท์ไปได้ที่ จส.100 หมายเลข 1137 สวพ.91 หมายเลข 1644
* ระทึกห้างดังอาจพังถล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบริเวณสยามสแควร์ ที่กำลังพยายามดับเพลิงที่ลุกไหม้โรงภาพยนตร์สยามอยู่นั้นประสบปัญหาน้ำหมด รวมทั้งกระแสลมแรงทำให้เพลิงที่ใกล้จะมอดลุกขึ้นมาอีกทำให้ลุกลามไปตามร้าน ค้าต่าง ๆ ในบริเวณดังกล่าว อีกทั้งยังมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ไฟลุกไหม้อย่างหนักนั้น เจ้าหน้าที่พยายามฉีดน้ำหล่อเลี้ยงแต่ก็ไม่สามารถทำได้เต็มที่เพราะอยู่ใน พื้นที่เสี่ยงอีกทั้งยังมีอาคารบางส่วนเริ่มพังลงมาบ้างแล้วทำให้เจ้า หน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ต้องรอพ้นช่วงเวลาเคอร์ฟิวด้วย
* เผย27จุดทั่วกรุงโดนเผา
สำหรับจุดที่ถูกลอบวางเพลิงในพื้นที่กรุงเทพฯ 27 จุด ประกอบด้วย 1.โรงภาพยนตร์สยาม 2.ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน 3.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 4.โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ 5.ธนาคารกรุงเทพ สาขาสยาม 6.ธนาคารนครหลวงไทย สาขาสยาม 7.ธนาคารกรุงไทย สาขาชิดลม 8. พื้นที่ใต้ทางด่วนบริเวณชิดลม 9.ที่ทำการไฟฟ้านครหลวง สาขาคลองเตย 10.อาคารล็อกซเล่ย์ 11.ตึกมาลีนนท์ 12.อาคาร ตลาดหลักทรัพย์ 13.อาคารที่ซอยบุญชูศรี 14.อาคารที่ถนนมิตรไมตรี 15.แฟลตดินแดง 16.ป.ป.ส.
17.ธนาคารกรุงเทพ สาขาดินแดง 18.ธนาคารออมสิน สาขาดินแดง 19.ธนาคาร กรุงเทพ สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 20.ศูนย์ การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยฯ 21.ร้าน โคคาสุกี้ ถนนอังรีดูนังต์ 22.การประปานครหลวง สาขาคลองเตย ถนนพระราม 423.ศูนย์การค้าสยามสแควร์ ซอย 5-6 ถนนพระราม 1 24.ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาดินแดง 25.ธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวลำโพง 26.ห้างคาร์ฟูร์พระราม 4 และ 27.ห้างเทสโก้โลตัส สาขาพระราม 4
* วอนปชช.แจ้งเบาะแส
ต่อเวลา 22.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์พิเศษผ่านทีวีพูล ระบุว่า เหตุการณ์ตลอดทั้งวันอยากขอเรียนว่าช่วงระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา หลังจากที่ศอฉ.กระชับวงล้อมที่ราชประสงค์ได้ก่อปฏิกิริยาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ก่อการร้าย เกิดการวางเพลิง ปิดการจราจรหลายจุด ดังนั้น ศอฉ.จึงได้ตัดสินใจกระชับวงล้อมเมื่อเช้าเพื่อยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด ซึ่งช่วงเช้าดำเนินการได้ในระดับหนึ่ง ต่อมาในช่วงบ่ายแกนนำ นปช.ได้ประกาศยุติการชุมนุมและมอบตัว ทำให้กิจกรรมบนเวทียุติลง ทางเจ้าหน้าที่ ศอฉ.ก็อำนวยความสะดวกให้ประชาชนกลับภูมิลำเนา และเข้าตรวจพื้นที่พบอาวุธจำนวนมาก อย่างไรก็ดีการยุติการชุมนุมทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้ชุมนุมบ้าง โดยกลุ่มคนใช้อาวุธ ได้เดินหน้าวางเพลิง สร้างความปั่นป่วน และมีผู้ใช้อาวุธกับคนที่จะเข้าไปดับเพลิงและ ช่วยเหลือประชาชน ทำให้ยากลำบากในการระงับเหตุ
“ผมขอยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ละความพยายามในการลดเหตุรุนแรง บางพื้นที่มีปัญหาอยู่จะร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ เข้าไปคุ้มครองผู้ทำหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ผมขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เราจึงได้ประกาศเคอร์ฟิว ขณะนี้ทางศอฉ.ได้มีการดำเนินการที่จะดูแลผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นและจะต้องเฝ้าระวังป้องกัน ส่วน พื้นที่ราชประสงค์มีผู้ตกค้างจำนวนหนึ่งก็จะส่งกลับภูมิลำเนาในวันที่ 20 พ.ค. ทั้งหมดนี้ เพื่อความสงบของบ้านเมือง ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับศอฉ.”นายกฯกล่าว
* ขู่วางเพลิงโทษประหารชีวิต
เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ศอฉ.นายธาริต แถลงว่า กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันวางเพลิง
ข้อมูลจากเดลินิวส์
เดลินิวส์ วันที่ 20 พค 53 กดครับ