@@ ฅนเสรีไท @@ ปั้นแบบเสรีชน เราคือฅนเสรีไท ชอบ ปั่นน้อยแต่คุยมาก

กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ฅนเสรีไท
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2387
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
Tel: 029199391
team: ฅนเสรีไท
Bike: Specialized Sirrus
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย ฅนเสรีไท »

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ฅนเสรีไท
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2387
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
Tel: 029199391
team: ฅนเสรีไท
Bike: Specialized Sirrus
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย ฅนเสรีไท »

มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
รูปภาพ

อย่าขี่จักรยานสวนทางจราจร
นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว คนขับรถก็มักจะไม่ได้ระวัง
รถจักรยานที่ขี่สวนทางจราจรที่ถูกต้อง
รูปภาพ

ใช้สัญญาณมือ
สัญญาณมือทำให้ผู้อื่นรู้ว่าคุณจะทำอะไร สัญญาณเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย เป็นมารยาท และเป็นการป้องกันตัวเอง ให้สัญญาณมือโดยยื่นแขนออกไปตรง ๆ เห็นได้ชัดเจนกว่า
รูปภาพ

ขี่รถให้เป็นเส้นตรง
พยายามขี่จักรยานเป็นเส้นตรงเท่าที่จะปฏิบัติได้ และอยู่ทางซ้ายของเส้นทางจราจร แต่ต้องรักษาระยะห่างจากรถที่จอด
เผื่อประตูรถที่จะถูกเปิดออกมา
รูปภาพ

อย่าขี่ซิกแซกระหว่างรถที่จอดอยู่
อย่าขี่รถแทรกไปตามช่องว่างระหว่างรถที่จอดอยู่ข้างทาง คนขับรถอาจจะไม่ทันดูตอนจะขี่กลับเข้ามาบนถนน คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรที่ต้องระวังรถอื่น ๆ ซึ่งวิ่งอยู่บนถนน ก่อนที่จะขี่จักรยานขึ้นบนถนน
รูปภาพ

ขี่จักรยานอยู่กลางช่องทางจราจรที่แคบ
หรือเมื่อการจราจรเป็นไปอย่างช้า ๆ
กฎจราจรระบุว่า ผู้ขี่จักรยานจะต้องขี่อยู่ด้านซ้ายสุดของช่องทางซ้าย หรือขี่บนไหล่ทาง แต่ถ้าถนนแคบมากหรือการจราจรไหลแบบช้า ๆ ก็อาจจะขี่กลางถนนได้ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนอื่นเห็นได้ชัดเจน

รูปภาพ
ใช้เส้นทางจราจรตามที่กำหนด
อย่าเลี้ยวซ้ายจากเลนขวา อย่าไปตรงหากอยู่ในช่องจราจรที่ระบุให้เลี้ยวเท่านั้น
รูปภาพ

ใช้วิธีที่ดีที่สุดเมื่อจะเลี้ยวขวา
วิธีที่จะเลี้ยวขวา ควรจะเป็น
1. ทำเหมือนรถยนต์ คือ ให้สัญญาณเคลื่อนสู่เลนด้านขวาแล้วเลี้ยว
2. ทำเหมือนคนเดินถนน คือ ขี่จักรยานข้ามทางแยกไปที่ทางข้ามถนน และจูงจักรยานข้ามถนน
รูปภาพ

อย่าแซงซ้าย
การแซงซ้ายผิดกฎหมาย คนขับรถโดยเฉพาะรถเมล์และรถคันใหญ่ ๆ อาจจะมองไม่เห็นจักรยานด้านข้าง
http://upic.me/i/9m/pfmw9.gif

ระวังผู้ใช้ทางจราจรอื่น ๆ
เมื่อขี่จักรยานบนทางเท้า ต้องระวังคนเดินถนน และส่งเสียงเตือนเมื่อเข้าใกล้เขา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อจะกลับลงไปขี่บนถนน
รูปภาพ

พยายามสบตากับคนขับรถ
ต้องคิดเสมอว่าคนขับรถจะไม่เห็นคุณ
จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าเขามองเห็นคุณ ระวังรถที่กำลังจะเคลื่อนออกจากที่จอด
รูปภาพ

คอยดูถนนด้านหลัง
หัดมองข้ามไหล่เพื่อจะดูด้านหลัง โดยไม่ให้เสียการทรงตัว หรือไม่ให้รถเฉไปทางขวา
รูปภาพ

ระวังสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน
ต้องคอยระวังสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ฝาท่อระบายน้ำ, รอยน้ำมันหยด, เส้นจราจรที่นูน, กรวด และน้ำแข็ง เลือกจุดข้ามทางรถไฟที่เป็นทางตรง และเพื่อการทรงตัวที่ดี เมื่อขี่ผ่านทางขรุขระ ควรจะยืนปั่นรถแทนการนั่งเบาะ
รูปภาพ

เตรียมพร้อมที่จะใช้เบรคทั้ง 2 มือ
บางครั้งการใช้เบรคเพียงมือเดียวอาจจะหยุดรถได้ไม่เร็วพอ ขณะฝนตกต้องให้ระยะเบรคมากกว่าปกติ เพราะเบรคที่เปียกมักจะลื่น

http://upic.me/i/qa/90p14.gif
ระวังสุนัขไล่
ทำเป็นไม่สนใจสุนัขหรือตะโกนบอกให้มันหยุด แต่ถ้าสุนัขไม่ยอมหยุด ให้ลงจากรถจักรยาน โดยให้รถกั้นระหว่างคุณกับสุนัข อย่าเสี่ยงที่จะชนสุนัขหรือชนกับพาหนะอื่น ๆ เมื่อคุณพยายามหลบสุนัข

รูปภาพ
รักษารถจักรยานให้อยู่ในสภาพดี
ปรับรถจักรยานให้เหมาะกับตัวคุณ และให้อยู่ในสภาพการใช้งานได้ดี งานปกติสำหรับซ่อมจักรยานไม่ยาก และควรจะเรียนรู้ที่จะทำด้วยตนเอง

รูปภาพ
การใช้ไฟกลางคืน
การขี่จักรยานตอนกลางคืน ให้ใช้ไฟหน้าที่สว่างและไฟท้ายสีแดง รวมทั้งป้ายสะท้อนแสงด้านหลัง ใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และสวมเสื้อผ้ามีสีสัน เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนในที่มืด

รูปภาพ
ให้ติดธงไว้กับรถลาก
รถลากของจักรยานมักจะเล็กและมองเห็นได้ยาก ใช้ธงสีแดงสูงระดับผู้ขี่จักรยานเป็นสัญญาณบนรถลาก เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน

[imghttp://upic.me/i/9s/maj18.gif][/img]
ใช้เสียงเมื่อเข้าใกล้
ใช้กระดิ่งเป็นสัญญาณบอกผู้ขี่จักรยานอื่นและคนเดินเท้า เมื่อเข้าใกล้พวกเขา และเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งของผู้อื่น ก็ควรชิดซ้าย เพื่อให้เขาผ่านไปได้

รูปภาพ
แต่งตัวให้เหมาะสม
สวมชุดกันฝนขณะฝนตก แต่งตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ สวมหมวกนิรภัย

รูปภาพ
ใช้ถุงและตะแกรงวางของ
ใช้ถุงแขวน, ตะแกรง, ตะกร้า หรือเป้ใส่ของ เพื่อจะให้มือว่างและขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัย

รูปภาพ
อย่าฟังวิทยุหรือฟังเพลงขณะขี่จักรยาน
สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัย คือ การได้ยินเสียงในทางจราจร
รูปภาพ
ล็อคจักรยานเมื่อจอดทิ้งไว้
ล๊อคจักรยานไว้กับที่จอดหรือเสา อย่างน้อยที่สุดคือ ล๊อครถไว้กับหลัก แต่ควรจะ ล๊อคล้อทั้งสองล้อไว้กับหลักด้วยโซ่หรือกุญแจอย่าง
แก้ไขล่าสุดโดย ฅนเสรีไท เมื่อ 17 พ.ค. 2010, 11:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ฅนเสรีไท
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2387
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
Tel: 029199391
team: ฅนเสรีไท
Bike: Specialized Sirrus
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย ฅนเสรีไท »

มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยาน ต้องขับในทางนั้น

มาตรา 80 รถจักรยานที่ใช้ในทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดไว้ สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องจัดให้มี

(1) กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณได้ยินได้ ในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร

(2) เครื่องห้ามที่ใช้การได้ดีเมื่อใช้สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ทันที

(3) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสงไฟ ส่องตรงไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าสิบห้าเมตร และ อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา

(4) โดยไฟติดท้ายรถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสง สว่างตรงไปข้างหลังหรือติดวัตถุสะท้อนแสดงสีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกส่องให้ มีแสงสะท้อน

มาตรา 81 ในเวลาต้องเปิดไฟตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 61 ผู้ขับขี่ รถจักรยานอยู่ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ต้องจุดโคมไฟแสงขาวหน้ารถเพื่อให้ผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้า ซึ่งขับรถหรือ เดินสวนสามารถมองเห็นรถ

มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดิน รถไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่รถ จักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

มาตรา 83 ในทางเดินรถไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยาน

(1) ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือ ทรัพย์สิน

(2) ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ

(3) ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน

(4) ขับโดยนั่งบนที่อื่นมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ

(5) **ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่น** เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด
(6) บรรทุก หรือถือสิ่งของหรือของใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถหรืออันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

(7) เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่

ใบขับขี่รถจักรยาน ครับ
รูปภาพ
รูปภาพ

ข้อกฎหมายที่ใช้สนับสนุนการมีเส้นทางจักรยาน
และระบบจราจรที่ดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้

ประเทศไทย มี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เป็นกฎหมายหลักที่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ของการการจราจร ซึ่งหมายถึง การใช้ทางของผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ รวมถึงการขับขี่และการใช้รถใช้ทาง(หรือถนน)ของรถทุกชนิดเอาไว้ ยกเว้นทางรถไฟ

พ.ร.บ. นี้ ยังเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานจราจรที่มีวิสัยทัศน์กำหนดช่องทางเดินรถประเภทใดประเภทหนึ่งขึ้นได้ เช่นช่องเดินรถประจำทางสวนถนนจราจรทางเดียวใน กทม. สามารถออกประกาศกำหนดทางเดินรถสองทางให้เป็นทางเดินรถทางเดียวได้ เมื่อเห็นว่าสะดวก ปลอดภัยและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน

เมื่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรกำหนดช่องเดินรถสำหรับรถแต่ละชนิดได้ และปรับเปลี่ยนทางเดินรถจากกฎเกณฑ์ทั่วไปได้ ก็ย่อมสามารถที่จะกำหนดให้เฉพาะจักรยานวิ่งสองทางได้เช่นเดิมในถนนที่เป็นทางเดินรถทางเดียว เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ร่วมแก้ปัญหารถติด-มลพิษมาก และร่วมหยุดโลกร้อน-ด้วยชีวิตพอเพียงได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้นและเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมใหม่

ต่อไปนี้จะยกข้อกฎหมายบางมาตราที่ เจ้าพนักงานจราจรสามารถยกขึ้นมาใช้สนับ สนุนและส่งเสริมการใช้จักรยานทั่วประเทศในชีวิตประจำวันได้ และควรเริ่มทดลองใช้ในเชียงใหม่ในเส้นทางจักรยานที่ อจร.จ.เชียงใหม่ให้ความเห็นชอบไว้เมื่อกันยายน 2547

มาตรา 21 ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ

สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจรและความหมายของสัญญาณจราจรและเครื่อง หมายจราจร ให้อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีรูปตัวอย่างแสดงไว้ในประกาศด้วย

[ในมาตรานี้ กรมทางหลวงแผ่นดินและกรมทางหลวงชนบท ควรออกประกาศใช้ป้ายเครื่องหมายจราจรที่มีการเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้จักรยานตามเส้นทางจักรยานที่จะมีการจัดทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางเฉพาะจักรยานหรือถนนจักรยานสำหรับ ให้ผู้ใช้รถอื่นๆดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานอย่างเต็มที่]

มาตรา 26 ในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามมาตรา 22 หรือสัญญาณจราจรตามมาตรา 23 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการจราจรในทางเดินรถนั้น เห็นสมควรเพื่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร จะให้สัญญาณจราจรเป็นอย่างอื่นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติการเดินรถตามสัญญาณที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้

[ ตามมาตรา 26 นี้ เจ้าพนักงานจราจร สามารถกำหนดให้จักรยานวิ่งสองทางในถนนจราจรทางเดียวได้ โดยมีเส้นกำหนดเป็นช่องเดินรถจักรยานหรือใช้เครื่องหมายจราจรที่กำหนดขึ้นเพิ่มเติมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดทราบว่า ทางช่วงนั้นๆ เป็นถนนจักรยาน หรือทราบว่าตั้งแต่วันที่กำหนดให้เป็นต้นไปนั้น จักรยานสามารถจะวิ่งสองทางได้ ตราบใดที่ไม่เป็นการวิ่งย้อนศรหรือวิ่งสวนกันผิดไปจากการจราจรสวนชิดซ้ายซึ่งเป็นกฎจราจรหลักของประเทศไทย]

มาตรา 27 สัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีเหตุอันสมควรให้อธิบดีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

[ มาตรานี้ระบุไว้ชัดเจนว่าอธิบดีกรมทางหลวง มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาณจราจรหรือเพิ่มเติมเครื่องหมายจราจรได้ โดยไม่ต้องเสนอพิจารณาในรัฐสภา]

มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ

(7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ

[ ตามมาตรานี้ ทางเท้าทั่วไปห้ามใช้จักรยาน ถ้าเจ้าพนักงานจราจรไม่กำหนดให้จักร ยานใช้ทางเท้าที่มีความกว้างขวางเพียงพอไว้ ]

(8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

มาตรา 55 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถ

(1) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง

[ มาตรานี้บ่งชี้ว่า การหยุดรถในช่องทางจักรยานนั้นเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรมีหน้าที่ดูแลหรือบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย รถอื่นๆนั้นควรหยุดชิดขอบซ้ายของทางเดินรถของตนซึ่งมิใช่ช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 57 เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ

(1) บนทางเท้า

(2) ในลักษณะกีดขวางการจราจร

[ มาตรา 57 ยืนยันว่า ถ้าไม่มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การจอดรถบนทางเท้า หรือกีดขวางการจราจร ย่อมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการยอมให้รถต่างๆจอดกีดขวางช่องทางที่กำหนดให้เป็นทางวิ่งของจักรยานก็ย่อมผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน ]

มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น

[ ผู้ใช้จักรยานในถนนสายวัฒนธรรมเชียงใหม่-สันกำแพง ควรและจำเป็นต้องใช้ช่อง ทางจักรยานที่สร้างขึ้นไว้ให้..ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจหน้าที่ต้องดูแลและบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ]

มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถต้องขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

[ มาตรา 82 บ่งชี้ชัดเจนว่า จักรยานสามารถขับขี่ไปตามถนนต่างๆได้โดยขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไหล่ทาง แม้แต่ในทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน เพียงแต่ไม่สื่อให้รถอื่นๆดูแลระมัดระวังผู้ใช้จักรยานแต่อย่างใด หรือไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆจากทางการที่ห้ามหรือปรามรถอื่นเข้าไปวิ่งในช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 128 ห้ามมิให้ผู้ใดวาง เท หรือทิ้งเศษแก้ว ตะปู ลวด น้ำมันหล่อลื่น กระป๋องหรือสิ่งอื่นใด หรือกระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันอาจทำให้เกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล หรือเป็นการกีดขวางการจราจร

[ ยังไม่ปรากฎว่ามีการดูแลหรือจับกุมผู้ทิ้งขว้างเศษแก้ว ตะปู ลวด หรือสิ่งเป็นอัน ตรายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล ซึ่งมีปัญหากับการขับขี่จักรยานและจักรยานยนต์ ยกเว้นกรณีขว้างก้อนหินใส่รถยนต์ซึ่งมีแพร่หลายมากในปัจจุบันนี้ ]

มาตรา 139 ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้

(7) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง

(8) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท

(9) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ

(10) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท

(15) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมาย

[ มาตรา 139 ชี้ให้เห็นชัดเจน ว่าเจ้าพนักงานจราจร สามารถจะใช้ความในวงเล็บ 7, 8, 9, 10 และ 15 ในการกำหนดกฎจราจรหรือระบบจราจรสำหรับดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้ แต่ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณประโยชน์ของการสนับสนุนส่งเสริมการใช้จักรยานสำหรับเมืองต่างๆ อย่างแท้จริง
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

ฅนเสรีไท เขียน:มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
มีข้อมูลมาฝากกันครับ ลองอ่านกันดู

เคารพป้ายและสัญญาณจราจร
คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
รูปภาพ

อย่าขี่จักรยานสวนทางจราจร
นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว คนขับรถก็มักจะไม่ได้ระวัง
รถจักรยานที่ขี่สวนทางจราจรที่ถูกต้อง
รูปภาพ

ใช้สัญญาณมือ
สัญญาณมือทำให้ผู้อื่นรู้ว่าคุณจะทำอะไร สัญญาณเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย เป็นมารยาท และเป็นการป้องกันตัวเอง ให้สัญญาณมือโดยยื่นแขนออกไปตรง ๆ เห็นได้ชัดเจนกว่า
รูปภาพ

ขี่รถให้เป็นเส้นตรง
พยายามขี่จักรยานเป็นเส้นตรงเท่าที่จะปฏิบัติได้ และอยู่ทางซ้ายของเส้นทางจราจร แต่ต้องรักษาระยะห่างจากรถที่จอด
เผื่อประตูรถที่จะถูกเปิดออกมา
รูปภาพ

อย่าขี่ซิกแซกระหว่างรถที่จอดอยู่
อย่าขี่รถแทรกไปตามช่องว่างระหว่างรถที่จอดอยู่ข้างทาง คนขับรถอาจจะไม่ทันดูตอนจะขี่กลับเข้ามาบนถนน คนขี่จักรยานจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรที่ต้องระวังรถอื่น ๆ ซึ่งวิ่งอยู่บนถนน ก่อนที่จะขี่จักรยานขึ้นบนถนน
รูปภาพ

ขี่จักรยานอยู่กลางช่องทางจราจรที่แคบ
หรือเมื่อการจราจรเป็นไปอย่างช้า ๆ
กฎจราจรระบุว่า ผู้ขี่จักรยานจะต้องขี่อยู่ด้านซ้ายสุดของช่องทางซ้าย หรือขี่บนไหล่ทาง แต่ถ้าถนนแคบมากหรือการจราจรไหลแบบช้า ๆ ก็อาจจะขี่กลางถนนได้ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนอื่นเห็นได้ชัดเจน

รูปภาพ
ใช้เส้นทางจราจรตามที่กำหนด
อย่าเลี้ยวซ้ายจากเลนขวา อย่าไปตรงหากอยู่ในช่องจราจรที่ระบุให้เลี้ยวเท่านั้น
รูปภาพ

ใช้วิธีที่ดีที่สุดเมื่อจะเลี้ยวขวา
วิธีที่จะเลี้ยวขวา ควรจะเป็น
1. ทำเหมือนรถยนต์ คือ ให้สัญญาณเคลื่อนสู่เลนด้านขวาแล้วเลี้ยว
2. ทำเหมือนคนเดินถนน คือ ขี่จักรยานข้ามทางแยกไปที่ทางข้ามถนน และจูงจักรยานข้ามถนน
รูปภาพ

อย่าแซงซ้าย
การแซงซ้ายผิดกฎหมาย คนขับรถโดยเฉพาะรถเมล์และรถคันใหญ่ ๆ อาจจะมองไม่เห็นจักรยานด้านข้าง
http://upic.me/i/9m/pfmw9.gif

ระวังผู้ใช้ทางจราจรอื่น ๆ
เมื่อขี่จักรยานบนทางเท้า ต้องระวังคนเดินถนน และส่งเสียงเตือนเมื่อเข้าใกล้เขา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อจะกลับลงไปขี่บนถนน
รูปภาพ

พยายามสบตากับคนขับรถ
ต้องคิดเสมอว่าคนขับรถจะไม่เห็นคุณ
จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าเขามองเห็นคุณ ระวังรถที่กำลังจะเคลื่อนออกจากที่จอด
รูปภาพ

คอยดูถนนด้านหลัง
หัดมองข้ามไหล่เพื่อจะดูด้านหลัง โดยไม่ให้เสียการทรงตัว หรือไม่ให้รถเฉไปทางขวา
รูปภาพ

ระวังสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน
ต้องคอยระวังสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ฝาท่อระบายน้ำ, รอยน้ำมันหยด, เส้นจราจรที่นูน, กรวด และน้ำแข็ง เลือกจุดข้ามทางรถไฟที่เป็นทางตรง และเพื่อการทรงตัวที่ดี เมื่อขี่ผ่านทางขรุขระ ควรจะยืนปั่นรถแทนการนั่งเบาะ
รูปภาพ

เตรียมพร้อมที่จะใช้เบรคทั้ง 2 มือ
บางครั้งการใช้เบรคเพียงมือเดียวอาจจะหยุดรถได้ไม่เร็วพอ ขณะฝนตกต้องให้ระยะเบรคมากกว่าปกติ เพราะเบรคที่เปียกมักจะลื่น

http://upic.me/i/qa/90p14.gif
ระวังสุนัขไล่
ทำเป็นไม่สนใจสุนัขหรือตะโกนบอกให้มันหยุด แต่ถ้าสุนัขไม่ยอมหยุด ให้ลงจากรถจักรยาน โดยให้รถกั้นระหว่างคุณกับสุนัข อย่าเสี่ยงที่จะชนสุนัขหรือชนกับพาหนะอื่น ๆ เมื่อคุณพยายามหลบสุนัข

รูปภาพ
รักษารถจักรยานให้อยู่ในสภาพดี
ปรับรถจักรยานให้เหมาะกับตัวคุณ และให้อยู่ในสภาพการใช้งานได้ดี งานปกติสำหรับซ่อมจักรยานไม่ยาก และควรจะเรียนรู้ที่จะทำด้วยตนเอง

รูปภาพ
การใช้ไฟกลางคืน
การขี่จักรยานตอนกลางคืน ให้ใช้ไฟหน้าที่สว่างและไฟท้ายสีแดง รวมทั้งป้ายสะท้อนแสงด้านหลัง ใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และสวมเสื้อผ้ามีสีสัน เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนในที่มืด

รูปภาพ
ให้ติดธงไว้กับรถลาก
รถลากของจักรยานมักจะเล็กและมองเห็นได้ยาก ใช้ธงสีแดงสูงระดับผู้ขี่จักรยานเป็นสัญญาณบนรถลาก เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน

[imghttp://upic.me/i/9s/maj18.gif][/img]
ใช้เสียงเมื่อเข้าใกล้
ใช้กระดิ่งเป็นสัญญาณบอกผู้ขี่จักรยานอื่นและคนเดินเท้า เมื่อเข้าใกล้พวกเขา และเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งของผู้อื่น ก็ควรชิดซ้าย เพื่อให้เขาผ่านไปได้

รูปภาพ
แต่งตัวให้เหมาะสม
สวมชุดกันฝนขณะฝนตก แต่งตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ สวมหมวกนิรภัย

รูปภาพ
ใช้ถุงและตะแกรงวางของ
ใช้ถุงแขวน, ตะแกรง, ตะกร้า หรือเป้ใส่ของ เพื่อจะให้มือว่างและขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัย

รูปภาพ
อย่าฟังวิทยุหรือฟังเพลงขณะขี่จักรยาน
สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัย คือ การได้ยินเสียงในทางจราจร
รูปภาพ
ล็อคจักรยานเมื่อจอดทิ้งไว้
ล๊อคจักรยานไว้กับที่จอดหรือเสา อย่างน้อยที่สุดคือ ล๊อครถไว้กับหลัก แต่ควรจะ ล๊อคล้อทั้งสองล้อไว้กับหลักด้วยโซ่หรือกุญแจอย่าง
ขอบคุนครับสำหรับข้อมูลดีๆๆๆๆ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
ฅนเสรีไท
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2387
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
Tel: 029199391
team: ฅนเสรีไท
Bike: Specialized Sirrus
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย ฅนเสรีไท »

การขี่จักรยาน เป็นวิธีออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ได้ผลเร็วที่สุดวิธีหนึ่ง ถึงคุณจะไม่ได้แตะจักรยานมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว แต่คุณจะไม่มีวันลืมวิธีขี่มัน ตราบใดที่คุณเคยหกคะเมนตีลังกากับมัน มานักต่อนักตั้งแต่สมัยยังใช้ ด.ญ. นำหน้าชื่อ วิธีเล่น หากคุณยังไม่ค่อยมั่นใจในลีลาตัวเอง อาจจะแวะฟิตเนสใกล้ๆ บ้าน ลื้อฟื้นความทรงจำ ด้วยการควบจักรยานบริหารร่างกายไปพรางๆ ก่อน โดยไม่ต้องกลัวว่า รถจะเฉี่ยวจะชนหรือต้องนั่งเกร็งกับการทรงตัว คุณก็สามารถสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงได้ไม่แพ้ขี่จักรยานจริงๆ แต่สำหรับคุณสาวๆ ที่ไม่เค้ยไม่เคย..มาก่อน ขอแนะนำให้เช่า หรือขอยืมจักรยานเพื่อนบ้าน มาหัดขี่ก่อน พอเป็นแล้วค่อยซื้อเป็นของตัวเอง และไม่ควรหักโหมเด็ดขาด เพราะการนั่งบนจักรยานนานเกินไป จะไปกดทับเส้นประสาท เส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายกับอวัยวะเพศได้ โดยเฉพาะในเพศชายค่ะ แต่ไม่ต้องตกใจ..เพราะคุณสามารถป้องกันด้วยการ นั่งในท่าที่ถูกต้อง เลือกเบาะรองนั่งในแบบที่นั่งสบาย เหมาะกับสรีระของคุณ และที่สำคัญถ้าคุณรู้สึกชาหรือปวดที่บริเวณขาหนีบ ให้หยุดเล่น และไปพบแพทย์ทันที เพื่อความรอบครอบ คุณควรสอบถามวิธีในการใช้ การดูแลรักษา และวิธีการซ่อมแซมเบื้องต้นจากผู้ขายไว้ด้วย เพราะคุณคงไม่อยากเข่นเจ้าจักรยานป้ายแดงของคุณกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะสูบยางที่แบนแต๊ดแต๋นั้นอย่างไร..เป็นแน่! ประโยชน์ที่ได้รับ การขี่จักรยาน เป็นวิธีสลายไขมันที่ยุ้ยอยู่ที่พุง สะโพก ต้นขา ให้หายวับไปได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด แถมยังทำให้กล้ามเนื้อ ตั้งแต่บริเวณต้นขา น่อง เข่า และเอ็นร้อยหวาย แข็งแรงขึ้นอีกด้วย เพียงแค่คุณเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างต่อเนื่อง บนจักรยานประมาณ 30 นาที หัวใจของคุณก็จะสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น ระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย เชื่อไหมค่ะว่า ถ้าคุณขี่จักรยานเดือนละเพียง 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที สามารถลดอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วนได้ถึง 56% และคุณยังสามารถขี่มันได้นานเท่าที่ต้องการ โดยแทบไม่มีผลข้างเคียงใดๆ นอกจากอาการปวดๆ เมื่อยๆ ที่น่องและหลังเท่านั้น คิดยังไงก็คุ้มค่ะ ทั้งสนุกทั้งดีต่อสุขภาพอย่างนี้ ชักอยากจะควบจักรยาน ขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วไหมล่ะค่ะคุณสาวๆ การวอร์มอัพและการผ่อนคลาย เหมือนกับกีฬาชนิดอื่น ที่ต้องมีการอบอุ่นร่างกายก่อน แต่การขี่จักรยาน สามารถวอร์มอัพด้วยการขี่ช้าๆ สัก 10 นาที พอให้หัวใจเต้นในจังหวะที่เร็วขึ้น เหยื่อซึมๆ และอย่าลืมบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อให้ตื่นตัวพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย และป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อฉีกขาด เป็นตะคริว หรือปวดระบม จากการขี่จักรยาน และอีกครั้ง ก่อนที่คุณจะเลิกเล่น ควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อและจังหวะการเต้นของหัวใจ ด้วยการเดินช้าๆ จนกว่าจังหวะการเต้นจะเป็นปกติ อุปกรณ์ที่จำเป็น โรด ไบค์ (Road bike): จักรยานที่มีล้อบางกว่า โครงรถก็เบากว่า ไม่หนืดติดถนน ประกอบกับมีตัวเร่ง สปีด ทำให้วิ่งเร็วทิ้งจักรยานเสือภูเขาแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว จักรยานประเภทนี้ เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว การแข่งขันด้านความเร็ว และนิยมใช้ในการแข่งขันประเภทไตรกีฬา (การวิ่งมาราธอน ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน) เม้าน์เท็น ไบค์ (Mountain bike): ถึงจักรยานเสื้อภูเขา จะมีน้ำหนักมากกว่า และวิ่งได้ช้ากว่า "โรด ไบค์" แต่ถ้าพูดถึงความทนทานและแข็งแกร่ง เจ้าเสือภูเขาเอาไปรับประทานเรียบ นอกจากนี้ มันยังออกแบบมาให้ขี่สบาย โดยคุณสามารถนั่งตัวตรงได้ ในขณะที่จักรยานแบบ โรด ไบค์ คุณจะถูกบังคับให้ก้มตัวลงมาจับที่แฮนด์ ในลักษณะลำตัวขนานไปกับพื้น ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่า..เมื่อยมาก.. เสื้อผ้า: เลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย..อย่างเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ก็โอเคค่ะ แต่ถ้าคุณขี่บ่อยๆ ก็ลงทุนสักนิดด้วยการซื้อกางเกงขาสั้น สำหรับขี่จักรยานและถุงมือสักคู่ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้ดูกระฉับกระเฉงขึ้น และถุงมือยังช่วยให้ไม่ลื่นเวลาเปลี่ยนเกียร์ หรือเบรค แล้วยังดูเข้ากั๊นเข้ากัน กับหมวกกันน็อคอีกด้วยค่ะ หมวกกันน็อค: เพื่อความปลอดภัยแล้วควรมีค่ะ หาซื้อได้จากร้านเดียวกัน กับที่คุณซื้อจักรยานนั้นแหละค่ะ แต่ควรเลือกขนาดที่พอดิบพอดีกับขนาดศีรษะของคุณ ไม่ต้องเผื่อชาวบ้านค่ะ เพราะถ้าคุณซื้อ เผื่อหลานใส่ได้ด้วย มันจะบีบศีรษะคุณจนมึนตึ๊บ! แต่ถ้าซื้อเผื่อคุณพ่อ มันก็จะหลวมโครกเขรกจนน่ารำคาญ แล้วยังไม่สามารถป้องกันสมองน้อยๆ ในกะโหลกของคุณแม้แต่น้อย..เพราะมันคงหลุดกระเด็นไปก่อน และเพื่อความมั่นใจในมาตรฐานอันดีของสินค้า ที่นั่ง: ก่อนตัดสินใจซื้อคันไหน ควรลองแล้วลองอีกว่านั่งสบายก้นคุณที่สุด โดยมีทั้งแบบผู้ชายและผู้หญิง สังเกตได้จากขนาดที่นั่งที่ใหญ่และสั้นกว่าจะเป็นของผู้หญิง รวมทั้งความนุ่ม ความแข็งของเบาะ และผิวเคลือบเบาะ ก็ช่วยให้คุณรู้สึกนั่งสบายมากขึ้นได้ เสียเวลาเลือกและลองสักหน่อย ดีกว่าต้องมาเดินขาถ่างๆ หลังแอ่นๆ เพราะปวดขาหนีบ และปวดหลัง เอาภายหลังค่ะ ที่สูบลมและเครื่องมือ: ปกติจะมีเครื่องไม้เครื่องมือ และที่สูบลมยาง ติดมากับรถจักรยานแล้ว ซึ่งสะดวกมาก ถ้าเกิดงอแงขึ้นกลางทาง คุณก็สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้เองก่อน อย่างน้อยๆ ก็สูบลมยางได้อย่างหนึ่งล่ะ แต่ถ้าคุณเป็นนักปั่นตัวยงล่ะก็ ขอแนะนำให้หัดซ่อมไว้หลายๆ อย่าง ยามฉุกเฉินจะได้ช่วยเหลือตัวเองให้รอดกลับบ้านได้ อย่างสวัสดิภาพ ขวดน้ำดื่ม: อย่าลืมติดน้ำดื่มไว้สักขวด รถบางรุ่นมีที่เหน็บขวดน้ำมาให้ด้วย แต่ถ้าไม่มี คุณสามารถหาซื้อแบบที่แยกขาย ตามร้านอุปกรณ์จักรยานมาติดเองก็ได้ หรือจะใช้กระติกน้ำแบบคาดเอว ก็เท่ห์ไปอีกแบบ
รูปประจำตัวสมาชิก
ฅนเสรีไท
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2387
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
Tel: 029199391
team: ฅนเสรีไท
Bike: Specialized Sirrus
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย ฅนเสรีไท »

บังมัดพาเที่ยวงานกินผลไม้ที่ปราจีน วันที่ 15 พ.ค. 2553 ชมภาพได้เลย
ไฟล์แนบ
DSC01206 [640x480].JPG
DSC01206 [640x480].JPG (55.4 KiB) เข้าดูแล้ว 504 ครั้ง
DSC01207 [640x480].JPG
DSC01207 [640x480].JPG (69.97 KiB) เข้าดูแล้ว 504 ครั้ง
DSC01208 [640x480].JPG
DSC01208 [640x480].JPG (56.56 KiB) เข้าดูแล้ว 504 ครั้ง
DSC01209 [640x480].JPG
DSC01209 [640x480].JPG (62.51 KiB) เข้าดูแล้ว 504 ครั้ง
DSC01210 [640x480].JPG
DSC01210 [640x480].JPG (63.24 KiB) เข้าดูแล้ว 504 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

พวกเราเป็นห่วงสำหรับคนนอนดึกและอดนอน
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน

นักวิชาการมหาวิทยาลัย Warwick กล่าวว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นเป็นเสมือนการเปิดประตูเชื้อเชิญสารพัดโรค ทั้งเบาหวาน อ้วน ความดันโลหิตสูง และโคเลสเตอรอลสูงเข้าสู่ร่างกาย

แต่ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาล่าสุดร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย Warwick แห่งอังกฤษ และมหาวิทยาลัย Federico II ในอิตาลีเผยว่า 12 เปอร์เซ็นต์ของคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมีแนวโน้มจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ทีมนักวิจัยได้ประมวลผลการศึกษาเรื่องการนอนของนักวิจัยจากทั่วทุกมุมโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาใน 1,300,000 คน และผลการวิจัยของนักวิจัยกลุ่มนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sleep พบหลักฐานที่ชี้ชัดเรื่องความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการอดนอนและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Francesco Cappuccio นักวิชาการมหาวิทยาลัย Warwick กล่าวว่าการพักผ่อนน้อยเชื่องโยงกับการเจ็บป่วยโดยมีสาเหตุมาจากระบบฮอร์โมนและกลไกการเผาผลาญอาหาร อีกทั้งยังเชื่อว่าระยะเวลาในการนอนนั้นเป็นเรื่องสุขอนามัยที่สำคัญ และแพทย์ควรพิจารณาว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในเชิงพฤติกรรมอีกด้วย

นอกจากนี้เขายังให้ความเห็นว่า "สังคมผลักดันให้คนยุคนี้นอนน้อยลงเรื่อยๆ" และกล่าวเสริมว่า 20 เปอร์เซ็นต์ประชากรในสหรัฐอเมริกาและในอังกฤษนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง

การนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงนั้นนับวันยิ่งเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในกลุ่มคนทำงานเต็มเวลา ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงกดดันจากสังคมในเรื่องชั่วโมงที่ต้องทำงานที่ยาวนานกว่าเดิม และการทำงานเป็นกะที่มากขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่การอดนอนเท่านั้นที่จะส่งผลเสียต่อส่งสุขภาพ แต่การนอนมากเกิน 9 ชั่วโมงต่อคืนก็เป็นการนับถอยหลังสู่การเสียชีวิตก่อนวัยควรเช่นกัน Cappuccio กล่าวว่าการนอนมากเกินไปนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นผลจากการเจ็บป่วยมากกว่าที่จะเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย

Cappuccio ซึ่งเป็นหัวหน้าหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการนอน สุขภาพ และสังคม Sleep, Health and Society Programme เห็นว่า "แพทย์ไม่เคยถามคนไข้เลยว่านอนวันกี่ชั่วโมง ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องระยะเวลาการนอนนี่แหละที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ"

ในทางกลับกัน ผลวิจัยเผยว่าผู้ที่นอนแค่ 6-8 ชั่วโมงกลับไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

เมื่อรู้แล้วว่าการอดนอนหรือการนอนมากเกินไปจะเป็นเสมือนการตายผ่อนส่ง ใครที่ทำอย่างนี้อยู่จนเป็นนิสัยก็ถึงเวลาค่อยๆ ปรับพฤติกรรมการนอนรวมถึงฝึกการนอนหลับให้มีคุณภาพได้แล้วถ้าหากยังปรารถนาที่จะนอนหลับแบบมีลมหายใจต่อไป
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

หลายคน มีผู้ขี่จักรยานและนักกีฬาจักรยานที่ขี่จักรยานแล้วไม่ประทับใจ เช่น ปวดก้น ปวดขา ปวดแขน เมื่อยหลัง เป็นตะคริว ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเราขาดการเรียนรู้ในเทคนิคทักษะของการวางตำแหน่งของร่างกาย กล่าวคือขณะปั่นจักรยานจะมีตำแหน่งที่สำคัญอยู่ 3 ที่ คือ1.การนั่งอาน ปกติจะนั่งเต็มก้นกันทุกๆคนก็จริง แต่ระดับของอานที่ถูกต้องจะต้องไม่เงยขึ้นหรือก้มลง อานจะต้องปรับให้ขนานกับพื้นเสมอ ทำให้การจัดตำแหน่งในการขี่จักรยาน(ทั้งนั่งและยืนปั่น)ทำได้ง่าย เช่น เวลาขี่ขึ้นเขาชัน:ให้เถิบก้นขึ้นไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มแรงกดลูกบันได ถ้าขึ้นเขายาวๆ:ให้เลื่อนก้นเถิบมาอยู่ข้างหลัง เพื่อเพิ่มแรงดันลูกบันได ทางราบ:ขี่เร็วให้เถิบก้นเลื่อนมาข้างหน้า ขี่เสมอให้นั่งเต็มงอาน 2.การวางตำแหน่งของมือขณะขี่ ถ้าเป็นรถจักรยานธรรมดาก็เพียงแต่จับแฮนด์สะบายๆ แต่ถ้าเป็นรถเสือภูเขาควรจับที่ยางแฮนด์โดยใช้นิ้ว ชี้ และกลาง แตะมือเบรกเอาไว้ตลอดเวลาพร้อมที่จะเบรก หรือชะลอความเร็วเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทาง หรือหลบหลีกเครื่องกีดขวางในเส้นทางที่ต้องขี่ผ่าน ส่วนเสือหมอบเราสามารถจะวางมือบนแฮนด์ได้หลายแบบ เช่น จับแฮนด์ด้านในสุด(Drop In ) จับบนแฮนด์ใกล้ๆคอแฮนด์ จับตรงยางมือเบรก และจับส่วนโค้งของแฮนด์ด้านบน เป็นต้น การวางตำแหน่งของมือบนแฮนด์ที่ถูกต้องเพื่อทำให้เกิดความสะบายในการขี่ ลดอาการเมื่อยล้าของแขน และลำตัว 3. การวางตำแหน่งของเท้า: เป็นเรื่องที่สำคัญมากถ้าวางตำแหน่งได้ไม่สมดุลจะทำให้แรงที่ปั่นจักรยานสูญเปล่าไบอย่างน่เสียดาย นักแข่งหลายคนติดคริ๊บใต้รองเท้าไม่เท่ากัน ทำให้การปั่นลูกบันไดไม่เป็นวงกลม ถ้ามองดูโซ่จะเห็นว่ามันวิ่งไม่เรียบ ในขณะที่บางคนติดคริ๊บสั้นหรือยาวเกินไป ถ้าติดสั้น จะทำให้ปวดข้อเท้าเวลาปั่นนานๆไกลๆเพราะข้อต่อข้อเท้าต้องทำงานหนักคือหมุนจำนวนรอบที่มากเกิน แต่ถ้าติดคริ๊บยาวเกินไป จะทำให้เมื่อยข้อเท้าเช่นกันและรอบขาที่ปั่นได้จะไม่เร็วเหมือนคนอื่น สมมุติว่าทุกคนติดคริ๊บพอดีกับขนาดของรองเท้าตนเอง การวางตำแหน่งของเท้าในการปั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ คือถ้าปั่นทางราบควรวางปลายเท้าและส้นเท้าเสมอกันขณะปั่นลูกบันได แต่ถ้าขึ้นเขาให้เชิดปลายเท้าขึ้นส้นเท้าต่ำลงขณะปั่น แต่สปริ้นท์ให้จิกปลายเท้าลงเสมอ สรุปว่า: การวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยาน เป็นเทคนิคทักษะที่เราชาวเสือจะต้องฝึก และทดลองทำดู ถึงจะค้นพบตำแหน่งที่หมาะสมของตนเองครับ โดยการปรับการนั่งอาน การวางมือและเท้า ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของการขี่นั้นๆ การวางตำแหน่งของร่างกายที่ถูกต้องช่วยประหยัดแรง และทำให้เกิดความสมดุลในการปั่นทำให้ง่ายต่อการบังคับรถจักรยานของคุณครับ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sookchat »

สลามครับ เอาภาพที่ไปสู้แค่หมดมาให้ชม เป็นภาพแถว เรือนแพ ฟิชชิ่งปาร์ค
ไฟล์แนบ
DSC01239 [640x480].JPG
DSC01239 [640x480].JPG (57.91 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
DSC01240 [640x480].JPG
DSC01240 [640x480].JPG (60.7 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
DSC01241 [640x480].JPG
DSC01241 [640x480].JPG (66.34 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
DSC01242 [640x480].JPG
DSC01242 [640x480].JPG (61.24 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
DSC01243 [640x480].JPG
DSC01243 [640x480].JPG (59.93 KiB) เข้าดูแล้ว 497 ครั้ง
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

ต้องขอบอกว่าสุดยอดมากๆๆๆๆๆๆ
ไฟล์แนบ
DSC01239%20[640x480].JPG
DSC01239%20[640x480].JPG (57.91 KiB) เข้าดูแล้ว 495 ครั้ง
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

เราจะฝึกขี่จักรยาน เสือหมอบ (Road Bike)
หรือ จักรยานเสือภูเขา (MTB)อย่างไรดี??

เอาล่ะครับหลังจากห่างหายไปนานจากบทความเกี่ยวกับจักรยานพอสมควร เพราะแอบไปฝึกวิชาปั่นมาชั่วหนึ่ง ประกอบกับงานเข้าพร้อมกับอ่านตำราฝึกซ้อม เช่น ปั่นระเบิด/ Overdrive/ สิงห์นักปั่น/ Odds/ Rindo (การ์ตูนทั้งนั้น 555)
ออกทริปจักรยานกลุ่มใหญ่ๆ ถ้าเรามีแรงพอก็จะสนุกไปได้จนจบทริป
เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ว่า เราจะฝึกขี่จักรยานอย่างไรดี?? ในวันนี้คงไม่เขียนเกี่ยวกับ เทคนิคหรือวิธีการฝึก นะครับ จะเขียนให้ได้ คิดเรื่องการตั้งเป้าหมายของตนเองมากกว่า ว่าคุณนั้น
ปั่นจักรยานไปเพื่ออะไร? มันจะมีคำตอบในตัวของมันเองแต่ละระดับครับ ซึ่งผมแบ่งไว้ 5 ระดับ
1 ปั่นจักรยานเพื่อเดินทางไปทำงาน[/color] หมายถึง คุณใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักของคุณในการเดินทางไปที่ต่างๆ ไปทำงานในเมือง หรือต่างจังหวัด ข้อนี้ สิ่งที่ต้องตอบโจทย์แรก คือ 1.ระยะทางเท่าไร 2.ต้องใช้เวลาเท่าไร 3.จักรยานประเภทไหนถึงจะเหมาะ
การฝึกฝน คุณคงไม่ต้องไปฝึกอะไรมาก เมื่อคุณปั่นเป็นประจำนั่นคือการฝึกของคุณอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการร่นระยะเวลาลง ก็ปั่นให้มันเร็วขึ้นเท่านั้นเอง
2. ปั่นเพื่อสุขภาพ [/color]หมายถึงคุณต้องการลดน้ำหนัก หรือเพื่อใช้กีฬานี้พัฒนาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง แทนที่จะเป็นการออกกำลังกายชนิดอื่น
การฝึกฝน คุณควรจะปั่นจักรยานให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องคิดจะไปชนะใคร แค่ชนะใจตัวเองให้ได้ ว่าต้องออกปั่นอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 วัน วันละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที – 1 ชั่วโมง แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป กรณีที่คุณมีอายุมาก หรือมีโรคประจำตัว ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ด้วยนะครับ
3. ปั่นเพื่อออกทริป ท่องเที่ยว สันทนาการ [/color]หมายถึงคุณต้องการใช้จักรยานเป็นพาหนะ เป็นกีฬาออกกำลังกาย เริ่มจริงจังมากขึ้น
การฝึกฝน ควรจะเริ่มมองหากลุ่มเพื่อน ที่ปั่นด้วยกันระแวกใกล้ๆที่พัก เพื่อทำให้การปั่นมาประสิทธิภาพ มีการเปรียบเทียบ มีการแข่งขันเล็กๆภายในกันมากขึ้น ใช้เวลาอย่างมีค่า ในการออกทริปต่างๆกับกลุ่มเพื่อนในวันหยุด ครั้งละ 3-4 ชั่วโมงก็เข้าทีครับ มาถึงระดับนี้เพื่อเป็นการไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนๆในกลุ่ม เราก็จะหาเวลาปั่นซ้อมกันเองมากขึ้น วันละ 1-2 ชั่วโมง ควรจะมีวันให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง อาทิตย์ละ 2-3 วัน
4. ปั่นเพื่อจะเป็น “ขาแรง” เมื่อเข้ากลุ่มมาแล้ว เริ่มมีการแข่งขัน หรืออยากออกทริปปั่นกับกลุ่มอื่นๆ ก็มีอารมณ์อยากจะไปวัดแรงกับกลุ่มอื่นที่ไม่รู้จักบ้าง ขั้นนี้ก็แสดงว่าคุณต้องใส่ใจกับการฝึกซ้อมมากขึ้นแล้วล่ะครับ ยกตัวอย่างออกทริปปั่น 100 กิโล พอผ่านพ้นไป 60-70 กิโล เราโดนทิ้งห่างจากกลุ่มนำเป็นชั่วโมง ไม่มีกำลังใจจะปั่นต่อ อยากขึ้นรถแล้ว 555 ทำไมเราถึงปั่นตามพวกข้างหน้าไม่ทันนะ?
การฝึกฝน ในขั้นนี้จะไม่ใช่การออกปั่นจักรยานแบบ 3 ข้อด้านบนแล้ว คุณต้องเปลี่ยนเป็นคำว่า “ซ้อมปั่นจักรยาน” ให้ตามเป้าหมายที่ว่าคุณสามารถ ออกทริปใหญ่แล้วปั่นไปกับกลุ่มนำได้ หรือไม่โดนทิ้งขาดจนเกินไป อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีมาเสริมนอกจากไมล์วัดระยะทางแล้ว ก็ควรจะมี ไมล์วัดรอบขา Cadance ไมล์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ Hart rate Monitor เพื่อนำมาประยุกต์ในการซ้อมให้มีประสิทธิภาพและ ตรวจสอบความก้าวหน้าของคุณได้
เวลาที่ใช้ในการฝึกซ้อม ไม่ต่ำกว่า 4 วัน/1สัปดาห์ เวลาอย่างน้อย 1 ชม.ตามตารางที่จัดแตกต่างกันออกไป วันไหนมีเวลามาก เช่นเสาร์ หรืออาทิตย์ ควรจะให้เวลากับการซ้อม 3-4 ชั่วโมง ระยะทาง 80-100 กิโล สำหรับในวันธรรมดา คนที่ไม่สามารถออกจากบ้านหลังเลิกทำงานได้ ก็ควรมี เทรนเนอร์ หรือลุกกลิ้งไว้ฝึกซ้อม อย่างต่ำวันละ 40 นาทีครับ
ตัวผมเองก็ถือว่าฝึกอยู่ในขั้นนี้ที่4 ล่ะครับ ซึ่งในขั้นสุดท้ายคงเป็นระดับ 5 หรือระดับการแข่งขัน ซึ่งผม หรือท่านๆที่มีหน้าที่การงานครอบครัวแล้วคงให้เวลากับมันมากขนาดนักแข่งไม่ได้ แค่มีคนมาเรียกเราว่า “ขาแรง” ก็ปลื้มแล้ว
ข้อดีของ “ขาแรง” สนุกสนานเมื่อไปทริปไหนๆ ก็ยังมีเพื่อนๆ ที่ร่วมทางไปด้วย ไม่ถูกทิ้ง หรือถ้าเราแรงกว่าคนอื่นก็ถนอมแรงมาปั่นไปกับเพื่อนๆได้ ทำให้การปั่นจักรยานของเราสนุกสนานขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็คือร่างกาย และหัวใจเราที่แข็งแรงขึ้นไปด้วยนั่นเองครับ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sookchat »

อัสสลามมุอาลัยกุม ต้องขอบคุณครูที่ไปหาเกร็ดความรู้มาแนะนำให้สมาชิกเราได้อ่านกัน เพื่อนำความรู้มาปฏิบัติในการปั่นกัน เพื่อความสุขสนุกสนานกัน ต่อไปชมรมเราต้องดังแน่ ยังใงก็รบกวนครูชวยหามาลงบ่อยๆนะ
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

sookchat เขียน:อัสสลามมุอาลัยกุม ต้องขอบคุณครูที่ไปหาเกร็ดความรู้มาแนะนำให้สมาชิกเราได้อ่านกัน เพื่อนำความรู้มาปฏิบัติในการปั่นกัน เพื่อความสุขสนุกสนานกัน ต่อไปชมรมเราต้องดังแน่ ยังใงก็รบกวนครูชวยหามาลงบ่อยๆนะ
ได้ครับยินดีรับใช้ทุกท่าน
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

ขี่จักรยานในกรุงเทพได้ ถ้ารู้กฎ
กรุงเทพ เมืองสีเขียว สโลแกนประจำกรุงยุคนี้สมัยนี้ที่ไม่ได้รณรงค์เอาไว้เก๋ ๆ เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดี การขี่จักรยานจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
น้ำมันแพง ใคร ๆ ก็หันมาประหยัดใช้รถขนส่งมวลชนแทน แต่ค่าเดินทางก็ยังแพงอยู่ดี ถ้าคนกรุงเทพหันมานิยมขี่จักรยาน เหมือนเมืองหลวงของประเทศอื่นก็คงดีไม่น้อย
แต่ความเป็นจริงคือ คนเมืองยังติดความสะดวกสบาย ยังนิยมใช่รถส่วนตัวกันอยู่ จำนวนรถบนท้องถนน กับราคาน้ำมันจึงยังคงสูงอยู่ทุกวัน
การขี่จักรยานจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่นอกจากจะช่วยประหยัดราคาน้ำมันแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายเราให้แข็งแรงด้วย แต่หลายคนก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ขี่จักรยานในกรุงเทพมันอันตราย ไม่รู้จะโดนรถเฉี่ยวชนได้เมื่อไหร่
ลองมาฟังคำแนะนำของ ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งชมรมเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ท่านว่า ขี่จักรยานในกรุงเทพได้ไม่ยาก ถ้ารู้กฎ

ขี่จักรยานในกรุงเทพอย่างไรจึงจะปลอดภัย
ข้อแรก – ทางจักรยานในเมืองไทยถือได้ว่ายังไม่มี เพราะที่มีอยู่มันสั้นมาก จนถือเป็นนัยยะไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรขี่จักรยานบนทางเท้า แต่ทางเท้ามีไว้สำหรับคนเดินเท้า ถ้ามีคนเดินสวนมาหรือกำลังจะแซงคนที่กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน ต้องดีดกระดิ่งให้สัญญาณเตือนและต้องหยุดรถลงจูง หากมีคนเดินบนทางเท้ามากจนขี่จักรยานบนทางเท้าได้อย่างไม่ปลอดภัย
ข้อสอง เมื่อจำเป็นต้องขี่ไปบนพื้นผิวจราจรหรือถนน สิ่งที่ต้องระวัง คือตะแกรงระบายน้ำฝนที่บางทีก็อยู่กลางถนน บางทีก็อยู่ริมถนน และถ้าตะแกรงระบายน้ำพวกนี้มีตัวแผ่นเหล็กซี่ตะแกรงวางตามยาวไปกับทิศทางที่เราจะขี่จักรยานไป ช่องว่างระหว่างเหล็กตะแกรงก็จะกลายเป็นร่องหลาย ๆ ร่องติดกัน ซึ่งถ้าหากล้อหน้าติดลงไปในร่องดังกล่าว ก็จะทำให้รถจักรยานล้มและตัวเราอาจตีลังกาไปเจอกับรถที่วิ่งตามมาด้านหลังเราได้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังให้ดี แต่โชคดีที่ตอนนี้กทม.ได้เปลี่ยนตะแกรงฝาท่อระบายน้ำเป็นแบบไม่ซี่กรงแล้ว ยกเว้นบางเขตที่ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนซึ่งมีอยู่น้อยแล้ว
ข้อสาม ระมัดระวังน้ำมันที่อยู่บนถนน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันทอดอาหาร ล้วนทำให้ถนนลื่น โดยเฉพาะหากมีน้ำเปียกแฉะอยู่ด้วย ผู้ขี่จักรยานจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ข้อสี่ เคารพกฎจราจร เช่น ขี่ชิดซ้าย และเวลาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาต้องให้สัญญาณมือ
ดร.ธงชัยยังแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เมื่อเวลาขี่จักรยานเข้าใกล้ทางแยกหรือใกล้ซอยต้องชะลอให้ช้าที่สุด เพื่อที่จะได้เบรกทันเวลามีรถสวนมาอย่างกระชั้นชิด และข้อสังเกตอีกอย่างคือ เราไม่เคยเห็นสาวยาคูลท์ขี่จักรยานแล้วถูกรถชน นั่นแสดงว่าการขี่จักรยานในกทม.นั้น ปลอดภัยได้ถ้าเรารู้กฎจราจรอย่างถูกต้อง

การขี่จักรยานจึงในกทม.จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และน่าจะออกมาขี่จักรยานกันให้เยอะ ๆ เพื่อที่จะได้มีทางจักรยานเป็นของตัวเองไม่ต้องไปเบียดเบียนทางเดินเท้า และยังทำให้สุขภาพร่างกายเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ด้วยความห่วงใยจากชมรมฅนเสรีไท
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
รูปประจำตัวสมาชิก
sabadee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1179
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
Tel: 089-109-9536
team: ฅนเสรีไทย
Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............

Re: ฅนเมืองมีน+เสรีไท ปั่นน้อยแต่คุยมาก

โพสต์ โดย sabadee »

"ปั่นจักรยาน" เพื่อสาวออฟฟิศที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม
• ออกกำลังกาย
แนะ 4 เทคนิคกระชับหุ่นสวยด้วยตัวเอง
สำหรับคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกับสาวออฟฟิศอย่างเราๆ เวลาจะเลือกออกกำลังกายเพื่อให้ได้สุขภาพดีแต่ละที มักจะติดอยู่กับปัญหาเรื่องเวลา สถานที่ และโอกาสที่เหมาะสม หลายคนจึงเลือกวิธีการเข้าฟิตเนสหรือเข้าคอร์สออกกำลังกายราคาแพง เพื่อความสะดวกสบายและร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

แต่กีฬาที่หลายคนมองข้าม อย่างการปั่นจักรยานอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หากนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ก็สามารถช่วยให้สาวออฟฟิศหลายคนมีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม สุขภาพกายและจิตดีได้แบบไม่เสียสตางค์อีกด้วย

คุณชลิตา จุลหาญกิจ นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ให้ความรู้เกี่ยวกับการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพว่า "การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง (Aerobic Exercise) ที่ดีและมีประโยชน์ไม่แพ้การออกกำลังกายในแบบอื่นๆ แต่ที่พิเศษคือผู้ที่ออกกำลังกายจะได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ฟิต เฟิร์ม เกือบทุกส่วนของร่างกาย

นอกจากนี้การได้หายใจเอาก๊าซออกซิเจนจากต้นไม้ข้างทางเข้าไปในร่างกาย ยังช่วยให้ระบบหลอดเลือด ปอด และหัวใจแข็งแรงดีกว่าการออกกำลังกายในห้องแอร์ตามฟิตเนสเซ็นเตอร์ ที่ได้รับแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ร่างกายไม่ต้องการ มิหนำซ้ำหากไปเจอใครที่เป็นหวัดก็อาจติดกันได้ทั้งห้อง"

"การขี่จักรยานที่เหมาะสมนั้น ควรขี่อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ซึ่งถ้าขี่ไปทำงานทุกๆ วัน ก็จะได้ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 10 ครั้ง (ไป - กลับ) แต่ก็ควรดูระยะทางและระยะเวลาในการขี่ด้วย ซึ่งจะต้องไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป ก็เพียงพอ การขี่จักรยานให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ต้องเน้นตรงที่การเกร็งแขนในส่วนกล้ามเนื้อฝ่ามือท่อนแขนล่างด้านหน้าแขน (Writst Flexor Muscle) ทำให้แขนเฟิร์มขึ้น กระชับขึ้น ช่วงขี่ต้องกำ ปล่อย มีจับ มีเบรก ทำให้กล้ามเนื้อต้องหดตัวซึ่งเป็นการออกกำลังกายในกล้ามเนื้อ ต้องคอยจับแฮนด์แล้วบ่าจะยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ช่วยให้กล้ามเนื้อบ่า (Trapezious) แข็งแรงขึ้นเพราะเวลาจับแล้วไหล่จะเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ"

ด้านกินรี ดาร์ริงตัน ผู้บริหารสาววัย 41 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างของตัวเองที่เน้นเรื่องการออกกำลังกาย โดยใช้การขี่จักรยานไปทำงานอาทิตย์ละ 3 วัน กล่าวว่า "มาเริ่มห่วงเรื่องรูปร่างก็เมื่ออายุเลยเข้าเลข 3 ก่อนหน้านี้ทานอะไรก็ไม่อ้วน ใส่เสื้อผ้าได้สวย ขาแขนไม่มีเซลลูไลต์ แต่เดี๋ยวนี้เผลอไม่ออกกำลังกายแค่อาทิตย์เดียวเซลลูไลท์ที่ต้นขาด้านหลังก็มีให้เห็น จึงพยายามเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างจริงจัง ช่วงแรกเลือกวิ่งจ๊อกกิ้งทุกวัน ก็รู้สึกดีนะคะ แต่สังเกตได้ว่ามันจะฟิตเฉพาะช่วงขา ประกอบกับสามีที่หันมาเริ่มสนใจขี่จักรยาน ก็ลองขี่บ้าง"

"เมื่อก่อนเคยกลัวว่าขี่จักรยานแล้วน่องจะใหญ่ จึงปรึกษากับนักกายภาพบำบัดว่าขี่อย่างไรให้ได้หุ่นสวยเฟิร์ม ได้คำตอบว่าอยู่ที่การเลือกจักรยานที่เหมาะกับสรีระของเรา และที่สำคัญคือการปรับที่นั่งให้สูงโดยให้เท้าแตะพื้นถึง เวลาออกแรงปั่นจะได้ทำให้ต้นขาและน่องเรียวสวย และขี่ระยะแค่เพียง 16 กิโลเมตร ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่พอเหมาะไม่มากเกินไป ดิฉันจึงเลือกใช้การปั่นจักรยานมาทำงานเป็นการออกกำลังกายประจำวันไปเสียเลย"

นอกจากนี้ นักกายภาพบำบัดยังได้แนะนำเทคนิคกระชับสัดส่วน จากการปั่นจักรยานทั้ง 4 แบบมาฝากด้วย ดังนี้

1. ปรับความสูงของเบาะนั่งเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า (Quadricep) ควรปรับเบาะให้สูงในระดับที่เท้าแตะพื้นได้ เมื่อขาถีบไปที่บันไดจนสุดแล้วเข่าเหยียดเกือบตรง (งอประมาณ 5 องศา) ท่านี้จะทำให้ไม่ต้องใช้กำลังของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากเกินไป ทำให้ไม่เมื่อย และได้กล้ามเนื้อต้นขาที่เรียวกระชับ เพราะถ้าปรับเบาะต่ำ กล้ามเนื้อจะต้องออกแรงในการถีบไปข้างหน้ามาก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นมัดใหญ่ และทำให้เมื่อยเร็วขึ้น

2. ปั่นจักรยานช่วยให้ต้นแขนกระชับ ขณะขี่จักรยานจะต้องออกแรงที่แขนเพื่อบังคับแฮนด์จักรยานให้อยู่นิ่งเพื่อการทรงตัวที่ดี เกิดการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อแขน ส่งผลให้กล้ามเนื้อไหล่ส่วนหน้า (Anterior Deltoid), กล้ามเนื้อบ่า (Trapezius Muscle), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps Brachii), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหลัง (Triceps Brachii), กล้ามเนื้อแขนส่วนล่าง (Brachioradialis) แข็งแรง กระชับ และช่วยลดเซลลูไลต์ โดยเฉพาะถ้าขี่ในทางขรุขระก็จะทำให้แขนได้ออกกำลังมากขึ้น

3. ปั่นจักรยานช่วยให้กล้ามเนื้อหลัง (Back Muscle) สวย เฟิร์ม ขณะขี่จักรยานกล้ามเนื้อหลังต้องเกร็งตัวเพื่อการทรงตัวตลอดเวลาที่ปั่น ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อคอด้านหลังกระชับ แข็งแรง และดูสวยงาม โดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง ซึ่งถ้าเลี้ยวไปทางซ้ายก็ต้องเอี้ยวตัวไปทางขวาเพื่อทรงตัวให้รถไม่ล้ม ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อท้องบริเวณด้านข้าง (Trunk Lateral Flexor Muscle) ทำให้กล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวและหน้าท้องกระชับแบนสวนได้รูป

โดยผู้ขี่จะต้องปรับเบาะให้พอเหมาะที่ขายืนถึง ขณะขี่หากเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วยเล็กน้อย ก็จะช่วยให้หน้าท้องส่วนบน (Upper Abdomen) และกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง (Lower Abdomen) กระชับและแบนสวยมากขึ้นด้วย

4. ปั่นจักรยานช่วยให้จิตใจที่แจ่มใส ตื่นตัว และเป็นหนุ่มสาวขึ้น ขณะปั่นจักรยานตาต้องมองไปข้างหน้าและรอบข้าง หูก็ต้องฟังเสียงรถและสิ่งรอบข้างเช่นกัน ซึ่งเป็นการฝึกประสาทสัมผัสทั้งทางสายตาและหูไปในตัว เมื่อตาเห็นหรือหูได้ยิน กล้ามเนื้อและข้อ (Muscle & Joints) ก็ต้องทำงานทันที เช่น เมื่อเห็นหลุมก็ต้องเบรก หลบหรือเตรียมตัวลงหลุมโดยประคองจักรยานไม่ให้ล้ม ทำให้ประสาทตื่นตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้รู้สึกคล่องแคล่วว่องไว กระฉับกระเฉง ตื่นตัว และแจ่มใสขึ้นทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท


ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ห้องรวมกระทู้กลุ่มย่อย”