มวลวิกฤตทำมาเป็นปี ก็ไม่ค่อยได้อะไรขึ้นมา
เอาง่ายๆ คนเพิ่มไหม
กลายเป็นทริปสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่ขี่วันรถติดศุกร์สิ้นเดือนเท่านั้น
ตอนนี้กลางเมืองกลายเป็นถนนคนเดิน เหมือนตอน count down
ตอนนี้่เลยอยากให้เพื่อนจัดทริปมาขี่ในเมืองกันเยอะๆ ให้พวกที่ต้องใช้รถยนต์เดินทางสัญจร
หรือพวกที่ต้องยืนรอรถเมล์นาน เห็นว่าแท้จริงแล้ว อิสรภาพและเสรีภาพ
บนสองล้อแมนเพาเวอร์นั่นเอง
บางทีผู้สื่อข่าวอาจเห็นดีเห็นงามด้วย ช่วยพวกเราอีกแรงหนึ่ง
โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
- โยธิน อัศวราช
- สมาชิก
- โพสต์: 11
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2010, 08:23
- Tel: -
- team: ม่อนผาหลวง
- Bike: สีหมอก ฟ้าลั่น อลิสา
โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
พ่อบอกกับโยธินว่า
เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทำไปเถิด ถ้าหากว่าสิ่งนั้นจะทำให้ลูกมีความสุข
เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทำไปเถิด ถ้าหากว่าสิ่งนั้นจะทำให้ลูกมีความสุข
-
panupan_o
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2009, 22:53
- Bike: GT
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
อยากให้มีการ รณรงค์ในต่างจังหวัดด้วย ในหัวเมืองใหญ่ด้วยครับ
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
ถ้าทำไปแล้วไม่ได้อย่างที่หวังไว้ก็ปรับแผนครับ เพราะพวกเราก็ลองผิดลองถูกกันทั้งนั้น ไม่ได้มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญต้องมานั่งคุยกันว่า ในการทำกิจกรรมที่ผ่านมาพวกเราได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง อะไรทำต่อได้ก็ทำต่อ อะไรจะยกเลิกไปเพราะไม่ได้ผลก็ยกเลิกไป และจะลองปรับแผนอย่างไร สิ่งเหล่านี้ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากความตั้งใจเดิมที่ดีๆ ที่ต้องขอให้กำลังใจทุกท่านอยู่แล้ว
ผมว่าถ้าพวกเราวัดผลกันในเรื่องของปริมาณคนที่มาร่วมปั่น อันนั้นเกรงว่าทำให้เสียกำลังใจกัน เพราะความแตกต่างของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศที่กำลังพัฒนา คือ จิตอาสาและความกล้าที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดีๆเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะคนในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมองเรื่องการสร้างฐานะตนเองให้ร่ำรวย หรูหราเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า เพราะเข้าใจว่าเป็นของดี โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือธรรมชาติจะเสียหายเพียงใด ขอให้ตนเองอยู่รอดและร่ำรวยเป็นพอ ดังนั้นการที่ให้เค้าเห็นพวกเราทำอะไร แล้วไปหวังว่าคนเหล่านั้นจะลุกมาทำตามนั้น ยากมากครับ เพราะเค้าสนใจอย่างอื่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทำอยู่
เคยคุยกับเจ้าหน้าที่ UN เค้าบอกว่า U รู้ไม้ว่าประเทศด้อยพัฒนา ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างกันอย่างไร
ผมบอก ไม่รู้ว่ะ บอกหน่อยดิ แกก็เลยบอกว่า
ประเทศด้อยพัฒนา บ้านจะไม่มีรั้ว หรือมีก็ต่ำมาก เพราะไม่มีขโมยขโจร ไม่ทำร้ายกัน อยู่อย่างพึ่งพากัน จิตใจสำคัญกว่าเงินทอง
ประเทศกำลังพัฒนา รั้วจะสูง มีการป้องกันอย่างดี เพราะผู้คนในสังคมมีฐานะต่างกัน แก่งแย่งกันทางด้านวัตถุนิยม ลักขโมย ปล้นจี้กัน ทำร้ายกัน
ประเทศที่พัฒนาแล้ว รั้วจะเตี้ย บางครั้งทำเป็นแค่ต้นไม่เพื่อให้รู้อาณาเขตเท่านั้น เพราะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ฐานะคนในสังคมไม่แตกต่างกันมาก ผู้คนมองด้านความสุขมากขึ้นกว่าการหาเงินทองอย่างเดียว
ประเทศที่ด้อยพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีคนที่มีจิตอาสามากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นอย่างมาก และเค้าบอกว่า ประเทศด้อยพัฒนา จะมีจิตอาสามากที่สุด และบางประเทศผู้คนมีความสุขมากอย่าง ภูฏาน เป็นต้น
คือจะบอกว่า อยากให้มองความสำเร็จของการรณรงค์ในหลายๆมิติมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนซึ่งเป็นแค่ตัวชี้วัดอันหนึ่งเท่านั้น
เราเคยถามคนที่เห็นเรา เค้าคิดอย่างไรหรือไม่ เค้ารู้สึกดีๆกับเราหรือไม่ ถ้าเค้าจำเราได้ ชื่นชม และเห็นด้วย แถมยังสุภาพกับชาวจักรยาน อันนี้ก็คือตัวชี้วัดถึงความสำเร็จอย่างหนึ่ง
หน่วยงานที่สามารถให้การสนับสนุนน้ำเลี้ยงในการทำกิจกรรมเหล่านี้ ลองขอทุนดู แล้วดูซิว่าเค้ารู้สึกอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ จะสามารถมาช่วยเราได้หรือไม่ อันนี้ก็เป็นตัวที่บอกได้อย่างหนึ่ง ถ้าได้ทุนก็ให้ถามไปเลยว่าถ้าเราช่วยกันรณรงค์แล้ว เค้าจะช่วยอะไรเราได้บ้าง เช่น พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าให้ทุนแล้วเอาแต่รายงานกิจกรรม โดยไม่ช่วยอะไรเลยก็ตัวใครตัวมันครับ เพราะเสียแรงเปล่าเพราะมองไม่เห็นความสำเร็จในระยะยาว
ชาวจักรยานคิดกันอย่างไร บอกกันให้รู้บ้าง อย่าเงียบ แสดงความเห็นกันออกมา มีประโยชน์ทั้งนั้น ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวชี้วัดว่าที่เราทำมา สำเร็จหรือไม่
เหล่านี้ เป็นต้น
เรื่องการรณรงค์ของชาวจักรยาน พูดถึงถ้ามองด้านบวก ตอนนี้ก็ไม่เลวนะครับ ในเรื่องของประชากรจักรยานในบ้านเรา เพิ่มขึ้นจากสามสี่ปีก่อนอย่างผิดหูผิดตา ผมว่าอาจเป็นเพราะความสนุกสนานในเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงดึงดูดให้คนหันมาสนใจมากขึ้น
สองสามปีมานี้ ร้านจักรยานและเว็บที่เกี่ยวกับจักรยานเพิ่มขึ้นมากมาย ทุกๆจังหวัดมีชมรมจักรยาน สมาชิกใหม่ๆที่ลงทะเบียนในเว็บนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผมว่ามันค่อยๆเริ่มไปอย่างช้าๆแล้วหละครับ ที่จริงต้องขอบคุณพวกเราชาวจักรยานทุกคนที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงดึงดูดเหล่านี้ ต้องใจเย็นๆครับ
ใจจริง อยากให้หันมาทำเรื่องของ Bike to Work อย่างจริงจังมากกว่า เพราะไปคุยกับเพื่อนๆในหลายประเทศ (ตอนนี้ผมอยู่อินโดครับ ที่นี่ Bike to work เป็น community ที่ใหญ่มาก) เค้าพบว่ายั่งยืนที่สุด เพราะอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Critical Mass, Car Free Day มันค่อยๆทยอยตายกันไปเรื่อยๆแล้ว
ต่างกันตรงที่ ประเทศอื่นๆ ทางภาครัฐและภาคเอกชนเค้าส่งเสริมกันอย่างจริงจัง อย่างที่อินโดนี่ จะให้เงินมาจัดกิจกรรม Car Free Day ทุกๆเดือน พอใกล้จะถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนจะมีการประกาศทางโทรทัศน์แล้วว่าจะมีการรวมตัวของ Bike to Work Community ที่ landmark ของเมืองคือตรงน้ำพุที่มีอนุสาวรีย์แห่งการประกาศอิสภาพ ถ้าเป็นบ้านเราก็คล้ายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการปิดถนนกันเป็นปกติในวันนั้น และผู้คนที่นี่ก็ยอมรับกัน เรียกว่าจัดกันเป็นประเพณีไปแล้ว ทำจนคนที่นี่แม้แต่ไม่ได้ปั่นจักรยานก็ยอมรับกันแล้ว ไม่เห็นมีใครบ่นว่าเดือนร้อนอะไรเลย และวันที่มีกิจกรรม (เช้าวันอาทิตย์) ก็จะมีการออกข่าวทุกเดือน ผมมาอยู่ที่นี่เห็นมาสองครั้งแล้วครับ ทำไม่ใหญ่แต่อาศัยลูกตื้อสไตล์อิเหนา อีกอย่างอาศัย Back ดี เลยง่ายหน่อย ส่วนบ้านเราเรื่องกิจกรรมรณรงค์จัดปีละครั้ง ถือว่าน้อยมาก ถ้าผู้จัดคิดทำอะไรไม่ใหญ่โตมากมายแบบอินโดนีเซีย แต่ทำบ่อยๆก็จะไม่เหนื่อยมากทั้งเรื่องเตรียมงานและหาเงินมาทำกิจกรรม
และนอกจากนี้ทาง Bike to Work Community ก็มีการทำของขายแบบเป็นคอเล็คชั่น ถึงกระทั่งบริษัท Polycon มาร่วมรณรงค์ทำจักรยาน Bike to Work ขาย แบบได้กำไรมาก็เอาเข้า Community ไปส่วนหนึ่งเลย และคนที่นี่จะภูมิใจมากถ้าใช้จักรยานคันนี้ไปทำงาน ของเค้าออกแบบมาให้ใช้ไปทำงานโดยเฉพาะ และราคาก็ไม่แพง ถึงแม้ที่นี่จะยังเต็มไปด้วยคนใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซด์ แต่เค้าก็ทำกันไปเรื่อยๆ สถาณะการณ์เรื่องการลดการใช้รถยนต์ที่นี่ก็ไม่ได้ดีกว่าบ้านเราครับ บ้านเราดีกว่าด้วยซ้ำ แต่เค้าดีกว่าตรงที่เค้าร่วมมือกันหลายภาคส่วน แต่เรานั้นรู้สึกจะตามมีตามเกิดกันเหลือเกินไม่ค่อยช่วยเหลือกัน อย่างนี้แหละครับคือไทยแท้
http://www.polygoncycle.com/detailbike.php?kode=251
http://www.polygoncycle.com/detailbike.php?kode=186
ผมว่าบ้านเราก็มีบริษัทจักรยานแห่งชาติอย่าง LA Bicycle มาทำอย่างนี้บ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย ยิ่งตอนนี้กระแส CSR ก็กำลังมาแรง ถึงเวลาที่ต้องทำอะไรหรือคืนอะไรเพื่อสังคมบ้าง จริงอยู่ตลาดอาจไม่ใหญ่ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย
ผมว่าถ้าพวกเราวัดผลกันในเรื่องของปริมาณคนที่มาร่วมปั่น อันนั้นเกรงว่าทำให้เสียกำลังใจกัน เพราะความแตกต่างของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศที่กำลังพัฒนา คือ จิตอาสาและความกล้าที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดีๆเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะคนในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมองเรื่องการสร้างฐานะตนเองให้ร่ำรวย หรูหราเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า เพราะเข้าใจว่าเป็นของดี โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือธรรมชาติจะเสียหายเพียงใด ขอให้ตนเองอยู่รอดและร่ำรวยเป็นพอ ดังนั้นการที่ให้เค้าเห็นพวกเราทำอะไร แล้วไปหวังว่าคนเหล่านั้นจะลุกมาทำตามนั้น ยากมากครับ เพราะเค้าสนใจอย่างอื่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทำอยู่
เคยคุยกับเจ้าหน้าที่ UN เค้าบอกว่า U รู้ไม้ว่าประเทศด้อยพัฒนา ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างกันอย่างไร
ผมบอก ไม่รู้ว่ะ บอกหน่อยดิ แกก็เลยบอกว่า
ประเทศที่ด้อยพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีคนที่มีจิตอาสามากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นอย่างมาก และเค้าบอกว่า ประเทศด้อยพัฒนา จะมีจิตอาสามากที่สุด และบางประเทศผู้คนมีความสุขมากอย่าง ภูฏาน เป็นต้น
คือจะบอกว่า อยากให้มองความสำเร็จของการรณรงค์ในหลายๆมิติมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนซึ่งเป็นแค่ตัวชี้วัดอันหนึ่งเท่านั้น
เหล่านี้ เป็นต้น
เรื่องการรณรงค์ของชาวจักรยาน พูดถึงถ้ามองด้านบวก ตอนนี้ก็ไม่เลวนะครับ ในเรื่องของประชากรจักรยานในบ้านเรา เพิ่มขึ้นจากสามสี่ปีก่อนอย่างผิดหูผิดตา ผมว่าอาจเป็นเพราะความสนุกสนานในเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงดึงดูดให้คนหันมาสนใจมากขึ้น
สองสามปีมานี้ ร้านจักรยานและเว็บที่เกี่ยวกับจักรยานเพิ่มขึ้นมากมาย ทุกๆจังหวัดมีชมรมจักรยาน สมาชิกใหม่ๆที่ลงทะเบียนในเว็บนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผมว่ามันค่อยๆเริ่มไปอย่างช้าๆแล้วหละครับ ที่จริงต้องขอบคุณพวกเราชาวจักรยานทุกคนที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงดึงดูดเหล่านี้ ต้องใจเย็นๆครับ
ใจจริง อยากให้หันมาทำเรื่องของ Bike to Work อย่างจริงจังมากกว่า เพราะไปคุยกับเพื่อนๆในหลายประเทศ (ตอนนี้ผมอยู่อินโดครับ ที่นี่ Bike to work เป็น community ที่ใหญ่มาก) เค้าพบว่ายั่งยืนที่สุด เพราะอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Critical Mass, Car Free Day มันค่อยๆทยอยตายกันไปเรื่อยๆแล้ว
ต่างกันตรงที่ ประเทศอื่นๆ ทางภาครัฐและภาคเอกชนเค้าส่งเสริมกันอย่างจริงจัง อย่างที่อินโดนี่ จะให้เงินมาจัดกิจกรรม Car Free Day ทุกๆเดือน พอใกล้จะถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนจะมีการประกาศทางโทรทัศน์แล้วว่าจะมีการรวมตัวของ Bike to Work Community ที่ landmark ของเมืองคือตรงน้ำพุที่มีอนุสาวรีย์แห่งการประกาศอิสภาพ ถ้าเป็นบ้านเราก็คล้ายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการปิดถนนกันเป็นปกติในวันนั้น และผู้คนที่นี่ก็ยอมรับกัน เรียกว่าจัดกันเป็นประเพณีไปแล้ว ทำจนคนที่นี่แม้แต่ไม่ได้ปั่นจักรยานก็ยอมรับกันแล้ว ไม่เห็นมีใครบ่นว่าเดือนร้อนอะไรเลย และวันที่มีกิจกรรม (เช้าวันอาทิตย์) ก็จะมีการออกข่าวทุกเดือน ผมมาอยู่ที่นี่เห็นมาสองครั้งแล้วครับ ทำไม่ใหญ่แต่อาศัยลูกตื้อสไตล์อิเหนา อีกอย่างอาศัย Back ดี เลยง่ายหน่อย ส่วนบ้านเราเรื่องกิจกรรมรณรงค์จัดปีละครั้ง ถือว่าน้อยมาก ถ้าผู้จัดคิดทำอะไรไม่ใหญ่โตมากมายแบบอินโดนีเซีย แต่ทำบ่อยๆก็จะไม่เหนื่อยมากทั้งเรื่องเตรียมงานและหาเงินมาทำกิจกรรม
และนอกจากนี้ทาง Bike to Work Community ก็มีการทำของขายแบบเป็นคอเล็คชั่น ถึงกระทั่งบริษัท Polycon มาร่วมรณรงค์ทำจักรยาน Bike to Work ขาย แบบได้กำไรมาก็เอาเข้า Community ไปส่วนหนึ่งเลย และคนที่นี่จะภูมิใจมากถ้าใช้จักรยานคันนี้ไปทำงาน ของเค้าออกแบบมาให้ใช้ไปทำงานโดยเฉพาะ และราคาก็ไม่แพง ถึงแม้ที่นี่จะยังเต็มไปด้วยคนใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซด์ แต่เค้าก็ทำกันไปเรื่อยๆ สถาณะการณ์เรื่องการลดการใช้รถยนต์ที่นี่ก็ไม่ได้ดีกว่าบ้านเราครับ บ้านเราดีกว่าด้วยซ้ำ แต่เค้าดีกว่าตรงที่เค้าร่วมมือกันหลายภาคส่วน แต่เรานั้นรู้สึกจะตามมีตามเกิดกันเหลือเกินไม่ค่อยช่วยเหลือกัน อย่างนี้แหละครับคือไทยแท้
http://www.polygoncycle.com/detailbike.php?kode=251
http://www.polygoncycle.com/detailbike.php?kode=186
ผมว่าบ้านเราก็มีบริษัทจักรยานแห่งชาติอย่าง LA Bicycle มาทำอย่างนี้บ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย ยิ่งตอนนี้กระแส CSR ก็กำลังมาแรง ถึงเวลาที่ต้องทำอะไรหรือคืนอะไรเพื่อสังคมบ้าง จริงอยู่ตลาดอาจไม่ใหญ่ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
-
KanTH
- ขาประจำ
- โพสต์: 118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:21
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
[quote="โยธิน อัศวราช"]
มวลวิกฤตทำมาเป็นปี ก็ไม่ค่อยได้อะไรขึ้นมา
เอาง่ายๆ คนเพิ่มไหม
กลายเป็นทริปสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่ขี่วันรถติดศุกร์สิ้นเดือนเท่านั้น[/quote]
เป็น ทางเลือก ครับ จะ ได้ผลหรือไม่ บอกยาก ครับ
ได้ผลก็ดี ไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร หาทางใหม่ ๆ แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ลองทำอะไร หรือ ไม่มีทางเลือกเลย
แอบหวังไว้ครับ
ในช่วงรถติดมาก ๆ คนขับรถบางคน อาจเห็นกลุ่มจักรยาน ปั่นผ่านมาและผ่านไป ได้อย่างสบาย
อาจมีสักแว๊บที่คิดได้บ้างว่า ถ้าได้ปั่นจักรยาน ก็ไม่ต้องติดอย่างนี้ (อาจจะได้ปั่นจริงหรือแค่ยังเป็นแนวความคิด) ก็ยังดี
เป็นการจุดประกายความคิดครับ ไม่แน่คนที่ปั่นจักรยานบางท่าน อาจจะ มาจากแนวความคิดนี้ ก็เป็นได้
KanTH
มวลวิกฤตทำมาเป็นปี ก็ไม่ค่อยได้อะไรขึ้นมา
เอาง่ายๆ คนเพิ่มไหม
กลายเป็นทริปสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่ขี่วันรถติดศุกร์สิ้นเดือนเท่านั้น[/quote]
เป็น ทางเลือก ครับ จะ ได้ผลหรือไม่ บอกยาก ครับ
ได้ผลก็ดี ไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร หาทางใหม่ ๆ แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ลองทำอะไร หรือ ไม่มีทางเลือกเลย
แอบหวังไว้ครับ
ในช่วงรถติดมาก ๆ คนขับรถบางคน อาจเห็นกลุ่มจักรยาน ปั่นผ่านมาและผ่านไป ได้อย่างสบาย
อาจมีสักแว๊บที่คิดได้บ้างว่า ถ้าได้ปั่นจักรยาน ก็ไม่ต้องติดอย่างนี้ (อาจจะได้ปั่นจริงหรือแค่ยังเป็นแนวความคิด) ก็ยังดี
เป็นการจุดประกายความคิดครับ ไม่แน่คนที่ปั่นจักรยานบางท่าน อาจจะ มาจากแนวความคิดนี้ ก็เป็นได้
KanTH
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
โอกาสดี...โอกาสอะไรครับโยธิน อัศวราช เขียน:มวลวิกฤตทำมาเป็นปี ก็ไม่ค่อยได้อะไรขึ้นมา
เอาง่ายๆ คนเพิ่มไหม
กลายเป็นทริปสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่ขี่วันรถติดศุกร์สิ้นเดือนเท่านั้น
ตอนนี้กลางเมืองกลายเป็นถนนคนเดิน เหมือนตอน count down
ตอนนี้่เลยอยากให้เพื่อนจัดทริปมาขี่ในเมืองกันเยอะๆ ให้พวกที่ต้องใช้รถยนต์เดินทางสัญจร
หรือพวกที่ต้องยืนรอรถเมล์นาน เห็นว่าแท้จริงแล้ว อิสรภาพและเสรีภาพ
บนสองล้อแมนเพาเวอร์นั่นเอง
บางทีผู้สื่อข่าวอาจเห็นดีเห็นงามด้วย ช่วยพวกเราอีกแรงหนึ่ง
CM จัดทุกศุกร์สุดท้ายของเดือน มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อย จอเมื่อจะครบปีที่สอง กะว่าจะเลิกทำโดยถือโอกาสที่เป็นวันครบรอบปีที่ทำมา บัง้อิญว่าโครงการไปตรงกับที่อาจารย์ธงชัย ทานไม่ว่าง ผมไม่อยากเปลี่ยนเป็นท่านอื่น เลยปั่นต่อ...
สองคือน้องน้องเริ่มรับลูกแล้ว อันนี้ถือว่าไม่เลว เป็นโอกาสที่จะได้มีคนสานต่อ เราไม่เน้นคนมามากมาน้อย มามากมากนะดี เห็นด้วย แต่มาสองคนเราก็เคยปั่นมาแล้ว...ไม่มีอะไรแท้แน่นอนที่จะมาบอกว่า มามากดีกว่ามาน้อย
จส 100 กับผมตอนนี้เจอกันแทบทุกเดือน ยกเว้นเดือนที่แล้ว เพราะว่าผมมีภารกิจส่วนตัวในครอบครัวค่อนข้างสูง จนมีเวลที่จะมาทำตรงนี้น้อยลง...โยธิน อัศวราช เขียน:ตอนนี้่เลยอยากให้เพื่อนจัดทริปมาขี่ในเมืองกันเยอะๆ ให้พวกที่ต้องใช้รถยนต์เดินทางสัญจร
หรือพวกที่ต้องยืนรอรถเมล์นาน เห็นว่าแท้จริงแล้ว อิสรภาพและเสรีภาพ
บนสองล้อแมนเพาเวอร์นั่นเอง
บางทีผู้สื่อข่าวอาจเห็นดีเห็นงามด้วย ช่วยพวกเราอีกแรงหนึ่ง
สื่อทั่วไปที่จะให้หันมาทำข่าวปั่นจักรยานกันนั้น มันน้อยมากแทบจะหาทางเข้าถึงสื่อทุกอย่างยากมาก ยกเว้น จส 100 แม้ว่าจะมีคนฟังไม่มากนักแต่ว่า ผมได้ใช้เวลาทุกครั้ง 5-10 นาที หลังหลังมาบางครั้ง จส 100 ช่วยถามนำบ้างช่วยสรุปบ้าง ได้ประกาศออกให้สาธารณะชนรับรู้ได้เป็นเกือบครึ่งชั่วโมง...
อันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันมาปั่นจักรยาน CM เพราะว่าเท่ากับเราได้ จส 100 มาช่วยบอกต่อ ถ้าไม่มีคุณมาร่วม ผมประกาศออกไปเขาก็คงไม่สนใจนัก ที่ จส100 เริ่มมาสนับสนุนนั้น ซึ่งสมัยแรกแรก คนฟังยังเคยโจมตีว่าเป็นพวกเด็กแว๊นบ้างหรือพวกเกรเบ้าง เนื่องจากข่าว CM ของเมืองนอกเขาออกไปทางลบ
พอผมเข้าไปรายงานในแต่ละครั้งไปเรื่อย เขาก็สนใจที่จะรับฟัง แต่ยังไม่ให้ออกอากาศ....แต่ผมไม่เคยท้อ ทุกเดือนผมมีโอกาสผมก็โทรฯไปอีก...จนมีครั้งหนึ่ง ผมไม่โทร เพราะว่าลืม แต่เขาจำได้และโทรฯกัลมา คราวนี้เลยได้รับโอกาสให้ออกอากาสได้.....ผมก็พูดไปตามที่ใจคิด ไม่ได้มีสคริบอะไร หลังจากนั้น ได้ออกอากาศรายงานไปค่อนข้างบ่อย เกือบทุกเดือน ยกเว้นเดือนที่แล้วที่บอกมาในตอนต้น...อันนี้ดีครับ...ผู้ใช้รถยนต์ นั่งฟัง จส 100 อยู่ในรถ เขาจะได้คิดตามว่า รถหนึ่งคัน กับจักรยาน 1 คัน ใครใช้พื้นที่มากกว่ากัน ใครทำลายสภาพแวดล้อมมากกว่ากัน ใครช่วยรัฐประหยัดน้ำมันมากกว่ากัน ใครจะแข็งแรงกว่ากัน และฯลฯ มากมาย...เพราะว่าจุดประสงค์มันกว้างไกล เกินกว่าที่จะอธิบายในเวลาอันสั้น...ขอยุติแค่นี้ก่อน
ส่วนกิจกรรมที่คุณเสนอนั้นขอให้คุณเริ่มช่วยนัดกันเลย ทางไทยเอ็มทีบีนี้แหละครับ ผมว่าคุณทำไปเรื่อยเรื่อยคงจะประสบความสำเร็จเช่นที่คุณตั้งใจนะครับ...
โอกาสมีทุกวันถ้าคุณจะตั้งใจทำจริง อย่ารีรอโอกาสเลยครับ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
อ้อ...ลืมบอกไป CM นั้นไม่เกี่ยวกับ TCC หรือ TCHA นะครับ...
อย่าไปว่าเขาทำนะครับ เดี๋ยวคนทั่วไปจะพลอยไขว้เขวไปด้วย...
อย่าไปว่าเขาทำนะครับ เดี๋ยวคนทั่วไปจะพลอยไขว้เขวไปด้วย...
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
-
เสือเฒ่าเจ้าท่า
- ขาประจำ
- โพสต์: 709
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 22:09
- Tel: 027518335
- team: การท่าเรือแห่งประเทศไทย
- Bike: gt
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
......
เป็นเวลานานเหมือนกันที่พวกเราพยายามรณรงค์ ให้ใช้จักรยานขี่มาทำงานแต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมโครงการณ์น้อยมาก กลับกันแต่เวลาเราออกไปทริปท่องเที่ยวเมื่อไหร่จะมีเพื่อนๆเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงคิดว่านักขี่จักรยานเพิ่มขึ้นแต่เพียงขี่ไปท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนการขี่ไปทำงานนั้นไม่สะดวกเท่าที่ควร มีปัญหาเรื่องที่จอด ปัญหาเรื่องการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และการไม่สนับสนุนของเจ้านายหรือเจ้าของบริษัท และที่สำคัญที่สุดไม่มีหน่วยงานของรัฐสนับสนุนหรือรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เราเป็นเพียงประเทศที่กำลังพัฒนาแต่ยังไม่ได้พัฒนา..? ใช่ไหมครับ.... 
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: โอกาสดีที่จะรณรงค์ขี่จักรยารดีกว่า มวลวิกฤต
ที่ผมเห็นก็แบบ พ่อเมือง (ผู้ว่าราชการจังหวัด) นำทีมขี่ มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนขี่ตาม มีสื่อมวลชนนสพ ทีวี มาทำข่าว แล้วก็ให้ตำรวจจราจรกั้นเส้นทางจราจร
ทุกอย่างดูเหมือนการจัดฉาก จบแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม คนรณรงค์ก็หันไปขับรถยนต์ส่วนตัวเหมือนเดิม
ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมปรับปรุงอะไรเพื่อรองรับ
อย่าเลนจักรยานบนฟุตปาท ไม่ทราบคิดได้ไง (เหมือนทางเดินของคนตาบอดที่ทำพื้นขรุขระเอาไว้ แต่วกไปวนมาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหลบเสาไฟฟ้าบ้าง ไหนจะต้องหลบแผงค้า รถเข็น กะทะทอดน้ำมันร้อนๆ ร้านค้าที่วางสินค้าล้ำออกมา)
ทางรถจักรยานก็เหมือนกัน ผมดูแล้วเหมือนทางวิบากสำหรับรถเมาเทนไบค์ มากกว่ารถจักรยานขี่ในเมือง
คือคนคิดไม่ได้มาขี่ ส่วนคนขี่ก็ไม่ได้ไปมีส่วนร่วมในการคิด
อย่างเลนจักรยานบนถนนบางสาย ทำออกมาสวยแต่กลายเป็นทางวิ่งมอเตอร์ไซค์
เมืองไทยไม่เ้ข้มงวดกวดขัน เดี๋ยวนี้การวิ่งย้อนศรของมอเตอร์ไซค์กลายเป็นเรื่องปกติมาก
การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาวิ่งบนฟุตปาทก็กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน
ผลพวงจากการเพิ่มขึ้นของวินมอเตอร์ไซค์และส่วนนึงคงมาจากการปาดทางขึ้นลงฟุตปาท (น่าจะทำเพื่อให้สะดวกต่อจักรยาน แต่กลายเป็นการให้ความสะดวกแก่มอเตอร์ไซค์ไปด้วย)
ถ้าจะมีการขี่ย้อนศรได้น่าจะมีแค่รถจักรยานเท่านั้น
อีกไม่นานเราคงเห็นรถเก๋งขี่ย้อนศรกันบ้างล่ะ
ทุกอย่างดูเหมือนการจัดฉาก จบแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม คนรณรงค์ก็หันไปขับรถยนต์ส่วนตัวเหมือนเดิม
ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมปรับปรุงอะไรเพื่อรองรับ
อย่าเลนจักรยานบนฟุตปาท ไม่ทราบคิดได้ไง (เหมือนทางเดินของคนตาบอดที่ทำพื้นขรุขระเอาไว้ แต่วกไปวนมาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหลบเสาไฟฟ้าบ้าง ไหนจะต้องหลบแผงค้า รถเข็น กะทะทอดน้ำมันร้อนๆ ร้านค้าที่วางสินค้าล้ำออกมา)
ทางรถจักรยานก็เหมือนกัน ผมดูแล้วเหมือนทางวิบากสำหรับรถเมาเทนไบค์ มากกว่ารถจักรยานขี่ในเมือง
คือคนคิดไม่ได้มาขี่ ส่วนคนขี่ก็ไม่ได้ไปมีส่วนร่วมในการคิด
อย่างเลนจักรยานบนถนนบางสาย ทำออกมาสวยแต่กลายเป็นทางวิ่งมอเตอร์ไซค์
เมืองไทยไม่เ้ข้มงวดกวดขัน เดี๋ยวนี้การวิ่งย้อนศรของมอเตอร์ไซค์กลายเป็นเรื่องปกติมาก
การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาวิ่งบนฟุตปาทก็กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน
ผลพวงจากการเพิ่มขึ้นของวินมอเตอร์ไซค์และส่วนนึงคงมาจากการปาดทางขึ้นลงฟุตปาท (น่าจะทำเพื่อให้สะดวกต่อจักรยาน แต่กลายเป็นการให้ความสะดวกแก่มอเตอร์ไซค์ไปด้วย)
ถ้าจะมีการขี่ย้อนศรได้น่าจะมีแค่รถจักรยานเท่านั้น
อีกไม่นานเราคงเห็นรถเก๋งขี่ย้อนศรกันบ้างล่ะ
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride