ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

ขอบคุณครับ คุณ oddo

ผมก็ได้เข้าไปอ่านทริปของสาเกตุนครแล้วครับ น่าสนใจมาก
สมาชิกส่วนใหญ่ของสาเกตุนคร เป็นอาจารย์ใช่ไหมครับ ?
ผมอยากเห็นเด็กๆ อนาคตของชาติเรา ศึกษาประวัติศาสตร์มากๆครับ

คุณหางแฮ้ม ได้กรุณาเมล์มาหาผม ให้คำแนะนำเรื่องชื่อพื้นถิ่นของสถานที่
ซึ่งสัมพันธ์กับตำนานและวิถีชีวิตของผู้คน ผมถือเป็นความกรุณาอย่างสูง
และจะแก้ไขให้ถุกต้องตามที่คุณหางแฮ้มแนะนำครับ และผมต้องขออภัย
หากได้โพสท์ชื่อสถานที่ผิดพลาดหรือเพี้ยนไป เนื่องจากการแปลชื่อนั้น
แปลจากแผนที่ซึ่งไม่มีภาษาลาว หรือภาษาไทยกำกับไว้ครับ

ไปดูอนุสาวรีย์กันก่อนนะครับ คืนนี้คงจะได้ไปถึงภูหนองขิน

--------------------------------------------------------


ออกจากภูเทวดา ผมมาแวะที่อนุสรณ์สถานสงครามกู้ซาดอีกที เพื่อเก็บรายละเอียด
อนุสรณ์สถานนี้ ก็อยู่ตรงปากทางเข้าโรงแรมภูเทวดานี่เองละครับ

รูปภาพ

ในภาพจะมองเห็นภูหนองขิน(หรือภูเทวดาเหนือ ?)อยู่ไกลๆครับ


ว่ากันตั้งแต่ป้ายทางเข้าเลยครับ


รูปภาพ


" ความสามัคคีพิเศษลาวเวียดนาม มั่นยืน "

ในลาวมีอนุสรณ์สถานอย่างนี้อยู่แทบทุกเมือง แล้วก็จะต้องมีคู่กัน
ของลาวอันหนึ่ง เวียดนามอันหนึ่ง ส่วนในเขมร มักจะเป็นอนุสาวรีย์เดี่ยวๆ
มีรูปปั้นทหารเขมรและประชาชนอยู่ด้วยกัน แต่ที่เพิ่มมาคือ จะต้องมีรูปปั้น
ทหารเวียดนาม ยืนอยู่ด้วยเสมอ ประมาณว่าเวียดนามก็ช่วยนะ แต่ในเวียดนาม
จะเป็นอนุสรณ์สถานเดี่ยวๆ ใหญ่โต มีทุกเมือง เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อเอกราช
และการรวมชาติเวียดนาม ที่มีคนตายไปกว่า ๒ ล้านคน

แต่ที่แปลกคือที่เวียดนาม ไม่ยักมีอนุสาวรีย์รัสเซียคู่กัน

ตัวอนุสาวรีย์ครับ
ของเวียดนามขวามือ ของลาวซ้ายมือ

รูปภาพ


ป้ายจารึกของลาว

รูปภาพ

" ประเทศชาติ จารึกบุญคุณ " (แต่บุญคุณของใคร ไม่ได้บอกไว้ครับ)


ป้ายจารึกฝั่งเวียดนาม

รูปภาพ

" ประชาชนลาว จารึกบุญคุณของบรรดาสหายนักรบอาสาสมัครเวียดนาม
ที่ได้อุทิศตน แก่การปฏิวัติลาว "
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
รูปประจำตัวสมาชิก
mtb.hilander
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1104
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 21:15
Tel: 0893058544
team: THAI BIKE TOURING CLUB
Bike: trek 6500

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย mtb.hilander »

หายไปไหนครับ เงียบเชียวแฟนเพลง รอครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
หนุ่มริมน้ำโขง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 175
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ต.ค. 2009, 14:43
Tel: 0943560328
team: เสือทุกชมรมจังหวัดอุบลราชธานี
Bike: TREK .Merida . Bianchi . Giant . Canton ARGON 18

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย หนุ่มริมน้ำโขง »

ซำบายดีพี่น้อง

สวัสดีครับ เสือ ทุ้ย มาทักทายแวะเยี่ยมเฝ้าชมประวัติศาสตร์ทางลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง แถบอินโดจีน
ผมคนอุบล ยังไม่รู้เลยว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร พีงได้รู้จากเสือทุ้ยครับ :)
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

ผมต้องกราบขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่าน
โดยเฉพาะ คุณ mtb.hilander และคุณ หนุ่มริมน้ำโขง

ผมติดเดินทางตลอดเลยครับ เลยเข้ามาได้เพียงแว๊บๆ บางทีก็ log in ไม่ได้
แต่วันเสาร์นี้ทุกอย่างจะเข้าที่แล้ว คืนวันเสาร์(ที่ ๘)ผมจะรีบมาต่อทันทีเลยครับ
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
รูปประจำตัวสมาชิก
ทิวากร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6591
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
Tel: 081-977692สอง
team: ขุนหาญทีม
Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย ทิวากร »

:D
ผมไปอยู่ไหนมา กระทู้ดีขนาดนี้ ประวัติแบบนี้ เรื่องเก่าเล่าใหม่ ขอบคุณครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง

บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ

สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ

อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185

เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
แม่บักข้าวเหนียว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5686
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2009, 15:35
Tel: 0862240407
team: ยังไม่มีทีมใด กล้าให้ ซบอก...
Bike: trek 4300 wsd. SOMA SAGA
ติดต่อ:

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย แม่บักข้าวเหนียว »

นั่งอ่านตั้งแต่เริ่มเลยค่ะ เพิ่งจบ
เคยไป เส้นทางนี้ แต่ไปแบบหนุกหนาน ไร้สาระ
วันนี้ ถึงได้รู้ว่าการปั่นแบบมีสาระ เป็นเยี่ยงนี้เอง รอชม รออ่าน เพื่อไปย้อนรอยอีกที ขอบคุณมากค่ะ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
.พูดคุยผ่านทางเฟสบุค
https://www.facebook.com/usanee.puangsuwan
รูปประจำตัวสมาชิก
mtb.hilander
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1104
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 21:15
Tel: 0893058544
team: THAI BIKE TOURING CLUB
Bike: trek 6500

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย mtb.hilander »

ก่อนที่ " พี่เสือทุ้ย " จะมาต่อผมมีหนังสือแนะนำเล่มนึงครับ บังเอิญไปเจอที่ร้าน เลยซื้อมาอ่านเนื้อหาเข้ากับทริปพอดีเพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของลาวสูงซำเหนือ
แต่ทริปพี่เสือทุ้ยเป็นลาวลุ่ม แต่เป็นช่วงเวลาเดียวกัน



ส. สีนนทอง ผู้เขียนหนังสือ “ไฟดับไม่สิ้นแสง”
Tuesday, 23 February 2010 10:14 -- ทั่วไป
กรุงเทพฯ--23 ก.พ.--นานมีบุ๊คส์
หรือชื่อจริงว่า คำแสง สีนนทอง เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1948 เติบโตมาจากเยาวชนฐานที่มั่นเขตปลดปล่อยแรกภาคตะวันออกเฉียงเหนือของลาว อันมีเลือดเนื้อแห่งมูลเชื้อปฏิวัติเต็มร้อยอย่างแท้จริง ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเขียนตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเวียงจันทน์มาก เงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย จึงได้แต่เขียนเก็บไว้ และให้เพื่อนๆ ได้อ่านเท่านั้น
ส. สีนนทองเข้าทำงานในวงการการศึกษาเรื่อยมา จนในปี ค.ศ. 1999 ได้หันมาลงมือสร้างผลงานเขียนอย่างจริงจัง จนได้รับการตีพิมพ์ตามหน้าวารสาร และด้วยจิตใจมุ่งมั่นอยากเป็นนักเขียนมาตลอดนี้เอง จึงตัดสินใจขอลาออกมารับเบี้ยบำนาญแทน
ตลอด 10 ปีที่ทุ่มเทให้กับงานเขียน ส. สีนนทองมีผลงานเป็นนวนิยายมาแล้ว 9 เรื่อง เรื่องสั้น 186 เรื่อง และบทกวีกว่า 100 บท ทั้งยังได้รับรางวัลภายในประเทศมาแล้วหลายรางวัล อาทิ จากเรื่องสั้น หนุ่มลึกลับ ได้รับในการประกวดของสมาคมนักประพันธ์ลาว เรื่องสั้น คนเมืองเชียง และ เลือดล้างเลือดบนภูเพียงเมืองพวน ได้รับรางวัลจากสถาบันค้นคว้าและวัฒนธรรม ทางด้านบทกวี เคล็ดลับครอบครัว ได้รับรางวัลจากการประกวดของวารสารวันนะสิน (วรรณศิลป์)
นอกจากนี้ยังมีผลงานนวนิยาย เช่น เรื่อง เพื่อนผู้สืบทอด ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการประกวดวรรณกรรม 2 วันประวัติศาสตร์ลาว-เวียดนาม และล่าสุดกับรางวัลซีไรต์วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของ
ประเทศลาว (ซีไรต์) ประจำปี 2008 จานวนิยายเรื่อง ไฟดับไม่สิ้นแสง ที่ก่อนหน้านี้เคยได้รางวัลชนะเลิศรางวัลสินไซ ในการประกวดของวารสารวันนะสิน (วรรณศิลป์) มาแล้ว
ปัจจุบันแม้จะเป็นข้ารัฐการบำนาญ กินเบี้ยบำนาญไม่มากนัก แต่ก็มีความสุขที่ได้ทุ่มเทให้กับงานเขียนอย่างใฝ่ฝัน เพราะหัวใจมันเรียกร้องว่า “ขอยอมจนทนเพื่อเขียน” ทุกวันนี้มีความสุขอยู่กับปากกาและหน้ากระดาษ ขีดเขียนเรื่องราวต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง สืบต่อไป...และต่อไป...จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ไฟล์แนบ
63b4639d736ee48f73803406f13aa202.jpg
63b4639d736ee48f73803406f13aa202.jpg (39.04 KiB) เข้าดูแล้ว 2009 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เป็ดน้อย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:14
Bike: SUB60 & 520

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เป็ดน้อย »

เรื่องสงครามลับในลาว ผมเคยได้ศักษามาช่วงนึงแล้วครับ ยิ่งอ่านยิ่งฉงน สมแล้วที่ชื่อ"สงครามลับในลาว"
ปีที่แล้วพอได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ก็ว่าจะไปลุยเดี่ยวลาวใต้ เพื่อทำแบบเดียวกับพี่เสือทุ้ยเลยครับ
แต่ก็อดไป

พอได้มาอ่านสรุปทริปของพี่เสือทุ้ย สงสัยปีนี้คงต้องหาเวลาไปให้ได้แล้วครับ

พี่เอี้ยงไปเมือไหร่พี่ ซัก5วันกำลังดีนะ :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
บุญชัย เสือสระแก้ว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1411
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 07:24
team: Aloneคนบ้าดี
Bike: หนูภูเขา

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย บุญชัย เสือสระแก้ว »

ขอบคุณท่านเสือทุ้ยมากครับที่ทำให้เรารับรู้ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยทราบมาก่อน ทั้ง เหงียน ไก เซิง หรืออัครเสนาบดีเตโชฮุน เซน ทำให้นึกถึงทฤษฎีโดมิโนขณะนั้น แต่ประเทศเราก็ผ่านจุดนั้นมาได้ขอน้อมลำรึกถึงวีรกรรมทหารไทยที่สูญเสียในครั้งนั้นผ่านกระทู้ของท่านเสือทุ้ยครับ ด้วยจิตคารวะ
แก้ไขล่าสุดโดย บุญชัย เสือสระแก้ว เมื่อ 08 พ.ค. 2010, 22:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
khunmeakok
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 524
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 15:11
Tel: -
team: chiang rai
Bike: Trek
ติดต่อ:

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย khunmeakok »

ได้อ่านการนำเสนอกระทู้ดีๆๆ หลายๆรอบ ของ เสือทุ้ย ที่ทำการกรั่นกรองออกมา การรวม ข้อมูลความคิด มุมมอง และประสบการณ์
การเชื่อมโยงประวัติศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบันกับการเดินทาง ผมชอบศึกษาการเดินทางที่หลากหลายของประวัติสาสตร์อีกหลายเส้นทาง
โดยเฉพาะในประเทศแถบอินโดจีน รอติดตามการเดินทางต่อครับ
:arrow:
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ

สวัสดีคุณ ทิวากร คุณแม่บักข้าวเหนียว กระทู้ของทั้งสองท่านก็น่าอ่านครับ ผมเข้าไปอ่านประจำ

สวัสดีคุณ mtb.hilander ขอบคุณครับ ผมเคยเห็นหนังสือของคำแสง สีนนทอง เมื่อปีที่แล้ว
เป็นเวอร์ชั่นภาษาลาว วางขายอยู่ในเวียงจันท์ เมื่อวานซืนผมก็ไปเดินร้านหนังสือ ไม่เห็นมีขายแล้ว
น่าจะหมด เพราะเดี๋ยวนี้แกดังเป็นนักเขียนซีไรท์ไป น่าอ่านครับ ผมขอขอบคุณสำหรับข่าว
น่าเสียดายที่ผมพลาด ไม่ได้ไปร่วมงานเสวนา เพราะผู้ร่วมเสวนาอย่างคุณรุ่งมณี เมฆโสภณ
ผู้เขียน " ถกขแมร์ แลเขมร " ผมก็รู้จักกันดีครับ ท่านเป็นผู้รู้ในด้านอินโดจีนศึกษาผู้หนึ่ง

สวัสดีคุณเป็ดน้อย คุณบุญชัย เสือสระแก้ว และคุณ khunmeakok
ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ และผมยินดี ที่ข้อมูลจากกระทู้นี้ จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ

ว่ากันต่อเลยนะครับ

---------------------------------------------------------

ออกจากอนุสรณ์สถาน ผมปั่นมุ่งหน้าไปตามทางสาย ๒๓ ซึ่งทอดตัวยาวไปางทิศตะวันออกของเมืองปากซอง
เมื่อพ้นตัวเมืองประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงทางแยกสำคัญ ซึ่งสามารถเดินทางไปได้หลายแห่ง

รูปภาพ

ถนนสาย ๒๓ คือเส้นทางที่เลี้ยวไปทางซ้ายตามถนนลาดยาง ส่วนถนนที่ตรงไปนั้นมุ่งหน้าตะวันออก
สามารถเดินทางไปยังเมืองอัตตะปือได้ ส่วนถนนที่เลี้ยวขวาเมื่อพ้นบ้านทางขวามือ จะไปสุดที่บ้านเซเปียน
ซึ่งห่างออกไปประมาณ ๗ - ๘ กม. แต่ผมไม่ได้เข้าไปสำรวจในสองเส้นทางนี้ เนื่องจากเห็นว่า
มีเครื่องมือหนักกำลังเกรดผิวทางอยู่ และในแผนที่ระบุว่าเป็น " Very bad road "

แต่ถนนที่มุ่งหน้าไปบ้านเซเปียนนี้ จะผ่าน " ภูเทวดาใต้ " ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือของถนน
ภูเทวดาใต้นี้ เคยเป็นที่ตั้งของ พัน BC.619 เมื่อได้รับคำสั่งให้ถอนตัว ผบ.พันได้สั่งให้ถอนอาวุธหนัก
และกระสุน บรรทุกใส่รถบรรทุก ๒ คัน ออกมาก่อนจะถอนตัว และมีทหารบางส่วน ขอติดรถออกมาด้วย

แต่เมื่อรถทั้งสองคัน เดินทางออกมาเกือบถึงทางแยกนี้ ได้ถูกทหารเวียดนามซุ่มโจมตี
ซึ่งพี่เสือประสิทธิ์ ได้บันทึกถึงเหตุการณ์นี้ เมื่อเข้าไปพิสูจน์ทราบ หลังเกิดเหตุการณ์ไว้ว่า


" ฐานที่ตั้งของพัน BC.619 อยู่ ณ ภูเทวดาล่าง เส้นทางไปบ้านเซเปียน ตรงไปเมืองสามัคคีไชย
และไชยเชฐ พัน BC.619 เพิ่งเข้าแนวรบเป็นวันที่ ๖ ในสถานการณ์กำลังคับขัน โดยฝ่ายยุทธการ
มีคำสั่งให้เข้ามาเพื่อช่วยพัน BC.614 ที่ภูเทวดา และพัน BC.613 ที่ภูหนองขิน

พัน BC.619 ถูกข้าศึกถล่มหนักจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น กำลังพลบาดเจ็บล้มตายทุกวัน
ฝ่ายยุทธการของกองพันจึงขอถอนตัวกลับส่วนหลัง โดยขอรถมาขนอาวุธหนักกลับ
มีกำลังพลกระโดดขึ้นรถ ๕๐ กว่านาย รวมทั้ง ฝอ.๔ เมื่อเดินทางออกมาได้ถูกเวียดกงซุ่มโจมตี
ต่อหน้าต่อตาทหารของพัน BC.619 ที่ยังอยู่ที่ภูเทวดาล่าง และทหาร พัน BC.614
ที่ภูเทวดาเหนือ เห็นเหตุการณ์โดยตลอด แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ อาร์พีจี กว่า ๑๐ นัด
พุ่งเข้าใส่ขบวนรถทั้งสองคัน ไฟลุกท่วมรถยีเอ็มซี ลูกระเบิด ลูกปืน อาวุธหนักที่อยู่บนรถ
เกิดระเบิดต่อเนื่องเสียงดังสนั่นเมืองปากซอง มีอ้ายปากหมาบินมาตรวจการณ์ และส่งสัญญานว่า
" ตายเบิดแล้ว "....

.....รุ่งเช้า วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๑๔ ผมถูกผู้พันสุรีย์เรียกไปหา(พ.ต.สุรีย์ สิมารักษ์
" หัวหน้าคำสัน ") ให้จัดกำลัง ๑ หมวด ไปดูพัน BC.619 ที่ถูกซุ่มโจมตี ผมและกำลังพล
๒๕ นาย พร้อมอาวุธครบมือ เดินทางเกือบ ๘ กม.(จากภูหนองขิน ) โดยการคืบคลานและเร่งด่วน
ใช้เวลาร่วม ๒ ชั่วโมง เมื่อถึงจุดปะทะ พบกองเพลิงลุกไหม้อยู่ มีรถยีเอ็มซีถูกไฟไหม้ทั้ง ๒ คัน
เสียงระเบิดของอาวุธกระสุนที่ถูกไฟไหม้ ยังคงคังเปรี้ยงปร้างอยู่ รออีกหลายชั่วโมงไฟจึงสงบลง
เข้าไปพบหน้ารถคันแรกมีกระดูกไหม้ไฟกองอยู่สามกอง คันที่สองมี ๒ กอง แสดงว่าขณะที่เวียดกง
ถล่มนั้น คนหน้ารถและพลขับไม่ได้หนีเลย บนรถมีซากอาวุธที่ถูกไฟไม้รวมกับซากศพที่เป็นเถ้าถ่าน
ปนอยู่กับกองเศษเหล็ก ส่วนรอบๆตัวรถ มีศพนอนตายเกลื่อนกลาด นับได้ ๒๘ ศพ นอกนั้นอยู่บนรถ
รวมแล้ว ๕๐ กว่าศพ บางคนยังไม่ตายสนิท มีอาการชักและสั่นก่อนหมดสติ...."


เหตุการณ์นี้ น่าจะตรงกับภาพของ Dick Defer ที่บินไปถ่ายภาพ
หลังเกิดเหตุการณ์ ตามภาพขาวดำ ที่ผมได้นำเสนอไว้แล้วข้างต้นน่ะครับ

ไปกันต่อ

ทางสายนี้มุ่งหน้าขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของปากซอง ผ่านเมืองท่าแตง สาละวัน
และวกกลับมายังเซกอง อัตตะปือ แล้วผ่านเข้าเวียดนาม เชื่อมกับทางหมายเลข ๑๔ ของเวียดนาม
ไปยังจังหวัคคอนทูม และยาลาย(Gia Lai) ของเวียดนามได้

อากาศบนที่ราบสูงโบโลเวนนี้เย็นสบาย แสงแดดอุ่นทำให้ปั่นได้ไม่เหนื่อย

รูปภาพ



ออกมาจากปากซองเพียง ๗ กม. ก็จะพบ " ภูหนองขิน " อยู่ทางขวามือ
ภาพนี้ถ่ายจากด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของภูหนองขิน

รูปภาพ


ส่วนภาพนี้ถ่ายจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เนินบนยอดภู ๓ เนิน คือที่ตั้ง กองร้อย ๑ - ๒ และ ๓
ของพัน BC.613 เรียงกันจากขวาไปซ้าย ส่วน บก.พัน อยู่ด้านล่างทางซ้ายของภาพ

รูปภาพ


ปัจจุบันอาณาบริเวณของภูหนองขิน เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตร เป็นโครงการร่วมจีน-ลาว
ผมอยากเข้าไปข้างใน เพื่อไปดูที่ตั้ง บก.พัน ของ BC.613 แต่ผมเห็นประตูรั้วปิดคล้องโซ่ไว้
เลยคิดว่าไม่เข้าดีกว่า กลัวมันยิงเอา
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

ภาพแผนที่ครับ จะเห็นว่าออกจากปากซองไปทางขวา(ตะวันออก)
จะพบแยกที่กระจายไป ๓ ทาง ดังภาพที่เสนอก่อนหน้านี้

รูปภาพ


พื้นที่ระหว่างเมืองปากซอง กับภูหนองขิน เป็นที่ราบกว้างใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าปศุสัตว์
ซึ่งล้มตายไปในคราวสงครามมากมาย แต่ปัจจุบันกลับเข้าสู่สภาพเดิมแล้ว หลุมระเบิดจาก B-52
ยังพอเห็นได้ แต่กลายเป็นหนองน้ำเล็กๆ หลายแห่ง ซึ่งเวลานี้น้ำแห้งเสียส่วนใหญ่

ปั่นเลยภูหนองขินไป ข้ามเนินเล็กๆ ที่ฝ่ายเวียดนามเคยใช้เป็นที่ตั้งยิงจรวด ๑๒๒ มม.
และปืนใหญ่ เข้าถล่มทหารไทย


รูปภาพ


หลังเนินนี้คือ " บ้านท่งเส็ด " เป็นหมู่บ้านเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยสงคราม แต่เดิมเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก
ปรากฎที่ตั้ง แต่ไม่ปรากฎชื่อในแผนที่ ผู้คนคงอพยพไปในระหว่างสงคราม แล้วจึงย้ายกลับมาภายหลัง
เพราะหมู่บ้านนี้อยู่หน้าแนวของ พัน BC.613 ที่ภูหนองขิน ซึ่งแน่นอนว่าบริเวณนี้ โดน B-52
ถล่มยับไปหมด หลังหมู่บ้านยังพอมองเห็นสระน้ำเล็กๆ ซึ่งน่าจะเกิดจากหลุมระเบิด


รูปภาพ



รูปภาพ



รูปภาพ


ดูจากสภาพวัดก็ใหม่ บ้านก็ใหม่ ที่แปลกคือเมื่อผมผ่านร้านค้าเล็กๆร้านหนึ่ง ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เสียงวิทยุถ่ายทอดประชุมสภาของไทยดังลั่น ได้ยินเสียงแหบๆของนักการเมือง อภิปรายก้าบ..ก้าบ
มีแม่หญิงลาว ๒-๓ คน กำลังนั่งฟังอย่างสนใจ ตอนนั้นผมละงงจริงๆ อยากจะเข้าไปบอกว่า
" อีหล่าเอ๊ย...นั่นบ่แม่นละครวิทยุเด๊อ " แต่มาคิดอีกที หรือว่ามันเป็นละครวิทยุจริงๆ ?
เราต่างหาก ที่คิดว่ามันเป็นการ " อภิปราย " คิดแล้วอย่าไปบอกเขาเลย ไปดีกว่า
แต่ภายหลังก็เข้าใจครับ ผมมาได้คำตอบตอนออกจากจำปาสัก ว่ามันเป็นเยี่ยงนี้เอง 555+

แวะนั่งพักและถ่ายภาพได้สักพัก เพิ่งจะสิบโมงเช้า ปั่นกลับดีกว่า
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

ขากลับเจอเด็กน้อยท้าปั่นแข่งกัน ผมไม่ได้รับท้าหรอกครับ กลัวแพ้เด็ก

รูปภาพ


ผมอยากแสดงความชื่นชมรัฐบาลลาว เขาสอนเด็กๆเขาดีนะครับ เราปั่นไปไหน
จะมีเด็กๆ และชาวบ้านโบกมือยิ้มให้ แล้วก็ทักทาย " สะบายดี " ตลอดทาง
แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากทีเดียว

แวะดูลำห้วยเซเซ็ทหน่อยนะครับ ในแผนที่ดูเหมือนเป็นลำน้ำใหญ่ แต่ของจริงมีแค่นี้ละครับ

รูปภาพ


ปั่นมาถึงในเมืองปากซอง ก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว แวะตลาดหาอะไรรองท้องก่อน

รูปภาพ


รูปภาพ


ตลาดเมืองปากซองนี้ เราจะเห็นคนเวียดปะปนกับคนลาวมากมาย หลังสงครามสงบ
มีคนเวียดเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองปากซองมากมาย ตามนโยบาย " อมชาติ "
ของเวียดนาม ผมเรียกเองละครับ คือไม่ได้กลืนชาติ แต่แค่อมไว้ ถ้ามีปัญหาก็อาจเคี้ยวทันที
ในตลาดปากซองจึงมีคนลาว คนเวียด เดินปะปนกันไป ประมาณด้วยสายตาก็ครึ่งต่อครึ่ง
ถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องดูที่หน้าตา แต่หากเป็นแม่หญิง ดูที่การแต่งกาย แม่หญิงลาวจะนุ่งซิ่น
ส่วนผู้หญิงเวียด จะนุ่งกางเกง อันนี้ดูง่ายครับ


รูปภาพ



รูปภาพ

เฝ๋อครับ ไปลาวยังไงก็ไม่พ้นเฝ๋อ แล้วที่ปากซองมียิ่งกว่านั้น ที่ตลาดมีร้านอาหาร
เป็นแผงลอยอยู่ ๔ - ๕ เจ้า ทุกเจ้าขายเฝ๋อทั้งหมด เหมือนกันเด๊ะ ก็แล้วแต่
ว่าใครจะเป็นแฟนคลับของเจ้าไหน ผมเดินเลือกเจ้าที่แม่ค้าสวยที่สุด(แล้วนะ)
สั่งมาหนึ่งชามในราคามาตรฐานหมื่นกีบ(๔๐ บาท) ของกินในลาวไม่ถูกนะครับ
เฝ๋อแบบนี้ ถ้ามาขายเมืองไทยชามละ ๒๐ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนกินมากน้อยแค่ไหน ?

แต่เอาละน่ะ คิดเสียว่ากินกันตาย ถ้ารักจะผจญภัยก็ต้องกินง่ายอยู่ง่าย

รูปภาพ


สินค้าในตลาดปากซอง ผมว่ากว่า ๘๐ % เป็นสินค้าไทย นอกนั้นเป็นของคุณภาพต่ำจากจีน
ซึ่งเมืองอื่นๆ ที่ผมเห็นมาก็คล้ายๆกัน โดยเฉพาะเมืองใหญ่เช่นหลวงพระบางหรือเวียงจันท์

รูปภาพ

ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยิ่งติดบริโภคนิยมมากกว่าคนบ้านนนอก ทุกวันนี้สินค้าจากไทย
ได้รับความนิยมมากกว่าสินค้าจากจีนและเวียดนาม แม้ว่าสินค้าจากทั้งสองประเทศนั้น
จะมีราคาถูกกว่า แต่ค่านิยม หรือ Brand Royalty ของชาวลาวต่อสินค้าจากไทย
เป็นที่ประจักษ์กันทั่ว ผมอยากขอให้เราช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ เพื่อรักษาตลาดของเราในอนาคต
เมื่อปี ๕๑ ผมยังเห็นมีเอเย่นต์ขายจักรยานแอลเอ ในเมืองเว้ อยู่ตรงข้ามเยื้องตลาดดองบา น่าภูมิใจครับ

ระบบขนส่งมวลชนของลาวครับ ประสิทธิภาพสูงกว่าของเรามากมาย
เพราะรถคันเล็กๆ บรรทุกได้เท่ารถคันใหญ่ของเราเลย

รูปภาพ


ออกจากตลาด ผมไปวนเวียนหา " สุสานญวน " อีกครั้ง คราวนี้เจาะลึกถึงบ้านคน
แต่ทุกคนยืนยันว่าไม่มี แม้แต่คนเวียดเองก็ยืนยัน ผมเลยสรุปว่ามันสูญสลายไปกับสงครามแล้ว

ออกมาถึงสี่แยกโรงพยาบาล ยางเกิดรั่ว เลยต้องรีบปั่นกลับ ถึงที่พักก็แบนพอดี ตรวจดูเจอลวดปักเด่อยู่
ซึ่งแม้จะเป็นยางกันหนาม แต่ไม่กันลวดนะครับ

ปะยางเสร็จ ผมตัดสินใจว่ากลับเลยดีกว่า อยู่อีกวันก็คงไม่มีอะไรดูแล้ว
จัดแจงแพ๊คของ ร่ำลาเจ้าของเรือนพักเมื่อเวลาเกือบเที่ยง ยืนยันว่ามามื้อหน้าจะมาพักอีกเตื้อ
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
เสือทุ้ย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:14
team: ไม่มี
Bike: Mongoos

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย เสือทุ้ย »

ซ้ายมือในภาพเป็นตู้ขายบั๊นหมี่(หรือแบ๊งหมี่) ของอาเจ๊คนญวน ผมว่าจะอุดหนุนสักหน่อย
ก็กลัวว่าจะจุกจนปั่นลำบาก เลยผ่านไปดีกว่า บั๊นหมี่นี้เป็นอาหารเบสิคของคนเวียดเลยนะครับ


รูปภาพ


บั๊นหมี่ในเวียดนามราคาถูกมาก ผมเคยซื้ออันละสิบบาทเอง แค่สองอันก็อยู่ยาวเลย ผมอยากให้สังเกต
การค้าขายของคนเวียดนะครับ คนเวียดไม่รอฟ้าฝน ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา จับอะไรมาค้ามาขายได้หมด
เล็กใหญ่ไม่สน เป็นชนชาติที่มีความอึดระดับเทพ หากเราต้องแข่งกันค้าขายกับคนเวียดนี่ น่ากลัวนะครับ

พอผมปั่นพ้นเนินเกษตรลงมา ถนนก็กลายเป็นสไลเดอร์ขนาดยักษ์ ออกแรงปั่นเพียงนิด
รถก็จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สนุกละครับทีนี้ ผมต้องแตะเบรคช่วยบ่อยๆ
ไม่ให้ลงเร็วเกินไป ตอนนี้ผมทำ New High ได้ ๕๗ กม./ชม.
นี่ขนาดต้องเบรคช่วยนะครับ ถ้าไม่เบรคจะเร็วกว่านี้ แต่ถ้ามีหมูหมาวิ่งตัดหน้า
ผมคงกลิ้งดูไม่จืดแน่นอน

ลงมาได้เกือบ ๑๐ กิโล ผมแซงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ซึ่งเครื่องเสียแล้วเจ้าของก็ปล่อยไหลลงมา
ผมแซงไป ๓ - ๔ กม. ผมก็จอดถ่ายภาพ สักครู่ มอเตอร์ไซค์คันนี้ก็ค่อยๆ " ไหล" ผ่านผมไป
อย่างเงียบเชียบ ผมอดอมยิ้มให้เจ้าของมอไซค์ไม่ได้ ว่าแกเดินทางได้เป็นสิบกิโล
โดยไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ แต่แกไม่ยิ้มตอบหรอกครับ ในใจแกคงคิดว่า
" ยิ้มหาพ่อง...เรอะ ยิ่งหงุดหงิดรถเสียอยู่ " 555+ :lol:

ผมดิ่งเล็กๆ ลงมาถึง กม.๓๘ เป็นทางเข้าน้ำตก " ตาดเยือง " ความจริงทริปนี้
ผมไม่มีโปรแกรมรื่นรมย์เลยสักนิด ทั้งๆที่พื้นที่แถบนี้ เต็มไปด้วยน้ำตกที่สวยงามมากมาย
แต่เอาน่ะ ไหนๆก็มาแล้ว ผมจึงคิดว่าแวะน้ำตกสักครู่ เติมผงชูรสให้กับชีวิตสักนิด
จะได้ไม่คิดเสียใจ สอบถามระยะทางจากร้านอาหารปากทาง ได้ความว่า " กิโลกั่ว "
เรื่องเล็กน่า แต่พอเข้าเส้นทาง ผมก็พบสัจธรรม

" อปมาทํ ปรมํ สุขขํ " ความไม่ประมาท เป็นเครื่องยังความสุข

เสือทุ้ยประมาทอีกแล้ว ทางกิโลกั่วที่ว่า บางช่วงมันเป็นทางฝุ่นลูกรังละเอียด
หนาเป็นคืบ สลับกับลูกรังหินลอย ร่มไม้หายาก แล้วเจ้ายางถนนหน้ากว้าง ๑.๕ ของผม
เมื่อเจอทางฝุ่นหนา ลัอก็จมหายไปเลย ถ้าฝุ่นบางก็ลื่น สรุปว่าเข็นครับ
เข็นซะร่วมครึ่งกิโล กว่าจะถึงด่านเก็บเงิน

รูปภาพ


เจอเด็กน้อยทักสะบายดี เลยแจกท๊อฟฟี่ตามฟอร์มครัย


รูปภาพ


จะเข้าน้ำตกตาดเยือง ต้องจ่ายเงินนะครับ ค่าตั๋วคนละ ๕,๐๐๐ กีบ(๒๐ บาท)
ถ้ามารถยนต์ก็ต้องมีค่าตั๋วรถอีกต่างหาก บ้านเราก็แบบนี้ ผมฝากรถไว้ที่ด่าน จากด่านก็เดิน
ไปอีกประมาณ ๓๐๐ เมตร จะถึงตัวน้ำตก สวยหายเหนื่อยเลยเหมือนกัน

รูปภาพ

รูปภาพ

หายเหนื่อยแล้วก็เหนื่อยต่อ เห็นทางแล้วท้อเลย

รูปภาพ


ออกมาปากทางได้หน่อยเดียว ก็ข้ามสะพานห้วยผักกูด กม.๓๘

รูปภาพ

ผมไหลต่อมาถึง กม.๒๔ (อย่าเรียกปั่นเลยนะ) ตรงนี้มีเรื่องเล่าครับ

รูปภาพ

เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๕๑๔ นายพลสุดใจ ผบ.ทัพภาค ๔ ของลาว กำลังถูกเวียดกง
ล้อมอยู่ที่บ้านงิก(กม.๒๕)ได้วิทยุขอความช่วยเหลือ ซึ่งในระหว่างนั้น ฝ่ายไทยเรามีที่มั่นคือ
บก.ฉก.ส่วนหน้า อยู่ที่ กม.๒๑ (บ้านหมาร้าย) " หัวหน้าอภิชาติ " พ.ต.สมิทธิโชติ เวียนขุนทด
เป็น ผบ.ฉก. หัวหน้าอภิชาติจึงจัดกำลังไปช่วย โดยมี " หัวหน้าดาบ " พ.ต.เฉลิม ประสมทรัพย์
นำกำลังไปประมาณหนึ่งกองร้อย โดยเดินเท้าเข้าไปยังที่หมายในเวลากลางคืน เหตุการณ์ตอนนี้
FAG " Space " ได้บันทึกไว้ว่า
" ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ฝนตกอากาศปิด
ท้องฟ้ามืดครึ้ม หัวหน้าดาบไม่ได้หวั่นเกรงต่อข้าศึกแม้แต่น้อย จึงนำกำลังหนึ่งกองร้อย
ตีฝ่าความมืดเข้าไปในดินแดนข้าศึก นับได้ว่าท่านเป็นผู้นำที่มีความกล้าหาญ ยอมเสี่ยงชีวิต
เพื่อความอยู่รอดของเพื่อนทหาร โดยตระหนักถึงหน้าที่ ที่จะต้องให้การช่วยเหลือ
ทหารฝ่ายเดียวกัน แม้เป็นทหารต่างชาติที่กำลังได้รับชะตากรรม ตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกก็ตาม

เสียงปืนเล็กยิงสาดใส่กันเป็นชุดๆ สลับด้วยการรุกคืบของฝ่ายเรา ทหารฝ่ายเวียดกง
ต่างระดมยิงต้านทานอย่างหนัก ฝ่ายเราต้องประสานการยิงด้วยความระมัดระวัง
หากยิงล้ำเข้าไปท่ามกลางวงล้อม กระสุนอาจปลิดชีพพวกเดียวกันได้ ทั้งสองฝ่ายต่างยิงโต้ตอบ
กันสุดฤทธิ์ ต่างบาดเจ็บล้มตายจำนวนไม่แพ้กัน หัวหน้าดาบได้นำทหารคืบคลานเข้าไป
ยังจุดที่คาดว่าจะปลอดภัยจากการยิงของข้าศึก เพื่อตีตลบตัดเข้าด้านหลังแนวข้าศึก
นับเป็นคราวเคราะห์ เพราะพวกมันจัดกำลังส่วนหนึ่งซุ่มรอไว้แล้ว เลือกยิงได้ไม่พลาด
ในที่สุด หัวหน้าดาบต้องจบชีวิตลงท่ามกลางสายฝน ร่างของท่านถูกกระสุนอาก้า
สิ้นใจในอ้อมกอดของ ทสพ.เล็ก สมุนคู่ใจ ขณะเดียวกันกำลัง ทสพ.ก็ตกอยู่ในวงล้อม "


ในครั้งนั้น หัวหน้าอภิชาติ ได้นำกำลังเข้าไปเสริม และแก้ไขสถานการณ์ให้ ทสพ.
และกำลังของนายพลสุดใจ ตีฝ่าออกมาได้ แต่จำต้องทิ้งศพของหัวหน้าดาบ ไว้ในจุดปะทะ

ซึ่งท่าน " ภูเสน " ได้เล่าให้ผมฟังว่า


" พี่เข้าไปกู้ศพหัวหน้าดาบ หลังจากเหตุปะทะเกือบเดือน ไปกับจ่าอีกคน ซึ่งอยู่กับหัวหน้าดาบตอนปะทะ
เราไปพบศพท่านอยู่ในคูน้ำข้างทาง สภาพศพเหลือแต่โครงกระดูก กับเสื้อเครื่องแบบที่ถูกยิงพรุน
ตรงจุดนั้นเป็นทางบังคับ ที่ต้องทำให้กำลังของเราต้องเดินขึ้นมาบนถนน แล้วไปเข้าคิลลิ่งโซนของมันพอดี "



รูปภาพ

ณ จุดใดจุดหนึ่งของคูน้ำบริเวณนี้ละครับ คือสถานที่สุดท้ายของ " หัวหน้าดาบ "
ขอให้ดวงวิญญานของท่านได้ไปสู่สุคติ วีรกรรมของท่านได้รับการเปิดเผยแล้ว
เชิญพบเรื่องราวสาระทางสังคม สารคดี ประวัติศาสตร์ ได้ที่

" ศาลาโกหก "ชุมชนคนรักความชอบธรรม

ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ลาว ๒๐๑๐ ย้อนอดีตเส้นทางสายมรณะ

โพสต์ โดย สมพิศ »


เข้ามาปูเสื่อรออ่านไว้ก่อน กลัวลืม !! .... ขอบคุณคุณเสือทุ้ยมากครับ :mrgreen:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”