อุดมการณ์ของข้าพเจ้าเมื่อเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานจะเน้นการเริ่มต้นออกจากบ้านถึงจุดหมายปลายทางด้วยจักรยาน เพื่อเป็นการประหยัดตั้งแต่ต้น และได้ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และเป็นตัวอย่าง การท่องเที่ยวเชิงประหยัดพลังงาน - ค่าใช้จ่าย พร้อมได้ออกกำลังกายทำให้สุขภาพดี โดยไม่เน้นเชิงสันทนาการ (นำรถจักรยานใส่รถยนต์ไปขี่) เน้นการท่องเที่ยวและสร้างสถิติการเดินทางโดยจักรยาน
ทริปนครปฐม-เชียงใหม่ 730 กม.
ตาม Link
ทริปปีที่แล้วนครปฐม-สามเหลี่ยมทองคำ 997กม
ตาม Link
วันอาทิตย์ที่ 2 พค. ทริปปั่นจักรยานเพื่อน้องในโครงการ DTAC ปั่น 1กม./20 บาท
ร่วมกับ กฤษณ์บางหลวง เจ้าของโครงการครับ
วันนื้รับหน้าที่ปั่นช่วงนครปฐม-ตลาดน้ำลำพยา และส่งไม้ต่อให้พี่สมพิศจากทีมรวมมิตรครับ
โดยได้รับความร่วมมือจากทีมเพื่อนจักรยานหลายๆทีม ต้องขอขอบพระคุณทีมจักรยานทุกๆทีมครับ
- ทีมจักรยานปั่นด้วยใจ นำโดยผู้ใหญ่ จำรัส
- ทีมจักรยานแอ๊ดปักษ์ใต้ นำโดยพี่เกรียงศักดิ์
- ทีมจักรยานบ้าน บางขะโมย
- ทีมจักรยานโบราณนครปฐม นำโดยพี่อี๊ด
- ทีมอิสระอีกหลายๆทีม
ส่วนชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพนครปฐมติดงานแจกจักรยานที่วัดกงลาดไม่สามารถมาร่วมงานได้ครับ
ก็ได้ส่งตัวแทนมาร่วมงาน มีพี่ตี๋ไดนาโม และคุณหนุ่ม Scott ก็ต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ดำเนินงานโดย ชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม

เริ่มสตาร์ท คุณกฤษณ์ ปรึกษา กับคุณสมชาย โอ้โฮมากันมากขนาดนี้ สงสัยคราวหน้าต้องขอ DTAC
ให้แจกเพิ่มอีก4-5 ร้อยคันไม่งั้นก็ต้องขอให้นักขี่ ขี่จบก็เอาคันที่ขี่แจกน้องๆไปเลยน่าจะดีกว่า

คุณกฤษณ์ รีบต่อสายถึง DTAC ท่านประธาน DTAC อนุมัติ คราวหน้า เพิ่มอีก1000คัน

ซ้ายผู้ใหญ่ จำรัส สไตล์ นิ่ง รอบเสมอ ผ่อนแรง แบบเครื่อง 6 สูบ อายุ 63 ปีครับ
ขวา คุณลุง โกซิ่น รอบเสมอ ดุดัน แบบเครื่องเทอร์โบ อายุ74 ปี
ทั้งสองท่านนี้ เป็นผู้ อาวุโสในวงการจักรยานนครปฐมครับ เป็นตัวอย่างให้แก่นักจักรยานรุ่นใหม่ๆ
สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนที่ท้อถอยไม่ยอมออกกำลัง ให้หันมาออกกำลังกายครับ ท่านเป็นนักจักรยาน
รุ่นบุกเบิกจริงๆ ครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เอาแบบอย่างของท่านทั้งสองมาใช้ครับ
ท่านทั้งสองอายุการปั่นจักรยานใกล้เคียงกันครับ บ้านห่างกันประมาณ 5กม
ท่านทั้งสองออกปั่นจักรยานทุกเช้าเวลาประมาณตีห้าครึ่ง ปีหนึ่งมี365 วันท่านปั่นเกือบทุกวัน
แทบไม่เคยขาดเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วครับ นีแหละครับคือแบบอย่างที่พวกเราควรนำมาปฏิบัติครับ
ตูลีลาอายุ74 ปี ครับ ไมรู้พวกเราตอนนั้นจะทำไต้หรือเปล่า ส่วนมากนั่งรถเข็นหมคแล้วครับ

นี่ขนาดล็อคความเร็ว ก็ยังปั่นกันอย่างเมามันส์

คุณเสีอทั้งหลายลองดูคุณลุงท่านนี้อายุ74ปีจริงหรือ ดูๆคล้ายๆน่าจะ14 ปีเสียมากกว่าครับ


คุณกฤษณ์ บอกวันนืจิ๊บๆ เลยต่อให้ลากกระเป๋าสัมภาระเสีย2ใบ

พี่อี๊ด จากทีมจักรยานโบราณ และ ตามด้วยเสือสมชาย วันนี้รับหน้าที่ดูแลด้านหลังครับ

คุณน้อง sleepy มากันสองท่าน ต้องขอขอบคุณครับ

นี่ไงครับไอ้หนู 100โล อายุแค่9ขวบ ประจำทีมจักรยานทางไกลนครปฐมครับ

ดูกันให้ชัดๆ พวกขาแรงจริง ต้องมีกระเป๋ามาช่วยเบรคความแรงอีก2 ใบ

เสือบ็อบแผนกคุมหลังผลงานจากการฝึกในทริป นครปฐม - เชียงใหม่ครับ
คนคุมหลังนี้ด้องมีบุคลิกเฉพาะต้องฝึกจิตใจตนเองเพราะต้องใจเย็น
ต้องดูอาการของสมาชิกที่เริ่มจะปั่นไม่ทันหรือเริ่มจะล้า หรือยางแตก
ยางรั่ว รถเสีย แล้วรีบสปิ้นส์ไปบอกคนนำให้ลดความเร็วหรือให้หยุด
แล้วแต่สถานะการณ์ และต้องใช้กำลังมากกว่าคนอื่น เพราะการขี่เป็น
ทีมนี้เราจะไม่ให้มีใครหลุดกลุ่มเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าท่าน จะบาดเจ็บจาก
การใช้กำลังมากเกินไปหรือจะเป็นตะคริว จะล้า หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่
ทางทีมจะต้องปรับการขี่ใหม่สำหรับคนนั้นเพื่อให้ฟื้นสภาพโดยเร็วครับ
เพราะฉะนั้นคนคุมหลังนี้สำคัญมากครับหรือแทบจะเป็นหัวใจของการ
ขี่จักรยานทางไกลในระบบทีมเลยครับ คนที่ทำหน้าที่ขี่นำทีม
จักรยานทางไกลในระบบทีมต้องผ่านการฝึกในหน้าที่นี้ทุกคน
ครับ แม้แต่ตัวผมเองก็ต้องผ่านหน้าที่นี้มาเหมือนกันครับ
เพราะฉะนั้นคนขี่นำจักรยานทางไกลระบบทีมต้องผ่านหน้าที่นี้ครับ
ถ้าไม่ผ่านหน้าที่นี้ เป็นคนขี่นำไม่ได้ครับ เพราะนี่คือหนึ่งในการฝึกผู้นำทีม
จักรยานทางไกลครับ ไม่ใช่การฝึกหัวลาก ครับ เพราะการฝึก
หัวลากนี้ใช้เพื่อการแข่งขันไม่สามารถนำมาใช้กับการขี่แบบนี้ได้ครับ
เป็นคนละทักษะ และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
แล้วลำดับต่อไปก็ต้องไปฝึกการควบคุมโซนการขี่ เพื่อควบคุม
ไม่ให้เกิดการหลั่งกรดแลคติคครับ
ท่านใดไม่ทราบ เร็วจนกล้องจับภาพไม่ทันครับ แหมแรงจริงๆ
ช่วงจากวัดทุ่งน้อย-จุดรอทางลงสะพานข้ามแม่น้ำก่อนถึงตลาดน้ำลำพยาครับ ยังมีต่อครับ
[youtube]<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/2laRQTrZ-Zs&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/2laRQTrZ-Zs&hl ... 2=0xfebd01" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object>[/youtube]
คุณลุงโกซิ่น นักปั่นรุ่นใหญ่ของชมรมจักรยานทางไกลนครปฐมครับ
[youtube]<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/lsLFDv_ulDI&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/lsLFDv_ulDI&hl=en&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>[/youtube]
ขอแสดงความเสียใจ ต่อการจากไปของคุณ ตี๋ใหญ่ ที่ท่านจากไปบนสิ่งที่ท่านรักครับ
ตามLINK นี้ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=105
แต่ยังไรเสียผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ
-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ
หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม
ยังมีค่อครับ
http://www.ebay.com/itm/Suntour-XC-Spor ... 2a440741ca