เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
-
catbaac
- ขาประจำ
- โพสต์: 501
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 21:35
- Tel: 0891345131
- team: papabangyai club
- Bike: Radac klien slugger
- ตำแหน่ง: 59/40 ม.3 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
- ติดต่อ:
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
หวัดดีพี่ วิน แข็งแรงตลอดนะครับ แจ่มมาก
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
พอได้เวลา ทุกคนก็กลับมาที่ สถานีรถโดยสาร
แล้วเราก็ออกเดินทาง ไปเก็นติ้ง เพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อไปเที่ยว
ที่แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขา เก็นติ้ง สูงชัน เสียดเมฆครับ อากาสเย็นสบาย
รถบัสจะส่งเราที่สถานี ทุกคนต้องนั่งกระเช้า ขึ้นเขาไปครับ





บนเก็นติ้ง ไม่ได้มีแต่ คาสิโน เขายังเตรียม ของเล่น
สวนสนุก และอื่น ๆ อีกมาก ไว้ต้อนรับผู้มาเที่ยวชม










ที่เมือง KL เราได้พบคุณ ตัน เขยเมืองขอนแก่น เป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน
ให้การช่วยเหลือตั้งแต่ การตะเวนหาโรงแรม จนพาเราเที่ยว น้ำใจงามหลาย ๆ
มาเยือนขอนแก่นเมื่อไหร่ คงได้สังสรรค์ กันขันใหญ่ ๆ ครับ

แล้วเราก็ออกเดินทาง ไปเก็นติ้ง เพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อไปเที่ยว
ที่แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขา เก็นติ้ง สูงชัน เสียดเมฆครับ อากาสเย็นสบาย
รถบัสจะส่งเราที่สถานี ทุกคนต้องนั่งกระเช้า ขึ้นเขาไปครับ




บนเก็นติ้ง ไม่ได้มีแต่ คาสิโน เขายังเตรียม ของเล่น
สวนสนุก และอื่น ๆ อีกมาก ไว้ต้อนรับผู้มาเที่ยวชม










ที่เมือง KL เราได้พบคุณ ตัน เขยเมืองขอนแก่น เป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน
ให้การช่วยเหลือตั้งแต่ การตะเวนหาโรงแรม จนพาเราเที่ยว น้ำใจงามหลาย ๆ
มาเยือนขอนแก่นเมื่อไหร่ คงได้สังสรรค์ กันขันใหญ่ ๆ ครับ

: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
หลังจากเที่ยวจนเมื่อยตุ้มแล้ว เราก็นัดกัน กลับลงมา KL ครับ
ขากลับ ลืมซื้อตั๋วรถบัส เลยต้งเหมาแท็กซี่ นั่งลงมา แล้วเราก็มาหาของกิน ใน
ไชน่าทาวด์ อย่างเดิม มีสีสรรค์เสมอครับ สำหรับที่นี่ สนุกสนาน อาหารหาง่าย ไม่แพง


หมูสเต๊ะ ที่นี่ก็เรียก Satey เหมือนกับบ้านเรา


แล้วเราก็ต้องกลับเข้าพัก เพื่อเตรียมเดินทางสู่ มะละกา

ความเหนื่อยอ่อน จากแสงแดด ทำให้เราต้องเลือกที่จะใช้รถโดยสาร ไป มะละกา
แม้ว่า ตอนซื้อตั๋วรถ ก็เจรจาเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่า จักรยานเอาขึ้นได้ แต่พอเวลาจริง รถเทียบท่า
มันตรงข้ามครับ พนักงาขับรถ ไม่ยอมรับตั๋ว ไม่ให้ขึ้นรถ ทำให้ต้อง วิ่งวุ่นเลยครับ
สุดท้าย ต้อง สาย ๆ ถึงได้ไป มะละกากัน ครับ



ในที่สุด เราก็มาถึง มะละกา ได้ ตอนเลยเที่ยงวันไปแล้ว

ระหว่าง กำลัง ประกอบจักรยาน ก็ได้เจอ เสือจาก HK ปั่นคู่มา หลายประเทศ



หลังจาก ทีมเราพร้อม ก็ปั่นออกจากสถานีรถโดยสาร เพื่อหาของกินและที่พัก


ทีมเรา หยุดพัก กินข้าว แล้วก็ออกหาที่พักกัน ได้ที่พักใกล้ ๆ ไชน่าทาวด์



เข้าพักที่โรงแรม Kota Lodge


หลังจาก อาบน้ำแล้ว เราก็ออกตะเวนเที่ยวครับ









แล้วก็เป็น ยามค่ำคืน ที่ตื่นตา ตื่นใจ





แบบ สงบ เรียบง่าย ก็มีให้เลือกได้



ขากลับ ลืมซื้อตั๋วรถบัส เลยต้งเหมาแท็กซี่ นั่งลงมา แล้วเราก็มาหาของกิน ใน
ไชน่าทาวด์ อย่างเดิม มีสีสรรค์เสมอครับ สำหรับที่นี่ สนุกสนาน อาหารหาง่าย ไม่แพง
หมูสเต๊ะ ที่นี่ก็เรียก Satey เหมือนกับบ้านเรา
แล้วเราก็ต้องกลับเข้าพัก เพื่อเตรียมเดินทางสู่ มะละกา

ความเหนื่อยอ่อน จากแสงแดด ทำให้เราต้องเลือกที่จะใช้รถโดยสาร ไป มะละกา
แม้ว่า ตอนซื้อตั๋วรถ ก็เจรจาเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่า จักรยานเอาขึ้นได้ แต่พอเวลาจริง รถเทียบท่า
มันตรงข้ามครับ พนักงาขับรถ ไม่ยอมรับตั๋ว ไม่ให้ขึ้นรถ ทำให้ต้อง วิ่งวุ่นเลยครับ
สุดท้าย ต้อง สาย ๆ ถึงได้ไป มะละกากัน ครับ
ในที่สุด เราก็มาถึง มะละกา ได้ ตอนเลยเที่ยงวันไปแล้ว

ระหว่าง กำลัง ประกอบจักรยาน ก็ได้เจอ เสือจาก HK ปั่นคู่มา หลายประเทศ

หลังจาก ทีมเราพร้อม ก็ปั่นออกจากสถานีรถโดยสาร เพื่อหาของกินและที่พัก


ทีมเรา หยุดพัก กินข้าว แล้วก็ออกหาที่พักกัน ได้ที่พักใกล้ ๆ ไชน่าทาวด์


เข้าพักที่โรงแรม Kota Lodge

หลังจาก อาบน้ำแล้ว เราก็ออกตะเวนเที่ยวครับ


แล้วก็เป็น ยามค่ำคืน ที่ตื่นตา ตื่นใจ


แบบ สงบ เรียบง่าย ก็มีให้เลือกได้



แก้ไขล่าสุดโดย Elka เมื่อ 06 เม.ย. 2010, 10:00, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
ความสวยและเสนห์ ของเมือง มะละกา มันมากมาย
ทำให้เช้าวันนี้ ทีมเราต้องแบ่งเป็น 2 อีกครั้ง ทีมแรก ออกปั่น มุ่งหน้า
ไปเมืองยะโฮบารู ส่วนทีม 2 ก็อยู่ มะละกา อีก 1 วัน เพื่อเที่ยวต่อแล้ว
นั่งรถตามเข้ายะโฮบารู จุดนัดหมาย ค่อยติดต่อทางโทร. อีกครั้ง
ความสวยงาม อยู่ที่ พิพิทภัณฑ์ มันเป็นประวัติศาสตร์โลก ครับ
















ทำให้เช้าวันนี้ ทีมเราต้องแบ่งเป็น 2 อีกครั้ง ทีมแรก ออกปั่น มุ่งหน้า
ไปเมืองยะโฮบารู ส่วนทีม 2 ก็อยู่ มะละกา อีก 1 วัน เพื่อเที่ยวต่อแล้ว
นั่งรถตามเข้ายะโฮบารู จุดนัดหมาย ค่อยติดต่อทางโทร. อีกครั้ง
ความสวยงาม อยู่ที่ พิพิทภัณฑ์ มันเป็นประวัติศาสตร์โลก ครับ










แก้ไขล่าสุดโดย Elka เมื่อ 06 เม.ย. 2010, 09:41, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
สำหรับ อีกทีม เราก็ออกปั่น แต่เช้าครับ
ก่อนออก ก็ไม่ลืมเก็บภาพเมือง มะละกา ตอนเช้า เหมือนกัน
เป็นช่วง สเตทที่ 3 ปั่นจาก มะละกา ไปยะโฮบารู
แบ่งสเตทนี้ออกเป็น 2 ช่วง ครับ
ช่วงที่ 1 จากมะละกา - บาตูปาฮัท
ช่วงที่ 2 จากบาตูปาฮัท - ยะโฮบารู
ภาพก่อน ปั่นออกเมือง มะละกา ไปตามทางหลวง หมายเลข 5
ปั่นเรียบ ขนาน ชายฝั่งตะวันตก ฝากทะเล อันดามัน มหาสมุทรอินเดีย



สำหรับระยะและเส้นทาง สเตท 3 ช่วงที่ 1 มะละกา-บาตูปาฮัท
รวมระยะทางออกจากที่พัก 118 ก.ม. ใช้ทางหลวง หมยเลข 5 ในการเดินทาง ครับ
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed][/googlemap]
ก่อนออก ก็ไม่ลืมเก็บภาพเมือง มะละกา ตอนเช้า เหมือนกัน
เป็นช่วง สเตทที่ 3 ปั่นจาก มะละกา ไปยะโฮบารู
แบ่งสเตทนี้ออกเป็น 2 ช่วง ครับ
ช่วงที่ 1 จากมะละกา - บาตูปาฮัท
ช่วงที่ 2 จากบาตูปาฮัท - ยะโฮบารู
ภาพก่อน ปั่นออกเมือง มะละกา ไปตามทางหลวง หมายเลข 5
ปั่นเรียบ ขนาน ชายฝั่งตะวันตก ฝากทะเล อันดามัน มหาสมุทรอินเดีย


สำหรับระยะและเส้นทาง สเตท 3 ช่วงที่ 1 มะละกา-บาตูปาฮัท
รวมระยะทางออกจากที่พัก 118 ก.ม. ใช้ทางหลวง หมยเลข 5 ในการเดินทาง ครับ
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed][/googlemap]
แก้ไขล่าสุดโดย Elka เมื่อ 05 เม.ย. 2010, 23:48, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
การเดินทางช่วงนี้ น่าสนใจมาก
เป็นถนน ที่ยังคงความเป็น ต้นฉบับ การดำรงชีวิตแบบ เกษตรกรรม
ช่วนเหลือตนเอง ปลูกบ้านยกพื้นสูง อยู่ในสวน เพื่อลดความร้อน
การสัญจร รถบรรทุก มีไม่มาก เส้นทาง เป็นเขตที่ราบเชิงเขา ชายฝั่งทะเล
ไม่สูงชัน ปั่นสบาย ๆ และบางช่วง มีลมทะเลพัดมา เป็นครั้งครา
โดยจุดหมายปลายทาง ต้องพักที่เมือง บาตูปาฮัท








เป็นถนน ที่ยังคงความเป็น ต้นฉบับ การดำรงชีวิตแบบ เกษตรกรรม
ช่วนเหลือตนเอง ปลูกบ้านยกพื้นสูง อยู่ในสวน เพื่อลดความร้อน
การสัญจร รถบรรทุก มีไม่มาก เส้นทาง เป็นเขตที่ราบเชิงเขา ชายฝั่งทะเล
ไม่สูงชัน ปั่นสบาย ๆ และบางช่วง มีลมทะเลพัดมา เป็นครั้งครา
โดยจุดหมายปลายทาง ต้องพักที่เมือง บาตูปาฮัท





: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
สเตท 3 ช่วงที่ 2 จากเมือง บาตูปาฮัท - ยะโฮบารู
ช่วงนี้ ระยะทาง 130 ก.ม. เข้าพักที่ ไชน่าทาวด์ เมืองยะโฮบารู
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed][/googlemap]
ช่วงนี้ ระยะทาง 130 ก.ม. เข้าพักที่ ไชน่าทาวด์ เมืองยะโฮบารู
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed][/googlemap]
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
มีสอบถามผมมาว่า ซานเปากง หรือ ซัมปอกง
ที่ มะละกา กับเมืองไทย ต่างกันอย่างไร ไม่ต่างครับ มีคนเคารพสักการะมากมาย
ผมไปค้นมา เท่าที่พอรู้ ตอบได้อย่างย่อ ๆ ดังนี้นะครับ
ตามตำนานเล่าว่า ซำปอกง หรือ เจิ้งเหอ เดิมชื่อว่า หม่า เหอ เกิดในครอบครัวชาวมุสลิมที่เมืองคุนหยาง มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีน (เป็นขันที ซัมปอกง 三保太监 ชื่อชาวฮั่นว่า เจิ้งเหอ เป็นนามพระราชทาน ส่วนชื่อเดิม ชื่อ โมฮัมมัตฟาฮัด)
ในปี ค.ศ.1381 เกิดสงครามกวาดล้างกองกำลังมองโกลที่ปักหลักอยู่ในแถบยูนนาน ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม หม่า เหอ วัย11 ปี ได้ตกเป็นเชลยศึก และถูกส่งตัวเข้ามาเป็นขันทีเพื่อทำงานรับใช้ในกองทัพ
หม่า เหอ ติดตามกองทัพเข้าร่วมสมรภูมิรบจนอายุได้ 19 ปี ก็ได้มารับใช้ เอี้ยนหวังจูตี้ องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์หมิงที่ปักกิ่ง นับแต่นั้น หม่า เหอ ก็คอยติดตามอยู่ข้างกายจูตี้ จนกลายเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก หม่า เหอได้สร้างความดีความชอบไว้มาก โดยเฉพาะการช่วยให้จูตี้ได้ก้าวขึ้นคลองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ในที่สุด หม่า เหอ ก็ได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นหัวหน้าขันที และได้พระราชทานแซ่ เจิ้ง จึงกลายมาเป็น เจิ้งเหอ หรือที่รู้จักกันในนาม ซำปอกง
และเนื่องจากการที่เจิ้งเหอเป็นบุคคลที่จูตี้ให้ความไว้วางใจมากที่สุด ทั้งจากการเป็นขันทีคนสนิท และความดีความชอบในการหนุนจูตี้ขึ้นสู่บัลลังก์ จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการกองเรือขนาดใหญ่ออกเดินทางไปในมหาสมุทรอันกว้างไกล ที่เล่ากันว่านอกจากจะเป็นการเดินทางเพื่อประโยชน์ทางการค้า การเผยแพร่ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีนแล้ว ยังแฝงไว้นัยสำคัญทางการเมืองและการสืบราชบัลลังก์ ค้นหาร่องรอยของอดีตจักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้ เพื่อสร้างความมั่นคงและมั่นใจแก่ราชบัลลังก์ของจูตี้ ว่าหมิงฮุ่ยตี้จะไม่มาเป็นหอกข้างแคร่อีกต่อไป
การเดินทางออกสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ของเจิ้งเหอ 7 ครั้งในรอบ 28 ปี เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว กองเรือและการเดินทางของเจิ้งเหออาจกล่าวได้ว่าเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลก ทุกครั้งต้องเดินเรือถึงโคชินและคาลิคุต (Calicut) เพื่อเติมอาหารและน้ำจืด ทำการค้าขายกับคนท้องถิ่น และรอเวลาฤดูกาล ขบวนเรือของเจิ้งเหอมากกว่า 100 ลำ มีผู้ติดตามกว่า 20,000 คน ขบวนขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในท้องถิ่น สร้างชื่อเสียงและนำสินทรัพย์ให้แก่ชาวจีนในท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ ชาวจีนในท้องถิ่นจึงกราบไหว้เจิ้งเหอเป็นเสมือนเทพเจ้าแห่งโชคลาภ การเดินทางนำมาซึ่งความสำเร็จทางการทูตและทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวจีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเอเชียอาคเนย์ อินเดีย และแอฟริกา แต่บันทึกเรื่องราวการเดินทางที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยตรงแทบไม่มีหลงเหลืออยู่เลย ความรุ่งเรืองทางทะเลของจีนก็จบสิ้นลงพร้อมกับการจากไปของเจิ้งเหอผู้ยิ่งใหญ่
จากตำนานที่เล่าขานกันมาหลายร้อยปีกลายมาเป็นซำปอกง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม หลวงพ่อโต ที่เป็นที่เคารพสักการบูชาของทั้งคนจีน คนไทย และคนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศไทย ซึ่งในสยามประเทศมีซำปอกงองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่เพียง 3 วัดเท่านั้น โดยผู้ที่ไปกราบไหว้สักการบูชาซำปอกงส่วนใหญ่นอกจากจะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังนิยมไปกราบไหว้เพื่อให้รุ่งเรืองทางด้านการค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบแต่โชคดีในการเดินทาง
สำหรับประเทศไทย
ซำปอกงองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ใน 3 วัด
ซำปอกงองค์แรก อยู่ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 19 เมตร ถือเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวกรุงเก่าให้ความเคารพนับถือมาช้านานหลายร้อยปี เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตนั้นต่างร่ำลือไกล
ปัจจุบันที่วัดพนัญเชิงมีนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาแวะเวียนไปนมัสการขอพรไม่ขาดสาย พร้อมทั้งยังนิยมบนบานด้วยการถวายผ้าห่มหลวงพ่อโต โดยมีวิธีการคือ ให้คนของทางวัดโยนผ้าขึ้นไปให้คนที่อยู่ที่ตัก และที่ไหล่ห่มองค์หลวงพ่อโตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ซำปอกงองค์ที่สอง อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เขตธนบุรี ในกรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สร้างโดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ หรือ โต กัลยาณมิตร ต้นสกุลกัลยาณมิตร น้อมเกล้าฯถวายแต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร"
เมื่อแรกสร้างวัด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระวิหารหลวง พร้อมกับโปรดให้สร้างพระโต หรือหลวงพ่อโต หรือที่คนจีนเรียกว่า ซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11.75 เมตร สูง 15.45 เมตร พระราชทานเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง ด้วยพระราชประสงค์ให้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ริมน้ำในกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นเดียวกับที่กรุงเก่า คือที่วัดพนัญเชิง
หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก ที่วัดกัลยาณมิตรแห่งนี้ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ถือเป็นที่เคารพสักการระของคนไทย และคนจีนในประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ตรุษจีน และวันทิ้งกระจาด
ซำปอกงองค์ที่สาม อยู่ที่วัดอุภัยภาติการาม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนถนนศุภกิจใกล้กับตลาดจังหวัดบ้านใหม่ก็มีซำปอกงหรือหลวงพ่อโต องค์โตให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชาเช่นกัน
สำหรับวัดอุภัยฯ เดิมนั้นมีวิหารลักษณะศาลเจ้า แต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน แต่ว่าก็มีชาวพุทธแวะเวียนไปกราบไหว้ ซำปอกง หรือหลวงพ่อโตกันไม่ได้ขาด โดยส่วนใหญ่ก็จะไปขอให้ทำมาค้าขึ้น กิจการรุ่งเรืองก้าวหน้า
ส่วนที่เมืองมะละกา
ก็เป็นเมืองท่า ที่ ซำปอกง ได้เดินเรือมาถึง และทำการค้า ที่เมืองนี้จึงมีศาล
ตั้งอยู่ใน ไชน่าทาวด์ ซึ่งก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คริสเชิร์ท (โบส์คริตสีแดง)โดยมีน้ำกั้นขวางอยู่
ผู้คนก็มาสักการะมากมาย เช่นเดียวกับเมืองไทย เพื่อให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง
จากสมัยราชวงศ์หยวนถึงราชวงศ์ชิง ในเมืองท่าต่างๆทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย
มีชาวจีนมากมายพำนักอยู่ ในโคชิน(Cochin) และคูลัม (Kulam) เคยมีตลาดจีนที่ลือชื่อ
ถ้าปัจจุบัน เราเรียก พานิชย์นาวี ใครเข้าไปอยู่ก็ร่ำรวย แต่มันก็แฝงภัย
ที่มีโดยธรรมชาติ และ มนุษย์สร้าง
สำหรับผมแล้ว ทุกอย่าง ล้วนเป็น อนัตตา
ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นไปตามกรรมที่กระทำ
ที่ มะละกา กับเมืองไทย ต่างกันอย่างไร ไม่ต่างครับ มีคนเคารพสักการะมากมาย
ผมไปค้นมา เท่าที่พอรู้ ตอบได้อย่างย่อ ๆ ดังนี้นะครับ
ตามตำนานเล่าว่า ซำปอกง หรือ เจิ้งเหอ เดิมชื่อว่า หม่า เหอ เกิดในครอบครัวชาวมุสลิมที่เมืองคุนหยาง มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีน (เป็นขันที ซัมปอกง 三保太监 ชื่อชาวฮั่นว่า เจิ้งเหอ เป็นนามพระราชทาน ส่วนชื่อเดิม ชื่อ โมฮัมมัตฟาฮัด)
ในปี ค.ศ.1381 เกิดสงครามกวาดล้างกองกำลังมองโกลที่ปักหลักอยู่ในแถบยูนนาน ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม หม่า เหอ วัย11 ปี ได้ตกเป็นเชลยศึก และถูกส่งตัวเข้ามาเป็นขันทีเพื่อทำงานรับใช้ในกองทัพ
หม่า เหอ ติดตามกองทัพเข้าร่วมสมรภูมิรบจนอายุได้ 19 ปี ก็ได้มารับใช้ เอี้ยนหวังจูตี้ องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์หมิงที่ปักกิ่ง นับแต่นั้น หม่า เหอ ก็คอยติดตามอยู่ข้างกายจูตี้ จนกลายเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก หม่า เหอได้สร้างความดีความชอบไว้มาก โดยเฉพาะการช่วยให้จูตี้ได้ก้าวขึ้นคลองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ในที่สุด หม่า เหอ ก็ได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นหัวหน้าขันที และได้พระราชทานแซ่ เจิ้ง จึงกลายมาเป็น เจิ้งเหอ หรือที่รู้จักกันในนาม ซำปอกง
และเนื่องจากการที่เจิ้งเหอเป็นบุคคลที่จูตี้ให้ความไว้วางใจมากที่สุด ทั้งจากการเป็นขันทีคนสนิท และความดีความชอบในการหนุนจูตี้ขึ้นสู่บัลลังก์ จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการกองเรือขนาดใหญ่ออกเดินทางไปในมหาสมุทรอันกว้างไกล ที่เล่ากันว่านอกจากจะเป็นการเดินทางเพื่อประโยชน์ทางการค้า การเผยแพร่ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีนแล้ว ยังแฝงไว้นัยสำคัญทางการเมืองและการสืบราชบัลลังก์ ค้นหาร่องรอยของอดีตจักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้ เพื่อสร้างความมั่นคงและมั่นใจแก่ราชบัลลังก์ของจูตี้ ว่าหมิงฮุ่ยตี้จะไม่มาเป็นหอกข้างแคร่อีกต่อไป
การเดินทางออกสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ของเจิ้งเหอ 7 ครั้งในรอบ 28 ปี เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว กองเรือและการเดินทางของเจิ้งเหออาจกล่าวได้ว่าเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลก ทุกครั้งต้องเดินเรือถึงโคชินและคาลิคุต (Calicut) เพื่อเติมอาหารและน้ำจืด ทำการค้าขายกับคนท้องถิ่น และรอเวลาฤดูกาล ขบวนเรือของเจิ้งเหอมากกว่า 100 ลำ มีผู้ติดตามกว่า 20,000 คน ขบวนขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในท้องถิ่น สร้างชื่อเสียงและนำสินทรัพย์ให้แก่ชาวจีนในท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ ชาวจีนในท้องถิ่นจึงกราบไหว้เจิ้งเหอเป็นเสมือนเทพเจ้าแห่งโชคลาภ การเดินทางนำมาซึ่งความสำเร็จทางการทูตและทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวจีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเอเชียอาคเนย์ อินเดีย และแอฟริกา แต่บันทึกเรื่องราวการเดินทางที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยตรงแทบไม่มีหลงเหลืออยู่เลย ความรุ่งเรืองทางทะเลของจีนก็จบสิ้นลงพร้อมกับการจากไปของเจิ้งเหอผู้ยิ่งใหญ่
จากตำนานที่เล่าขานกันมาหลายร้อยปีกลายมาเป็นซำปอกง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม หลวงพ่อโต ที่เป็นที่เคารพสักการบูชาของทั้งคนจีน คนไทย และคนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศไทย ซึ่งในสยามประเทศมีซำปอกงองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่เพียง 3 วัดเท่านั้น โดยผู้ที่ไปกราบไหว้สักการบูชาซำปอกงส่วนใหญ่นอกจากจะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังนิยมไปกราบไหว้เพื่อให้รุ่งเรืองทางด้านการค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบแต่โชคดีในการเดินทาง
สำหรับประเทศไทย
ซำปอกงองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ใน 3 วัด
ซำปอกงองค์แรก อยู่ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 19 เมตร ถือเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวกรุงเก่าให้ความเคารพนับถือมาช้านานหลายร้อยปี เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตนั้นต่างร่ำลือไกล
ปัจจุบันที่วัดพนัญเชิงมีนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาแวะเวียนไปนมัสการขอพรไม่ขาดสาย พร้อมทั้งยังนิยมบนบานด้วยการถวายผ้าห่มหลวงพ่อโต โดยมีวิธีการคือ ให้คนของทางวัดโยนผ้าขึ้นไปให้คนที่อยู่ที่ตัก และที่ไหล่ห่มองค์หลวงพ่อโตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ซำปอกงองค์ที่สอง อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เขตธนบุรี ในกรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สร้างโดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ หรือ โต กัลยาณมิตร ต้นสกุลกัลยาณมิตร น้อมเกล้าฯถวายแต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร"
เมื่อแรกสร้างวัด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระวิหารหลวง พร้อมกับโปรดให้สร้างพระโต หรือหลวงพ่อโต หรือที่คนจีนเรียกว่า ซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11.75 เมตร สูง 15.45 เมตร พระราชทานเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง ด้วยพระราชประสงค์ให้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ริมน้ำในกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นเดียวกับที่กรุงเก่า คือที่วัดพนัญเชิง
หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก ที่วัดกัลยาณมิตรแห่งนี้ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ถือเป็นที่เคารพสักการระของคนไทย และคนจีนในประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ตรุษจีน และวันทิ้งกระจาด
ซำปอกงองค์ที่สาม อยู่ที่วัดอุภัยภาติการาม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนถนนศุภกิจใกล้กับตลาดจังหวัดบ้านใหม่ก็มีซำปอกงหรือหลวงพ่อโต องค์โตให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชาเช่นกัน
สำหรับวัดอุภัยฯ เดิมนั้นมีวิหารลักษณะศาลเจ้า แต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน แต่ว่าก็มีชาวพุทธแวะเวียนไปกราบไหว้ ซำปอกง หรือหลวงพ่อโตกันไม่ได้ขาด โดยส่วนใหญ่ก็จะไปขอให้ทำมาค้าขึ้น กิจการรุ่งเรืองก้าวหน้า
ส่วนที่เมืองมะละกา
ก็เป็นเมืองท่า ที่ ซำปอกง ได้เดินเรือมาถึง และทำการค้า ที่เมืองนี้จึงมีศาล
ตั้งอยู่ใน ไชน่าทาวด์ ซึ่งก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คริสเชิร์ท (โบส์คริตสีแดง)โดยมีน้ำกั้นขวางอยู่
ผู้คนก็มาสักการะมากมาย เช่นเดียวกับเมืองไทย เพื่อให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง
จากสมัยราชวงศ์หยวนถึงราชวงศ์ชิง ในเมืองท่าต่างๆทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย
มีชาวจีนมากมายพำนักอยู่ ในโคชิน(Cochin) และคูลัม (Kulam) เคยมีตลาดจีนที่ลือชื่อ
ถ้าปัจจุบัน เราเรียก พานิชย์นาวี ใครเข้าไปอยู่ก็ร่ำรวย แต่มันก็แฝงภัย
ที่มีโดยธรรมชาติ และ มนุษย์สร้าง
สำหรับผมแล้ว ทุกอย่าง ล้วนเป็น อนัตตา
ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นไปตามกรรมที่กระทำ
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- chai lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2008, 16:58
- Tel: 0806965958
- Bike: GT Garyfisher
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
อาจารย์เอกครับ pm ชื่อ ที่อยู่ให้ผมหน่อยครับ ผมจะส่ง cd ไปให้
รักษ์โลก รักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
ชายเล็ก สุดหล่อ ของมะละกา ไม่...เอิ้ก..เอิ้ก
ผมจัดการส่งไปให้แล้วนะครับ


ผมจัดการส่งไปให้แล้วนะครับ
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- chai lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2008, 16:58
- Tel: 0806965958
- Bike: GT Garyfisher
- koko
- ขาประจำ
- โพสต์: 1484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:43
- team: any
- Bike: Giant, Specialized sirrus touring
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
ขอบคุณครับอ.เอก 
ทริป น่าน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=153675
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
ทริปมาเลย์ อินโด http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=196212
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
ขอบคุณ chai lekที่ช่วยลงภาพให้ ครับchai lek เขียน:ภายในพิพิธภัณฑ์เรือครับ
สำหรับ VCD รวมภาพที่ส่งมาได้รับแล้ว นะครับ
แต่มันเป็นไฟล์ที่ย่อขนาดไปแล้ว
ไม่สามารถนำมาใช้ทำ DVD ต้องใช้ไฟล์ต้นฉบับ จากกล้อง
มันถึงจะได้ภาพ สวย ๆ อย่างที่เคยทำไว้ครับ
ก็ช่วย อนุเคราะห์ ส่งมาใหม่อีกครั้งก็แล้วกัน
สวัสดีครับ ป๋า KoKokoko เขียน:ขอบคุณครับอ.เอก
ต้องขออภัยที่ห่างหายไป ยังไม่ได้รายงานให้จบการเดินทาง
เอาไว้ว่าง จะมาลงไว้ต่อให้ครับ ส่วนแผนที่ ก็มีหลาย ๆ ท่าน ขอมา
กำลังเล็ง ๆ จะไปฝากบนเวอร์เวอร์ ให้สมาชิกโหลดเอง
เพราะมันใช้เวลามาก เวลาส่งทาง อีเมลย์
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
มีคนสอบถาม เดินทางเที่ยว อุษาคเนย์ สวยงาม
ถามว่า อุษาคเนย์ หมาถึงอะไร
ก็ขอตอบ แบบหยิบยก คำอธิบายที่มีไว้มาเล่าต่ออีกครั้ง ดังนี้
อุษาคเนย์ แปลว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไมเคิล ไรท์ นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี
เป็นผู้คิดผูกศัพท์คำนี้ใช้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเป็นครั้งแรก
แล้วมีผู้นิยมใช้ตามอย่างแพร่หลาย
ไมเคิล ไรท์ หรือไมค์ เล่าถึงที่มาของการคิดผูกศัพท์คำ “อุษาคเนย์"
ไว้ในหนังสือชื่อ ฝรั่งอุษาคเนย์ ของสำนักพิมพ์มติชน พอสรุปได้ดังนี้
ไมค์เป็นนักเขียนประจำของนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ในงานเขียน
ของเขานั้นจำเป็นต้องใช้คำว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่บ่อยครั้ง
ไมค์ นึกรำคาญคำ เอเชียอาคเนย์ หรือ อาเชียอาคเนย์เพราะมีมากพยางค์
ต้องเขียน "อา” ถึงสองครั้ง จึงคิดหาคำใหม่มาแทน
ไมค์บอกว่าหลักการทางภาษานั้นจะไม่สมาสคำข้ามภาษาคำว่า "อาเชียอาคเนย์”
(ฝรั่งเศส + สันสกฤต) หรือ “เอเชียอาคเนย์” (อังกฤษ + สันสกฤต)
ต่างเป็นการสมาสข้ามภาษา ไมค์นึกถึงคำ “อุษา” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต
อุษา เป็นชื่อนางฟ้าที่มีนิ้วสีชมพู และมีหน้าที่คลี่พระวิสูตรแห่งราตรีกาล,
เปิดทางให้สุริยเทพเสด็จขึ้นฟ้า, ประทานชีวิตและความสำราญแก่สรรพสัตว์
ที่ค่อยขยี้ตาตื่นจากความหลับใหลด้วยเหตุผลดังกล่าว คำ “อุษา”
จึงหมายถึง “ตะวันออก” ไปด้วย
คำในภาษายุโรปต่าง ๆ ที่หมายถึงตะวันออก เช่น East, Oste, Aus,
Asia, Ostro, Easter ฯลฯ ล้วนแต่มาจากรากศัพท์อินโด-ยุโรป “Awes-”
หรือ "Aus-” ซึ่งตรงกับคำ "อุษา” ในภาษาสันสกฤต
ไมค์จึงนำคำ “อุษา” มาแทน “เอเชีย” ซึ่งได้ทั้งความหมายและความถูกต้อง
ในการสมาสคำ อีกทั้งคำ “อุษาคเนย์” ก็สั้นกะทัดรัดกว่า เหลือเพียงสี่พยางค์
ถามว่า อุษาคเนย์ หมาถึงอะไร
ก็ขอตอบ แบบหยิบยก คำอธิบายที่มีไว้มาเล่าต่ออีกครั้ง ดังนี้
อุษาคเนย์ แปลว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไมเคิล ไรท์ นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี
เป็นผู้คิดผูกศัพท์คำนี้ใช้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเป็นครั้งแรก
แล้วมีผู้นิยมใช้ตามอย่างแพร่หลาย
ไมเคิล ไรท์ หรือไมค์ เล่าถึงที่มาของการคิดผูกศัพท์คำ “อุษาคเนย์"
ไว้ในหนังสือชื่อ ฝรั่งอุษาคเนย์ ของสำนักพิมพ์มติชน พอสรุปได้ดังนี้
ไมค์เป็นนักเขียนประจำของนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ในงานเขียน
ของเขานั้นจำเป็นต้องใช้คำว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่บ่อยครั้ง
ไมค์ นึกรำคาญคำ เอเชียอาคเนย์ หรือ อาเชียอาคเนย์เพราะมีมากพยางค์
ต้องเขียน "อา” ถึงสองครั้ง จึงคิดหาคำใหม่มาแทน
ไมค์บอกว่าหลักการทางภาษานั้นจะไม่สมาสคำข้ามภาษาคำว่า "อาเชียอาคเนย์”
(ฝรั่งเศส + สันสกฤต) หรือ “เอเชียอาคเนย์” (อังกฤษ + สันสกฤต)
ต่างเป็นการสมาสข้ามภาษา ไมค์นึกถึงคำ “อุษา” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต
อุษา เป็นชื่อนางฟ้าที่มีนิ้วสีชมพู และมีหน้าที่คลี่พระวิสูตรแห่งราตรีกาล,
เปิดทางให้สุริยเทพเสด็จขึ้นฟ้า, ประทานชีวิตและความสำราญแก่สรรพสัตว์
ที่ค่อยขยี้ตาตื่นจากความหลับใหลด้วยเหตุผลดังกล่าว คำ “อุษา”
จึงหมายถึง “ตะวันออก” ไปด้วย
คำในภาษายุโรปต่าง ๆ ที่หมายถึงตะวันออก เช่น East, Oste, Aus,
Asia, Ostro, Easter ฯลฯ ล้วนแต่มาจากรากศัพท์อินโด-ยุโรป “Awes-”
หรือ "Aus-” ซึ่งตรงกับคำ "อุษา” ในภาษาสันสกฤต
ไมค์จึงนำคำ “อุษา” มาแทน “เอเชีย” ซึ่งได้ทั้งความหมายและความถูกต้อง
ในการสมาสคำ อีกทั้งคำ “อุษาคเนย์” ก็สั้นกะทัดรัดกว่า เหลือเพียงสี่พยางค์
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
- Elka
- ขาประจำ
- โพสต์: 2527
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 08:19
- team: จักรยานขอนแก่น
- Bike: "หงษ์แดง" เป็นจักรยาน ล้อเดียว พัฒนาขึ้นโดยเอกชัย Sep. 28, 2008
- ตำแหน่ง: ขอนแก่น
Re: เสือ 5 ภาค ไปเยือนแหลม มะลายู 2010
ขออภัยที่ยังรายงานไม่จบซักที ของเส้นทางการเดินทาง
วันนี้ ก็จอขอเข้ามา มารายงานต่อครับผม
ทีมของเรา ออกจากมะละกา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก ปั่นไปพักที่เมือง Bata Pahat เป็นเมือง อยู่ในเขต รัฐยะโฮร์บารู ครับ
มีความคึกคักพอควร สำหรับเมืองนี้ โรงแรมก็มีให้เลือก ตั้งแต่แพงมาก จนถูกสุด
อาหาร ...แล้วตแชอบ แต่ผมว่า อาหารจีน จะกินง่าย ถูกใจกว่า รยะทาง 112 ก.ม. อากาศ ร้อน พะยะคะเลยครับท่าน
กลุ่มที่ 2 อยู่เที่ยวมะละกา อีก 1 วัน 1 คืน ให้สะใจ ก็เมือง มรดกโลก...อะครับ
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed]...[/googlemap]
วันนี้ ก็จอขอเข้ามา มารายงานต่อครับผม
ทีมของเรา ออกจากมะละกา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก ปั่นไปพักที่เมือง Bata Pahat เป็นเมือง อยู่ในเขต รัฐยะโฮร์บารู ครับ
มีความคึกคักพอควร สำหรับเมืองนี้ โรงแรมก็มีให้เลือก ตั้งแต่แพงมาก จนถูกสุด
อาหาร ...แล้วตแชอบ แต่ผมว่า อาหารจีน จะกินง่าย ถูกใจกว่า รยะทาง 112 ก.ม. อากาศ ร้อน พะยะคะเลยครับท่าน
กลุ่มที่ 2 อยู่เที่ยวมะละกา อีก 1 วัน 1 คืน ให้สะใจ ก็เมือง มรดกโลก...อะครับ
[googlemap=http://maps.google.co.th/maps?f=d&sourc ... tput=embed]...[/googlemap]
: เสือ 5 ภาค “Friendly, No Boundaries” : << การปั่นเที่ยวไปในอุษาคเนย์ เป็นความสุขอย่างยิ่ง >>
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"
คิดดี พูดดี ทำดีและแบ่งปันดี สังคมน่าอยู่ เป็นสุข : "นิพพานัง ปัจจโย โหตุ"




