อาทิตย์16พ.ค.53 ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3 ผักไห่

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
PalM
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 193
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2008, 21:05
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Merida

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย PalM »

:D นับเวลาถอยหลังได้แล้วนะ ครับ ท่านใดไม่ติดงานที่ไหน เชิญมาปั่นร่วมกันนะครับ
pakarung_24
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2010, 21:50
Tel: 0814013926
Bike: giant xct,tcR

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย pakarung_24 »

อยากไปขอรวมสมาชิกก่อนครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

:D แผ่นดินนี้แลกด้วยชีวิตของบรรพชนแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว ที่เราเหยียบลงไป แทรกซ้อนกลบฝังร่างของวีรบุรุษไทยของเหล่าทหารหาญ และชาวไทยทั้งปวงในอดีตมากมายสุดคณานับที่เสียสละ รักษาแผ่นดิน และสร้างชาติไทย ท่านเหล่านั้นมีกี่คนที่เรารู้จักชื่อของท่าน มีกี่คนที่มีพระนาม นามระบุไว้ในพงศาวดาร แต่ด้วย “ ความเป็นคนไทย ” ที่ฝังอยู่ในสายเลือดและวิญญาณของท่านเหล่านั้น ท่านจึงทำหน้าที่รักษาแผ่นดินด้วย “ ความภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ” แผ่นดินไทยจึง ยั่งยืนปรากฏเด่นสง่าบนแผนที่โลกตราบเท่าทุกวันนี้ และแผ่นดินไทยผืนนี้ก็คือพินัยกรรมที่บรรพบุรุษไทย มอบให้เราชาวไทยเป็นสมบัติร่วมกันอยู่อาศัย ร่วมกันรักษา
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

สำหรับสถานที่ต่อไป ได้แก่ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

รูปภาพ

ประวัติ "วัด กษัตราธิราชวรวิหาร" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณ ปรากฏหลักฐานพบว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดกษัตรา หรือ กษัตราราม หรือ กษัตราวาสไม่ปรากฏหลักฐานว่า ใครเป็นผู้สร้าง แต่ชื่อของวัดทำให้สันนิษฐานว่า คงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ทรงสร้าง วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดกษัตรา ซึ่งหมายความว่าเป็นวัดของพระมหากษัตริย์ หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดินมีปรากฏในแผ่นดินสมเด็จพระสุริยามรินทร์ ว่า แรม 14 ค่ำ เดือน 5 พม่าเอาปืนใหญ่มาตั้งที่วัดราชพฤกษ์และวัดกษัตราวาส ยิงเข้ามาในพระนคร ถูกบ้านเรือนราษฎรล้มตายจำนวนมาก วัดนี้คงถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาจึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้บูรณะวัดกษัตรา และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัด กษัตราธิราช" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ปฏิสังขรณ์พระอาราม ในปี พ.ศ.2349 ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา เป็นพระอารามหลวงลำดับที่ 9 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกวัดกษัตราธิราชเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 นับได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภายในพระอุโบสถวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธกษัตราธิราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ขนาดองค์พระสูง 2.99 เมตร ฐานกว้าง 2.09 เมตร ตั้งอยู่บนฐานชุกชี ในลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ใบหน้าลักษณะรูปสี่เหลี่ยม เม็ดพระศกมีขนาดเล็ก เหนือจากพระอุษณีษะ คือ เกตุมาลาทำเป็นรัศมีเปลว องค์พระครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวจรดพระนาภีปลายแยกออกเป็นเขี้ยวตะขาบ ต่อมามีการลงรักปิดทองประดับอย่างงดงาม ส่วนกลางฐานชุกชี ทำเป็นผ้าทิพย์ปั้นเป็นลายประเภทราชวัตร ประดับประจำยาม ปั้นเป็นลายก้านขดมีการออกลายเป็นสัตว์หิมพานต์ ด้านล่างปั้นเป็นลายกรวยเชิง ลักษณะคล้ายกับผ้าทิพย์ สำหรับพระอุโบสถที่พระประธานประดิษฐานอยู่ มีขนาด 9 ห้อง กว้าง 22 เมตร ยาว 46 เมตร ผนังก่ออิฐเจาะช่องแสงแบบเสาลูกมะหวด ด้านหน้าพระอุโบสถมีบันไดขึ้น 2 ทาง ช่องกลางก่อเป็นซุ้มบัญชร ช่องหน้าต่าง ด้านหลังมีมุขเด็จ ทำเป็นบันไดขึ้น 3 ทาง ที่ประตูกลางของมุขเด็จ ด้านหลังก่อเป็นซุ้มกั้นห้องประดิษฐานพระพุทธปฏิมา ปางป่าเลไลยก์ ส่วนหลังคาพระอุโบสถช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ประกอบด้วยเครื่องไม้หลังคามุง ด้วยกระเบื้องกาบู หรือกระเบื้องกาบกล้วยดินเผา หน้าบันทั้ง 2 ด้าน จำหลักลายดอกพุดตานมีสาหร่ายรวงผึ้งคั่นสลับระหว่างเสา ลงรักปิดทองประดับกระจก มีคันทวย รองรับระหว่างชายคาที่แกละสลักอย่างงดงามสืบทอดรูปแบบมาจากสมัยกรุง ศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเสากลมมีบัวที่หัวเสาเป็นแบบดอกบัวตูมจำนวน 6 คู่ รองรับเครื่องบน เพดานเขียนลายทองเป็นลายราชวัตร ดอกกลมและพุ่มข้าวบิณฑ์ สลับกันเป็นระยะบนพื้นสีแดง เพดานสลับไม้ลงรักปิดทองพื้นภายในพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลีที่ รัชกาลที่ 5 พระราชทานแด่พระครูวินยานุวัติคุณ (ทรง ธัมมสิริโชติ) อดีตเจ้าอาวาส เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา หลังจากการก่อสร้างพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ

ตามความเชื่อ ผู้ใดได้มากราบมาไหว้จะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก้าวหน้ายิ่งใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ ทหารตำรวจ จะมาขอพรบารมีเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งมักจะนิยมสักการะทำบุญในพระอุโบสถแห่ง นี้ เพราะถือว่าจะทำให้ชีวิตสดใสก้าวหน้าตอลดไป

:D ภายในวัดยังมีพระวิหารอีกสองด้านเป็นที่ตั้งรูปหล่อสมเด็จพระพนรัตน์ เป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อแก่ รูปหล่อของสมเด็จพระพนรัตน์ มาอยู่ที่วัดแห่งนี้แห่งเดียว ผู้ใดมาขอพรจะได้ตามความประสงค์

รวมทั้งยังมีรูปหล่อของหลวงปู่เทียม อดีตเจ้าอาวาสพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของพระนครศรีอยุธยา ทางด้านอยู่ยงคงกระพันและเมตตาได้สร้างชื่อเสียงไว้อย่างมากในการสร้าง ตะกรุด 4 มหาอำนาจ รัตนมาลา ตะกรุดโทน จนปัจจุบันมีคนมาขอดูตะกรุดที่ทางวัดเก็บรักษาเอาไว้

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลที่หลวงปู่เทียมจัดสร้างไว้ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยังพอมีหลงเหลือให้ประชาชนที่มีความศรัทธาได้บูชา
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

:mrgreen: ไปต่อที่ เจดีย์พระศรีสุริโยทัย

รูปภาพ
รูปภาพ


:D เจดีย์พระศรีสุริโยทัย
ตั้งอยู่ริมกำแพงพระนครศรีอยุธยาด้านทิศตะวันตก ในเขตโรงงานสุราของกรมสรรพสามิตรในปัจจุบัน เดิมเป็นสถานที่สำหรับประพาสเป็นครั้งคราว เรียกว่า สวนหลวง และคงจะสร้างเพียงที่พักเท่านั้น
ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ได้โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพิ่มเติมเป็นพระราชวัง เพื่อเป็นที่ประทับของพระเอกาทศรถต่อมาวังหลังได้กลายเป็นที่ประทับของเจ้า นายในราชวังนั้น จึงไม่ปรากฏสิ่งสำคัญหลงเหลืออยู่ นอกจากเจดีย์ศรีสุริโยทัย
:D เจดีย์สุริโยทัย ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ด้านทิศตะวันตก เป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นอนุสรณ์ของวีรสตรีไทย
พ.ศ 2091 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นเสวยราชสมบัติ หลังจากขึ้นครองราชได้เพียง 7 เดือน พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ และพระมหาอุปราชบุเรงนองก็ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงช้างออกไปกับพระราเมศวร และพระมหินทราธิราช และพระราชโอรส เพื่อรองกำลังข้าศึก สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงเป็นห่วงสามี จึงได้ทรงเครื่องอย่างนักรบช้าย ทรงช้างตามเสด็จไปด้วย
กองทัพกรุงศรีอยุธยา ได้ปะทะกับทัพหน้าของกรุงหงสาวดี ซึ่งมีพระเจ้าแปรเป็นแม่ทัพ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงชนช้าง กับพระเจ้าแปร บังเอิญช้างเกิดเพลี่ยงพร้ำเสียที พระเจ้าแปรจึงเงื้อของ้าวจะจ้วงฟันสมเด็จพระมหาจักรพรรด ิสมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงตัดสินพระทัยอย่างฉับพลันไสช้างเข้าขวางกลาง เพื่อป้องกันพระราชสวามมีจากอันตาย ช้างของพระองค์เสียหลัก จึงถูกพระเจ้าแปรฟันด้วยพระแสงของ้าวที่พระอังสาขาดสะพายแล่น สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง เมื่อสงครามยุติลงสมเด็จพระราเมศวร กับสมเด็จพระมหินทราธิราชจึงอัญเชิญพระศพเข้ากรุง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดให้ปรงพระศพพระนาง ณ สวนหลวง และสถาปนาสถานที่ปรงพระศพขึ้นเป็นวัดนามว่า วัดสบสวรรค์ หรือ วัดสวนหลวงสบสวรรค์
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ได้มีการสอบสวนตำแหน่งสถานที่ต่างๆที่กล่าวถึงในพงสาวดาร เพื่อเรียบเรียงเป็นหนังสือประชุมพงศาวดารขึ้น จึงเป็นเหตุให้ทราบถึงตำแหน่งของวัดสบสวรรค์ ซึ่งยังคงพบเจดีย์แบบ
ย่อมุมไม้สิบสองสูงใหญ่ปรากฏในปัจจุบันนี้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงขนานนามว่า “พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย”
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

รูปภาพ

:mrgreen: หากมีเวลาเหลือ ก็จะไปแวะที่ ทุ่งมะขามหย่อง
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

วิหารพระมงคลบพิตร

รูปภาพ

ภาพถ่ายเก่าสมัยก่อนบรูณะ ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 22 เม.ย. 2010, 19:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

:mrgreen: ประวัติหลวงพ่อมงคลบพิตร
.....วิหารพระมงคลบพิตร ถ้าตามพระราพงศาวดารฯบริเวณที่ตั้งวิหารนี้เคยเป็นวัดในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเพราะระบุว่าโปรดอัญเชิญพระพุทธรูปขนาดใหญ่นามว่า “มงคลบพิตร” มาจากพื้นที่ทางตะวันออกต่อจากนั้นก็ทรงก่อมณฑปครอบครั้นถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โปรดเกล้าให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระมงคลบพิตรขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยโปรดให้ทำบัวหงายคั่นระหว่างพระเกตุมาลากับพระรัศมีส่วนพระวิหารนั้นก็โปรดให้รื้อเครื่องบนออก แล้วก่อหลังคาให้เหมือนดังพระวิหารทั่วไป ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้นพม่าเข้าใจว่าพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปทองคำ จึงได้ใช้ไฟสุมลอกทองจนกระทั่งองค์พระ ตลอดจนพระวิหารได้รับความเสียหายมากโดยเฉพาะเครื่องบนพระวิหารที่หักลงมา ต้องพระเมาฬีและพระกรข้างขวาจนแตกหักตกลงมากลายเป็นซากปรักหักพัง นับแต่นั้นมาจนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้น เมื่อครั้งพระยาโบราณราชธานินทร์ ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าครั้งนั้นได้มีการซ่อมพระเมาฬีและพระกรข้างขวาด้วยปูนปั้น ส่วนพระวิหารที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยเช่นกัน ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ คุณหญิงอมเรศศรีสมบัติ มีศรัทธาที่จะปฏิสังขรณ์ฐานพระมงคลบพิตรขึ้นใหม่ครั้นนั้นจำเป็นต้องลบรอยปูนปั้นของเดิมออกจนหมด ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๙๙ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระมงคลบพิตร และพระวิหารขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะองค์พระมงคลบพิตรนั้นได้ทาสีดำตลอดทั้งองค์พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกเสด็จมาเป็นองค์ประธานเททองหล่อพระพุทธรูปพระมงคลบพิตรจำลองได้ประทานพระราชดำริว่าควรปิดทององค์พระมงคลบพิตรทั้งองค์ทำให้องค์พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะที่งดงาม น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งขึ้น.......




รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

วัดพระศรีสรรเพชร อยู่ข้างวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

........กรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนบริเวณซึ่งมีแม่น้ำล้อมรอบถึง 3 สาย อันได้แก่ แม่น้ำลพบุรี ทางทิศเหนือ, แม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศ ตะวันตกและทิศใต้ และแม่น้ำป่าสักทางทิศตะวันออก เดิมทีบริเวณนี้ไม่ได้มีสภาพเป็นเกาะ แต่พระเจ้าอู่ทองทรงดำริให้ขุด คูเชื่อมแม่น้ำทั้ง 3 สาย เพื่อให้เป็นปราการธรรมชาติป้องกันข้าศึก ที่ตั้งกรุงศรีอยุธยายังอยู่ห่างจากอ่าวไทยไม่มากนัก ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้ากับชาวต่างประเทศด้วย ปัจจุบันบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพระนครศรีอยุธยา (อำเภอเมือง) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
.........จุดเริ่มต้นนั้น ชาวไทยเริ่มตั้งถิ่นฐานบริเวณตอนกลาง และตอนล่างของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18 แล้ว ทั้งยังเคยเป็นที่ตั้งของเมืองสังขบุรี อโยธยา เสนาราชนคร และกัมโพชนคร ต่อมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 อาณาจักรขอมและสุโขทัยเริ่มเสื่อมอำนาจลง พระเจ้าอู่ทองทรงดำริจะย้ายเมืองและพิจารณาชัยภูมิเพื่อตั้งอาณาจักรใหม่ และตัดสินพระทัยสร้างราชธานีแห่งใหม่บริเวณตำบลหนองโสน (บึงพระราม)] และสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จุลศักราช 712 ตรงกับวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893 (พ.ศ.นี้เทียบจาก จ.ศ. แต่จะตรงกับ ค.ศ.1351) ชื่อว่า กรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดี ศรีอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานี บุรีรมย์อุดมมหาสถาน ประวัติศาสตร์บางแห่งระบุว่าเกิดโรคระบาดขึ้น พระเจ้าอู่ทองจึงทรงย้ายเมืองหลวงมายังกรุงศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยาดำเนินนโยบายขยายอาณาจักรด้วย 2 วิธีคือ ใช้กำลังปราบ ปราม ซึ่งเห็นได้จากชัยชนะในการยึดครองเมืองนครธม (พระนคร) ได้อย่างเด็ดขาดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และอีกวิธีหนึ่งคือ การ สร้างความสัมพันธ์แบบเครือญาติ อันเห็นได้จากการผนวกกรุงสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร การล่มสลายของอาณาจักรเป็นไปตามยุค ในช่วงสมัยรัชกาลของสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวบรมโกศ เกิดการแย่งชิงราชสมบัติระหว่างพระเจ้าเอกทัศกับพระเจ้าอุทุมพร เนื่องจากพระองค์ทรงเลือกพระอนุชาขึ้นเป็นกษัตริย์ไม่เป็นไปตามราชประเพณี แต่พระเจ้าเอกทัศก็ทวงบัลลังก์ ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ครั้นในปี พ.ศ. 2303 พระเจ้าอลองพญาทรงนำทัพมารุกรานอาณาจักรอยุธยา พระเจ้าอุทุมพรทรงถูกเรียกตัวมาบัญชาการตั้งรับพระนคร แต่ภายหลังจากที่กองทัพพม่ายกกลับนั้น พระองค์ก็ได้ลาผนวชดังเดิมในปี พ.ศ. 2308 พระเจ้ามังระ บุตรของพระเจ้าอลองพญา ก็ได้รุกรานอาณาจักรอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง โดยแบ่งกองกำลังออกเป็น 2 ส่วน คือ ฝ่ายเหนือภายใต้การบังคับของเนเมียวสีหบดี และฝ่ายใต้ภายใต้การนำของมังมหานรธา และมุ่งเข้าตีอาณาจักรอยุธยาพร้อมกันทั้งสองด้าน ฝ่ายอยุธยาทำการตั้งรับอย่างเข้มแข็ง และสามารถต้านทานการปิดล้อมของกองทัพพม่าไว้ได้นานถึง 14 เดือน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการล่มสลายได้ กองทัพพม่าสามารถเข้าเมืองได้ในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310.......
...........ราชวงศ์กษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ประกอบด้วย 5 ราชวงศ์ คือ 1.ราชวงศ์ อู่ทอง มีกษัตริย์ 3 พระองค์ 2.ราชวงศ์สุพรรณภูมิ มีกษัตริย์ 13 พระองค์ 3.ราชวงศ์สุโขทัย มีกษัตริย์ 7 พระองค์ 4.ราชวงศ์ ปราสาททอง มีกษัตริย์ 4 พระองค์ และ 5.ราชวงศ์บ้านพลูหลวง มีกษัตริย์ 6 องค์ ซึ่งรวมเป็นกษัตริย์รวม 33 พระองค์ถือว่ามีมาก ซึ่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 1893 จนถึงวันที่ 7 เมษายน 2310 เป็นเวลายาวนานถึง 417 ปีเลยทีเดียว ก่อนที่เราจะมีราชธานีเป็น กรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรของคนเมืองหลวงในปัจจุบัน และมีวัดพระแก้วเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่ครั้งสร้างกรุงนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ทรงดำริตั้งแต่เถลิงถวัลย์เป็นปฐมกษัตริย์แล้วว่าจัก สร้างพระราชวังในเมืองใหม่พร้อมวัด ให้คล้ายกับวัดและวังเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
.........หากใครเห็นภาพของกรุงเก่า แล้วมองเห็นแต่ซากปรักหักพังจนแทบจะนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกภาพวัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวังดูก็จะเห็นเค้าได้บ้าง เนื่องจากรัชกาลที่ 1 นั้น แต่เดิมท่านเป็นคนอยุธยา อีกทั้งยังรับราชการในช่วงปลายกรุงเก่า พระองค์จึงมีภาพของพระราชวังเก่าและวัดพระศรีสรรเพชรญ์ที่อยู่ในวังอย่าง แจ่มชัด ดังนั้นวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จึงมีส่วนละม้ายวัดพระศรีสรรเพชรญ์ ค่อนข้างมาก รวมทั้งกฏกติกาบางอย่าง เช่นการมิให้มีพระสงฆ์จำวัดอย่างที่เคยเป็น ก็ถูกนำมาใช้ในราชวงศ์จักรีด้วย
...........วัดพระศรีสรรเพชรญ์ เป็นอารามหลวงประจำพระบรมมหาราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่วัดนี้มิได้สร้างขึ้นพร้อมๆกับ การสร้างพระราชวังดังที่บังเกิดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หากแต่สร้างในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในราวปี พ.ศ.1991 โดยที่พระองค์ทรงเจียดพื้นที่ด้านหลังของพระบรมมหาราชวังให้เป็นวัดประจำวัง หลวง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการทำสังฆกรรม และ พระราชพิธีต่างๆ ได้โดยสะดวก หลังจากนั้นเป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ในลำดับถัดๆมาก็ทรงบูรณะ ก่อสร้างเสริมแต่งอารามนี้ เรื่อยมาจนกระทั่งเสียกรุง วัดนี้ถูกเผาทำลายในคราวเสียกรุงให้แก่พม่าครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 พม่าปล้นสดมภ์ทรัพย์สมบัติไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งทองคำที่ห่อหุ้มองค์พระศรีสรรเพชญ์ พระประจำเมืองก็สาบสูญไปกับสงครามคราวนี้ด้วย คงเหลือแต่แกนพระที่ทำด้วยสำริด ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงอัญเชิญแกนพระมายังกรุงใหม่แล้วโปรดให้สร้างพระเจดีย์หุ้มแกนองค์พระไว้ ที่วัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม แล้วถวายนามตามท่านว่า “เจดีย์พระศรี สรรเพชญดาญาณ” ปัจจุบัน วัดพระศรีสรรเพชรมีการถูกบูรณะขึ้นในหลายส่วนจากกรมศิลปากร และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

:mrgreen: ยังมีต่ออีก นะครับ ขอพักก่อน...... โปรดติดตาม ตอนต่อไป
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

จุดพักรับประทานอาหารกลางวันที่ ศาลากลางหลังเก่า(ศูนย์ส่งเสริมการท่ิองเที่ยว)
ไฟล์แนบ
33.JPG
33.JPG (35.3 KiB) เข้าดูแล้ว 857 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

รูปภาพ

ศาลากลางจังหวัดเดิมตั้งอยู่ที่ ตำบลประตูชัย อำเภอกรุงเก่า สร้างเป็นตึก 3 ชั้นรูปร่างคล้ายตัวที ซึ่งได้ทำการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 สมัยหลวงบริหารชนบท(ส่าน) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด โดยการสนับสนุนจากนายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยนั้น ซึ่งเป็นชาวอยุธยา ที่ตัวตึกด้านหน้าศาลากลางจังหวัดได้ก่อสร้างพระบรมรูป วีรกษัตริย์ วีรสตรี ซึ่งได้ประกอบคุณานุประโยชน์อย่างใหญ่หลวง แก่กรุงศรีอยุธยาและชาติไทย ในครั้งอดีตรวม 6 พระองค์ คือ

1) สมเด็จพระ รามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระหัตถ์ซ้ายถือปราสาทสังข์ ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ.1793

2) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระหัตถ์ทั้งสองถือประมวลกฎหมายผู้ทรงพระปรีชาสามารถในทางปกครอง

3) สมเด็จพระศรีสุริโยทัย วีรสตรีซึ่งได้เสด็จออกไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อ พ.ศ.2093 และได้เสียสละพระชนม์ชีพ เพื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระราชสวามี

4) สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.2033 - พ.ศ.2148 ) พระหัตถ์ขวาถือ พระแสง ของ้าว พระหัตถ์ซ้ายถือพระมาลา ผู้ทรงกอบกู้พระนครศรีอยุธยาซึ่งเสียแก่พม่า ในครั้งแรกและได้ทรงสู้รบกับข้าศึกหลายๆครั้ง

5) สมเด็จพระ นารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199- พ.ศ.2231) พระหัตถ์ทั้งสองถือพระราช สาสน์ ได้ทรงทำสัมพันธไมตรีกับ ต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ครั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และทรงนำเอาวัฒนธรรมทางตะวันตกมาเผยแพร่ไว้มาก ครั้งเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ในรัชสมัยของพระองค์ การค้าขายเจริญรุ่งเรืองมาก

6) สมเด็จพระ เจ้าตากสินมหาราช (พ.ศ.2310 - พ.ศ.2335) พระหัตถ์ทั้งสองถือดาบ ได้ทรงกอบกู้ความเป็นเอกราชไว้ได้ในคราวเสียกรุงครั้งสุด ท้าย เมื่อ พ.ศ.2310 และทรงย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่กรุงธนบุรี
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 21 เม.ย. 2010, 23:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

เมืองมรดกโลกครับ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ธนากร รุจิระกุล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 879
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
Tel: 081-8752724
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
Bike: Giant XCT

Re: อาทิตย์16พ.ค.53 กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่3

โพสต์ โดย ธนากร รุจิระกุล »

:D ....เราจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวัน กันภายในบริเวณศูนย์การท่องเที่ยว
( ศาลากลางเก่าครับ) ไม่้เสียตังค์นะครับ....


.....จากจุดเริ่มต้นมาถึงที่พักทานอาหาร ไม่เกิน 30 กิโลเมตร....จ๊ะ แล้วพักกันสักพัก เราเดินทางต่อไป ยังวัดหน้าพระเมรุ วัดที่ไม่ถูกทำลายจากพม่าในสมัยอยุธยา ซึ่งมีพระพุทธรูปทรงเครื่อง ที่สวยงามที่สุด และลวดลายแกะสลักที่หน้าบันพระอุโบสถ สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นหน้าบันเป็นไม้สักแกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหยียบเศียรนาค และมีรูปราหูสองข้างติด กับเศียรนาค ล้อมรอบด้วยหมู่เทพพนม จำนวน ๒๖ องค์ พระคันธารราษฎร์ หรือพระพุทธรูปศิลาเขียวสมัยทวารวดี ปางปฐมเทศนาแกะสสักจากหินสีเขียวเข้ม มีเพียงหกองค์ในโลกเท่านั้นคือที่วัดหน้าพระเมรุฯ หนึ่งองค์ ที่อินโดนีเซียหนึ่งองค์ที่วัดพระปฐมเจดีย์สาม องค์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาหนึ่งองค์
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”