โอมสนใจที่จะเปลี่ยนโช้คไหม?
ปั่นไปคุยไป...ปราจีนบุรี...Prachinburi Cycling
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
oakley split jacket ฝาแฝด jawbone (แต่เลนส์ใช้ร่วมกันไม่ได้ซะงั้น) 
- ไฟล์แนบ
-
- 4ba14cab2c86a.jpg (19.22 KiB) เข้าดูแล้ว 604 ครั้ง
-
- Oakley_Jawbone_Retina_Burn_Black_Iridium_Vented-780747.jpg (37.02 KiB) เข้าดูแล้ว 604 ครั้ง
- SlipBizkit
- ขาประจำ
- โพสต์: 1327
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:54
- Tel: OHM ๐๘๙-753-๕๗๓๓
- team: PETCC ปราจีนบุรี
- Bike: O.Nine, Oltre, Dogma, SL4 ไม่มีเลยซักคัน ฮิฮิ
- ตำแหน่ง: Fish China City
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
คงยังไม่ขายอะครับพี่ ขายไปคงไม่ได้ราคา เพราะรอยเพียบเลยครับ
oakley split jacket เลนส์สวยดีนะครับ โชคดีที่ผมสายตาสั้น เลยใส่ได้แต่แว่นสายตา
ไม่งั้นก็คงบ้าสะสมแว่นกันแดดแน่เลย มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น
- rimclong
- ขาประจำ
- โพสต์: 1534
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 19:53
- Tel: 094-3383220
- team: ฅน..ครยก
- Bike: Trek 8.9 / Trek 8500 / Trek Emonda
-
riyajong
- สมาชิก
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 11:58
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
รบกวนฝากประชาสัมพันธ์งาน ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี (ประจำปี 2553) ด้วยนะคะ
เชิญร่วมงาน ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี (ประจำปี 2553) วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2553
อำเภอเมืองปราจีนบุรีขอเชิญประชาชน และผู้ที่รักสุขภาพทั่วไป ร่วมกันปั่นจักรยานชมสวนผลไม้ แวะชิมผลไม้สด ๆ จากสวน แวะซื้อ พร้อมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนผัก สวนผลไม้ สวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนสมุนไพร ตลอดเส้นทาง
โดยมีรายละเอียดดังนี้
กำหนดการ โครงการปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี (หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี)
เวลา 06.00 น. ลงทะเบียน ค่าสมัครท่านละ 100 บาท กิน-เที่ยว ตลอดเส้นทาง พร้อมชมการแสดงชุดจักรยานล้อเดียวก่อนออกเดินทาง
เวลา 08.00 น. พิธีเปิด
เวลา 08.30 น. ออกเดินทางจากหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี ไปตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงเกษตร จุดพักจุดแรก ณ ไม้เค็ดโฮมสเตย์ ชิมผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ มะม่วง มะไฟ เป็นต้น
เวลา 10.30 น. ออกเดินทางจากไม้เค็ดโฮมสเตย์ ตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงเกษตร และพักรับประทานอาหารกลางวัน ณ บริเวณ น้ำตกเขาอีโต้ (จุดพักที่สอง)
เวลา 12.30 น. ออกเดินทางจากน้ำตกเขาอีโต้ และแวะชิมผลไม้ ณ สวนคุณปัญญา ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ มะม่วง มะไฟ เป็นต้น
เวลา 14.00 – 15.00 น. ออกเดินทางจากสวนคุณปัญญา กลับสู่จุดเริ่มต้น ณ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยสวัสดิภาพทุกท่าน
ติดต่อสอบถาม : ที่ว่าการอำเภอเมืองปราจีนบุรี 037-211057 , 037-213396 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี 037-212073 (ตามเวลาราชการ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.00 น.)
อย่าลืมมา ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี ด้วยกันนะคะ ^_^
ขอบคุณมากค่ะ
เชิญร่วมงาน ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี (ประจำปี 2553) วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2553
อำเภอเมืองปราจีนบุรีขอเชิญประชาชน และผู้ที่รักสุขภาพทั่วไป ร่วมกันปั่นจักรยานชมสวนผลไม้ แวะชิมผลไม้สด ๆ จากสวน แวะซื้อ พร้อมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนผัก สวนผลไม้ สวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนสมุนไพร ตลอดเส้นทาง
โดยมีรายละเอียดดังนี้
กำหนดการ โครงการปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี (หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี)
เวลา 06.00 น. ลงทะเบียน ค่าสมัครท่านละ 100 บาท กิน-เที่ยว ตลอดเส้นทาง พร้อมชมการแสดงชุดจักรยานล้อเดียวก่อนออกเดินทาง
เวลา 08.00 น. พิธีเปิด
เวลา 08.30 น. ออกเดินทางจากหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี ไปตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงเกษตร จุดพักจุดแรก ณ ไม้เค็ดโฮมสเตย์ ชิมผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ มะม่วง มะไฟ เป็นต้น
เวลา 10.30 น. ออกเดินทางจากไม้เค็ดโฮมสเตย์ ตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงเกษตร และพักรับประทานอาหารกลางวัน ณ บริเวณ น้ำตกเขาอีโต้ (จุดพักที่สอง)
เวลา 12.30 น. ออกเดินทางจากน้ำตกเขาอีโต้ และแวะชิมผลไม้ ณ สวนคุณปัญญา ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ มะม่วง มะไฟ เป็นต้น
เวลา 14.00 – 15.00 น. ออกเดินทางจากสวนคุณปัญญา กลับสู่จุดเริ่มต้น ณ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยสวัสดิภาพทุกท่าน
ติดต่อสอบถาม : ที่ว่าการอำเภอเมืองปราจีนบุรี 037-211057 , 037-213396 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี 037-212073 (ตามเวลาราชการ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.00 น.)
อย่าลืมมา ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี ด้วยกันนะคะ ^_^
ขอบคุณมากค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย riyajong เมื่อ 19 เม.ย. 2010, 21:57, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
วันนี้ไปเดินเล่นที่ b2s โรบินสัน รัชดา เจอหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนแผงด้วยครับ

- ไฟล์แนบ
-
- b.jpg (56.95 KiB) เข้าดูแล้ว 496 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
MTB World Cup Cross Country สนาม 1 ณ. Dalby Forest, Great Britain
แข่ง 6 รอบ 43 กม.
Julien Absalon
Liam Killeen
Manuel Fumic.
Todd Wells.
Geoff Kabush.
Julien Absalon ลง 3ศร
Ruben Ruzafa Cueto.
Lukas Flückiger
Ralph Naef.

Florian Vogel
แข่ง 6 รอบ 43 กม.
Julien Absalon
Liam Killeen
Manuel Fumic.
Todd Wells.
Geoff Kabush.
Julien Absalon ลง 3ศร
Ruben Ruzafa Cueto.
Lukas Flückiger
Ralph Naef.

Florian Vogel
แก้ไขล่าสุดโดย Kilygon เมื่อ 27 เม.ย. 2010, 21:26, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
Mathias Flückiger
Todd Wells อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งคว้าแชมป์ที่ Sea Otter มาวันนี้เข้าที่ 19
คนนี้ขวัญใจผม Jeremy Horgan-Kobelski
Burry Stander มาปีนี้ร้อนแรงจิงๆ เสียดายที่สนามนี้ ปล่อยให้ Schurter และ Absalon หนีในรอบสุดท้ายไม่งั้นอาจมีลุ้น
Nino Schurter. แชมป์ โลกปีที่แล้ว
=http://image.ohozaa.com/show.php?id=38a ... 82701a5ac8]
[/url]
ปล่อยตัว

กลุ่มผู้นำรอบแรกๆ
แก้ไขล่าสุดโดย Kilygon เมื่อ 27 เม.ย. 2010, 21:45, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
Ralph Naef.
Nino Schurter ตัวหัวหน้าเส้น(เหมือนสนาม world cup ปีที่แล้วที่ australia)

อันดับ 1-5
1 Nino Schurter (Swi) Scott-Swisspower MTB-Racing 1:54:52
2 Julien Absalon (Fra) Orbea 0:00:01
3 Burry Stander (RSA) Specialized Factory Racing 0:00:14
4 Jaroslav Kulhavy (Cze) Rubena - Birell - Specialized Cycling Team 0:00:28
5 Ralph Naef (Swi) Multivan Merida Biking Team 0:00:41
แก้ไขล่าสุดโดย Kilygon เมื่อ 27 เม.ย. 2010, 21:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- rimclong
- ขาประจำ
- โพสต์: 1534
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 19:53
- Tel: 094-3383220
- team: ฅน..ครยก
- Bike: Trek 8.9 / Trek 8500 / Trek Emonda
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
รอคำบรรยาย ครับ พี่โอห์มครับ เดี๋ยวว่าง ๆผมจาเข้าไปเอานาฬิกานะครับ ๆ
จักรยานยังมีอะไหล่..แต่หัวใจไม่มีสำรอง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
29er ไอ้ล้อโต
วิสัยทัศน์ ในการรวมเอาจอมยุทธิ์ในการผลิตเมาเทนไบค์มารวมตัวอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันเริ่มปรากฏผลให้เห็นเมื่อ Gary Fisher มีส่วนอย่างมากในการผลักดันความฝันของเขาให้เป็นความจริง GENESIS GEOMETRY เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความพยายามที่จะแก้ข้อบกพร่องของการขี่จักรยานให้ดีขึ้น SUGAR เป็นสาส์นที่บอกให้โลกจักรยานรู้ว่าความฝันของเขายังไม่จบ
GARY FISHER เป็นคนที่ไม่ค่อยจะยอมอยู่นิ่งกับที่นานๆ ตั้งแต่เขานำเสนอเมาเทนไบค์ GARY FISHER ยุคใหม่ด้วย GENESIS GEOMETRY เป็นต้นมา ก็ได้ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในกลุ่มบริษัท TREK อย่างต่อเนื่องด้วยการขับเคลื่อนทางความคิดเช่น WSD (Women Specific Design) ในกลุ่มเมาเทนไบค์ TREK ที่ตอนหลังได้ขยายวงออกไปครอบคลุมถึงจักรยานประเภทเสือหมอบด้วย รวมถึง GENESISTER ซึ่งก็คือโครงสร้างของเมาเทนไบค์ GARY FISHER ที่ยึดแนวทาง GENESIS GEOMETRY แต่ได้ปรุงแต่งสัดส่วนและอุปกรณ์ให้เหมาะกับสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ
ในฤดูกาล 2002 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป GARY FISHER ได้เสนอผลงานชิ้นใหม่ซึ่งเคยเป็นความฝันของเขามาตลอดเวลาว่าเมาเทนไบค์จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 26 นิ้วจะช่วยแก้ข้อบกพร่องของการขี่เมาเทนไบค์ได้มากขึ้น สิ่งที่เขานำเสนอออกมาก็คือเมาเทนไบค์ในระดับไฮเอน SUPERCALIBER และ MT TAM ที่มีล้อขนาด 29 นิ้ว
GARY FISHER เป็นนักจักรยานประเภทหัวแข็งไม่ยอมเชื่อสิ่งใดโดยที่ไม่ได้ทดลองจนแน่ใจ การพัฒนาจักรยานใหม่ๆไม่ใช่แค่เอาท่ออัลลอย 6061 หรือ 7005 (ที่บ้านเราถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าอย่างไหนดีกว่ากันมาหลายปี) มาเชื่อมกันเป็นตัวถังที่รองรับล้อขนาดใหญ่โตนี้ได้ กว่าจะผ่านมาถึงขั้นสายการผลิตได้ สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือต้องสร้างความมั่นใจให้กับทีมทำงาน ขั้นต่อไปคือจะต้องทำให้ Kieth Bontrager ผู้รับผิดชอบเรื่องวงล้อและยางเชื่อถือในความคิดนี้ และต้องทำให้บริษัทฯผู้ผลิตช๊อคหน้าอย่าง Marzocchi ยอมลงทุนผลิตช๊อคที่รองรับล้อขนาดใหญ่กว่า 26 นิ้วได้ ขั้นสุดท้ายต้องให้ทีมงานมีความมั่นใจที่จะดำเนินการค้นคว้าและทดสอบซ้ำๆกันอย่างไม่รู้จักเบื่อ (ตอนที่เริ่มโครงการนี้ Fisher ไม่ได้บอกทีมงานว่าต้องนับถอยหลังอีกหลายปีกว่าจะคลอดเป็นตัวตน)
วิสัยทัศน์ ในการรวมเอาจอมยุทธิ์ในการผลิตเมาเทนไบค์มารวมตัวอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันเริ่มปรากฏผลให้เห็นเมื่อ Gary Fisher มีส่วนอย่างมากในการผลักดันความฝันของเขาให้เป็นความจริง GENESIS GEOMETRY เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความพยายามที่จะแก้ข้อบกพร่องของการขี่จักรยานให้ดีขึ้น SUGAR เป็นสาส์นที่บอกให้โลกจักรยานรู้ว่าความฝันของเขายังไม่จบ
GARY FISHER เป็นคนที่ไม่ค่อยจะยอมอยู่นิ่งกับที่นานๆ ตั้งแต่เขานำเสนอเมาเทนไบค์ GARY FISHER ยุคใหม่ด้วย GENESIS GEOMETRY เป็นต้นมา ก็ได้ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในกลุ่มบริษัท TREK อย่างต่อเนื่องด้วยการขับเคลื่อนทางความคิดเช่น WSD (Women Specific Design) ในกลุ่มเมาเทนไบค์ TREK ที่ตอนหลังได้ขยายวงออกไปครอบคลุมถึงจักรยานประเภทเสือหมอบด้วย รวมถึง GENESISTER ซึ่งก็คือโครงสร้างของเมาเทนไบค์ GARY FISHER ที่ยึดแนวทาง GENESIS GEOMETRY แต่ได้ปรุงแต่งสัดส่วนและอุปกรณ์ให้เหมาะกับสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ
ในฤดูกาล 2002 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป GARY FISHER ได้เสนอผลงานชิ้นใหม่ซึ่งเคยเป็นความฝันของเขามาตลอดเวลาว่าเมาเทนไบค์จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 26 นิ้วจะช่วยแก้ข้อบกพร่องของการขี่เมาเทนไบค์ได้มากขึ้น สิ่งที่เขานำเสนอออกมาก็คือเมาเทนไบค์ในระดับไฮเอน SUPERCALIBER และ MT TAM ที่มีล้อขนาด 29 นิ้ว
GARY FISHER เป็นนักจักรยานประเภทหัวแข็งไม่ยอมเชื่อสิ่งใดโดยที่ไม่ได้ทดลองจนแน่ใจ การพัฒนาจักรยานใหม่ๆไม่ใช่แค่เอาท่ออัลลอย 6061 หรือ 7005 (ที่บ้านเราถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าอย่างไหนดีกว่ากันมาหลายปี) มาเชื่อมกันเป็นตัวถังที่รองรับล้อขนาดใหญ่โตนี้ได้ กว่าจะผ่านมาถึงขั้นสายการผลิตได้ สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือต้องสร้างความมั่นใจให้กับทีมทำงาน ขั้นต่อไปคือจะต้องทำให้ Kieth Bontrager ผู้รับผิดชอบเรื่องวงล้อและยางเชื่อถือในความคิดนี้ และต้องทำให้บริษัทฯผู้ผลิตช๊อคหน้าอย่าง Marzocchi ยอมลงทุนผลิตช๊อคที่รองรับล้อขนาดใหญ่กว่า 26 นิ้วได้ ขั้นสุดท้ายต้องให้ทีมงานมีความมั่นใจที่จะดำเนินการค้นคว้าและทดสอบซ้ำๆกันอย่างไม่รู้จักเบื่อ (ตอนที่เริ่มโครงการนี้ Fisher ไม่ได้บอกทีมงานว่าต้องนับถอยหลังอีกหลายปีกว่าจะคลอดเป็นตัวตน)
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
ในฤดูกาล 2003 หลังจากการตอบรับเจ้า 29'er ของตลาดเป็นอย่างดี GARY FISHER ได้เปิดตัวเมาเทนไบค์ที่ใช้ล้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 29 นิ้วเพิ่มขึ้นอีกหลายรุ่นด้วยกันรวมทั้ง SUGAR 29 อีก 2 รุ่นคือ Sugar + 292 และ Sugar + 293 ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเมาเทนไบค์ล้อโตแต่มีระบบรองรับแรงสะเทือนหน้าหลัง (Full Suspension) นอกจากนี้ GARY FISHER ยังได้เพิ่มสายการผลิตสำหรับเมาเทนไบค์ล้อโตนี้ลงสู่ระดับกลางเช่น PARAGON 29 และ X-CALIBER 29 อีกด้วย เพื่อเสริมตลาดของลูกค้าในกลุ่มกลางที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไฟล์แนบ
-
- clip_image004_0005.jpg (4.17 KiB) เข้าดูแล้ว 441 ครั้ง
-
- clip_image006_0005.jpg (4.48 KiB) เข้าดูแล้ว 441 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
SUGAR 29 ถูกออกแบบมาหลายขนาดให้ใช้ได้กับนักจักรยานทั้งตัวเตี้ยและตัวสูง ตำแหน่งของนักจักรยานจะไม่ผิดเพี้ยนจาก FISHER ที่มีโครงสร้าง GENESIS GEOMETRY ตัวอื่นเลยทั้งช่วงขาและช่วงลำตัว รวมทั้งความสูงจากแฮนด์ถึงพื้นและกะโหลกถึงพื้น ทำให้ SUGAR 29 ได้รับประโยชน์ทั้งจาก GENESIS GEOMETRY และประโยชน์จากล้อขนาด 29 นิ้ว SUGAR 29 ทั้ง 2 รุ่นจะใช้ Sybil*Link ที่สามารถเลือกปรับระยะการยุบตัวของล้อหลังได้ 3.1 และ 4.6 นิ้ว
- ไฟล์แนบ
-
- sugar.jpg (7.47 KiB) เข้าดูแล้ว 441 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
ว่าด้วยเรื่องของล้อขนาด 29 นิ้วกับเฟรม
สมัยที่ Gary Fisher ยังห่ามอยู่ เขาได้นำเอาเจ้า Klunker ขี่ลงเขา Mt.Tam กับพรรคพวก ขนาดล้อที่ใช้สมัยนั้นเป็นล้อที่เรียกกันว่า Balloon tire 26” หรือล้อที่มีลักษณะอ้วนท้วนใส่กับวงล้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 นิ้ว ซึ่งในขณะนั้นไม่มีใครรู้กันว่าวงล้อขนาดนี้จะกลายมาเป็นวงล้อขนาดมาตรฐานของเมาเทนไบค์ในปัจจุบัน
มีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้นักออกแบบจักรยานหลายรายเลิกรากันไปเช่น
ความแข็งแรงของเฟรม ล้อหลังที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางโตขึ้นย่อมต้องใช้ Chain Stays ที่ยาวขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้ช่วงท้ายให้ตัวมากเกินไป และทำให้ช่วงบริเวณกะโหลกไม่มั่นคง และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนหน้าของเฟรมต้องยกมากจนเกินไปจนตำแหน่งของแฮนด์อยู่เหนืออานมากเนื่องจากการใช้ล้อขนาดใหญ่ ทำให้ต้องสร้างท่อหน้าที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งก็จะมีผลทำให้บริเวณด้านหน้าของเฟรมขาดความแข็งและไม่ทนต่อแรงบิดที่เกิดจากแรงกระทำด้านข้าง ( ส่วนใหญ่จากการเลี้ยวแรงๆ หรือการกระแทกแรงๆ )
การบังคับควบคุม ความไวของการบังคับทิศทางของจักรยานขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างกะโหลกและแกนดุมล้อหน้า หากใช้ล้อที่ใหญ่กว่าปกติจะทำให้ระยะห่างดังกล่าว (front – center) ยาวขึ้นเพื่อไม่ให้ล้อเกยกับท่อล่าง (Down tube) ของเฟรม ทำให้การบังคับทิศทางค่อนข้างจะอืดไม่เร็วเท่าที่ควร
ตำแหน่งนักจักรยาน นักจักรยานจะอยู่ในตำแหน่งที่แปร่งๆคือจะอยู่ห่างจากแกนกลางของล้อหลังมากขึ้น และอาจต้องยกแขนสูงเวลาปั่นจักรยาน ซ้ำร้ายปลายรองเท้าอาจกระทบถูกล้อหน้าเวลาเลี้ยววงแคบช้าๆ
ผลจากข้อจำกัดทั้ง 3 ข้อทำให้สมัยก่อนมีข้อสรุปว่าล้อจักรยานขนาดใหญ่เหมาะสำหรับเฟรมจักรยานขนาดใหญ่สำหรับคนตัวใหญ่เท่านั้น หากจะทำล้อจักรยานขนาดใหญ่ให้เหมาะกับเฟรมขนาดเล็กเป็นเรื่องที่เคยถูกเข้าใจว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวถึงทั้ง 3 ข้อ แต่ด้วยความพยายามและการมีวิสัยทัศน์ที่ดีทำให้ Gary Fisher พัฒนาเมาเทนไบค์ที่มีล้อขนาด 29” ต่อไปได้ Gary Fisher ได้พูดถึงข้อดีของล้อเมาเทนไบค์ขนาด 29” ให้เราฟัง ซึ่งสิ่งที่เขาได้กล่าวถึงนั้นถูกกลั่นมาจากการวิจัยและทดลองรวมทั้งการวิเคราะห์ทางทฤษฎีอย่างเสร็จสรรพเพื่อยุติข้อกล่าวหาในอดีต
สมัยที่ Gary Fisher ยังห่ามอยู่ เขาได้นำเอาเจ้า Klunker ขี่ลงเขา Mt.Tam กับพรรคพวก ขนาดล้อที่ใช้สมัยนั้นเป็นล้อที่เรียกกันว่า Balloon tire 26” หรือล้อที่มีลักษณะอ้วนท้วนใส่กับวงล้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 นิ้ว ซึ่งในขณะนั้นไม่มีใครรู้กันว่าวงล้อขนาดนี้จะกลายมาเป็นวงล้อขนาดมาตรฐานของเมาเทนไบค์ในปัจจุบัน
มีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้นักออกแบบจักรยานหลายรายเลิกรากันไปเช่น
ความแข็งแรงของเฟรม ล้อหลังที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางโตขึ้นย่อมต้องใช้ Chain Stays ที่ยาวขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้ช่วงท้ายให้ตัวมากเกินไป และทำให้ช่วงบริเวณกะโหลกไม่มั่นคง และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนหน้าของเฟรมต้องยกมากจนเกินไปจนตำแหน่งของแฮนด์อยู่เหนืออานมากเนื่องจากการใช้ล้อขนาดใหญ่ ทำให้ต้องสร้างท่อหน้าที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งก็จะมีผลทำให้บริเวณด้านหน้าของเฟรมขาดความแข็งและไม่ทนต่อแรงบิดที่เกิดจากแรงกระทำด้านข้าง ( ส่วนใหญ่จากการเลี้ยวแรงๆ หรือการกระแทกแรงๆ )
การบังคับควบคุม ความไวของการบังคับทิศทางของจักรยานขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างกะโหลกและแกนดุมล้อหน้า หากใช้ล้อที่ใหญ่กว่าปกติจะทำให้ระยะห่างดังกล่าว (front – center) ยาวขึ้นเพื่อไม่ให้ล้อเกยกับท่อล่าง (Down tube) ของเฟรม ทำให้การบังคับทิศทางค่อนข้างจะอืดไม่เร็วเท่าที่ควร
ตำแหน่งนักจักรยาน นักจักรยานจะอยู่ในตำแหน่งที่แปร่งๆคือจะอยู่ห่างจากแกนกลางของล้อหลังมากขึ้น และอาจต้องยกแขนสูงเวลาปั่นจักรยาน ซ้ำร้ายปลายรองเท้าอาจกระทบถูกล้อหน้าเวลาเลี้ยววงแคบช้าๆ
ผลจากข้อจำกัดทั้ง 3 ข้อทำให้สมัยก่อนมีข้อสรุปว่าล้อจักรยานขนาดใหญ่เหมาะสำหรับเฟรมจักรยานขนาดใหญ่สำหรับคนตัวใหญ่เท่านั้น หากจะทำล้อจักรยานขนาดใหญ่ให้เหมาะกับเฟรมขนาดเล็กเป็นเรื่องที่เคยถูกเข้าใจว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวถึงทั้ง 3 ข้อ แต่ด้วยความพยายามและการมีวิสัยทัศน์ที่ดีทำให้ Gary Fisher พัฒนาเมาเทนไบค์ที่มีล้อขนาด 29” ต่อไปได้ Gary Fisher ได้พูดถึงข้อดีของล้อเมาเทนไบค์ขนาด 29” ให้เราฟัง ซึ่งสิ่งที่เขาได้กล่าวถึงนั้นถูกกลั่นมาจากการวิจัยและทดลองรวมทั้งการวิเคราะห์ทางทฤษฎีอย่างเสร็จสรรพเพื่อยุติข้อกล่าวหาในอดีต
- ไฟล์แนบ
-
- Superfly100.jpg (49.15 KiB) เข้าดูแล้ว 441 ครั้ง
- Kilygon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:32
- Bike: Fisher 29 er
Re: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานปราจีนบุรี
1. ล้อขนาดใหญ่ช่วยลดการกระเทือนอันเกิดจากความขรุขระ
ลองนึกภาพถึงล้อสเก็ตบอร์ดที่ต้องเคลื่อนที่ผ่านบล๊อคที่มีความสูงและความยาว 1 นิ้วในขณะที่ล้อของ สเก๊ตบอร์ดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เมื่อล้อสเก๊ตบอร์ดเริ่มปะทะกับบล๊อคดังกล่าว ล้อต้องไต่บล๊อคที่มีความสูงเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางขึ้นไปเป็นระยะทาง 1 นิ้วก่อนที่จะเคลื่อนที่ผ่านด้านบนของบล๊อคอีก 1 นิ้ว แล้วเริ่มไต่ลงอีก 1 นิ้ว รวมแล้วระยะทางที่ล้อเคลื่อนที่ๆวัดได้ในทางราบเท่ากับ 2 นิ้ว ตอนที่ล้อปะทะกับบล๊อคจะรู้ สึกได้ว่ากระเทือนมากและต้องใช้แรงในการไต่ขึ้นมากพอควร
คราวนี้ลองใช้ล้อจักรยานขนาด 20 นิ้วบ้าง เมื่อเคลื่อนล้อขนาด 20 นิ้วผ่านบล๊อคขนาด 1 นิ้วเช่นกันปรากฏว่าล้อขนาด 20 นิ้วต้องเคลื่อนที่เป็นระยะทางรวม 4 นิ้วจึงจะข้ามพ้น และเมื่อใช้ล้อขนาด 26 นิ้วก็จะใช้ระยะทางในการเคลื่อนที่ผ่านบล๊อคเดียวกันประมาณเกือบ 6 นิ้ว ยิ่งล้อใหญ่ขึ้นกลับต้องการแรงในการไต่ข้ามบล๊อคน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
เวลา เราขับรถผ่านซอยที่มีที่กั้นบนพื้นเพื่อลดความเร็ว หากผู้ทำบล๊อคกั้นถนนใช้ไม้กั้นยึดติดกับถนนเฉยๆเวลาล้อรถของเราผ่านก็จะเกิดการกระเทือน บางซอยที่เจ้าของไม่ชอบฟังเสียงโครมครามและกลัวช่วงล่างรถของตัวเองและของคนอื่นที่ต้องใช้ซอยนั้นทุกวันพังก็จะใช้ยางมะตอยเทเป็นเนินลาดลงทั้ง 2 ฝั่ง ยิ่งเนินนั้นลาดลงยาวตามงบประมาณที่มีอยู่เท่าใดก็จะเกิดการกระเทือนน้อยลงเท่านั้น ทั้งๆที่เป็นล้อรถคันเดียวกัน จากทฤษฎีดังกล่าวจึงมีข้อสรุป 2 อย่างคือ
หากต้องการให้เกิดการกระเทือนน้อยให้ทำทางข้ามบล๊อคให้ลาดที่สุดที่จะลาดได้ ยิ่งลาดมากรถก็ไม่ต้องชะลอความเร็วมาก ( ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลดีอะไรกับความต้องการเบื้องต้นที่จะให้รถชะลอความเร็ว )
หากรถที่เราขับวันนี้มีล้อใหญ่กว่าเมื่อวาน ก็จะรู้สึกได้ว่ารถกระเทือนน้อยลงทั้งๆที่เป็นบล๊อคอันเดียวกัน หรือพูดง่ายๆว่าล้อยิ่งใหญ่ยิ่งไต่ข้ามได้ง่าย และกระเทือนน้อยลง มีผลเหมือนกับการไต่ข้ามบล๊อคที่เทยางมะตอยให้ลาดมากขึ้น และจะรู้สึกว่าขับได้เร็วขึ้น
ทั้งหมดที่กล่าวนี้อาจพูดได้อีกแนวทางหนึ่งคือ มุมปะทะของล้อขนาดใหญ่จะน้อยกว่าล้อขนาดเล็ก นอกจากจะกระเทือนน้อยกว่าแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องชะลอความเร็วในการปะทะเพื่อลดการกระเทือนมากนัก
ลองนึกภาพถึงล้อสเก็ตบอร์ดที่ต้องเคลื่อนที่ผ่านบล๊อคที่มีความสูงและความยาว 1 นิ้วในขณะที่ล้อของ สเก๊ตบอร์ดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เมื่อล้อสเก๊ตบอร์ดเริ่มปะทะกับบล๊อคดังกล่าว ล้อต้องไต่บล๊อคที่มีความสูงเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางขึ้นไปเป็นระยะทาง 1 นิ้วก่อนที่จะเคลื่อนที่ผ่านด้านบนของบล๊อคอีก 1 นิ้ว แล้วเริ่มไต่ลงอีก 1 นิ้ว รวมแล้วระยะทางที่ล้อเคลื่อนที่ๆวัดได้ในทางราบเท่ากับ 2 นิ้ว ตอนที่ล้อปะทะกับบล๊อคจะรู้ สึกได้ว่ากระเทือนมากและต้องใช้แรงในการไต่ขึ้นมากพอควร
คราวนี้ลองใช้ล้อจักรยานขนาด 20 นิ้วบ้าง เมื่อเคลื่อนล้อขนาด 20 นิ้วผ่านบล๊อคขนาด 1 นิ้วเช่นกันปรากฏว่าล้อขนาด 20 นิ้วต้องเคลื่อนที่เป็นระยะทางรวม 4 นิ้วจึงจะข้ามพ้น และเมื่อใช้ล้อขนาด 26 นิ้วก็จะใช้ระยะทางในการเคลื่อนที่ผ่านบล๊อคเดียวกันประมาณเกือบ 6 นิ้ว ยิ่งล้อใหญ่ขึ้นกลับต้องการแรงในการไต่ข้ามบล๊อคน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
เวลา เราขับรถผ่านซอยที่มีที่กั้นบนพื้นเพื่อลดความเร็ว หากผู้ทำบล๊อคกั้นถนนใช้ไม้กั้นยึดติดกับถนนเฉยๆเวลาล้อรถของเราผ่านก็จะเกิดการกระเทือน บางซอยที่เจ้าของไม่ชอบฟังเสียงโครมครามและกลัวช่วงล่างรถของตัวเองและของคนอื่นที่ต้องใช้ซอยนั้นทุกวันพังก็จะใช้ยางมะตอยเทเป็นเนินลาดลงทั้ง 2 ฝั่ง ยิ่งเนินนั้นลาดลงยาวตามงบประมาณที่มีอยู่เท่าใดก็จะเกิดการกระเทือนน้อยลงเท่านั้น ทั้งๆที่เป็นล้อรถคันเดียวกัน จากทฤษฎีดังกล่าวจึงมีข้อสรุป 2 อย่างคือ
หากต้องการให้เกิดการกระเทือนน้อยให้ทำทางข้ามบล๊อคให้ลาดที่สุดที่จะลาดได้ ยิ่งลาดมากรถก็ไม่ต้องชะลอความเร็วมาก ( ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลดีอะไรกับความต้องการเบื้องต้นที่จะให้รถชะลอความเร็ว )
หากรถที่เราขับวันนี้มีล้อใหญ่กว่าเมื่อวาน ก็จะรู้สึกได้ว่ารถกระเทือนน้อยลงทั้งๆที่เป็นบล๊อคอันเดียวกัน หรือพูดง่ายๆว่าล้อยิ่งใหญ่ยิ่งไต่ข้ามได้ง่าย และกระเทือนน้อยลง มีผลเหมือนกับการไต่ข้ามบล๊อคที่เทยางมะตอยให้ลาดมากขึ้น และจะรู้สึกว่าขับได้เร็วขึ้น
ทั้งหมดที่กล่าวนี้อาจพูดได้อีกแนวทางหนึ่งคือ มุมปะทะของล้อขนาดใหญ่จะน้อยกว่าล้อขนาดเล็ก นอกจากจะกระเทือนน้อยกว่าแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องชะลอความเร็วในการปะทะเพื่อลดการกระเทือนมากนัก
- ไฟล์แนบ
-
- clip_image010_0005.jpg (6 KiB) เข้าดูแล้ว 441 ครั้ง