งานมหกรรมกีฬาและท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา
ฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี 2553
วันที่ 3 เมษายน 2553 จัดให้มีกิจกรรม จักรยานทางเรียบใจเกินร้อย
ผมในนาม ฅนชานเมืองเขตหนองจอก กทม.ได้ส่งเข้าร่วมงาน 2 ทีม
ขอชื่นชมว่า จัดได้ดีเยี่ยม และประทับใจมากๆ
โดยเฉพาะการจัดระบบทีมเข้า 8 คน ผมถือว่า เป็นการส่งเสริมความรักสามัคคี
ให้มีการวางแผน จัดระบบทีม ทุกคนมีความสำคัญ คนเก่งไม่เก่ง ทำอย่างไรต้องพึ่งพาอาศัยกัน
ผมต้องขอขอบคุณ ที่ไม่เน้นการชนะเพียงอย่างเดียว มันมิใช่สิ่งที่ถาวร แต่ การจัดแบบนี้ผมมอง
ว่ามันหลงเหลือผลึกที่เป็นก่อนใหญ่ขึ้นในทีมของตนเอง คือความสามัคคี ระบบทีมงาน
มันเป็นการบ้านที่เราต้องมีการเตรียมการและวางแผนในการจะทำทีมให้มีคุณภาพ
ผมต้องขอขอบคุณอีกครับและขอเป็นกำลังใจในทุกๆภาคส่วนที่ทำให้มีงานวันนี้ขึ้น
และขอขอบคุณทุกๆทีม ทุกๆที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ถือว่า มีใจเกินร้อยทุกคนนะครับ
ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ผมเห็นความห่วงหาอาธรที่มีต่อกัน ด้านความปลอดภัย
การส่งสัญญาณมือก็ดี การส่งเสียงต่อกันก็ดี นี้คือความสำเร็จที่แท้จริงของ ชาวนครราชสีมา
ในการแข่งขันปั่นจักรยางค์ทางเรียน 70 กิโลเมตร ในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง
แล้วได้ถ้วยส่วนตัว 1 ใบ ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ที่มีความสามารถหลายท่านคิดกัน
แต่สำหรับถ้วยที่ใช้ระบบทีม 10 คนหรือ 20 คน สำหรับเรา ฅนชานเมือง
ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะทำให้ทุกคนเข้าเส้นชัยในเวลาที่ใกล้เคียงกัน คือ 2.18 นาที
เรามีการวางแผน เราซ้อมกัน เรานัดกัน ในกลุ่มคนที่มีความแตกต่าง ด้านอายุ 11 ขวบ 18 ปี
30 กว่า 40 กว่า 50 กว่า และ 60 กว่า ปี และ เพศ ชายมี หญิง มี ที่สำคัญคือ
ปั่นมา 2-3 เดือน ไม่ถึงปีมี ปี่กว่าๆมี และ 3 - 5 ปี ก็มี ในการบริหารความแตกต่างของเรา
มันคงไม่ง่ายเหมือนกับการบริหาร โรงงาน โรงเรียน ร้านค้า ที่มีคนงานที่เราควบคุมกันได้
แต่ ฅนชานเมืองเราก็ทำได้ นี้คือสิ่งที่ผมเองมีความภาคภูมิใจ ใน ฅนชานเมือง เราฟังกัน เราชี้แนะกัน
เราให้กำลังใจกันเราร่วมกันทำเพื่อเราทุกคน นี้คือสิ่งที่สำคัญกว่าถ้วยที่เราได้รับถ้วยคือสัญญาลักษณ์เท่านั้น
แต่ความเข้าใจกันความรู้สึกดีๆทีมีต่อกัน นี้คือสิ่งที่ถาวรกว่า และยั่งยืนตลอดไป สำครับเรา ฅนชานเมือง
ต้องบอกว่าประทับในทุกคน ที่เข้าใจและห่วงใยกัน มันเป็นสิ่งที่เหนือคำบรรยาย..จริงๆนะครับ
