21/2/10 Tosari-Probolinggo ระยะทาง 53กม.(แผนที่การเดินทางช่วงที่4)
...ตีสี่เศษของวันนี้ เราพาม้าคู่ใจของเราทั้งคู่ใส่หลังรถกระบะ เราแพ็คด้วยเชือกขึงแน่นหนาเป็นพิเศษ เพราะนอกจากทางจะโค้งชันแล้ว ยังมีหลุมบ่อเต็มไปหมด สุบิน คือชื่อไกด์เจ้าของบ้านที่เราพักและคนขับรถ เขาเป็นชาวฮินดู สุบินพาขับลัดเลาะไปท่ามกลางความมืดและหนาวเหน็บ อย่างชำนาญมาก หากเราปั่นไปคงต้องออกตั้งแต่ตี1 ซึ่งในเวลาแบบนี้เจ้าหน้าที่อาจไม่ให้เราผ่านเข้าเขตอุทยาน ซึ่งที่นี่ต้องเสียค่าผ่านทาง แต่ตรงนี้ผมตกลงกับสุบินแล้วว่ารวมค่ารถและค่าตั๋วเข้าอุทยานPenanjakanด้วย
...แล้วแซมผ่านไปได้อย่างไร เราคุยกันภายหลังกับแซม แซมเล่าให้ฟังว่า วันนั้นแซมไต่เขามาด้วยอาการแย่มาก แล้วเขาคิดว่าเราอยู่ไกลกับเขามากๆ แซมตะบี้ตะบันปั่นแบบไม่ลืมหูลืมตาเขาผ่านหลังเราไปช่วงหกโมงเย็น แซมบอก เขาแทบบ้า เขาตะโกนด่า ภูเขาไปตลอดจนถึงที่หมาย ซึ่งเพิ่งรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ที่นั่น แซมถึงที่พักประมาณห้าทุ่มคืนนั้น...แซมโทรมา ผมบอกแซมว่า
แซม นายมันบ้า!!!
...แซมเล่าให้ฟังว่าเขาปั่นห้ารอบและต้องหยุดปั่น1รอบเพราะแทบไม่เหลือแรงแล้ว ในความมืด แซมเกือบประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง ส่วนหนึ่งก็เกิดจากทางลงที่ชันมาก หลุมบ่อขนาดใหญ่และเบรคเขามีปัญหาด้วย อืม!!!หลังจากผมดิ่งตามแซมมาในตอนเช้า ผมคิดตลอดทางว่า แซม นายรอดมาได้อย่างไรกัน ขนาดกลางวันเห็นถนนชัดๆเรายังแทบแย่ แต่นายปั่นกลางคืน แถมเบรคมีปัญหา พระเจ้า!!! นี่ทางเหรอ!!! เออ หรือนายเป็นมนุษย์ต่างดาว
...ที่นี่นอกจากทางลงจะชันลงมาแล้วยังต้องเจอทะเลทรายอีก เราปั่นได้บ้างเป็นบางช่วง บางช่วงไปไม่รอด ก็ต้องจูง ที่นี่มี่แต่ม้า,มอเตอร์ไซด์วิบากและรถจี๊บ หลายๆคนเหล่านั้นมองผ่านเราไปด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย เรากระจ้อยเกินกว่าใครๆจะสนใจ ซึ่งผมชอบมาก

เช้าวันใหม่ แสงแรกที่สุดมหัศจรรย์สำหรับผม

สายหมอก ลอยอยู่เหนือรอยแยกของผืนดิน ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟที่พ่นไออยู่ตลอดเวลา มันเป็นปรากฎการที่สร้างความตื่นตลึงมากสำหรับผม มันยอดมากๆ

สายหมอกที่อ้อยอิ่ง ทอดตัวแทรกกับหมู่ไม้ หมู่บ้าน ผู้คน ทุกสิ่งอย่างราวไม่อยากจากไป ทั้งที่แสงแดดก็พยายามตะเพิดไล่มันแล้ว ช่างงดงามจริงๆ
