ปกติ ถ้าอาทิตย์ไม่มีแข่งผมจะซ้อมวิ่งซ้อมยาววันอาทิตย์ครั้งละ 35 กม.(วิ่งอากาศดี 1ชม.ครึ่ง ตากแดดอยู่อีก 1ชม. ครึ่ง) จันทร์ อังคาร วันละ 12-15 กม. พุธ พัก พฤหัสฯ ปั่น ศุกร์วิ่งบ้างปั่นบ้าง ได้นิดหน่อย เสาร์พัก เพื่อเตรียมแข่งวันอาทิตย์ จบวันอังคารร่างกายค่อนข้างล้า สังเกตจาก เย็นวันพุธ พฤหัสฯ จะมีอาการง่วงนอนอย่างแรง ทั้งที่นอนเต็มเวลาปกติ
แต่มีอยู่วันหนึ่ง วันที่ไม่ได้วิ่ง พรหมลิขิต ทำให้ผมได้พบกับ ธัญพืชไร่ทิพย์ นั่นคือ ถั่วเขียว ใน เซเว่น-11 สุดรัก แถวๆบ้าน
ขี้เกียจเล่าและ มาดูสูตรการทำดีกว่า ถั่วเขียวต้มน้ำตาล
- แกะถุง ตวงถั่วเขียวเอาซัก 1 แก้วทรงสูงเท่าตั้งฝ่ามือผู้ใหญ่ ปากกว้างเท่ากำปั้นเด็ก 10 ขวบ ลงในภาชนะอะไรก็ได้ที่ใสน้ำ แล้วท่วมถั่วเขียว แช่ซัก 2 ชั่วโมง
- อันนี้สูตรผม จะใช้น้ำตาลแม่กลอง ก้อนเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ 3 ก้อนครึ่ง หย่อนลงหม้อ แล้วเทน้ำ ตวงจากแก้วใบเดิมในข้อแรก 5-6 แก้ว ต้มให้เดือด คนบ่อยๆให้น้ำตาลละลายถ้าน้ำลดลง เติมน้ำได้ แต่อย่าเยอะ เอาพอระดับน้ำเดิม ตอนที่ยังไม่ต้ม ละลายหมด พักไว้
.
.
ระหว่างที่รอให้ครบ 2 ชม. ก็ ไปปั่นเรียกเงื่อซะหน่อย
.
.
2 ชม. ผ่านไป
.
.
- เทถั่วเขียวลงภาชนะที่ต้มได้ เทน้ำให้ท่วมถั่วซัก 1 1/2 ข้อนิ้วชี้ผู้ใหญ่ ต้มเร่งไฟ ใหัน้ำเดือด พอเดือด ก็ ผ่อนไฟ ต้อมเดือดปุดๆ ไปซัก 20 นาที ถ้าน้ำลดมากก็เติมน้ำนะครับ
- 20 นาทีผ่านไป ลองตักถั่วเขียวขึ้นมาชิม ถ้าอ่อน ไม่กรุบ ก็ใช้ได้ แต่ถ้า เคี้ยวแล้วกรุป ก็ต้มต่อ ซัก 5 นาที
- ตอนนี้ ให้น้ำที่ต้มถั่วอยู่มีระดับต่ำกว่าเม็ดถั่วซัก เม็ดนึง ถ้าเกินรินออก ต่อจากนี้ ให้เติมน้ำต้มน้ำตาลข้อ 2 ลงในหม้อต้มถั่ว 1 1/2 แก้วของข้อ 1 คนๆๆๆๆๆ แล้วเติมน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ คนๆๆๆ (หรือถ้าไม่มีน้ำตาลแม่กลอง ก็ใช้น้ำตาลทราย 5-6 ช้อนโต๊ะ ครับ)
- 2 นาทีผ่านไป ปิดไฟ ทิ้งให้เย็น แล้ว ทานได้ หรือใครที่จะทานร้อนๆ ก็ทานได้ ระวังลวกปากละกัน
- ทานได้ 2 ท่าน มื้อเย็น เป็นเวลา 2 มื้อ ครับ เก็บใส่ตู้เย็น ทานเย็นๆ ลำแต้ๆ.........
ผม ทานแบบนี้เป็นของหวานสัปดาห์หนึ่ง ก็ 4 ครั้ง หลังอาหารเย็น สิ่งที่ตามมาก็คือ อาการเหนื่อยล้า หลังจากการฝึกซ้อม ลดลง ครับ ถึงวันนี้ ลดเวลาพักระหว่างสัปดาห์ แค่วันเสาร์วันเ้ดียว วันอื่นๆก็ซ้อมปกติ นอนปกติ หน้าใสขึ้นด้วย แถมไม่ง่วงหงาวหาวนอน ในเวลา บ่าย หลังทานข้าวเที่ยง
ลองดูนะครับ มหัศจรรย์แห่งพืชสีเขียว ซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านเรา
