การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย giro »

พี่พระราม99 รีเควสท์มาแบบนี้ผมจึงรีบจัดสรรมาให้ทันทีครับ ประกอบด้วยบทความจากสามแหล่งที่มา คัดมาตั้งแต่ระดับเบื้องต้นกันไปเลยทีเดียวอาจจะน่าเบื่อสำหรับโปรหลายท่านนะครับ :)

เริ่มบทแรกสำหรับมือใหม่หัดแข่งกันก่อนเลยครับ ผู้ที่จะอ่านบทความนี้ได้เข้าใจ จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบแอโรบิค, อะแนโรบิค อยู่บ้าง หากเคยใช้ HRM จะยิ่งเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะครับ


"เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จในการแข่งไทม์ไทรอัล"

ระเบียบร่างกาย
ความสูงของเบาะ : ขาของเราจะออกแรงได้มากที่สุดเมื่อมันอยู่ในสภาพเกือบตึง ดังน้นควรปรับเบาะให้สูงพอดีกับระยะนั้น เบาะที่สูงเกินไปจะสังเกตุได้จากการปั่นที่ต้องขยับสะโพกไปด้วย และ เบาะที่ต่ำเกินไปสามารถก่อนให้เกิดอาการบาดเจ็บหลังหัวเข่าได้
รูปหลัง : แผ่นหลังทั้งหมดควรจะราบเรียบมากที่สุดตั้งแต่ใบหน้าไปจนสุดแผ่นหลัง ที่ความเร็ว 20-30 ไมล์ต่อชั่วโมง(32-48 กม./ชม.) การเงยหน้าขึ้นมาเพียงนิดเดียวก็สามารถสร้างให้เกิดแรงต้างมหาศาลฉุดรั้งการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ท่าทางที่แบนราบหลบลมนี้อาจเป็นท่าทางที่ฝืนธรรมชาติและไม่สบายตัวอย่างยิ่งแต่ขอให้ฝึกและชินกับมันให้ได้แล้วมันจะส่งผลที่ดีเยี่ยมกับเวลาที่เราทำได้

อุปกรณ์
ยาง : เนื่องจากการขี่ที่ไม่ยาวมากนัก หน้ายางที่เล็กที่สุด อัดลมแข็งที่สุดเท่าที่ยางนั้นระบุมาได้ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดบนถนนแข่งไทม์ไทรอัล แรงต้านที่น้อยที่สุดสร้างผลต่างมหาศาลดังนั้นเลือกยางที่หน้าแคบที่สุดเท่าที่จะควบคุมได้และอัดลมเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่ยางนั้นระบุมา
โซ่ : ล้าง ขัด และ ลงน้ำมันโซ่พร้อมชุดเฟืองทั้งหมดก่อนวันแข่ง เพราะคราบน้ำมัน ฝุ่น เศษสนิมเพียงน้อยนิดบนโซ่และเฟืองสร้างแรงต้านที่มีผลอ่างไม่น่าเชื่อกับนักแข่งไทม์ไทรอัล ในหนึ่งนาทีโซ่จุดเดิมต้องผ่านซ้ำไปซ้ำมาเกือบ 100 รอบ ตลอดระยะเวลาการแข่งเราต้องออกแรงเทียบอัตราส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นนักแข่งไทม์ไทรอัลที่จริงจังจะลงแข่งด้วยโซ่และเฟืองที่ดูใหม่สะอาดตาพร้อมการหล่อลื่นที่ดีเสมอ
แอโรบาร์และล้อตัดลม : แอโรบาร์ช่วยบังคับท่าทางการปั่นให้เราอยู่ในท่าการปั่นที่มีพื้นที่หน้าตัดต้านลมน้อยที่สุด ดังนั้นในถนนราบเรียบและมีลมปกติ แอโรบาร์สามารถสร้างผลต่างของความเร็วคงที่ได้อย่างน้อย 1 ไมล์/ชั่วโมง(1.6 กม./ชม.) อาจฟังดูน้อยเหลือเกิน แต่ในการแข่งไทม์ไทรอัล 1 ขั่วโมง มันหมายถึงเวลา 2-3 นาทีที่ได้มาเปล่าๆเลยทีเดียว สำหรับล้อตัดลม(ล้อดิสก์)นั้นอาจไม่ดูหวือหวาบาดตาบาดใจเท่ากับแอโรบาร์แต่ด้วยการไร้ซึ่งซี่ลวดที่ต้องคอยตัดฝ่าแหวกอากาศไปทุกๆขณะที่ล้อหมุน ล้อตัดลมช่วยให้การปั่นนั้นไหลลื่นไปได้ดีขึ้น ในสภาพลมปกติล้อตัดลมสามารถส่งผลต่างประมาณ 0.5-1 ไมล์/ชั่วโมงของความเร็วคงที่ และจะยิ่งมากขึ้นๆเมื่อสภาพลมเหมาะสม

เทคนิคพื้นฐาน

รอบขา : ในการปั่นไทม์ไทรอัลนั้นแตกต่างจากการปั่นแบบถนนโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าการขี่จักรยานอย่างได้ประสิทธิภาพนั้นจะต้องเกิดจากการควงรอบขาให้ออกแรงสม่ำเสมอตลอดเวลา แต่ในการแข่งประเภทถนนทั่วไปมีพื้นที่เป็นเนินเขา บางข่วงเราต้องสปรินท์อย่างแรง ดังนั้นมีเวลาไม่น้อยเลยที่นักปั่นไม่ได้ออกแรงควงรอบขาอย่างแท้จริง มีการย่ำ กด กระทืบบันไดลงไป แต่ทว่าในการแข่งไทม์ไทรอัลนั้นนักแข่งต้องปั่นบันไดด้วยอัตราคงที่เสมอจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษางรอบการปั่นให้สม่ำเสมอคงที่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันอาการล้าและเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ด้วยวงรอบปั่นที่ไม่สมบูรณ์ ที่สำคัญ วงรอบการปั่นที่ได้ผลที่ที่สุดจากการวิจัยนักจักรยานจำนวนมากคือ 90-110 รอบต่อนาที เ)นวงรอบที่มีช่วงระยะเวลาต่อหนึ่งจุดออกแรงที่เหมาะสมไม่สร้างความล้าสะสมในกล้ามเนื้อมากเกินไป นักจักรยานหน้าใหม่อาจเคยชินกับการปั่นด้วยรอบขา 60-80 รอบต่อนาทีที่ดูสบายๆและรู้สึกว่ารอบขามากกว่า 90 รอบต่อนาทีนั้นช่างเหนื่อยและเร็วมาก อันที่จริงรอบขาที่ต่ำนั้นสร้างงานสะสมในกล้ามเนื้อก่อให้เกิดการล้าได้ง่ายกว่ารอบขาที่สูงพอ ดังนั้นในการแข่งไทม์ไทรอัลที่นักแข่งไม่มีที่ให้หลบพักได้ การรักษาแรงอันมีค่าให้คงที่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ผ่อนคลายแขน : จงอย่ากำแฮนด์จับหรือแอโรบาร์แน่นเกินไป ผ่อนคลายตั้งแต่มือ มาถุึงข้อศอกและกระทั่งหัวไหล่ให้มากที่สุด การบีบเกร็งมือและแขนเป็นการเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์ และการเกร็งแขนท้งแขนเพื่อพยายามควบคุมร่างกายและรถให้ไปข้างหน้ากลับกลายเป็นการสร้างการเสียทิศทางให้กับรถได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำ แรงสะเทือนกระแทกจากพื้นถนนที่ไม่เรียบ(รอยต่อถนน)เพียงนิดเดียวจะส่งผ่านข้อศอกที่วางอยู่บนแอโรบาร์มายังร่างกายทั้งหมดที่อยู่ในท่าปั่นไทม์ไทรอัลและมันจะถูกแปลกลับลงไปที่ล้อหน้าด้วยการพยายามควบคุมรถซึ่งนั้นช้าเกินไปแล้วสำหรับการเบี่ยงเบนทิศทางกลายเป็นแนวเส้นการเคลื่อนที่รูปตัว s บนพื้น ซึ่งในการแข่งไทม์ไทรอัลเพียงไม่กี่ฟุตที่ออกนอกแนวเส้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดของแนวการปั่น หลายๆครั้งรวมกันก็คือระยะทางที่เสียเปรียบคู่แข่งโดยปริยาย

การฝึกซ้อม

อะแนโรบิคเทรโชล
คือระดับความหนักในอุดมคติที่นักแข่งไตรกีฬาและไทม์ไทรอัลค้นหา มันคือระยะสุดท้ายที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานด้วยออกซิเจน พ้นระยะนี้ไปแล้วร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการทำงานขั้นอะแนโรบิคซึ่งไม่สามารถทำงานได้นานนัก ในการแข่งโดยทั่วไปนั้นนานเกินกว่าที่ร่างกายจะทำงานโดยไม่ใช้ระบบออกซิเจน ดังนั้นการฝึกเพื่อค้นหาระดับความหนักนี้ให้เจอจึงจำเป็นอย่างอยิ่ง
การฝึกที่ได้ผลดีนั้นส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย??
1) ระดับอะแนโรบิคเทรโชลสูงขึ้น
ร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจากการฝึก มีหัวใจที่ทำงานได้อย่างแข็งแรงกว่าเดิม ส่วนผสมทางเคมีของเม็ดเลือกแดงช่วยให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนได้มากขึ้น ทำให้นักแข่งไปถึงระดับอะแนโรบิคเทรโชลได้ช้ากว่าเดิม ซึ่งเป็นผลดีมากๆที่สามารถทำงานได้หนักขึ้นแต่ยังคงอยู่ในระดับแอโรบิคอยู่นั่นเอง
2)ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ในการขี่จักรยานที่ระดับอะแนโรบิคเทรโชล นักแข่งจะขี่ข้ามขึ้นไปที่ระดับอะแนโรบิคบ้างเป็นครั้งคราวซึ่งนั่นหมายถึงการที่ร่างกายเสียสภาพสมดุลย์ในการทำงานด้วยระบบแอโรบิคและต้องการเวลาเพื่อฟื้นตัวกลับมายังสภาพเดิมอีกครั้ง นักกีฬาที่ซ้อมมามากพอจะสามารถฟื้นตัวกลับมาจากระดับอะแนโรบิคได้อย่างรวดเร็ว นั่นส่สงผลดีอย่างมากทำให้นักแข่งสามารถขี่บนระดับอะแนโรบิคเทรโชลได้อย่างสบายใจ และกล้าที่จะออกแรงข้ามระดับนั้นไปในยามจำเป็น
3)พัฒนาความทนทาน
ในสภาพความเป็นจริงนั้น ต่อให้ร่างกายทำงานบนระดับความหนักแบบแอโรบิคก็ตามแต่เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายจะทำงานระดับนั้นตลอดไป ถึงขนาดให้น้ำ ออกซิเจน และ อาหารพลังงานมากพออย่างไรก็ตามร่างกายก็จะถึงจุดหนึ่งที่จะล้าและหมดสภาพการทำงานในที่สุด การฝึก ช่วยสร้างความทนทานในแง่นี้นั่นเอง สามารถยืดอายุการทำงานของร่างกายให้ทำงานบนระบบนั้นอย่างสมบูรณ์แบบได้นานขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายที่สูญเสียสภาพการทำงานที่ดีแม้ว่าระดับความหนักจะเป็นเพียงระดับแอโรบิคทั่วไป แต่ก็ไม่สามารถสร้างพลังงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกความทนทาน
เป็นโชคดีของนักแข่งไทม์ไทรอัลและนักไตรกีฬาที่ไม่ต้องกังวลถึงความสามารถในการสปรินท์ จังหวะสปรินท์ แรงบิดสุงสุด หรือ เทคนิคการขึ้นเขา แต่นักแขงประเภทนี้จะต้องสนใจแต่เพียงการฝึกเพื่อยกระดับอะแนโรบิคเทรโชลให้ได้มากที่สุด หนึ่งในการฝึกที่สำคัญคือการฝึกความทนทานเบื้องต้น บางครั้งนักแข่งจะฝึกซ้อมการปั่นระยะยาวๆ อาจจะเป็นหลายๆเท่าของเส้นทางแข่งจริงด้วยซ้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ไม่สำคัญว่าจะไปได้เร็วหรือแรงแค่ใหน แต่สำคัญที่นักแข่งต้องซ้อมให้ได้รอบที่เหมาะสมที่สุด คงที่ระบบการทำงานนั้นให้ได้จนจบคอร์สการซ้อมที่วางใว้ให้ได้พอดีๆ

การฝึกแบบอินเทอร์วัล
การฝึกอินเทอร์วัลก็สามารถยกระดับอะแนโรบิคเทรโชลของนักแข่งได้เช่นกัน สำคัญที่ความยาวและความหนักของการซ้อมนั้น ระดับที่เหมาะสมที่สุดคือ 1-3 เปอร์เซ็นเหนือระดับอะแนโรบิคเทรโชล(รู้จักกันในชื่อแลคเตทเทรโชล) นักแข่งซ้อมขึ้นไปที่ความหนักนั้นยาวนาน 1-8 นาทีขึ้นอยู่กับความฟิตและเป้าหมายการแข่ง จากนั้นลงมาพักที่ระดับปกติจนกว่าจะฟื้นตัว การซ้อมแบบนี้จะสังเกตุได้ว่าร่างกายฟื้นคืนสภาพได้เร็วขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิมและขยายระดับอะแนโรบิคเทรโชลขึ้นไปได้อีก อินเทอร์วัลที่สั้นเกินไปจะส่งผลดีสำหรับการเพิ่มความแข็งแกร่งหรือสร้งกำลังสำหรับสปรินท์เตอร์ แต่อินเทอร์วัลสำหรับความทนทานนั้นมักยาวกว่าเสมอ อย่างไรก็ดี จำนวนครั้งที่มากเกินไปส่งผลเสียก่อนให้เกิดโอเวอร์เทรนได้ง่ายกว่า เราสามารถสังเกตุได้จากสองกรณีว่าควรจะยุติการซ้อมอินเทอร์วัลได้จาก
๐ผลที่ได้ในเซทสุดท้ายลดลงแตกต่างจากผลของเซทก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดทั้งๆที่ร่างกายรู้สึกเหนื่อยเท่าเดิม
๐ที่ระยะฟื้นตัวไม่ว่าจะพักอย่างไรร่างกายก็ไม่หายและไม่สามารถฟื้นตัวกลับลงมาเพื่อทำเซทต่อไปได้อีกแล้ว
เมื่อพบอาการทั้งสองอาการนี้อาการใดอาการหนึ่ง ควรเลิกการซ้อมแบบอินเทอร์วัลนั้นและซ้อมแบบเบาๆหรือคูลดาวน์เพื่อป้องกันอาการโอเวอร์เทรนหากยังฝืนต่อไป พึงจำใว้ว่าการซ้อมที่มากเกินไปส่งผลเสียยิ่งกว่าการไม่ซ้อมเลย

เคล็ดส่งท้าย

น้ำดื่มและอาหาร : พึงระวังอาการขาดน้ำให้ดี ในการออกแรงที่ระดับอะแนโรบิคเทรโชลนั้นร่างกายสูญเสียน้ำไปอย่างมากมายกว่าที่เราจะสังเกตุได้ ทันทีที่อาการขาดน้ำมาถึงเราก็มักจะสายไปแล้ว สิ่งที่พบมากที่สุดก็คือ ตะคริว และตะคริวจากอาการขาดน้ำใช้เวลานานมากกว่าจะหายไปได้ ซึ่งในการแข่งไทม์ไทรอัล ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะกำจัดอาการนั้นไปได้แน่นอน น้ำดื่มที่ดีสำหรับการชดเชยความหนักระดับนี้คือน้ำดื่มที่ผสมด้วยพลังงานเข้าไปด้วย คำแนะนำที่ค่อนข้างเหมาะสมและหาได้ง่ายก็คือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลทั่วไปผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วน 50:50 เพื่อให้ได้น้ำผลไม้เจือจาง ปริมาณ 1 ขวดน้ำขวดเล็กสำหรับระยะเวลาปารปั่นหนักๆ 30 นาที และหากเป็นวันที่อากาศร้อนและแห้งมากๆก็ให้ลดปริมาณน้ำผลไม้และเพิ่มน้ำเปล่าแทน และที่ระยะเวลานานกว่า 2 ขั่วโมง ร่างกายจะต้องการอาหารที่สร้างพลังงานมากกว่านั้นมาก ไม่มีทางที่จะสามารถผสมน้ำผลไม้เจือจางเพื่อทดแทนพลังงานได้ทันและเพียงพอ(นอกจากจะขนน้ำติดตัวไปปริมาณมหาศาล) ดังนั้นที่ระยะเวลาการปั่นมากกว่า 2 ชั่วโมง นักจักรยานต้องเติมพลังงานให้ร่างกายด้วยเครื่องดื่มพลังงานสุง, ผมไม้แห้ง, พลังงานแท่งและเจล ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีพลังงานปริมาณมากและเข้มข้นเพียงพอที่ร่างกายจะดึงไปใช้ได้ในระดับความหนักเท่านั้น

อบอุ่นร่างกาย : คนส่วนมากชอบคิดว่าเราควรถนอมแรงเอาใว้สำหรับการแข่งดีกว่า ดังนั้นจึงอบอุ่นร่างกายเบาๆก็พอแล้ว อันที่จริงกล้ามเนื้อที่ได้รับการกระตุ้นด้วยเลือดที่ผ่านอย่างสมบูรณ์ชั่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วได้พักก่อนการแข่งจะพร้อมและสามารถไปถึงขีดสุดของการเผาผลาญพลังงานได้มีประสิทธิภาพกว่ากล้ามเนื้อที่อยู่นิ่งแล้วถูกกระตุ้นอย่างกระทันหัน นอกจากนั้นเป็นการดีที่เราจะเผาหลาญพลังงานทิ้งไปเสียส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันพลังตื่นที่จะพาเราระเบิดตัวเองข้ามอะแนโรบิคเทรโชลไปใน 1-2 นาทีแรกของการแข่ง ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปสเยแล้ว เราต้องเสียเวลามากมายเพื่อพักให้ร่างกายสามารถกลับมาทำงานบนระบบเดิมที่เคยซ้อมมาตลอด และเวลานอาจจะสายเกินไปเสียแล้วสำหรับเป้าหมายที่วางเอาใว้(ผู้แปล : เคยเป็นครับอาการนี้ ปล่อยตัวปุ้บ อัดพรวดๆๆ ผ่านไป 2 นาที หมดสภาพไม่สามารถควบคุมเทรโชลตัวเองได้อีกเลย)

สุดท้ายท้ายสุด : จงซ้อมอย่างปลอดภัยเสมอ นักแข่งจักรยานชั้นนำไม่มีใครที่ซ้อมอย่างบ้าบิ่น ลงเขาอย่างลืมตาย และ ฝึกสปรินท์หาจุดพีคบนถนนที่มีรถบรรทุกวิ่งอยุ่ข้างๆ การวัดใจกับอันตรายไม่ใช่สิ่งที่วัดว่าใครคือนักจักรยานที่เก่งกว่ากัน และ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการซ้อมและวางแผนเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม จงอย่าวางเป้าหมายสวยหรูและสูงมากจนเกินไป ไม่ว่าจะก่อนให้เกิดการโหมซ้อมอย่างบ้าคลั่งหรือความผิดหวังท้อแท้หลังการแข่งก็ตามมันไม่ใช่ผลดีต่อระยะเวลาอนาคตที่ความสำเร็จอาจรออยู่ จงกล้าที่จะวางเป้าหมายเล็กๆที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสามารถที่มี อย่ากลัวที่จะพ่ายแพ้แต่ทำทุกอย่างให้เต็มที่และปลอดภัย เหนือสิ่งอื่นใด.....

สนุกทุกครั้งที่ซ้อมและแข่ง มันอาจจะเหนื่อยแทบขาดใจแต่มันจะสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อใหร่ที่มันไม่สนุกขอให้ระลึกใว้เสมอว่า.... ได้ทำอะไรซักอย่างผิดจากที่ควรทำไปแล้ว

==================
เท่านี้ก่อนครับขอไปพักผ่อนก่อนแล้วจะมาต่อระดับกลางกันอีกครั้งครับ
แก้ไขล่าสุดโดย giro เมื่อ 31 ต.ค. 2008, 13:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
สกินเฮด สุ1000
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 102
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 07:21

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย สกินเฮด สุ1000 »

* ขอบคุณมาก..
ไฟล์แนบ
241882-14.gif
241882-14.gif (10.19 KiB) เข้าดูแล้ว 5809 ครั้ง
พัฒน์-เสือเหน่อ
รูปประจำตัวสมาชิก
ปอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 395
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:50
Tel: 0865118171
team: กินลมชมวิว
Bike: จักรยานตราจระเข้
ติดต่อ:

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย ปอง »

ขอบคุณมากครับ เป็นความรู้สำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นอย่างผมได้เป็นอย่างมากเลย
จำหน่ายปลีก- ส่ง เสื้อ กางเกง เอี้ยม สำหรับปั่นจักรยานและชุดทีมจักรยาน ชุดไตรกีฬา ถุงมือ อุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ สินค้านำเข้า สนใจโทร
0865118171

http://www.3r-sport.com
ปอง 0865118171
เป้(MAHACHAI)
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2290
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 13:07
Tel: 0898378338
ตำแหน่ง: 53/95 ม.4 ต.นาดีอ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
ติดต่อ:

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย เป้(MAHACHAI) »

ขอบคุณมากครับ
รับฝึกสอนและออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมจักรยาน :https://www.facebook.com/100rpmclassroombypemahachai

กลุ่ม 100 rpm ...https://www.facebook.com/groups/615371001857266/
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย giro »

บทความระดับเข้มข้นจากเวปไซท์ training4cyclist ครับ หลังจากอ่านบทแรกสำหรับทำความรู้จักกับการแข่งสู้กับเวลาก็มาลองอ่านบทต่อไปกันได้เลยครับ จะอ่านบทนี้ให้เข้าใจก็ต้องเข้าใจระบบ VO2max กันด้วยครับ ยิ่งผ่านการซ้อมแบบนี้มาแล้วจะยิ่งดีมากๆครับ :)

"ทำอย่างไรถ้าอยากเหยียบโพเดี้ยมไทม์ไทรอัล"

ารแข่งไทม์ไทรอัลนั้นคือการใช้ตัวแปรสำคัญสามอย่างที่สำคัญได้แก่ สมรรถนะทางกายภาพ, แทคติก และ จิตวิทยาการกีฬา มาเป็นตัววัดความสำเร็จของนักกีฬาแต่ละคน ดังนั้นเป็นการยากที่จะพัฒนานักกีฬาคนหนึ่งให้ก้าวข้ามเส้นขีดจำกัดไปสู่อีกขั้นหนึ่งได้ สำหรับนักกีฬาอาชีพทีมงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ โค้ช ช่างเทคนิคและนักจิตวิทยาจึงจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการพัฒนาอย่างเข้มข้นของนักกีฬาสมัครเล่นแล้ว ลองพิจารณาพัฒนาอย่างคร่าวๆด้วยตัวเองดังนี้

VO2max และ ระดับเทรโชลที่ก่อให้เกิดกำลังสูงสุด
การแข้งไทม์ไทรอัลนั้นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือสมรรถนะทางร่างกายที่สามารถทำงานบนเส้นขีดสุดท้ายของระบบแอโรบิคอย่างมีคุณภาพสูงสุด สามารถบริโภคออกซิเจนที่หายใจเข้าไปได้สูงสุดโดยเหลือทิ้งเปล่าให้น้อยที่สุด เพราะที่สภาพการทำงานที่เทรโชลเป้าหมายนั้นการหายใจพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงความเหนื่อยจะมาเยือนทันที บนเส้นทางที่ยาวไกลความสามารถในการสันดาปออกซิเจนสูงสุดคือตัววัดความสำเร็จของนักกีฬาคนหนึ่ง สิ่งที่มีผลสูงสุดสำหรับการมี VO2max ที่ดีก็คือยีนส์ ดังนั้น ในขณะที่เสปิร์มกำลังจะผสมกับไข่ จงเลือกยีนส์ที่ดีที่สุดเพื่อมาปรกอบสร้างนักกีฬาที่มีความสามารถนี้สุงสุด และถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่พึงทำใจว่ามันได้สายไปเสียแล้วคุณไม่มีสิทธิเลือกสภาพนี้ที่ติดตัวมาได้

การซ้อมอินเทอร์วัลสามารถพัฒนาระบบแอโรบิคได้
นักจักรยานจำนวนมากเข้าใจใว่าการพัฒนาระบบแอโรบิคที่ดีที่สุดคือการซ้อมแบบสร้างความทนทาน และ การซ้อมอินเทอร์วัลคือการซ้อมเพื่อพัฒนาขั้นสูงต่อไปเท่านั้น อันที่จริงการนำเอาช่วงเทรโชลสุดท้ายของระบบแอโรบิคมาใช้งานเป็นพักๆก็คือการพัฒนาระบบการทำงานแบบแอโรบิคทั้งหมดที่ระดับต่ำกว่านั้นไปด้วย และเมื่อระบบแอโรบิคที่ระดับต่ำกว่านั้นพัฒนาแล้วแม้ว่าจะไม่สามารถเพิ่มขีดความสามารถของการสันดาปออกซิเจนสูงสุด(VO2max)ได้ แต่เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงเม็ดเลือดแดงให้ลำเลียงออกซิเจนได้มากขึ้นพร้อมทั้งมีหัวใจที่ทำงานได้แกร่งขึ้น การซ้อมนั้นมุ่งเน้นอยู่ที่ความหนักขีดสุดท้ายของระบบแอโรบิคนั่นคือที่ที่ร่างกายต้องการออกซิเจนมากที่สุดก่อนที่จะเลยไปยังระบบอะแนโรบิค ซึ่งทั่วไปแล้วคือค่าความหนักที่ร่างกายสามารถระเบิดพลังออกมาในการขี่จักรยานอย่างเต็มที่ 6 นาที ที่เวลาสั้นกว่านั้นร่างกายสามารถระเบิดพลังจากการทำงานอะแนโรบิคได้ และ ที่ระยะเวลายาวกว่านั้นร่างกายจะไม่สามารถทำงานที่สภาพนั้นยาวเพียงพอ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือทดสอบหาความสามารถสูงสุดในเวลา 6 นาทีนี้ แล้วพึงเอาค่านั้นมาฝึกซ้อมให้มากที่สุด ดังนั้นแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถซ้อมความหนักเต็มที่ 6 นาทีบนเส้นทางยาว 40 ไมล์(64 กิโลเมตร) แต่เราสามารถขี่ด้วยความหนักนั้นบนระยะเวลาสั้นๆ แล้วพักให้ร่างกายกลับมาสู่สภาพปกติ แล้วทำซ้ำไปเรื่อยๆ จากช่วงสั้นๆอย่างน้อย 1 นาทีแล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 6 นาที หากคุณสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างเป็นขั้นตอน สุดท้ายแล้วจะสามารถก้าวเลย 6 นาทีออกไปได้ที่ความหนักเดิม เมื่อวันนั้นมาถึง หาค่าเต็มพิกัด 6 นาทีเสียใหม่แล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความบ้าพลัง การซ้อมนี้จะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้ค่าระดับความหนักที่ร่างกายทำงานด้วย VO2max นี้มากที่สุด ไม่เลยข้ามไประดับที่หนักกว่านั้น แต่ขึ้นกับเวลาที่เราปั่นบนความหนักเท่านั้น พบว่ายิ่งปั่นด้วยความหนักเท่านั้นยาวเท่าใหร่ มากเท่าใหร่ ร่างกายก็พัฒนาไปด้วยมากเท่านั้น และไม่เพียงพัฒนาความสามารถบนขีดอะแนโรบิคเทรโชลเท่านั้น แต่มันพัฒนาระบบแอโรบิคที่ระดับเบากว่านทั้งหมดไปด้วย

ใช้กำลังสูงสุดสำหรับการวางแผนอินเทอร์วัลสำหรับไทม์ไทรอัล
ในการหาค่าสูงสุดของกำลังสูงสุดนั้น พาวเวอร์มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุด และตัววัดชีพจรเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถดัดแปลงมาใช้งานได้ ไม่เพียงแต่หาค่าสูงสุดใน 6 นาที(CP6) เท่านั้น แต่ในการวางแผนการแข่งไตรกีฬาหรือไทม์ไทรอัลนั้นเราสามารถทดลองหาเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้บนระยะทางจริง จากนั้นนำกำลังวิตต์เฉลี่ยหรือชีพจรเฉลี่ยมาเป็นเป้าหมายในการซ้อมอินเทอร์วัลได้ แนวคิดคือการหั่นความหนักนั้นลงมาเป็นชุดๆสั้นๆแทนที่จะซ้อมยาวๆตลอดทั้งระยะทาง ด้วยการซ้อมแบบนี้คุณสามารถสร้างความเคยชินกับความหนักที่ต้องการเ)นเป้าหมายและควบคุมมันได้

ใช้การวัดกำลังเพื่อควบคุมรอบของการปั่น
สำหรับนักจักรยานและนักไตรกีฬาที่จริงจังการวัดกำลังวัตต์ในการปั่นเป็นทางออกเดียวที่สามารถควบคุมการออกแรงในการซ้อมอินเทอร์วัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความผิดพลาดที่พบมากที่สุดของการซ้อมอินเทรอ์วัลก็คือ ช่วงแรกนักกีฬาพยายามเร่งชีพจรขึ้นไปยังโซนเป้าหมาย(ซ้อมโดยวัดชีพจรเป็นหลัก) ทว่าความหนักนั้นเกินขีดจำกัดของอะแนโรบิคเทรโชลขึ้นไปสเยแล้วผลร้ายก็คือไม่สามารถคงที่ชีพจรใว้ได้ ช่วงปลายของเซทนั้นนักกีฬาจะผ่อนลงมาต่ำกว่าโซนเป้าหมายแต่หัวใจยังทำงานหนักดังนั้นค่าชีพจรยังคงทำงานอยู่บนโซนนั้น ผลที่ได้ก็คือในเวลา 4-5 นาทีของอินเทอร์วัลนั้นมีเพียงแค่ 2-3 นาทีเท่านั้นที่ได้ฝึกซ้อมบนความหนักเป้าหมายจริงๆ และถ้ามันคือการซ้อม VO2max บนอะแนโรบิคเทรโชลล่ะก็ มันคือการพลาดเป้าหมายที่มีขอบเขตุจำกัดเพียงนิดเดียวเท่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย

12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้ว คุณจะพัฒนาสู่โพเดี้ยม

สัปดาห์ที่ 1
๐ 1 ชั่วโมง ปั่นสบายๆ
๐ 3 ขั่วโมง ที่มีการปั่นบน VO2max 3 นาทีพัก 3 นาทีสลับไปเรื่อยๆ
๐ 2 ชั่วโมง ที่มีสปรินท์ 200 เมตร 4 ครั้ง
๐ 3 ชั่วโมง ที่มีการขี่เต็มที่ 10 นาที 2 ครั้ง
๐ พักผ่อน
๐ 1 ชั่วโมงปั่นสบายๆ
๐ 2 ชั่วโมง แข่งหรือขี่กับกลุ่มที่มีการเร่งและผ่อน

สัปดาห์ที่ 2

๐ 1 ชั่วโมง ปั่นสบายๆฟื้นตัว
๐ 3 ชั้วโมง ที่มีอินเทอร์วัล VO2max
๐ 2 ชั่วโมงที่มีสปรินท์ 200 เมตร 4 ครั้ง
๐ 3 ชั่วโมง ที่มีการซ้อม VO2max 3 นาทีพัก 3 นาที
๐ พักผ่อน
๐ 1 ชั่วโมง ปั่นสบายๆ
๐ 2 ชั่วโมง แข่งหรือขี่ในกลุ่มที่มีการเร่งและผ่อน

สัปดาห์ที่ 3
๐ 1 ชั่วโมงขี่สบายๆฟื้นตัว
๐ 3 ชั่วโมงที่มีการขี่เต็มที่ 10 นาที 2 ครั้ง
๐ 2 ชั่่วโมงที่มีการสปรินท์ 200 เมตร 4 ครั้ง
๐ 3 ชั่วโมงอินเอทร์วัล VO2max เพิ่มความยาวของเซทขึ้น
๐ พักผ่อน
๐ 1 ชั่วโมงปั่นสบายๆ
๐ 2 ชั่วโมง แข่งหรือออกกลุ่มที่มีการเร่งและผ่อน

สัปดาห์ที่ 4

๐ พักผ่อน
๐ 2 ชั่วโมง อินเทอร์วัล VO2max ที่ระยะเวลา 3 นาทีต่อเซท พัก 3 นาที
๐ 1 ชั่วโมงที่มีการสปรินท์ 150 เมตร 4 ครั้ง
๐ 2 ชั่วโมง อินเทอร์วัล VO2max ยาวๆแต่พักนานกว่าสัปดาห์ที่ 3
๐ พักผ่อน
๐ 1ชั่วโมงปั่นสบายๆ
๐ 2 ชั่วโมงแข่งหรือออกกลุ่มที่มีการเร่งและผ่อน

======================

โดยส่วนตัวผมซ้อมไม่เยอะเท่านนี้แน่ๆครับ โดยมากสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง และถ้าช่วงใหนว่างมากๆก็สัปดาห์ละ 8-9 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เท่าที่ทราบ หลายๆท่านสามารถซ้อมได้มากกว่านี้แน่นอนครับ อ่านดูแรกๆอาจจะคิดว่าใครจะไปซ้อมได้เยอะเท่านี้ ..... คิดอีกที มันก็ไม่ได้มากจนเป็นไปไม่ได้ ลองดัดแปลงให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันกันเองแล้วกันครับ

เดี๋ยวมีตอนสุดท้ายค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะมากๆ ขอติดใว้ค่อยมาต่อครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย giro »

ตอนสุดท้ายครับ ลึกซึ้้งมากๆ ผมแปลไป ปวกหัวไป เกรงว่าจะอ่านแล้วไม่รุ้เรื่องกัน สรุปๆแล้วมันไม่มีอะไรมากมายหรอกครับที่มันยาวยืดเสียขนาดนี้เพราะมันเป็นการทดสอบมีการวัดผล ถือว่าประดับความรู้รกสมองกันไปแล้วกันครับ

บทความวิจัยจากเวป sprotscience

"การฝึกซ้อมอินเทอร์วัลความเข้มข้นสูงด้วยแรงต้านสามารถพัฒนาไทม์ไทรอัลระยะต่ำกว่า 40 กม.สำหรับนักแข่งจักรยานได้"
โดย แอนดี เอ็ม. เทย์เลอร์-เมสัน
ตรวจทานยืนยันโดย คาร์ล ดี. เพตัน : ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย, สถาบันเทคโนโลยีไวเคโต เมือง ฮามิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์

สมมุติฐาน
การซ้อมอินเทอร์วัลด้วยรอบขาสูงเพื่อเจาะจงผลสมรรถนะทางร่างกายนั้นให้ผลพัฒนาดีเยี่ยมสำหรับนักแข่งจักรยานเป็นที่ยอมรับแนวคิดนี้อย่างทั่วถึงแต่มีหลักฐานว่าการเพิ่มแรงต้านเพื่อลดรอบขาลงอาจสามารถพัฒนาการซอ้มได้มากขึ้น

เป้าหมายงานวิจัย
เพื่อทดสอบผลที่ได้จากการซ้อมอินเทอร์วัลแรงต้านสูงเพื่อพัฒนาความทนทานในนักแข่งจักรยานชายระหว่างฤดูกาลแข่งขัน

กระบวนการวิจัย
จากกลุ่มเป้าหมายที่ควบคุมตัวแปรแล้วสุ่มแยกกลุ่มตัวอย่าง 10 คนใช้การฝึกซ้อมแบบธรรมดา และ 12 คนในกลุ่มตัวอย่างที่ควบคุมตัวแปรตรงกันใช้การซ้อมแบบอินเทอร์วัลแรงต้านสูงทดแทนบางส่วนของตารางฝึกซ้อมสองครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากนั้นทดสอบด้วยระยะทางไทม์ไทรอัลไม่เกิน 40 กิโลเมตรเพื่อทดสอบความสามารถในการสังเคราะห์ออกซิเจน(VO2max), พลังงานสูงสุด, การทำงานของร่างกาย และ ความแข็งแรงของขา เปรียบเทียบผลที่วัดก่อนทำการวิจัย

ผลของงานวิจัย
จากการทดสอบเป็นที่แน่ชัดว่าการฝึกซ้อมด้วยอินเทอร์วัลแรงต้านสูงสามารถพัฒนาสมรรถนะเชิงความทนทานในการขี่ไทม์ไทรอัลระยะต่ำกว่า 40 กิโลเมตรได้เป็นอย่างดีโดยให้กำลัง(7.6%, 90% ค่าคาดเคลื่อนความมั่นใจบวกลบ 5.0%) กำลังสุงสุด(3.5% บวกลบ 4.2%) ความสามารถ VO2max(6.6% บวกลบ 7.0%) มวลร่างกาย(-1.6% บวกลบ 1.9%) ส่วนความแข็งแรงของขานั้นยังไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากค่าคาดเคลื่อนสูงเกินไป

ผลสรุปงานวิจัย
การฝึกซ้อมอินเทอร์วัลด้วยแรงต้านสูงสามารถส่งผลพัฒนาเชิงความทนทานให้แก่นักกีฬาจักรยานระหว่างฤดูกาลแข่งขันได้

รายละเอียดงานวิจัย

บทนำ
จากการนำเสนอบทความบนเวปไซท์ sprotsci เมื่อปีที่แล้ว(2004) เพตัน และ ฮอปกินส์ได้ให้บทสรุปเกี่ยวกับการนำการฝึกซ้อมด้วยแรงต้านสูงมาใข้กับการซ้อมอินเทอร์วัลเพื่อพัฒนาความทนทานของนักกีฬาที่จริงจังมากโดยให้ค่าพัฒนาการถึงความทนทานเพิ่มขึ้น 8% แต่ในครั้งนั้นไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่ทำการศึกษาอยู่ในช่วงการแข่งขันอย่างเข้มข้น ดังนั้นพวกเค้าเสนอแนวคิดว่าหากทำการทดลองในช่วงเวลาที่กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอยู่ในระหว่างฤดูกาลแข่งขันอย่างเข้มข้นจะได้ผลวิจัยที่เด่นชัดกว่าเดิม ในการทดสอบในนักกีฬาว่ายน้ำพบว่าการฝึกซ้อมด้วยอินเทอร์วัลแบบเพิ่มแรงต้านสามารถพัฒนาความทนทานได้ประมาณ 2% แนแง่ของการสร้างกำลัง ครั้งนี้การทดสอบจะทำบนนักจักรยานที่อยู่ระหว่างช่วงฤดูการแข่งขันอย่งเข้มข้น

กระบวนการ

กลุ่มตัวอย่าง
นักจักรยานที่มีประสพการณ์สุงและผ่านการฝึกอย่างดีจำนวน 24 คนที่คัดเลือกมาจากทีมจักรยานโอคแลนด์ โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดผ่านการทดสอบข้อมุลจากคณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยโอคแลนด์ว่ามีตัวแปรเชิงจิตวิทยาที่ใกล้เคียงกัน นักจักรยานทั้งหมดอยู่ระหว่างแผนการฝึกระดับเข้มข้นสูงเพื่อการแข่งขัน ปราศจากอาการบาดเจ็บและป่วยใดๆ
กลุ่มตัวอย่างจะถูกสุ่มส่งไปยังโปรแกรมฝึกธรรมดาและโปรแกรมพิเศษที่ใช้การฝึกแบบอินเทอร์วัลแรงต้านสูง กลุ่มตัวอย่างสองคนที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่างที่รับการฝึกแบบธรรมดาได้สละสิทธิก่อนที่จะจบงานวิจัย กลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่มผ่านการฝึกแบบพิเศษสองคั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลาแปดสัปดาห์ทดแทนการฝึกความทนทนรอบขาสูงตามปกติ ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ฝึกธรรมดานั้นจะดำเนินการฝึกด้วยกระบวนการโปรแกรมทั่วไปผสมผสานไปกับการแข่งและการฝึกความทนทานความเข้มข้นต่ำรอบสุงระยะเวลานาน
กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้รับตารางการฝึกซ้อมเพื่อปรับสมรรถนะร่างกาย 4 สัปดาห์ก่อนการทดสอบ และทุกๆ 4-10 วันระหว่างช่วงแปดสัปดาห์จะต้องมาวัดสมรรถนะร่างกายอีกครั้ง

การคำนวน
ระหว่างการศึกษา กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงจากการฝึกเจาะจงที่เข้มข้นเป็นพิเศษอื่นๆทั้งหมด, คาเฟอีน และ แอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการทดสอบทุกครั้ง และเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน ในการวัดผลครั้งสุดท้ายจะมีการวัดผลเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนหนึ่งสัปดาห์ก่อนและหลังวันทดสอบจริง และมีระยะห่างอย่างน้อย 48 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มตัวอย่างแต่ละคนที่จะทำการทดสอบ ในครั้งแรกกลุ่มตัวอย่างจะถูกวัดพื้นที่ผิว, น้ำหนัก, VO2max(วัดโดยการนำจักรยานของผุ้ทดสอบเองมาปั่นแล้ววัดค่าความต่างระหว่างลมหายใจเข้าและออกโดยเพิ่มแรงต้านจาก 100 วัตต์เข้าไป 33 วัตต์ทุกๆนาทีจนกว่าจะเข้าสู่ระบบการทำงานแบบอะแนโรบิค), กำลังสุงสุด(วัดต่อจากการทดสอบเดิมเพื่อหาค่าสุงสุดที่นักจักรยานทำได้), แรงบิดพลังงานสุงสุด(วัดโดยหาค่าสูงสุดเฉลี่ยๆทุกๆ 60 วินาทีของการทดสอบเพื่อศึกษาแรงบิดที่นักกีฬาทำได้)

รายละเอียดกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดสอบ
กลุ่มตัวอย่างที่ควบคุมการซ้อมธรรมดา
อายุ 32 บวกลบ 3 ปี
ส่วนสูง 180 เซนติเมตร บวกลบ 10 เซนติเมตร
มวลร่างกาย 79 กิโลกรับบวกลบ 14 กิโลกรัม
ประสพการณ์การปั่น 11.2 ปี บวกลบ 5.4 ปี
ชั่วโมงการซ้อมต่อสัปดาห์ 11.0 ชั่วโมงบวกลบ 4.7 ชั่วโมง
VO2max 62.2 บวกลบ 8.5 มล./นาที/กิโลกรัม
กำลังวัตต์ 472 บวกลบ 72 วัตต์
จับเวลา 40 กม. ไทม์ไทรอัล 54.1 นาทีบวกลบ 3.2 นาที
แรงบิดสุงสุดที่ขาจาน 180 องศา 239 บวกลบ 49 วัตต์
แรงบิดสูงสุดที่ขาจาน 270 องศา 213 บวกลบ 44 วัตต์
แรงบิดสุงสุดที่ขาจาน 360 องศา 185 บวกลบ 32 วัตต์

กลุ่มตัวอย่างที่รับการฝึกแรงต้นสูง
อายุ 30 บวกลบ 8 ปี
ส่วนสูง 180 เซนติเมตร บวกลบ
มวลร่างกาย 78 กิโลกรับบวกลบ 4 กิโลกรัม
ประสพการณ์การปั่น 10.6 ปี บวกลบ 6.3 ปี
ชั่วโมงการซ้อมต่อสัปดาห์ 11.8 ชั่วโมงบวกลบ 4.3 ชั่วโมง
VO2max 61.4 บวกลบ 6.0 มล./นาที/กิโลกรัม
กำลังวัตต์ 469 บวกลบ 33 วัตต์
จับเวลา 40 กม. ไทม์ไทรอัล 54.0 นาทีบวกลบ 2.2 นาที
แรงบิดสุงสุดที่ขาจาน 180 องศา 266 บวกลบ 25 วัตต์
แรงบิดสูงสุดที่ขาจาน 270 องศา 233 บวกลบ 26 วัตต์
แรงบิดสุงสุดที่ขาจาน 360 องศา 205 บวกลบ 26 วัตต์

กระบวนการฝึกซ้อมแรงต้านสุง
กลุ่มตัวอย่างจะปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ที่ตั้งแรงต้านสุงเอาใว้ ใข้รอบขาในการปั่น 40-80 รอบต่อนาที รายละเอียดของอินเทอร์วัลนั้นจะได้รับการคำนวนจากนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เจาะจงให้เหมาะสมกับนักกีฬากลุ่มตัวอย่างแต่ละคนโดยมีจำนวนของเซทระหว่าง 5-6 เซท ระยะเวลาของเซทระหว่าง 3-22 นาที ระยะเวลาของการซ้อมเพิ่มขึ้นจาก 22 นาทีในสัปดาห์แรกไปถึง 55 นาทีในสัปดาห์สุดท้าย โดยระยะเวลาพักระหว่าง 1-5 นาทีระหว่างเซท รอบขาถูกควบคุมด้วยเครื่องตั้งจังหวะ

ผลของการทดลองหลังจากที่สิ้นสุดการทดลองแล้วประเมินด้วยการขี่ไทม์ไทรอัล 40 กิโลเมตร

๐กลุ่มตัวอย่างที่ซ้อมด้วยแรงต้านสุงทำเวลาเฉลี่ยนลดลง 2.3 นาที บวกลบ 2.9 นาทีในขณะที่กลุ่มที่ซ้อมแบบธรรมดาใช้เวลาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.6 นาที บวกลบ 2.5 นาที สร้างความต่างเห็นได้ชัดถึง 2.9 นาทีระหว่างกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มสรุปผลได้ว่าการทดสอบนี้สามารถส่งผลช่วยพัฒนาสมรรถนะได้อย่างเด่นชัด

๐ในแง่กำลังวัตต์สูงสุด กลุ่มตัวอย่างที่ฝึกซ้อมด้วยแรงต้านสูงสามารถสร้างกำลังวัตต์สูงสุดได้เพิ่มขึ้น 6.1 วัตต์บวกลบ 3.3 ในขณะที่อีกกลุ่มสร้างกำลังวัตต์เพิ่มขึ้นจากการฝึกซ้อมแบบปกติได้ 4.1 วัตต์บวกลบ 5.1 ผลต่างของทั้งสองกลุ่มคือ 2.0 วัตต์ สรุปผลข้อนี้ว่าการฝึกซ้อมด้วยแรงต้านสูงอาจส่งผลนิดหน่อยต่อพัฒนาการของแรงบิดสุงสุดในการปั่น

๐ในแง่ของค่า VO2max กลุ่มตัวอย่างที่ซ้อมด้วยแรงต้านสูงสามารถพัฒนา VO2max ได้ดีขึ้นวัดเป็น 4.6 บวกลบ 6.8 ในขณะที่อีกลุ่มหนึ่งสร้างผลต่างของความสามารถ VO2max ก่อนและหลังระยะวิจัยเท่ากับ -1.9 บวกลบ 11.1 ผลต่างระหว่างสองกลุ่มเทียบกันเท่ากับ 6.6 บวกลบ 7.0 ในกรณีนี้ยังเป็นที่สงสัยเนื่องจากค่าคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างที่ฝึกซ้อมแบบธรรมดานั้นสูงมาก กลุ่มตัวอย่างบางคนสามารถพัฒนาได้สูงกว่าอีกกลุ่มตัวอย่างมาก แต่ในกลุ่มตัวอย่างที่ฝึกซ้อมด้วยอินเทอร์วัลแรงต้านสูงนั้นมีแนวโน้นพัฒนาการที่ใกล้เคียงกันมากกว่า

๐กลุ่มตัวอย่างที่ทำการซ้อมแบบอินเทอร์วัลแรงต้านสูงมีมวลร่างกายเปลี่ยนไปหลังระยะเวลาทดสอบ -0.8 กิโลกรัม ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมีมวลร่างกายเปลี่ยนไป 0.8 กิโลกรัม

ผลจากการสัมนาถกเถียง
จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่ผลการทดสอบไทม์ไทรอัลระยะ 40 กิโลเมตรเป็นหลักอย่างน้อย 8% จากการฝึกซ้อมด้วยรอบขาต่ำแรงต้านสูงทดแทนการฝึกซ้อมความทนทานปกติโดยประเมินค่า VO2max และ กำลังในการปั่นควบคู่ไปด้วยกัน จุดต่างของงานวิจัยนี้และงานวิจัยอื่นๆที่ชัดเจนก็คือ กลุ่มตัวอย่างทำการทดสอบระหว่างช่วงเวลาแข่งขันที่เข้มข้นแทนที่จะเป็นช่องนอกฤดูกาลปกติ ซึ่งการฝึกใดๆจะสามารถนับว่าส่งผลสำเร็จนั้นจะต้องส่งผลต่างของเวลามากกว่า 1.5% สำหรับนักกีฬาจักรยานระดับกึ่งโปรขึ้นไป ความผิดพลาดของการวิจัยนี้เกิดขึ้นจากค่ารายละเอียดบางค่านั้นมีค่าความคลาดเคลื่อนสุงเกินไป สูงเกินกว่างานวิจัยหัวข้อเดียวกันนี้ที่ทำโดยคณะวิจัยอื่นๆ อาจเป็นความผิดพลาดจากตัวกลุ่มตัวอย่างหรือกระบวนการวัดผลที่ไม่ามารถเจาะจงค่าสำหรับความทนทานออกมาได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ผลวัดประเมินการจับเวลาการขี่ไทม์ไทรอัล 40 กิโลเมตรที่ต้องใช้ความทนทานสูงออกมาในแนวโน้มที่สอดคล้องกับสมมุติฐานเป็นที่น่าพอใจ



==================
จบแล้วครับ อันนี้ยากจริงๆยอมรับเลยครับเพราะรายละเอียดศัพท์เทคนิคเยอะมากๆ นี่ต้องแปลไปตัดไปย่อไปไม่งั้นจะมีตารางอีกเพียบต้องแปลมาลงด้วย... ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ และหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับนักจักรยานชาว thaimtb ไม่มากก็น้อยครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
ชิน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4152
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 09:27
Tel: 083-248-5558
team: Nich-100Plus
Bike: Nich
ตำแหน่ง: อ่อนนุช
ติดต่อ:

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย ชิน »

ตามอ่านกระทู้ล่าของพี่giro มาทั้ง 2 คืน ทำเอาผมนอนไปตี 3 สองคืนแล้วครับ ขอบคุณจากใจครับ :D
www.nichcycling.com
เต่าติดล้อ
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 25
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 11:21
Tel: 089-525-7954
team: -
Bike: เสือหมอบ TREK 1.7

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย เต่าติดล้อ »

ได้ความรู้มาก ๆ เลย ขอบคุณมากครับ...
รูปประจำตัวสมาชิก
พระราม99
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 343
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 09:37
Tel: -
team: ชมรมจักรยานพระรามเก้า
Bike: Colnago,Specialized,Dahon,Tern

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย พระราม99 »

ขอบคุณน้องgiro สำหรับ บทความระดับเข้มข้น + ลึกซึ้ง

ข้อมูลแน่นมากๆ ต้องค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิดตาม ไปทีละน้อย...ใครทำตามได้ทั้งหมด...น่าจะอยู่ในระดับ...นักปั่นเทพ...ครับ

อ่านดูแล้วเครื่อง... power meter... นี่มีความสำคัญมากเลยนะครับ แต่ราคา...หนักหนาเอาเรื่องทีเดียว...

...ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ...
รูปประจำตัวสมาชิก
P'Ter
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 595
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:58
team: PraRam 5-1+(7- 2)
Bike: Look 486

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย P'Ter »

ขอบคุณครับ :D
Ride for L I V E !!!.......................
......................Live for R I D E !!!





---------------------------------------------------------------------------------------------------
รูปประจำตัวสมาชิก
Ton TWS
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5302
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 13:38
team: TWS/Korat Bike
Bike: TREK
ตำแหน่ง: NAKHONRATCHASIMA

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย Ton TWS »

ข้อมูลน่าเก็บครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
Frogman_twin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5678
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
team: KCC, DEEP TEAM
Bike: Klein

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย Frogman_twin »

:D
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
sumrittt
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 60
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ค. 2011, 19:41
Tel: 023833530
Bike: GT Zaskar elite

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย sumrittt »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
รูปประจำตัวสมาชิก
นันทวัฒน์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 242
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 11:01
Tel: 0814247805
team: สวนหลวง2009
Bike: giant trinity, specialize sirrus, dahon p18, bianchi sempre

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย นันทวัฒน์ »

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
nuang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2127
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ค. 2009, 20:30
Tel: 083-3299326
team: "G"จักรยาน
Bike: อะไรก็ปั่น

Re: การซ้อมจักรยานสำหรับไตรกีฬาและการแข่งไทม์ไทรอัล

โพสต์ โดย nuang »

ขอบคุณครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร”