Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ
ตอบกลับ
malert
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 16:08

Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย malert »

รบกวนกูรูรถพับเปรียบเทียบรถพับ ล้อ 16 สองคันนี้ หากต้องการ
1. ขี่เบาไม่กินแรง
2. น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
3. พับบ่อย
4. ญ. ใช้ตัวผอมบาง สูงไม่ถึง 160
5. ความคุ้มค่า / วัดสุอุปกรณ์ / ขายต่อ
ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ค่ะ
รูปประจำตัวสมาชิก
sil
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3370
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 15:14
Tel: 08-99-564-564
team: Stadium Bike , Anti Fire , Thonburee cycling speed
Bike: Venge

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย sil »

malert เขียน:รบกวนกูรูรถพับเปรียบเทียบรถพับ ล้อ 16 สองคันนี้ หากต้องการ
1. ขี่เบาไม่กินแรง
2. น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
3. พับบ่อย
4. ญ. ใช้ตัวผอมบาง สูงไม่ถึง 160
5. ความคุ้มค่า / วัดสุอุปกรณ์ / ขายต่อ
ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ค่ะ

1. ขี่เบาไม่กินแรง Hasa
2. น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก พอๆกัน
3. พับบ่อย พอๆกัน
4. ญ. ใช้ตัวผอมบาง สูงไม่ถึง 160 Hasa
5. ความคุ้มค่า / วัดสุอุปกรณ์ / ขายต่อ Dahon
O'Pern
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3148
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
Tel: 081-813-6627
team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
Bike: ธนูไฟ
ตำแหน่ง: Bkk, TH
ติดต่อ:

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย O'Pern »

เอาแค่ข้อ 4 ข้อเดียวก็เห็นชัดแล้วครับ

ระหว่าง 2 คันนี้ ก็ต้องเลือก Hasa F2 เพราะมันช่วงสั้นกว่า

แต่สิ่งที่อยากทราบเพิ่มเติมคือขี่บ่อยแค่ไหน ไกลขนาดไหน
- เพราะหากไม่ได้ขี่ไกล ไม่ได้ลุยบนท้องถนนประจำ ผมแนะนำ Strida 4 ครับ น่ารักสุดๆ เข้ากับผู้หญิงตัวเล็กได้ดีมากๆ
fear is a mind killer
รูปประจำตัวสมาชิก
popkwed
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 176
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 20:47
Bike: Bike friday

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย popkwed »

ต้องลองไปดูตัวเป็นๆ ทั้ง 2 รุ่นดูด้วยครับผม ;)
รูปประจำตัวสมาชิก
todtoh
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 246
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มิ.ย. 2009, 10:09
Bike: Mongoose Garyfisher Yeah Dahon

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย todtoh »

ไม่เคยขี่ Hasa แต่ใช้ Curve D3 อยู่ครับ
D3 ใช้เกียร์ SRAM 3สปีด มีเกียร์3 เป็นโอเวอร์ไดรฟ์ ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่จานหน้าใหญ่ก็ซิ่งได้ครับ
ด้วยแรงขาธรรมดา(จริงๆ)ของผม ในทางราบผมทำความเร็วเดินทางได้ +20 และท๊อปสปีด 37 ครับ
แอบแซงเพราะแรงน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

หากมองที่ข้อ 2 (น้ำหนักเบา) และข้อ 3 (พับบ่อย) ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณ O'Pern ในเรื่อง Strida รุ่น Mini หรือ Strida 4 ที่แม้ว่าจะเป็นจักรยานเกียร์เดียว แต่ในการใช้งานทั่วไปนั้นก็ไม่ได้หนักแรงมากกว่าจักรยานมีเกียร์สักเท่าใดครับ ยิ่งระยะทางที่ใช้งานเป็นระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 10 กม. แล้ว ความแตกต่างระหว่างจักรยานมีเกียร์และเกียร์เดียวไม่มากเท่าไรครับ

เฉพาะประเด็น "พับบ่อย" นับเป็นความชาญฉลาดของ Mark Sanders ผู้ออกแบบ Strida ที่ใช้ "จุดหมุน" หรือจุดบังคับเลี้ยวที่ล้อหน้ามาทำหน้าที่แทน "บานพับ" ที่ใช้ในรถพับทั่วไปด้วยครับ เพราะการออกแบบให้เป็นทั้งบานพับและจุดหมุนนั้น ความทนทานในการใช้งานย่อมมีมากกว่าอุปกรณ์แบบบานพับครับ หรือจะพูดอีกทีก็คือว่าบานพับนั้น ไม่สามารถรับประกันเรื่องความทนทานได้มากหากพับอยู่บ่อยๆ และพับทุกวัน
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
ฟลุ๊ค
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 02:26
Tel: 0890265501
Bike: trek 2.5 + ดันราง
ตำแหน่ง: พระราม 2

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย ฟลุ๊ค »

O'Pern เขียน:เอาแค่ข้อ 4 ข้อเดียวก็เห็นชัดแล้วครับ

ระหว่าง 2 คันนี้ ก็ต้องเลือก Hasa F2 เพราะมันช่วงสั้นกว่า

แต่สิ่งที่อยากทราบเพิ่มเติมคือขี่บ่อยแค่ไหน ไกลขนาดไหน
- เพราะหากไม่ได้ขี่ไกล ไม่ได้ลุยบนท้องถนนประจำ ผมแนะนำ Strida 4 ครับ น่ารักสุดๆ เข้ากับผู้หญิงตัวเล็กได้ดีมากๆ

ทุกคำตอบของท่านมีความรู้ครับ ขอบคุณครับ
พันธมิตร ท่าน...A-tarO

มีฝัน แต่ไม่มีหวัง
รูปประจำตัวสมาชิก
ฟลุ๊ค
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 02:26
Tel: 0890265501
Bike: trek 2.5 + ดันราง
ตำแหน่ง: พระราม 2

Re: Dahon Curve D3 เปรียบเทียบกับ HASA F2

โพสต์ โดย ฟลุ๊ค »

เสือ Spectrum เขียน:หากมองที่ข้อ 2 (น้ำหนักเบา) และข้อ 3 (พับบ่อย) ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณ O'Pern ในเรื่อง Strida รุ่น Mini หรือ Strida 4 ที่แม้ว่าจะเป็นจักรยานเกียร์เดียว แต่ในการใช้งานทั่วไปนั้นก็ไม่ได้หนักแรงมากกว่าจักรยานมีเกียร์สักเท่าใดครับ ยิ่งระยะทางที่ใช้งานเป็นระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 10 กม. แล้ว ความแตกต่างระหว่างจักรยานมีเกียร์และเกียร์เดียวไม่มากเท่าไรครับ

เฉพาะประเด็น "พับบ่อย" นับเป็นความชาญฉลาดของ Mark Sanders ผู้ออกแบบ Strida ที่ใช้ "จุดหมุน" หรือจุดบังคับเลี้ยวที่ล้อหน้ามาทำหน้าที่แทน "บานพับ" ที่ใช้ในรถพับทั่วไปด้วยครับ เพราะการออกแบบให้เป็นทั้งบานพับและจุดหมุนนั้น ความทนทานในการใช้งานย่อมมีมากกว่าอุปกรณ์แบบบานพับครับ หรือจะพูดอีกทีก็คือว่าบานพับนั้น ไม่สามารถรับประกันเรื่องความทนทานได้มากหากพับอยู่บ่อยๆ และพับทุกวัน
ทุกคำตอบของท่านมีความรู้ครับ ขอบคุณครับ
พันธมิตร ท่าน...A-tarO

มีฝัน แต่ไม่มีหวัง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “รถพับ”