ขอบพระคุณครับ คุณ veenono ที่อุตส่าห์ดั้นด้นปีนป่ายไปเก็บภาพสวย ๆ มาให้ชมกัน
...แหม...คุณ veenono เล่นยอผมตั้งแต่เริ่มกระทู้เลย อย่างนี้ผมก็เขินแย่ซี เอ...แต่ก็ชอบนะ 555 ผมเองเวลาไปสำรวจผ่านอะไรก็เล่าไปตามที่เห็นตามที่เข้าใจ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมจากสิ่งที่เราเห็นก็สอบถามชาวบ้านบ้าง พระบ้าง หรือไม่ก็ค้นทางอินเตอร์เนตเอา แต่หลัก ๆ แล้ว ผมจะค้นก่อนแล้วค่อยไปดูของจริง กลับมาก็มาเล่าหรือจะเรียกว่าโม้ให้เพื่อน ๆ ฟังก็ได้ 555 ...หากมีเรื่องที่มันเกี่ยวข้องกัน เช่น ต้นไม้ใบหญ้า เพลง ตำนาน ฯลฯ ก็แทรกเข้าไป สมมุติว่าผมไปอย่างคุณวี ผมก็คงต้องถ่ายภาพพันธุ์ไม้ป่าชายเลน สัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในป่าชายเลน นก ปลา ปู ฯลฯ ...เรื่องต้นไม้นั้นผมอาจได้เปรียบนิดหนึ่งเพราะผมเคยรับราชการกรมป่าไม้ แต่ก็ไม่ได้รู้ไปเสียทั้งหมด ต้นไหนไม่รู้ผมก็ถ่ายรูปใบ ดอก ผลไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่กรมป่าไม้ซึ่งส่วนใหญ่ผมรู้จัก ช่วยดูให้ (แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรู้จักแล้ว) พวกผู้เชียวชาญนี้เขาไม่ค่อยตอบง่าย ๆ ถ้าไม่สนิทกันจริง ต้องเอา ใบ ดอก ผล ไปให้เขาดู ไม่อย่างนั้นบอกชื่อผิดไปก็เสียชื่อผู้เชี่ยวชาญหมด ....บางครั้งผมก็แทรกเรื่องตลก ๆ บ้าง เพราะอ่านแต่ข้อมูลอย่างเดียวเดี๋ยวเพื่อน ๆ เบื่อแย่ หลักของผมก็มีเท่านี้เองครับ...สวัสดี
...ชายทะเลแถบนี้เมื่อก่อนก็เคยไปเที่ยวกันบ่อย ระยะหลังไม่ค่อยได้ไป เพราะบ้านผมอยู่ย่านบางซื่อ กว่าจะฝ่ากลางกรุงข้ามฟากไปได้ ต้องกินฝุ่นกินควันจากรถเมล์ มากมาย เมื่อก่อนไปแถว ๆ ศาลเจ้ามัจฉานุ ต้องปั่นทางแบบเลาะคันนา บางคนเสียหลักก็ตกลงไปในนากุ้ง ที่นั้นผมเคยตั้งชื่อว่าหาดไผ่ตอง (ไม่ใช่ป่าตองที่ภูเก็ต) เนื่องจากทางเข้าไมสะดวก ชาวบ้านย่านนั้นเล่นไพ่ตองกันหลายวง ระยะหลังถนนตัดเข้าไป ตำรวจวิ่งเข้าไปสะดวก จึงเพลา ๆ ลงไปหน่อย แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผ่านไป เห็นคนแก่คนเฒ่านั่งกันอยู่ที่ศาลา สอบถามดูว่ายังเล่นกันหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่า วันธรรมดาคนไม่ค่อยมีมาเที่ยว มันเหงา ๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็ตั้งวงแก้เหงา แต่ไม่บ่อยนัก 555...อย่านึกว่าไพ่ตองไม่มีประโยชน์นะ มีตัวอย่างหนึ่งมาเล่าให้ฟัง
...ในยุคของพณฯจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้คนสนิทมาขอให้ ครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งเพลงรับขวัญท่านผู้หญิงวิจิตรา ที่ไปรักษาสุขภาพที่ประเทศอังกฤษ แล้วไม่ยอมกลับมาเมืองไทย ทางกรุงเทพฯจึงเตรียมการให้มีดนตรี สุนทราภรณ์ บรรเลงรับขวัญ ครูเอื้อจึงให้ชอุ่ม ปัญจพรรค์แต่งเพลงรับขวัญนี้...นอกจากนี้ยังมีเบื้องหลังการแต่งเพลงนี้ซ่อนอยู่อีก คือ ขณะนั้นคุณปรีดา กรรณสูต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พาพวกญาติๆไปเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพักแรมที่บ้านพักรับรองของกรมประมงซึ่งมีคุณพระฯและคุณนายเดียร์ หมอดวงมณี หมอพิศิษฐ์ วิเศษกุล ครูเอื้อกับอาภรณ์ คุณป้าสอิ้ง และชอุ่ม ปัญจพรรค์ ลงเล่นใบตองกันอย่างสนุกสนาน คุณชอุ่มกำลังผ่องไพ่อยู่เพลินๆ ครูเอื้อก็เรียกให้ลุกขึ้นจากวงไพ่ตอง "อุ่ม แต่งเพลงรับขวัญ" ชอุ่มลุกจากวงอย่างเสียดาย แต่ก็จำใจแต่งตามเสียงผิวปากตามทำนองที่ครู เอื้อผิว แต่งเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาชั่วโมงเศษ ครู เอื้อลุกขึ้นจากที่นั่งแต่งเพลงข้างวงไพ่ ไปแต่งตัวเข้ากรุงเทพฯเพื่อจัดการกับเพลง..หนึ่งในดวงใจ..ให้เรียบร้อยคอยต้อนรับท่านผู้หญิง..
ข้อมูลจาก
http://www.websuntaraporn.com/suntarapo ... sp?GID=571
พี่นี้มีน้องหนึ่งในดวงใจ เท่านั้น
หญิงอื่นหมื่นพันจะมาเทียมทัน ที่ไหน
แต่รักของพี่ซ่อนอยู่กลางใจ ข้างใน
หนึ่งในดวงใจคือเธอคนเดียว แท้เทียว
หากน้องได้รู้ว่าพี่รักน้อง หนักหนา
ขอได้เมตตาแก่ดวงวิญญา โดดเดียว
ผิดบ้างพลั้งบ้างก็ไม่จืดจาง ขาดเกลียว
น้องเป็นคนเดียว หนึ่งใน ดวงใจ
หากอาทิตย์ลับโลกโศกสลด
จะมืดหมดทุกชีวิต ยังทนได้
หากขาดน้องที่พี่ปอง หนึ่งในดวงใจ
ทนไม่ได้จักต้องตาย ลงไปพลัน
พี่นี้มีน้องอยู่ในดวงใจ เสมอ
รักแต่เพียงเธอยิ่งกว่าชีวัน เชื่อฉัน
พี่ปองรักเจ้าเฝ้าแต่ผูกพัน แจ่มจันทร์
มีเธอเท่านั้นที่เป็นที่หนึ่ง ครองใจ
...นี่ไงตัวอย่างที่ผมโม้ 555
...ต่ออีกหน่อย ชักติดลมแล้ว ผมว่าคุณวีจัดทริป ไปบริจาคช่วยน้องปูดินกันดีกว่า คนละนิดละหน่อยตามศรัทธา ช่วยการศึกษาเด็ก