ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
- Tumkakai
- ขาประจำ
- โพสต์: 312
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ต.ค. 2008, 09:52
- Tel: 0850590072
- team: Dust in the Wind
- Bike: Schwinn
- ตำแหน่ง: ปทุมธานี
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
หวัดดีครับ สำหรับคำเตือนที่เป็นบทเรียนด้วยครับ
ผมเองอยู่ลาดพร้าว 95 แต่ยังไม่เคยใช้ทางจักรยานเลียบทางด่วนรามอินทราเลย เพราะกลัวเหมือนกัน (ผมเองก็ใช้รถยนต์เหมือนกัน เกือบจ๊ะเอ๋ กับแมงกะไซค์ที่แอบใช้ทางจักรยานมาหลายๆหนแล้ว)
ส่วนใหญ่จะขี่จากบ้านไปม.เกษตร ก็เข้าถ.ลาดพร้าว ซอย ลาดพร้าว 71 ลัดไปออกที่แยกวังหิน ครับ อย่างไรหายไวๆนะครับ
นายต้มข่าไก่
ผมเองอยู่ลาดพร้าว 95 แต่ยังไม่เคยใช้ทางจักรยานเลียบทางด่วนรามอินทราเลย เพราะกลัวเหมือนกัน (ผมเองก็ใช้รถยนต์เหมือนกัน เกือบจ๊ะเอ๋ กับแมงกะไซค์ที่แอบใช้ทางจักรยานมาหลายๆหนแล้ว)
ส่วนใหญ่จะขี่จากบ้านไปม.เกษตร ก็เข้าถ.ลาดพร้าว ซอย ลาดพร้าว 71 ลัดไปออกที่แยกวังหิน ครับ อย่างไรหายไวๆนะครับ
นายต้มข่าไก่
-
jturbo
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2008, 09:44
- Tel: 023614015
- Bike: BERGAMONT SEEKER
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
หายเร็วๆๆนะคับ จะระวังมากขึ้นคับ
-
แม่ฮ่องสอน
- ขาประจำ
- โพสต์: 129
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 15:43
- Tel: 089-666-7639
- team: รักอิสระ
- Bike: Bianchi Nirone C๒C (Veloce)
- ติดต่อ:
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
ผมว่าคนที่ขับรถ ขับมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว
จะมีทักษะเรื่อง "แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุ" ดีกว่าคนไม่ขับ ไม่ขี่นะครับ
แต่อุบัติเหตุ ก็คือ อุบัติเหตุแหละครับ
แม้ระวังแล้ว เข้าใจแล้ว
แต่เหตุ มันก็ อุบัติ ได้
ระวังตัวเราให้ดีที่สุดแล้วกันนะครับ
จะมีทักษะเรื่อง "แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุ" ดีกว่าคนไม่ขับ ไม่ขี่นะครับ
แต่อุบัติเหตุ ก็คือ อุบัติเหตุแหละครับ
แม้ระวังแล้ว เข้าใจแล้ว
แต่เหตุ มันก็ อุบัติ ได้
ระวังตัวเราให้ดีที่สุดแล้วกันนะครับ
- blackcoffee
- ขาประจำ
- โพสต์: 293
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 06:14
- Tel: 0869669936
- Bike: bicycles
- ตำแหน่ง: 35/8 ถ.แสงศรี ซ.ศุภสารรังสรรค์ 1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
ผมขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์บ้างนะครับ
วันศุกร์ที่ผ่านมา31ตุลาเหตุที่อำเภอหาดใหญ่ ผมใช้จักรยานไปทำงานและเดินทาง ขณะที่กำลังปั่นกลับบ้านมาทางตรงอยู่ๆก็มีรถกระบะโผล่ออกมาจากตำแหน่งที่จอดรถทางขวามือ ถนนเส้นนั้นเป็นวันเวย์ครับเข้าใจว่าคนขับมองไม่เห็น ทันทีที่เห็นกระบะผมก็อยู่ชนเข้าตรงล้อด้านซ้ายของกระบะลงไปกลิ้งอยู่บนถนนเรียบร้อยแล้ว จากภายนอกร่างกายเรียบร้อยดีครับแต่มีแผลถลอกตรงไหล่ด้านซ้าย หัวเข่าทั้งสองข้าง ผมสำรวจดูอาการตัวเองแล้วคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก เลยไปสำรวจจักรยาน ผมใช้ Salsa cromoly ซึ่งมีความแข็งแรงพอสมควร หากเป็นอลูอาจมีอาการร้าวของเฟรมได้ แต่มีรอยถลอกประมาณสี่ห้าที่ ล้อหน้าเบี้ยวเสียศูยน์ คิดไปคิดมาเอารถไปให้ร้านสำรวจความเสียหายก่อนแล้วค่อยมาเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อไปที่ร้านจักรยานสำรวจอาการล้อเบี้ยวมันเกิดจากล้อหลุดออกจากแกนเมื่อจับเข้าที่อาการก็หายไป สรุบรถไม่หักไม่เสีย มีแต่รอยถลอก สุดท้ายผมตกลงเรียกค่าเสียหายไปสามพันบาท เป็นอันจบเรื่อง เย็นนั้นผมไปทำงานต่อทั้งที่ร่างกายยังระบมอยู่ กลางคืนเลิกงานแวะไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ จ่ายค่าหมอและค่ายาไป 2800 บาท ค่ารักษาผมเบิกได้จากประกัน ซึ่งหากเบิกคืนไม่ได้ผมจะเหลือเงิน 200 บาท มีแผลบนร่างกายเป็นที่ระลึกกับรอยถลอกอีกสี่ห้าจุดบนรถคันโปรด
ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะเรียกค่าเสียหายอย่างไร เพื่อให้คุ้มค่าความเสียหาย บางคนอาจมองว่าแค่ถลอกน่าจะยอมกันไป แต่คนผิดที่เกิดจากความประมาท บางครั้งเห็นจักรยานเป็นสิ่งแปลกปลอมบนถนนไม่ให้ความเคารพในฐานะเพื่อนมนุษย์ เราจะลงโทษคนประเภทนี้อย่างไร ผมว่ามันเป็นประเด็นที่เราน่าจะช่วยกันออกความเห็น ในแง่ที่ว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ เราจะต้องประเมินความเสียหายจากอะไรบ้าง เช่นจากสิ่งที่เห็นในขณะนั้น คือรอยความเสียหายบนรถแม้จะเป็นสีถลอกอาจยากที่จะประเมิน ส่วนความเสียหายที่ชัดเจนเช่นล้อบิดคด เฟรมหักอันนี้มันชัดเจนที่จะเรียกร้อง บาดแผลบนร่างกายที่ต้องใช้เวลาในการรักษาจนหายกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ความสามารถในการประกอบการงานที่หายไปเช่นต้องหยุดงานกี่วัน เสียรายได้เท่าไหร่มีคนอื่นที่ได้รับผลกระทบต่อจากเราหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น
ผมเปิดประเด็นเหล่านี้มาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ อาจจะมองว่าเป็นการค้าความแต่ในต่างประเทศเรื่องเหล่านี้มีความชัดเจนค่อนข้างมาก ถ้าถามว่ามันได้อะไรกับการหาข้อสรุปที่ตรงกัน มันก็จะมีประโยชน์กับคนที่เกิดเหตุในภายหลังว่า จะเริ่มต้นจากตรงไหน ประเมินอย่างไร เมื่อความชัดเจนเห็นร่วมกันในหมู่คนใช้จักรยาน การเรียกร้องและผลักดันให้เกิดสิทธิ ของชาวจักรยานก็มีความชัดเจนมากขึ้น ผมเริ่มตรงนี้ก่อนนะครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่เปิดประเด็น แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่มันก็ต้องจัดการสิ่งที่ตามมาอย่างเป็นระบบ ผมคิดแบบนั้น
วันศุกร์ที่ผ่านมา31ตุลาเหตุที่อำเภอหาดใหญ่ ผมใช้จักรยานไปทำงานและเดินทาง ขณะที่กำลังปั่นกลับบ้านมาทางตรงอยู่ๆก็มีรถกระบะโผล่ออกมาจากตำแหน่งที่จอดรถทางขวามือ ถนนเส้นนั้นเป็นวันเวย์ครับเข้าใจว่าคนขับมองไม่เห็น ทันทีที่เห็นกระบะผมก็อยู่ชนเข้าตรงล้อด้านซ้ายของกระบะลงไปกลิ้งอยู่บนถนนเรียบร้อยแล้ว จากภายนอกร่างกายเรียบร้อยดีครับแต่มีแผลถลอกตรงไหล่ด้านซ้าย หัวเข่าทั้งสองข้าง ผมสำรวจดูอาการตัวเองแล้วคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก เลยไปสำรวจจักรยาน ผมใช้ Salsa cromoly ซึ่งมีความแข็งแรงพอสมควร หากเป็นอลูอาจมีอาการร้าวของเฟรมได้ แต่มีรอยถลอกประมาณสี่ห้าที่ ล้อหน้าเบี้ยวเสียศูยน์ คิดไปคิดมาเอารถไปให้ร้านสำรวจความเสียหายก่อนแล้วค่อยมาเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อไปที่ร้านจักรยานสำรวจอาการล้อเบี้ยวมันเกิดจากล้อหลุดออกจากแกนเมื่อจับเข้าที่อาการก็หายไป สรุบรถไม่หักไม่เสีย มีแต่รอยถลอก สุดท้ายผมตกลงเรียกค่าเสียหายไปสามพันบาท เป็นอันจบเรื่อง เย็นนั้นผมไปทำงานต่อทั้งที่ร่างกายยังระบมอยู่ กลางคืนเลิกงานแวะไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ จ่ายค่าหมอและค่ายาไป 2800 บาท ค่ารักษาผมเบิกได้จากประกัน ซึ่งหากเบิกคืนไม่ได้ผมจะเหลือเงิน 200 บาท มีแผลบนร่างกายเป็นที่ระลึกกับรอยถลอกอีกสี่ห้าจุดบนรถคันโปรด
ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะเรียกค่าเสียหายอย่างไร เพื่อให้คุ้มค่าความเสียหาย บางคนอาจมองว่าแค่ถลอกน่าจะยอมกันไป แต่คนผิดที่เกิดจากความประมาท บางครั้งเห็นจักรยานเป็นสิ่งแปลกปลอมบนถนนไม่ให้ความเคารพในฐานะเพื่อนมนุษย์ เราจะลงโทษคนประเภทนี้อย่างไร ผมว่ามันเป็นประเด็นที่เราน่าจะช่วยกันออกความเห็น ในแง่ที่ว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ เราจะต้องประเมินความเสียหายจากอะไรบ้าง เช่นจากสิ่งที่เห็นในขณะนั้น คือรอยความเสียหายบนรถแม้จะเป็นสีถลอกอาจยากที่จะประเมิน ส่วนความเสียหายที่ชัดเจนเช่นล้อบิดคด เฟรมหักอันนี้มันชัดเจนที่จะเรียกร้อง บาดแผลบนร่างกายที่ต้องใช้เวลาในการรักษาจนหายกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ความสามารถในการประกอบการงานที่หายไปเช่นต้องหยุดงานกี่วัน เสียรายได้เท่าไหร่มีคนอื่นที่ได้รับผลกระทบต่อจากเราหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น
ผมเปิดประเด็นเหล่านี้มาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ อาจจะมองว่าเป็นการค้าความแต่ในต่างประเทศเรื่องเหล่านี้มีความชัดเจนค่อนข้างมาก ถ้าถามว่ามันได้อะไรกับการหาข้อสรุปที่ตรงกัน มันก็จะมีประโยชน์กับคนที่เกิดเหตุในภายหลังว่า จะเริ่มต้นจากตรงไหน ประเมินอย่างไร เมื่อความชัดเจนเห็นร่วมกันในหมู่คนใช้จักรยาน การเรียกร้องและผลักดันให้เกิดสิทธิ ของชาวจักรยานก็มีความชัดเจนมากขึ้น ผมเริ่มตรงนี้ก่อนนะครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่เปิดประเด็น แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่มันก็ต้องจัดการสิ่งที่ตามมาอย่างเป็นระบบ ผมคิดแบบนั้น
[color=#0000FF][b]Keep Riding A Bicycle.[/b] [/color]
__0
_/<,_
(_)/ (_)
[url]http://www.facebook.com/BikeCafebyBlackCoffee[/url]
[url]http://www.bikecafethailand.com/[/url]
__0
_/<,_
(_)/ (_)
[url]http://www.facebook.com/BikeCafebyBlackCoffee[/url]
[url]http://www.bikecafethailand.com/[/url]
- HUMYAI
- ขาประจำ
- โพสต์: 392
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 20:41
- Tel: 081-0000000
- team: HUM_YA_I
- Bike: รถถีบ
- ตำแหน่ง: ประเทศไทย
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
นี่ก็สำคัญครับ กรณีที่เกิดขึ้น อความข้างบน นี้สำคัญมากๆๆ เราจะทำอย่างไรก่อนหลัง เพราะ เกิดเหตุ ไม่ว่าใคร จะรถอะไรก็ตาม แรกๆมันจะตัวสั่นตกใจ คิดอะไรไม่ออก กว่าจะรู้อีกที เราอาจเป้นคนผิดซะเอง ที่เราปั่นจักรยาน....ทั้งที่เราก็มีสิทธิ ใช้ถนน เหมือนกัน ประกันก็คือธุรกิจ ประกันก็ไม่ค่อยจะจ่ายเงินให้เราง่ายๆ เผลอๆ เราอาจไม่ได้เงินค่ารักษา แต่ได้แผลมาฟรีๆ
สู้ๆๆ
สู้ๆๆ
- solo
- ขาประจำ
- โพสต์: 529
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2008, 20:44
- Tel: 0898977279
- team: RAMA II
- Bike: B.G.B.S.T.S.
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
ผมขอยกตัวอย่างของผมแล้วกันนะครับ
ผมเริ่มจากการให้ร้านจักรยานตีราคา ส่วนที่เสียหายของจักรยานเพื่อยืนยันความบริสุทธิใจ และขอค่่าเสียเวลาhttp://www.thaimtb.com/forum/posting.php?mode= ... 53&t=12721#
และค่าเจ็บตััวด้วยครับ(อันนี้อาจจะต้องให้หมอประเมิณนะครับ) ผมคิดว่าสำหรับผู้ที่รักจักรยานทุกท่าน ถ้าหากจักรยานท่าน
มีรอยแม้แต่นิดเดียวก็รู้สึึกเสียดาย เสียความรู้สึกมากๆ สำหรับจักรยานผมซื้อมาได้ประมาณ หนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งตอนเกิดอุบัติเหตุ ผมดูจักรยานก่อนดูตัวเองอีก และเอกสารสำคัญในการซื้อขายจำเป็นนะครับ สำหรับการเรียกค่าเสียหาย เพราะทางประกันจะคิดค่าเสื่อมของจักรยานจากความเสียหาย และระยะเวลาในการใช้งานเป็นสำคัญนะครับ แ้ล้วก็จักรยานถือเป็น สินทรัพย์ไม่ใช่พาหนะ นะครับ คำว่าสินทรัพย์ จะประเมินซ่อมคงจะลำบากนะครับ ส่วนใหญ่จะประเมิณเปลี่ยนหรือซื้อใหม่เลย แล้วเก็บซากคืนประกันครับ
ผมเริ่มจากการให้ร้านจักรยานตีราคา ส่วนที่เสียหายของจักรยานเพื่อยืนยันความบริสุทธิใจ และขอค่่าเสียเวลาhttp://www.thaimtb.com/forum/posting.php?mode= ... 53&t=12721#
และค่าเจ็บตััวด้วยครับ(อันนี้อาจจะต้องให้หมอประเมิณนะครับ) ผมคิดว่าสำหรับผู้ที่รักจักรยานทุกท่าน ถ้าหากจักรยานท่าน
มีรอยแม้แต่นิดเดียวก็รู้สึึกเสียดาย เสียความรู้สึกมากๆ สำหรับจักรยานผมซื้อมาได้ประมาณ หนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งตอนเกิดอุบัติเหตุ ผมดูจักรยานก่อนดูตัวเองอีก และเอกสารสำคัญในการซื้อขายจำเป็นนะครับ สำหรับการเรียกค่าเสียหาย เพราะทางประกันจะคิดค่าเสื่อมของจักรยานจากความเสียหาย และระยะเวลาในการใช้งานเป็นสำคัญนะครับ แ้ล้วก็จักรยานถือเป็น สินทรัพย์ไม่ใช่พาหนะ นะครับ คำว่าสินทรัพย์ จะประเมินซ่อมคงจะลำบากนะครับ ส่วนใหญ่จะประเมิณเปลี่ยนหรือซื้อใหม่เลย แล้วเก็บซากคืนประกันครับ
- เล็ก ลพบุรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 140
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 11:20
- Tel: 086-0551240
- team: SWCOM / 99 city bike
- Bike: HASA....Bike เชียงกง
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
โชคดีมากครับที่ไม่เป็นอะไรมาก.....บังเอิญบ้านผมก็อยู่ไม่ห่างจากที่นั่นเท่าไรนัก.....โชคดีที่มีหมวกป้องกันศีรษะไม่อย่างนั้นอาจจะเจ็บมากกว่านี้.....ต่อไปนี้ผมคงต้องใส่ทุกครั้งที่ขี่จักรยานแล้ว.....ขอบคุณที่บอกกล่าวให้รู้กัน.....ขอให้หายไว ๆ นะครับ
- ลุงเนตร
- ขาประจำ
- โพสต์: 19650
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
- Tel: 0898133936
- team: อิสระ
- Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
- ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
- ติดต่อ:
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
* เมื่อเช้านี้ได้ไปปั่นในเส้นทางเฉพาะจักรยานเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อไปธุระที่สี่แยกมัยราภ ถนนเกษตร-นวมินทร์ โดยปั่นจากบางนาไปเข้าซอยเอกมัยจนสุดแล้วขึ้นสะพานข้ามถนนเพชรบุรีตัดใหม่แล้วผ่านสี่แยกข้ามถนนพระราม ๙ จึงถึงต้นทางเฉพาะจักรยาน ผมเข้าไปปั่นในทางเฉพาะจักรยานตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงถนนเกษตร-นวมินทร์
* ทางเฉพาะจักรยานเส้นนี้ เมื่อเข้าไปปั่นผมรู้สึกว่าสบายใจไม่ต้องระแวงรถยนต์ที่วิ่งมาจากข้างหลัง จะว่าปลอดภัย ก็คงปลอดภัยที่ไม่ต้องวิ่งปนกับรถยนต์ในถนนรถยนต์ แต่ก็ยังมีความไม่ปลอดภัยอยู่ที่มีรถเครื่องวิ่งสวนทางและวิ่งแซงมาจากข้างหลัง และมีทางตัดผ่านให้รถยนต์เข้าซอย, เข้าปั้มน้ำมัน, เข้าศูนย์การค้า, เข้าร้านอาหาร, เข้าบ้าน, เข้าศูนย์รถยนต์มือสอง, เข้าศูนย์ซ่อมและโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ, เข้าหมู่บ้านจัดสรรค์, เข้าร้านค้าต่าง ๆ ดังนั้น จึงต้องระวังเมื่อใกล้จะถึงทางตัดผ่านต้องชลอรถแล้วมองซ้ายมองขวาก่อนทุกครั้งด้วยจึงจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุกับรถยนต์ที่เข้าออกจากซอยดังกล่าว
* จากประสบการณ์ของผมเห็นว่า ขณะที่ผมปั่นจักรยานอยู่ไม่ว่าถนนไหน ผมจะรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดเสียงกับการเกิดอุบัติเหตุ ผมจะชลอการปั่นและมองให้แน่ใจก่อน จึงปั่นต่อไป เช่น จะแซงรถยนต์ที่จอดขวางทางอยู่ริมถนน ก็ต้องชลอแล้วเหลียวมองหลังด้านขวาก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีรถที่จะวิ่งมาเบียดเราขณะเบี่ยงออกขวาแน่แล้ว จึงเบี่ยงออกไป เมื่อพ้นต้องรีบเข้าซ้ายทันที หรือเมื่อผมจะปั่นผ่านสี่แยก ขณะที่ไฟเขียวเหลืออีก ๑๐ วินาที ผมก็ต้องคำณวนว่า ความเร็วของรถที่ปั่นอยู่นั้นจะสามารถผ่านพ้นสี่แยกได้ไหม? ถ้าแน่ใจว่าได้ก็เร่งปั่นไป แต่ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่ได้ก็ต้องเบรครอไฟเขียวครั้งหน้าดีกว่า ผมเคยได้เสียวมาแล้ว ปั่นเข้าไปได้ครึ่งสี่แยกไฟแดงขึ้น รถเครื่องที่ได้ไฟเขียวด้านซ้ายมือก็เริ่มเร่งเครื่องออกมา ต้องใช้เสียงตะโกนช่วยจึงรอดจากการถูกชนมาได้ เข็ดเลย ไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว

(เป็นช่วงสุดท้ายที่จะถึงถนนเกษตร-นวมินทร์..แล้วครับ)
* ทางเฉพาะจักรยานเส้นนี้ เมื่อเข้าไปปั่นผมรู้สึกว่าสบายใจไม่ต้องระแวงรถยนต์ที่วิ่งมาจากข้างหลัง จะว่าปลอดภัย ก็คงปลอดภัยที่ไม่ต้องวิ่งปนกับรถยนต์ในถนนรถยนต์ แต่ก็ยังมีความไม่ปลอดภัยอยู่ที่มีรถเครื่องวิ่งสวนทางและวิ่งแซงมาจากข้างหลัง และมีทางตัดผ่านให้รถยนต์เข้าซอย, เข้าปั้มน้ำมัน, เข้าศูนย์การค้า, เข้าร้านอาหาร, เข้าบ้าน, เข้าศูนย์รถยนต์มือสอง, เข้าศูนย์ซ่อมและโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ, เข้าหมู่บ้านจัดสรรค์, เข้าร้านค้าต่าง ๆ ดังนั้น จึงต้องระวังเมื่อใกล้จะถึงทางตัดผ่านต้องชลอรถแล้วมองซ้ายมองขวาก่อนทุกครั้งด้วยจึงจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุกับรถยนต์ที่เข้าออกจากซอยดังกล่าว
* จากประสบการณ์ของผมเห็นว่า ขณะที่ผมปั่นจักรยานอยู่ไม่ว่าถนนไหน ผมจะรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดเสียงกับการเกิดอุบัติเหตุ ผมจะชลอการปั่นและมองให้แน่ใจก่อน จึงปั่นต่อไป เช่น จะแซงรถยนต์ที่จอดขวางทางอยู่ริมถนน ก็ต้องชลอแล้วเหลียวมองหลังด้านขวาก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีรถที่จะวิ่งมาเบียดเราขณะเบี่ยงออกขวาแน่แล้ว จึงเบี่ยงออกไป เมื่อพ้นต้องรีบเข้าซ้ายทันที หรือเมื่อผมจะปั่นผ่านสี่แยก ขณะที่ไฟเขียวเหลืออีก ๑๐ วินาที ผมก็ต้องคำณวนว่า ความเร็วของรถที่ปั่นอยู่นั้นจะสามารถผ่านพ้นสี่แยกได้ไหม? ถ้าแน่ใจว่าได้ก็เร่งปั่นไป แต่ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่ได้ก็ต้องเบรครอไฟเขียวครั้งหน้าดีกว่า ผมเคยได้เสียวมาแล้ว ปั่นเข้าไปได้ครึ่งสี่แยกไฟแดงขึ้น รถเครื่องที่ได้ไฟเขียวด้านซ้ายมือก็เริ่มเร่งเครื่องออกมา ต้องใช้เสียงตะโกนช่วยจึงรอดจากการถูกชนมาได้ เข็ดเลย ไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว

(เป็นช่วงสุดท้ายที่จะถึงถนนเกษตร-นวมินทร์..แล้วครับ)
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
- banky
- ขาประจำ
- โพสต์: 253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 22:19
- Tel: 085 969 6661
- Bike: Friday ❤ STI Edge
- ตำแหน่ง: T. 085 969 6661
- ติดต่อ:
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
- ขอบคุณครับ ลุงเนตร แบ่งปันประสพการณ์ดีๆได้เยอะเลย
ช้าแต่ชัวว์ดีกว่า เพราะขับรถยังแซงลุงเนตรไม่ขาดเลย
ติดไฟแดงทีไร ลุงปั่นแซงผมทุกกกกกที
ช้าแต่ชัวว์ดีกว่า เพราะขับรถยังแซงลุงเนตรไม่ขาดเลย
ติดไฟแดงทีไร ลุงปั่นแซงผมทุกกกกกที
Line ID : 0859696661
█║▌│ █│║▌ ║││█║▌ │║║█║ ║█║║█║║││█║ ║││█║▌ │║║█║ ║█║║█║║││█║│║║█║
█║▌│ █│║▌ ║││█║▌ │║║█║ ║█║║█║║││█║ ║││█║▌ │║║█║ ║█║║█║║││█║│║║█║
-
ppatt
- ขาประจำ
- โพสต์: 305
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 16:46
- Tel: 086-900-8893
- Bike: ฺBlkTrk
- ตำแหน่ง: petchburi rd. BKK.
Re: ข่าวเตือนเพื่อนนักปั่นทุกท่านนะครับ อุบัติเหตุ
ผมเองใช้เส้นนี้บ่อย ก็หวิดบวกกับรถเก๋งที่พุุ่งออกจากซอยกระทันหัน จะสู่ถนนใหญ่ ผมเองยังงงๆ อยู่เลย ว่าหลบพ้นได้อย่างไร..คนขับรถเก๋งเอง เชื่อว่าตกใจไม่น้อยเหมือนกัน...ดีที่พกหลวงพ่อไปด้วย จึงแคล้วคลาดไปได้..
เท่าที่สังเกตุดู ผู้ที่ขับรถ จะออกจากซอย หรือจะเลี้ยวเข้าซอยก็คงไม่เจตนา แต่เป็นที่คาดไม่ถึง..และมองไม่เห็น ว่าจะมีจักรยานใช้เส้นทางอยู่..
ผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบน่าจะทำป้าย เตือนว่า โปรดระวังจักรยานตัวโตๆ ไว้คงจะดี ไม่รู้ว่าเสียงนี้จะดังพอหรือเปล่า ไม่รู้....
ตอนนี้ใช้วิธีไม่ประมาท ยึดการใช้การจราจรแบบคนอเมริกัน..คือชะลอเกือบหยุดรถ ทุกครั้งเมื่อเจอทางร่วม..ทางแยก เอาตัวอย่างจากการที่ (แต่ไม่เคร่งครัดแบบเขานะ)
เคยเห็นสถานที่แห่งหนึ่งเป็นแค้มป์ของอเมริกัน ทางร่วมทางแยกของเขาไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟเขียว-แดง..แต่เขามีวินัยหยุดรถก่อนทุกครั้งที่ทางร่วมทางแยก..
เท่าที่สังเกตุดู ผู้ที่ขับรถ จะออกจากซอย หรือจะเลี้ยวเข้าซอยก็คงไม่เจตนา แต่เป็นที่คาดไม่ถึง..และมองไม่เห็น ว่าจะมีจักรยานใช้เส้นทางอยู่..
ผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบน่าจะทำป้าย เตือนว่า โปรดระวังจักรยานตัวโตๆ ไว้คงจะดี ไม่รู้ว่าเสียงนี้จะดังพอหรือเปล่า ไม่รู้....
ตอนนี้ใช้วิธีไม่ประมาท ยึดการใช้การจราจรแบบคนอเมริกัน..คือชะลอเกือบหยุดรถ ทุกครั้งเมื่อเจอทางร่วม..ทางแยก เอาตัวอย่างจากการที่ (แต่ไม่เคร่งครัดแบบเขานะ)
เคยเห็นสถานที่แห่งหนึ่งเป็นแค้มป์ของอเมริกัน ทางร่วมทางแยกของเขาไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟเขียว-แดง..แต่เขามีวินัยหยุดรถก่อนทุกครั้งที่ทางร่วมทางแยก..