
....“เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง” ในเดือนนี้บริษัทสปอร์ตไบซิเคิลร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ชวนปั่นจักรยานและร่วมทำกิจกรรมที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยไม่จำกัดประเภทรถ,ยี่ห้อและไม่เสียค่าใช้จ่าย ในเส้นทางจะแวะสถานที่สำคัญได้แก่ สามชุก บึงฉวาก พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ และในครั้งนี้เราจะมีกิจกรรมมอบอุปกรณ์การศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน เรียนเชิญเพื่อนเสือทุกท่านร่วมในทริปนี้ครับ
กำหนดการ
ตอนกลางสัปดาห์ทางทีมงานสุพรรณบุรีและสปอร์ตไบซิเคิลได้เข้าร่วมประชุมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เกี่ยวกับความสะดวกการเดินทาง จราจร สถานที่ อาหาร เครื่องดื่ม และปรับกำหนดการดังนี้ครับ
07.00 - 08.15 น. (ปั้มปตท.สุพรรณบุรี)
....ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ปั้มปตท.สุพรรณบุรี (ถนน340 ก่อนเข้าเมืองสุพรรณ) บริการอาหารว่างมื้อเช้า เช่น น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ โดยมีเฮียคุ๋ย ร้านสุพรรณไบค์
08.15 - 08.30 น. (ปั้มปตท.สุพรรณบุรี)
.....พิธีเปิดกิจกรรม ร่วมลุ้นจับของที่ระลึกจำนวน 10 รางวัล และปล่อยตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดย... (หลังปล่อยขบวนจะคุมความเร็วประมาณไม่เกิน35กม./ชม.)
09.30 น. (จุดพัก1 อำเภอสามชุก)
.....พัก 15 นาที บริการน้ำดื่มและน้ำหวาน โดยเฮียธเนศ สามชุก
10.45 น. (จุดพัก2 บึงฉวาก อุทยานผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ)
....พัก 1 ชั่วโมง บริการน้ำดื่ม ผลไม้ ขนมปัง โดยเสี่ยตูน โรงสีพานิชเจริญธัญญา และทำกิจกรรมมอบอุปกรณ์การศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ท่านใดจะร่วมบริจาคสามารถนำมาฝากไว้ที่รถService ณ บริเวณจุดลงทะเบียน
12.45 น. (จุดพัก3 พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์)
....พัก 15 นาที ....บริการน้ำดื่ม ผลไม้ น้ำหวาน โดยเฮียจำเริญ ร้านเจริญอะไหล่ยนต์ ดอนเจดีย์
13.55 น. (ปิดทริป ณ ปั้มปตท.สุพรรณบุรี)
....บริการอาหารกลางวัน
สิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
- การ์ดเบอร์โทรศัพท์ของทีมงานและแผนที่เส้นทางสำหรับพกติดตัว ...แจกให้ทุกท่านตอนลงทะเบียน
- ใบลงทะเบียน โดยผู้ร่วมทริปต้องลงชื่อ เบอร์โทรและระบุจุดการสิ้นสุดทริปของแต่ละท่าน เพื่อทีมงานจะได้ตรวจสอบรายชื่อเมื่อสิ้นสุดทริปในแต่ละจุด
- ป้ายบอกทางเป็นริบบิ้นตลอดเส้นทาง
- บอร์ดประชาสัมพันธ์ ณ บริเวณจุดลงทะเบียน
- รถตำรวจนำขบวน และตามแยกไฟจราจร
- รถและเจ้าหน้าที่มาร์แชล พร้อมอุปกรณ์ซ่อมและชุดปฐมพยาบาลในกระเป๋าเป้
- เจ้าหน้าที่ในขบวน
- รถปิดท้ายขบวน
ระยะทาง
ประมาณ 135 กม.
หมายเหตุ
- เป็นทริปเปิดจัดโดยบริษัทสปอร์ตไบซิเคิล รถจักรยานสามารถเข้าร่วมได้ทั้งเสือหมอบ,เสือภูเขา และทุกยี่ห้อ ***ไม่มีค่าใช้จ่าย
- เส้นทางเป็นถนนเรียบไม่มีเนินและไม่มีเขา
- เตรียมอาหารระหว่างทางกันหิว ยางใน สูบ อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด ยานวด และสวมหมวกกันน็อคตลอดการเดินทาง
แผนที่จุดนัดพบ , เส้นทางปั่น

ข้อมูลก่อนการเดินทาง
สุพรรณบุรี
...เป็นเมืองสมัยโบราณ พบหลักฐานทางโบราณคดี มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐-๓,๘๐๐ ปี โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก สืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ เดิมจังหวัดสุพรรณบุรีมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ” หรือ “พันธุมบุรี” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากาแต (เชื้อสายไทยปนพม่า) เสด็จขึ้นครองราชย์ และย้ายเมืองมาอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำท่าจีน ได้ทรงสร้างวัดสนามชัยและบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ทรงชักชวนข้าราชการออกบวช จำนวน ๒,๐๐๐ คน จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สองพันบุรี” ครั้นพระเจ้าอู่ทองทรงย้ายเมืองไปอยู่ทางฝั่งใต้ (ทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน) เมืองนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า “อู่ทอง” จนกระทั่งลุเข้าสมัยขุนหลวงพะงั่ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็นสุพรรณบุรีในที่สุด
สามชุก
...เป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยในอดีตสามชุกคือแหล่งที่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ ฯลฯ มามีสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะของการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้า จนพัฒนาไปสู่ การลงหลักปักฐาน สร้างเมืองที่มั่นคงขึ้นมาตามประวัติของเมืองสามชุก กล่าวไว้ว่า ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมชื่ออำเภอ “นางบวช” ตั้งอยู่บริเวณ ตำบลนางบวช โดยมีขุนพรมสภา (บุญรอด) เป็นนายอำเภอคนแรก ซึ่งยังมีภาพถ่ายปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน
...ต่อมาในปี 2457 ต้นรัชกาลที่ 6 ได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่บ้าน “สำเพ็ง” ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญในสมัยนั้น จนกระทั่งปี 2481 สมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “อำเภอนางบวช” มาเป็น “อำเภอสามชุก” และย้ายมาตั้ง อยู่ริมลำน้ำสุพรรณบุรี (ท่าจีน) ซึ่งแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านคลอง มะขามเฒ่า แต่เดิมบริเวณที่ตั้งอำเภอสามชุกเรียกว่า “ท่ายาง” มีชาวบ้านนำของป่าจากทิศตะวันตกมาค้าขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ บ้างก็มาจากทางเหนือ บ้างก็มาจากทางใต้ เป็น 3 สาย จึงเรียกบริเวณที่ค้าขายนี้ว่า “ สามแพร่ง “ ต่อมาได้เพี้ยน เป็น สามเพ็ง และสำเพ็งในที่สุด ดังปรากฎหลักฐานกล่าวไว้ในนิทานพื้นบ้านย่านสุพรรณมีเรื่องกล่าวต่อไปว่า ในระหว่างที่คนมารอขายสินค้าก็ได้ตัดไม้ไผ่มาสานเป็นภาชนะสำหรับใส่ของขาย เรียกว่า “กระชุก” ชาวบ้านจึงเรียกว่า “สามชุก” มาถึงปัจจุบัน อำเภอสามชุกเดิมมีพื้นที่ 774.9 ตารางกิโลเมตร ต่อมาในปี 2528 ได้มีการตั้งอำเภอหนองหญ้าไซ จึงแบ่งบางส่วนออกไป ยังคงเหลือเพียง 362 ตารางกิโลเมตร
บึงฉวาก
...บึงฉวากอยู่ในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำท่าจีน ที่เกิดการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงถูกแยกตัวออกมาเป็นบึงใหญ่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศอันหลากหลาย ภายในพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ อุดมไปด้วยพรรณไม้น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะบัวแดง
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์
...อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึกและ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อ ปี พ.ศ. 2134
...และในปี พ.ศ. 2495 พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2135 และในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้
แล้วพบกันนะครับ









