แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

รูปภาพ
รูปภาพ



จากกรุงเทพธุรกิจ ครับ...ฉบับวันที่ 21 มกราคม 2553
โดยวันชัย ตัน
แก้ไขล่าสุดโดย น้าเป็ด... เมื่อ 21 ม.ค. 2010, 10:11, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

ประเทศไทยโชคร้าย ที่มีแต่รัฐบาลหน้าโง่....ไม่เคยคิดสร้างวางรากฐานเรื่องระบบทางจักรยานเอาไว้แต่เนิ่นเนิ่น....
ทุกถนนที่กำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่ ทำไมไม่ทำทางจักรยานไปพร้อมพร้อมกัน....

คงจะไปทุบทิ้งของเก่าที่สร้างกันในตอนนี้ แล้วเอาไปสร้างทางจักรยานคู่ทางรถยนต์กันทีหลัง
คงจะเป็นการโง่โดยไม่เจตนา....ไปลงนรกเสียเถอะ....รัฐบาลฮัวซวย
รูปประจำตัวสมาชิก
piper99
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7008
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มี.ค. 2009, 20:12
Tel: 08-สาม7-91-สองห้า-37
team: Weekend Bike Club
Bike: TREKแดง 2.5,TREKดำ 4300

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย piper99 »

เห็นด้วยครับ น้าเป็ด ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนๆก็ไม่เคยเห็นความสำคัญ มัวแต่เก่งในเรื่องโง่ๆ ทะเลาะกันเอง ไม่เห็นพวกมันจะมาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญกลับทำให้ถอยหลัง.....สงสารประเทศไทยจริงๆ มีแต่พวกเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เข้าพรรคเข้าพวกตัวเอง...สงสารประเทศไทย
เสือโย่ง...รินทร์ทอง
---------------------------------------------------
ความฝันหมดอายุได้...ถ้าไม่รีบทำ
---------------------------------------------------
"วัยเด็ก มีเวลา มีแรง ไม่มีเงิน"
"วัยทำงาน มีแรง มีเงิน ไม่มีเวลา"
"วัยชรา มีเวลา มีเงิน ไม่มีแรง"

---------------------------------------------------
รูปประจำตัวสมาชิก
rak monthon2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13924
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 14:31
Tel: โทร โทรโทร ไม่ติดอย่าโทร
team: กินลมชมวิว
Bike: รถถีบมือสอง
ตำแหน่ง: ใต้ฟ้าเดียวกัน

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย rak monthon2 »

โอโห...นโยบายนี้หากทำได้จริง พรรคนี้คงได้คะแนนจากชาวจักรยานอีกมากโขเชียวครับ ช่วยเชียร์ 1 เสียงคร๊าบบบบ
ความพอดีอยู่ตรงไหน : หากเรารู้จักคำว่าพอ มันก็จะเป็นสิ่งที่ดี
************************************************************
มีคนกล่าวไว้ว่า หากท่าน วิ่งได้ไม่เร็วเท่ากับกระต่าย ก็ขอให้ท่าน จงขยันเดินให้ได้อย่างเต่า
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

ดูข่าวนี้บ้างครับ.....มั่วซั่วจริงจริง...

จ่อร้องศาลปกครองสกัดมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราชแพงโคตร6หมื่นล้าน 280ล้าน/กม. ร่นทางแค่5ก.ม.ตัดผ่าเขาใหญ่มรดกโลก แสบยัดไส้ผ่านEIA ขัดม.67วรรค2

โฆษณาโดย Google
ทัวร์จอร์แดน RJ
1/7 สิ่งมหัศจรรย์โลก19-25ก.พ., 19-25มี.ค.55,900บาท โทร 027445155-6
www.planetworldwide.com
ประกันรถยนต์ ผ่อน0% 10งวด
คำนวณราคา Online ทันที 20 บริษัท ฟรี รถใช้ระหว่างซ่อม+น้ำมัน 600 บ.
www.silkspan.com/carinsurance
ปลด หนี้ ด้วยงาน ผ่านเน็ต
Part-Time 5000-20000 บาท เฉพาะกทม.และปริมณฑล ขอรับข้อมูลฟรี!
www.premiumlife.net/gnetแม้จะมีข้อครหาอ ... นอำนาจเก่า" ทำนองว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 คือ"ผลไม้พิษ"จากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่อีกด้านหนึ่งนักกฎหมายมหาชน และแกนนำภาคประชาชนหลายคนต่างเห็นตรงกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก้าวหน้าด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน เหนือกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ที่ยกย่องว่าเป็น"ฉบับประชาชน"

ดังตัวอย่างรูปธรรมจากชัยชนะของ"ชาวมาบตาพุดระยอง" ที่ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ผ่านกระบวนการศาลปกครอง จนสามารถหยุดยั้งมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่จะก่อตั้งขึ้นใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีกฎหมายลูกรองรับ แต่ศาลก็เห็นว่าสิทธิของชุมชนได้รับความคุ้มครองแล้วตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นั่นคือคำอธิบายอย่างรวบรัดที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

แต่ขณะนี้ กำลังจะมีการละเมิดสิทธิชุมชม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง ที่น่าจับตาเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองอีกคดีหนึ่ง อันเนื่องมาจากความพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา(มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช) มูลค่า 60,000 ล้านบาท ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม

ชาวบ้านหลายชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง โดยเฉพาะ อ.กลางดง อ.สีคิ้ว และอ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เห็นว่าที่ผ่านมากรมทางหลวงมุ่งดำเนินโครงการแบบ “มัดมือชก” ไม่ได้ให้ข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวางเท่าที่ควร ยิ่งกระบวนการมีส่วนร่วมตัดสินใจของชุมชนก็เป็นไปอย่างจำกัด

ก่อนโครงการนี้จะได้"ไฟเขียว" คือได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ในเดือนพฤศจิกายน 2549 แต่ด้วยปัญหาทางการเมืองในปี 2550 - 2551 โครงการนี้จึงถูกชะลอไว้ และถูกฟื้นอีกในปี 2552 ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ก็ได้รับการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใส ความไม่คุ้มค่าของโครงการ และผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนตลอดแนวทางก่อสร้าง ตลอดจนการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง

ต่อมา วันที่ 18 ธันวาคม 2552 คณะกรรมาธิการศึกษาฯ วุฒิสภา ร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบในทรัพย์สินของรัฐ วุฒิสภา ได้จัดการเสวนา “โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช 6 หมื่นล้าน : ใครได้-ใครเสีย” ณ อาคารรัฐสภา มีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ถูกผลระทบ มาร่วมประมวลข้อเท็จจริงและความคิดเห็นอย่างมากมาย พอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

มอเตอร์เวย์ได้ไม่คุ้มเสีย: ย่นระยะทางจากเดิมแค่ 5 ก.ม.

นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2540 กลุ่มประชาสังคมโคราชได้ประมวลความต้องการของประชาชนไว้ 11 เรื่อง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(โสภณ ซารัมย์) จะผลักดันแต่โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ทั้งๆ ที่ชาวอีสานไม่ต้องการ ด้วยเหตุผล

1) เป็นการพัฒนาแบบยัดเยียด โดยนายกรัฐมนตรี(นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ) เคยชูเรื่อง“รถไฟรางคู่” ในการหาเสียงที่ผ่านมา แต่กลับให้รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยยัดเยียดมอเตอร์เวย์ลงมา

2) เป็นการพัฒนาแบบทำลายสิ่งแวดล้อม ในอดีตชาวโคราชเคยต่อต้านโรงไฟฟ้าลำตะคอง(แบบสูบกลับ) มูลค่า 23,000 ล้านบาท แต่ภาครัฐก็ดึงดันสร้าง ถึงวันนี้ต้องตรวจสอบความคุ้มค่าโครงการนี้

3) ก่อให้เกิดความแตกแยก ที่ผ่านมา ว่าจ้างสถาบันการศึกษาออกแบบสอบถามประชาชน(ที่มีรถยนต์) ว่าโครงการมอเตอร์เวย์ฯ ดีหรือไม่ เป็นการชี้นำคำตอบในตัว และเพิ่มความแตกแยกขัดแย้งกันมากอยู่แล้วจากโครงการขุดอุโมงค์กลางเมือง

นายทวิสันต์ กล่าวอีกว่า ข้อดีมอเตอร์เวย์ฯ ตามข้ออ้างของกรมทางหลวง ส่วนใหญ่เลื่อนลอย เช่น ถนนมิตรภาพมีรถยนต์เพิ่มประมาณร้อยละ 20 ต่อปี มอเตอร์เวย์ฯจะแก้ปัญหาได้ ค่าก่อสร้างจะสูงขึ้นทุกปีจึงจำเป็นต้องรีบก่อสร้าง(ด้วยเงินโครงการไทยเข้มแข็ง) นอกจากนี้ จะเกิดการจ้างงานในพื้นที่ แม้จะย่นระยะจากเดิมได้ 5 กิโลเมตร แต่จะลดเวลาเดินทางจาก 3 ชั่วโมง เหลือ 2 ชั่วโมง(ถ้าสามารถทำความเร็วได้)

ส่วนข้อเสีย มอเตอร์เวย์ฯ สำคัญๆ มีดังนี้ เพิ่มค่าใช้จ่ายเดินทางของประชาชน(ค่าผ่านทาง) เที่ยวละ 200 บาท ผู้ประกอบการผลักภาระให้ผู้บริโภคทั้งค่ารถโดยสารและค่าขนส่งสินค้า

ค่าก่อสร้างเงินกู้เป็นหนี้สาธารณะที่คนไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากเกินร้อย 60 ต่อ GDP(ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศในอนาคต

ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ ล่าสุดคะแนนชี้วัดภาพลักษณ์ความโปร่งใสของไทยอยู่ที่ 3.4 จากคะแนนเต็ม 10 ใครจะรับประกัน 60,000 ล้านบาทจะไม่มีคอร์รัปชัน

ประชาชนตลอดเส้นทางก่อสร้างยังไม่ทราบข้อมูล ข้อดี-ข้อเสียของโครงการ โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิชุมชน ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง

วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนจะถูกทำลายตั้งแต่ อ.แก่งคอย อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ ฯลฯ เพราะมอเตอร์เวย์จะมีรั้วกั้นแบ่งแยกตัดขาดชุมชนเป็น 2 ฝั่ง ยากต่อการข้ามไปมาหาสู่

ถนนมิตรภาพยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ เพราะช่องซ้ายชำรุดเกือบตลอดแนว หากซ่อมบำรุงให้ดีจะลดอุบัติเหตุและระบายการจราจรได้ดีขึ้นในช่วงเทศกาล

รถยนต์ทุกชนิดสามารถใช้มอเตอร์เวย์ได้ ทำให้รถที่มีความเร็วสูงไม่สามารถใช้ความเร็วได้เกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงไม่ใช่ทางเลือกใหม่ และอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากรถที่ไม่ได้มาตรฐาน

มอเตอร์เวย์ทำใครเข้มแข็ง แพงโคตร 280ล้าน/ก.ม.

ทันตแพทย์ ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้ประสานงานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด กล่าวว่าคนโคราชส่วนใหญ่ไม่ต้องการมอเตอร์เวย์ เช่นเดียวกับคนนครปฐมไม่ต้องการมอเตอร์เวย์ลงใต้ จากการไปศึกษาดูงานประเทศเวียดนาม ต้นทุนค่าขนส่งเวียดนามเท่ากับร้อยละ 25 ของ GDP ส่วนต้นทุนค่าขนส่งของไทยอยู่ที่ร้อยละ 19 ต่อ GDP

กรมทางหลวงมีแผนจะสร้างมอเตอร์เวย์รวม 5 สาย เริ่มจากบางปะอิน - โคราช โดยอ้างเหตุผลทางจราจร ความปลอดภัย การกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อมเส้นทางขนส่งจากอันดามันสู่ประเทศลาวและเวียดนาม โดยไม่คำนึงว่าต้นทุนการขนส่งทางถนนของไทยสูงกว่าระบบราง 4 เท่าตัว

ขณะที่เวียดนามกำหนดยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.2020 เวียดนามจะเปิดเดินรถไฟหัวกระสุน(ชินคันเซน) ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเมืองดานังเชื่อมระบบขนส่งครอบคลุมทั้งประเทศ

ทันตแพทย์ศุภผล เปรียบโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เสมือน“เส้นทางไฮโซ” ระยะทาง 199 กิโลเมตรจ่ายค่าผ่านทาง 200 บาท/เที่ยว แต่ต้นทุนรวมโดยเฉลี่ยประมาณ 280 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ขณะที่รถไฟหัวกระสุนมีต้นทุนค่าก่อสร้างเฉลี่ย 130 ล้านบาทต่อกิโลเมตร เทียบกับค่าก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ของไทยเฉลี่ย 180 ล้านบาทต่อกิโลเมตร จึงชวนให้คิดว่าโครงการนี้"ใครเข้มแข็ง"

"มอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวงทั้ง 5 สายจะต้องใช้งบประมาณ 150,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำมาสร้างระบบรางคู่ได้ทั่วประเทศ แต่รัฐบาลคิดไม่เป็น วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเขื่อนลำตะคองสูบกลับใช้ไม่ได้ ชาวบ้านเคยคัดค้านแต่ก็ไม่ฟัง แล้วใครจะรับผิดชอบเงินลงทุน 23,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงขอยืนยัน ระบบราง คือคำตอบสุดท้ายที่จะทำให้ต้นทุนการขนส่งของไทยลดลงจากร้อยละ 19 ต่อ GDP เหลือร้อยละ 11 ต่อ GDP" ทันตแพทย์ศุภผล กล่าว

กรมทางหลวง เหลวไหล! ชวนประชาชนร้องศาลปกครอง

นายประเทือง ปรัชญพฤทธิ์ ประธานเครือข่ายรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่าได้ติดตามโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ตั้งแต่เริ่มก่อตัวในปี 2547 - 2548 ขณะนั้นต้นทุนโครงการ 29,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 60,000 ล้านบาทในปัจจุบัน และเชื่อว่าต่อไปอาจจะเพิ่มถึง 100,000 ล้านบาท

"กรมทางหลวงทำโครงการเหลวไหลประจำ ชอบทำประชาพิจารณ์แบบงุบงิบตามสไตล์ ภาคประชาชนสามารถตอบโต้กรมทางหลวงได้ทุกประเด็น ที่ควรจับตาก็คือการจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ 4 ราย วงเงิน 76 ล้านบาท เพื่อจะได้เห็นเส้นทางคอร์รัปชัน รวมทั้งงบประมาณที่กำลังจะจ่ายกว่า 100 ล้านบาทเพื่อเตรียมเวนคืนที่ดิน หากโครงการนี้ยกเลิกไป ใครจะรับผิดชอบงบประมาณที่จ่ายไปแล้ว"

นายประเทือง กล่าวด้วยว่า กรมทางหลวง คิดไปทำไป เปิดช่องให้เกิดคอร์รัปชันอย่างร่าเริง ตั้งงบประมาณตามอำเภอใจ เงิน 60,000 ล้านบาทควรเอาเงินมาสร้างรถไฟรางคู่ที่มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ดังนั้น จึงไม่ควรเสียเวลากับโครงการเหลวไหล และขอเชิญประชาชนที่คิดว่าได้รับผลกระทบไปทอดกฐินที่ศาลปกครอง

ย่ำยีมรดกโลกเขาใหญ่ ชวนฟ้องศาลปกครอง ใช้ม.67 วรรคสอง

นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ (ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี) กล่าวว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ผ่ากลางพื้นที่มรดกโลกของอุทยาทแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีสัตว์ป่ามากถึง 800 สายพันธุ์ สำนักทางหลวงที่ 8 ก็ยอมรับในเว็บไซต์กรมทางหลวงว่า โครงการนี้บุกรุกป่าในบริเวณมรดกโลก ดังนั้น กรมทางหลวงควรเสนอให้รัฐบาลถอนมรดกโลกก่อนสร้างมอเตอร์เวย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกประจานภายหลัง

ถ้ากรมทางหลวงไม่เสนอให้ถอนมรดกโลก ภาคประชาชนก็จะทำหนังสือถึงคณะกรรมการมรดกโลก ให้มาตรวจสอบผลกระทบของโครงการมอเตอร์เวย์ฯ เพราะกว่าเขาใหญ่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ต้องใช้เวลาถึง 4 ปี นอกจากนี้แนวก่อสร้างยังตัดผ่านโบราณสถานสำคัญคือ แหล่งตัดหินสีคิ้ว (ที่ใช้สร้างปราสาทหินพิมาย) และ เมืองโบราณเสมา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทรัพย์สินของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะผู้ดำเนินรายการ แสดงความเห็นเสริมว่า เมื่อโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง ดังนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลตามบทบัญญัติในวรรคสาม (สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ย่อมได้รับความคุ้มครอง)

ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญฯ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าหัวใจของการประชาพิจารณ์คือการมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment : SIA) คือส่วนหนึ่งของการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ EIA ในปี 2542 - 2544 และมีโอกาสศึกษาปัญหา SIA ในการก่อสร้างทางหลวงสาย “นครปฐม-ชะอำ” จึงได้ข้อสรุปจากบทเรียนที่ผ่านๆ มาว่า ประชาชนไม่ควรปล่อยโครงการที่ไม่ชอบใจให้ผ่านไป เพราะจะต้องทนอยู่กับผลกระทบอย่างถาวร

ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวต่อไปว่า โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ผ่านความเห็นชอบ EIA ในเดือนพฤศจิกายน 2549 แต่ปัจจุบันเราใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ดังนั้น กรมทางหลวงจะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียที่บัญญัติไว้มีตัวแปรใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคือ การให้ความเห็นขององค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวเน้นเรื่องสุขภาพ ดังนั้น การศึกษาเรื่อง SIA ก็คือการคุ้มครองสุขภาวะของผู้มีส่วนได้เสีย แต่โครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาเรื่อง SIA

หนุนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ : แผงลอยลำตะคองนับพันรอวันเจ๊ง!

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ และประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า

การทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเรามีมากเหลือเกิน มีโครงการที่ไม่จำเป็นมากมาย เช่น ถนนควายเดิน และ โค้งทรราช นักการเมืองจะคิดโครงการจากความต้องการเม็ดเงินที่จะคอร์รัปชัน แล้วจึงค่อยคิดตั้งโครงการ การเอาชนะคอร์รัปชันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น กรณีทุจริตยาในอดีต องค์ประกอบทุกอย่างพร้อม กล่าวคือ คนในประชาคมสาธารณสุขต้องการปราบคอร์รัปชัน ภาคประชาชนก็เข้มแข็ง เมื่อผนึกกำลังกันจึงสามารถจับนักการเมืองติดคุกได้ เช่นเดียวกับบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่เปรียบเสมือนหัวหอก ซึ่งจะทะลุทะลวงได้ก็ต้องอาศัยกำลังจากด้ามหอกคือประชาชน เพราะฉะนั้นอย่าโยนความคาดหวังทั้งหมดไว้กับหัวหอก

นางสาวรสนา กล่าวต่อไปว่า กรณีศาลปกครองสั่งยกเลิกเพิกถอนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) เพราะศาลเห็นว่านโยบายดังกล่าวขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยไม่ได้พิจารณาประเด็นการบิดเบือนมูลค่าสินทรัพย์ให้มีต่ำกว่าความเป็นจริงของ กฟผ.ก่อนจะเข้าตลาด ดังที่กล่าวกันว่าคอร์รัปชันและอาชญากรรมจะทิ้งร่องรอยเสมอ ผู้ร้องต้องรู้จักหยิบยกประเด็นขึ้นฟ้อง คดี กฟผ.และ ปตท.ที่ภาคประชาชนชนะ ไม่ใช่เพราะประเด็นคอร์รัปชัน แต่กลับเป็นกระบวนการไม่มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องควรยื่นทุกประเด็น เพราะถ้าศาลไม่รับ ศาลก็จะต้องตอบทุกประเด็นเช่นกัน เช่นเดียวกับคดี ปตท.ในเบื้องต้นมีเสียงวิจารณ์ว่าร้องไปก็แพ้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยหารู้ไม่ว่าเราไม่ได้มุ่งประเด็นนี้

นางสาวรสนา เปิดเผยด้วยว่า ศาลปกครองจะพิจารณาเฉพาะการกระทำทางปกครองที่ทำให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียเดือดร้อน ผู้ร้องต้องเขียนให้เข้าช่องทางให้ถูก ดังนั้น กฎหมายก็คือเครื่องมือ ประชาชนต้องฝึกใช้ให้เป็น ถ้าใช้เป็นแล้วการตรวจสอบคอร์รัปชันก็จะเข้มข้น
ประชาชนประสานเสียงต้องหยุดโครงการ

นายประสาน ยุวานนท์ แกนนำชาวปากช่อง แสดงความคิดเห็นว่า ถ้ายับยั้งโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ได้ จะช่วยประหยัดเงินให้ประเทศชาติและหยุดย่ำยีคนปากช่อง เพราะโครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อแผงลอยนับ 1,000 แผงที่บริเวณลำตะคอง ผู้ค้าจะเดือดร้อน เพราะรถวิ่งอยู่ข้างบน ใครจะลงมาซื้อของ ขณะที่ผู้รับเหมาได้เงินหลายหมื่นล้านบาท

นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เครือข่ายธรรมาภิบาล แสดงความเห็นว่า ประเทศไทยอ่อนแอมากเพราะปัญหาคอร์รัปชัน โดยส่วนตัวไม่อยากเป็นด้ามหอก เพราะไม่อยากเป็น “ไอ้หอกหัก” แต่จะขอเป็น “ก้างขวางคอ” พวกคอร์รัปชัน โดยข้อเท็จจริงเห็นได้ชัดว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ไม่มีความจำเป็น เพราะถนนมิตรภาพสามารถรองรับได้อีกมาก กรมทางหลวงอย่าใช้ปริมาณรถยนต์ในช่วงเทศกาลมาอ้าง ดังนั้น ขอสนับสนุนให้ประชาชนฟ้องศาลปกครอง

หวั่นวิถีชุมชนย่อยยับ : มลพิษลงสู่แหล่งน้ำดิบลำตะคอง

นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ตั้งคำถามว่า การคัดค้านโครงการนี้จะเหมือนโครงการเช่ารถเมล์ NGV ที่รัฐบาลมุบมิบอนุมัติจนได้หรือไม่ อีกทั้งขบวนการต่อสู้คัดค้านจะดำเนินต่อไปอย่างไร และงบประมาณ 60,000 ล้านบาท สามารถนำมาสร้างระบบรถไฟหัวกระสุนได้หรือไม่

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ตอบข้อซักถามในเรื่องรถเมล์ NGV ว่า มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คัน แบบข้างๆ คูๆ เสมือนหนึ่งว่าอนุมัติไปแล้ว แต่แท้จริงแล้วเป็นการอนุมัติหลักการที่ ขสมก.ไม่สามารถปฏิบัติได้ เว้นแต่จะลดจำนวนเหลือ 500 คัน โดยวุฒิสภาและภาคประชาชนยังคงเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด หากเกิดความเสียหายขึ้น คณะรัฐมนตรีก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

แกนนำชาวปากช่อง (ไม่ทราบชื่อ) แสดงความเห็นว่า ผลเสียของโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช คือ ตัดขาดวิถีชีวิตและการค้าขายของชุมชน เพียงเพื่อส่งเสริมให้รถยนต์วิ่งเร็วขึ้นในระยะทาง 199 กิโลเมตร วิศวกรกรมทางหลวงก็ยอมรับว่าโครงการนี้ไม่มีประโยชน์ แต่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่

นายเสงี่ยม เอกโชติ นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว แสดงความเห็นว่าประเทศไทยขยายถนนมากเกินไป อย่างไรก็ตามโดยหลักการก่อสร้างทางพิเศษไม่ควรสร้างให้คดเคี้ยว ประเด็นก็คือมอเตอร์เวย์ฯ ประหยัดระยะทางกว่าเดิมเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น การสร้างให้คดเคี้ยวเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ใครหรือไม่

แกนนำชาวปากช่อง (ไม่ทราบชื่อ) แสดงความเห็นว่าโครงการนี้แบ่งแยกพื้นที่ 2 ฝั่ง วิถีชีวิตของคนและสัตว์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล นอกจากนี้มลพิษจากท่อไอเสียบนมอเตอร์เวย์ จะลงสู่ลำตะคองซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของเมืองโคราช ถนนมิตรภาพก็ดีอยู่แล้ว ปัญหาก็คือกรมทางหลวงไม่ยอมซ่อมช่องทางที่ชำรุด แต่กลับจะซ่อมในช่วงเทศกาลอย่างไร้เหตุผล ทำให้เกิดปัญหาจราจรตามมา

นางชินพร (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำแดง อ.ปากช่อง เปิดเผยว่าชาวปากช่องรายหนึ่งแจ้งเตือนให้ระวังเรื่องการเวนคืนที่ดินของกรมทางหลวง เนื่องจากเคยโดนหลอกมาแล้วจากการถูกเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางยกระดับแยกบายพาสปากช่อง จากที่เคยตกลงว่าจะจ่ายให้ 200,000 บาทต่อไร่ แต่สุดท้ายได้เพียงไร่ละ 80,000 บาท

พ.ต.อ.เดชา ผลลาภกิจ ข้าราชการบำนาญ แสดงความเห็นว่า น้องชายของตนทำไร่ที่บริเวณเชิงเขาปากช่องมากว่า 30 ปี วันหนึ่งกรมทางหลวงก็มาวางแนวก่อสร้างห่างจากไร่ของเขาไม่ถึง 2 กิโลเมตร โดยกรมทางหลวงไม่ได้เดินสำรวจแม้แต่น้อย นอกจากนี้ในการจัดประชุมประชาพิจารณ์ของกรมทางหลวง ก็มีการออกแบบสอบถามเชิงชี้นำ ทุกข้อล้วนแฝงการสนับสนุนโครงการทั้งสิ้น

นายประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ประธานสภาราษฎร แสดงความเห็นว่า ขอเสนอให้ทั่วโลกใช้ระบบรถไฟในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งระบบรางคู่ ขนาดหัวรถจักรและตู้บรรทุก เพื่อเชื่อมระบบ Railway ของโลก

นายประเสริฐ เลิศยะโส องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (จ.บุรีรัมย์) แสดงความเห็นว่า ต้องหยุดโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ที่ต้นเหตุคือคณะรัฐมนตรี กรมทางหลวงเป็นปลายเหตุ ประชาชนชาวอยุธยา สระบุรี ปากช่อง ต้องผนึกกำลังเรียกร้องให้ ส.ส.และ ส.ว.ช่วยระงับโครงการ พร้อมกับการยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและอื่นๆ นอกจากนี้ควรจัดกองกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ก่อสร้าง ในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ก็ควรจัดเสวนาเปิดโปงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

Tags : มอเตอร์เวย์ บางปะอินโคราช • สมัชชาประชาชน

ข้อมูลจาก

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ชน(1).html
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
น้าเป็ด...
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7114
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย น้าเป็ด... »

จากฉบับเดียวกัน...

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯด้านเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อใน"เครือเนชั่น"เกี่ยวกับแนวทางการปรับโครงสร้าง

นายไตรรงค์ ชี้ว่า "นโยบายด้านเศรษฐกิจที่จะดำเนินการนั้น ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ ต้องมองว่าในอนาคตลูกหลานจะอยู่อย่างไร ต้องแยกเป็นเรื่องๆ ขณะนี้ ตนกำลังวาดภาพอยู่ว่าอีก 30-40 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เราคงเลือกไม่ได้ว่าจะเลือกอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่ง คิดว่าทั้งสองเรื่องต้องไปพร้อมกัน และต้องสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่เราจะทำจะมีของเก่าที่ทำไว้แล้ว 90% ที่จะนำมาโมดิฟาย และเพิ่มเติมของใหม่เข้าไปอีก 10%"
โดยเริ่มจากเรื่อง น้ำมัน มีการคาดการณ์กันว่าอีกไม่เกิน 40 ปี น้ำมันจะหมดโลกหากไม่มีการค้นพบแหล่งใหม่ ถ้าเราประเมินว่าอีก 40 ปีน้ำมันในโลกจะหมดไป 75% ยังเหลืออยู่ 25% ราคาน้ำมันก็ต้องทะยานขึ้นอยู่แล้ว เมื่อคิดอย่างนี้ก็ต้องมาเตรียมตัว ซึ่งโชคดีที่ประเทศไทยปลูกพืชอะไรก็ขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้ทางสว่างให้เราเห็นว่าประเทศไทยต้องยึดภาคเกษตรเป็นหลัก เราจะพัฒนาอะไรขึ้นมาต้องยึดภาคเกษตรเป็นฐาน

ดังนั้น เราต้องมาดูเรื่องพลังงานทดแทน ควรจะนำพืชเกษตรทั้งมันสำปะหลัง กากน้ำตาล ปาล์มน้ำมันมาแปรสภาพเป็นไบโอดีเซล เอทานอล อย่างน้อยต้องทำให้ได้ 50% ของการใช้พลังงานในประเทศ เมื่อมีเป้าหมายอย่างนี้แล้วก็จะรู้ในอีก 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้า จะต้องมีการผลิตหรือสร้างโรงงานจำนวนเท่าใด ถ้าฝ่ายนโยบายไม่ชี้ชัดลงไป ส่วนราชการก็จะไม่เจรจากัน ต่างคนต่างไม่ทำ จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงเกษตรฯ ไปกำหนดปริมาณการผลิตพลังงานทดแทนและการปลูกพืชพลังงานให้สอดคล้องกัน และลงนามบันทึกความเข้าใจซื้อขายสินค้าในราคาที่เกษตรกรพอใจ โดยรัฐบาลจะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรทั้งหมด มาผลิตเป็นพลังงานทดแทน

นายไตรรงค์ ย้ำว่า การพัฒนาเรื่องพลังงานทดแทนไม่กระทบกระเทือนต่อการผลิตอาหาร ขณะเดียวกัน เราต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตอาหารควบคู่ไปด้วย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการเรื่องอาหารและพลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติอาหารและพลังงานของโลก ได้สั่งให้ฝ่ายเลขานุการที่มีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรให้ไปจัดทำแผนผลิตสินค้าเกษตร ว่า ตรงไหนควรผลิตอะไร อย่างไร รวมทั้งให้ไปดูเรื่องการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การเพิ่มผลผลิต แต่ไม่ใช่การขยายพื้นที่การผลิตเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวทางการเพิ่มศักยภาพการผลิตอาหารนั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องพัฒนาระบบชลประทาน 24 ล้านไร่ที่มีอยู่ให้เต็มที่ เพราะปัจจุบันแผนของประเทศมีเยอะ แต่ไม่ได้นำเอามาปฏิบัติเป็นพวกนาโต No Action Talk Only อย่างเขตชลประทานในเมืองไทย คนก็จะท่องว่าเมืองไทยมีเขตชลประทาน 30 ล้านไร่ ตนถามกรมชลประทานว่าเขตชลประทานมีเท่าไร เขาบอกว่ามี 28 ล้านไร่ เมื่อเช็ครายละเอียดจริงมีเพียง 24 ล้านไร่ แต่ใน 24 ล้านไร่มีเขตชลประทานจริงๆ 12 ล้านไร่ อีก 12 ล้านไร่ยังไม่ได้ทำ ความจริงถ้าเราทำเขตชลประทานให้ได้ 24 ล้านไร่ จะทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว นอกจากนี้ ก็จะต้องพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ 60 ล้านไร่ ที่อยู่ในภาคอีสาน ตามแนวพระราชดำริแก้มลิง

ส่วนการวางยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมที่ผ่านมา เรามียุทธศาสตร์อุตสาหกรรมที่ดีอยู่เยอะ แต่ไม่ปฏิบัติ ยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด คือ ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมปี 2541-2545 ที่มีอยู่ 9 แผนงาน และได้วางแผนปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน 440 โครงการ แต่ทำจริงเพียง 50 โครงการแล้วเลิก พอเลิกแล้วความสามารถภาคอุตสาหกรรมก็สู้เขาไม่ได้ เพราะต้นทุนการผลิตแพง ก็ไปเขียนยุทธศาสตร์ใหม่อีก คือ ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมปี 2548-2551 แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรกับแผน จึงต้องเอายุทธศาสตร์ทั้งหมดมาดูใหม่

นอกจากนั้น ต้องวางยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เพราะต้นทุนโลจิสติกส์ของเราอยู่ที่ 20% ของรายได้ประชาชาติ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้พัฒนาระบบขนส่งทางรางคืบหน้าไปมากแล้ว แต่คนไทยยังไม่กระดิก

สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยทำวิจัยว่าถนนในเมืองไทยมีมากเกินความต้องการแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ถ้าเราไม่มีสติเราก็ทำไปเรื่อยๆ ต้องมาดูว่าการก่อสร้างถนน และการก่อสร้างระบบชลประทานและระบบรถไฟทางคู่อันไหนสร้างอนาคตให้ประเทศใน 30-40 ปีได้ดีกว่า คนเรามันต้องเปลี่ยนความคิดบ้าง ไม่ใช่เคยตั้งงบแบบนี้ทุกปีก็ทำแบบเดิมทุกปี ส่วนโครงการที่ตั้งงบไปแล้วและทำไปแล้วก็ให้ทำไป แต่ในปีต่อไปก็จะต้องลดอัตราส่วนลงมา

"ผมพูดทั้งในสภาและหลายที่ว่าถ้ารัฐบาลจะกู้เงินต้องกู้เงินมาทำเรื่องแบบนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และกระตุ้นการเพิ่มรายได้ประชาชาติ ไม่ใช่กู้เงินมาสร้างถนนปลอดฝุ่น ถ้าผมเข้ามาแล้วผมจะไม่ให้กู้ เพราะไม่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศในระยะยาว เราต้องกู้เงินมาลงทุนในเรื่องที่สร้างศักยภาพและเป็นประโยชน์จริงๆ ส่วนโครงการไทยเข้มแข็งต้องทบทวนบ้างยังไม่ได้ดูรายละเอียด"

อีกปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขให้ได้ คือ เรื่องนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต้องวางกรอบว่าจะอยู่อย่างไรระหว่างอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าปล่อยปละละเลยแล้วมาทะเลาะกันแบบนี้ มันเสียบรรยากาศการลงทุน การประชุมสภาสมัยประชุมนี้เราต้องออกกฎหมายมาให้ได้ เพื่อให้กฎหมายสามารถตอบสนองความต้องการ ม. 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อที่จะได้รู้ว่าหน่วยงานไหนต้องทำอะไรบ้าง ต้องมีความชัดเจนและใช้แบบฟอร์มนี้ทั่วราชอาณาจักร ให้ปัญหามาบตาพุดเป็นบทเรียน ประชาชนต้องได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม


Tags : ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

ข้อมูลจาก...

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ติกส์.html
โอ๊ก
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1220
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 10:20
Tel: 0875897608
team: ไปเรื่อยๆ
Bike: เมริด้า แลนด์เกียร์
ตำแหน่ง: ซ.อ่อนนุช 46
ติดต่อ:

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย โอ๊ก »

อย่าว่าแต่ทางจักรยานเลย ขอแค่ไหล่ทางสมัยนี้ยังหายาก ไปดูสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเก่าๆ เช่นสะพานพุท สะพานกรุงเทพ จะมีทางเท้าสองข้างทางสวยงามมาก สะพานรุ่นใหม่ไหล่ทางสักศอกยังหาไม่ได้ ถึงต้องห้ามมอไซด์ขึ้นสะพาน คนขับรถสมัยนี้เห็นแก่ตัวจริงๆ
ปั่นไกลแค่ตามองเห็น
เสือหมอบ Bianchi DAMA-BIANCA She Alu7000 เป็นรถสำหรับผู้หญิง ขนาด 44
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=1479426
โปรปลอม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2009, 14:14
Bike: Giant

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย โปรปลอม »

หนีมาเว็บจักรยาน
ก็ยังไม่พ้นการเมือง
...
ไม่ใช่ผมไม่ชอบการเมืองนะครับ ส่วนตัวนี่ติดตามมาตลอด
แต่ไม่นึกว่ามาเว็บจักรยานยังจะเจอ 555
รูปประจำตัวสมาชิก
veenono
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 15565
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
Tel: 089 776-9110
team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย veenono »

ขอมาร์คไว้อ่านครับ... ชาวจักรยานก็คือประชาชนทั่วไปครับ
และก็คือบุคคลทั่วไปที่ให้ประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อมคือลดพลังทำลายโลก


:D :D
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
รูปประจำตัวสมาชิก
bad_attitude
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 553
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2009, 13:45
Bike: Trek 2.5
ตำแหน่ง: Bangkok, Siam

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย bad_attitude »

รัฐบาลคือภาพสะท้อนของประชาชนนะแหล่ะครับ
มันก็เป็นไปตามที่ประชาชนเลือกเข้ามา ก็หนึ่งคนมีหนึ่งเสียง ไปกาอะไรกันเอาไว้ ก็ได้ตามที่กาเข้ามาบริหารงานแผ่นดิน
ประชาธิปไตยคืออะไร ท่านปรีดีพยายามสอนไว้นานแล้ว จนจอมพล ป พยายามล้างสมอง ถึงวันนี้ยังไม่เข้าใจกัน
กะอีแค่มีบัตรประชาชน ก็เรียกตัวเองว่าคนไทย ทำมาหากินสุจริตบ้าง โกงเขาบ้าง โกงแผ่นดินที่มาอาศัยเกิดบ้าง
ใครทำอะไรถูกใจก็แห่กันไปยกหาง ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็หากันออกมาประนามด่า
อยากได้อะไรก็เดินขบวนเรียกร้อง นัดหยุดงาน นานๆ จะเจออดข้าวประท้วง

อย่าไปมองภาพใหญ่มาก เอาภาพเล็กๆ พอ วินัยจราจร สะท้อนวินัยชาติ น่าจะเห็นกันมาบ้าง ตามสี่แยกทั่วๆ ไป
สารพัดการผิดกฏจราจรที่ไม่ต้องเอ่ยถึง ใครออกมาริมถนนก็เห็นกันอยู่ตลอดเวลา ทำกันจนชาชิน เป็นเรื่องปรกติ
วันไหนไม่เห็นถือว่าแปลกประหลาดพิศดารเกินกว่าฝันไป ทำกันแล้วทำกันอีก จนกฏหมู่อยู่เหนือกฏหมาย
ถ้าวันไหนตำรวจลุกขึ้นมาจับก็คงจะไปด่าตำรวจว่ามาจับเขา (หรือฉัน) ทำไม ทำอยู่ทุกวัน ไม่เห็นโดนจับ จะมาจับอะไรกันวันนี้

ไอ้ของที่มีอยู่ ยังไม่มีการดูและให้ดีสมกับที่มี จะมาทำทางจักรยานทั่วเมืองวันนี้ตอนนี้ ก็คงไม่แคล้วโดนด่าว่าหาเรื่องละลายงบประมาณแผ่นดิน
ตอนจบแล้วก็กลายเป็นที่จอดรถเหมือนเดิม เปลี่ยนไปก็แค่สีสัน ที่จอดรถสีเขียว แค่นั้น

ยังไงแล้วก็จะขอปั่นไปตามปรกติ ฟุตบาทบ้างถ้าไม่มีคนแห่มาวางของขายเต็มไปหมด
ขอบทางด้านซ้ายบ้างถ้าไม่มีท่อระบายน้ำมาดักให้ตกไปคอหักตาย
ติดไฟแดงตามสี่แยกตามกฏจราจร ไม่มีปาดไปอ้อมแบบที่มอไซล์ชอบทำกัน
ถ้าวันไหนโดนรถตู้หรือแท้กซี่เสยตายก็แค่เผาศพ จบไปอีกชาติที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดตามสังสารวัฏฏ
ถ้ากรรมน้อยลงแล้วคงได้ไปเกิดที่โคเปนเฮเกน (มั้ง)
รักชาติด้วยปากหาง่าย รักชาติด้วยการกระทำหาไม่เจอ
รูปประจำตัวสมาชิก
sookchat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12814
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
Tel: 089-9831559
team: ฅนชานเมือง
Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
ติดต่อ:

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย sookchat »

นักการเมืองไม่อยากยุ่ง แต่ที่อยากได้นะทางจักรยานตามรูปข้างล่างนี้
ไฟล์แนบ
40beb76bcfdb8cc4781d6d1ff4e52360 [320x200].jpg
40beb76bcfdb8cc4781d6d1ff4e52360 [320x200].jpg (30.08 KiB) เข้าดูแล้ว 733 ครั้ง
0008a39771fdf78dc7faeab088daf178 [640x480].jpg
0008a39771fdf78dc7faeab088daf178 [640x480].jpg (73.19 KiB) เข้าดูแล้ว 733 ครั้ง
b0e49cac215242afcc1402ccd1c55e65 [640x480].jpg
b0e49cac215242afcc1402ccd1c55e65 [640x480].jpg (73.33 KiB) เข้าดูแล้ว 733 ครั้ง
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
รูปประจำตัวสมาชิก
tumy
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 58
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2008, 15:40
Tel: 087-4196694
team: -ขาอ่อนแรง-
Bike: trek 1.2/trek 4300/ mercury
ตำแหน่ง: สนง.เทศบาลตำบลย่านตาขาว 101 ถ.ตรัง- ปะเหลียน ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง 92140

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย tumy »

ขอสนับสนุนให้มีทางจักรยานด้วยคนครับ
ขอให้มีตามต่างจังหวัดด้วยนะครับเพราะเวลาผมซ้อมปั่นไอพวกขับรถ 10 มันชอบเบียดทำให้เกีอบล้มหลายครั้งแล้ว ถ้าล้มนะเจ็บไม่กลัวครับแต่เสียดายรถ
เข้าร่วมโครงการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนของกระทรวงพลังงานแล้วครับ ปั่นจักรยานไปทำงานทุกวันครับใครสนก็ลองนะครับพอไปถึงที่ทำงานเหงื่อโชกเลยแต่ว่า http://www.trangzone.com
ใครว่างลองเล่นดูเพลินดีhttp://game.mthai.com/game-flash/racing-games/2385.html
panupan_o
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 21
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2009, 22:53
Bike: GT

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย panupan_o »

ขอสนับสนุนให้มีทางจักรยานด้วยคนครับ ภาวนา ขอให้น้ำมันหมดโลกเร็วๆขึ้น เราก็จะเห็นทางจักรยานเต็มเมือง หรือน้ำมันราคาสองลิตรร้อย อีกอย่าคับ ต้นไม้ข้างทางควรจะปลุกไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ไม่ใช่ไปปลุกไม้ดอก เงายังไม่เห็นเลย กลัวรถมันเอาเป็นจุดเบรกหรือยังไรก็ไม่รู้ถึงไม้ปลุกไม้ใหญ่
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือตี๋
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 17239
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2009, 17:23
Tel: หมอตี๋+น้องพร 0847849703
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพวัฒนานคร สระแก้ว
Bike: TREK8500-HARO ESCAPE8.3-GIANTcross 3300-GIANTเหลือง
ตำแหน่ง: รพ.วัฒนานคร สระแก้ว

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย เสือตี๋ »

ปีใหม่ผมผ่านทางจังหวัดตาก-มีทางเฉพาะจักรยาน ตีกรอบไว้ชัดเจน รถอื่นห้ามจอดครับ
ผมเห็นเห็นครั้งแรกขนลุกครับ..ไม่คิดว่าจะมีแบบนี้...ที่อื่นน่าจะมีบ้างนะครับ
ผมพึ่งปั่น 1ก.ย.52...ผมยังรู้สึกดีเลยครับ
มิตรภาพ บนหลังอาน ยิ่งนาน ยิ่งผูกพันธ์
รูปประจำตัวสมาชิก
อภิญญาโน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 428
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2009, 23:02
Tel: 0878220089
Bike: Merida XC 500 D
ตำแหน่ง: 726 หมู่บ้าน ธนดี ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา
ติดต่อ:

Re: แด่พรรคการเมืองไทยนโยบายใหม่ใส่ใจส่งเสริมใช้จักรยาน...

โพสต์ โดย อภิญญาโน »

เห้นด้วยอย่าง ยิ่งเลยครับ ..นักการเมืองไทย เรื่องไหนที่ไม่มีผลประโยชน์ สมองก็ไม่ค่อยลื่น ....ฉลาดแต่เรื่อง ชั่วๆ....เลือกตั้งไปก็เสีย เวลาแสียงบประมาณ.......
" ศีลธรรม " คือสมบัติที่แท้จริงของมนุษย์
http://www.seaw-diving.com
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”