รับปากกะตัวเองว่ากลับถึงบ้านต้องรีบมาทักทายกับเสือเอี้ยงและสหาย ที่ได้พบกันระหว่างทางจน(ปั่นกัน)ถึงเมืองหลวงพระบางในทริปนี้
แต่ลูกๆ(ผม)เจ้าของเครื่องเขามาทวงเครื่อง(คอม)...เป็นของเขาผมแฝงตัวใช้ยามเขาเผลอ
ผมใช้เวลาคอม(ของเขา)เช้าถึงบ่ายของวันนี้ ด้วยไปจ่อมตัวคิดถึงคุณหางแฮ้ม อยากไปสวัสดีปีใหม่
ทำเสร็จแล้วแถมเผลอติดลมเล่าเกร็ดของเส้นทางที่ปั่นจากหลวงพระบางกลับถิ่นไทยทางห้วยโก๋น
ชั่งใจอยู่จะเอาไปแปะที่หน้าของเฮียเซ้งหรือของน้องเอี้ยง
อย่างที่บอกว่าชั่งใจ...ก็เพราะเรื่องกระแส
ดูเรทติ้งกระทู้เสือเอี้ยงเล่าคนดูเยอะ ขอพลอยอาศัยด้วยเผื่อจะดังนะน้องเอี้ยง
ครับขอส่งความคิดถึงๆเสือเอี้ยงและสหายแบบโกงๆหน่อยครับ ขอแปะเอาที่เขียนในกระดานคุณหางแฮ้มมาอ่อยที่ตรงนี้ แบบคิดถึงกันนะครับ ทั้งปราถนาดีว่าอย่าเพิ่งไปเลยเส้นทางเมืองเชียงแมนกลับห้วยโก๋นมันเกินสนุกเหลือเกินครับ
จารึก หลังสวน
.....
ปล. ช่วงนี้เกิดนึกถึงพรรคพวกวงการปั่น อย่างคุณหางแฮ้มที่ผมเขียนไปคุยด้วย ก็ไม่เคยเจอตัวตน แต่เห็นน้ำใจเขาที่ดีต่อวงการคนปั่น ก็เลยเขียนทำนองสวัสดีปีใหม่กันถึงเขาและเพื่อนๆ
ก็เผลอเขียนส่วนย่อของการไปลุยทางโหดในลาว โพสไปแล้วเลยทำสำเนาเอามาแปะให้เสือเอี้ยงและสหายอ่าน เป็นการเขียนเสริมข้อมูลที่คุณหางแฮ้มเป็นตัวหลักเขียนอยู่ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0#p1632520
....
ผมนึกถึงและคิดถึงกระทู้นี้ตลอดเวลาที่ปั่นเที่ยวหรือกลับจากปั่นเที่ยวลาว ทุกครั้งก็นึกถึงคุณหางแฮ้มที่มีน้ำใจทำข้อมูลและดูแลผองเพื่อนเพื่อการปั่นเที่ยวในแดนลาว
ผมเพิ่งกลับจากปั่นเที่ยว
สองปีที่ผ่านมา ผมผู้ละทิ้งเสียแล้วซึ่งการงานมานานเกือบสิบปี...แบ่งเวลาของชีวิตในรอบปีขอทำแต่เรื่องง่ายๆอยู่สองเรื่องสองกิจกรรม
กิจกรรมหนึ่งเป็นจริงเป็นจังหน่อยก็คือเก็บบ่มตัว(อยู่กะบ้าน)ที่กรุงเทพสี่เดือนเต็ม ตื่นเช้าซ้อมวิ่งเสียอย่างเดียว...เอาจริงเอาจังแค่หวังเก็บงานวิ่งกรุงเทพมาราธอนที่ตอนนี้ทำแค่ปีละครั้ง(ก็เกินพอ) เอาจริงเอาจังกะงานนี้ก็หวังแค่จะวิ่งให้เวลามันต่ำกว่าสี่ชั่วโมงก็พอใจ
รอบสี่เดือนของกิจกรรมเอาแต่วิ่ง...เริ่มจากต้นเดือนสิงหาคมถึงปลายพฤศจิกายน ขืนไม่ซ้อมมันก็ไม่สนุกหวังไม่ได้กะผลที่อยากได้แถมจะทรมาณตนโดยใช่เหตุ
อยากวิ่งงานนี้ เพราะเป็นงานวิ่งที่เขาพยายามโปรโมทให้กรุงเทพเราพัฒนาเป็นสนามวิ่งระดับโลก ดึงนักวิ่งต่างชาติมาร่วมวิ่งเพื่อจะได้ดึงนักวิ่งทัวริสต์มาเที่ยววิ่งมาใช้จ่ายเงินทองที่บ้านเรา ทั้งหวังเชิดชูหน้าตาอวดบ้านอวดเมืองเราว่าพัฒนาก้าวหน้า เป็นเช่นอย่างเมืองใหญ่ระดับโลกต่างๆที่มีหรือจัดให้เมืองใหญ่หรือเมืองหลวงของตนมีกิจกรรมปิดถนนจัดวิ่งมาราธอนกันปีละครั้ง เป็นที่สุขสำราญของผู้คนชนในถิ่นมุงดูกันล้นหลามตลอดเส้นทางวิ่ง ๔๒ กิโลเมตร
คนวิ่งปีนี้ก็มาก...มากขึ้นกว่าทุกปี แต่คนด่าว่าพวกบ้าอะไรมาเที่ยววิ่งปิดถนนให้รถมันติดลำบากกว่าทุกวันก็ยังเยอะ จะหาชาวบ้านมายืนเชียร์ให้มันสนุกแบบเมืองอื่นยังไม่(ค่อยจะ)มี แล้วที่ว่ามันพัฒนามันพัฒนาอะไรผมก็ไม่รู้อะไรกะเขาหรอก
ก็วิ่งไปแบบเกรงใจแท็กซี่หรือชาวบ้านที่เขายังหงุดหงิดกะการปิดถนนทำกิจกรรมการวิ่งอยู่ละครับท่าน แฮะ...แฮะ...
จบเรื่องกิจกรรมที่ตนเองสนุกแต่คนส่วนใหญ่ในเมืองกรุงเขาเดือดร้อน(ในทีท่าและทีจริง) ก็ทำกิจกรรมในส่วนที่สองให้หมดไปอีกแปดเดือนเป็นครบปี ปั่นจักรยานเที่ยวละครับท่าน
ครับผมเริ่มกลับถึงบ้านหลังจากปั่นจักรยานเที่ยวในทริปแรกของปีนี้ พูดให้โก้ทริปแรกของฤดูกาลปั่นของผมปี ๒๕๕๓
ช่วงแรกไปกับพรรคพวกเริ่มปั่นจากเวียงจันท์เข้าหลวงพระบาง ทริปนี้เฮียเซ้งสนุกมากกลับถึงบ้านทำรายงานและลงรูปดูสวยดี อยู่ที่...
viewtopic.php?f=56&t=133547
เสร็จสรรพหลังจากส่งพรรคพวกกลับเวียงจันท์ด้วยรถบัส ผมก็ลองข้ามโขงฝั่งวัดเชียงทองไปฝั่งตรงข้ามบ้าน(หรือเมือง)เชียงแมน ปั่นสำรวจทางลัดตัดใหม่ลงไปเมืองหงสา...ดูเหมือนอ่านผ่านตาที่คุณหางแฮ้มเคยบอกที่ต้นๆของกระทู้นี้ทำนองอย่าไปเลยมันเป็นทางตัดไว้เฉพาะให้พวกรถขนไม้เขาใช้งาน ก็อยากไป...
ครับผมว่าทางจากเชียงแมนถึงหงสากะด้วยตาในแผนที่คงจะซัก ๑๘๐ กิโลเมตรนะกระมัง
วันแรกผมออกจากหลวงพระบางได้ทางดี ทางสัญจรของชาวบ้านมีทั้งรถสองแถวทั้งมอเตอร์ไซค์ทั้งคนเดินเท้า เดินทางขวักไขว่กันกะระยะทางได้ซัก ๒๐ กิโลเมตร อารามดีใจผมโทรบอกกองเชียร์ที่กรุงเทพ...ทางเขาดีเกินคาดวุ้ยปั่นสนุกออก
ครับได้ทางดินค่อนข้างดีอยู่ซัก ๒๐ กิโลเมตรไม่น่าจะมากกว่านั้น ถัดจากนั้นก็เป็นทางตัดแบบเอาแทรกเตอร์ไปตะกุยพอให้เป็นช่องทาง ผิวที่เอาดินเอาหินออกไปไม่ต้องปรับ มันก็โผล่เป็นหินแข็งเกาะติดแน่นยื่นปมแหลมคอยตำล้อ หินที่ร่วนหลุดจากพื้นผิวก็คอยจะผลักล้อให้ลื่นไถลล้มเมื่อย่ำผ่านโดยการปั่น ส่วนดินที่เป็นส่วนประกอบของขุนเขาที่ถูกแทรคเตอร์ถากถางเป็นช่องทางเป็นทั้งธุลีเม็ดและธุลีดิน
อ้ายธุลีเม็ดมันก็โปรยเต็มส่วนถนนที่สาดโค้ง ปั่นขึ้นก็ลื่นปั่นลงก็ไถล อ้ายก้อนหินทั้งโผล่ทั้งเป็นดักขวากทางการปั่น ปั่นไม่ไหว...ครับเข็นลูกเดียว
อ้อ...เข็นสองลูกครับ ลูกเข็นขึ้นกะลูกเข็นลง
เหตุเพราะลองทำซ่าเข็นขึ้นมันเหนื่อยแล้ว ตอนทางลงก็ลองขึ้นคร่อมรถเอาตีนไถไถลรถให้มันลง มันก็ลงครับแต่ลงในร่องทางดินที่เป็นฝุ่นหนา ล้อมันแฉลบพาผมกลิ้ง...เลิกเลยครับตัดใจเข็นมันเสียดีกว่าเอาทั้งขึ้นและตอนลงปลอดภัยดี
ครับนับจาก ๒๐ กิโลเมตรแรกที่หลวมตัวโทรฯโพนทะนาบอกพรรคพวกไปเสียแล้วว่าทางมันดี(เสียจริง)วุ๊ย แต่พอเจอทางเข็นก็ไม่มีสัญญาณจะโทรแก้ ก็ก้มหน้าก้มตาเข็นเสียลูกเดียว
เข็นจนหมดอารมณ์ปั่น แบบเห็นทางเรียบที่พอจะขึ้นปั่นได้ก็ขี้เกียจเสียแล้วครับ คือมันเป็นทางเรียบซื่อซักแค่แป้ปเดียวไม่คุ้มที่ต้องกระโจนลงเพื่อเข็นอีกละครับท่าน
วันแรกคงได้แค่ ๓๐ กิโลเมตร ดีที่ไปมืดค่ำที่หมู่บ้านเล็ก ถามว่าพอจะนอนได้ที่ไหน หนุ่มลาวเถิงชี้ไปที่บ้านของตนเองบอกนอนด้วยกันก็ได้ คืนแรกผมก็นอนบ้านลาวเถิง
ตื่นเช้าถึงเที่ยงจนถึงเย็นก็เข็นต่อครับบ่ได้ปั่น ได้อีกซัก๓-๔๐ กิโลเมตรหมดไปอีกหนึ่งวัน
โชคดี(อีกแล้ว)ไปตกเย็นที่บ้านลาวเถิงอีกหมู่บ้านหนึ่งแถวห้วยสิง หลังจากขอที่นอนได้แล้ว ก็เดินเตร็ดเตร่เจอครอบครัวพ่อค้าชาวลาว ผมแถเข้าไปแบบดีใจ(แบบมีผลประโยชน์แฝงในรอยยิ้ม...ผมรู้ตัว) คุยกันบอกมาจากเมืองไซยะบุรี
ผมก็ถามต่อเอาสินค้ามาขายด้วยวิธีการ(เดินทาง)อย่างไร
ได้คำตอบ(ตามกับดัก)ที่ผมพรางแบบลวงถาม ว่าเดินทางค้าขายด้วยรถบรรทุก
ผมถามให้แน่ใจก่อนโปรยเหยื่อ รถเล็กหรือรถใหญ่...ใจผมนึกไปว่าคงจะเป็นแค่รถกระป้อเล็กเช่นไดฮัตสุที่เห็นตามบ้านเรา
ฮ้าย...ไม่ใช่เรามาด้วยรถใหญ่ เป็นรถฮุนไดคันใหญ่นู้น พร้อมชี้มือประกอบเล็งจุดให้ผมเห็น
เสร็จผมครับ ผมถามเจ้าจะไปค้าขายที่ใดต่อ เจ้าตอบตรงๆอย่างที่ผมอยากให้มันเป็น(คำตอบที่อยากได้) กลับไซยะบุรี
ฮ่าๆๆๆผมหัวเราะประกอบพร้อมคำขอ เจ้าไปไซยะบุรีก็ต้องผ่านทางแยกไปหงสาซินะเจ้า
ใช่ครับใช่เราต้องผ่านแยกเมืองไซยยะ จากสามแยกเป็นทางดีซักเจ็ดกิโลก็ถึงซึ่งเมืองหงสามีที่พักละครับอ้าย
งั้นผมเอารถจักรยานไปด้วยนะ ขอไปลงที่สามแยกที่อ้ายว่า
ได้ซิได้...ที่ทางบนรถมันเหลือเฟือ
ครับ...คุยกันถูกอกถูกใจ ได้ความว่าขอขายของต่อพรุ่งนี้เช้าอีกซักครึ่งวันแล้วจะเก็บของกลับบ้าน
ผมก็ไปนอนบ้านหนุ่มลาวเถิง รอรุ่งเช้าและรอเวลาที่พ่อค้าลาวจะเก็บของ
ครับก็กลับถึงเมืองหงสาได้ด้วยวิธีนี้ครับ แฮ่...
ผมนอนหงสาอยู่คืนหนึ่งก็ปั่นเข้าเมืองเงินเข้าห้วยโก๋น แบบสะดวกพอควรแล้วละครับ
แต่แหม...ที่ผมสังเกตนะ ตอนยืนอยู่ในรถส่วนเก็บของที่มีสินค้าครึ่งคัน พื้นที่ๆผมผ่านมันโหดกว่าสองวันที่ผมปั่นอีกนะท่าน...แต่ธรรมชาติของภูเขาและป่าไม้สมบูรณ์จริงๆเทือกเขางี้เขียวและสลับซับซ้อนเป็นเทือกยาวสูงต่ำหลายชั้น แต่ทางมันชันและคดเคี้ยวดีจัง(เอ...น่าจะเรียกว่าแย่จัง)เมื่อถึงจุดหนึ่งคนขับก็จอดรถ จัดการลงไปเอาเครื่องบวงสรวงไปถวายเจ้าที่เจ้าทาง ขอรับการคุ้มครองจากเจ้าที่เจ้าป่าเจ้าเขา
ช่วงนี้...หากให้ผมเข็นคงจะใช้เวลานอนค้างกลางทางอีกซักคืน แต่มันจะยุ่งตรงไม่ผ่านหมู่บ้านเลย
อ้อแถมข้อมูลนิดนะครับ แต่เป็นข้อมูลที่ฟังมา...เส้นทางเมืองเงินปากแบ่งฟังจากคนพื้นที่ว่าเขาทำเสร็จสมบูรณ์แล้วนะครับ แหมหากเสร็จจริงคงเป็นเส้นทางสวรรค์เส้นทางหนึ่งในการปั่นเที่ยวลาวละครับ
แต่ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับ เพราะห้าหกเดือนก่อนที่ผมได้มีโอกาสไปกับกลุ่มไม้ค้ำตะวันบางส่วนยังแค่ถากปรับดินแค่นั้นเอง
อย่างงี้ต้องไปดู(ด้วยตา)ครับ
ครับเป็นเพราะคิดถึงคุณหางแฮ้ม อยากจะสวัสดีปีใหม่เสียด้วยครับ เลยได้เจอหลายท่านในนี้ที่คิดถึงอยู่ทั้งท่านเสี่ยวภูธร ท่านสก็อต ณ เมืองตาก เสือหงอย รวมอีกหลายท่านที่คุ้นเคยกัน
ขอสวัสดีปีใหม่มายังทุกท่านนะครับ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกบรรดามี ดลให้ท่านทั้งหลายมีสุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรง งดงาม คิดอย่างใดหวังอย่างใดขอให้สมหวัง การงานไม่ติดขัด สิ่งชั่วอย่าแพ้วพาน ขอให้พบแต่สิ่งดีทุกท่าน เทอญ
ผมอาจจะตามไปสวัสดีปีใหม่กะเสือหงอยอีกที ไปเล่าเรื่องปั่นบนเส้นทางโฮจิมินห์เพิ่มครับ รวมทริปแรกผมเปิดซีซั่นกดเข้าไปหนึ่งเดือนเต็มครับ แฮ่...อย่าอิจฉาผมนะ
ด้วยรักนะครับท่าน
จารึก หลังสวน