เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
- เสือดอนโพธิ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 5427
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:28
- Tel: 081-8011920
- team: ฅน....ครยก บ้านนา..ทีม
- Bike: klein Specialized Roubaix sl2 trek2300 Giant tcr advanced sl isp
- ตำแหน่ง: บ้านนา นครนายก
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ลองหา เครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจมาใช้ซักอัน แมกซ์ฮาร์ทเรทของคุณน่าจะอยู่ประมาณ(220-อายุ(41))...179 ครั้งต่อนาที เวลาปั่นก็คอยดูแลอย่าให้หัวใจเขาเต้นเกินจากนี้เป็นเวลานานๆ ถึงจุดนี้แล้วก็ควรผ่อนได้แล้วก็จะลดอัตราเสี่ยงได้พอสมควร
ชีวิต......
ยังมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยรู้จักอีกเยอะแยะ
ยังมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยรู้จักอีกเยอะแยะ
- paefah
- ขาประจำ
- โพสต์: 137
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2009, 20:13
- team: Arsenal F.C.
- Bike: SCOTT SCALE 40
- ตำแหน่ง: นนทบุรี
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่อยากจะทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง
แต่บทความที่โพสมา รู้สึกว่า หมอแมว หมอในพันทิพย์ จะออกมาบอกแล้วว่าไม่จริงนะครับ เป็นการแปลจาก E-Mail ลูกโซ่ของฝรั่ง
หมอแมว เค้าออกมาอธิบาย FW Mail หลายๆอันให้กระจ่างครับ ค่อนข้างเชื่อถือได้
ถ้าผมจำไม่ผิด เค้าจะบอกว่า การไอมันไม่ได้ช่วยอะไรอะครับ จะช่วยจริงๆต้องแบบ ปั้มหัวใจ ..
จำเนื้อความไม่ค่อยได้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่า เนื้อหาอันนี้ไม่เป็นความจริงครับ
หมอแมวเค้าบอกว่า ไม่อยากให้จำผิด เพราะแทนที่จะทำอย่างอื่น เช่น โทรหา 191 จะกลายเป็นมัวแต่ไอแค่กๆ แล้วมันไม่ช่วยอะไรอะครับ
...
จากข้อมูล มีสิทธิจะเกี่ยวกับการพักผ่อนน้อย (แล้วโหมอัดขึ้นเนิน)
แล้วก็ ฝากแวะไปเช็คร่างกายที่ รพ. หน่อยนะครับ อาการคล้ายๆเบาหวาน แต่ใจเย็นๆ อาจจะไม่เป็นก็ได้ แค่กะไว้ครับ
เช็คเบาหวาน+ความดันนะครับ รายงานผลด้วยล่ะ ผมรอลุ้นอยู่
อยู่ จว.อะไรครับเนี่ย
แต่บทความที่โพสมา รู้สึกว่า หมอแมว หมอในพันทิพย์ จะออกมาบอกแล้วว่าไม่จริงนะครับ เป็นการแปลจาก E-Mail ลูกโซ่ของฝรั่ง
หมอแมว เค้าออกมาอธิบาย FW Mail หลายๆอันให้กระจ่างครับ ค่อนข้างเชื่อถือได้
ถ้าผมจำไม่ผิด เค้าจะบอกว่า การไอมันไม่ได้ช่วยอะไรอะครับ จะช่วยจริงๆต้องแบบ ปั้มหัวใจ ..
จำเนื้อความไม่ค่อยได้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่า เนื้อหาอันนี้ไม่เป็นความจริงครับ
หมอแมวเค้าบอกว่า ไม่อยากให้จำผิด เพราะแทนที่จะทำอย่างอื่น เช่น โทรหา 191 จะกลายเป็นมัวแต่ไอแค่กๆ แล้วมันไม่ช่วยอะไรอะครับ
...
จากข้อมูล มีสิทธิจะเกี่ยวกับการพักผ่อนน้อย (แล้วโหมอัดขึ้นเนิน)
แล้วก็ ฝากแวะไปเช็คร่างกายที่ รพ. หน่อยนะครับ อาการคล้ายๆเบาหวาน แต่ใจเย็นๆ อาจจะไม่เป็นก็ได้ แค่กะไว้ครับ
เช็คเบาหวาน+ความดันนะครับ รายงานผลด้วยล่ะ ผมรอลุ้นอยู่
อยู่ จว.อะไรครับเนี่ย
4 สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ .. เวลา .. มิตรภาพ .. ความรัก .. และ .. คุณธรรม
- JADE555
- ขาประจำ
- โพสต์: 7581
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 06:31
- Tel: อยากรู้ให้โทรมาถาม (- -")
- team: CARBON ASS!!!
- Bike: เหล็กมาร
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
อะจึ๋ย จริงเหรอครับเนี้ย ผมก็ตามข่าวมาแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยเห็นใครลองทำดูนะ 
ปั่นต่อไป จนกว่าตูดจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน CARBON ASS TEAM
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
-
tang
- ขาประจำ
- โพสต์: 131
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2009, 21:10
- Tel: 0855074349
- Bike: แม่บ้าน
- ตำแหน่ง: 71/8ห.7ม.คัทลียาวิลล์ ต.ลาดสวาย อ.ลำลุกกา จ.ปทุมธานี 12150
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ผมเคยครับ อาการคล้ายๆกันครับ หมดแรงแบบไม่เหลือแรงเลย เกิดบนเส้นทาง บ.บ้าแลว-.อแม่จริม จ.น่าน ขึ้นเนินลงเนินทั้งทาง สูงชัน สลับกันไป ระยะทางไปกลับ 60 Kmกว่าๆ ผมคาดว่าสาเหตุมาจาก ไม่ได้กินข้าวมื่อกลางวันครับ ขาไปสะบายๆที่ความเร็ว 30 กว่า พอยูเทินปุบ หมดเลย แทบจะนอนตรงนั้น แต่กลั้นใจ ปั่นไปร้านขายของใกล้ โลกว่าแต่เวลา นานเหมือนเป็นปี หาไรลงท้องแล้วค่อยยังชั่วครับ ถึงบ้านแทบร้องไห้ ทำให้เดี้ยวนี้ผมพกพาเวอร์เจลไปทุกครั้งที่ปั่นครับ ใครไม่เคยเป็นอาการนี้คงจะไม่เข้าใจครับ ไม่มีแรงแม้กระทั้ง จะยื่นอยู่เฉยๆ ทรมาณ มาก 
เมื่อบินอยู่บนท้องฟ้าจงกางปีกให้สง่า
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
หลักการปั่นเพื่อสุขภาพ อย่าหักโหมให้เกินไป ฟังร่างกายตัวเอง ถ้าเกือบสุดฝืนๆ แล้ว แนะให้รีบปรับเป็นเกียร์เบา และค่อยๆ ปั่นขึ้นไป อย่ารอให้สุดๆ แล้วหยุดปั่นทันที อันตรายครับ
ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องอัดให้อย่างเร็วเพื่อถึงยอดครับ เราไม่ได้ไปแข่งกับใคร ผมถือคตินี้ แม้ว่าจะปั่นกับคนอื่นๆ อัดขึ้นเขา ขึ้นเนินเอามัน ถ้าตามได้ ตาม ถ้าเขาแข็งแรงกว่า ตามไม่ได้ ผมก็ไม่ฝืน ไม่มัวคำนึงว่า คนนั้นแก่กว่าเรา 60 กว่าแล้ว ทำไมเราจะตามเขาไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นมีคนแก่กว่าผม (ผม 57) ที่ทุกวันนี้ผมยังขึ้นเขาสู้ไม่ได้อีกหลายคน แต่ผมไม่สน ไปตามสปีดที่คววมฟิตของร่างกายเราให้มาครับ
ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องอัดให้อย่างเร็วเพื่อถึงยอดครับ เราไม่ได้ไปแข่งกับใคร ผมถือคตินี้ แม้ว่าจะปั่นกับคนอื่นๆ อัดขึ้นเขา ขึ้นเนินเอามัน ถ้าตามได้ ตาม ถ้าเขาแข็งแรงกว่า ตามไม่ได้ ผมก็ไม่ฝืน ไม่มัวคำนึงว่า คนนั้นแก่กว่าเรา 60 กว่าแล้ว ทำไมเราจะตามเขาไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นมีคนแก่กว่าผม (ผม 57) ที่ทุกวันนี้ผมยังขึ้นเขาสู้ไม่ได้อีกหลายคน แต่ผมไม่สน ไปตามสปีดที่คววมฟิตของร่างกายเราให้มาครับ
- Rey
- ขาประจำ
- โพสต์: 1584
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 04:28
- Bike: Dahon Mu P8
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
เป็นไปได้รึเปล่าครับว่าร่างกายเผาน้ำตาลในเลือดจนต่ำเกินไป เลยหน้ามืด
- tora
- ขาประจำ
- โพสต์: 605
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:35
- Tel: 092..47..57..000
- team: Joy & Jam
- Bike: Trek
- ตำแหน่ง: เมืองที่คนตกท่อ
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
เคยเป็นครับ น่าจะเกิดจากเหนื่อยเกินไป
ปกติเวลาเราปั่นจักรยาน ร่างกายจะรู้สึกว่ามันเหนื่อยน้อยกว่าปกติ เพราะสมาธิจะไปอยู่ที่การมองทาง และอุณหภูมิจะต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมปะทะ
แต่พอหยุดรถ ทุกอย่างจะเริ่มกลับสู่ปกติ เมื่อร่างกายรู้สึกว่าเหนื่อย จะหายใจมากขึ้น แต่ถ้าเหนื่อยมากอาจจะรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด
ผมเคยแล้ว ต้องจอดนอนบนฟุตบาท ไม่มีแรงแม้แต่จะนั่งพัก นึกว่าต้องตายแน่ๆ
ข้อห้ามคือ ห้ามดื่มน้ำทีเดียวเยอะๆเมื่อหยุดรถ
ปกติเวลาเราปั่นจักรยาน ร่างกายจะรู้สึกว่ามันเหนื่อยน้อยกว่าปกติ เพราะสมาธิจะไปอยู่ที่การมองทาง และอุณหภูมิจะต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมปะทะ
แต่พอหยุดรถ ทุกอย่างจะเริ่มกลับสู่ปกติ เมื่อร่างกายรู้สึกว่าเหนื่อย จะหายใจมากขึ้น แต่ถ้าเหนื่อยมากอาจจะรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด
ผมเคยแล้ว ต้องจอดนอนบนฟุตบาท ไม่มีแรงแม้แต่จะนั่งพัก นึกว่าต้องตายแน่ๆ
ข้อห้ามคือ ห้ามดื่มน้ำทีเดียวเยอะๆเมื่อหยุดรถ
...มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา... 私は虎です
- programmer_tang
- ขาประจำ
- โพสต์: 105
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2009, 20:00
- Tel: 0805802589
- Bike: merida matts 40
- ติดต่อ:
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
อย่างนี้ต้องดื่มเกลือแร่Rey เขียน:เป็นไปได้รึเปล่าครับว่าร่างกายเผาน้ำตาลในเลือดจนต่ำเกินไป เลยหน้ามืด
รับพิมพ์โลโก้ งานInkjet ตัดสติกเกอร์
https://www.facebook.com/Skyinkjet2014
https://www.facebook.com/Skyinkjet2014
-
Karajan
- ขาประจำ
- โพสต์: 488
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ม.ค. 2009, 00:32
- Tel: 0891751600
- team: TCC
- Bike: Wheeler
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
เหตุการณ์ลักษณะนี้้เคยเกิดกับผม ๒ ครั้ง
ครั้งแรก ตอนไปออกกำลังที่ฟิตเนต
เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเป็นวันแำำรกหลังจากที่ไม่ได้ออกกำลังที่ฟิตเน็ตมาหลายเดือน แต่ปกติขี่จักรยานอยู่เป็นประจำ ออกทริปบางเป็นครั้งคราว
ผมออกกำลังตามที่เคยมาใช้ฟิตเนตแห่งนี้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ที่นี่จะมีอุปกรณ์สร้างกล้ามเนื้อพอสมควร แต่ไม่รู้เป็นอะไรวันออกมากกว่า
ปกติ เพราะตัวเองคิดว่าไม่ได้มาใช้หลายเดือน เลยออกชดเชยไปด้วย ปรากฎว่าหลังจากออกกำลังเสร็จตัดสินใจจะออกจากฟิตเนต
กำลังจะเดินพ้นประตู หน้ามืดขึ้นมาทันที มือเท้าหมดแรงทันทีเช่นเดียวกัน ตอนนั้นคิดว่าตัวเป็นอะไรไปเนี่ย มันมากกว่าที่เราเคยเป็นในอดีต
ครั้งตอนที่บริจากเลือดสมัยเรียนมัธยมแบบเดียวกันเลย อยากจะเรียกรถอะไรก็ได้พาไปส่งที่บ้าน ผมล้มตังลงนอนตรงโซฟา พยายามเปิดลูก
ตามองไปในห้องรับเเขกของฟิตเนต แต่มันเปิดได้แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นเองมั้ง อย่าอื่นไม่ต้องพูดถึง แขนขาแทบขยับไม่ได้เลย หลังจากได้สติก็
ประคองตัวนอนอยู่ตรงนั้นได้สิบกว่านาที ฟิตเนตปิดพอดี พอร่างกายกลับมาสู่สภาวะปกติแต่ไม่ ๑๐๐% ค่อย ๆ ปั่นจักรยานกลับบ้านช้า
แล้วก็ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น หลายวันต่อมากลับไปอีกครั้งแล้วได้ถามกับจนท.ในศูนย์แห่งนั้น ก็เข้าใจแล้วว่า เราต้องประมาณร่างการของเรา
ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ปล.วันเกิดเหตุกับจากที่ทำงานถึงที่ฟิตเนตสองทุ่ม ไม่ได้กินอะไรเลยหลังจากมื้อเที่ยง ๆ คงจะพอเป็นบทสรุปได้นะครับ
ครั้งแรก ตอนไปออกกำลังที่ฟิตเนต
เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเป็นวันแำำรกหลังจากที่ไม่ได้ออกกำลังที่ฟิตเน็ตมาหลายเดือน แต่ปกติขี่จักรยานอยู่เป็นประจำ ออกทริปบางเป็นครั้งคราว
ผมออกกำลังตามที่เคยมาใช้ฟิตเนตแห่งนี้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ที่นี่จะมีอุปกรณ์สร้างกล้ามเนื้อพอสมควร แต่ไม่รู้เป็นอะไรวันออกมากกว่า
ปกติ เพราะตัวเองคิดว่าไม่ได้มาใช้หลายเดือน เลยออกชดเชยไปด้วย ปรากฎว่าหลังจากออกกำลังเสร็จตัดสินใจจะออกจากฟิตเนต
กำลังจะเดินพ้นประตู หน้ามืดขึ้นมาทันที มือเท้าหมดแรงทันทีเช่นเดียวกัน ตอนนั้นคิดว่าตัวเป็นอะไรไปเนี่ย มันมากกว่าที่เราเคยเป็นในอดีต
ครั้งตอนที่บริจากเลือดสมัยเรียนมัธยมแบบเดียวกันเลย อยากจะเรียกรถอะไรก็ได้พาไปส่งที่บ้าน ผมล้มตังลงนอนตรงโซฟา พยายามเปิดลูก
ตามองไปในห้องรับเเขกของฟิตเนต แต่มันเปิดได้แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นเองมั้ง อย่าอื่นไม่ต้องพูดถึง แขนขาแทบขยับไม่ได้เลย หลังจากได้สติก็
ประคองตัวนอนอยู่ตรงนั้นได้สิบกว่านาที ฟิตเนตปิดพอดี พอร่างกายกลับมาสู่สภาวะปกติแต่ไม่ ๑๐๐% ค่อย ๆ ปั่นจักรยานกลับบ้านช้า
แล้วก็ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น หลายวันต่อมากลับไปอีกครั้งแล้วได้ถามกับจนท.ในศูนย์แห่งนั้น ก็เข้าใจแล้วว่า เราต้องประมาณร่างการของเรา
ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ปล.วันเกิดเหตุกับจากที่ทำงานถึงที่ฟิตเนตสองทุ่ม ไม่ได้กินอะไรเลยหลังจากมื้อเที่ยง ๆ คงจะพอเป็นบทสรุปได้นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Karajan เมื่อ 20 ธ.ค. 2009, 13:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
tppt
- ขาประจำ
- โพสต์: 1131
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:02
- Tel: +uubouo+ei
- team: ซอยตันหรรษา เชียงใหม่
- Bike: Sunfire 3.0, Nirone 7, Jab 27.5, Trek Emonda ALR
- ตำแหน่ง: สันกำแพง (สันกำแพงสายใหม่) เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ถูกต้องครับ เอาจังหวะและสภาพร่างกายตัวเองเป็นหลัก ถ้าจะแข่ง ให้แข่งกับตัวเอง ไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่น เราออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ มีนักกีฬาอาชีพจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตในระหว่างแข่งlotus เขียน:หลักการปั่นเพื่อสุขภาพ อย่าหักโหมให้เกินไป ฟังร่างกายตัวเอง ถ้าเกือบสุดฝืนๆ แล้ว แนะให้รีบปรับเป็นเกียร์เบา และค่อยๆ ปั่นขึ้นไป อย่ารอให้สุดๆ แล้วหยุดปั่นทันที อันตรายครับ
ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องอัดให้อย่างเร็วเพื่อถึงยอดครับ เราไม่ได้ไปแข่งกับใคร ผมถือคตินี้ แม้ว่าจะปั่นกับคนอื่นๆ อัดขึ้นเขา ขึ้นเนินเอามัน ถ้าตามได้ ตาม ถ้าเขาแข็งแรงกว่า ตามไม่ได้ ผมก็ไม่ฝืน ไม่มัวคำนึงว่า คนนั้นแก่กว่าเรา 60 กว่าแล้ว ทำไมเราจะตามเขาไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นมีคนแก่กว่าผม (ผม 57) ที่ทุกวันนี้ผมยังขึ้นเขาสู้ไม่ได้อีกหลายคน แต่ผมไม่สน ไปตามสปีดที่คววมฟิตของร่างกายเราให้มาครับ
ไม่ว่าอาการนั้นจะเป็นคายอดเขาหรือยอดอกก็มีสาเหตุเดียวกันได้
สาเหตุที่มีอาการแบบนั้นอาจเกิดจาก น้ำตาลในเลือดต่ำ โปแตสเซียมต่ำ หรือแม้แต่อาการของโรคหัวใจก็ยังไม่ควรตัดทิ้ง (อย่าตกใจครับ อาจไม่ได้เป็น แต่พื่อความไม่ประมาทเราต้องคิดถึงไว้ด้วย) ซึ่งควรไปพบแพทย์โรคหัวใจเพื่อตรวจร่างกาย หากแพทย์บอกว่าไม่เป็นโรคหัวใจ เราจะได้สบายใจ จะได้ดูแลเรื่องรับประทานอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ
ความไม่แน่นอนนั้นแน่นอนเสมอ
จงอย่าประมาท เพราะเหตุการณ์ชั่วเสี้ยววินาที อาจเปลี่ยนชีวิตคนหลายคนไปตลอดกาล
จงอย่าประมาท เพราะเหตุการณ์ชั่วเสี้ยววินาที อาจเปลี่ยนชีวิตคนหลายคนไปตลอดกาล
-
Karajan
- ขาประจำ
- โพสต์: 488
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ม.ค. 2009, 00:32
- Tel: 0891751600
- team: TCC
- Bike: Wheeler
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ขอต่อครับ
ครั้งที่สอง ไม่นานมานี้เอง
วันนั้นจะปั่นจักรยานจากบ้านเข้าเมือง ใช้เส้นทางเลียบทางด่วน (เอกมัย-รามอินทรา) ธรรมดาได้มาใช้อยู่ไม่บ่อยนัก แต่คิดว่าต้องใช้เพราะมีทางสำหรับ
จักรยานแล้วจักรยาน ประกอบกับอยู่ในเส้นทางเดินทางเข้าเมืองเส้นหนึ่ง เข้าเรื่องดีกว่า วันนั้นขี่ถึงช่วงระหว่างแยกซอยราม ๓๙ วัดเทพลีลาด้านเลียบทางด่วน
ไปแยกที่ตัดกับถนนพระรามเก้า มีสาวขี่มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขี่ด้วยความเร็ว พวกนี้เร็วกว่าจักรยานอยู่แล้ว เป็นปกติของตัวเองอยู่แล้วที่ไม่ชอบภาหนะอื่นมาขี่
เส้นทางเฉพาะจักรยาน แต่ก็ไม่ทำผิดกฎจราจร เช่น ขี่รถผิดทิศทาง (ย้อนศร) เพราะไม่ชอบเลย >>การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำให้ตัวเองสะดวก เร็วขึ้น แต่ทำแล้ว
ผิดกฎของคนส่วนใหญ่ที่ตกลงกันไว้ จะนำไปสู่อุบัติเหตุได้ในที่สุด อันนี้อยากเตือนทุกท่าน สิ่งสำคัญที่สุดบนท้องถนนคือ ชีวิตของทุกคน ไม่ใช่รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ หรือจักรยาน ดังนั้นเราต้องเคารพซึ่งกันและกัน ปฎิบัติตามกฎหมาย จะช่วยให้อันตรายลดน้อยลง
นอกเรื่องไปเรื่อย กลับเข้ามาต่อดีกว่า พอเห็นมอเตอร์ไซด์ขี่บนทางจักรยาน มันทำใจไม่ได้ เลยตัดสินใจขี่ไล่จี้ ขี่ได้ไม่เท่าไหร่ มอเตอร์ไซด์ก็ออกไปใช้ถนนหลัก
แต่รถก็เริ่มติดมีท้ายแถวสะสมน่าจะเกือบ ๕๐๐ เมตร มอเตอร์ไซด์คันเดิมก็กลับเข้ามาใช้ทางจักรยานอีกครั้ง ผมก็ยังขี่ด้วยความเร็วระดับไล่จี้เหมือนเดิม
ทั้งกระโดดขี้น กระโดดลง ผู้ใช้ทางเส้นนี้น่าจะรู้ว่าทางจักรยานบางช่วงมีอุปสรรค ไม่เรียบบาง แล้วที่มาใหม่ก็เสาสองต้นที่ปักไม่ให้รถยนต์เข้ามาวิ่ง ก็ไม่เลวนะ แต่
่รู้ไม๊ว่าบางช่วงถนน และบางเวลา โดยเฉพาะร้านอาหารตลอดเส้นทางนี้มักเอาป้ายโฆษณาของตัวเองมาวางให้ลูกค้าตัวเองเห็น บางช่วงมีรถมามาใช้บริการจอดกันยาวมากกว่าหนึ่งคัน ก็ขี่ไม่ได้อยู่แล้ว บางช่วงก็นำป้ายพวกนั้น ป้ายไม่ใช่เล็ก ๆ ไปวางบนทางเ้ท้าอีก ก็ต้องมาขี่บนถนน นอกเรื่องอีกแล้วววว ขอโทษครับ
เอาเป็นว่าเรื่องพวกนี้จะไปเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่า พวกมอเตอร์ไซดไม่ต้องพูด พวกนี้ส่วนใหญ่พูดไม่รู้เรื่อง คือกูจะขี่ใครจะทำไม ขอระบายหน่อยนะ
กลับมาต่อ ต่อจริง ๆ พอทั้ง ๒ นักขี่ได้เข้ามาในเส้นทางเดียวกันอีกครั้ง ก็เกิดการไล่จี้กันอีกครั้ง ขอบอกว่าผมตามเค้าไม่ทันหรอกครับ แต่ด้วยความไม่ชอบใจ
ก็ใส่ไปอีกรอบแต่ก็แพ้เหมือนเดิม ก่อนถึงแยก ๑๐๐ เมตร มอเตอร์ไซด์ก็เลี้ยวซ้ายหายไปในที่สุด ตัวผมถึงสี่แยกตัดพระราม ๙ ได้ปั๊ป ก็หน้ามืดขึ้นมาเป็นครั้งที่่
๒ คราวนี้เหมือนเดิมกับที่ฟิตเนต แต่ไม่ได้ล้มตัวลงนอนหรือนั่ง กลัวเสียฟอร์มจักรยาน ก็ยืนคร่อมรถไม่ให้ตัวเองหรือจักรยานล้มลง หันไปด้านขวามือเรา
พวกคนขับรถก็มองกันใหญ่ คงส่งสัยหรือเปล่าว่าไอ้หมอนี้เป็นอะไร หรือไดุ้ดูการเข้าเส้นชัยของผมกับสาวมอเตอร์ไซด์คันนั้น ก็รอให้ตัวเองฟื้น กินน้ำในกระติก
จนหมด ก็ยังไม่ฟื้น ทำไงดี ทำไงดี เสียฟอร์มครั้งนี้กลางสี่แยกเชียวนะ ไม่นานนักก็ดีขึ้น ตัวเองก็มือไม้สั่น ค่อย ๆ เข็นจักรยานข้ามทางม้าลาย แทนที่จะรอไฟเขียวเพื่อเลี้ยวขวาไปทางแยก อสมท. จะข้ามทางม้าลายตัวเองก็ไม่ค่อยมีแรง ยังเจอพวกมอเตอร์ไซด์จอดรอไฟแดงปิดทางข้ามไว้ซะมิดอีก เลยตัดสินใจกำแฮน
ทั้งสองข้างแล้วบีบเบรคหลัง ยกล้อหน้าขึ้นเข็นฝ่าออกไป สำเร็จซักที แล้วก็ขี่แบบพอเพียง (ตามกำลังที่เหลืออยู่) ไปเรื่อย ๆ ไม่เอาแล้วพวกแมงกะไซด์
จนถึงจุดหมายในที่สุด (อยากบอกว่าวันนั้นไม่ได้กินข้าวก่อนออกจากบ้านด้วย แดดก็ร้อนมาก ยังไงก่อนออกขี่ อย่าลืมหาอะไรใส่ท้องตัวเอง นอกเหนือจากนั้น
อย่าลืมวอร์มกับยืดกล้ามเนื้อ โดดเฉพาะบริเวณขา ใช้ท่าดันกำแพงแล้วเยียดขาไปข้างหลังพร้อมกันสองข้าง หรือทีละข้างก็ได้)
ขอบคุณครับ
ครั้งที่สอง ไม่นานมานี้เอง
วันนั้นจะปั่นจักรยานจากบ้านเข้าเมือง ใช้เส้นทางเลียบทางด่วน (เอกมัย-รามอินทรา) ธรรมดาได้มาใช้อยู่ไม่บ่อยนัก แต่คิดว่าต้องใช้เพราะมีทางสำหรับ
จักรยานแล้วจักรยาน ประกอบกับอยู่ในเส้นทางเดินทางเข้าเมืองเส้นหนึ่ง เข้าเรื่องดีกว่า วันนั้นขี่ถึงช่วงระหว่างแยกซอยราม ๓๙ วัดเทพลีลาด้านเลียบทางด่วน
ไปแยกที่ตัดกับถนนพระรามเก้า มีสาวขี่มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขี่ด้วยความเร็ว พวกนี้เร็วกว่าจักรยานอยู่แล้ว เป็นปกติของตัวเองอยู่แล้วที่ไม่ชอบภาหนะอื่นมาขี่
เส้นทางเฉพาะจักรยาน แต่ก็ไม่ทำผิดกฎจราจร เช่น ขี่รถผิดทิศทาง (ย้อนศร) เพราะไม่ชอบเลย >>การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำให้ตัวเองสะดวก เร็วขึ้น แต่ทำแล้ว
ผิดกฎของคนส่วนใหญ่ที่ตกลงกันไว้ จะนำไปสู่อุบัติเหตุได้ในที่สุด อันนี้อยากเตือนทุกท่าน สิ่งสำคัญที่สุดบนท้องถนนคือ ชีวิตของทุกคน ไม่ใช่รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ หรือจักรยาน ดังนั้นเราต้องเคารพซึ่งกันและกัน ปฎิบัติตามกฎหมาย จะช่วยให้อันตรายลดน้อยลง
นอกเรื่องไปเรื่อย กลับเข้ามาต่อดีกว่า พอเห็นมอเตอร์ไซด์ขี่บนทางจักรยาน มันทำใจไม่ได้ เลยตัดสินใจขี่ไล่จี้ ขี่ได้ไม่เท่าไหร่ มอเตอร์ไซด์ก็ออกไปใช้ถนนหลัก
แต่รถก็เริ่มติดมีท้ายแถวสะสมน่าจะเกือบ ๕๐๐ เมตร มอเตอร์ไซด์คันเดิมก็กลับเข้ามาใช้ทางจักรยานอีกครั้ง ผมก็ยังขี่ด้วยความเร็วระดับไล่จี้เหมือนเดิม
ทั้งกระโดดขี้น กระโดดลง ผู้ใช้ทางเส้นนี้น่าจะรู้ว่าทางจักรยานบางช่วงมีอุปสรรค ไม่เรียบบาง แล้วที่มาใหม่ก็เสาสองต้นที่ปักไม่ให้รถยนต์เข้ามาวิ่ง ก็ไม่เลวนะ แต่
่รู้ไม๊ว่าบางช่วงถนน และบางเวลา โดยเฉพาะร้านอาหารตลอดเส้นทางนี้มักเอาป้ายโฆษณาของตัวเองมาวางให้ลูกค้าตัวเองเห็น บางช่วงมีรถมามาใช้บริการจอดกันยาวมากกว่าหนึ่งคัน ก็ขี่ไม่ได้อยู่แล้ว บางช่วงก็นำป้ายพวกนั้น ป้ายไม่ใช่เล็ก ๆ ไปวางบนทางเ้ท้าอีก ก็ต้องมาขี่บนถนน นอกเรื่องอีกแล้วววว ขอโทษครับ
เอาเป็นว่าเรื่องพวกนี้จะไปเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่า พวกมอเตอร์ไซดไม่ต้องพูด พวกนี้ส่วนใหญ่พูดไม่รู้เรื่อง คือกูจะขี่ใครจะทำไม ขอระบายหน่อยนะ
กลับมาต่อ ต่อจริง ๆ พอทั้ง ๒ นักขี่ได้เข้ามาในเส้นทางเดียวกันอีกครั้ง ก็เกิดการไล่จี้กันอีกครั้ง ขอบอกว่าผมตามเค้าไม่ทันหรอกครับ แต่ด้วยความไม่ชอบใจ
ก็ใส่ไปอีกรอบแต่ก็แพ้เหมือนเดิม ก่อนถึงแยก ๑๐๐ เมตร มอเตอร์ไซด์ก็เลี้ยวซ้ายหายไปในที่สุด ตัวผมถึงสี่แยกตัดพระราม ๙ ได้ปั๊ป ก็หน้ามืดขึ้นมาเป็นครั้งที่่
๒ คราวนี้เหมือนเดิมกับที่ฟิตเนต แต่ไม่ได้ล้มตัวลงนอนหรือนั่ง กลัวเสียฟอร์มจักรยาน ก็ยืนคร่อมรถไม่ให้ตัวเองหรือจักรยานล้มลง หันไปด้านขวามือเรา
พวกคนขับรถก็มองกันใหญ่ คงส่งสัยหรือเปล่าว่าไอ้หมอนี้เป็นอะไร หรือไดุ้ดูการเข้าเส้นชัยของผมกับสาวมอเตอร์ไซด์คันนั้น ก็รอให้ตัวเองฟื้น กินน้ำในกระติก
จนหมด ก็ยังไม่ฟื้น ทำไงดี ทำไงดี เสียฟอร์มครั้งนี้กลางสี่แยกเชียวนะ ไม่นานนักก็ดีขึ้น ตัวเองก็มือไม้สั่น ค่อย ๆ เข็นจักรยานข้ามทางม้าลาย แทนที่จะรอไฟเขียวเพื่อเลี้ยวขวาไปทางแยก อสมท. จะข้ามทางม้าลายตัวเองก็ไม่ค่อยมีแรง ยังเจอพวกมอเตอร์ไซด์จอดรอไฟแดงปิดทางข้ามไว้ซะมิดอีก เลยตัดสินใจกำแฮน
ทั้งสองข้างแล้วบีบเบรคหลัง ยกล้อหน้าขึ้นเข็นฝ่าออกไป สำเร็จซักที แล้วก็ขี่แบบพอเพียง (ตามกำลังที่เหลืออยู่) ไปเรื่อย ๆ ไม่เอาแล้วพวกแมงกะไซด์
จนถึงจุดหมายในที่สุด (อยากบอกว่าวันนั้นไม่ได้กินข้าวก่อนออกจากบ้านด้วย แดดก็ร้อนมาก ยังไงก่อนออกขี่ อย่าลืมหาอะไรใส่ท้องตัวเอง นอกเหนือจากนั้น
อย่าลืมวอร์มกับยืดกล้ามเนื้อ โดดเฉพาะบริเวณขา ใช้ท่าดันกำแพงแล้วเยียดขาไปข้างหลังพร้อมกันสองข้าง หรือทีละข้างก็ได้)
ขอบคุณครับ
-
greenery
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2009, 07:59
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ที่คุณ Karajan ว่ามานั่นใช่เลย เคยไปแถวนั้นเจอทุกแบบที่ว่ามา ปั่นไม่สนุกเลยไม่ค่อยไป ทางจักรยานเขาปรับปรุงไปทีหนึ่งแล้วนะถึงมาปักเสาสองต้นไว้
เมื่อก่อนทางแย่กว่านี้อีก มอเตอร์ไซค์วิ่งบ่อยนี่แหละถึงพังไว อยากจะบอกว่าเคยเห็นผู้รักษากฎหมายทำผิดเสียเองด้วย
ชาวบ้านถึงได้เลียนแบบ 
เมื่อก่อนทางแย่กว่านี้อีก มอเตอร์ไซค์วิ่งบ่อยนี่แหละถึงพังไว อยากจะบอกว่าเคยเห็นผู้รักษากฎหมายทำผิดเสียเองด้วย
- niiiiiim
- ขาประจำ
- โพสต์: 142
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ธ.ค. 2009, 01:25
- Tel: 0838487151
- Bike: IndyFab
- ตำแหน่ง: BangKokPlaNetEaRth
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
เก็บข้อมูลค่ะ
- chaichoosit
- ขาประจำ
- โพสต์: 826
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2009, 19:06
- team: ไบค์กาเอ
- Bike: Jamis---Java---Mosso---S work
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ลักษณะอาการผมจะคล้ายคุณ karajan ครับ เป็นไปได้ที่ร่างกายผมไม่มีอะไรเผาผลาญ เนื่องจากคืนวันศุกร์ผมไม่ได้ทานมื้อเย็น กินแต่ขนมนิดหน่อย พอช่วงเช้า หกโมงผมก็ปั่นออกจากบ้าน
โดยมีน้ำเปล่าเพียงขวดเดียว กะว่าขากลับก่อนถึงบ้านค่อยดื่มเกลือแร่ซักขวด แล้วกลับไปกินข้าวที่บ้าน ผมตรวจสุขภาพทุกปีครับ และไม่แข่งกับใครครับ ปั่นเพื่อสุขภาพ แต่ชอบไปที่ๆมันรู้สึกท้าทาย เช่นขึ้นเขาที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งเพ่นพ่านเวลาปั่นแล้วรู้สึกผ่อนคลายและมันสงบดีครับ ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สวยมากครับมีเส้นทางที่เค้าเรียกว่าถนนเส้นรอบเกาะมันจะเลียบกับทะเลและก็สลับกับการขึ้นเขาลงเขา ผมใช้เวลากับทริปนึง สองชั่วโมงถึงจุดที่วิวสวยผมก็จะนั่งพักซักปุ๊ปนึงเพื่อดื่มน้ำและชมวิวไปด้วยมีความสุขครับ (กรุณาอย่าอิจฉานะครับ) ก็ขอบคุณมากครับสำหรับทุกความคิดเห็นและความห่วงใย ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้าและปั่นจักรยานอย่างมีความสุขครับ ได้เห็นน้ำใจและความรักของเพื่อนเสือแล้วอยากมีชีวิตอยู่อีกนานๆ
โดยมีน้ำเปล่าเพียงขวดเดียว กะว่าขากลับก่อนถึงบ้านค่อยดื่มเกลือแร่ซักขวด แล้วกลับไปกินข้าวที่บ้าน ผมตรวจสุขภาพทุกปีครับ และไม่แข่งกับใครครับ ปั่นเพื่อสุขภาพ แต่ชอบไปที่ๆมันรู้สึกท้าทาย เช่นขึ้นเขาที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งเพ่นพ่านเวลาปั่นแล้วรู้สึกผ่อนคลายและมันสงบดีครับ ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สวยมากครับมีเส้นทางที่เค้าเรียกว่าถนนเส้นรอบเกาะมันจะเลียบกับทะเลและก็สลับกับการขึ้นเขาลงเขา ผมใช้เวลากับทริปนึง สองชั่วโมงถึงจุดที่วิวสวยผมก็จะนั่งพักซักปุ๊ปนึงเพื่อดื่มน้ำและชมวิวไปด้วยมีความสุขครับ (กรุณาอย่าอิจฉานะครับ) ก็ขอบคุณมากครับสำหรับทุกความคิดเห็นและความห่วงใย ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้าและปั่นจักรยานอย่างมีความสุขครับ ได้เห็นน้ำใจและความรักของเพื่อนเสือแล้วอยากมีชีวิตอยู่อีกนานๆ
บรรดาผู้ที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข มัทธิว 11.28
พระเยซูรักท่าน ฮา เล ลู ยา
พระเยซูรักท่าน ฮา เล ลู ยา
- กำนันหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 267
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2008, 13:49
- team: pr.bikeclub
Re: เมื่อเช้าหัวใจเกือบวายคายอดเขา
ขอให้หายเป็นปกติครับ ถ้ายังงัยลองไปหาหมอเฉพาะทางดูน่ะครับ จะได้ปฏิบัติตัวถูกครับ